สู่วิถีอมตะ - บทที่ 88 การชดเชยจากหอวาณิช
บทที่ 88 การชดเชยจากหอวาณิช
ขณะนี้ แมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราอยู่ในหัวใจของเจียงผิงอัน ขาขาดสะบั้นจากตัว เหลือชีวิตริบหรี่
เจียงผิงอันไม่ได้นำแมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราออกมา
หากมีโลหิตของเขาบำรุง มันก็ยังคงชีวิตอยู่ได้
แต่หากนำมันออกมา ก็ยากจะอยู่รอดต่อไป
เจียงผิงอันไม่อยากให้มันตาย ต่อให้อีกฝ่ายเป็นเพียงแมลงตัวหนึ่งก็ตามที
ฮัวชิงอวี่เรียกหมอมาตรวจร่างกายของเจียงผิงอัน
แต่เจียงผิงอันตอบปฏิเสธ
เหตุผลนั้นง่ายนัก เขาไม่อยากให้ผู้อื่นทราบสภาพร่างกายของเขา
โลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์หลายสิบหยดก็ดี ปราณวิญญาณมหาศาลที่ตุนไว้ก็ดี ล้วนเป็นไพ่ตายของเขาทั้งนั้น
หากถูกพบ ก็เท่ากับเผยไพ่ตาย
ฮัวชิงอวี่มิได้รบเร้า “หากจะชดเชยด้วยร้อยล้านหินวิญญาณ ยอมรับได้หรือไม่?”
ร้อยล้านหินวิญญาณซื้อชีวิตผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดหนึ่งคนยังได้
แต่ยามนี้ มันถูกใช้มาเป็นสินชดเชยแก่เจียงผิงอัน
เห็นได้ชัดว่าทรัพยากรการเงินของหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลน่าสะพรึงเพียงไร
เจียงผิงอันกล่าวอย่างอ่อนแรง “ไว้พี่หญิงข้ากลับมา เราค่อยเจรจากัน”
เขาไม่อยากเสวนากับคนเหล่านี้มากนัก ให้เซี่ยชิงจัดการก็แล้วกัน
“ได้” ฮัวชิงอวี่ไม่พูดมาก นางหันกายจากไป
เจียงผิงอันมองปลามังกรเหลืองทองบนโต๊ะเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง แล้วจึงเก็บมันใส่แหวนเก็บของ
ปลาตัวนี้มีพิษร้ายแรง เอาไปเคลือบอาวุธในคราวหลังได้
ต่อให้ฟันโดนตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด ก็ยังบาดเจ็บสาหัสได้!
เพิ่มไพ่ตายมาอีกหนึ่ง
ครึ่งวันต่อมา เมิ่งจิงเพิ่งประลองเสร็จ วังวนดินแดนลับเหนือลานประลองก็สั่นไหว
เซี่ยชิงในชุดกระโปรงสีขาว ถือกระบี่ยาวสีเขียวเหยียบย่างเหนือเวหาออกมา
ร่างของนางโชกเลือด ในมืออีกข้างถือศีรษะคนผู้หนึ่ง โลหิตไหลนอง ปราณร้ายกาจชวนสะพรึง
ศีรษะของว่านชุนกั๋วพลันแผดเสียงอย่างอาฆาต “เซี่ยชิง! หากหาญฆ่าข้า องค์ชายสี่ไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
เพียะ!
เซี่ยชิงยกมือตบหน้าว่านชุนกั๋ว
“สุนัขเฒ่าเช่นเจ้าคู่ควรพูดหรือ?”
ผู้ชมนับล้านเห็นเช่นนี้ก็หนังศีรษะชาวาบ
“องค์หญิงเก้าบั่นคอตัวตนขอบเขตแปรเทวะได้!”
“นางอยู่เพียงขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดมิใช่หรือ? พลังต่อสู้น่ากลัวยิ่งนัก!”
“เพื่อเจียงผิงอันเพียงหนึ่ง ฆ่ายอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะไปหนึ่งคน หาคุ้มค่ากันไม่!”
ปวงชนล้วนตกใจสุดขีด ความแข็งแกร่งขององค์หญิงเก้าน่าสะพรึงนัก ข้ามขอบเขตใหญ่สังหารแปรเทวะ!
เหตุการณ์นี้สะท้านสะเทือนทั่วต้าเซี่ยอย่างแน่นอน!
แต่พวกเขาไม่อาจจับต้นชนปลายได้ว่าเหตุใด องค์หญิงเก้าจึงสะบั้นหัวยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะเพียงเพื่อเจียงผิงอันในขอบเขตสร้างรากฐาน!
เซี่ยชิงถือหัวว่านชุนกั๋วกลับห้องส่วนตัว เหวี่ยงมันลงบนพื้นโดยหันหน้าไปทางเจียงผิงอัน
“ขอขมาน้องชายข้า หาไม่ข้าจะทำลายวิญญาณแรกกำเนิดของเจ้า มิให้ต้องผุดต้องเกิดอีก!”
ศีรษะของว่านชุนกั๋วบูดเบี้ยว “พวกเจ้าตายหมดแน่ องค์ชายสี่จะล้างแค้นให้ข้า!”
หัวใจของเจียงผิงอันสะท้าน คนผู้นี้เหลือแต่หัว แต่ยังมีชีวิต!
นี่คือพลังชีวิตของผู้แข็งแกร่งหรือ?
เซี่ยชิงเห็นว่าว่านชุนกั๋วยังปากกล้า สีหน้าจึงไม่น่าชม
“ไม่ขอขมา? เช่นนั้นข้าจะผนึกวิญญาณของเจ้าไว้ในคุกเมืองหมิงหวัง ปล่อยให้เจ้าถูกเพลิงแกนโลกาคลอกย่างทุกวันคืน!”
“ฮ่า ๆ คิดว่าตาเฒ่าผู้นี้จะกลัวหรือ? อีกไม่นานเจ้าก็จะมีสภาพไม่ต่างจากข้าแล้ว!” ว่านชุนกั๋วมิได้กลัวคำขู่เหล่านี้เลย
ขณะที่เซี่ยชิงกำลังจะพูดต่อ เจียงผิงอันก็กล่าวอย่างโรยแรง “พี่หญิง พอเถิด”
ใบหน้าเปื้อนเลือดของเซี่ยชิงยังเครียดเขม็ง “น้องชาย เจ้าใจดีเกินไปแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้หรอก เราจะต้องสู้กับองค์ชายสี่ไม่เลิกรา ใจดีต่อศัตรู โหดเหี้ยมกับตนเองแท้ ๆ นะ”
“ข้ายังพูดไม่จบขอรับ” เจียงผิงอันหันมองศีรษะของว่านชุนกั๋ว และกล่าวว่า “แค่เอาไปผนึกไว้ในรูสุขาก็พอแล้ว”
“……”
ทุกคนต่างจังงัง โหดเหี้ยมเสียนี่กระไร!
เซี่ยชิงตัดสินใจถอนคำพูดเมื่อครู่ เจียงผิงอันไม่ได้ใจดีเลยสักนิด
กล่าวได้กระทั่งว่าโหดเหี้ยมอำมหิต
รูสุขานั้นเหม็นโฉ่ชวนสะอิดสะเอียน เต็มไปด้วยหนอนแมลงมากมาย การผนึกศีรษะเขาไว้ใต้รูสุขาก็เท่ากับต้องกินอาจมไปชั่วชีวิต
ความแข็งกร้าวบนใบหน้าของว่านชุนกั๋วหายวับไม่เหลือร่องรอย ตะโกนออกมาทันทีอย่างหวาดผวา “สหายเต๋าเจียง! ตาเฒ่าผู้นี้ขออภัยเจ้าแล้ว! ตาเฒ่าผู้นี้เพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น!”
“หากตาเฒ่าผู้นี้ไม่ทำ ผู้อื่นก็จะทำมันอยู่ดี ตาเฒ่ายอมรับผิดแล้ว ฆ่าตาเฒ่าผู้นี้เถิด แล้วไปล้างแค้นกับองค์ชายสี่ภายหลัง!”
ว่านชุนกั๋วขวัญกระเจิง รีบร้อนขอขมา
เขาไร้ความกลัวตาย จะผลาญด้วยเพลิงแกนโลกาเช่นไรก็ได้ แต่เขาไม่อาจรับการถูกโยนลงรูสุขาได้จริง ๆ
เมื่อคิดถึงของอุบาทว์ทั้งแข็งเหลว ว่านชุนกั๋วก็อยากตายมันเสียเดี๋ยวนี้เลย
แม้เขาจะไม่มีท้องเหลือ เขาก็ยังอยากอาเจียนยิ่งนัก
เซี่ยชิงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม “มาขอขมาตอนนี้หรือ? สายไปแล้ว”
นางสะกดศีรษะของว่านชุนกั๋ว ก่อนจะหันไปหารูสุขาใกล้เคียงแล้วโยนลงไป
“สวะทั้งสองนี่! ไม่ตายดี……”
ว่านชุนกั๋วยังไม่ทันด่าจบ ก็ถูกเซี่ยชิงสะกดวาจา
คนอื่น ๆ ในห้องมองมายังเจียงผิงอันผู้มีใบหน้าใสซื่อ แล้วร่างก็สะท้านอย่างเผลอตัว
เจียงผิงอันคิดวิธีโหดเหี้ยมเช่นนี้ออกมาได้ น่ากลัวยิ่งนัก ภายหน้าจะล่วงเกินมิได้
อดกลั้น โหดร้าย เลือดเย็น
ใครจะคิดว่านี่เป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยสิบห้าผู้หนึ่ง
เฟิงอวี่เฉินบีบตัวลีบ เขยิบหลบมุมไปเงียบ ๆ แสร้งทำเป็นไร้ตัวตน
ก่อนหน้านี้เขาเคยหาเรื่องเจียงผิงอันมาก่อน หวังว่าอีกฝ่ายจะลืม ๆ มันไปเสีย
ฮัวชิงอวี่เดินเข้ามาอีกครั้ง
“ว่าถึงเรื่องสินชดเชย ร้อยล้านว่าเช่นไร?”
เรื่องแย่เช่นนี้เกิดขึ้น พวกเขาก็ต้องทำอะไรสักอย่าง
พวกเขาไม่มีวันรังแกลูกค้า เพราะเช่นนี้หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลจึงมีชื่อเสียงดีงาม และยังเป็นครรลองการประพฤติตนของพวกเขาด้วย
“เจียงผิงอันชนะประลอง อย่างน้อยพวกเจ้าก็ได้กำไรเป็นหมื่นแสนล้าน ชดเชยกันแค่นี้หรือ?”
“เราหาต้องการเงินไม่ เราต้องการเคล็ดกายาคลั่งขั้นสองกับสามต่างหาก”
เซี่ยชิงหาอ้างขอเงินตราไม่ แต่เลือกวรยุทธ์แทน
เงินนั้นหาได้ง่าย สิ่งที่หายากคือวรยุทธ์ต่างหาก
เจียงผิงอันดีใจนักที่ตนไม่ด่วนพูดมาก
สำหรับเขา มูลค่าของวรยุทธ์นั้นเหนือชั้นกว่าหินวิญญาณเป็นไหน ๆ
“เคล็ดกายาคลั่ง วรยุทธ์นี้เป็นของเผ่ากายาคลั่ง มีเพียงขั้นแรกที่โคจรสู่ภายนอก เราหามีขั้นอื่น ๆ ไม่”
ฮัวชิงอวี่กะพริบคู่เนตรสีน้ำเงินแผ่วเบา คลี่รอยยิ้มอบอุ่นใจ
เซี่ยชิงเผยท่าทีสุดดูแคลน “อย่ามาเสแสร้ง พวกเจ้าหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลไร้สิ่งใดบ้าง?”
ฮัวชิงอวี่ไหวไหล่เนียนหอม “เช่นนั้นก็ขอพูดให้ชัดเจนเลยแล้วกัน เราให้ไม่ได้ หาไม่ เผ่ากายาคลั่งไม่ชอบใจแน่นอน”
“แต่เรามีคัมภีร์วรยุทธ์ที่ใกล้เคียงกันอยู่ คือ ‘วิชาเทียมเทพสงครามสามขั้นแรก’ ‘วิชาหลอมเทวศาสตราสามขั้นแรก’ และ ‘คัมภีร์ฤทัยสุริยันสามขั้นแรก’”
“เลือกไปหนึ่งเล่มสิ”
เมื่อได้ยินนามวรยุทธ์ที่นางเอ่ยถึง จินหลินและผู้ฝึกกายาอีกมากมายล้วนตาแดงก่ำอย่างริษยา
วรยุทธ์เหล่านี้ล้วนเป็นวรยุทธ์ระดับสุดยอดสำหรับผู้ฝึกกายาทั่วโลกหล้าผู้ฝึกตน!
พวกเขากระทั่งอยากไปเป็นคนถูกพิษเสียแทน
แต่เมื่อลองคิดดูแล้ว หากพวกเขากินพิษโลหิตร้อยสุคนธ์เข้าไป คงได้ตายเป็นแน่
เซี่ยชิงมิได้บีบคั้นขอเคล็ดกายาคลั่งต่อไป นางหันไปแนะนำเจียงผิงอัน
“วิชาเทียมเทพสงครามสร้างขึ้นโดยคณะผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ เพิ่มพลังต่อสู้ได้หลายเท่าตัว เป็นวิชาจู่โจมอันดับหนึ่งในโลกหล้า แต่มิอาจแผลงฤทธาสูงสุดได้ถ้าไร้กายาศักดิ์สิทธิ์”
“วิชาหลอมเทวศาสตราเป็นการหล่อหลอมกายาระดับสูงสุด เปลี่ยนร่างเป็นศาสตราคม เมื่อฝึกฝนถึงจุดสูงสุด ก็ใช้กายเนื้อขวางศาสตราเซียนได้”
“คัมภีร์ฤทัยสุริยันเป็นศาสตร์ควบคุมเพลิงในร่างกาย ยิ่งหยางผลาญสุด ณ จุดยอดก็เทียบตะวันได้”
“ข้าแนะนำให้เจ้าเลือก ‘วิชาหลอมเทวศาสตรา’ แม้จะฝึกฝนยากมาก แต่อิงจากความสามารถของเจ้าแล้ว หาได้ยากเย็นไม่”
“เมื่อเจ้าเรียนรู้ปรุโปร่ง ข้าช่วยเจ้าหาซื้อขั้นหลัง ๆ ได้”
เจียงผิงอันอยากได้วรยุทธ์ทั้งหมดเลย
แต่มันไม่สมจริงอย่างเห็นได้ชัด หลังครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงตอบว่า “ข้าขอเลือกวิชาเทียมเทพสงคราม”
เซี่ยชิง “……”
เอาแล้วไง มาแล้วไง เอาอีกแล้ว
เด็กนี่กล้าดีไม่น้อยเลย
หนก่อนที่ช่วยเลือกวรยุทธ์ เด็กนี่ก็ไม่ฟังนาง ไปเลือก ‘หมัดอู๋จี๋’
แต่วรยุทธ์นี้ก็เหมาะกับเจียงผิงอันจริง ๆ
เซี่ยชิงทำเพียงเหลือกตาใส่เจ้าน้องดื้อด้านนี่ แล้วไม่เซ้าซี้ให้เขาเลือก ‘วิชาหลอมเทวศาสตรา’ อีก
น้องชายผู้นี้ของนางต้องมีความคิดบางอย่างในใจแน่
“เช่นนั้นก็เป็น ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ แล้วกัน”
“ได้”
ฮัวชิงอวี่สะบัดข้อมือ ม้วนหยกม้วนหนึ่งลอยออกมาตรงหน้าเจียงผิงอัน
ลมหายใจของเจียงผิงอันชะงัก นี่คือวรยุทธ์ของผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์หรือ?