สู่วิถีอมตะ - บทที่ 80 กฎที่ลืมไป
บทที่ 80 กฎที่ลืมไป
“เขาจงใจควบคุมอันดับหนึ่งไม่ เดี๋ยวเราจะได้เห็นกัน”
“หากเขาจบที่อันดับห้าสิบแล้วออกมาทันที ก็หมายความว่าเขาควบคุมอันดับอยู่แน่นอน”
การที่เขาควบคุมอันดับได้ แสดงให้เห็นว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งมาก
แต่เซี่ยชิงไม่ได้ยินดีที่เจียงผิงอันแข็งแกร่ง นางกลับอารมณ์เสีย
เพราะอันดับในด่านนี้ส่งผลต่อการจับคู่ประลองรอบที่สาม
บททดสอบนี้เฟ้นอัจฉริยะห้าสิบคน สิบอันดับท้ายจะเผชิญสิบอันดับแรก
จุดประสงค์ของกฎข้อนี้ก็เพื่อเลี่ยงมิให้อัจฉริยะสองฝ่ายตัดกำลังกันเองให้มากที่สุด
หากเจียงผิงอันจงใจควบคุมอันดับ มันจะเพิ่มความยากของรอบที่สามขึ้นอย่างมาก
ไม่นานนัก ผู้ที่อยู่ในแดนดินลับก็เหลือเพียงสี่สิบกว่าคน นามอื่น ๆ เป็นสีเทาไปหมดแล้ว
เจียงผิงอันกำจัดสัตว์ภูตไปอีกสองสามตน ไต่อันดับมาถึงห้าสิบ
เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผู้ใดผลักเขาลง เจียงผิงอันก็ขยี้ม้วนหยกออกมาจากแดนดินลับ
เจียงผิงอันเดินมาหาเซี่ยชิงอย่างดูเหนื่อยอ่อน ก่อนจะกุมกำปั้นกล่าว “พี่หญิง ข้ามิทำให้ท่านขายหน้า ในที่สุดก็ตะกายติดอันดับได้แล้ว”
อัจฉริยะที่ยืนข้างเซี่ยชิงมองเขาด้วยสีหน้าพิกล
ว่าแล้วเชียว องค์หญิงคาดไว้ไม่ผิด ออกมายามเหลือห้าสิบคนจริง ๆ ด้วย
เจ้าเด็กนี่เสแสร้งเก่งจริงแท้
คนอื่น ๆ พยายามฆ่าสัตว์ภูตกันแทบตาย แต่เด็กนี่กลับควบคุมคะแนนตัวเอง
เจียงผิงอันสังเกตเห็นสีหน้าพิกลของผู้คนรายล้อม ก็ตระหนักได้ว่าบางสิ่งไม่ชอบมาพากล
“สู้ลำบากแท้ ถูกหรือไม่?” เซี่ยชิงแค่นยิ้มถาม
“ใช่ขอรับ สัตว์ภูตในนั้นแข็งแกร่งมาก กว่าจะล้มได้ก็แทบแย่” เจียงผิงอันดูราวชนะมาอย่างยากเย็น
ป้าบ!
เซี่ยชิงยกมือตบศีรษะเจียงผิงอันพลางแผดเสียง “เจ้าจะแสแสร้งควบคุมอันดับไปเพื่อการใด! ไม่รู้หรือว่าสิบอันดับล่างจะต้องจับสลากสู้กับสิบอันดับบน!”
เจียงผิงอันผงะไป
ถูกจับได้เสียแล้ว
แต่นั่นมิใช่ประเด็น ประเด็นคือกฎแบบนี้มีด้วยหรือ?
เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของเจียงผิงอัน ใบหน้าของเซี่ยชิงก็กระตุกสองหน
“อย่าบอกนะว่าเมิ่งจิงมิได้บอกเจ้า”
“……”
เจียงผิงอันกะพริบตาปริบ ๆ อย่างสับสน
เซี่ยชิงกุมขมับ กัดฟันอย่างเดือดดาล อยากลากเมิ่งจิงมาตีก้นเสียจริง
ยายหนูโง่นี่ไม่ได้อธิบายกฎครบถ้วนเลย
งามหน้าไหมเล่าคราวนี้ เจียงผิงอันแข็งแกร่งยิ่งแท้ ๆ เขาจะไต่อันดับสูงกว่านี้ก็ได้ แต่กลับต้องมาสู้กับอัจฉริยะสิบอันดับแรก
เซี่ยชิงถอนหายใจหนัก ๆ พลางลูบหัวเจียงผิงอัน
“พอแล้ว นี่คือชะตา สุดท้ายแล้วเจ้าก็ไม่มีโอกาสติดสิบอันดับแรกมากนัก อันดับอื่น ๆ ก็ช่างมันเถอะ”
อัจฉริยะผู้ติดสิบอันดับแรกในการทดสอบครั้งนี้ล้วนมีพลังต่อสู้สูงส่งอย่างยิ่ง แม้เจียงผิงอันจะพัฒนารวดเร็วจนน่าประหลาดใจ แต่ก็ไม่มีทางประชันเหล่าอัจฉริยะผิดมนุษย์เหล่านั้นได้เลย
เจียงผิงอันไม่ได้เปลี่ยนสีหน้ามากนัก ไม่รู้ในใจคิดอะไรอยู่
ขณะนั้นเอง ชายชราหนวดเคราสีแดงผู้หนึ่งก็เดินเข้ามากุมกำปั้นคารวะ “องค์หญิงเก้า ข้าเชื่อว่าท่านยังสบายดี”
เมื่อเห็นคนผู้นี้ สีหน้าของเซี่ยชิงก็เย็นเยียบทันใด “มีอะไรก็ว่ามา”
ว่านชุนกั๋วหาขุ่นเคืองไม่ เขาลูบเคราสีแดงของตนพลางกล่าวยิ้ม ๆ “องค์ชายสี่ขอให้ข้ามาช่วยส่งสาร”
เขาเว้นช่วงเล็กน้อย ใช้เคล็ดวิชาส่งกระแสปราณเพื่อมิให้บุคคลอื่นได้ยิน
“อย่ากลับมารนหาที่ตายในเมืองหลวง”
จิตสังหารเสี้ยวหนึ่งวูบไหวในดวงตาของเซี่ยชิง ส่งกระแสปราณตอบกลับ “งั้นเจ้าก็บอกพี่สี่ข้าหน่อยแล้วกัน ว่าให้ล้างคอรอไว้ ข้าจะตัดมันไปเลี้ยงสุนัขแน่ ๆ!”
ว่านชุนกั๋วกล่าวยิ้ม ๆ “ผลของการไม่ฟังคำเกลี้ยกล่อมนั้นร้ายแรงยิ่ง อย่าหาว่าข้าไม่เตือนแล้วกัน”
แล้วเขาก็หันกายจากไป
เซี่ยชิงจ้องตามหลังของชายชราพลางกำหมัดแน่น
แม้เจียงผิงอันจะไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งสอง เขาก็ยังทราบดีว่าไม่ใช่เรื่องประเสริฐแน่แท้ หาไม่ สีหน้าของเซี่ยชิงคงไม่เย็นชาเพียงนั้น
การแข่งขันดำเนินต่อ อัจฉริยะมากมายถูกเคลื่อนย้ายออกมาตามกัน
จินหลินได้อันดับยี่สิบ
ผลลัพธ์นี้ถือว่าดีมากแล้วสำหรับผู้ฝึกกายา
ไม่นานนักก็เหลือเพียงสิบอันดับแรกประชันกัน
ฟางซิง อวิ๋นหวง โจวเฟิง หลิ่วอู๋ฉิง เมิ่งจิง……
พวกเขาล้วนแล้วเลิศล้ำในหมู่ชน ฝีมือเลิศล้ำเหนือเหล่าสหาย
ไม่นานนัก เมิ่งจิงก็ถูกคัดออก นางนั่งหน้าซีดบนพื้น หมดแรงสิ้นกำลัง
เจียงผิงอันรีบเดินไปหาอีกฝ่ายแล้วส่งโอสถปีศาจโลหิตให้เม็ดหนึ่ง
โอสถนี้ใช้กันในหมู่ผู้ฝึกกายา มีสรรพคุณครอบคลุมยิ่ง
เมิ่งจิงค่อย ๆ ฟื้นกำลัง นางไต่ขึ้นหลังเจียงผิงอัน กอดคอเขาแล้วพูดอย่างภาคภูมิ “ฮี่ ๆ ข้าแข็งแกร่งหนึ่งไม่ ติดสิบอันดับแรกด้วยนะ!”
“แข็งแกร่ง” เจียงผิงอันแบกเมิ่งจิงกลับมา
เซี่ยชิงจ้องมองเมิ่งจิงด้วยสายตาซับซ้อน “เสี่ยวจิง ข้าบอกให้เจ้าบรรยายกฎการแข่งขันให้เจียงผิงอันฟังแล้วมิใช่หรือ?”
เมิ่งจิงดูงุนงง “กฎ? กฎอะไร ข้าไม่เห็นจำได้เลย”
เซี่ยชิง “……”
นางทวนกฎการแข่งขันซ้ำ
เมื่อทราบว่าเจียงผิงอันจงใจควบคุมคะแนนไว้ในอันดับห้าสิบ และต้องไปสู้กับคนจากสิบอันดับแรก สีหน้าของเมิ่งจิงก็แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
“เจ้าท่อนไม้ ข้าขอโทษ! ข้าลืมเรื่องนี้ไปเลย! อย่าเสียใจนะ หากข้าชนะ ข้าให้ทรัพยากรเจ้าหมดเลย!”
แม้เจียงผิงอันจะแข็งแกร่งมาก แต่หากคิดสู้กับอัจฉริยะสิบอันดับแรก มันไม่มีทางเป็นเรื่องง่าย และโอกาสพ่ายมีสูงมาก
เจียงผิงอันยิ้มเรื่อยเฉื่อย “ไม่เป็นไรหรอก”
เมิ่งจิงกัดริมฝีปากแดงของนาง นึกโทษตนเองในใจ
นางตัดสินใจแล้วว่าจะมุ่งให้ถึงสิบอันดับแรกในท้ายที่สุดให้จงได้ และนำทรัพยากรกลับมาให้เจียงผิงอัน!
การแข่งขันยังคงดำเนินอย่างดุเดือด และเมื่อถึงตอนท้าย ทุกผู้ก็จับจ้องยังสามชื่อที่หลงเหลือ
แสงสว่างไหววูบ แล้วโจวเฟิงก็ออกมาจากดินแดนลับขณะหอบหายใจ
เขาหันมองนามบนทำเนียบอย่างดูไม่เต็มใจนัก
บ้าจริง! แค่อันดับสามเท่านั้น
สองอันดับแรกคือฟางซิงและอวิ๋นหวง
ยามโจวเฟิงถูกคัดออก ฟางซิงและอวิ๋นหวงก็ออกมาเช่นกัน
เหตุที่ทั้งสองยังคงอยู่ต่อก็เพราะกลัวโจวเฟิงไล่ตามมา
ยามนี้เมื่อเขาออกจากการแข่งขัน ทั้งสองก็ไม่ต้องอยู่ต่อแล้ว
อันดับหนึ่งและสองจะคงอยู่เพียงในการแข่งขันนี้ แต่มิใช่ขีดจำกัดของทั้งคู่
ท้ายที่สุด ฟางซิงได้อันดับหนึ่ง สังหารสัตว์ภูตไปห้าพันเจ็ดร้อยสามสิบสองตัว
อีกสองคนที่ไล่ตามมามิได้ต่างจากเขามากนัก
เป็นตัวเลขที่น่ากลัวอย่างยิ่ง
ยามอัจฉริยะมากมายมองคนทั้งสาม สายตานั้นสุดแสนครั่นคร้าม
ขอเพียงพวกเขาไม่ตกตาย ก็จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในภายหน้าแน่แท้
หมิงเฉินปิดดินแดนลับ วังวนตรงหน้าสลายหาย เหลือเพียงม่านแสงมหึมาซึ่งเป็นทำเนียบอันดับ
“การทดสอบรอบที่สองจบแล้ว อัจฉริยะห้าสิบอันดับแรกได้ไปต่อ!”
อัจฉริยะมากมายคอตกอย่างหดหู่
พวกเขาอยากสร้างนามยิ่งใหญ่ในการแข่งขัน เพิ่มชื่อเสียงให้กับตน
แต่เพิ่งเริ่ม พวกเขาก็หมดสิทธิ์เสียแล้ว
ต่อหน้าผู้เลิศล้ำสูงสุดเหล่านี้ ผู้อื่นล้วนถูกกลบรัศมีสิ้น
ความภาคภูมิสลายหาย
“ด่านที่สามจะจัดขึ้นวันพรุ่งนี้ในสนามประลอง มีผู้ชมนับล้าน และยามนี้ จะจับสลากคู่ต่อสู้รอบแรกกันก่อน”
เจ้าแคว้นหมิงเฉินโบกมือ แล้วบนทำเนียบก็เหลือเพียงนามของอัจฉริยะห้าสิบอันดับแรก
นามเหล่านี้เคลื่อนวนเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
ไม่กี่อึดใจต่อมา นามของทุกผู้ก็ถูกจัดเป็นกลุ่มเรียงตามอันดับ
การจับคู่นั้นทำโดยการสุ่ม
อัจฉริยะทั้งห้าสิบเห็นชื่อคนที่ตนต้องประชัน แล้วหลายคนก็ส่งเสียงโอดครวญทันที
“ไม่นะ! คู่ต่อสู้ของข้าดันเป็นฟางซิง!”
“รับชะตาเถิด คู่ต่อสู้ของข้าคืออวิ๋นหวง”
“เหล่าผู้รั้งท้ายไม่ต้องดิ้นรนแล้ว ต้องเจออัจฉริยะน่ากลัวที่สุดเข้าให้”
เมื่อเมิ่งจิงและจินหลินเห็นว่าเจียงผิงอันต้องสู้กับใคร สีหน้าของพวกเขาก็แปรเปลี่ยน
“ฮ่า ๆ ๆ”
โจวเฟิงหัวเราะเริงร่า ราวความแค้นในใจได้ถูกระบาย
เขาหันไปยิ้มเหี้ยมเกรียมให้กับเจียงผิงอัน “ไอ้หนู ดวงเจ้านี่แย่จริง ๆ หนนี้ข้าจะใช้เพียงกระบี่เดียวพิชิตเจ้า!”
คู่ต่อสู้ของเจียงผิงอันหาใช่ใครอื่นนอกจากโจวเฟิง
นอกจากนั้น ยังเป็นการต่อสู้รอบแรกด้วย
โจวเฟิงรู้สึกว่าสวรรค์ช่างเข้าข้างตน เขาอยากสู้กับเจียงผิงอันและเมิ่งจิงมาตลอด
มิคาดว่ารอบแรกก็ได้เจอเจียงผิงอัน มิใช่สวรรค์ช่วยเขาหรือไร?
พรุ่งนี้ยามประชัน เขาจะแสร้งฆ่าสวะนามเจียงผิงอันเสียให้ดูไม่ตั้งใจ แค่เห็นก็คลื่นไส้แล้ว
เจ้านั่นมีคุณสมบัติอะไรมายืนบนสังเวียนเดียวกันกับเขา?
“ฮ่า ๆ~”
โจวเฟิงผู้เดิมสุดเย่อหยิ่งตื่นเต้นเสียจนเสียความเยือกเย็นในกาลก่อน ลุ้นรออยากให้วันพรุ่งนี้มาถึงแทบไม่ไหว
หวังว่าหลังจากจัดการเจียงผิงอัน ข้าจะได้เจอนังสารเลวเมิ่งจิงนั่นอีก
กล้าล่วงเกินข้าโจวเฟิง พวกเจ้าควรค่าแล้วหรือ?