สู่วิถีอมตะ - บทที่ 718 โน้มเหนี่ยวดวงดาว
ร่างมหึมาของเจียงผิงอันเชื่อมนภาประสานแดน ฝ่ามือซึ่งใหญ่
กว่าผู้คนทั่วไปหลายต่อหลายเท่าชูขึ้นสู่ดวงจันทร์ ใช้วิชาดึงดารา
สุดกำลัง
ขณะมองดวงจันทร์อันสั่นสะท้าน ผู้ฝึกตนซึ่งยังไม่บรรลุเซียน
มากมายอ้าปากค้างอย่างขวัญผวา
“นี่เขาพยายามเหนี่ยวดวงจันทร์ลงมาหรือ!”
“เป็นไปไม่ได้! ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนมีพลังเช่นนั้นได้ที่
ไหน!”
“แต่ดวงจันทร์ขยับนะ!”
ก้อนหินจำนวนมากบนดวงจันทร์ถูกเจียงผิงอันถ่วงลงมา จันทร์
ดวงน้อยนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นหิน เป็นภาพน่าดูชมอย่างยิ่ง
เยี่ยเฮ่าเทียนผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลงมือโจมตีเจียงผิงอันทันที
หากปล่อยอีกฝ่ายเหนี่ยวดวงจันทร์ลงมาได้จริง ๆ เขาก็มิพ้นต้องตาย
ต้องหยุดไว้ให้ได้
ทว่า ทันทีที่เยี่ยเฮ่าเทียนเหินไปใกล้เจียงผิงอัน สนามโน้มถ่วงอัน
น่าสะพรึงกลัวก็โถมเข้าใส่ ร่างของเขาราวถูกดวงดาวทับบนหลัง เซ
ถลาร่วงลงไป
เยี่ยเฮ่าเทียนเร่งปราณเซียนในกายสุดชีวิตเพื่อฝืนกฎแห่งแรง
โน้มถ่วง “ข้าเยี่ยเฮ่าเทียนไม่มีทางแพ้!”
เขาเหินขึ้นอีกครั้ง จู่โจมเจียงผิงอันท่ามกลางแรงโน้มถ่วงชวน
สะท้าน
ขณะที่เยี่ยเฮ่าเทียนเข้าใกล้เจียงผิงอัน เจียงผิงอันก็ปลดปล่อย
เขตแดนแห่งกำลังแล้วฟาดมือใส่ทันที
หนึ่งฤทธิ์ทลายหมื่นกฎเกณฑ์
ร่างของเยี่ยเฮ่าเทียนแหลกระเบิดเป็นม่านโลหิต แต่ร่างที่ระเบิด
ไปก็ก่อตัวใหม่อย่างรวดเร็ว
หากไม่มีกฎทำลายล้าง ก็ไร้หนทางฆ่ากันในทันที
แต่การทำเช่นนี้ก็ยังเปลืองปราณเซียนของเยี่ยเฮ่าเทียน ตัวเขา
มิอาจทานทนเขตแดนโน้มถ่วง ร่วงลงกระแทกพื้นทรายสีดำอย่าง
รุนแรง
เมื่อเห็นเขตแดนโน้มถ่วงและเขตแดนแห่งกำลังรอบตัวเจียงผิง
อัน เซียนกลับชาติเยี่ยเฮ่าเทียนและปวงชนที่นี่ล้วนตะลึงนิ่ง
เขตแดนโน้มถ่วง เขตแดนกำลัง… เขตแดนแฝดอีกแล้ว! แถมยัง
เป็นเขตแดนแฝดที่สมบูรณ์ด้วย!
สามร่างของเจียงผิงอัน รวมแล้วมีห้าเขตแดน!
ไม่สิ ควรเป็นหก ก่อนหน้านี้เขาเสียรากเซียนอัสนีหยินไปหนึ่ง!
ผู้ฝึกตนทั่วไปบรรลุหนึ่งเขตแดนได้ก็ดีมากแล้ว
มิใช่พวกเขาไม่อยากบรรลุหลายเขตแดน แต่นั่นต้องใช้
พรสวรรค์และทรัพยากรมากมาย
หากพรสวรรค์ไม่ถึงแล้วตะกายอยากได้หลายเขตแดน ก็จะกลับ
กลายเป็นภาระ แข็งแกร่งได้ไม่เท่าผู้มีเขตแดนเดียวเสียแทน
แม้บางผู้จะมีพรสวรรค์และทรัพยากรเพียงพอให้บรรลุหลายเขต
แดน ภายใต้ข้อจำกัดของกฎฟ้าดิน อย่างมากก็บรรลุเขตแดนได้
เพียงสามอยู่ดี
แต่เจียงผิงอันมีห้า!
นอกจากนั้น แต่ละเขตแดนยังน่ากลัวสุดขั้ว นอกจากเขตแดน
ทำลายล้างซึ่งยังบกพร่อง ทุกเขตแดนที่เหลือล้วนสมบูรณ์
โดยเฉพาะเขตแดนแห่งกำลังและเขตแดนโน้มถ่วงจากร่างจริง
ของเจียงผิงอันที่ไม่รู้มีพลังสายเลือดอะไร มันทรงพลังจนน่าขันโดย
แท้
หลังจากเจียงผิงอันฟาดฝ่ามือเมื่อครู่ ปราณเซียนของเขาก็หมด
สิ้น ทุกสิ่งล้วนใช้ไปกับ ‘วิชาดึงดารา’
“อ๊าก!”
กล้ามเนื้อของเจียงผิงอันเกร็งตึง เส้นผมดำปลิวไสว กำหมัด
กราชากลงอย่างรุนแรง
จันทร์ดวงน้อยถูกลากลงมากระแทกใส่เยี่ยเฮ่าเทียน
เห็นเหตุอันตระการนี้ ทุกดวงใจคลับคล้ายจะถูกเจียงผิงอันลาก
ไปด้วย
เจียงผิงอัน คนผู้นี้ลากดวงจันทร์ลงมาจริง ๆ!
แม้ดวงจันทร์ในดินแดนลับจะมิได้ใหญ่โตอะไร แต่ก็ยังเป็นดาว
ดวงหนึ่งอยู่ดี
หากพลังไม่อยู่เหนือระดับเดนเซียน ก็อย่าหวังลากดวงจันทร์นี้
ลงมาได้ แต่เจียงผิงอันทำได้!
เยี่ยเฮ่าเทียนยืนบนพื้นทราย ดวงตาเหม่อมองดวงดาวเหินลงมา
สวะไร้ค่าจากภพล่าง ไฉนจึงแข็งแกร่งเพียงนี้…
โดยไม่รอดวงจันทร์ร่วงหล่น เยี่ยเจิ้นที่มองอยู่ก็แผดเสียง “หาก
เจ้ากล้าฆ่าน้องข้า ข้าจะทำลายสำนักเซียนอวี่หวงของเจ้าเสีย!”
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว เก็บมือย่อตัวแล้วหันกายจาก
ผลศึกนี้ชัดเจนแล้ว เยี่ยเฮ่าเทียนจะตายหรือไม่ล้วนไร้สำคัญ
ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยแข็งแกร่งเกินไป สำนักเซียนอวี่หวงมิอาจ
ล่วงเกิน และเขาก็ไม่อยากสร้างศัตรูตัวฉกาจให้สำนักเซียนอวี่หวง
ด้วย
เมื่อไร้การควบคุมของเจียงผิงอัน ดวงจันทร์ก็ชะลอความเร็วการ
ร่วงหล่น เมื่อเยี่ยเจิ้นโบกมือ ดวงจันทร์ก็เหินกลับนภาไปอย่างรวดเร็ว
ดวงจันทร์ที่เจียงผิงอันต้องทุ่มสุดแรงกว่าจะลากลงได้ เป็นเพียง
ของเล่นเล็กน้อยในมือเยี่ยเจิ้น แสดงชัดถึงความต่างชั้น
“ฮ่า ๆ นี่หรือเซียนกลับชาติของราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย? เทียบกับ
อัจฉริยะของแดนจันทร์มายาเราแล้วยังห่างชั้นนะ” ประมุขเมืองหลิง
เยว่ไม่กินเส้นกับเยี่ยเจิ้นมาแต่แรก เขาจึงถือโอกาสเยาะเย้ย
แม้เมืองหลิงเยว่จะสู้ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยมิได้ แต่ก็ไม่มีทางที่
ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยจะทำลายพวกเขาได้ง่าย ๆ
ทุกฝ่ายล้วนมีเซียน หากส่งเซียนมา อีกฝ่ายก็พร้อมส่งเซียนไป
เล่นงานปุถุชนในแดนดิน ถล่มปวงชนในราชวงศ์อีกฝ่ายลงเสีย
เปลี่ยนเซียนฝั่งอีกฝ่ายให้อ้างว้างลำพังในโลกหล้า
หากเป็นปกติ เซียนจะไม่ลงมือมากนักเว้นแต่จะมั่นใจว่าทำลาย
อีกฝ่ายได้แน่นอน ต่อให้มีความบาดหมางกัน พวกเขาก็ยังต้องส่ง
ผู้น้อยมาสู้ตัดสิน
เยี่ยเจิ้นหน้าดำคล ้า พาน้องชายผู้ยืนตะลึงเข้าสู่โลกใบน้อยใน
กาย ชำเลืองเจียงผิงอันแล้วอันตรธานไปทันที
เยี่ยเจิ้นไม่มีหน้าอยู่ต่อ เขามิคาดว่าน้องชายตนจะพ่าย ผู้ฝึกตน
ชื่อเจียงผิงอันผู้นี้ กลับไปเขาต้องตรวจสอบให้ดี ปรากฏว่ามีปีศาจ
ร้ายตนหนึ่งปรากฏขึ้นที่แดนจันทร์มายาแล้ว
ทะเลทรายสีดำคืนสู่ความเงียบ ทุกผู้ล้วนมองเจียงผิงอันตาค้าง
ตัวตนอย่างเซียนกลับชาติแข็งแกร่งกว่าอัจฉริยะทั่วไปมากนัก
แต่เขาก็ยังสู้ชนะมาได้
นี่คือฤทธิ์แท้จริงของเจียงผิงอัน?
เหล่าเซียนจากสำนักเซียนเทียนหลานสีหน้างอง ้าบูดเบี้ยว
ประหนึ่งญาติสนิทตายจาก
เดิมที โอวหยางหงอวิ้นอยากยืมมือคนจากราชวงศ์เซียน
สกุลเยี่ยมาฆ่าเจียงผิงอัน แต่หารู้ไม่ว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งจนพิชิต
เซียนกลับชาติได้
นี่มิใช่เรื่องดีสำหรับพวกเขาสำนักเซียนเทียนหลานเลย
เจียงผิงอันหันไปถามเหมียวจิ่ง “อาจารย์ขอรับ อัจฉริยะของ
ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยคงมิได้มีความแข็งแกร่งแค่นี้หรอกกระมัง?”
เหมียวจิ่ง “???”
ปวงชน “???”
ที่ว่า ‘แค่นี้’ หมายความเช่นไร ใช้คำผิดไปหรือไม่?
“อะแฮ่ม”
เหมียวจิ่งกระแอมกระไอ ผลงานของเจียงผิงอันยอดเยี่ยมมาก
เป็นหน้าเป็นตาให้เขา แต่เขาก็เตือนออกมาด้วยน ้าเสียงเคร่งขรึม
“อย่าได้ย่ามใจ โลกหล้ามีอัจฉริยะมากมาย วรยุทธ์เลิศล ้าละลาน
เจ้าอาจเอาชนะเยี่ยเฮ่าเทียนได้ แต่ก็ยังมีตัวตนมากมายที่เอาชนะเจ้า
ได้ เช่นผู้ฝึกจิตที่ฝึกพลังวิญญาณ พวกเขาโจมตีวิญญาณเจ้าได้
โดยตรง ไม่ว่าเกราะป้องกันจะแข็งหนาแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์”
เจียงผิงอันพยักหน้า เขามิได้เถียงอาจารย์ มิได้ถือตัวลำพอง
เขารู้ว่าภพเซียนมีปีศาจร้ายมากมาย คนบางผู้กระทั่งเกิดมาพร้อม
อำนาจระดับเซียน
แต่ว่าเขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะยังมิทันได้แผลงฤทธิ์เต็มที่
เลย
เขาหันไปกล่าวกับสำนักเซียนใหญ่อื่น ๆ “โปรดชี้แนะด้วย”
การต่อสู้ยังไม่จบ หวังว่าขุมกำลังใหญ่เหล่านี้จะบีบให้เขาทุ่ม
กำลังเต็มที่ได้
อวตารร่างมารศักดิ์สิทธิ์และอวตารกลืนสวรรค์ซึ่งฟื้นตัวเสร็จสิ้น
เหินออกมา ร่างทั้งสามแผ่ปราณทรงพลังเยี่ยงสามดาวฤกษ์ ทำให้
ปวงชนไม่อาจมองได้ตรง ๆ
สามร่างเหล่านี้ ไม่ว่าร่างใดก็เป็นเลิศเหนือผู้ใดในระดับทั่วแดน
จันทร์มายา แต่สามร่างนี้ล้วนแล้วคือคนเดียวกัน
ปวงชนล้วนทราบว่าจากศึกวันนี้ ชื่อของเจียงผิงอันจะลือลั่นทั่ว
แดนจันทร์มายาแน่แท้
“ได้ยอดคนเช่นนี้ ยินดีกับพวกเจ้าสำนักเซียนอวี่หวงด้วย และ
ยินดีที่พวกเจ้าได้เคหานี้ไปด้วยเช่นกัน”
ประมุขเมืองหลิงเยว่เอ่ยปากแสดงความยินดี เผยนัยชัดว่าย
อมรามือมิแย่งเคหานี้
เจียงผิงอันหยุดคนตระกูลเยี่ย รักษาหน้าตาแดนจันทร์มายาไว้
ได้ หากเขายังสู้ต่อก็คงเกินไปหน่อย ขุมกำลังใหญ่อย่างพวกเขายังมี
ยางอาย
นอกจากเหล่าคนจากสำนักเซียนเทียนหลานที่เหินจากไปด้วย
ใบหน้าง ้างอ ขุมกำลังอื่น ๆ ล้วนพากันเข้ามาแสดงความยินดี
เจ้าสำนักเซียนกระบี่เอ่ยปาก “หลานน้อยเจียงคงยังไม่มีคู่
บำเพ็ญสินะ ข้ามีหลานสาวผู้ผ่าเผยเช่นเซียนกระบี่อยู่ผู้หนึ่ง คิดว่า
เหมาะสมยิ่งเช่นกิ่งทองใบหยก”
เซียนจากสำนักเซียนเป่ยฮวงพูดขึ้น “หลานสาวข้าหยางจิ่นอวี๋
ลือนามยิ่ง เจ้าทั้งสองล้วนคู่ควร ทำความรู้จักสนิทสนมกันไว้ได้นะ”
“เมืองหลิงเยว่ของข้ามีองค์หญิงผู้หนึ่ง…”
เหล่าเซียนจากขุมกำลังใหญ่ทั้งหลายล้วนทำตัวเป็นพ่อสื่อพ่อ
ชัก แนะนำทายาทหญิงผู้โดดเด่น คิดจะเกี่ยวดองกับเจียงผิงอัน
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาประเมินเจียงผิงอันไว้สูงยิ่ง
ขอเพียงปีศาจร้ายนี่ไม่เกิดอุบัติเหตุใด ด้วยพรสวรรค์ของเขา
โอกาสบรรลุเซียนก็สูงยิ่ง
“ถอยที หลีกเลย ศิษย์ข้าปักใจแสวงเต๋า มิปรารถนาสตรีใด
หรอก” เหมียวจิ่งปฏิเสธมิเลือกหน้า ศิษย์ชั้นดีเช่นนี้ แน่ล่ะว่าเขาต้อง
เหลือไว้ให้บุตรีตัวเอง
เหมียวจิ่งไม่พอใจบุตรีตนอย่างยิ่ง นางอยู่กับเจียงผิงอันมานาน
ขนาดนี้ยังเอาชนะใจเขามิได้ ท่าทางเขาต้องให้ยายหนูเหมียวเสียรีบ
ๆ รวบหัวรวบหางเขาเสียแล้ว หากรอจนเจียงผิงอันเติบโต นางก็ใช้
กำลังอะไรกับเขาไม่ได้แน่