สู่วิถีอมตะ - บทที่ 708 คุ้มครอง
โทสะของยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนเป็นสิ่งน่ากลัวอย่างยิ่ง
ตัวตนเช่นนี้ขาดเพียงก้าวเดียวก็จะบรรลุเซียน พวกเขาสัมผัส
กฎมหาเต๋ากันแล้ว
สตรีผู้นี้ใช้อาวุธวิเศษ จู่โจมเจียงผิงอันด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว
นางรู้สึกขายหน้ายิ่งที่ต้องเจ็บตัวเพราะผู้ฝึกตนระดับต ่าเช่นนี้
นางต้องฆ่าเด็กนี่ให้ได้
ขณะที่นางพุ่งเข้ามานั้นเอง แผ่นหยกแผ่นหนึ่งพลันเหินขึ้นจาก
พื้นทราย นี่คือยอดสมบัติของฉางหงที่ก่อนหน้านี้เจียงผิงอันใช้ขวด
กลืนสวรรค์ชิงมาในโรงเตี๊ยมที่เมืองผี
ยามยอดสมบัติชิ้นที่สองระเบิดตัว เจียงผิงอันก็ลอบซ่อนแผ่น
หยกนี้ไว้ในทราย
ยอดสมบัติแผ่นหยกโบราณเหินมายังอกของสตรีผู้นี้โดยไม่ทัน
ตั้งตัว นางมิคาดเลยว่าเจียงผิงอันจะซ่อนยอดสมบัติชิ้นหนึ่งไว้ที่นี่
ตู้ม!
ยอดสมบัติชิ้นที่สามระเบิดออกพร้อมเสียงสนั่นโสต ร่างของยอด
ฝีมือหญิงผู้นี้สลายแหลก
ภายใต้การโจมตีของกฎมหาเต๋า ไร้โอกาสฟื้นคืนลักษณ์ใด ๆ
คลื่นพลังอันแข็งแกร่งกวาดทรายสีดำกระจายตัว วายุโหยหวน
คลื่นพลังกฎมหาเต๋าวูบไหวกลางเวหา
เจียงผิงอันยืนกลางอาคม มองภาพทุกอย่างอย่างสุขุม
ยอดฝีมือทั้งหลายรายล้อมดูตะลึง
ปรากฏว่าเด็กนี่มียอดสมบัติสามชิ้น!
ผู้ได้มาเห็นยอดสมบัติสามชิ้นแหลกระเบิดด้วยตนเองเท่านั้นจึง
เข้าใจความรู้สึก
ปวดใจ ตกใจ พรั่นพรึง…
ยอดสมบัติที่พวกเขามิอาจเอื้อม ถูกเด็กนี่เอามาระเบิดสามชิ้น!
หากเอายอดสมบัติเหล่านี้ให้พวกเขา พวกเขาก็ไม่สนใจวาสนา
อะไรแล้ว
ศิษย์สำนักเซียนอวี่หวงมั่งคั่งเพียงนี้แต่ยามใด?
คนทั้งหลายมองเจียงผิงอันในอาคม ในใจเกิดความครั่นคร้าม
เจ้านี่การฝึกฝนมิได้สูงแท้ ๆ แต่กลับให้ความรู้สึกกดดันต่อพวกเขา
เพียงนี้
ขณะนี้ ยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนหลายคนเหินมาสมทบ
จากไกล ๆ
“ที่นี่เกิดอะไรขึ้น?”
พวกเขาไม่เห็นเหตุการณ์ แต่สัมผัสแรงระเบิดชวนขนลุกได้
“เจ้าเด็กผิดมนุษย์นี่น่ะสิ ระเบิดยอดสมบัติสามชิ้นฆ่าคนไปสอง
พวกเจ้าศิษย์สำนักเซียนอวี่หวงมั่งคั่งเพียงนี้แต่ยามใด?”
สายตาของคนทั้งหลายจับจ้องที่นักดาบผู้หนึ่ง จากป้ายแสดงตน
ที่เอวเขา ก็บอกได้ว่าเขามาจากสำนักเซียนอวี่หวง
“คนผู้นี้เป็นศิษย์สำนักเซียนอวี่หวงของข้าหรือ?”
นักดาบผู้นั้นมองเจียงผิงอันตาค้าง
เขาไม่ค่อยได้กลับสำนัก เจียงผิงอันก็ไม่ค่อยได้ออกมา ทั้งสอง
จึงไม่เคยพบหน้า
ป้ายแสดงตนที่เจียงผิงอันแขวนที่เอวเขียนไว้ว่า ‘ศิษย์สำนัก
เซียนอวี่หวง เจียงผิงอัน’
ดวงตาของนักดาบเบิกกว้าง “ที่แท้เจ้าก็คือศิษย์น้องเจียง!”
แม้เขาจะไม่ค่อยได้กลับสำนัก แต่ก็ยังเคยได้ยินว่าสำนักมีร่าง
ศึกเพิ่มมาอีกคน
นักดาบผู้นั้นมองเจียงผิงอันอย่างชื่นชม ผู้ฝึกตนระดับต ่าเพียง
หนึ่งขวางยอดฝีมือมากมายเพียงนี้ ทั้งยังกล้าเสียยอดสมบัติมากมาย
ความกล้าและความอุทิศตนเช่นนี้ทำให้เขาละอายต่อตนนัก
“ศิษย์น้องเจียง ลำบากเจ้าแล้ว จากนี้ศิษย์พี่จัดการเองนะ”
นักดาบชักดาบออกขวางหน้าอาคม “สำนักเซียนอวี่หวงของเรา
ยึดที่นี่ไว้แล้ว ผู้ไม่เกี่ยวข้องรีบไปเสีย!”
“ศิษย์พี่”
เจียงผิงอันร้องเรียก เปิดอาคมแล้วโยนยอดสมบัติดาบยาวเล่ม
หนึ่งให้
ปวงชนรายล้อมจังงังไปทันที
มารดามัน เขาระเบิดยอดสมบัติไปสามชิ้นแล้ว ไฉนเจ้านี่จึงยังมี
ยอดสมบัติอีก!
ไปซื้อเหมายอดสมบัติเลหลังขายมาหรือไร!
ต่อให้เป็นเดนเซียนยังหายอดสมบัติใช้สักชิ้นสองชิ้นยากนักเลย
แต่เจ้าเด็กนี่ ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนกลับมียอดสมบัติสี่
ชิ้น!
พวกเขาสงสัยว่าเจ้าเด็กนี่อาจยังมียอดสมบัติอยู่อีก
เจียงผิงอันยังมียอดสมบัติอยู่กับตัวจริง แต่มีไม่มากนัก
ยอดสมบัติเหล่านี้ เขาล้วนได้มาจากผู้ฝึกตนของสำนักเซียน
เทียนหลาน
เขาได้มาส่วนหนึ่งในเมืองผี และเมื่อครู่ยามพบยอดอัจฉริยะของ
สำนักเซียนเทียนหลานก็ได้มาอีกส่วน
“มิคาดเลยว่าจะมีวันที่ข้าได้สัมผัสยอดสมบัติกับเขาด้วย” นัก
ดาบผู้นี้แสนปรีดา อยากให้ใครสักคนมาหาที่ตาย ให้เขาลองใช้ยอด
สมบัติใจจะขาด
ปวงชนรอบข้างล้วนไม่ขยับ
นักดาบจากสำนักเซียนอวี่หวงผู้นี้ชื่อเสียงไม่น้อย แม้พลังต่อสู้จะ
มิได้เลิศล ้าเป็นหนึ่ง แต่ก็มิใช่ธรรมดา เมื่อมียอดสมบัติเพิ่มมา ยิ่ง
รับมือยากไปใหญ่
เรื่องสำคัญคือ ไร้ผู้ใดทราบว่าเจ้าคนในค่ายกลนั่นยังมียอด
สมบัติอีกหรือไม่
ผู้ฝึกตนมากมายทยอยสมทบ รวมถึงผู้ฝึกตนจากสำนักอื่น ๆ
และผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนอวี่หวงด้วย
แรงกดดันทางฝ่ายสำนักเซียนอวี่หวงเพิ่มสูง นอกจากผู้ฝึกตน
จากสี่สำนักเซียนใหญ่อื่น ๆ ยังมีศิษย์สำนักอื่นรวมอยู่ด้วย
“ผู้พานพบล้วนต้องได้ส่วนแบ่ง พวกเจ้าสำนักเซียนอวี่หวงจะฮุบ
ไว้ลำพังหรือ?” ผู้ฝึกตนผมเขียวผู้หนึ่งกล่าว
“ผู้พานพบล้วนได้แบ่งอะไรของเจ้า! ยามข้าพบเมียเจ้า เจ้าก็จะ
แบ่งด้วยหรือ?” ศิษย์อารมณ์ร้ายผู้หนึ่งจากสำนักเซียนอวี่หวง
แดกดัน
“แบ่งก็ได้นี่” ผู้ฝึกตนผมเขียวเอ่ย
ปวงชน “…”
เหล่าศิษย์สำนักเซียนอวี่หวงเมินเจ้าคนวิตถารนี่ขณะพินิจผู้ฝึก
ตนทั้งหลายอย่างกระวนกระวาย หากคนเหล่านี้ล้อมโจมตี พวกเขาก็
หยุดไม่ไหวจริง ๆ
เหตุที่คนเหล่านี้ยังไม่ลงมือมีเพียงเพราะชื่อเสียงของสำนักเซียน
อวี่หวง และไม่มีใครอยากดาหน้ามาตายคนแรก
“เราสำนักเซียนเทียนหลานเต็มใจเป็นแกนนำ เรื่องนี้ให้นับเป็น
ภาระของเราสำนักเซียนเทียนหลานเอง ขอทุกท่านร่วมมือกัน เรา
สำนักเซียนเทียนหลานจะเปิดโอกาสให้ ทะลวงอาคมไปสำรวจหา
โอกาสด้วยกันเถอะ!”
หลังจากเหล่าศิษย์สำนักเซียนเทียนหลานหารือ พวกเขาก็
ตัดสินใจนำปวงชนทะลวงแนวป้องกันของสำนักเซียนอวี่หวงเข้าไป
ต้องมิให้สำนักเซียนอวี่หวงยึดครองเคหานี้ไว้ลำพังเด็ดขาด
ส่วนเรื่องล่วงเกินสำนักเซียนอวี่หวงนั้น สำนักเซียนเทียนหลาน
หาสนใจไม่ สองฝ่ายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันอยู่แล้ว
เมื่อเห็นมีผู้ช่วยรับผิดชอบ ผู้ฝึกตนมากมายก็ชักอาวุธเตรียม
บุกฝ่า
ขณะนั้นเอง สุญตาถูกฉีกกราชาก กฎเต๋าเซียนทรงพลังเรืองรอง
ในดินแดนลับ ฤทธิ์เซียนมนุษย์ปรากฏขึ้น
ปวงชนล้วนสะดุ้งโหยง
เซียนมนุษย์มาถึงแล้ว!
เซียนมนุษย์มากมายซึ่งมีปีกทองเบื้องหลังปรากฏขึ้น
เมื่อยอดฝีมือจากขุมกำลังใหญ่ทั้งหลายเห็นคนเหล่านี้ หัวใจ
พวกเขาพลันสะท้าน
จบสิ้นแล้ว ยอดฝีมือจากสำนักเซียนอวี่หวงมาถึงแล้ว
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนอวี่หวงซึ่งพิทักษ์หน้าอาคมผ่อนลม
หายใจยาว ในที่สุดบุคคลระดับสูงของสำนักก็มาถึงเสียที
ทว่าไม่นานนัก ยอดฝีมือซึ่งแผ่ปราณเซียนมากมายก็ทยอย
ปรากฏตัว
เป็นเซียนมนุษย์จากเมืองหลิงเยว่
อึดใจต่อมา เซียนมนุษย์จากสำนักเซียนเป่ยฮวง สำนักเซียน
กระบี่ สำนักเซียนเทียนหลาน… ต่างก็มาตาม ๆ กัน
ดินแดนลับจันทร์มายาอันมืดสลัวเรืองรองกะทันหัน เซียนมนุษย์
แต่ละผู้ล้วนเหมือนเช่นดวงตะวัน รายล้อมด้วยกฎเต๋าเซียนเจิดจรัส
ปราณทรงพลังชวนสะท้านจำนน
ผู้ฝึกตนระดับต ่าหลายคนโรยตัวจากฟ้า แหงนหน้ามองเซียน
มนุษย์เหล่านี้จากบนพื้นทันที
“เซียนมนุษย์มามากมายนัก ข้าอยู่มาหลายพันปี ก็เพิ่งเคยเห็น
เซียนมนุษย์รวมตัวกันมากมายเช่นนี้”
“เจ้าสำนักของสำนักเซียนใหญ่ทั้งหลายล้วนมากันหมดเลย”
“มันคงไม่กลายเป็นศึกเซียนหรอกกระมัง?”
คนมากมายกังวลว่าเซียนมนุษย์เหล่านี้จะเปิดสงครามกันเอง
“จะเกิดศึกได้อย่างไรกัน หากเป็นเช่นนั้นผู้ฝึกตนทั้งดินแดนลับ
ได้ตายกันพอดี หากคาดไม่ผิด ความเป็นเจ้าของเคหานี้น่าจะตัดสิน
กันด้วยวิธีอื่นแหละ”
เซียนมนุษย์ออกศึกเป็นเรื่องร้ายแรง ศึกทั่วไปจะไม่ยกระดับจน
เซียนมนุษย์ต้องลงมือ
เซียวเหลียงเหยียน เจ้าสำนักเซียนอวี่หวงกวาดตามองเหล่า
เซียนมนุษย์จากขุมกำลังใหญ่ทั้งหลายพลางถาม
“นี่เป็นสิ่งที่เราสำนักเซียนอวี่หวงค้นพบก่อน และศิษย์สำนักข้า
ยังครอบครองมันก่อนด้วย ทำเช่นนี้หมายความเช่นไร จะปล้นกันซึ่ง
ๆ หน้าหรือ?”
โอวหยางหงอวิ้น เจ้าสำนักเซียนเทียนหลานกล่าวเสียงเนิบ
“หากเหตุผลมีประโยชน์ โลกนี้คงไร้สงคราม ไม่ต้องพูดมากความ ให้
ความแข็งแกร่งตัดสิน”
พวกเขาก็จะปล้นนี่แหละ
นี่น่าจะเป็นเคหาที่เผ่าวิหคศักดิ์สิทธิ์ทิ้งไว้ ต้องมิให้สำนักเซียน
อวี่หวงได้ไปเด็ดขาด นั่นจะทำให้สำนักเซียนอวี่หวงก้าวหน้ายิ่งขึ้น
อีก
“อ๊าก!”
หนึ่งเสียงกรีดร้องพลันดังขึ้น เสียดแทงแก้วหูในชั่วกาลตึงเครียด
นี้เป็นอย่างยิ่ง
ผู้ฝึกตนและเซียนมนุษย์มากมายหันมองตามอย่างเผลอตัว
ที่ทางเข้ารอยแตกมิติ ผู้ฝึกตนคนหนึ่งนั่งบนก้อนหิน ในมือถือ
ตรวนเปื้อนเลือด ที่อีกปลายตรวนล่ามหนังมนุษย์ร่างหนึ่งไว้ มีเพียง
ส่วนกะโหลกที่ยังมีกระดูก ขณะที่ศีรษะนั้นถูกเหยียบอยู่ใต้เท้าเขา
เจ้าของเสียงคือหนังมนุษย์ร่างนี้ ศีรษะของเขายุบแบนไปนิด
หน่อย
“ผู้อาวุโสทุกท่านมิต้องสนใจข้าหรอก พวกท่านคุยกันต่อไป
เถิด”
เจียงผิงอันพูดอย่างสุภาพ