สู่วิถีอมตะ - บทที่ 121-130
บทที่ 121 ทูลขอวิชาลับ
เซี่ยชิงส่งกระแสปราณถึงเจียงผิงอัน “คนผู้นี้คือองค์ชายสี่ ผู้ที่ วางยาพิษเจ้าก่อนหน้านี้ ระวังด้วย”
เจียงผิงอันพยักหน้า ยามทราบข่าวนี้ สีหน้าของเขาหา แปรเปลี่ยนไม่
โกรธไปจะได้อะไร จะฆ่าอีกฝ่ายได้หรือ?
เขามิสามารถท าได้
เก็บมันในใจ เปลี่ยนโทสะเป็ นแรงผลักดัน
เขาตามเซี่ยชิงเดินตามถนนเข้าสู่วังหลวง
ก าแพงวังมิได้สูงมากนัก สลักเสลาลวดลายวิจิตรอ่อนช ้อย มี อักขระวูบไหวบนแผ่นศิลาใต้เท้า
ทันทีที่เข้าสู่วังหลวง เจียงผิงอันก็รู ้สึกเหมือนถูกจิตส านึก มากมายกวาดตรวจสอบ
พวกเขาคือยอดฝีมือผู้ลาดตระเวนพิทักษ์วังหลวง
ไร ้ผู้ใดพูดคุยเสียงดัง แม้บนถนนจะมีคนเดินเสวนา เสียงของ พวกเขาก็ส ารวมแผ่วเบา
ส ารวม เคร่งขรึม
เจียงผิงอันไม่ชอบสภาพแวดล้อมเช่นนี้อย่างยิ่ง
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงโถงใหญ่แห่งหนึ่ง
โถงหลักนั้นงามตระการ ให้บรรยากาศสูงส่งเกินบรรยาย
บนพื้นยกสูงใจกลางโถง มีบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมมังกรทองนั่งอยู่ แผ่บรรยากาศยิ่งใหญ่เหนือใคร
ชายผู้นั้นมีคิ้วดุจกระบี่ ดวงตาพร่างพราว มิได้เดือดดาลหรือถือ ตัว
เป็ นที่ชัดเจนว่าคนผู้นี้คือประมุขแห่งต้าเซี่ย บิดาของเซี่ยชิง
ข้างกายของชายผู้นั้นมีขันทีผู้หนึ่งยืนอยู่ เบื้องหลังมีนางกานัล สองคน
ด้านข้างยกพื้นทั้งซ ้ายขวามีขันทีมากมาย
คนกลุ่มนี้ไม่เผยปราณแม้แต่น้อย แต่ตาขวาของเจียงผิงอัน ประจักษ์ขอบเขตการฝึกฝนของพวกเขาชัดแจ้ง
ผู้มีการฝึกฝนต่าที่สุดอยู่ในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด!
เจียงผิงอันมิกล้าพินิจต่อ ด้วยกลัวอีกฝ่ายจะสังเกตพบ
น่ากลัวจริง ๆ
ดูเหมือนที่นี่จะมียอดฝีมืออยู่มากกว่ามดเสียอีก
ประมุขแห่งต้าเซี่ยมิทันพูดอะไร เซี่ยชิงก็ปรี่เข้ามากุมกาปั้น คารวะ “เสด็จพ่อ ลูกขอถวายบังคม!”
เจียงผิงอันและอวิ๋นหวงรีบกุมกาปั้นคารวะตาม
คนผู้นี้คือประมุขสูงสุดแห่งต้าเซี่ย จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ย
เซี่ยหยวนเฮ่ากล่าวกับเซี่ยชิงด้วยสีหน้าไร ้อารมณ์ “มิได้รับเชิญ แต่ปราดเข้ามาในโถงหลักเอง ท าอะไรของเจ้า?”
เซี่ยชิงแย้มยิ้ม “เพราะลูกคิดถึงเสด็จพ่อมากเกินไปไงเพคะ”
“เจ้าบื้อไปแล้วหรือ?” สีหน้าของเซี่ยหยวนเฮ่าขึงขังไร ้รอยยิ้ม
“เสด็จพ่อปรีชาสามารถ เลิศล้าตราบกาลสมัย เทียบได้กับมหา จักรพรรดิโบราณ……”
“พอแล้ว กลับมาได้ก็ตั้งใจฝึกฝน ห้ามทาผิดอีก”
เซี่ยหยวนเฮ่าไม่ได้อยากฟังบุตรีตนเยินยอยืดยาวต่อไป เทียบได้ กับมหาจักรพรรดิโบราณอะไร เขาจะสามารถเพียงนั้นได้หรือ
“ขอบพระทัยที่ประทานอภัยเพคะ!”
รอยยิ้มเบ่งบานบนใบหน้าของเซี่ยชิง “เสด็จพ่อ ครั้งนี้เจียงผิงอัน สร ้างผลงานยิ่งใหญ่ ลูกเลยอยากทูลขอวิชาลับของราชวงศ์ต้าเซี่ย ‘ร่างเต๋า’ ให้เจียงผิงอันเพคะ”
“องค์หญิงเก้าทรงล้อเล่นอยู่หรือไร! นี่คือวิชาลับของราชวงศ์ต้า เซี่ย จะมอบให้คนนอกได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ!”
เซี่ยหยวนเฮ่าไม่ทันอ้าปาก เสนาบดีผู้หนึ่งก็เอ่ยแย้ง
“นั่นสิพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยังได้ยินมาด้วยว่าคนผู้นี้มาจากแคว้นห ลิงไถ ใครจะรู ้ว่าเป็ นไส้ศึกหรือไม่”
“ฝ่ าบาท โปรดอย่ามอบวิชาลับออกไปเช่นนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ วิชาลับ ของราชวงศ์เป็ นรากฐานของราชวงศ์นะพ่ะย่ะค่ะ!”
เสนาบดีหลายคนทาราวสิ้นญาติขาดมิตร น้าเสียงสุดแสนรวด ร ้าว หยุดการทูลขอของเซี่ยชิงไว้
มุมปากองค์ชายสี่เซี่ยเทียนลู่ที่ด้านหลังยกยิ้ม
ผู้เอ่ยปากเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็ นคนของเขา
แม้การสกัดเจียงผิงอันมิให้ได้ ‘ร่างเต๋า’ ไปจะไม่มีประโยชน์ใด ๆ ส าหรับพวกเขาเลยก็ตาม แต่ขอเพียงมันทาให้เซี่ยชิงขัดเคืองใจก็ คุ้มค่าแล้ว
สีหน้าของเซี่ยชิงเย็นเยียบ ตอบเหล่าเสนาบดีไปว่า
“ยามนี้ เจียงผิงอันคือน้องชายข้า ในศึกชิงเกาะเทวะ เขาก็ฆ่า ร่างเทวะสุดขั้วหยางไปสองหน เกียรติภูมิสะท้านต้าเซี่ย สร ้างขวัญ กาลังใจแก่ทัพหน้า คืนแดนดินที่เสียไปได้มากมาย แค่แลกด้วย ‘ร่าง เต๋า’ ไฉนเลยจะไม่ได้?”
ชายชราผู้หนึ่งแค่นยิ้ม “เขามิได้ฆ่าร่างเทวะสุดขั้วหยางจริง ๆ เสียหน่อย มิใช่สุดท้ายอีกฝ่ ายก็หนีไปได้หรือ? หากเขาฆ่าฉู่หยางได้ จริง ๆ สิ ให้วิชาลับเขาไปค่อยเป็ นไปได้หน่อยพ่ะย่ะค่ะ”
ขันทีอีกคนเสริม “จากการสืบข้อมูลของข้าน้อย เจียงผิงอันเกิด ในแคว้นหลิงไถ เขาอาจจะเป็ นไส้ศึกจากแคว้นหลิงไถก็ได้พ่ะย่ะค่ะ!”
เซี่ยชิงกาหมัดแน่น แผดเสียงอย่างเดือดดาล “น้องชายข้าฆ่ารัช ทายาทแห่งต้าฉู่สองหน ชิงศาสตราเซียนครึ่งขั้นมาได้ นี่เรียกไส้ศึก หรือ?”
คนผู้หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยท่าทางพิกล “อาจเป็ นการแสดงก็ได้พ่ะย่ะ ค่ะ พวกที่ฆ่าครอบครัวตัวเองเพราะคิดแทรกซึมแดนดินเรา กาลก่อน ก็เคยมี”
“เด็กนี่ก็อาจเล่นละครอยู่ ข้าน้อยขอเสนอให้ฆ่าเขาเสียเดี๋ยวนี้ เลย! ปัญหาต่อไปจะได้ไม่เกิดพ่ะย่ะค่ะ!”
ขณะมองพวกไอ้แก่ไร ้ยางอายเหล่านี้ เซี่ยชิงก็เดือดสุดขีด “พวก ไอ้แก่งี่เง่า……”
“พอแล้ว!”
เซี่ยหยวนเฮ่าเห็นเซี่ยชิงจะหลุดสยบหยาบคาย เขาก็กล่าวหยุด ไว้ มิเช่นนั้นภาพลักษณ์ราชวงศ์อาจเสียหายได้
“วิชาลับของราชวงศ์ต้าเซี่ยเป็ นความลับในราชวงศ์ มิได้ ถ่ายทอดให้ผู้ใด มีเพียงผู้สร ้างผลงานเพียงพอเท่านั้นจึงรับไปได้ แม้ เจียงผิงอันจะมีผลงาน แต่ก็ยังไม่เพียงพอให้ได้วิชาลับไป”
สีหน้าของเซี่ยชิงแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์ บิดานางบอกไม่ได้ ก็ หมายความว่าหมดหวังแล้ว
เซี่ยเทียนลู่เห็นเซี่ยชิงหน้าเสีย เขาก็ปรีดาเป็ นอย่างยิ่ง
ขณะที่เซี่ยชิงกาลังจะเอ่ยปากพูดต่อ เจียงผิงอันที่ข้างกายนางก็ พลันปริปาก
“ฝ่ าบาท กระหม่อมได้องค์หญิงกรุณาดูแล บรรลุถึงจุดนี้ได้ กระหม่อมก็ซาบซึ้งต่อองค์หญิงแห่งต้าเซี่ยมากแล้ว”
ว่าแล้ว พู่กันเสียหายด้ามหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ เขายกมันเหนือ หัวด้วยสองมือ
“อาวุธวิเศษนี้คือศาสตราเซียนครึ่งขั้น ชิงมาได้จากรัชทายาท แห่งต้าฉู่ เพื่อตอบแทนความกรุณาที่ต้าเซี่ยมีให้ กระหม่อมจึงยินดี ถวายอาวุธวิเศษนี้แก่ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
พู่กันเสียหายเรืองรัศมีสีทองจาง ๆ ท าให้ดวงตาผู้คนมากมาย แดงก่า
นี่คือศาสตราเซียนครึ่งขั้น ต่อให้เสียหายก็ยังเลอค่ามหาศาล
พวกเขาทราบว่าเจียงผิงอันชิงสมบัติลับนี้อยู่ในมือ แต่มิคาดเลย ว่าเขาจะเต็มใจมอบมันออกมา
เซี่ยชิงรีบดึงเสื้อเจียงผิงอันไว้ ส่งกระแสปราณเสวนา “เจ้าโง่ ขายอาวุธวิเศษนี่ให้หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลดีกว่า ชั่วชีวิตเจ้าจะไม่ ขาดทรัพยากรเลยนะ!”
เจียงผิงอันมิได้พูดอะไร เขาอยากมอบมันให้หรือ?
แน่นอนว่าไม่
แต่ไม่ให้ได้หรือ?
ก็ไม่เช่นกัน
เขาต้องเปลี่ยนมือพู่กันพิพากษานี้ต่อหน้าสาธารณชน
เหตุผลนั้นง่ายยิ่ง มูลค่าของพู่กันนี้มหาศาลชวนขนลุกเกินไป หากอยู่กับเขา มันก็ไม่ต่างกับยันต์ระเบิดตัวตาย
นับแต่ก้าวเท้าสู่เมืองหลวง เขาก็สัมผัสจิตสังหารได้หลายสิบจุด
คนเหล่านี้ล้วนเพ่งเล็งศาสตราเซียนครึ่งขั้นอยู่
มีเพียงการมอบมันออกไป จึงได้ผลประโยชน์สูงสุด
ในต้าเซี่ยใครใหญ่สุด? อย่างน้อยว่ากันในที่แจ้ง ย่อมเป็ นประมุข ปัจจุบันของแดนดิน
ดังนั้นหากมอบศาสตราเซียนครึ่งขั้นให้อีกฝ่ ายไป ไม่ว่าอีกฝ่ าย จะต้องการมันหรือไม่ ข้อดีที่สุดคืออีกฝ่ายจะดูแลเขาดีแน่นอน
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็มีพู่กันพิพากษาอันสมบูรณ์อยู่ พู่กัน พิพากษาเสียหายด้ามนี้ใช ้เพื่อดึงความสนใจเท่านั้น
จริงดังคาด เมื่อได้ยินว่าเจียงผิงอันคิดมอบมันให้ ใบหน้าเฉยชา ของเซี่ยหยวนเฮ่าก็ปรากฏรอยยิ้ม
“อายุยังน้อยแต่มากฝีมือ ภายหน้าเจ้าจะเป็ นเสาหลักค้าจุนต้า เซี่ยของข้าได้แน่ ข้าคิดว่าผลงานของเจ้าจะส่งผลยิ่งใหญ่ต่อต้าเซี่ย สมควรได้รับบาเหน็จเป็ นวิชาลับ ‘ร่างเต๋า’ ครึ่งหนึ่ง”
ขณะเดียวกัน เซี่ยหยวนเฮ่าโบกมือเล็กน้อย แล้วพู่กันพิพากษา ในมือเจียงผิงอันก็ลอยสู่มือของเขา
เซี่ยหยวนเฮ่าสะบัดข้อมือ แล้วม้วนหยกชิ้นหนึ่งก็ลอยเข้าสู่มือ เจียงผิงอัน
“ขอบพระทัยฝ่าบาท!”
เจียงผิงอันรับม้วนหยกมา กุมกาปั้นค้อมศีรษะ แม้จะได้วิชาลับ มาครึ่งเดียวก็นับว่าไม่เลว และเขาก็ไม่คิดวอนขอมากไปกว่านี้
สีหน้าของเซี่ยเทียนลู่คล้าดา ปรากฏว่าเจียงผิงอันมอบศาสตรา เซียนครึ่งขั้นออกไป เขาหมายตาอยากได้ศาสตราเซียนครึ่งขั้นนั่น อยู่เลยเชียว
ยามนี้เมื่อศาสตราเซียนครึ่งขั้นอยู่ในมือเสด็จพ่อ ก็หมดโอกาส แล้ว
ขณะเล่นกับพู่กันพิพากษา รอยยิ้มบนใบหน้าเซี่ยหยวนเฮ่าก็มิ อาจปกปิด
แม้จะเสียหาย แต่มันก็เป็ นสมบัติส าหรับเขา
สมบัติเช่นนี้ ไม่อาจทราบว่ายอดฝี มือขอบเขตพ้นพิบัติกี่มาก น้อยถวิลหาแต่ไม่อาจได้มา แล้วมันก็อยู่ในมือเขาชิ้นหนึ่ง
เช ้านี้ไม่อยากว่าราชการต่อแล้ว
“เอาละ วันนี้พอแล้ว ไปได้”
เซี่ยหยวนเฮ่าอยากกลับไปศึกษาพู่กันพิพากษาให้ดี “อ้อ จริงสิ เสี่ยวชิง เจ้าเตรียมตัวให้พร ้อมด้วย เจ้าเติบใหญ่เพียงนี้แล้ว อีกสอง เดือนข้าจะจับคู่ดูตัวให้เจ้าในเทศกาลส่งเหมันต์”
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของเซี่ยชิงก็แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์ “เสด็จ พ่อ ลูกทูลท่านแล้ว ชีวิตนี้ลูกไม่ขอแต่งงานเพคะ!”
“สตรีไม่ออกเรือนจะท าอะไรได้? เรื่องนี้ไม่ต้องพูดมากหรอก เป็ นไปตามนี้แหละ”
“เสด็จพ่อ…”
เซี่ยหยวนเฮ่าไม่ให้โอกาสพูดใด ๆ กับเซี่ยชิง เขาหายไปในทันที
เซี่ยเทียนลู่แย้มยิ้ม เดินมาข้าง ๆ เซี่ยชิง
“น้องหญิงเก้า พี่ชายผู้นี้กลัวเจ้าจะเหงา สุดท้ายเลยเกลี้ยกล่อม เสด็จพ่อให้จับคู่ดูตัวให้เจ้าได้”
“สารเลว!”
เซี่ยชิงหันมาถลึงตาใส่เซี่ยเทียนลู่ นางสงสัยอยู่เชียวว่าเหตุใดจู่ ๆ บิดาจึงจะจับคู่ดูตัวให้นาง ที่แท้ก็เป็ นฝีมือไอ้สารเลวนี่!
เซี่ยเทียนลู่ผู้ถูกด่ายังคงหน้าเปื้อนยิ้ม
“ไม่รู ้เลยว่าน้องเขยของข้าจะเป็ นผู้เลิศล้าจากที่ใด แต่งงานกับ บุตรศักดิ์สิทธิ์ได้ย่อมประเสริฐสุด หรืออัจฉริยะบ้านใดก็ดีต่อต้าเซี่ย เราทั้งสิ้น ฮ่า ๆ”
เซี่ยเทียนลู่หัวเราะร่าเดินจากไป
ขอเพียงอีกฝ่ ายแต่งงานไปเสีย ก็หมดคุณสมบัติประชันชิง บัลลังก ์กับเขา
เซี่ยชิงกาหมัดแน่น จิตสังหารอัดแน่นในใจ
หากนี่มิใช่ในวังหลวง นางคงชักดาบแทงอีกฝ่ายแล้ว
เซี่ยชิงชาเลืองเจียงผิงอัน แล้วจู่ ๆ ก็เหมือนคิดอะไรออก มุมปาก ของนางยกยิ้ม
เจียงผิงอันขนลุกพรึ่บ คิดเสมอว่าเหมือนอีกฝ่ายจะมีเจตนาแฝง
บทที่ 122 อวตารร่างเต๋า
เซี่ยชิงออกจากวังหลวง กลับตาหนักไปกับเจียงผิงอันและอวิ๋นห วง
ตาหนักนั้นดูธรรมดาจากภายนอก แต่ภายในหรูหราวิจิตร
กาแพงฝังหินล้าค่า อัญมณีวาววับเลื่อมพราย
ล าธารในสวนเป็ นธารวิญญาณ ปราณวิญญาณหนาแน่น มัจฉาภายในดุจกลายเป็ นภูต เมื่อเห็นเซี่ยชิงกลับมาก็กระโดดโลด เต้นยินดี
บุปผาพรรณไม้ในสวนล้วนเป็ นสมุนไพรชั้นยอด สุ่มชี้สักต้น ล้วนมูลค่ามหาศาล
ที่ใจกลางสวนมีต้นโพต้นหนึ่ง เมื่อเจียงผิงอันเข้าใกล้ เขาก็รู ้สึก ราวความคิดกระจ่างชัด เห็นได้ชัดว่าพฤกษานี้เป็ นสมบัติพิเศษ บางอย่างที่ช่วยเพิ่มความเข้าใจ
“อวิ๋นหวง น้องชาย พวกเจ้าเลือกห้องตามใจได้เลยนะ ภายหน้า พวกเจ้าจะอาศัยที่นี่”
เซี่ยชิงทาตัวผ่อนคลาย อ่อนโยนประหนึ่งพี่สาว
เจียงผิงอันเลือกห้องหลบมุม แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็เงียบสงบดี มาก
เซี่ยชิงตามเข้ามาในห้อง ยัดแหวนเก็บของวงหนึ่งใส่มือเจียงผิง อัน
“น้องชาย ในนี้มีล้านหินวิญญาณและโอสถมากมาย อย่าได้บ่าย เบี่ยง ตั้งใจฝึกฝน ก่อตานให้เร็วที่สุด”
เจียงผิงอันรู ้สึกว่าเซี่ยชิงกระตือรือร ้นกว่ากาลก่อนมาก ราวมี บางสิ่งจะไหว้วานจากเขา
แต่เขาก็มิได้คิดมาก และอยากประจักษ์วิชาลับของราชวงศ์ต้า เซี่ยเต็มที
“พี่หญิง หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอฝึกฝนก่อนนะขอรับ”
“ได้สิ รีบฝึกฝนเข้า จริงสิ อย่าเพิ่งเรียนวิชาลับ ‘ร่างเต๋า’ ตอนนี้ ดีกว่านะ แม้นั่นจะเป็ นครึ่งเดียว แต่ก็มิใช่สิ่งที่เรียนได้ในช่วงสองสาม ปี การบรรลุมันอย่างถ่องแท้ยากนัก พ้นเทศกาลส่งเหมันต์ไป พี่หญิง จะชี้แนะเจ้าเอง”
“พี่หญิงมิต้องกังวล หากมีสิ่งใด ข้าจะไปถามพี่หญิงขอรับ”
ทันใดนั้น เซี่ยชิงก็กระตือรือร ้นขึ้นมาจนน่าขัน หันเดินออกจาก ห้องแล้วปิดประตู กลัวจะรบกวนเจียงผิงอันเข้า
เจียงผิงอันรู ้สึกเสมอว่าอีกฝ่ายมีบางสิ่งไม่ชอบมาพากล
เขาเปิดอาคมปราการในห้อง นั่งลงบนแท่นฝึกฝน ตรวจสอบวร ยุทธ ์ในม้วนหยก
ข้อมูลมหาศาลหลากทะลักสู่ส านึก แล้วม้วนหยกในมือก็แหลก สลายไป
เมื่อเขาเห็นเนื้อหาของวิชาลับ ‘ร่างเต๋า’ ดวงตาของเจียงผิงอัน พลันเบิกกว้าง ตกตะลึงเป็ นอย่างยิ่ง
‘ร่างเต๋า’ เป็ นวิชาแบ่งร่างอวตารแขนงหนึ่ง!
การฝึ กฝนวรยุทธ ์นี้จะสามารถแบ่งอวตารอันมีอานาจทั้งหมด ของร่างหลักได้!
นอกจากนั้น สองร่างยังสามารถฝึกฝนแยกจากกัน หากจาเป็ น ก็สามารถผสานรวม เพิ่มพลังต่อสู้อย่างก้าวกระโดดได้ทันที!
ทว่าสองร่างนี้ใช ้ชีวิตร่วมกัน หากหนึ่งในสองร่างตกตาย อีกร่าง ก็ไม่พ้นมอดม้วย
กล่าวได้ว่าร่างทั้งสองมิอาจแยกแยะจากกันได้ เหมือนมือซ ้ายกับ มือขวา
ยิ่งเจียงผิงอันพินิจ เขายิ่งตื่นเต้น
มิน่าเล่า มันจึงถูกเรียกเป็ นเคล็ดวิชาสูงสุดของต้าเซี่ย ทรงพลัง จริง ๆ! นี่ขนาดแค่ครึ่งเดียวนะ หากเป็ นฉบับเต็ม บางทีอาจอวตารได้ สามร่าง!
การให้สองร่างแยกกันฝึ กฝนหมายความว่า สามารถลดเวลา ฝึกฝนได้ครึ่งหนึ่งจากปกติ
ยามผสานรวม ก็จะแข็งแกร่งกว่าผู้อื่นสองสามเท่า!
ต่อให้ไม่ผสานรวม สองร่างประสานโจมตี ชัยชนะก็ง่ายเหมือน ปอกกล้วย
สิ่งที่ทาให้เจียงผิงอันตื่นเต้นเป็ นที่สุดคือ ต่างร่างยังฝึกฝนชุดวร ยุทธ ์แตกต่างกันได้ด้วย!
นี่ยังหมายความเช่นกันว่า เขาสามารถใช ้ร่างหนึ่งฝึกฝน ‘วิชา ซ่อนจักรวาล’ ขณะที่อีกร่างฝึกฝนตามปกติได้!
วิชาลับนี้ต้องเรียน!
เจียงผิงอันไม่ฟังเซี่ยชิง เขากลืนเม็ดบงกชแจ้งวิถีหนึ่งเม็ดเพื่อ เรียนรู ้ทาความเข้าใจวิชาลับนี้อย่างไม่ลังเล
เคล็ดวิชาร ้ายกาจเช่นนี้ ต้องเรียนให้ได้
ทว่าระดับของวิชาลับนี้สูงสุดขั้ว แม้จะมีสมบัติชั้นสูงอย่างเม็ด บงกชแจ้งวิถี เจียงผิงอันยังใช ้เวลาหนึ่งเดือนเต็มกว่าจะถอดปริศนา ได้บ้าง
ในเดือนที่สอง เขาเริ่มพยายามสร ้างอวตาร
เมื่อใช ้วิชาลับ โลหิตในกายเจียงผิงอันก็ซึมออกจากผิว ก่อเป็ น ร่างสีเลือดข้างกาย
เปรี้ยง!
ร่างสีเลือดนั้นระเบิดออก
สร ้างอวตารล้มเหลว
เจียงผิงอันมิได้รีบร ้อนเลย การฝึกฝนของเขารีบเร่งใจร ้อนมิได้ หาไม่อาจเกิดปัญหา
แม้เขาจะอยากล้างแค้น แต่ก็จะไม่ใจร ้อนจนลนลาน
เขาสร ้างอวตารต่อไป
พลังประหลาดวูบไหว โลหิตซึมจากร่าง ค่อย ๆ ประสานเป็ นผัง หลอดเลือดมนุษย์
ขณะกาลังสร ้างตาขวาอยู่นั้นเอง อวตารก็ระเบิดไปอีกครั้ง
ใบหน้าของเจียงผิงอันซีดขาวเล็กน้อย เขาเสียเลือดเยอะไปแล้ว
เด็กหนุ่มกินโอสถปีศาจโลหิตไปหนึ่งขวด แล้วก่ออวตารต่อไป
อวตารระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็ก่อใหม่ไม่หยุดหย่อน ทั่วทั้ง ห้องคละคลุ้งด้วยกลิ่นเลือด
จนเมื่อปราณโลหิตฟื้นตัวไม่ทัน เจียงผิงอันจึงหยุดมือ กลับไป เรียนวิชาลับใหม่ แล้วเก็บกวาดโลหิตในห้อง
หนึ่งวัน สองวัน……
สิบครั้ง ร ้อยหน……
ฝึกฝนครั้งแล้วครั้งเล่า ผิดพลาดซ้าแล้วซ้าอีก
ทุกครั้งที่สร ้างถึงตาขวา ปัญหาก็เกิดทุกคราวไป
ดูเหมือนระดับของตาขวาจะล้าหน้าเกินไป ยากนักจะเลียนแบบ
เป็ นเช่นนี้ไปอีกยี่สิบกว่าวัน
วิ้ง!
ในที่สุด เช ้าวันนี้คลื่นพลังประหลาดพลุ่งพล่านอยู่ในห้อง แล้ว หนึ่งร่างอันดูเหมือนเจียงผิงอันทุกประการก็ปรากฏขึ้นข้างกาย
หากมิใช่ร่างนี้ไร ้อาภรณ์ปิดกาย คงบอกไม่ได้เลยว่าร่างใดคือ อวตาร
เจียงผิงอันทั้งสองคนหันมามองหน้ากัน
แล้วทั้งสองก็แย้มยิ้มพร ้อมเพรียง
เป็ นความรู ้สึกอัศจรรย์นัก เหมือนใช ้งานมือทั้งสอง
หนึ่งวิญญาณ สองกายหยาบ
แม้ร่างใหม่นี้จะสืบทอดพลังกายไป แต่มันก็ไร ้การฝึกฝน ต้องเริ่ม ฝึกฝนใหม่
เจียงผิงอันส่งแหวนเก็บของอันอัดแน่นด้วยทรัพยากรวงหนึ่งให้ อวตาร
ภายหน้า ร่างใหม่นี้จะรับหน้าที่ฝึกฝนระบบฝึกตนดั้งเดิม
แม้ว่าพรสวรรค์การฝึ กวิญญาณของเขาจะพัฒนาอย่างมาก เพราะโอสถเทียนเสวียนก็ตามที
แต่เจียงผิงอันมิได้คิดจะให้อีกร่างของเขาแตะต้องการฝึ ก วิญญาณ
เมื่อไร ้วิชาซ่อนจักรวาล ต่อให้ฝึกฝนวิญญาณไปก็ไม่แข็งแกร่ง นัก มุ่งความสนใจไปที่การใช ้โลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์แล้ว ฝึกฝนวรยุทธ ์พลังกายไปดีกว่า
ส่วนร่างหลัก ขณะนี้ยังใช ้วิชาซ่อนจักรวาล ในช่วงกาลอันสั้นนี้ พลังต่อสู้ยังจ าเป็ นอยู่
เขาเก็บร่างอวตารไว้ในถุงเก็บสัตว์ภูต
ถุงเก็บสัตว์ภูตเก็บเสี่ยวไป๋ และแมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราได้ ย่อม เก็บคนได้เช่นกัน
อวตารวางหินวิญญาณและโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ลงใน อ่างสาริด ลอกเลียนโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์มาเพิ่ม
กาลก่อน การซ่อมแซมพู่กันพิพากษาท าให้พลังของอ่างส าริด หมดลง ยามนี้หากคิดลอกเลียนสิ่งของต่อไป ก็ต้องใช ้หินวิญญาณ กับทรัพยากรอื่นมาแลกเปลี่ยน
ก่อนหน้านี้ เจียงผิงอันคิดว่านี่เป็ นเรื่องแย่ ทรัพยากรที่ต้องใช ้จะ เพิ่มขึ้น
แต่หลังทดลองในครั้งนี้ ปรากฏว่าแท้จริงนั่นคือเรื่องดี
ก่อนหน้านี้ หนึ่งวันเขาสามารถลอกเลียนโลหิตผู้ครองกายา ศักดิ์สิทธิ์ได้สิบหยด แต่ยามนี้ เมื่อมีทรัพยากรมาเติมพลัง จานวน โลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ที่จะคัดลอกก็ก าหนดได้เอง
การใช ้อ่างสัมฤทธิผลลอกสร ้างโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์มิได้ แพงเท่าจ่ายห้าสิบล้านซื้อโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์หนึ่งหยด
หากใช ้อ่างสัมฤทธิผล หนึ่งแสนหินวิญญาณลอกได้หนึ่งหยด หากมีสิบล้าน ก็ลอกได้ร ้อยหยด!
อ่างสัมฤทธิผลสามารถคัดลอกสิ่งของได้โดยอิงความเท่าเทียม ของพลัง มิใช่มูลค่าซื้อขาย
ลอกเลียนโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ด้วยแสนหินวิญญาณ นา หนึ่งหยดไปขายคืน ก็ได้เงินกลับมาแล้ว
ปัญหาใหญ่เพียงหนึ่งคือโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์หาได้ยาก ยิ่ง หากขายมากเกินไป ก็จะกลายเป็ นที่สงสัยจับตามอง
มีแต่ต้องขายยันต์ถูก ๆ แล้วเก็บส่วนต่างเอา
แน่นอน ขณะนี้เจียงผิงอันมิได้ขาดหินวิญญาณ ยังอยู่ไหวไป ระยะหนึ่ง
ร่างของเจียงผิงอันนั่งบนแท่นฝึกฝน มองไปยังห้องอันว่างเปล่า ด้วยสีหน้าเหม่อลอยเล็กน้อย
เมื่อไม่มีเมิ่งจิงมาพูดจ้อเจื้อยแจ้วให้ได้ยิน ในใจก็รู ้สึกวูบโหวง ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพใบหน้ายิ้มแย้มของเมิ่งจิงปรากฏขึ้นใน ความนึกคิดบ่อยครั้ง
ไม่รู ้ยามนี้เมิ่งจิงทาอะไรอยู่ นางกลับสู่ตระกูล มีความสุขหรือไม่
เจียงผิงอันสูดหายใจลึก ๆ ทิ้งความคิดฟุ้ งซ่านแล้วกลับสู่การ ฝึกฝน ใช ้การฝึกฝนสะกดอารมณ์อันขุ่นมัวเอาไว้
ในโลกใบน้อยของตระกูลเหลยโบราณ ณ โถงใหญ่แห่งหนึ่ง
เมิ่งจิงนั่งอย่างโดดเดี่ยวบนแท่นฝึกฝน มือสัมผัสดาบลายคราม ในมือเบา ๆ ใบหน้าเผยเค้าโหยหา
เจ้าท่อนไม้ซื้อสิ่งนี้ให้กับนาง นางทราบนานแล้วว่าดาบนี้ราคา ไม่สูง แต่เพราะเจ้าท่อนไม้เห็นนางชอบมัน ก็ยังซื้อให้
ไม่รู ้ป่านนี้เจ้าท่อนไม้เป็ นเช่นไรแล้ว
ประตูโถงเปิดออกกะทันหัน เมิ่งจิงเก็บดาบลายครามไปทันที
เมื่อมองไปที่ประตู หญิงงามผู้หนึ่งก็เดินเข้ามา
“แม่” เมิ่งจิงร ้องเรียกเบา ๆ
นับแต่บิดาของนางตกตาย มารดาของนางก็เศร ้าหมองมาตลอด
เหลยหลานเดินมานั่ งข้างนาง สีหน้าซับซ ้อนเล็กน้อย “หลานชายผู้อาวุโสสาม เหลยชิงอวิ๋นน่าจะตายแล้วนะ”
“มันเกี่ยวอะไรกับข้าหรือ?” เมิ่งจิงถามอย่างสงสัย
“เหลยชิงอวิ๋นไปหาเจ้ากับผู้อาวุโสสาม แต่เขาไม่ได้กลับมา ด้วย”
ได้ยินเช่นนี้ เมิ่งจิงก็ผงะไป นางพลันประจักษ์ถึงบางสิ่ง เด้งตัวลุก จากแท่นฝึกฝน ท่าทางกระวนกระวาย
“พวกเขาส่งคนไปจัดการกับเจ้าท่อนไม้!”
เหลยหลานพยักหน้า “แต่ข้าไม่รู ้นะว่าทาไม เหลยชิงอวิ๋นขาด การติดต่อหายไปเลย”
“อีกฝ่ ายเป็ นยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ไม่รู ้ไปพบ ยอดฝีมือจากแคว้นหมิงหวังเข้าหรือไม่”
เมื่อได้ยินว่าคนจากตระกูลเหลยส่งยอดฝี มือขอบเขตวิญญา รแรกกาเนิดไปจัดการกับเจียงผิงอัน เมิ่งจิงก็เดือดดาล
นางใช ้อัสนีพริบตาหายวับจากที่
นางยืนบนหลังคาโถงใหญ่ แผดเสียงอย่างเดือดดาล “ข้าเมิ่งจิง สาบานต่อเต๋าสวรรค์ ว่าหากเจียงผิงอันตายเพราะมือพวกเจ้า ยาม ข้าเป็ นยอดฝีมือยามใด ข้าจะท าลายตระกูลเหลยอย่างแน่นอน!”
วจีนั้นเลื่อนลั่นขจรไกล
ยามผู้ฝึ กตนจากตระกูลเหลยได้ยิน สีหน้าของพวกเขาก็แปร เปลี่ยนไป
ใครกันพูดจาสามหาว? ท าลายตระกูลเหลย? มิเท่ากับวอนตาย หรือไร?
ในสุสานตระกูลเหลย จู่ ๆ หลุมศพแห่งหนึ่งก็ขยับ ชายชราร่าง ผอมซูบผู้หนึ่งคลานออกมา
เขากล่าวเนิบช ้า “ผู้ใดล่วงเกินเสี่ยวจิง รับผิดชอบตัวเอง ไปหัน หน้าเข้ากาแพง ไตร่ตรองสานึกผิดที่บึงสนั่นอัสนีเป็ นเวลาสามร ้อยปี และห้ามลงมือกับเจียงผิงอันเป็ นอันขาด”
เสียงของชายชรามิได้ดัง แต่แผ่ชัดไปทั่วตระกูล
สีหน้าของผู้อาวุโสสามดาคล้าเช่นก้นหม้อ
หลานชายของเขาไม่กลับมา ตัวเขาเองก็ต้องไปหันหน้าเข้า ก าแพง ส านึกผิดสามร ้อยปี
รู ้เช่นนี้ ข้าไม่น่าไปพาสตรีผู้นี้กลับมาเลย!
หลานชายไม่กลับมา สมบัติลับเข็มทิศครอบจักรวาลหาย สาบสูญ เสียหายมหาศาล
บทที่ 123 ฮัวชิงอวี่มาถึง
ก๊อก ๆ
ในวันที่เจ็ดนับแต่สร ้างอวตารสาเร็จ ก็มีผู้มาเคาะประตูห้องเจียง ผิงอัน
เจียงผิงอันหยุดการฝึกฝน เปิดปราการอาคมแล้วผลักประตูเปิด
เซี่ยชิงยืนอยู่หน้าประตู วันนี้นางสวมชุดกระโปรงม่วงทองเจิด จรัสสะดุดตายิ่ง ห้อยต่างหูอัญมณีแดงคู่หนึ่ง เส้นผมขมวดปักปิ่น วิหคอมตะ
สง่างาม เฉิดฉาย งดงาม
สายตาของเซี่ยชิงมองมายังเจียงผิงอันอย่างอ่อนโยน
“น้องชาย ท าไมการฝึกฝนของเจ้า… จึงยังไม่สร ้างตานอีก!”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันยังเป็ นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานอยู่ รอยยิ้มก็หายไปจากใบหน้าของเซี่ยชิง
“ข้ายังไม่อยากเคลื่อนขอบเขตในขณะนี้ขอรับ” เจียงผิงอันตอบ
“หากเคลื่อนขอบเขตได้ ก็เคลื่อนขอบเขตให้ไวเลย น้องชาย ของข้าแข็งแกร่งมากแล้วในขอบเขตนี้ ต้องบรรลุต่อสู้จินตาน อีก ไม่กี่วันเจ้าจะได้สู้กับอัจฉริยะมากมายแล้ว!”
เซี่ยชิงดูกระวนกระวายเล็กน้อย
เจียงผิงอันงุนงง “สู้กับอัจฉริยะ? เพราะเหตุใดขอรับ?”
“อะแฮ่ม!” เซี่ยชิงป้ องมือกระแอมกระไอ ดูเคอะเขินเล็กน้อย
“เรื่องของเรื่องคือ องค์ชายสี่สมควรตายคิดแต่งพี่หญิงออกเรือน เสีย จะได้ไม่มีผู้ใดแย่งบัลลังก ์กับเขา”
“เพราะโองการของเสด็จพ่อ พี่หญิงจึงปฏิเสธมิได้ พี่หญิงจึง ประกาศต่อโลกภายนอกว่าพี่หญิงชอบอัจฉริยะอายุน้อย และจะจัด ประลองยุทธ ์ขึ้น”
“อัจฉริยะทั้งหมดซึ่งมีอายุสิบแปดปีลงไป ขอบเขตใต้วิญญาณ แรกก าเนิดสามารถเข้าร่วมประลองได้ ผู้ใดชนะเป็ นคนสุดท้ายจะเป็ น ผู้ที่พี่หญิงตกลงแต่งงานด้วย”
“น้องชายแข็งแกร่งมาก หากบรรลุขอบเขตจินตานได้จะไม่ อ่อนแอไปกว่าตัวตนขั้นปลายขอบเขตจินตานผู้ใดแน่ เมื่อถึงยามนั้น ก็ให้น้องชายเอาชนะคนทั้งหมด แล้วจึงปฏิเสธข้า เรื่องทั้งหมดก็ คลี่คลายไปได้”
เมื่อได้ยินคาอธิบาย เจียงผิงอันก็ผงะไป “แต่ข้าไม่อยากแต่งงาน กับพี่หญิงนี่ขอรับ”
สีหน้าของเซี่ยชิงแข็งค้าง ยกมือกอดคอเจียงผิงอันเสียแน่น พลางกล่าวอย่างสุดร าคาญใจ
“ไอ้หนูตัวเหม็น ใครบอกให้เจ้าแต่งงานกับข้า นี่แค่การแสดงย่ะ! คนตั้งมากมายเฝ้ าฝันอยากแต่งงานกับข้า แต่มิใช่เจ้าไง!”
“คอขอรับ คอจะหักแล้ว!”
เจียงผิงอันเจ็บตัว รีบร ้อนตะโกนห้าม
เซี่ยชิงผ่อนแรงลงเล็กน้อย “รีบไปทะลวงขอบเขตสู่จินตานเสีย อีกไม่กี่วันในเทศกาลส่งเหมันต์จะมีการประลองรอบคัดเลือก ยามนั้น จะมีอัจฉริยะสูงสุดมากมายมารวมตัว”
“มิต้องเคลื่อนขอบเขตก็เอาชนะพวกเขาได้แล้วขอรับ”
เจียงผิงอันกล่าว
ขอแค่ไม่ใช่ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดเป็ นพอ
ป้ าบ!
เซี่ยชิงตีหน้ายักษ์ใส่เจียงผิงอัน “เหตุใดเจ้าจึงยังดื้อดึงเช่นนี้?”
“ยามผู้ฝึ กตนเคลื่อนขอบเขต ร่างเทวะพิเศษทั้งหลายจะยิ่งทวี ความแข็งแกร่ง ความสามารถธรรมดา ๆ อย่างเจ้ายากสู้พวกเขา ไหว”
“อย่าคิดว่าการฆ่าร่างเทวะสุดขั้วหยางได้คือแข็งแกร่งมากแล้ว รอให้ถึงขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด อีกฝ่ายจะฆ่าเจ้าในกระบวนท่า เดียว ใช ้เวลาไม่ถึงอึดใจแน่นอน”
เมื่อเห็นท่าทีทองไม่รู ้ร ้อนของเจียงผิงอัน เซี่ยชิงก็รู ้สึกว่าไม่อาจ เดิมพันพันกับเขาเต็มที่ได้
“เจ้ารีบไปทะลวงขอบเขตสู่จินตานได้แล้ว ข้าจะไปหาอัจฉริยะ อีกคนมาเป็ นโล่ให้”
เซี่ยชิงปล่อยเจียงผิงอันแล้วรีบร ้อนจากไป ดูเหมือนนางจะเป็ น กังวลเรื่องนี้เอามาก ๆ
ทันทีที่นางออกไป ก็พบเข้ากับหญิงงามไร ้คู่เปรียบอีกคน
อีกฝ่ ายเหยียบย่างเท้าเปล่าบนอากาศ ไร ้ต าหนิมลทิน คู่เนตรสี น้าเงินเปี่ยมเสน่ห์ล้นเหลือ อาภรณ์แพรไหมสีน้าเงินบนร่างพลิ้วไสว ตามกระแสลม
เซี่ยชิงนิ่งไปครู่หนึ่งยามพบหน้าฮัวชิงอวี่ “สายลมใดพัดพาเจ้า มาที่นี่? มิใช่เจ้าไปจากต้าเซี่ยแล้วหรือ?”
ฮัวชิงอวี่ยกยิ้ม “ข้ามิได้มาหาเจ้า”
นางเขามองไปที่สวน จ้องไปทางห้องของเจียงผิงอัน
“มีธุระอะไรกับเขา?” เซี่ยชิงถามอย่างเคลือบแคลง
สตรีผู้นี้มีโอกาสมากมาย มียอดฝี มือสูงสุดหลายต่อหลายคน ถวิลหาอยากได้พบ แต่ก็มิอาจมีวาสนา เหตุใดนางจึงมาหาเจียงผิง อันได้?
“เรื่องนี้เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนใบหญ้าผลึกน้าแข็ง” ฮัวชิงอวี่ ตอบ
“โอ้”
เซี่ยชิงจาได้ว่าเจียงผิงอันได้ใบหญ้าผลึกน้าแข็งจากสตรีผู้นี้
ทั้งสองเหมือนทาข้อตกลงบางอย่างต่อกัน
“พวกเจ้าคุยกันไปนะ ข้ายังมีธุระ อย่ารังแกน้องชายข้าล่ะ”
เซี่ยชิงรีบร ้อนจากไป เจียงผิงอันไว้ใจไม่ได้ นางเลยคิดอยากรีบ ร ้อนหาอัจฉริยะอายุต่ากว่าสิบแปดอีกสักคน
ฮัวชิงอวี่เดินเหยียบสุญตาเข้าสู่สวน คู่เนตรสีน้าเงินจ้องตรงมาที่ เจียงผิงอัน
“เจ้าคิดว่าหนีมาที่นี่ ข้าจะตามตัวไม่เจอหรือ?”
“ก็ไม่”
เจียงผิงอันไม่เคยกล้าประเมินยักษ์ใหญ่อย่างหอวาณิชมั่งคั่ง กว้างไกลต่า
เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะหินใต้ต้นโพในสวน
ฮัวชิงอวี่นั่งลงตรงข้ามเขา
“ให้เวลาห้าปีกับหอวาณิชเรา แล้วหอวาณิชจะไม่ปฏิบัติกับเจ้า ทิ้งขว้าง เวลาที่เสียไป ใช ้ยาช่วยเจ้าฟื้นคืนได้”
จากข้อตกลงกับเจียงผิงอันในกาลก่อน หากอีกฝ่ ายหากระดูก มังกรมารไม่พบ ก็ต้องหาเหมืองให้หอวาณิชห้าปี
ฮัวชิงอวี่ส่งคนมากมายไปค้นหามันในเกาะเทวะมาก่อน แต่ไร ้ ผู้ใดหากระดูกมังกรมารเจอ
นางไม่ได้หวังว่าเจียงผิงอันจะท าได้เลย นางแค่อยากให้เจียงผิง อันช่วยหาเหมืองเท่านั้น
ผู้สืบชะตาสวรรค์นั้นหายาก งานเหมืองก็ยากเย็น การพบผู้ เหมาะสมที่ใช ้งานง่ายสักคนนั้นน้อยยิ่ง ได้พบสักทีย่อมต้องใช ้ให้คุ้ม
“ข้าไม่คิดท าเหมือง”
รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของฮัวชิงอวี่ หรี่ตาลงกล่าว “คิด ว่าเซี่ยชิง สตรีผู้นั้นจะปกป้ องเจ้าได้หรือ?”
เจียงผิงอันไม่พูดอะไร ทาเพียงนากระดูกสีดาขนาดเท่าฝ่ ามือชิ้น หนึ่งมาวางบนโต๊ะ
ปราณมารด ามืด เย็นเยียบร ้ายแรงชวนสะท้านขวัญพลันปกคลุม ไปทั่วทั้งสวน
เขาได้กระดูกมังกรมารมาทั้งสิ้นสี่ชิ้น ชิ้นนี้มีขนาดเล็กที่สุด
อีกฝ่ ายบอกเพียงให้เขาหากระดูกมังกรมารมาสักชิ้น มิได้บอก ว่าขนาดใหญ่เพียงไร ชิ้นนี้เพียงหนึ่งน่าจะพอแล้ว
ดวงตาของฮัวชิงอวี่พลันเบิกกว้าง ผุดลุกขึ้นทันที ภูเขาคู่เบื้อง หน้านางกระเด้งกระดอนรุนแรง “เป็ นไปไม่ได้! เจ้าหากระดูกมังกร มารมาได้อย่างไร! ของปลอมหรือไม่?”
นางหยิบกระดูกมังกรออกมาพินิจใกล้ ๆ
นางเคยเห็นกระดูกมังกรของจริงมาก่อน หากนี่เป็ นของปลอม ก็ มิอาจหลอกนางได้
เมื่อสัมผัสปราณมังกรและปราณมารจากมันได้ สีหน้าของฮัวชิ งอวี่ก็สุดแสนตกตะลึงพรึงเพริด “ของจริง!”
นางมองเจียงผิงอันอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าไปได้กระดูกมังกรมาร นี้จากที่ใด?”
“ใต้ทะเล”
เจียงผิงอันตอบ
ฮัวชิงอวี่ทาสีหน้า ‘นี่เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ?’
แน่นอน นางไม่เชื่อหรอกว่าอีกฝ่ ายจะพบมันใต้ทะเลจริง ๆ หาก เป็ นเช่นนั้น มันก็ควรถูกพบได้นานแล้ว
แต่นางมิได้ถามต่อ
ทาธุรกิจต่อกัน ถามที่มาของสินค้าได้ที่ไหน
“เจ้าเด็กนี่โชคดีจริง ๆ ในเมื่อเจ้าพบกระดูกมังกรมาร เจ้าก็ไม่ ต้องท าเหมืองแล้ว”
ฮัวชิงอวี่กาไรเหลือล้น กระดูกมังกรชิ้นนี้ อย่าว่าแต่หญ้าผลึก น้าแข็งใบหนึ่งเลย ต่อให้หญ้าผลึกน้าแข็งทั้งทุ่งก็ยังไม่อาจเทียบ มูลค่ากับกระดูกมังกรชิ้นเดียวได้
“เจ้าหาของชิ้นนี้ไปใช ้ทาอะไรหรือ?” เจียงผิงอันลองถาม
“ข้ามีสหายผู้หนึ่งซึ่งอยากเป็ นผู้ฝึ กมาร และต้องการกระดูก มังกรมารชิ้นหนึ่ง”
เรื่องนี้มิใช่ความลับ ฮัวชิงอวี่จึงไม่ปิดบัง
เจียงผิงอันตะลึงไป “เหตุใดจึงอยากเป็ นผู้ฝึกมาร? มิกลัวถูกผู้อื่น มากวาดล้างหรือ?”
ฮัวชิงอวี่เก็บกระดูกมังกรมารไป พลางมองเจียงผิงอัน “เจ้าคงไม่ คิดกระมังว่าผู้ฝึกมารต้องชั่วร ้าย?”
“มิใช่หรือ?”
เจียงผิงอันฟังนิทานมาแต่เด็ก และมักได้ยินบิดากล่าวว่ามารนั้น ชั่วช ้าเลวทราม
ฮัวชิงอวี่มุ่ยหน้ามอง “ผู้ฝึกมารมิใช่ผู้ฝึกตนชั่วร ้าย อานาจมืด ท าให้อารมณ์ผู้คนแปรผันรุนแรงจนฆ่าคนได้ก็จริง แต่มิได้ หมายความว่าพวกเขาจะเป็ นคนเลวเสมอไป”
“ก็เหมือนเคล็ดเทียนซาของหอเทียนซานี่แหละ วิชาที่ต้องฆ่าคน แล้วจึงฝึ กฝนได้ เจ้าก็ฝึ กฝนมาแล้ว หมายความว่าเจ้าเป็ นนักฆ่า หรือ?”
“ทหารในอาเภอของเจ้ามิใช่ผู้ฝึ กมาร แต่พวกนั้นเป็ นคนดี หรือ?”
เจียงผิงอันนิ่งไป
ฮัวชิงอวี่พูดต่อ “ผู้ฝึกมารเป็ นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งมากแขนงหนึ่ง แต่ยากนักจะพบเห็นในต้าเซี่ยอันเล็กแคบนี้ ยามใดเจ้ามาถึงถิ่นฐาน เผ่ามาร ผู้ฝึกตนเช่นพวกเจ้าก็จะกลายเป็ นพวกนอกรีต”
ฮัวชิงอวี่ได้กระดูกมังกรมารไป ทุกธุระในต้าเซี่ยคลี่คลาย ถึงกาล ต้องจากลา
“หอวาณิชของเจ้ามีวิธีฝึกฝนของนักพรตเสินซวีหรือไม่?”
เจียงผิงอันถามสิ่งที่คาใจอยู่
ร่างต้นของเขาต้องการวิธีการฝึกฝนของนักพรตเสินซวีอย่าง เร่งด่วน มิเช่นนั้นก็ยากพัฒนาต่อไปได้
ฮัวชิงอวี่ส่ายหัว
“ทุกคนในโลกหล้าต่างอยากทราบถึงเส้นทางที่นักพรตเสินซวี ก้าวเดิน แต่น่าเสียดายที่เขาไร ้ศิษย์สิ้นทายาท ไม่มีคู่บาเพ็ญ มีเพียง เขาเท่านั้นที่รู ้ถึงระบบฝึกฝนที่สร ้างเอง”
บทที่ 124 ข่าวของกระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์
ความแข็งแกร่งของนักพรตเสินซวีสะท้านสะเทือนตราบกาล
เผ่ามนุษย์มียอดอัจฉริยะมากมาย แต่มีเพียงสามคนเท่านั้นที่ สร ้างวิถีฝึกฝนของตนเอง ก่อตานานขึ้นมาได้
หนึ่งคือมหาจักรพรรดิแห่งเผ่ามนุษย์ หนึ่งเป็ นอัจฉริยะผู้สร ้าง ระบบฝึกฝนในปัจจุบัน
อีกคนก็คือนักพรตเสินซวี
หลังจากวิถีเซียนสูญหาย นักพรตเสินซวีก็ฝืนเปิดวิถีเซียนขึ้น ลือลั่นสั่นสะท้านทั่วทั้งโลกหล้าผู้ฝึกตน
น่าเสียดายที่นักพรตเสินซวีมิได้ทิ้งวิธีฝึกฝนของเขาไว้
หาไม่ สถานการณ์เช่นนี้คงเกิดขึ้นอีกในโลกหล้าผู้ฝึกตน
เจียงผิงอันผ่อนหายใจ ในเมื่อหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลหารู ้ไม่ ต่อให้นักพรตเสินซวีทิ้งมรดกไว้ในโลกหล้า ผู้ใดก็น าไปใช ้ไม่ได้อยู่ดี
น่าเสียดายที่วิชา ‘ซ่อนจักรวาล’ ไม่อาจใช ้ได้ต่อไป
“เรื่องสุดท้ายแล้ว หอวาณิชของพวกเจ้ามีกระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์ หรือไม่ ข้าอยากซื้อสักชิ้น”
เจียงผิงอันถาม
เขาอยากให้ร่างของตนเต็มไปด้วยโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเพิ่มพลังต่อสู้
แต่หากคิดใช ้อ่างสัมฤทธิผลลอกเลียนโลหิตผู้ครองกายา ศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องใช ้หินวิญญาณขั้นต่าล้านล้านชิ้น เป็ นราคาชวนขน ลุกยิ่ง
เรื่องบรรเจิดสุดคือไปหากระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์มา
ฝังกระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์สู่อวตารของเขา ให้มันผลิตโลหิต ออกมา จึงมีโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ให้ใช ้ได้ไม่จบสิ้น
ฮัวชิงอวี่เหลือกตาใส่เจียงผิงอัน “เจ้าอยากซื้อ? รู ้หรือไม่ว่าต้อง ใช ้หินวิญญาณมากมายเพียงไรสาหรับกระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์ชิ้น ธรรมดาที่สุด? ต่อให้เซี่ยชิงผู้นั้นอุปถัมภ์เจ้าอยู่ ก็ซื้อไม่ไหวหรอก”
เจียงผิงอันน ากระดูกมังกรมารขนาดเท่าแขนออกมาอีกชิ้น “แลกได้หรือไม่?”
มังกรมารตนนี้แข็งแกร่งอย่างยิ่งยามมีชีวิต แม้จะตกตายไปเกิน นับปี ก็ยังแผ่ปราณน่าสะพรึงกลัวนัก
ฮัวชิงอวี่เบิกตากว้าง อกหอบกระเพื่อมรุนแรง “เจ้ายังมีอีกชิ้น หรือนี่!”
กระดูกมังกรมารชิ้นนี้ใหญ่กว่าชิ้นที่นางเพิ่งได้ไปหลายเท่าตัว!
เด็กนี่ไปเจอกระดูกมังกรมารมากี่ชิ้นกันแน่?
“เจ้ายังมีอีกหรือไม่?” ฮัวชิงอวี่ถามอย่างตื่นเต้น
แน่นอน กระดูกมังกรยิ่งมากชิ้นยิ่งดี มีผู้ปรารถนามันมากมาย
เจียงผิงอันส่ายหัว “เจอแค่สองชิ้นนี้แหละ”
ฮัวชิงอวี่ไม่ยอมเชื่อ แต่นางก็ไม่ถามอีกเช่นกัน นางรีบเก็บ กระดูกมังกรไป
“ไม่กี่วันก่อน มีกายาศักดิ์สิทธิ์อายุน้อยผู้หนึ่งตกตายในแดน ประจิม เขาอยู่ในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด และหอวาณิชก็เพิ่ง ได้กระดูกของเขามา”
“ข้าจะให้คนส่งมาให้ แต่จะใช ้เวลาหน่อย หลังเทศกาลส่งเหมันต์ น่าจะมาถึงได้ แล้วให้เจ้าไปรับที่หอวาณิชสาขาเมืองหลวงได้เลย”
เมื่อได้ยินว่ากายาศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่งตกตาย หัวใจของเจียงผิงอันก็ ตกตะลึงอย่างยิ่ง ถามขึ้นอย่างสงสัยว่า “กายาศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นตายได้ อย่างไร? ถูกยอดฝีมือฆ่าตายหรือ?”
เขามีโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ ทราบดีว่ากายาศักดิ์สิทธิ์ แข็งแกร่งเพียงไร แต่ตัวตนทรงพลังเช่นนั้นกลับตกตาย!
“คนผู้นี้อยู่ดีไม่ว่าดี เขาถือตัวทะนงเกินไป จึงถูกผู้ครองร่างเทวะ สุดขั้วหยินจากเทวนิกายจันทราสะบั้นหัว”
ยิ่งฮัวชิงอวี่มองเจียงผิงอัน ยิ่งรู ้สึกเจริญตา “ต่อให้เจ้าซื้อกระดูก กายาศักดิ์สิทธิ์ไป ข้าก็ยังได้กาไรเกินพอ ส่วนที่เหลือจะถูก เปลี่ยนเป็ นหินวิญญาณ ส่งให้เจ้าในป้ ายทอง และเมื่อถึงยามนั้น ป้ าย ทองของเจ้าก็จะเพิ่มระดับเป็ นห้าดาวได้”
ว่าแล้ว ฮัวชิงอวี่ก็จากไปอย่างอารมณ์ดี
มิคาดเลยว่าก่อนออกจากต้าเซี่ย นางจะได้กระดูกมังกรมารมา สองชิ้น
สมบัตินี้มิอาจตีมูลค่าเป็ นหินวิญญาณได้ ต่อให้ใช ้กระดูกกายา ศักดิ์สิทธิ์มาแลก ก็ยังมีมูลค่าไม่เท่ากระดูกมังกรนี้
แน่นอน เหตุผลหลักนั้นเป็ นเพราะขอบเขตเจ้าของกระดูกกายา ศักดิ์สิทธิ์นี้ด้อยเกินไป เป็ นเพียงผู้ฝึกฝนถึงขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิด หากขอบเขตสูงกว่านี้ มูลค่าก็จะสูงขึ้นเช่นกัน
เจียงผิงอันนั่งใต้ต้นโพด้วยสีหน้าเครียดขรึม
กายาศักดิ์สิทธิ์ที่เขาถวิลหาถูกผู้ฝึกตนขอบเขตเดียวกันสังหาร ได้
โลกหล้านี้มียอดฝีมือมากมายนัก แข็งแกร่งเสียจนยากคาดเดา
ต้องไม่หลงระเริงลืมตัว ถ่อมเนื้อถ่อมตัวอยู่เสมอ
เจียงผิงอันเทศนาตัวเองในใจไปหนึ่งคารบ แล้วจึงกลับห้องไป ฝึกฝนต่อ
ด้วยมีทรัพยากรช่วยเหลือ อวตารของเขาจึงบรรลุขอบเขตยอด ยุทธ ์ได้อย่างราบรื่น ขั้นตอนต่อไปก็คือเปิดชีพจรทั้งหมดในกาย
ขั้นตอนนี้รวดร ้าวเหลือแสน
ขณะที่เทศกาลส่งเหมันต์ใกล้เข้ามา เมืองหลวงก็ยิ่งครึกครื้นขึ้น ทุกขณะ
ตระกูลและมหาอานาจสูงสุดทั่วต้าเซี่ยล้วนมารวมตัวกันในเมือง หลวง
ในอดีต มีเพียงคนหนุ่มสาวที่จะสนใจเทศกาลส่งเหมันต์ ผู้ฝึกตน อายุเกินร ้อยปีสุดแสนชาชิน มิคิดว่ามันน่าสนใจตรงไหน
แต่ปีนี้ครึกครื้นกว่าปีเก่าอย่างสังเกตได้ ผู้ฝึกตนอายุยืนมากมาย ตื่นเต้นเป็ นพิเศษ โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่ซึ่งมีอัจฉริยะในเรือนสกุล
เหตุผลนั้นง่ายมาก ราชวงศ์ต้าเซี่ยประกาศต่อโลกภายนอกว่า งานราตรีปีนี้จะเป็ นการประลองหาคู่แก่องค์หญิงเก้า
องค์หญิงเก้า ความภาคภูมิแห่งต้าเซี่ย บรรลุขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิดในวัยสิบห้า และไม่กี่เดือนก่อนก็สังหารตัวตนขอบเขต แปรเทวะผู้หนึ่ง เป็ นที่ตกตะลึงไปทั่วต้าเซี่ย
หากแต่งงานกับนางได้ ก็เท่ากับแต่งงานกับยอดฝีมือในอนาคต
และยังเท่ากับสร ้างความเกี่ยวดองกับราชสานักอีกด้วย
ตระกูลใดบ้างมิปรารถนาความสัมพันธ ์เช่นนี้?
แต่องค์หญิงเก้าอ้างตนว่าชอบอัจฉริยะอายุน้อย และตั้งข้อจากัด ว่าต้องเป็ นผู้อายุสิบแปดลงไป ใต้ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด
ดังนั้นตระกูลมากมายจึงพาบุตรหลานอัจฉริยะสูงสุดของตน มายังเมืองหลวง ด้วยหวังว่าญาติผู้น้อยของตนจะโดดเด่นเป็ นที่โปรด ปราน เหนือล้าเกินอัจฉริยะผู้ใด
ในตาหนักที่พานักขององค์ชายสี่เซี่ยเทียนลู่
ชายชราผู้หนึ่งเข้ามาคานับเซี่ยเทียนลู่อย่างนอบน้อม “องค์ชาย สี่ พาผู้ที่พระองค์ตามหามาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เซี่ยเทียนลู่มองไปด้านหลังชายชรา
คนป่าสูงหกฉื่อครึ่ง นุ่งเพียงหนังสัตว์ผืนเดียวปิดกายผู้หนึ่งกาลัง ยืนแคะจมูก ดึงหนอนตัวหนึ่งจากโพรงจมูกแล้วโยนเข้าปากกิน
เซี่ยเทียนลู่ดูขยะแขยงเจียนสารอก เผลอถอยไปสองสามก้าว แล้วยกมือปิดจมูก
“คนผู้นี้มีสายเลือดคนเถื่อนจริง ๆ หรือ?”
ชายชราตอบกลับอย่างนอบน้อม “มีสายเลือดคนเถื่อนแน่นอน พ่ะย่ะค่ะ ตาเฒ่าผู้นี้พบเขายามไปที่เทือกเขาไร ้สิ้นสุด อายุกระดูก ของเขาก็วัดมาแล้ว สิบห้าปีพ่ะย่ะค่ะ”
ขณะนี้ คนป่าเห็นแมลงวันตัวหนึ่งบินวนเวียน จึงยกมือขึ้นตบ
ยามสองฝ่ ามือด าหยาบด้านกระทบกัน อากาศรอบ ๆ ก็ระเบิด เป็ นคลื่น ทาลายโต๊ะเก้าอี้ทุกตัวในห้องไป
อาภรณ์ของเซี่ยเทียนลู่โบกสะบัด เส้นผมปลิวกระจาย
เขามองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง “สมกับเป็ นผู้สืบสายเลือด คนเถื่อน แค่ตบเฉย ๆ ก็ทาให้ขอบเขตจินตานทั่วไปตายได้แล้ว!”
เซี่ยเทียนลู่ยิ้มเหี้ยมเกรียม
“น้องหญิงเก้า อย่าคิดเชียวว่าพี่ชายไม่รู ้ความคิดเจ้า พี่ชายหา สามีดี ๆ ให้เจ้าได้แล้ว ฮ่า ๆ”
เขารู ้ว่าเซี่ยชิงไม่อยากแต่งงาน จึงจงใจอ้างมั่วไปว่าชอบยอด ฝีมืออายุน้อย
อันที่จริง นางก็แค่จะให้เจียงผิงอันซึ่งอยู่ใต้บัญชากันท่าคน ทั้งหลาย จากนั้นก็ให้เจียงผิงอันปฏิเสธนางเสีย
เซี่ยเทียนลู่หันไปกล่าวกับขันทีน้อยข้างกาย “สถานการณ์ของ เจียงผิงอันผู้นั้นเป็ นเช่นไรแล้ว?”
ขันทีน้อยก้มหัวลงกล่าว “ทูลองค์ชายสี่ เจียงผิงอันดูจะยังไม่ บรรลุสู่จินตาน และองค์หญิงเก้าไปขอความช่วยเหลือจากเฉินเซ วียนจากตระกูลเฉินพ่ะย่ะค่ะ”
“เฉินเซวียน?”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ เซี่ยเทียนลู่ก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ
“เป็ นปัญหาอยู่แฮะ คนผู้นี้เลิศล้าเจียนทัดเทียมบรรพชนของเขา อยู่แล้ว เมื่อสองสามปีก่อนก็บรรลุขั้นปลายขอบเขตจินตาน”
เฉินเซวียนเป็ นทายาทของหนึ่งในเก้าเทพสงครามผู้ก่อตั้งต้าเซี่ย มากฝีมือเลิศล้า สังหารศัตรูร่วมสามหมื่นคนบนสมรภูมิ ผลงานศึก เกรียงไกร
เซี่ยเทียนลู่ส่งแหวนเก็บของวงหนึ่งให้ชายชรา “หนนี้รบกวนด้วย ฝึกฝนคนป่านี่ ก็มิใช่เสียทีเดียวว่าจะเอาชนะเฉินเซวียนผู้นี้ไม่ได้”
เจียงผิงอันมิได้บรรลุจินตาน ไม่น่าเป็ นห่วง เรื่องสาคัญคือเฉินเซ วียน ต้องหาทางจัดการเสีย
สองสามวันต่อมา ยามเทศกาลส่งเหมันต์มาถึง เสียงประทัดเริ่ม ดังขึ้นยามเช ้า เด็กน้อยในเสื้อผ้าฝ้ ายถือตะเกียงซึ่งยังไม่จุดวิ่งไปมา ทั่วถนน
องค์หญิงเก้าอยู่ในที่พัก
ยามเซี่ยชิงเห็นการฝึกฝนของเจียงผิงอัน นางก็แทบทรุดกอง
“เจ้าน้องชายตัวเหม็น! ท าไมยังไม่บรรลุขอบเขตอีก!”
เนิ่นนานป่านนี้ เจียงผิงอันยังสร ้างรากฐานอยู่เลย!
เจียงผิงอันยิ้มเจื่อนในใจ เขามิได้อยากทาเช่นนี้ แต่จะให้ทาเช่น ไรได้
เมื่อฝึกฝนวิชาซ่อนจักรวาล ก็ไร ้หนทางก่อตานได้ และหากไม่ ฝึกวิชาซ่อนจักรวาล ก็จะไม่อาจแข็งแกร่งได้เท่ายามนี้
ยามอวตารของเขาบรรลุสู่ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด เขาจึง จะคิดเรื่องทิ้งวิชาซ่อนจักรวาล
“ช่างเถอะ ข้าก็มิได้ฝากความหวังไว้ที่เจ้าอยู่ดี พี่หญิงไปหาผู้อื่น มาช่วยแล้ว”
เซี่ยชิงโล่งใจที่ตนเตรียมแผนอื่นไว้
“งานวันนี้จะมีงานเลี้ยงราตรีในวังหลวงช่วงเย็น ตระกูลใหญ่ สูงสุดในต้าเซี่ยจะมารวมตัว อย่าแต่งตัวดาษดื่น ไปหาซื้อเสื้อผ้าดี ๆ กับอวิ๋นหวงเสีย”
มองปราดแรก ชุดของเจียงผิงอันก็หาพอดีตัวไม่ ไม่รู ้ไปฉวยมา จากผู้ใด
“ข้าไปเองได้ มิต้องรบกวนสหายเต๋าอวิ๋นหรอกขอรับ” เจียงผิง อันกล่าว
“อวิ๋นหวงเป็ นสตรี รู ้ดีว่าสิ่งใดดูงามกว่ากัน หากปล่อยเจ้าเลือก เอง พี่หญิงผู้นี้หาวางใจไม่”
เซี่ยชิงสุดเดียดฉันท์ ผลักเจียงผิงอันไปหาอวิ๋นหวงในสวน
บทที่ 125 ผ้าขาวโบราณ
เจียงผิงอันไม่มีความต้องการใด ๆ มากมายเกี่ยวกับอาภรณ์ แค่ ปกปิดกายได้ก็พอแล้ว
แต่เซี่ยชิงจะให้เขาเข้าร่วมงานเลี้ยงราตรีนี้ด้วยกัน ซึ่งที่นั่นเต็ม ไปด้วยราชนิกุลและตระกูลใหญ่สูงสุดของต้าเซี่ย หากเขาแต่งตัวไม่ ดี ก็ไม่พ้นสร ้างความอับอายแก่เซี่ยชิง
อวิ๋นหวงพาเจียงผิงอันไปยังร ้านเสื้อผ้าในเมืองหลวง
สองข้างถนนแขวนโคมไฟสีแดง เต็มไปด้วยสีสันแห่งเทศกาล
ระหว่างทาง เจียงผิงอันไม่พูดไม่จา ใบหน้าเผยเค้าเคลือบแคลง เป็ นครั้งคราว ไม่ก็สีหน้าประจักษ์แจ้งเฉียบพลัน
อวิ๋นหวงมองปราดเดียวก็รู ้ว่าอีกฝ่ ายยังจมอยู่กับการฝึกฝน สี หน้าของนางแปรเปลี่ยนพิกล
ยามบุรุษอื่นเดินเคียงนาง หากไม่ลนลานก็เคอะเขิน นางเพิ่งได้ พบชายที่เมินนางไปอย่างสมบูรณ์เช่นนี้เป็ นครั้งแรก
“สหายเต๋าเจียง ฝึกฝนในห้องทุกวันไม่รู ้สึกเบื่อบ้างหรือ?” อวิ๋นห วงถามขึ้นก่อน
“การฝึกฝนย่อมต้องอดทน”
ยิ่งเจียงผิงอันพบยอดฝีมือมากเข้า ยิ่งรู ้สึกว่าตนช่างเล็กจ้อย
หากไม่แข็งแกร่งขึ้น ก็มิอาจล้างแค้นให้ท่านอาเมิ่งและผู้อาวุโสห ลี่ได้
อวิ๋นหวงส่ายหัวอย่างจนใจ ชายผู้นี้น่าเบื่อจริง ๆ เสี่ยวจิงชอบ ผู้ชายพรรค์นี้ไปได้อย่างไร
อวิ๋นหวงมิได้สนใจเสวนากับเจียงผิงอันอีก จึงแวะเข้าร ้านเสื้อผ้า ซึ่งดูคนเยอะหน่อย
ร ้านแห่งนี้ขายเสื้อผ้าทุกรูปแบบ รวมถึงชุดเกราะและรองเท้า ส าหรับต่อสู้ อาภรณ์บางชุดเรืองรองด้วยอักขระ เห็นได้ชัดว่ามี คุณสมบัติพิเศษ
“ชุดนี้ขายอย่างไรหรือ?”
ทันทีที่อวิ๋นหวงเข้าประตูมา นางก็เห็นชุดสีดาซึ่งดูหล่อเหลาชุด หนึ่ง เรียบตรงประณีตสวย ลวดลายก็ดูดียิ่ง รับกับนิสัยเยือกเย็นของ เจียงผิงอันได้เป็ นอย่างดี
พนักงานคนหนึ่งวิ่งมาหาด้วยรอยยิ้ม กล่าวขึ้นอย่างนอบน้อม
“แม่นางท่านนี้สายตาดียิ่ง อาภรณ์ชุดนี้ทาจากไหมพิเศษ ไม่ หนาวยามเหมันต์ ไม่ร ้อนยามคิมหันต์ ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิเองได้ และยังสลักอักขระไว้อีกหลายสิบ สามารถกาจัดฝุ่ นและกันน้าได้ เพียงสามหมื่นหินวิญญาณเท่านั้นขอรับ”
“แพงเกินไป” เจียงผิงอันกล่าว
คนทั่วไปซื้อเสื้อผ้า เหรียญทองแดงสองสามเหรียญก็ซื้อได้แล้ว สามหมื่นหินวิญญาณนั้นแพงกว่าอาวุธวิเศษขอบเขตสร ้างรากฐาน เสียอีก
สามหมื่นหินวิญญาณนี่สร ้างโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ได้หนึ่ง ในสามหยดเชียว
“ไม่เป็ นไรหรอก ข้าจะซื้อให้เจ้าเอง”
อวิ๋นหวงมิได้สนใจหินวิญญาณจานวนนี้ การแข่งขันรอบตัดสิน ที่เกาะเทวะทาให้นางได้รางวัลมามากมาย
นางยังไม่บรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด ไม่ต้องการชิ้นส่วน กฎเกณฑ์ใด ๆ จึงมีเงินไม่ขาดมือ
อวิ๋นหวงนาเสื้อผ้าชุดนี้ลงมาส่งให้เจียงผิงอัน “ไปลองดูว่าพอดี ตัวหรือไม่ ข้าว่าไม่น่าผิดพลาดนัก”
เจียงผิงอันถอนใจ ของในเมืองหลวงแพงแท้หนอ
เขาจะไม่รับของจากอีกฝ่ ายเปล่า ๆ เมื่อกลับไปเขาจะคืนเงินให้ แน่นอน
เขารับชุดไปลองในห้องลองเสื้อ
ไม่นานหลังจากเจียงผิงอันเข้าห้องลองเสื้อไป เด็กหนุ่มชุดขาวผู้ หนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างกายอวิ๋นหวง
แม้จะอยู่กลางหน้าหนาว คนผู้นี้ก็ยังถือพัดทองด้ามหนึ่งในมือ
“แม่นางอวิ๋นหวง ช่างบังเอิญยิ่งนัก เจ้าก็มาซื้อเสื้อผ้าที่นี่หรือ?”
อวิ๋นหวงตะลึงไปเล็กน้อย “คุณชายหลี่!”
เด็กหนุ่มชุดขาวยิ้มบาง “เรียกคุณชายหลี่จะห่างเหินไปหรือไม่ เรียกข้าหลี่เฮ่อดีกว่านะ”
“ผู้น้อยมิกล้า” อวิ๋นหวงก้มหัวลงน้อย ๆ
อีกฝ่ ายคือทายาทของตระกูลหลี่ หนึ่งในเก้าเทพสงครามแห่งต้า เซี่ย เป็ นผู้นาของรุ่นสมัยนี้ ภายหน้าจะเป็ นผู้ยิ่งใหญ่ในแดนดิน มี สถานะสูงส่งเหลือล้น
“มิต้องก้มหัวให้กันหรอก เราสองสนิทสนมแต่แรกพบ เจ้าอยาก ซื้อสิ่งใด ข้าจะออกเงินซื้อให้เจ้า”
หลี่เฮ่อเป็ นมิตรอย่างยิ่ง มิปกปิดความชอบของเขาต่ออวิ๋นหวง เลย
เขาคิดว่าร่างเทวะวิหคอมตะนั้นควรค่ากับคนเช่นเขาอย่างยิ่ง
“น้าใจของคุณชายหลี่ อวิ๋นหวงซาบซึ้งแล้ว ทว่าอวิ๋นหวงมิได้มา ซื้อเสื้อผ้าให้ตน แต่ซื้อให้กับสหาย”
อวิ๋นหวงปฏิเสธน้าใจของอีกฝ่าย
หลี่เฮ่อมีพื้นเพดี ฝีมือยอดเยี่ยม แต่มิใช่คนประเภทที่นางชอบ
นางชอบบุรุษองอาจอหังการ เป็ นเลิศเหนือใครในยุคสมัย
หลี่เฮ่อแย้มยิ้ม หยอกว่า “คงมิใช่ผู้ชายกระมัง?”
“ใช่” อวิ๋นหวงตอบ
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่เฮ่อค้างไปอย่างเห็นได้ชัด “บุรุษใด?”
ความรู ้สึกนั้นเหมือนพบแมลงวันในโจ๊กชามโปรด น่าขยะแขยง เป็ นอย่างยิ่ง
“องค์หญิงขอให้ข้าพาเจียงผิงอันมาซื้อเสื้อผ้าสาหรับงานเลี้ยง ราตรีคืนนี้น่ะ”
อวิ๋นหวงตอบกลับ
“ที่แท้ก็เป็ นวีรชนน้อยผู้นี้เอง”
หลี่เฮ่อถอนหายใจโล่งอก
จากข่าวที่ได้มา เจียงผิงอันอายุเพียงสิบหก และแม้จะสังหารร่าง เทวะสุดขั้วหยางได้สองหน เผยฝีมือเจิดจรัสเยี่ยมยอด แต่ก็มิพอเป็ น ภัยคุกคามต่อเขาได้
ไร ้พื้นเพและสายเลือด ภายหน้าก็จะเหลือเพียงคนธรรมดา บรรลุ ขอบเขตแปรเทวะได้ก็เยี่ยมแล้ว
ไม่มีทางเลยที่อวิ๋นหวงจะชอบคนเช่นนี้ได้
ขณะนั้น บรรยากาศที่โต๊ะขายเสื้อผ้าพลันเงียบงันอย่างกะทันหัน ผู้ฝึกตนทั้งหลายซึ่งเลือกซื้ออาภรณ์ในร ้านล้วนผงะ หันมองที่โต๊ะเถ้า แก่กันอย่างพร ้อมเพรียง
ที่โต๊ะเถ้าแก่ ผู้ฝึกตนอายุราวสิบแปดผู้หนึ่งยืนถือผ้าขาวเปื้อน เลือดผืนหนึ่งในมือ
ผ้าผืนนี้แผ่ปราณวังเวงเก่าแก่
ซุนพานซึ่งถูกผู้คนมากมายจ้องมองดูไม่สบายใจยิ่ง รีบร ้อนถาม เถ้าแก่ “ผ้าผืนนี้ ข้าขุดมาได้จากในสมรภูมิโบราณแห่งหนึ่ง รับซื้อ หรือไม่?”
สมรภูมิโบราณคือสนามรบของทุกเผ่าพันธุ์ในสมัยบรรพกาล ที่ อยู่นั้นไม่แน่ชัด
เมื่อกาลเวลาแปรเปลี่ยน สมรภูมิมากมายก็กลายเป็ นป่ าเขา มหาสมุทร หรือสถานที่อยู่ของเผ่ามนุษย์
แต่บางสถานที่ยังมีคลื่นพลังร ้ายกาจจากศึกในสมัยโบราณ หลงเหลือ ซึ่งมีภยันตรายร ้ายกาจจนคนธรรมดาไม่อาจเข้าเยือน
ยามผู้คนมากมายขุดพบสมบัติ เมื่อบอกว่าเป็ นของจากสมรภูมิ โบราณก็จะขายได้ราคาสูง
ผ้าเปื้อนเลือดผืนนี้อาจมาจากสมรภูมิโบราณจริง ปราณของมัน ใกล้เคียงอย่างยิ่ง
มิอาจทราบว่าโลหิตนั้นมีมาแต่ยามใด แต่ก็ยังแดงสดเตะตา
เถ้าแก่ชาเลืองผ้าขาว “เศษผ้าเช่นนี้ ที่นี่ไม่รับซื้อหรอก เจ้าลอง ไปร ้านข้าง ๆ ดูสิ โลหิตบนนั้นอาจขายได้สักสองสามพันหิน วิญญาณ”
“แค่สองสามพันหินวิญญาณเองหรือ?”
ซุนพานผิดหวังยิ่ง “ข้าหรือก็คิดว่าโลหิตนี้จะมีค่าสูงส่ง”
เถ้าแก่ดับฝันของซุนพานอย่างไม่ไว้หน้า “หากโลหิตนี้มีราคา ยิ่งใหญ่จริง ยามเจ้าพบมัน คงถูกมันฆ่าไปนานแล้ว โลหิตจากผู้ แข็งแกร่ง เพียงหยดเดียวก็ฆ่าเจ้าได้”
ซุนพานถอนหายใจ เก็บผ้าไปและเตรียมจาก ทว่าทันใดนั้น หนึ่ง เสียงก็ดังขึ้น
“รอเดี๋ยว”
เจียงผิงอันรีบเดินออกมาจากห้องลองเสื้อ
หลังเปลี่ยนอาภรณ์ เขาก็ดูองอาจขึ้นกว่าเก่าเล็กน้อย แต่เพราะ รีบร ้อนไปหน่อย เข็มขัดจึงยังผูกไม่แน่นดี
“มีอะไร?”
ซุนพานเห็นว่าอีกฝ่ ายเป็ นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐาน สาเนียงที่ใช ้จึงไม่ดีนัก
เขาในยามนี้กาลังราคาญใจที่สมบัติซึ่งหาได้ แท้จริงมีราคาเพียง น้อยนิด
“จะขายผ้านี้ให้ข้าหรือไม่ ข้าให้ห้าพันหินวิญญาณ”
อวิ๋นหวงเดินมาถามอย่างสงสัย “เจ้าจะซื้อสิ่งนี้ไปทาไม? แม้ โลหิตบนนั้นจะแข็งแกร่ง เวลาผ่านเนิ่นนานเช่นนี้ จะเหลือพลังสักกี่ มากน้อยเชียว”
“แค่เพราะชอบของเก่าน่ะ” เจียงผิงอันยิ้มให้
อวิ๋นหวงไม่เชื่อเขาเลยสักนิด
คนผู้นี้ กระทั่งเสื้อผ้าดี ๆ ยังไม่ยอมซื้อ ไม่มีทางซื้อของไร ้ ประโยชน์เป็ นแน่แท้
ผ้าผืนนี้อาจมีบางสิ่งพิเศษ ซึ่งเจียงผิงอันมองมันออก
หาไม่ เขาคงไม่รีบร ้อนออกมาจากห้องลองเสื้อ กระทั่งเข็มขัดยัง รัดไม่ดีเช่นนี้
อันที่จริง เจียงผิงอันหาประจักษ์ไม่ว่าผ้าขาวเปื้อนเลือดนี้คือสิ่ง ใด
แต่ยามผ้าขาวผืนนี้ปรากฏ ตาขวาของเขาสั่นสะท้านรุนแรงและ เจ็บแปลบ
แม้เขาจะไม่รู ้ว่าผ้าขาวเปื้อนเลือดผืนนี้คืออะไร นี่ก็คือครั้งแรกที่ ตาขวาของเขามีปฏิกิริยา ต้องมีบางสิ่งที่เขาไม่รู ้อยู่เป็ นแน่
ยามซุนพานได้ยินอีกฝ่ ายเสนอราคาห้าพันหินวิญญาณ ดวงตา ของเขาก็เรืองประกายขึ้นเล็กน้อย
“นี่เป็ นของจากสมรภูมิโบราณ ใครจะรู ้ว่าโลหิตเหล่านี้มีกฎ ชั้นสูงอยู่หรือไม่ อย่างน้อยก็หมื่นหินวิญญาณ”
บทที่ 126 ความยึดติดของตาขวา
“แค่เศษผ้าผืนเดียว เจ้ากลับขายหมื่นหินวิญญาณ ไม่ปล้นกัน เลยเล่า?”
เจียงผิงอันมิทันเอ่ยปาก อวิ๋นหวงข้างกายเขาก็พูดก่อนอย่างเกิน ทนไหว
แม้ผ้าผืนนี้จะให้บรรยากาศเก่าแก่ แต่ก็ผ่านไปนานนัก พลังจาก โลหิตนั้นเสื่อมสลายไปนานแล้ว
“ได้ หนึ่งหมื่น ตกลงซื้อ”
เจียงผิงอันไม่ได้สนใจหินวิญญาณจานวนนี้นัก เรื่องสาคัญที่สุด คือตาขวาของเขามีปฏิกิริยา เขาจึงอยากซื้อไปตรวจสอบดู
เมื่อได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน อวิ๋นหวงก็แน่ใจว่าผ้าผืนนี้อาจมี บางสิ่งไม่ธรรมดา
เป็ นสมบัติหรือ?
ซุนพานก็คิดเช่นนั้น เขาเสนอราคาหมื่นหินวิญญาณ อีกฝ่ าย ตกลงง่าย ๆ เช่นนี้ หรือผ้าขาวผืนนี้จะเป็ นสมบัติ?
“หนึ่งหมื่นไม่ใช่ราคาขาย นั่นค่าเหนื่อยยากต่างหาก ห้าหมื่น!”
ซุนพานอ้าปากเพิ่มราคาห้าเท่าอีกครั้ง
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว ขณะที่เขากาลังจะต่อราคา ตาขวาของเขา ก็เจ็บแปลบอีกครั้ง
หนึ่งภาพปรากฏขึ้นในใจจากตาขวา
เป็ นภาพสตรีผู้หนึ่ง อาภรณ์ของนางขาวเช่นหิมะ งดงามสุดขั้ว ราวสรรพสิ่งในฟ้ าดินล้วนละอายต่อนาง
ปรากฏว่าผ้าขาวนี้หาใช่สมบัติไม่ แต่มันมีปราณของสตรีผู้นี้อยู่
เจียงผิงอันเดาว่านี่น่าจะเป็ นสตรีที่เจ้าของตาขวานี้รักชอบก่อน ตกตาย
แม้เจ้าของดวงตาจะตายไปแล้ว สตรีผู้นี้ก็ยังตราตรึงอยู่ในดวงตา
ผ้าขาวเปื้อนเลือดนี้หามีความหมายในตัวมันเองไม่ เป็ นเพียง ความทรงจาเท่านั้น
น้าตาหยดหนึ่งรินลงจากตาขวา ความยึดติดของมันหายไปจน สิ้น
ก่อนหน้านี้ เจียงผิงอันรู ้สึกห่างเหินกับตาขวาข้างนี้มาตลอด จน ยามนี้ ความรู ้สึกห่างเหินนั้นหายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
เจียงผิงอันรู ้สึกว่าตาข้างนี้กลายเป็ นของเขาโดยสมบูรณ์ ให้ ความรู ้สึกราวสามารถควบคุมทุกอย่างได้
ความเจ็บปวดกินเวลาเพียงครู่เดียว แล้วเจียงผิงอันก็วางมือลง มองผู้ฝึกตนซึ่งคิดขูดเลือดเนื้อกันและตอบว่า “เช่นนั้นก็ไม่ซื้อแล้ว”
เขาวางถุงเก็บของที่โต๊ะเถ้าแก่ “เถ้าแก่ ชุดนี้พอดีตัว ข้าซื้อ”
เถ้าแก่รับถุงเก็บของมา ตรวจสอบสิ่งของภายในจนแน่ใจว่า เพียงพอ ก็ยิ้มให้บาง ๆ “หนหน้ามาใหม่นะ”
ซุนพานตะลึงคาที่ เหตุใดจู่ ๆ อีกฝ่ายก็ไม่ซื้อแล้วเล่า
เขาพลันนึกเสียใจที่เพิ่มราคามากเกินไป แต่ก็ยังหัวรั้นดื้อดึง “หากเจ้าไม่ซื้อ ก็จะพลาดโลหิตนี่ไปนะ! ภายหน้าเจ้าเสียใจแน่!”
ซุนพานนาผ้าขาวผืนนั้นไปยังร ้านรับซื้อสมบัติข้าง ๆ กัน
“เถ้าแก่ ข้าได้ผ้าผืนนี้มาจากสมรภูมิโบราณ ให้ราคาเท่าไหร่ หรือ?”
เถ้าแก่ช าเลืองมันแล้วตอบ “สองพันหินวิญญาณ”
“สองพัน! มิถูกไปหน่อยหรือ? มีโลหิตยอดฝีมือโบราณอยู่บนนี้ ด้วยนะ!”
ซุนพานเห็นราคาที่เสนอต่ายิ่ง ก็มิกล้าเชื่อลงได้เลย
“หากไม่ขายก็อย่าเกะกะร ้านข้า” เถ้าแก่ไล่เขาไปอย่างเหลือทน
สีหน้าของซุนพานงอง้าอย่างยิ่ง
ทั้งเถ้าแก่ร ้านเสื้อผ้าและเถ้าแก่คนนี้ล้วนบอกว่าผ้าขาวผืนนี้ ราคาแค่สองสามพัน เห็นได้ชัดว่าผ้าผืนนี้หาใช่สมบัติไม่
เขารีบร ้อนกลับไปที่ร ้านเสื้อผ้า เจียงผิงอันเพิ่งเดินออกมาพอดี
ซุนพานกล่าวยิ้ม ๆ “สหายเต๋า จากราคาที่เคยตกลงกันไว้ ข้า ขายแล้วที่หมื่นหินวิญญาณ”
เจียงผิงอันเมินเขา หันกายเดินจากไป
“อย่าไปสิ ห้าพัน! ห้าพันก็ได้!”
ซุนพานเสียใจนัก เขาไม่น่าโลภมากเลย หมื่นหินวิญญาณก็ ควรขายได้แล้ว
เจียงผิงอันยังคงเมินเขา
เมื่อซุนพานเห็นว่าเจียงผิงอันไม่ซื้อแล้ว เขาก็พลันร ้อนใจ สีหน้า บิดเบี้ยวยากมอง
“ไอ้หนู ก่อนหน้านี้เจ้าหลอกข้าหรือ? รู ้หรือไม่ว่าข้าเป็ นใคร? หากวันนี้เจ้าไม่ซื้อผ้าขาวนี่ ข้าจะทาให้เจ้าไม่มีทางอยู่ได้ในเมือง หลวงนี่อีกเลย!”
เขาพร ้อมบังคับซื้อขายด้วยกาลัง หาไม่ เขาก็จะเหนื่อยยากเสีย เปล่า
ข้างกันนั้น อวิ๋นหวงนาป้ ายชิ้นหนึ่งออกมา กล่าวกับซุนพาน เสียงเย็น “ไสหัวไป!”
ยามเห็นลวดลายวิหคอมตะบนป้ าย สีหน้าของซุนพานพลัน เปลี่ยนแปลง
พวกเขามาจากต าหนักองค์หญิง!
แม้ภูมิหลังของซุนพานจะมิได้ต้อยต่าไปกว่าพวกเขา แต่การ ขัดแย้งกับคนจากตาหนักองค์หญิงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้หาคุ้ม กันไม่
ซุนพานถลึงตามองเจียงผิงอันอย่างดุร ้าย ก่อนจะหันกายจาก อย่างไม่เต็มใจ
เขาสงสัยว่าอีกฝ่ ายจะจงใจลวงเขาเล่น มิได้อยากซื้อผ้าขาวผืน นี้มาแต่แรก
อวิ๋นหวงเมินคนนิสัยเสียนี้ไป แล้วถามกับเจียงผิงอัน “เจ้ามิได้ อยากได้ผ้าขาวนั่นหรือ?”
“ข้าอารมณ์เสีย ไม่อยากได้แล้ว”
เจียงผิงอันโกหกหน้าตาย “ข้าซื้อเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เรากลับกัน เถอะ”
“ทั้งสองท่านไม่ต้องรีบร ้อน ข้ารู ้จักภัตตาคารแห่งหนึ่ง วัตถุดิบ ล้วนเป็ นสัตว์ภูตกลายพันธุ์หายากที่จับได้ในเทือกเขาไร ้สิ้นสุด มื้อนี้ ข้าเลี้ยงเอง”
หลี่เฮ่อในอาภรณ์ขาวแย้มยิ้ม กล่าวอย่างแสนเป็ นมิตร
เจียงผิงอันไม่รู ้จักอีกฝ่ าย เห็นอวิ๋นหวงเดินใกล้อีกฝ่ ายยิ่ง จึงกุม กาปั้นปฏิเสธอย่างมีมารยาท “ขออภัย ข้ายังต้องฝึกฝน พวกเจ้ากิน เถิด”
“คุณชายหลี่ ช่วงนี้ข้าเร่งฝึ กฝน มิอาจกินด้วยกันได้ ขอตัว ก่อน”
อวิ๋นหวงรู ้ว่าหลี่เฮ่อคิดเช่นไรกับตน และด้วยคิดดับหวังอีกฝ่ าย เสีย จึงไม่อยากใกล้ชิดด้วยมากนัก
เจียงผิงอันและอวิ๋นหวงจากไป
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่เฮ่อค่อย ๆ จางหาย
ข้างกายเขา ผู้คุ้มกันคนหนึ่งถามขึ้นเฉียบพลัน “นายน้อย พวก เขาไม่ไว้หน้ากันเพียงนี้ ต้องการหาโอกาสสั่งสอนพวกเขาหรือไม่ ขอรับ?”
หลี่เฮ่อตอบเสียงเนิบ “อัจฉริยะย่อมหยิ่งผยองเป็ นธรรมดา ไม่ ต้องหรอก กลับไปหาองค์หญิงเก้า ให้นางสั่งสอนสองคนนั้นเองเลย ดีกว่า”
“องค์หญิงเก้าจะสั่งสอนทั้งสองหรือขอรับ?” ผู้คุ้มกันงุนงง
หลี่เฮ่อแค่นยิ้ม “หากองค์หญิงเก้าขึ้นครองบัลลังก ์ ก็ต้องได้รับ การยอมรับจากเราแคว้นหลี่ อัจฉริยะสองคนก็แค่นั้น ตัวตนขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดตบทีเดียวก็ตายแล้ว คนโง่ก็รู ้ว่าต้องเลือกเช่น ไร”
ผู้คุ้มกันพยักหน้า
ระหว่างกลับตาหนักองค์หญิง อวิ๋นหวงกล่าวขึ้นเสียงเรียบเรื่อย
“เจ้าช่างกล้านัก อีกฝ่ ายเป็ นทายาทเจ้าแคว้นหลี่รุ่นต่อไป สถานะสูงเทียมบุตรเจ้าแคว้นหมิงหวัง เขาเชิญเจ้ากินข้าว แต่เจ้า กลับปฏิเสธเขาอย่างไม่ไว้หน้า”
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง “ขอขมาตอนนี้ทันหรือไม่?”
อวิ๋นหวงนิ่งไปครู่หนึ่ง “ข้าคิดว่าเจ้าจะตอบว่าไม่สนใจอย่างเย็น ชายิ่งเสียอีก”
“เรื่องมากมิสู้เรื่องน้อย”
เจียงผิงอันไม่อยากสร ้างปัญหามากก่อนทันเติบโต
อวิ๋นหวงไหวไหล่ “หมดโอกาสแล้ว อีกฝ่ายคงไปแล้วล่ะ”
เจียงผิงอันถอนใจเบา ๆ เป็ นปัญหาจริงหนอ
หวังว่าอีกฝ่ายคงมิใช่พวกใจแคบ คิดเล็กคิดน้อยนะ
อวิ๋นหวงชาเลืองเจียงผิงอัน “สายตาข้าไม่เลว ชุดนี้เหมาะกับเจ้า ยิ่ง อีกสองปีต้องหล่อกว่านี้แน่”
“เจ้าโตไปก็สวยมากเช่นกัน” เจียงผิงอันชมอย่างเป็ นมารยาท
“เจ้าสุขุมนัก ฟังแล้วไม่เหมือนชมข้าอยู่เลย วันนี้ข้าก็ไม่มีอะไร ทา ไปฝึกฝนด้วยกันที่สังเวียนประลองยุทธ ์เป็ นไร?” อวิ๋นหวงเสนอ
“ได้”
เจียงผิงอันสนอกสนใจขึ้นมาทันที
การฝึกฝนหมัดอู๋จี๋และวิชาเทียมเทพสงครามล้วนต้องพัฒนาใน การต่อสู้
ขาดเพียงคู่ประลองเท่านั้น
อวิ๋นหวงเห็นเขาปรีดาขึ้นมากะทันหัน คู่เนตรงามของนางก็ค้อน ใส่ไปหน คนผู้นี้ชอบเพียงการฝึกฝน หาใช่อิสตรีไม่
ทั้งสองกลับสู่ลานฝึกในตาหนักองค์หญิง ฝึกฝนในลานฝึกก่อน งานเลี้ยงราตรีจะเริ่ม
ทั้งสองสู้กันแต่เช ้าจนตะวันลับ แลกเปลี่ยนมุมมองกันในการต่อสู้
หากเซี่ยชิงไม่มาหา คงไม่รู ้แล้วว่าทั้งสองจะสู้กันจนถึงยามใด
“พวกเจ้าหนุ่มสาวทั้งสอง ไม่ออกไปซื้อของในวันหยุด แต่มา ฝึกฝนที่นี่เนี่ยนะ? รีบหยุดเร็ว ถึงเวลาเข้าวังหลวงแล้ว”
เมื่อเห็นเซี่ยชิง อวิ๋นหวงก็เก็บเปลวเพลิงบนกายแล้วผ่อนหายใจ ยาว
“องค์หญิง เจียงผิงอันแข็งแกร่งเกินไป คืนนี้ไม่มีใครชนะเขาได้ แน่เพคะ”
หลังสู้กับเขามาทั้งวัน อวิ๋นหวงก็พบความน่าสะพรึงกลัวของเจียง ผิงอัน
ไม่ว่านางจะจู่โจมเช่นไร ใช ้วรยุทธ ์ใดมารับมือ ก็ไม่อาจท าลาย หมัดอู๋จี๋ของอีกฝ่ายได้
เซี่ยชิงถลึงตามองเจียงผิงอันอย่างเดือดดาล “น้องชายตัวเหม็น นี่ จนบัดนี้ก็ยังไม่บรรลุจินตาน จะไปประชันผู้ใดได้?”
“ยังดีนะที่ข้ามีเฉินเซวียน อัจฉริยะจากตระกูลเฉินอยู่ หาไม่ คง ได้ตายเพราะเขาแล้ว”
อวิ๋นหวงอธิบาย “สหายเต๋าเจียงแข็งแกร่งจริง ๆ นะเพคะ”
“ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียงไร จะเหนือชั้นกว่าอัจฉริยะสูงสุดทั้งหลาย ในต้าเซี่ยได้หรือ? เพื่อแต่งงานกับข้า ตระกูลใหญ่เหล่านั้นพา อัจฉริยะเร ้นกายมาด้วยเยอะเลยนะ”
เซี่ยชิงจนใจอย่างยิ่ง นางไม่อยากแต่งงานจริง ๆ นั่นจะกระทบ หนทางการเป็ นจักรพรรดิของนาง
“องค์หญิง……”
“พอ ไม่ต้องพูดแล้ว เราไปงานเลี้ยงด้วยกันเถอะ”
อวิ๋นหวงเองก็อยากพูดช่วยเจียงผิงอัน แต่เซี่ยชิงแง่งอนและไม่ อยากฟัง
อวิ๋นหวงมองเจียงผิงอัน ถูกเข้าใจผิดเช่นนี้ เขาไม่พูดปกป้ อง ตนเองหน่อยหรือ?
เจียงผิงอันไม่อธิบายจริง ๆ
เขาไม่สนใจว่าตนจะถูกเข้าใจผิดหรือไม่ มือของเขายังตั้งท่า หมัดอู๋จี๋ จมอยู่ในการฝึกฝน
อวิ๋นหวงถอนหายใจ
เจ้าคนบ้าวรยุทธ ์นี่
แต่การเป็ นสหายกับเจียงผิงอันก็สุขสบายนัก เป็ นความรู ้สึก ประหลาดยิ่งที่ไม่อาจสัมผัสได้ยามอยู่กับคนอื่นเลย
บทที่ 127 งานเลี้ยงราตรี
วันนี้วังหลวงเจิดจรัสสว่างไสว ทั้งสาวใช ้และขันทีต่างถือของเดิน ขวักไขว่ในจัตุรัส
ตระกูลใหญ่ในต้าเซี่ยรวมตัวแทบจะครบครัน นั่งกันบนที่นั่ง รับแขก
แต่ละตระกูลพาอัจฉริยะหนุ่มอันโดดเด่นสูงสุดจากตระกูลตนมา ด้วย
สายตาของอัจฉริยะสูงสุดเหล่านี้ล้วนผลาญเผาด้วยจานงดุร ้าย
ผู้เฒ่าบางคนส่งกระแสปราณเสวนา มิห่วงว่าจะถูกได้ยิน
“มิคาดเลยว่าองค์หญิงจะชอบเด็กหนุ่ม ๆ เช่นนี้”
“เรื่องธรรมดา รัชทายาทแห่งต้าซียังชอบคู่บาเพ็ญของคนอื่น เลย”
“เสี่ยวหมิง คืนนี้ต้องพยายามให้เต็มที่นะ ขอเพียงเจ้าสู้จนจบได้ ตระกูลเราก็หมดห่วงได้พันปีแล้ว!”
“องค์หญิงเสด็จแล้ว!”
ไม่รู ้ผู้ใดเริ่มกระซิบก่อน แล้วทุกสายตาก็หันมองตาม
เซี่ยชิงสวมชุดคลุมวิหคอมตะม่วงทอง เสียความสนิทสนมเป็ น กันเองในกาลก่อนไป ให้บรรยากาศเคร่งขรึมสง่างามจนท าให้ใคร หลายคนมองแล้วละอายตน
ทันทีที่นางปรากฏตัว ความสนใจของเด็กหนุ่มทั้งหลายก็ถูกดึง มาที่นาง และเมื่อเห็นองค์หญิงผู้งดงาม ลมหายใจใครหลายคนก็ขาด ห้วง
องค์หญิงช่างงามจริง ๆ
อัจฉริยะหลายคนก าหมัด สาบานในใจว่าตนต้องได้แต่งงานกับ องค์หญิงให้ได้
เจียงผิงอันและอวิ๋นหวงติดตามเบื้องหลังองค์หญิง นั่งลงด้านข้าง เยื้องบัลลังก ์กลางของจักรพรรดิ
สองข้างบัลลังก ์จักรพรรดิมีผู้ฝึกตนหนุ่มสาวนั่งอยู่หลายคน
ท าให้ทราบได้ว่าพวกเขาคือเหล่าองค์ชาย
ทว่าสิ่งที่ทาให้เจียงผิงอันงุนงงก็คือ องค์ชายมีเพียงเจ็ดคน หาก ว่ากันตามเหตุผล องค์ชายควรจะมีแปดคนสิ มิเช่นนั้นเซี่ยชิงก็คง มิใช่องค์หญิงเก้า
องค์ชายสี่เซี่ยเทียนลู่โยนผลไม้ไม่ทราบชื่อเข้าปาก เคี้ยวพลาง พูดกับเซี่ยชิง
“น้องหญิงเก้า เทศกาลส่งเหมันต์ปี นี้ นอกจากน้องหกที่ถูกเจ้า ฆ่าไป พี่ชายทั้งหลายก็มากันแล้ว ทุกคนล้วนใส่ใจงานแต่งของเจ้า นัก!”
ได้ยินเช่นนี้ หัวใจของเจียงผิงอันก็เต้นกระตุกอย่างตกใจ
องค์ชายหกถูกองค์หญิงสังหาร?
เหตุใดจึงฆ่า?
ได้ยินมาว่าองค์หญิงเก้าทาความผิด จึงถูกย้ายมาอยู่ที่เมืองเฮย เฟิง เป็ นเช่นนี้เองหรือ?
เซี่ยชิงกล่าวเสียงเรียบ “เดี๋ยวกลับไป ข้าส่งเจ้าไปพบเขาได้นะ”
“ฮ่า ๆ บางทีพี่สี่อาจส่งน้องหญิงเก้าไปพบน้องหกก็เป็ นได้นา” เซี่ยเทียนลู่ดูเหมือนแย้มยิ้มไม่เปลี่ยนแปลง ทว่าในรอยยิ้มนั้นซ่อนคม มีดไว้
“วันเทศกาลนี้ พวกเจ้าเงียบหน่อยไม่ได้หรือ?”
องค์ชายใหญ่ซึ่งอยู่ใกล้บัลลังก ์จักรพรรดิที่สุดกล่าวขึ้น เฉียบพลัน
เขานั่งตัวตรง แผ่จิตสังหาร เห็นได้ชัดว่าเป็ นผู้คลุกคลีกับ กองทัพ
เมื่อพี่ชายใหญ่เอ่ยปาก เซี่ยเทียนลู่และเซี่ยชิงก็ไม่พูดอะไรอีก ทั้งสองกินอาหารตรงหน้าพวกตนไปเงียบ ๆ
สารับทั้งมวลล้วนเลิศเลอ สาหรับผู้ฝึกตนทั่วไป เพียงหนึ่งคาก็ เท่ากับฝึกฝนหนึ่งเดือน
เจียงผิงอันและอวิ๋นหวงนั่งเบื้องหลังเซี่ยชิง กินอาหารไปเงียบ ๆ
เจียงผิงอันไม่ได้กินอะไรมานาน เพื่อประหยัดเวลา เขาจึงกินแต่ โอสถปี้กู่
โอสถปี้กู่หนึ่งเม็ด ทาให้เขาอยู่ได้โดยไม่หิว ไม่ต้องการอาหาร หนึ่งเดือน
“องค์หญิง”
เด็กหนุ่มรูปงามในชุดเกราะเงินผู้หนึ่งเข้ามาคานับเซี่ยชิง
เด็กหนุ่มผู้นี้อายุราวสิบแปด คู่เนตรเรืองรองพราวระยับ ดูองอาจ หล่อเหลายิ่ง
“ขยันเข้าไว้ องค์หญิงผู้นี้คาดหวังกับเจ้ามากนัก” เซี่ยชิงมอง เด็กหนุ่มด้วยคู่เนตรงามเปี่ยมความชื่นชม
“พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง”
เด็กหนุ่มเกราะเงินคารวะอีกครั้ง ก่อนจะหันกายจาก
สายตามากมายจับจ้องไปที่เด็กหนุ่ม
“ท่านนี้คืออัจฉริยะตระกูลเฉินหรือ?”
“ตระกูลเฉินไหน?”
“เฉินเซวียนจากแคว้นเฉินแน่อยู่แล้ว”
“เขาคือเฉินเซวียน! เขาก็มาด้วยแฮะ!”
เมื่อได้ยินชื่อของเขา เด็กหนุ่มมากมายซึ่งเดิมเปี่ยมจิตวิญญาณ การต่อสู้พลันหน้าเสีย รู ้สึกกดดันขึ้นมาทันควัน
กาลก่อนในศึกเผชิญต้าฉู่ คนผู้นี้หนีออกจากตระกูล ไปฆ่าศัตรู ที่ทัพหน้า
ในการเผชิญหน้าครั้งนั้น เขาสังหารผู้ฝึ กตนไปสามหมื่นคน สร้างเสียงฮือฮาโจษจัน
เขาในขณะนั้นอายุเพียงสิบห้าปี
เซี่ยชิงหันมากล่าวกับเจียงผิงอันซึ่งกาลังกินข้าว “จากนี้ก็ดูให้ดี ตั้งใจเรียนรู ้หลังเจ้าบรรลุขอบเขตจินตาน พลังต่อสู้ได้สักสองในสาม ของเฉินเซวียน พี่หญิงก็พอใจแล้ว”
“อื้อ” เจียงผิงอันพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
วันนี้เขาจะได้พบอัจฉริยะมากมาย และได้เรียนรู ้หลายสิ่งอย่าง จากพวกเขาแน่นอน
เมื่อเห็นท่าทีเคร่งขรึมของเจียงผิงอัน เซี่ยชิงก็พอใจอย่างยิ่ง สิ่งที่ ทาให้เด็กหนุ่มคนนี้แตกต่างจากผู้อื่นก็คือหัวใจอันหนักแน่น และ อุปนิสัยถ่อมตัวนี่แหละ
ด้วยความคิดเช่นนี้ ต่อให้ไม่มีสายเลือดหรือพรสวรรค์สูงส่งอะไร ก็ยังสร้างความส าเร็จในภายหน้าได้
“ฝ่ าบาทเสด็จแล้ว!”
หนึ่งเสียงพลันประกาศดังก้อง
ผู้คนทั้งหลายลุกขึ้น คารวะให้แก่เซี่ยหยวนเฮ่า
“ขอสิริมงคลจงเกิดแก่วันเทศกาลของฝ่าบาท!”
“นั่งลงเถิด วันนี้เป็ นวันเทศกาล ข้าจะไม่พูดมากความ ผ่อน คลายสังสรรค์เถิด”
เซี่ยหยวนเฮ่าถือพู่กันพิพากษาชารุดในมือ นั่งลงบนบัลลังก ์ พลางกล่าวยิ้ม ๆ
“วันนี้ข้าจะเลือกเจ้าบ่าวให้เสี่ยวชิง ประจวบเหมาะที่พวกเจ้า น่าจะพาอัจฉริยะสูงสุดมากันด้วย ให้ข้าได้ทัศนาว่าที่เสาหลักแห่งต้า เซี่ยเหล่านี้”
“เพื่อให้ทุกคนขยันขันแข็งยิ่งขึ้น ข้าก็จะเพิ่มสีสันสักหน่อย ผู้ใด ชนะในตอนท้าย จะได้เข้าไปฝึกฝนในดินแดนลับของราชวงศ์เป็ น เวลาหนึ่งปี”
เมื่อได้ยินคาว่า ‘ดินแดนลับของราชวงศ์’ ผู้คนมากมายก็หลุด โพล่งอุทานออกมาทันที
เหตุที่ปฐมจักรพรรดิได้บรรลุสู่แดนเซียนก็เกี่ยวเนื่องกับดินแดน ลับแห่งนี้
มีเพียงราชนิกุลและทายาทแคว้นหลักเท่านั้นที่สามารถเข้าไป ฝึกฝนในดินแดนลับของราชวงศ์ได้
ยามนี้ ฝ่ าบาททรงตรัสว่าผู้ใดก าชัยสุดท้าย จะสามารถเข้าไป ฝึกฝนในนั้นได้
เป็ นเรื่องใหญ่ยิ่ง สาคัญเหนือกว่าแต่งงานกับองค์หญิงอีก!
เจียงผิงอันหันไปถามอวิ๋นหวงผู้มีลมหายใจติดขัดด้วยวิชาส่ง กระแสปราณ “การเข้าดินแดนลับมีผลประโยชน์ใดหรือ?”
อวิ๋นหวงสูดหายใจลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ “ข้าอยากเป็ นชาย เข้าร่วมแข่งด้วยแล้ว”
“ผลประโยชน์มีเยอะแยะไปหมดเลย ยกมาสักเรื่องแล้วกัน ในนั้น มีแท่นพินิจดาวแห่งหนึ่ง เป็ นสถานที่ฝึกฝนของยอดฝีมือในอดีตกาล ต่อให้ผู้นั่งบนนั้นจะเป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตจินตาน ก็ทาความเข้าใจ กฎเกณฑ์ได้”
ได้ยินเช่นนี้ หัวใจของเจียงผิงอันก็ดิ่งวูบ ตระหนักแล้วว่าโอกาส ยามนี้ยิ่งใหญ่เพียงไร
ปกติแล้ว เว้นแต่ร่างเทวะพิเศษต่าง ๆ ผู้ฝึกตนทั่วไปจะท าความ เข้าใจเต๋าสวรรค์ สามารถบรรลุกฎฟ้ าดินใด ๆ ได้ก็ต่อเมื่ออยู่ใน ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดแล้วเท่านั้น
แต่การไปนั่งบน ‘แท่นพินิจดาว’ กลับทาให้ตัวตนขอบเขตจิน ตานบรรลุกฎเกณฑ์ได้ มีประโยชน์มหาศาลส าหรับการฝึกฝนต่อไป
โอกาสเช่นนี้ยิ่งใหญ่นักจริงแท้ และเจียงผิงอันก็อยากได้มัน
กฎเกณฑ์ที่เขาต้องการบรรลุก็คือ กฎแห่งแรงโน้มถ่วงและกฎ จ านงสัประยุทธ ์
ขอเพียงท าความเข้าใจได้สักเล็กน้อย สมรรถภาพการต่อสู้ของ ตัวตนขอบเขตจินตานผู้นั้นก็จะพัฒนาก้าวกระโดด
“ข้าหลี่หลิงซิงคิดอภิเษกกับองค์หญิง! ผู้ใดจะท้าทาย!”
เด็กหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งสะพายดาบไว้เบื้องหลังสุดแสนกระเหี้ยน กระหือรืออยากเข้าดินแดนลับ กระโดดเข้าไปในสังเวียนประลองยุทธ์ ด้วยสีหน้าโอหังเหนือใดทันที
ม่านตาของอวิ๋นหวงหดตัวเล็กน้อย ส่งกระแสปราณบอกเจียงผิง อัน “คนผู้นี้เป็ นน้องชายของหลี่เฮ่อ ตระกูลหลี่มีวิชาดาบแข็งแกร่ง ที่สุดในต้าเซี่ย ภายใต้ดาบของเขา มีคู่มือน้อยนัก”
“ข้าจินหลัวมาสู้แล้ว!” ชายร่างก าย า ร่างเรืองประกายสีทองเดิน ออกมา
เจียงผิงอันหันมองอวิ๋นหวง
อวิ๋นหวงเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ ายอยากถาม “ถูกต้อง คนผู้นี้มาจาก ตระกูลเดียวกับจินหลิน ตระกูลจินแห่งแคว้นหมิงหวัง”
จักรพรรดิเซี่ยหยวนเฮ่ายกพู่กันพิพากษาในมือโบกน้อย ๆ แสง สายหนึ่งพุ่งไปที่กลางสังเวียน สร ้างเป็ นค่ายอาคมโอบล้อมคนทั้งสอง ไว้
จากด้านนอกดูเหมือนมีระยะเพียงสิบจั้งเศษ ทว่าพื้นที่ภายใน อย่างน้อยก็สิบกว่าลี้!
ขอบเขตจินตาน อานาจทาลายล้างสูงยิ่ง สามารถทาลายได้ กระทั่งภูเขาลูกย่อม การสู้กันที่นี่จึงเป็ นไปไม่ได้ และต้องไปสู้กันใน มิติพิเศษ
เมื่อเห็นค่ายอาคม เจียงผิงอันก็ตะลึงไปเล็กน้อย
ปรากฏว่าฝ่าบาทเชี่ยวชาญอ านาจมิติ เบิกมิติได้ตามปรารถนา
อวิ๋นหวงสังเกตเห็นท่าทางตกตะลึงของเจียงผิงอัน ก็เดาความคิด อีกฝ่ายได้
“เจ้าคงไม่คิดกระมังว่าฝ่ าบาทก็เชี่ยวชาญอานาจมิติ? เจ้าคิดผิด แล้ว นี่เป็ นผลงานเจ้าล้วน ๆ หรือก็คือพู่กันพิพากษานั่นแหละ”
“ความสามารถแท้จริงของพู่กันพิพากษามิใช่การต่อสู้ แต่เป็ น การวาดอักขระ ควบคุมผลกรรมต่างหาก”
บทที่ 128 การใช ้งานของพู่กันพิพากษา
ชายทั้งสองในม่านมิติเริ่มเปิดศึกกันแล้ว
เพื่อเข้าสู่ดินแดนลับ เด็กหนุ่มทั้งสองจึงออกมาแสดงฝีมือ
ศึกอันดุเดือดท าให้ปวงชนรอบข้างมิอาจละสายตา
แม้เจียงผิงอันจะกาลังมองการต่อสู้ แต่เนื่องด้วยวาทะก่อนหน้านี้ ของอวิ๋นหวง ใจเขาจึงไม่ได้อยู่กับการประลอง
อวิ๋นหวงเห็นว่าเจียงผิงอันไม่เข้าใจการใช ้งานพู่กันพิพากษา จึง อธิบายต่อ
“หากผู้ฝึกตนทั่วไปคิดวาดอักขระ ก็ต้องศึกษาเรื่องของอักขระ อย่างระมัดระวัง หากคิดบรรลุสิ่งใด ก็ต้องทุ่มเทศึกษาเป็ นร ้อยปีหรือ นานกว่า ขั้นตอนการเรียนรู ้ลาบากยากเข็ญยิ่ง”
“แต่หากมีพู่กันพิพากษา ทุกสิ่งก็จะแตกต่างไปอย่างยิ่ง ผู้ฝึกตน ไม่ต้องวาดอักขระใด แต่คิดว่าอยากได้อักขระแบบไหน พู่กันด้ามนี้ก็ จะเขียนให้เอง”
“เช่นเมื่อครู่ ฝ่าบาทเพียงคานึง แล้วค่ายอาคมมิติก็ปรากฏขึ้น”
ดวงตาของเจียงผิงอันเบิกขึ้นเล็กน้อย ปรากฏว่าพู่กันพิพากษา ยังใช ้ได้เช่นนี้!
ร ้ายกาจถึงเพียงนี้ มิน่าเล่าจึงถูกเรียกเป็ นศาสตราเซียนครึ่งขั้น
“ที่ว่าควบคุมผลกรรมนี่ หมายความเช่นไรหรือ?” เจียงผิงอัน ถามต่อ
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ สีหน้าของอวิ๋นหวงก็กลายเป็ นเคร่งขรึมจริงจัง
“เขียนนามบุคคลผู้หนึ่งด้วยพู่กันพิพากษา คิดถึงหน้าคนผู้นั้น แล้วเขียนวันที่ อีกฝ่ายจะตายในวันนั้น……”
“อะไรนะ!”
แม้เจียงผิงอันจะใจเย็นหนักแน่น ยามได้ยินเช่นนี้ เขาก็ยังอด หลุดอุทานมิได้
พู่กันพิพากษายังมีวิธีใช ้ร ้ายกาจเช่นนี้อยู่!
เมื่อได้ยินเสียงโวยวาย จักรพรรดิและเหล่าองค์ชายต่างหันมอง มา
เจียงผิงอันรีบแสร ้งทาเป็ นตื่นเต้นกับการประลอง
ทุกคนล้วนเห็นแล้วไม่ใส่ใจ ขณะที่เซี่ยหยวนเฮ่าสัมผัสพู่กัน พิพากษาแล้วยิ้มให้อย่างใจดี
เด็กหนุ่มผู้นี้มอบศาสตราเซียนครึ่งขั้นนี่ให้เขา ยิ่งมองยิ่งเจริญ ตา
เจียงผิงอันใช ้เวลาเนิ่นนาน กว่าจะสงบใจลงได้เล็กน้อย
“หากมีพู่กันด้ามนี้ มิใช่ว่าฆ่าได้ทุกคนที่อยากฆ่าเลยหรือ? มี ข้อจ ากัดใดหรือไม่?”
อวิ๋นหวงพยักหน้า “มีสิ ข้อจากัดเยอะมากด้วย หากใช ้วิธีนี้ฆ่า คน ชีวิตของเจ้าเองก็ต้องเสียไป และผู้มีการฝึ กฝนอ่อนแอก็ยาก สังหารผู้มีการฝึกฝนแข็งแกร่งกว่าได้”
เมื่อได้ยินข้อจากัดนี้ เจียงผิงอันก็พยักหน้า หัวใจอันตื่นตะลึง สงบลง
เรื่องนี้สมเหตุสมผล มิเช่นนั้น ผู้ใดมีพู่กันพิพากษาก็คงไร ้เทียม ทานในทันควัน คิดอยากให้ผู้ใดตายก็ฆ่าได้ทันที
นิ้วเรียวของอวิ๋นหวงเด็ดผลไม้สีน้าเงินชิ้นหนึ่งเข้าปาก
“พู่กันพิพากษาถูกเรียกเป็ นศาสตราผลกรรม มันท าได้มากกว่า นั้นอีก แต่ข้ารู ้ไม่มากนัก รู ้แค่สองอย่างนี้”
“ต่อให้เจ้ารู ้วิธีใช ้พู่กันพิพากษาไป ก็ท าอะไรได้ไม่มากอยู่ดี พู่กันพิพากษามิใช่ของเจ้าแล้วนี่”
อวิ๋นหวงรู ้สึกเสียดายแทนเจียงผิงอัน
ศาสตราเซียนครึ่งขั้นเป็ นอาวุธวิเศษที่ผู้ฝึ กตนมากมาย ปรารถนา แต่เจียงผิงอันอ่อนแอเกินไป เพื่อเอาชีวิตรอด เขาจึงทาได้ แต่มอบมันให้ผู้อื่น
เจียงผิงอันก าตะเกียบในมือ อารมณ์แปรปรวนในใจรุนแรง
ปรากฏว่าพู่กันพิพากษายังมีประโยชน์อีกมากมายเพียงนี้
เขาก็มีพู่กันพิพากษาอันสมบูรณ์ด้ามหนึ่งกับตัว ภายหน้าเขาจะ ศึกษามันอย่างตั้งใจ
หลี่หลิงซิงและจินหลัวในม่านมิติยังคงสู้กันนัวเนียจนแยกไม่ออก
ทั้งสองต่างเป็ นอัจฉริยะ การต่อสู้ตื่นตาตื่นใจยิ่ง เพิ่มรสชาติ ให้กับอาหารเล็กน้อย
ดาบของหลี่หลิงซิงเลิศล้าคลับคล้ายจะเบิกโลกา
วิชากายาของจินหลัวก็เกินใดต้าน แผลงฤทธาแข็งแกร่งโดด เด่น
ทั้งคู่ล้วนแข็งแกร่งมาก แต่เจียงผิงอันก็เห็นได้ว่าจินหลัวกาลังจะ แพ้
พลังต่อสู้ของจินหลัวมิอาจสู้อันดับสิบในการแข่งขันประลองร ้อย เมืองได้เลย
และพลังต่อสู้ของหลี่หลิงซิงนั้น มิได้ด้อยไปกว่าโจวเฟิ งจาก สานักเพียวเหมี่ยวที่เขาเอาชนะไปได้เลย
จริงเช่นนั้น เพียงชั่วกาลอันพอให้ละเลียดชาครึ่งถ้วย จินหลัวก็มิ อาจทานทน ถูกดาบของหลี่หลิงซิงฟาดฟันกระอักเลือด
หลี่หลิงซิงยืนกลางเวหา มือยังคงกาดาบ เต็มเปี่ยมชีวิตชีวา “คน ต่อไป!”
จินหลัวออกมาจากค่ายอาคมมิติ ก้มหน้าก้มตากลับที่นั่งของ ตระกูล ไม่พูดไม่จากับใคร
ทุกสายตาจับจ้องที่หลี่หลิงซิง
“แม้หลี่หลิงซิงจะไม่เลิศล้าเท่าหลี่เฮ่อผู้พี่ แต่เขาก็ยังมากฝีมือ มี คู่เปรียบในขอบเขตเดียวกันน้อยนัก”
“อายุสิบแปดก็มีพลังต่อสู้เพียงนี้ ภายหน้าเติบโต ไม่รู ้จะไปได้ ไกลอีกเพียงไร”
“เขาแข็งแกร่งเกินไป ข้าคงไม่ขึ้นไปให้ขายหน้าแล้ว”
พลังต่อสู้ของหลี่หลิงซิงชัดเจนแก่ทุกสายตา ทาให้ผู้ฝึกตนอายุ มากกว่ามากมายชื่นชมไม่ขาดปาก
อัจฉริยะจากหลายตระกูลทิ้งความคิดประชันไปทันที
ขึ้นไปก็ขายหน้า สู้ก้มหน้าก้มตาลิ้มรสสารับอาหารล้าค่าดีกว่า
หลี่เฮ่อแย้มยิ้มมองน้องชายตน สักวันเขาต้องขอโอกาสให้ น้องชายเข้าสู่ดินแดนลับของราชวงศ์เพื่อให้เติบโตดีขึ้น
แต่แม้น้องชายของเขาจะแข็งแกร่ง เขาก็มิใช่ผู้แข็งแกร่งเกินใคร ที่นี่
หลี่เฮ่อมองไปทางเด็กหนุ่มในชุดเกราะเงินผู้หนึ่ง
เฉินเซวียนวางถ้วยชาในมือ ค่อย ๆ ลุกขึ้น ชุดเกราะเงินบนร่าง ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
“ข้ามาท้าประชัน”
เสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่เขาก็กลายเป็ นจุดสนใจทันที
ความอหังการของหลี่หลิงซิงในค่ายอาคมหายวับ แทนที่ด้วย ความเคร่งขรึมสุดขีด
เจียงผิงอันหันไปมองอวิ๋นหวง
อวิ๋นหวงชาเลืองเด็กหนุ่มก็ทราบว่าอีกฝ่ ายต้องการอะไร คนผู้นี้ ถือนางเป็ นผู้บรรยายไปแล้ว
“เฉินเซวียน อัจฉริยะจากตระกูลเฉิน ไปสู่สมรภูมิทัพหน้าตั้งแต่ อายุสิบห้า เผชิญทัพศัตรูสามหมื่นนายไล่ล่าสังหาร แต่ก็ตอบโต้หนี มาได้ สังหารศัตรูอยู่ที่ทัพหน้ามาสามปี สร ้างผลงานศึกมากมาย”
“ยามเขาถูกไล่ล่า เขาปลุกพลังแห่งปฐพีอันเก่าแก่ขึ้นมาได้ และ สามารถดูดซับปราณวิญญาณจากแดนดินได้อย่างต่อเนื่อง”
“ด้วยพรสวรรค์นี้ ปราณวิญญาณของเขาจึงยากเหือดหาย ยิ่ง ขอบเขตทะยานสูง ความสามารถนี้ยิ่งแข็งแกร่ง”
เจียงผิงอันลอบราพึงในใจ อัจฉริยะผู้นี้แข็งแกร่งจริง ๆ
คนอื่น ๆ ต้องเรียนวรยุทธ ์ชั้นเลิศเพื่อเก็บปราณวิญญาณ เพิ่มขึ้น แต่เฉินเซวียนผู้นี้ไม่ต้องขวนขวายเรียนวรยุทธ ์ชั้นสูงก็ได้ เพราะเขาสามารถดูดซับปราณวิญญาณจากพื้นดินได้โดยตรง
เฉินเซวียนก้าวเข้าไปในม่านมิติ
หลังจากหลี่หลิงซิงและเฉินเซวียนคานับกัน ทั้งสองก็เริ่มต่อสู้
หลี่หลิงซิงเหวี่ยงดาบจู่โจม เจตจานงแห่งดาบอันน่าสะพรึงกลัว โถมทะยานสูงร ้อยจั้ง
เฉินเซวียนมิได้ขยับตัว พื้นใต้เท้าของเขาสั่นสะท้านรุนแรง กาแพงพสุธาหนาหนักผุดทะยานสิบกว่าชั้นในคราวเดียว
ขณะเดียวกัน หนามพสุธานับร ้อยก็ทิ่มทะลวงจากพื้นเข้าใส่หลี่ห ลิงซิง
หลี่หลิงซิงเลี่ยงหลบรวดเร็ว เขารู ้ว่าตนไม่อาจยืนสู้กับอีกฝ่ ายบน พื้นได้ จึงทะยานสู่เวหา ออกกระบวนท่าโจมตีเฉินเซวียนจากฟ้ าแทน
กาแพงพสุธาหนาหนักซ ้อนกันสิบกว่าชั้น ขวางเฉินเซวียนพ้น จากสายตา การโจมตีของหลี่หลิงซิงอ่อนกาลังลงยามผ่านแต่ละชั้น ไม่อาจท าร ้ายอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย
หนามพสุธาบนพื้นพุ่งขึ้นโจมตีหลี่หลิงซิง
หลี่หลิงซิงตวัดดาบดิ้นรนโจมตี หนามพสุธาระเบิดแหลกไปตาม กัน
เฉินเซวียนทาเพียงยืนกับที่ กล่าวกับหลี่หลิงซิงเบา ๆ “จบแล้ว ล่ะ”
ทันใดนั้น สองหัตถ์มโหฬารขนาดร ้อยจั้งก็โผล่ขึ้นจากพื้น
มือทั้งสองตบเข้าใส่หลี่หลิงซิงดุจตบยุง
หลี่หลิงซิงมิได้อ่อนแอ เขาเหวี่ยงดาบในมือสุดกาลัง
เจตจานงดาบอันดุดันฟันหัตถ์ทั้งสองขาดสะบั้น
แต่เขาหาสังเกตถึงหนึ่งหัตถ์ปฐพีซึ่งใหญ่ยิ่งกว่าเบื้องหลังไม่ ขนาดของมันอย่างต่าก็หกสิบจั้ง ปิดฟ้ าคลุมตะวัน ฟาดร่างของเขา กระแทกพื้นอย่างรุนแรง
รอยฝ่ ามือมโหฬารปรากฏบนพื้น แดนดินสะท้านสะเทือนรุนแรง ส่งแรงสะเทือนให้สัมผัสชัดเจนเป็ นระยะหลายลี้
ฝ่ามือนี้ กระทั่งขุนเขาสูงร ้อยจั้งก็ตบแบนได้
รัศมีดาบวูบไหว หลี่หลิงซิงผ่าฝ่ามือนั้นแล้วทะยานออกมา
โลหิตหลั่งรินที่มุมปาก สภาพสะบักสะบอมเล็กน้อย
หลี่หลิงซิงยังสู้ต่อได้ ทว่าสู้ต่อไปก็ไร ้ความหมาย
การโจมตีของเขาไม่อาจทลายเกราะของเฉินเซวียน แค่จะแตะ ตัวคู่ต่อสู้ยังท าไม่ได้
เฉินเซวียนสามารถเสริมปราณวิญญาณจากผืนดิน ใช ้เคล็ด วิชาอันทรงพลังได้ซ้า ๆ โดยไม่ต้องกลัวปราณวิญญาณหมด
ต่อให้ใช ้วิธีลิดรอนกาลัง คนที่จะเหนื่อยตายก็คือเขาเอง
“ขอบคุณที่ออมมือ ยามข้าบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด จะขอท้าทายเจ้าอีกครั้ง”
หลี่หลิงซิงยอมแพ้อย่างว่าง่าย และออกจากค่ายอาคมไป
เขาแค่พ่ายในขอบเขตจินตาน ยามบรรลุกฎเกณฑ์ในขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิด เขาก็มั่นใจว่าจะทะลวงเกราะคุ้มกันของอีกฝ่ าย ได้
เฉินเซวียนชนะแล้ว
เขาไม่ได้ขยับตัวแต่ต้นจนจบ
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้างดงามของเซี่ยชิง แล้วหันไปส่งกระแส ปราณให้เจียงผิงอัน
“เห็นหรือไม่? ไม่ว่าเจ้าจะมีพลังมากเพียงไรในกาย ก็เทียบผู้ฝึก ตนที่ดูดซับปราณวิญญาณตลอดเวลาเช่นนี้ได้ ยามเขาบรรลุ
ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ก็จะดูดซับปราณในแดนดินตราบระยะ ร ้อยลี้ได้”
“แน่นอน เจ้าไม่ต้องรีบร ้อน ไว้ค่อยหาดูได้ว่าจะซื้อโอสถกระจ่าง แจ้งได้หรือไม่ บางทีอาจปลุกพรสวรรค์ของเจ้าขึ้นมาได้”
เจียงผิงอันมิได้ร ้อนใจ เขาไม่ได้คิดเลยว่าพรสวรรค์โน้มถ่วงของ ตนอ่อนแอ แค่ยังไม่เผยมันออกมาอย่างเต็มที่เท่านั้น
เฉินเซวียนยืนในอาคมมิติ สอดส่ายสายตาไปยังอัจฉริยะ มากมายรอบข้าง พลางกล่าวเบา ๆ “ผู้ใดจะท้าทาย?”
แม้สีหน้าของเขาจะสุดราบเรียบ แต่ก็ยังเห็นความหยิ่งทะนงใน สายตาได้
ในขอบเขตเดียวกัน น้อยคนนักจะทะลวงการป้ องกันของเขาได้ แค่ให้ก้าวเท้าสักก้าวยังยากเย็นยิ่ง
นี่แหละอัจฉริยะตระกูลเฉิน
บทที่ 129 เผ่าคนเถื่อนผู้น่าสะพรึงกลัว
“ข้าขอท้าทาย!”
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเหินเข้าไปในม่านอาคม
ผู้ฝึกตนคนนี้เป็ นผู้ใช ้วรยุทธ ์สายความเร็ว คิดจัดการกับเฉินเซ วียนด้วยความเร็ว
ทว่าเฉินเซวียนใช้ธรณีก่อตัวเป็ นก้อนกลมขนาดมโหฬาร คลุม ตัวเขาไว้ข้างใน
คุ้มกันเบ็ดเสร็จไร้ช่องโหว่
เขาใช ้เคล็ดวิชาจู่โจมผู้ฝึกตนคนนั้นจากภายใน
ท้ายที่สุด ผู้ฝึกตนสายความเร็วคนนั้นก็สิ้นปราณ แพ้พ่ายจาก ไป
ตราบใดที่เท้าของเฉินเซวียนติดพื้น เขาก็ถือได้ว่าไร้เทียมทาน
อัจฉริยะอีกสองคนไม่ยอมตัดใจขึ้นมาสู้ แต่ทั้งคู่ก็ล้วนแล้ว ปราชัย
จักรพรรดิเซี่ยหยวนเฮ่ามองเฉินเซวียนอย่างพึงพอใจ
เฉินเซวียนผู้นี้ชาติตระกูลดี มีความสามารถสูงส่ง เป็ นตัวเลือกที่ ดีส าหรับต าแหน่งราชบุตรเขย
“ยังมีผู้ใดคิดประชัน?”
เฉินเซวียนมองสารวจอัจฉริยะทั้งหลายทั่วทิศ แม้สู้มาหลายศึก ปราณวิญญาณในร่างเขาหาได้ลดทอนไม่ เขายังสู้ต่อไปไหว
“ทั้งการป้ องกันและโจมตีของเฉินเซวียนล้วนไร ้จุดด้อย การเติม ปราณวิญญาณไม่รู้จบก็ท าให้เขาใช้เคล็ดวิชาอันทรงพลังแต่ สิ้นเปลืองปราณวิญญาณได้อย่างต่อเนื่อง คนเช่นนี้รับมือไม่ได้เลย”
“หากไม่บรรลุขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ก็ยากนักจะมีผู้ เอาชนะเขาได้”
“เฮ้อ หมดหวังอภิเษกสมรสกับองค์หญิงแล้วล่ะ”
เด็กหนุ่มมากมายสิ้นหวังอย่างยิ่ง ความแข็งแกร่งของเฉินเซวียน ทาให้พวกเขาถอดใจ ความฝันที่จะได้แต่งงานกับองค์หญิงมลายสูญ
ริมฝีปากแดงของเซี่ยชิงจิบชา สายตาชาเลืองไปที่องค์ชายสี่เซี่ย เทียนลู่
คิดเล่นงานองค์หญิงผู้นี้? ไม่มีทางเสียหรอก
แต่รอยยิ้มบนใบหน้าเซี่ยเทียนลู่นั้นเจิดจรัสยิ่งกว่า
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าอีกฝ่ าย คิ้วเรียวเช่นกิ่งหลิวของเซี่ยชิง ก็ขมวดเล็กน้อย
สังหรณ์ชอบกลว่าบางสิ่งไม่ชอบมาพากล
อีกฝ่ายผิดแผนแท้ ๆ เหตุใดจึงยังยิ้มหน้าเป็ น?
“ข้ามาท้าประชัน!”
หนึ่งเสียงห้วนสั้นดังขึ้นจากข้างหลังองค์ชายสี่
ทุกคนต่างหันมอง
ใครกันบ้าดีเดือด กล้าไปท้าทายเฉินเซวียน
แล้วชายร่างกายาสูงหกฉื่อครึ่งก็ปรากฏแก่ทุกสายตา
ชายผู้นี้แข็งแกร่งสุดขั้ว สองแขนปกคลุมด้วยขน ขนจมูกเกือบ ถึงกรามล่าง ทั้งอัปลักษณ์และตัวเหม็น
“เจ้านี่เป็ นใคร? เงื่อนไขการเข้าประลองคืออายุต่ากว่าสิบแปด เจ้านี่น่าจะสี่สิบแปดแล้วกระมัง?”
เมื่อเห็นคนผู้นี้ ทุกผู้ต่างตกตะลึงตามกัน
“ข้าไม่ยักสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ ายมีการฝึกฝนใด ๆ แต่ปราณโลหิต ของเขาเคลื่อนตัวพิกล ๆ”
“นี่คือคนเถื่อน! จริงด้วย! ข้าเคยพบคนเช่นนี้เมื่อนานมาแล้วที่ เทือกเขาไร ้สิ้นสุด ปราณแบบนี้เลย!”
ใครบางคนพินิจเผ่าพันธุ์ของชายผู้นี้ได้ด้วยปราณ
เมื่อได้ยินคาว่าคนเถื่อน ปวงชนล้วนแล้วตกตะลึง
ชนเผ่านี้มีสายเลือดของคนเถื่อนในสมัยโบราณ กล่าวกันว่า บรรพบุรุษของพวกเขาบีบขยี้ดวงดาว ฉีกกระชากมังกรได้ด้วยมือ เปล่า เป็ นสาขาย่อยขนาดเล็กสาขาหนึ่งของเผ่ามาร อานาจน่า สะพรึงกลัวเป็ นอย่างยิ่ง
คนผู้นี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
ทุกคนต่างมองไปยังองค์ชายสี่เซี่ยเทียนลู่เป็ นตาเดียว
คนผู้นี้ยืนอยู่ข้างหลังเซี่ยเทียนลู่ ต้องมีความเกี่ยวข้องบางอย่าง ต่อกันแน่
เซี่ยเทียนลู่กล่าวยิ้ม ๆ “เขาชื่อเจ้าก้อนหินใหญ่ องค์ชายผู้นี้พบ เขาโดยบังเอิญ เห็นว่าเขามีความสามารถมาก จึงรับมาเป็ นบริวาร”
“เขาได้ยินว่าองค์หญิงงดงามยิ่ง จึงบอกว่าจะมาเข้าร่วมประลอง ด้วย”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องอายุเขาหรอก ข้าวัดอายุกระดูกของเขาแล้ว สิบ ห้าปี”
เจ้าก้อนหินใหญ่หยิบไก่ขึ้นตัวหนึ่งแล้วโยนเข้าปากเคี้ยวกร ้วม ๆ ทั้งตัวพลางเกาหน้าอก ขนหน้าอกดกหนาเผยชัดแก่ทุกสายตา
เซี่ยหยวนเฮ่าบนบัลลังก ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
คนเถื่อนผู้นี้ทั้งหยาบคายและอัปลักษณ์ จะควรค่ากับบุตรีเขาได้ อย่างไร?
เซี่ยหยวนเฮ่าพินิจบุตรลาดับสี่ของตนอย่างไม่พอใจ
ทว่าเซี่ยเทียนลู่ทาไม่รู ้ไม่เห็น
ถ้วยชาราคาแพงในมือเซี่ยชิงถูกขยี้แตก สายตาจ้องมองเซี่ย เทียนลู่อย่างเย็นเยียบ
สารเลวนี่จงใจไปหาคนเช่นนี้มาให้นางคลื่นไส้
โชคยังดีที่เฉินเซวียนแข็งแกร่งพอ หาไม่แล้ว คงไม่อาจรับมือคน เถื่อนผู้นี้ได้
เผ่าคนเถื่อนแข็งแกร่งลือนาม ผิวกายเหนียวหนาเช่นสัตว์ร ้าย
เผ่าคนเถื่อนในกาลก่อนเคยติดตามมหาจักรพรรดิพิชิตหมื่น เผ่าพันธุ์ ใช ้มือเปล่าฉีกกระชากร่างสัตว์ร ้าย เหยียบขุนเขาย่าลาธาร สร ้างผลงานยิ่งใหญ่
แม้เจ้าคนที่ถูกเรียกว่าเจ้าก้อนหินใหญ่นี้จะสืบสายเลือดคนเถื่อน มา แต่ก็อ่อนด้อยกว่าคนเถื่อนยามบรรพกาลอย่างสังเกตได้
นอกจากนั้น คนเถื่อนที่แท้จริงหลุดพ้นจากความเป็ นอนารยชน ไปเนิ่นนาน ไม่เหมือนคนไร ้มารยาท กระทาการไร ้คานึงเช่นคนป่ า แบบนี้แล้ว
คนเถื่อนเจ้าของนามเจ้าก้อนหินใหญ่เข้าสู่อาคมมิติ จากนั้นก็ หาวหวอดเกาหน้าอก สุดแสนผ่อนคลาย ไม่มีเจตนาต่อสู้แม้แต่น้อย
เฉินเซวียนจ้องมองอีกฝ่ าย กล่าวอย่างสุดสุขุม “เริ่มเลย หรือไม่?”
อีกฝ่ ายไม่มีปราณผู้ฝึกตนอยู่ในกาย เห็นได้ชัดว่ามิได้ฝึ กฝน การจัดการคนเช่นนี้มิได้กดดันนักเลย
“ขาก~”
เสมหะเหนียวหนืดสีเหลืองชวนคลื่นเหียนถูกพ่นใส่เฉินเซวียน
เฉินเซวียนหรี่ตาลง แล้วกาแพงธรณีก็พุ่งขึ้นตรงหน้า ขวาง เสมหะเหนียวหนืดนั้นไว้
ถ่มน้าลายใส่ผู้อื่น เป็ นการเหยียดหยามกันอย่างยิ่ง
สีหน้าของเฉินเซวียนเย็นชา ใช ้วรยุทธ ์จู่โจม
พื้นดินใต้เท้าของเจ้าก้อนหินใหญ่กลายเป็ นหล่มทรายดูดใน พริบตา สองหัตถ์ใหญ่คว้าขาทั้งสองฉุดกระชากลงหมายฝังกลบ
เจ้าก้อนหินใหญ่นิ่งไป แล้วอานาจน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออก จากร่าง หนึ่งเสียงเปรี้ยงสนั่น แล้วบ่อทรายดูดก็แตกกระจายในอึดใจ
เขานาแท่งไม้สีทองออกมาด้ามหนึ่ง สองขาออกแรงกระโจน ออกมาโจมตีเฉินเซวียนโดยพลัน
เฉินเซวียนใช ้หนามพสุธาเข้าตอบโต้ทันที
คนป่าผู้นี้หาป้ องกันตัวไม่ แต่ยามหนามแทงเข้าใส่ร่างเขา กลับ สร ้างได้เพียงรอยแดง
ผู้ชมการต่อสู้ในโลกภายนอกล้วนตกตะลึง
หากหนามเหล่านั้นแทงใส่ร่างผู้ฝึกตนขอบเขตจินตานคนอื่น ๆ คงเป็ นรูได้แน่แท้!
แต่ยามถูกตัวคนผู้นี้ กลับทิ้งไว้เพียงรอยแดง
พลังป้ องกันของคนเถื่อนสมนามแท้เชียว
แม้เจ้าก้อนหินใหญ่จะไม่เกิดแผล เขาก็ยังสัมผัสความเจ็บปวด ได้ สีหน้าพลันเปลี่ยนสู่ดุร ้ายชวนสะพรึง เร่งความเร็วเข้าจู่โจมเฉินเซ วียน
กาแพงปฐพีสิบกว่าชั้นปรากฏตรงหน้าเฉินเซวียน
เจ้าก้อนหินใหญ่ใช ้ไหล่กระแทกใส่ก าแพงปฐพี
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
กาแพงปฐพีชั้นแล้วชั้นเล่าถูกผลักกระเด็น! มิอาจหยุดเขาได้ เลย!
ปวงชนตะลึงไปอีกครั้ง
อานาจน่ากลัวอะไรเช่นนี้!
ตานานที่ว่าคนเถื่อนฉีกกระชากร่างมังกรด้วยมือเปล่าได้น่าจะ เป็ นความจริง!
เฉินเซวียนถอยหลังทันที นี่เป็ นครั้งแรกที่เขาขยับตัวนับแต่เริ่ม ต่อสู้
หนึ่งหัตถ์ยักษ์ขนาดร ้อยจั้งปรากฏจากพื้น ฟาดลงใส่เจ้าก้อน หินใหญ่
เจ้าก้อนหินใหญ่ฟาดแท่งไม้ตอบโต้
ทั้งสองปะทะกันเสียงดังลั่น เศษฝุ่นทรายนับไม่ถ้วนฟุ้ งตลบ
ไม่รีรอให้เฉินเซวียนจู่โจมตีต่อไป เจ้าก้อนหินใหญ่พลันกระแทก แท่งไม้สีทองลงกับพื้น
เปรี๊ยะ!
ฤทธิ์อัสนีอันน่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้น ปกคลุมไปทั่วแดนดินในค่าย อาคมมิติ
เฉินเซวียนถูกอัสนีฟาด ร่างชักกระตุกรุนแรง หัตถ์ใหญ่ซึ่งเพิ่ง ก่อตัวสลายไปทันที
เขามิคาดเลยว่าอาวุธของอีกฝ่ายจะใช ้พลังอัสนีได้!
ขณะเดียวกัน เจ้าก้อนหินใหญ่พุ่งมาตรงหน้าเฉินเซวียน หมัด ซึ่งใหญ่ยิ่งกว่าศีรษะพุ่งปรี่เข้ามา
เฉินเซวียนตะลึง เขาฝืนความรู ้สึกยามถูกไฟดูด รีบสั่งการชั้น กาแพงปฐพีขึ้นมาขวางตรงหน้า
แต่หมัดอันเดือดดาลของเจ้าก้อนหินใหญ่ทะลวงชั้นกาแพงปฐพี ราวไม่มีอยู่ ชกใส่ร่างของเฉินเซวียนอย่างหนักหนา
เกิดเสียงเพียงหนึ่งกร๊อบ กระดูกในกายเฉินเซวียนหักแหลก ร่าง ปลิวกระเด็นไปกระแทกอาคมมิติ
เฉินเซวียนทรุดลงกับพื้น โลหิตกระอักไหลจากปาก
ทุกคนต่างตกตะลึง เฉินเซวียนเป็ นผู้พ่าย!
พวกเขาได้เห็นกับตา ว่าการทะลวงหมื่นกฎเกณฑ์ด้วยกาลังตน เป็ นเช่นไร
คนเถื่อนที่ยังไม่ฝึกฝนยังน่ากลัวเพียงนี้ แล้วคนเถื่อนผู้บรรลุการ ฝึกฝนจะแข็งแกร่งเพียงไร?
เซี่ยชิงรีบร ้อนเข้าไปส่งโอสถฟื้นบาดแผลให้กับเฉินเซวียน
แล้วนางจึงหันไปถลึงตาใส่เซี่ยเทียนลู่ “เจ้าช่างน่ารังเกียจ เข็ม อัสนีนี้บรรจุพลังสายฟ้ าเกินขอบเขตจินตานแน่ ๆ!”
เข็มอัสนีก็คือแท่งไม้ที่เจ้าก้อนหินใหญ่ใช ้ สามารถบรรจุพลัง อัสนีได้เป็ นจ านวนมาก
อีกฝ่ ายใช ้เข็มอัสนีลอบจู่โจม ท าให้เฉินเซวียนเสียสมรรถภาพ ต่อสู้ชั่วคราว จึงฉวยโอกาสรุกโจมตีได้
หาไม่ เฉินเซวียนไม่มีทางพ่ายได้ง่าย ๆ แน่นอน!
เซี่ยเทียนลู่แย้มยิ้มพลางจิบสุรา “น้องหญิงเก้าอย่ากล่าวหากันสิ อานาจอัสนีนี้มิใช่กฎเกณฑ์ใด ๆ นับว่าเป็ นของอาวุธวิเศษใน ขอบเขตที่สมเหตุสมผลนะ”
“คนเถื่อนผู้นี้เป็ นเช่นไร? โดนใจหรือไม่? หากเจ้าแต่งกับเขา เจ้าจะมีความสุขมากแน่นอน ฮ่า ๆ~”
เซี่ยเทียนลู่มิอาจกลั้นหัวเราะได้อีก เขาระเบิดหัวเราะออกมา เดี๋ยวนั้น
เพื่อให้คนเถื่อนผู้นี้จัดการกับเฉินเซวียน เขาจึงไปสรรหาซื้อเข็ม อัสนีมาเป็ นการพิเศษ และให้ยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ผนึกพลังอัสนีเข้าไป
นอกจากสัจธรรมที่พลังอัสนีในเข็มอัสนีนี้ไร ้กฎเกณฑ์ พลังที่ บรรจุไว้อยู่ในขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดแน่นอน!
เจ้าก้อนหินใหญ่รู ้สึกคันก้น ก็เกามันเสียต่อหน้าสาธารณชน
เซี่ยชิงข่มเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเดือดดาล จ้องเซี่ยเทียนลู่นิ่งงัน ด้วยจิตสังหารอัดแน่นในอก
บทที่ 130 เกิดอะไรขึ้น
เซี่ยเทียนลู่ชอบนักยามเซี่ยชิงมีโทสะ เขาจึงสุขีปรีดา
เซี่ยเทียนลู่จิบสุราพลางตะโกนบอกปวงชนด้วยรอยยิ้ม “ยังมี ผู้ใดจะท้าทายอีกหรือไม่? หาไม่ นักสู้คนเถื่อนผู้นี้ก็จะเป็ นสามีของ น้องหญิงเก้าแล้วนะ!”
เด็กหนุ่มมากมายไม่เต็มใจ แต่ก็ทาอะไรไม่ได้นอกจากนิ่งเงียบ
พวกเขาเห็นความแข็งแกร่งและพลังป้ องกันของคนเถื่อนมากับ ตา
หากไม่บรรลุขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ท าความเข้าใจ กฎเกณฑ์เสร็จสิ้น คงยากทะลวงการป้ องกันของอีกฝ่าย
นอกจากนั้น คนผู้นี้ยังมีเข็มอัสนีในมือ สามารถปลดปล่อยพลัง อัสนี เพิ่มความยากเย็นให้การต่อสู้ไปอีก
สีหน้าของจักรพรรดิเซี่ยหยวนเฮ่าดาคล้า มองบุตรลาดับสี่ของ ตนอย่างไม่พอใจ
หากปล่อยคนเถื่อนแต่งงานกับบุตรีตนได้ พวกเขาราชวงศ์ก็จะ เสียหน้า
ดูเหมือนคงต้องไปน าอัจฉริยะสองสามคนในดินแดนลับของ ราชวงศ์มาจัดการกับคนเถื่อนผู้นี้เสียแล้ว
อัจฉริยะซึ่งถูกซ่อนไว้ในดินแดนลับของราชวงศ์คือรากฐาน แท้จริงของต้าเซี่ย
ยามนี้ เจ้าแคว้นทั้งเก้าแห่งต้าเซี่ยล้วนก้าวออกมากันทั้งสิ้น
ขณะที่เซี่ยหยวนเฮ่ากาลังจะให้ขันทีข้างกายไปเรียกคนมา หนึ่ง เสียงพลันดังขึ้น
“ข้าขอท้าทาย”
เจียงผิงอันวางตะเกียบในมือลงแล้วลุกขึ้นช ้า ๆ
ทุกคนต่างหันมองเขาเป็ นตาเดียว
เมื่อสัมผัสปราณจากร่างของเจียนผิงอันได้ ทุกสีหน้าก็ แปรเปลี่ยนพิกล
“เขาอยู่ในขอบเขตสร ้างรากฐาน ข้าดูผิดไปหรือไม่?”
“ถูกแล้ว ขอบเขตสร ้างรากฐานจริง ๆ!”
“ขอบเขตสร ้างรากฐานจะท าอะไรได้? คนเถื่อนนั่นตบทีก็เละ แล้ว”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันมีการฝึกฝนเพียงขอบเขตสร ้างรากฐาน คน มากมายก็มองเจียงผิงอันราวเป็ นคนโง่
ขนาดผู้แข็งแกร่งอย่างเฉินเซวียนยังหยุดคนเถื่อนผู้นี้มิได้ แต่ผู้ ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานผู้นี้กลับคิดพาตัวมาตาย
“เขาคือเจียงผิงอัน ผู้ที่ฆ่าร่างเทวะสุดขั้วหยางสองหนติด”
ใครบางคนรู ้จักเจียงผิงอัน และขานนามของเขาออกมา
“ที่แท้เขาก็คือเจียงผิงอัน!”
“เหตุใดเขาจึงยังอยู่ในขอบเขตสร ้างรากฐานกัน? หากบรรลุสู่ จินตาน อาจมีหวังเอาชนะคนเถื่อนนี่ก็ได้”
“ถือเสียว่าเจียงผิงอันไร ้ประโยชน์แล้ว ข้าได้ยินว่าที่เขาเอาชนะ รัชทายาทแห่งต้าฉู่ได้ก็เพราะเขาผลาญโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ โลหิตนั่นหายากยิ่ง น่าจะไม่เหลือแล้ว”
“ข้าจาได้ว่าอีกฝ่ ายใช ้หมัดอู๋จี๋ได้ ก็น่าจะรับมือฤทธิ์คนเถื่อนได้ นะ!”
เมื่อทราบตัวตนของเจียงผิงอัน ผู้คนมากมายก็เสวนาถกเถียง
เซี่ยชิงเห็นเจียงผิงอันเสนอตัว หัวใจของนางก็เปี่ยมด้วยอารมณ์
“น้องชาย คนผู้นี้แข็งแกร่งยิ่งนัก หมัดอู๋จี๋ของเจ้ารับมืออีกฝ่ าย ได้หรือไม่? หากไม่ ก็อย่าเสี่ยงเพื่อพี่หญิงเลย”
“ข้าอยากเข้าไปฝึกฝนในดินแดนลับของราชวงศ์ขอรับ”
เจียงผิงอันกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
สิ้นคา อารมณ์ในใจเซี่ยชิงก็หายวับ อยากถีบเจ้าน้องชายตัว เหม็นนี่ไปตายนัก
โกหกให้พี่หญิงดีใจสักหน่อยมิได้หรือ?
“ระวังด้วย เข้าไปก็ทาให้เข็มอัสนีนั่นหลุดมือก่อนเลย เจ้าจะได้มี โอกาสต่อสู้” เซี่ยชิงเตือน
ยามนี้ความหวังทั้งหมดอยู่กับเจียงผิงอันแล้ว หากอีกฝ่ ายชนะ ไม่ได้ นางก็พร ้อมเล่นลูกไม้ตระบัดสัตย์ไม่ยอมแต่งงาน
ยามองค์ชายสี่เซี่ยเทียนลู่เห็นเจียงผิงอัน เขาก็ดูเหยียดเย้ย แค่ผู้ ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานจะท าอะไรได้
เซี่ยเทียนลู่ตะโกนบอกเจ้าก้อนหินใหญ่ “รีบสู้ อย่าให้เขาถ่วง เวลาเจ้า หากเขาถ่วงเวลาเจ้า รีบใช ้พรสวรรค์บ้าคลั่งของเผ่าเจ้าได้ เลย”
บ้าคลั่ง ความสามารถของเผ่าคนเถื่อน เพิ่มความแข็งแกร่งของ ตนสามเท่าได้ในชั่วขณะหนึ่ง
อานาจซึ่งน่าสะพรึงกลัวอยู่แล้วทวีคูณสามทบ ก็คาดคิดได้ว่าน่า สะพรึงเพียงไร
เจ้าก้อนหินใหญ่ซึ่งกาลังแคะขี้มูกพยักหน้า หากทาตามที่ชาย คนนี้พูด เขาจะได้กินของอร่อย
เจียงผิงอันเข้าสู่ค่ายอาคมมิติ
จักรพรรดิเซี่ยหยวนเฮ่าชื่นชมในความกล้าหาญของเจียงผิงอัน แต่มิได้คาดหวังกับเขามากนัก
ความแข็งแกร่งและพลังป้ องกันของคนเถื่อนนั้นไม่อาจตอบโต้ได้ ด้วยอ านาจอันไร ้กฎเกณฑ์
เซี่ยหยวนเฮ่ากล่าวกับขันทีข้างกาย “ไปเรียกอัจฉริยะผู้หนึ่ง ออกมาจากดินแดนลับเสีย”
เขายังไม่อยากให้บุตรีแต่งงานกับคนป่าให้ขายหน้าราชวงศ์
หลังจากนี้ ต้องสั่งสอนองค์ชายสี่หน่อย
ขันทีพยักหน้า ก้มหัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เขายังไม่ทันผ่านบริเวณจัดงานเลี้ยง เสียงของเจียงผิงอันพลันดัง ออกมาจากในค่ายอาคม
“คนต่อไป”
ขันทีชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเหลียวกลับมามองที่ค่ายอาคมมิติ
คนเถื่อนผู้ยังดูสบายดีล้มลงกับพื้น
ดวงตาของขันทีเบิกกว้าง เกิดอะไรขึ้น? นี่มันเรื่องอะไรกัน?
เพิ่งเริ่มศึกได้ครู่เดียว คนผู้นี้ล้มได้อย่างไร?
ไม่มีแม้แต่เสียงการต่อสู้ด้วยซ้า
มันเกิดอะไรขึ้น?
อย่าว่าแต่เขาเลยที่งุนงง กระทั่งผู้ชมศึกซึ่งจ้องอยู่ตาไม่กะพริบยัง งงงวย
พวกเขาเห็นเพียงเจียงผิงอันกุมกาปั้นก้มหัวให้เจ้าก้อนหินใหญ่
ขณะที่เจ้าก้อนหินใหญ่กาลังจะโจมตี จู่ ๆ เขาก็ล้มลงกับพื้น
เจียงผิงอันคว้าคอเจ้าก้อนหินใหญ่ แล้วเหวี่ยงเขาออกจากค่าย อาคมมิติอย่างเฉยเมย “คนต่อไป”
ดินแดนลับของราชวงศ์ เขาจะไปให้ได้
สีหน้าของเซี่ยเทียนลู่นิ่งค้าง
มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?
ชายชราผู้หนึ่งก้าวเข้ามาตรวจสอบร่างของเจ้าก้อนหินใหญ่ อย่างงุนงง และพบสาเหตุอย่างรวดเร็ว
“เขาถูกวางยาหมดสติไป!”
รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของเซี่ยเทียนลู่ ตะคอกเจียงผิงอัน อย่างเดือดดาล “เจ้าเด็กน่ารังเกียจ นี่เจ้าใช ้พิษหรือ! มันผิดกฎ!”
แม้จะไม่มีกฎเจาะจงในการคัดเลือกคนมาประลอง แต่ก็มีกฎ ทั่วไปเช่น ห้ามใช ้อาวุธวิเศษเกินขอบเขต ไม่ใช ้พิษ ห้ามกินโอสถ เป็ นต้น
การใช ้พิษนั้นไม่สอดคล้องกับกฎการประลองอย่างเห็นได้ชัด
เซี่ยชิงผงะไป หรือเจียงผิงอันจะไม่ได้คิดเล่นงานคนเถื่อนนั่น แต่ จุดประสงค์แท้จริงคือล้มคนเถื่อนผู้นี้ออกจากสังเวียน?
ถูกแล้ว! ต้องเป็ นเช่นนี้แน่ ๆ!
เด็กหนุ่มผู้หนึ่งข้างหลังเซี่ยเทียนลู่ลุกขึ้นตะโกน “คนผู้นี้ต่าช ้า หน้าไม่อาย ใช ้พิษในการประลองเช่นนี้ ทาต้าเซี่ยของข้าเสียหน้าแท้ ๆ!”
อวิ๋นหวงหันมองเจ้าของเสียง ซึ่งก็มิใช่ใครอื่นนอกจากผู้ฝึกตนที่ พบในร ้านเสื้อผ้าวันนี้
อีกฝ่ ายจะขายผ้าขาวผืนหนึ่ง แต่เพราะโลภมากคิดขูดรีด สุดท้ายพอไม่ซื้อ ก็คิดบังคับให้ต้องซื้อ
ปรากฏว่าเขาเป็ นคนขององค์ชายสี่
ปิ่นวิหคเพลิงบนศีรษะของเซี่ยชิงเอนไหวเบา ๆ แล้วกล่าวกับ เจียงผิงอัน “ออกมาเถอะ”
เมื่อคนเถื่อนผู้นี้ไม่อยู่แล้ว เรื่องอื่นก็คุยกันง่าย
“เหตุใดต้องออกไป?” เจียงผิงอันถาม
ใบหน้าของซุนพานเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “เหตุใดจึงต้อง ถาม? ใช ้พิษในการประลองยุทธ ์เป็ นวิธีต่าช ้า เว้นแต่พิษนั้นจะเป็ น พรสวรรค์ของเจ้า”
เจียงผิงอันปล่อยปราณวิญญาณของตนอย่างสุขุม แตกต่างจาก ปราณสีขาวทั่วไป ปราณของเขาเรืองแสงสีเขียว
“พิษของข้าเป็ นพรสวรรค์จริง ๆ แหละ”
ทันทีที่ปราณวิญญาณถูกปลดปล่อย หย่อมหญ้าใต้เท้าของเขา ก็เหี่ยวเฉาตายไปทันที
เห็นเช่นนี้ รอยยิ้มเย้ยก็ค้างบนใบหน้าซุนพาน
ทุกคนต่างจังงัง
ปรากฏว่าปราณวิญญาณของเจียงผิงอันมีพิษจริง ๆ!
คู่เนตรงามของเซี่ยชิงเบิกกว้าง
อีกแล้วหรือ! เป็ นแบบนี้ทุกครั้งเลย เจ้าเด็กนี่มีไพ่ตายที่นางไม่รู ้ ซุกอยู่เสมอ!
เจียงผิงอันยังมีไพ่ตายอีกเพียงไร?
ไม่อาจหยั่งวัดมองทะลุได้เลย
เจียงผิงอันกล่าวช ้า ๆ “ครั้งก่อนที่ข้าถูกวางยาพิษ ร่างของข้า หลอมรวมเข้ากับมัน จึงต้องขอบคุณผู้วางยาพิษข้ายิ่ง”
ยามเขาพูดเช่นนี้ ก็เพื่อยั่วโมโหคน
และดูท่าจะบรรลุจุดประสงค์เสียด้วย
จอกสุราในมือเซี่ยเทียนลู่ถูกบี้แบน สีหน้าบิดเบี้ยว
มิเพียงการวางยาพิษจะฆ่าเด็กนี่มิได้ ยังมอบพรสวรรค์หายาก เช่นนี้ให้อีกด้วย
เป็ นความรู ้สึกย่าแย่นัก
ทุกคนในงานเลี้ยงต่างตะลึง
ในปราณวิญญาณมีพิษ ใครบ้างคาดคิดถึง?
ผู้ใดยั่วโมโห เขาก็ลอบวางยาคนผู้นั้นตกตายได้อย่างเงียบเชียบ
แค่ไม่อาจทราบได้ว่าพิษของเจียงผิงอันแข็งแกร่งเพียงไร
เจียงผิงอันเก็บปราณวิญญาณ มองเซี่ยเทียนลู่และซุนพาน “ยัง มีค าถามหรือไม่?”
ซุนพานพลันประจักษ์แจ้ง “มิน่า เจ้าจึงฆ่าร่างเทวะสุดขั้วหยางได้ ที่แท้ก็เป็ นเพราะพิษ!”
“ก็ว่าอยู่ว่าเจ้าที่ไร ้สายเลือดยิ่งใหญ่จะมีฝีมือฆ่าร่างเทวะสุดขั้วห ยางได้อย่างไร ที่แท้เจ้าก็ใช ้ลูกไม้สกปรกเช่นนี้!”
“ยามนี้เมื่อรู ้ว่าเจ้าใช ้พิษได้ แค่ระวังมันไว้ ข้าก็เอาชนะเจ้าได้ แล้ว!”
“ข้าซุนพานขอท้าทายเจ้า!”