Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

สู่วิถีอมตะ - บทที่ 111 - 120

  1. Home
  2. สู่วิถีอมตะ
  3. บทที่ 111 - 120
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

,

บทที่ 111 ตระกูลเหลยโบราณ

บนเกาะเทวะ ทุกความน่าสะพรึงกลัวเลือนหาย สรรพสิ่งเงียบสงบ ลง

เจียงผิงอันถือพู่กันพิพากษาสีทองในมือ ทั่วร่างแผ่ปราณชวนใจ สะท้าน

ทุกคนจากต้าเซี่ยจ้องมองเจียงผิงอันด้วยสายตาตกตะลึง เหลือเชื่อ

แม้หมิงเฉินจะมีชีวิตมาเนิ่นนานหลายพันปี พบเห็นอัจฉริยะมา เกินนับ แต่น้อยคนนักจะประชันเจียงผิงอันได้ขณะอยู่ในขอบเขต สร ้างรากฐาน

ฝึกกายาคู่วิญญาณ สังหารร่างเทวะสุดขั้วหยางสองหน ฝืนการ โจมตีของสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตพ้นพิบัติได้โดยเหวี่ยงพู่กัน เพียงหน!

แม้อานาจของสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตพ้นพิบัตินั้นจะถูกเกาะ เทวะสะกดไว้ แต่ก็สกัดการโจมตีได้จริง ๆ!

ในศึกเกาะเทวะนี้ หากไม่มีเจียงผิงอันสักคน ต้าเซี่ยคงพ่ายเป็ น แน่ และเกาะเทวะก็จะถูกชิงไป

จินหลินมีสีหน้าซับซ ้อน เมื่อครึ่งปีก่อน เขายังเอาชนะเจียงผิงอัน ได้ง่าย ๆ อยู่เลย

ผ่านเพียงครึ่งปี แต่อานาจต่อสู้ของเจียงผิงอันทะยานเหนือเขา ไปไกล ไม่ได้อยู่ระดับเดียวกันสักนิด

เยี่ยอู๋ฉิงจ้องมองเจียงผิงอันพลางกาหมัด เขาเคยคิดไปว่าหลัง ฝึกฝนในดินแดนลับหมิงหวังสามเดือน ตนจะไล่ตามอีกฝ่ายทัน

ใครจะรู ้ว่าอีกฝ่ายซ่อนฝีมือมาแต่แรก และกลับกลายเป็ นผู้ฝึกกา ยาควบวิญญาณ

มีเพียงฟางซิงที่ตกใจกว่าใคร เพราะเขารู ้ว่าเจียงผิงอันไม่มีทาง เป็ นเพียงผู้ฝึกกายาควบวิญญาณเท่านั้น!

เมิ่งจิงกระโจนเข้ากอดเจียงผิงอันไว้แน่นทั้งน้าตา แล้วปล่อยโฮ ออกมา

เจียงผิงอันเก็บพู่กันพิพากษา สลายจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ บนร่าง แล้วเอื้อมมือโอบกอดอีกฝ่ายไว้

“ขอโทษนะ ข้าฆ่าอีกฝ่ ายไม่ได้”

เจียงผิงอันตั้งใจฆ่ารัชทายาทแห่งต้าฉู่ เซ่นวิญญาณแก่ท่านอา เมิ่ง แต่อีกฝ่ายกลับฟื้นชีวิตได้ถึงสองครั้ง ซ้ายังเรียกบรรพชนมาช่วย สุดท้ายจึงมิอาจฆ่าได้

“ไม่เป็ นไรหรอก เจ้าไม่เป็ นไรก็ดีแล้ว”

เมิ่งจิงกลัวเสียเจียงผิงอันไปยิ่งนัก ยามหัตถ์ใหญ่ปรากฏเมื่อครู่ นางขวัญเสียจนหัวใจแทบหยุดเต้น

โชคยังดี ทุกอย่างผ่านพ้นราบรื่น

แค่ไม่อาจทราบได้เท่านั้นว่าเหตุใดยอดฝีมือผู้นั้นจึงหยุดมือไป เสียเฉย ๆ

ทันใดนั้น บุคคลมากมายก็ปรี่เข้ามาจากไกล ๆ ยามใต้เท้าหมิง เฉินสังเกตเห็นพวกเขา หัวใจเขาก็ดิ่งวูบ หันไปมองทันที

ผู้ใดมา? คนจากต้าฉู่หรือ?

พวกเขามีกันเจ็ดแปดคน ต่างผู้ให้บรรยากาศเกรี้ยวกราดเช่น อัสนี ชวนให้รู ้สึกขนลุกขนพอง

ปวงชนจากต้าเซี่ยหันมองเมิ่งจิงอย่างเผลอตัว

ปราณจากร่างของพวกเขาคล้ายกับเมิ่งจิงอย่างยิ่ง

หากไร ้เหตุผิดคาด คนกลุ่มนี้ก็น่าจะมาจากตระกูลเหลยโบราณ

ชายชราซึ่งนาคณะมาจ้องมองเมิ่งจิง แล้วใบหน้าก็ปรากฏเค้า ลิงโลดระคนตกใจ

“มิคาดว่าเจ้าจะพัฒนาเป็ นร่างเซียนอัสนีแล้ว! นี่คือวาสนา ยิ่งใหญ่ของเราตระกูลเหลย! ผ่านไปพันปี ยอดฝีมือไร ้เทียมทานก็ เกิดในตระกูลเราอีกหนึ่งคน!”

“อะไรนะ! ร่างเซียนอัสนี!”

ยามคนอื่น ๆ ได้ยิน พวกเขาต่างก็ผงะจังงัง

ในฐานะคนตระกูลเหลย พวกเขาทราบดีว่าร่างเซียนอัสนี หมายความเช่นไร

มิใช่เมิ่งจิงมีร่างวิญญาณอัสนีหรอกหรือ? เหตุใดกลายเป็ นร่าง เซียนอัสนีไปได้? หรือเพราะนางกินสมบัติฟ้ าดินอะไรเข้าไป?

วันนี้ พวกเขามาเพื่อพาตัวเมิ่งจิงไป

เมื่อทราบว่านางพัฒนาเป็ นร่างเซียนอัสนี นางยิ่งต้องถูกพา กลับ!

สตรีผู้นี้จะเป็ นความหวังของพวกเขาตระกูลเหลย!

ชายชราซึ่งเป็ นผู้นาเจนจัดโลกหล้า เขาสงบสติเบนสายตามาหา เจียงผิงอันทันที

เมื่อเห็นเจียงผิงอันกับเมิ่งจิงกอดกันอยู่ จิตสังหารก็วูบไหวใน สายตา

“ไอ้หนู ปล่อยธิดาเทพตระกูลข้าเสีย ธิดาเทพตระกูลข้า ขยะเช่น เจ้าจะแตะต้องได้อย่างไร?”

ว่าแล้ว ชายชราก็ย่างสามขุมเข้ามาหาเจียงผิงอัน

“หยุดนะ! ห้ามท าร้ายเขา!”

เมิ่งจิงเดาตัวตนของคนกลุ่มนี้ได้ นางยืนขวางตรงหน้าเจียงผิง อันไว้ สีหน้าดุดันเดือดดาล

หมิงเฉินเองก็ทะยานเข้ามาขวางตรงหน้าเจียงผิงอันไว้ “สหาย เต๋าทุกท่านมาจากตระกูลเหลยโบราณหรือ?”

“ถูกต้อง”

ชายชราเชิดหน้าอย่างถือตัว “ข้าคือผู้อาวุโสสามคนปัจจุบันของ ตระกูลเหลย จุดประสงค์ที่มาวันนี้ก็เพื่อพาธิดาเทพกลับ”

ได้ยินเช่นนี้ ร่างของเมิ่งจิงก็สะท้าน คว้าแขนเจียงผิงอัน “ข้าไม่ กลับ! พวกเจ้าไสหัวไป!”

ผู้อาวุโสสามตระกูลเหลยขมวดคิ้ว “ไปหลงชอบขยะจากโลก ภายนอกเหมือนมารดาไม่มีผิด เขาหาคู่ควรกับเจ้าไม่ อย่างเจ้าต้อง อัจฉริยะล้าเลิศจากแดนศักดิ์สิทธิ์และตระกูลโบราณต่าง ๆ สิจึง คู่ควร”

“เจ้าสิขยะ! ข้าไม่กลับไปกับพวกเจ้าหรอก!”

เมิ่งจิงได้ยินอีกฝ่ ายหยามเจียงผิงอันและบิดาตน ก็เดือดดาลจน อยากฆ่าอีกฝ่ายทิ้ง

สีหน้าของผู้อาวุโสสามคล้าลง หากผู้อื่นคนใดกล้าด่าเขาเช่นนี้ คงถูกฆ่าตายไปนานแล้ว

แต่คนผู้นี้คือบุตรีของเหลยหลาน และยังปลุกร่างเซียนอัสนีอัน แข็งแกร่งที่สุดขึ้นมาได้ เขาจึงมิอาจสังหาร

สีหน้าของผู้อาวุโสสามเย็นเยียบ “หากเจ้าไม่กลับ ข้าจะฆ่าเขา”

ว่าแล้ว เขาก็เบนสายตาไปที่เจียงผิงอัน

สีหน้าของหมิงเฉินเปลี่ยนเป็ นเย็นเยียบ ปลดปล่อยปราณออก จากกาย “พวกเจ้าเห็นข้าไร ้ตัวตนหรือ?”

ผู้อาวุโสสามมองหมิงเฉินอย่างเหยียดหยาม “แค่ขอบเขตหลอม สุญตาคนเดียว ควรค่ามาหยุดเราตระกูลเหลยโบราณด้วยหรือ? อย่า ว่าแต่เจ้าเลย ต่อให้ยกกันมาทั้งต้าเซี่ยก็หยุดมิได้หรอก”

หมิงเฉินกาหมัด พวกคนจากตระกูลโบราณเหล่านี้กาแหงกัน เหลือเกิน

แต่พวกเขาก็มีฝีมือพอให้ก าแหงแหละนะ

ในต้าเซี่ยมีเพียงหนึ่งเซียนมนุษย์ ขณะที่ตระกูลโบราณทั้งหลาย มีเซียนมนุษย์เกินคณานับ ภูมิหลังชวนสะพรึง

ยามเมิ่งจิงได้ยินว่าพวกเขาจะฆ่าเจียงผิงอัน ใบหน้าของนางก็ ถอดสีอย่างแตกตื่น ชักดาบลายครามออกมาจ่อคอตัวเอง พลาง ตวาดว่า

“หากเจ้ากล้าแตะต้องเขา! ข้าจะฆ่าตัวตายเสีย!”

“เสี่ยวจิง!”

เจียงผิงอันคว้าคมดาบ หยุดนางมิให้ทาเรื่องโง่เง่า

เมิ่งจิงวางดาบลง กอดเจียงผิงอันร่าไห้สะอึกสะอื้น “ข้าไม่อยาก ไปจากเจ้า ข้าไม่อยากไป!”

เสียงร่าไห้ร ้าวรานของนางสะท้อนท่ามกลางซากหักพัง ทาให้ พวกอวิ๋นหวงอึดอัดใจเป็ นอย่างยิ่ง

เมิ่งจิงเป็ นเพียงเด็กสาวอายุสิบห้าสิบหก บิดาเพิ่งตายไปต่อหน้า ยามนี้ยังต้องแยกจากบุคคลที่นางชอบ

สวรรค์โหดร ้ายกับนางนัก

เมิ่งจิงร่าไห้อยู่เนิ่นนาน สุดท้ายก็เงยหน้าขึ้นกล่าวทั้งน้าตา “เจ้า ท่อนไม้”

มือข้างหนึ่งของเจียงผิงอันกาพู่กันพิพากษา อีกข้างโอบกอดเมิ่ง จิงไว้ “เราอยู่บนเกาะเทวะกันตลอดไปเลยก็ได้นะ”

เขาเชื่อว่า ด้วยพู่กันพิพากษาและทรัพยากรที่มี จะหยุดพวกเขา ที่เกาะนี้ได้

เมิ่งจิงส่ายหัว ปาดน้าตาออกจากใบหน้า “ข้าอยากกลับไปรับ มรดกเซียน แล้วจึงล้างแค้นให้ท่านพ่อ”

เหตุผลหลักคือ นางไม่อยากให้เจียงผิงอันบาดเจ็บ

ศาสตราเซียนครึ่งขั้นในมือเจียงผิงอันแข็งแกร่งมากจริงแท้ แต่ ตระกูลโบราณมีอาวุธเซียนของแท้ มิใช่สิ่งที่ศาสตราเซียนครึ่งขั้นพัง ๆ นี่จะสู้ได้เลย

เจียงผิงอันทราบเหตุผลแท้จริงของการจากลาของอีกฝ่ าย เขา ก าหมัด หัวใจเต็มไปด้วยความไร ้ก าลังและไม่ยินยอม

ในโลกนี้ ผู้แข็งแกร่งคือกฎ ผู้อื่นมิอาจขัดขืนได้

นี่เป็ นครั้งแรกที่เขาประจักษ์ ว่าการมิอาจปกป้ องใครได้รู ้สึกเช่น ไร

โทษตนเอง รู ้สึกผิด เจ็บปวด

เจียงผิงอันสะกดความไร ้ก าลังและความไม่ยินยอมในใจ ส่ง แหวนเก็บของวงหนึ่งให้กับเมิ่งจิง

“นี่คือร่างของท่านอาเมิ่ง”

โชคดีที่อีกฝ่ายแค่กลับตระกูล มิได้ไปแล้วไปลับจริง ๆ

เมิ่งจิงรับแหวนเก็บของมาด้วยมือสั่น ๆ “เจ้าท่อนไม้ ข้าจะรีบ แข็งแกร่งขึ้น รอข้ากลับมานะ”

นางเขย่งเท้า เงยหน้าขึ้น เผยอริมฝีปากน้อยจูบเจียงผิงอันอย่าง หนักหน่วง ก่อนจะหันกายจากทั้งน้าตา

ร่างของเจียงผิงอันสะท้านอย่างรุนแรง

หนึ่งอารมณ์ซึ่งไม่เคยประจักษ์มาก่อนอัดแน่นไปทั้งใจ

เมิ่งจิงมาอยู่ตรงหน้าผู้อาวุโสสาม ปาดน้าตาพลางกล่าวเสียง เรียบ “ไปสิ จ าไว้ว่าห้ามท าอะไรเขาเด็ดขาด หาไม่ ยามข้าแข็งแกร่ง ขึ้น ข้าจะฆ่าเจ้าคนแรก!”

ผู้อาวุโสสามขมวดคิ้ว แต่ก็ไร ้วาทะใด ๆ แล้วอานาจสายหนึ่งก็ พาร่างของเมิ่งจิงทะยานจากไปด้วยกัน

เมิ่งจิงมองเจียงผิงอันซึ่งไกลกันออกไปทุกที น้าตาของนางหยาด หยดอีกครั้ง ก่อนจะตะโกนว่า

“เจ้าท่อนไม้ตัวเหม็น! อย่าได้ไปชอบสตรีอื่นเชียวนะ! หาไม่ กลับมาข้าจะตีเจ้า!”

เจียงผิงอันกัดฟัน ร่างสะท้านเทิ้ม

เขามองส่งเมิ่งจิงจนไม่อาจเห็นชัด มิอาจคืนสติเนิ่นนาน

หมิงเฉินถอนหายใจ “ตระกูลเหลยโบราณต่อกรด้วยไม่ได้เลย ลืมเรื่องทั้งหมดไปเถิด หากเจ้าไม่ถอดใจ พวกเขาเล่นงานเจ้าแน่”

เขาไม่อยากให้เกิดเรื่องใดขึ้นกับเจียงผิงอัน จึงแนะนาออกมา

เจียงผิงอันละสายตา ใบหน้าไร ้ซึ่งเค้าอารมณ์ ราวไร ้สิ่งใด เกิดขึ้น

“ใต้เท้าเจ้าแคว้น ก่อนออกจากเกาะเทวะ ข้าอยากหาดูว่ามี กระดูกมังกรมาร มิทราบว่าใต้เท้าเจ้าแคว้นทราบที่อยู่ของมันหรือไม่ ขอรับ?”

เมื่อเห็นท่าทีเรียบเฉยของเจียงผิงอัน หมิงเฉินก็นิ่งไปครู่หนึ่ง

ดูเหมือนเจียงผิงอันจะฉลาด รู้ว่าเขายุ่งกับตระกูลโบราณมิได้ จึง ตัดใจสิ้นมายาไปแล้ว

หากเมิ่งจิงผู้คุ้นเคยกับเจียงผิงอันอยู่ที่นี่ นางจะรู ้แน่นอนว่ายิ่ง เจียงผิงอันทาตัวสงบเงียบ หมายความว่าในใจเขายิ่งโกรธเคือง

บทที่ 112 ตระกูลเหลยลงมือ

“กระดูกมังกรมาร หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลเคยส่งคนมาค้นหา มันแล้วแต่ก็ไม่พบ น่าจะถูกผู้ใดเอาไปนานแล้วล่ะ”

หมิงเฉินพอเดาได้ว่าบางที การที่เจียงผิงอันมาหากระดูกมังกร มารอาจเป็ นเพราะเคยตกลงกับหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลเอาไว้

และถูกต้องตรงเผง

เพื่อช่วยชีวิตหวังเหริน เจียงผิงอันทาข้อตกลงกับฮัวชิงอวี่แห่ง หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล

ฮัวชิงอวี่จะให้หญ้าผลึกน้าแข็งใบหนึ่งกับเจียงผิงอัน แลกกับการ หากระดูกมังกรมารให้นาง

หากหาไม่พบ ให้เขาค้นหาสายแร่เหมืองให้หอวาณิชมั่งคั่ง กว้างไกลเป็ นเวลาห้าปี

แม้เจียงผิงอันจะทราบนานแล้วว่าโอกาสหากระดูกมังกรมารพบ ยากเย็นอย่างยิ่ง เขาก็ยังต้องตกลง

หาไม่ เขาก็จะไม่มีทางได้หญ้าผลึกน้าแข็งมา และไร ้หนทาง ช่วยชีวิตท่านอาจารย์

คาดว่าฮัวชิงอวี่น่าจะไม่ได้หวังพบกระดูกมังกรมารมากนัก แต่ แค่อยากให้เขาค้นหาเหมืองให้หอวาณิชห้าปีเสียมากกว่า

เจียงผิงอันไม่มีเวลาห้าปีให้เสีย ต่อให้โอกาสหากระดูกมังกรมาร พบจะน้อยนิดยิ่ง เขาก็ยังต้องลองดู

“ใต้เท้าเจ้าแคว้น ข้าอยากค้นหากระดูกมังกรมารบนเกาะเทวะ โปรดให้เวลาข้าสักหน่อยเถิด”

เจียงผิงอันกุมกาปั้นวิงวอน

หมิงเฉินกล่าวยิ้ม ๆ “เจ้าสุภาพไปแล้ว หากมิใช่เพราะเจ้า เกาะ เทวะก็คงถูกผู้อื่นชิงไป อย่าว่าแต่เจ้าจะออกสารวจเกาะเทวะเลย ต่อ ให้เจ้าจะอาศัยที่นี่ยังได้”

ครั้งนี้ที่เขาได้เกาะเทวะมา ผลงานส่วนใหญ่เป็ นของเจียงผิงอัน

หากมิใช่เด็กหนุ่มเอาชนะฉู่หยางได้ ก็อย่าคิดฝันจะได้เกาะเทวะ มาเลย

หมิงเฉินกล่าวกับทุกคนว่า “พวกเจ้าล้วนมีผลงานในการต่อสู้นี้ สารวจเกาะเทวะได้หนึ่งเดือน หากโชคดี พวกเจ้าก็อาจพบทรัพยากร มากมายที่เหล่ายอดฝีมือทิ้งไว้ก่อนบรรลุเซียนก็เป็ นได้”

“ข้าจะล่วงหน้ากลับไปก่อน อีกเดือนจะมารับพวกเจ้า แล้วไปรับ รางวัลของการแข่งขันนี้กัน”

หมิงเฉินนาร่างของหวังหลานและจางรั่วรั่วจากไป

อัจฉริยะทั้งสองสละชีวิตในการแข่งขันครั้งนี้ และเขาก็จะนาร่าง ของพวกเขากลับ

สาหรับครอบครัวของทั้งสอง หมิงเฉินจะให้การดูแลเป็ นพิเศษ มิ ให้อัจฉริยะทั้งสองสละชีวิตเสียเปล่า

หมิงเฉินไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าหลังจากเขากลับไป หนึ่งเงาร่าง กายาผุดขึ้นจากในทะเล

“แค่ฆ่าผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานคนเดียว ถึงกับให้ตัวตน ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดอย่างข้าลงมือ ไม่ไหวเลยจริง ๆ”

เหลยชิงอวิ๋นดูคับข้องใจ

เขาเป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดจากตระกูลเหลย ผู้อาวุโสสามส่งเขามาฆ่าเจียงผิงอันเพื่อป้ องกันมิให้เหตุการณ์เกิด ซ้ารอยเหลยหลาน

เหลยชิงอวิ๋นคิดว่าการส่งเขามาฆ่าผู้ฝึ กตนขอบเขตสร ้าง รากฐานคนเดียวเป็ นเรื่องขี่ช ้างจับตั๊กแตนแท้ ๆ ส่งตัวตนขอบเขต สร ้างรากฐานมาสักคนก็พอแล้ว

การให้ยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดอย่างเขาลงมือ สร ้างความกระดากใจแก่เขาเล็กน้อย

แต่ภารกิจของผู้อาวุโสสามก็ต้องท าให้ลุล่วง ใครใช ้ให้ผู้อาวุโส สามเป็ นปู่เขากัน

หลังหมิงเฉินจากไป เจียงผิงอันก็ไม่มัวเสียเวลาเสวนากับ อัจฉริยะทั้งหลาย เขากินโอสถเผยหยวนฟื้นปราณวิญญาณหนึ่ง ขวด แล้วเดินเข้าสู่ส่วนลึกของเกาะเทวะไป

เขาปลดปล่อยจิตสานึก ค้นหาที่อยู่ของกระดูกมังกรมารบนเกาะ

เขาไม่อยากหาเหมืองห้าปี

ผู้ฝึกตนจากแคว้นหลิงไถและต้าฉู่ยังรอเขาไปสังหาร ท่านอาเมิ่ง ก็ยังรอให้เขาล้างแค้นประโลมวิญญาณ

เมื่อคิดถึงการฝากฝังของท่านอาเมิ่งในวาระสุดท้าย หัวใจของ เจียงผิงอันก็เหมือนถูกมีดกรีดเฉือน

ท่านอาเมิ่งสละชีวิต ผู้อาวุโสหลี่สละชีวิต ผู้คนนับหมื่นแสนใน อ าเภอเหลียนซานตกตาย

เจียงผิงอันในยามนี้ต้องการเพียงแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด และ กาจัดแคว้นหลิงไถกับต้าฉู่ให้สิ้น

อวิ๋นหวง จินหลิน และอัจฉริยะคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายออกหาโอกาส

ยอดฝีมือผู้บรรลุเซียนมักมายังเกาะเทวะก่อนกลายเป็ นเซียน ที่นี่ ต้องมีความลับบางอย่างเป็ นแน่

หากยอดฝี มือเหล่านั้นทิ้งสมบัติไว้ การหาพบสักชิ้นก็นับเป็ น สมบัติประจ าตระกูลได้

ยิ่งกว่านั้น เกาะเทวะแห่งนี้ยังมีสมบัติฟ้ าดินมากมาย ล้าค่าเป็ น อย่างยิ่ง

ยามเห็นการต่อสู้ระหว่างเจียงผิงอันและฉู่หยางก่อนหน้านี้ อัจฉริยะทั้งหลายก็ยิ่งกระหายอยากแข็งแกร่งขึ้น ไม่อยากถูกทิ้งไว้ ข้างหลัง

เจียงผิงอันทะยานผ่านผืนป่ าอย่างรวดเร็ว จิตส านึกกวาดผ่าน ทุกซอกหลืบทั่วทิศ

ขณะเดียวกัน เขาก็ใช ้อานาจเนตรขวาสืบหา ไม่ปล่อยสิ่งใด หลุดรอดสายตา

ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็สีหน้าเปลี่ยน รีบส่งปราณวิญญาณสู่ รองเท้าเหยียบนภาที่สวมอยู่ อักขระบนรองเท้าเหยียบนภาทางาน เพิ่มความเร็วอย่างมหาศาล

รองเท้าเหยียบนภาเป็ นสมบัติที่เขาซื้อมาจากหอวาณิชมั่งคั่ง กว้างไกล แต่จนบัดนี้เขาก็ยังไม่ได้ใช ้มัน ถือมันเป็ นไพ่ตายสาหรับ หลบหนี

เหตุที่เขาใช ้รองเท้าเหยียบนภาออกมาครั้งนี้ก็เพราะสัมผัส อันตรายถึงชีวิตได้!

ทันทีที่เขาพ้นจากที่นี่ หนึ่งร่างกายาพลันปรากฏขึ้น

หนึ่งเสียงเปรี้ยงดังสนั่น แล้วพื้นซึ่งเดิมเจียงผิงอันยืนอยู่ก็ระเบิด แหลก กลายเป็ นหลุมกว้างกว่าร ้อยจั้ง พฤกษาหย่อมหญ้าทั้งปวงโค่น กระจาย!

เหลยชิงอวิ๋นขมวดคิ้ว “เหตุใดเจ้าเด็กนั่นจึงรู ้ว่าข้าจะลงมือกัน?”

มิคาดว่ายอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดอย่างเขาจะลอบ โจมตีผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานผู้หนึ่งไม่สาเร็จ

หากเรื่องนี้แพร่งพราย คงได้ขายหน้าไม่น้อย

แต่ผลกระทบของมันไม่ได้ใหญ่โต

“เทียบความเร็วกับเราตระกูลเหลย เจ้าท าได้หรือ?”

เขาใช ้อัสนีพริบตา แล้วเหลยชิงอวิ๋นก็มาปรากฏตรงหน้าเจียงผิง อัน

สีหน้าของเจียงผิงอันแปรเปลี่ยนมหันต์ อัสนีพริบตาของอีกฝ่ าย อย่างน้อยก็ขั้นสาม รองเท้าเหยียบนภาของเขาไร ้ประโยชน์!

เจียงผิงอันสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายใช ้กฎเกณฑ์ได้

หรือก็คือ คนผู้นี้เป็ นยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด!

ตระกูลเหลยยังคิดเอาชีวิตเขา!

“ตาย!”

เหลยชิงอวิ๋นมิได้เลินเล่อ เพื่อป้ องกันอุบัติเหตุใด ๆ เขาจึงใช ้ อานาจทั้งหมดที่รีดเค้นได้ ซึ่งก็คืออานาจเต็มที่ของขอบเขตจินตาน

เขาเหวี่ยงหมัด อัสนีเรืองรองปกคลุม มวลไม้ไหวเอน

ด้วยการโจมตีนี้ เจียงผิงอันตายแน่!

เปรี้ยง!

เจียงผิงอันยกแขนขึ้นสกัด หลังถูกชก แขนของเขาก็แตกหัก ร่างกระเด็นหัวทิ่มเช่นอุกกาบาต กระแทกต้นไม้ใหญ่หนาหลายสิบ ต้นติด ๆ กันกว่าจะหยุดได้

“แค่ก ๆ”

แขนของเจียงผิงอันบิดเบี้ยวผิดรูป บอบช้าเสียจนกระอักเลือด

หนึ่งการโจมตี ทาให้เขาบาดเจ็บสาหัสโดยพลัน!

เหลยชิงอวิ๋นเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อเป็ นอย่างยิ่ง

หมัดสุดก าลังของขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดอย่างเขา กลับ ฆ่าเจ้าเด็กนี่ไม่ได้!

ตระกูลเหลยโบราณของพวกเขาขึ้นชื่อเรื่องความน่ากลัวของ การโจมตี

หมัดนี้ของเขา อย่าว่าแต่ขอบเขตสร ้างรากฐานเลย ต่อให้เป็ น ยอดฝีมือขอบเขตจินตานก็มีแต่ต้องตาย!

แต่เจียงผิงอันไม่ตาย!

“ฝี มือพอมี แต่เจ้าก็ยังต้องตาย หาควรค่าคบหากับคนตระกูล เหลยของข้าไม่”

เหลยชิงอวิ๋นดูเฉยชา กาหมัดอันห้อมล้อมด้วยอัสนีสายฟ้ าอีก ครั้ง ย่างสามขุมเข้ามาหาเจียงผิงอันทีละก้าว

ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็โยนแผ่นยันต์ออกมาแผ่นหนึ่ง มันแปร เป็ นคมดาบ ปลดปล่อยปราณชวนสะพรึง ฟาดฟันเข้าใส่อีกฝ่ าย

เหลยชิงอวิ๋นยกมือขึ้นโบก การโจมตีจากยันต์ถูกทาลายไปทันที สีหน้าของเขาสุดแสนเหยียดหยาม

“โง่เอ๊ย ของพรรค์นี้ทาอะไรข้า……”

เหลยชิงอวิ๋นยังพูดไม่ทันจบ จู่ ๆ เขาก็สัมผัสถึงหนึ่งปราณอัน ชวนสะพรึงได้

หนึ่งลาแสงอันเจือด้วยกฎเกณฑ์ชวนขนลุกพุ่งเข้ามา รวดเร็ว เสียจนตั้งรับไม่ทัน

อุปกรณ์คุ้มกายทางานทันที สร ้างเป็ นโล่คุ้มกันชั้นหนึ่ง

แต่เนื่องด้วยกฎของเกาะเทวะ พลังคุ้มกันของมันจึงถูกสะกด เหลือเพียงขอบเขตจินตาน

เปรี๊ยะ!

โล่พลังถูกแสงนี้ทาลายลงทันที ก่อนจะทะลวงเข้ากระแทกร่าง ของเหลยชิงอวิ๋นอย่างรุนแรง

“อั้ก!”

บาดแผลลึกถึงกระดูกปรากฏบนอก ร่างของเหลยชิงอวิ๋นก ระเด็นไป กระอักเลือดออกมาค าโต

เจียงผิงอันเห็นว่าการโจมตีจากพู่กันพิพากษาฆ่าอีกฝ่ ายไม่ได้ เขาก็นายันต์เคลื่อนย้ายออกมาหนีไปอย่างไร ้ลังเล

พลังในกายยังไม่ฟื้นดี เพียงการประมือครั้งนี้ ปราณวิญญาณ ของเขาก็หมดเกลี้ยงแล้ว

ขณะที่ยังมีวิธีโจมตีอื่น ก็ไร ้วิธีใดประกันได้ว่าจะฆ่าอีกฝ่ายสาเร็จ

เพื่อความปลอดภัย จึงต้องหนีก่อน

เหลยชิงอวิ๋นกึ่งนั่งกึ่งนอนบนพื้น มือกุมแผลที่อก ใบหน้าเต็มไป ด้วยความตะลึงระคนครั่นคร ้าม

“พู่กันพิพากษา!”

“เหตุใดพู่กันพิพากษาของต้าฉู่จึงมาอยู่กับเขาได้!”

เหลยชิงอวิ๋นรีบร ้อนนาโอสถฟื้นบาดแผลออกมากิน

ทว่าโอสถนี้มิเพียงพอรักษาบาดแผลจากพู่กันพิพากษาได้ และ สิ่งที่มันเคลือบไว้หาใช่กฎเกณฑ์ไม่ แต่เป็ นมหาเต๋าอันสูงกว่า!

ปกติแล้ว มีบาดแผลเช่นนี้ เหลยชิงอวิ๋นควรกลับไปก่อน

แต่ขณะนี้ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปด้วยความโลภ

ศาสตราเซียนครึ่งขั้น พู่กันพิพากษาอยู่ในมือผู้ฝึกตนขอบเขต สร ้างรากฐานผู้หนึ่ง!

นี่คือโอกาสงามที่สวรรค์ประทานแก่เขา!

เห็นได้ชัดว่าปราณของเจียงผิงอันเหลือไม่มาก ใช ้งานมันได้ เพียงหน ขอเพียงฆ่าอีกฝ่ ายได้ ศาสตราเซียนครึ่งขั้นนี้จะเป็ นของ เขา!

สมบัติเช่นนี้ อย่าว่าแต่เขาเลย ต่อให้เป็ นปู่เขาผู้อาวุโสสาม หาก รู ้ว่าเจียงผิงอันมีศาสตราเซียนครึ่งขั้นอยู่กับตัว ชะรอยจะมาชิงมันไป ด้วยตนเอง

แม้จะไม่รู ้ว่าเหตุใดพู่กันพิพากษาจึงอยู่ในมือเจียงผิงอัน แต่มัน หามีความหมายไม่!

เหลยชิงอวิ๋นเดินไปยังจุดที่เจียงผิงอันเคยยืนอยู่ นาเศษแผ่นยันต์ ชิ้นหนึ่งออกมาพินิจอย่างตั้งใจ

ยันต์เคลื่อนย้ายนี้อยู่ในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด อย่างมาก สุดก็พาเขาเคลื่อนย้ายได้พันลี้

เนื่องจากข้อจากัดของเกาะเทวะ ยันต์เคลื่อนย้ายนี้จึงมิอาจ ครอบคลุมรัศมีพันลี้ได้

อีกฝ่ายต้องยังอยู่บนเกาะเทวะ!

เหลยชิงอวิ๋นใช ้งานอัสนีพริบตาอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่ปลดปล่อย จิตสานึกค้นหาที่อยู่ของเจียงผิงอัน

อย่าปล่อยให้โอกาสยิ่งใหญ่หลุดมือ!

ในถ้าอันอับชื้น กว้างใหญ่และมืดทึบแห่งหนึ่ง เจียงผิงอันหอบ หายใจ อาภรณ์โชกชุ่มด้วยเหงื่อ

น่าเสียดายที่ฆ่าอีกฝ่ายไม่ได้

เขาทุ่มพลังเพื่อสู้กับยอดฝีมือจากต้าฉู่ไปเกือบหมดแล้ว

หาไม่ การลอบโจมตีเมื่อครู่คงสาเร็จได้

เขาจงใจทาให้ตัวเองบาดเจ็บเพื่อให้อีกฝ่ายย่ามใจ ขณะเดียวกัน ก็ใช ้ยันต์หลอกล่อเพื่อลอบจู่โจม

ภายหน้า แม้ปราณจะฟื้นสมบูรณ์ ก็หมดโอกาสลอบโจมตีแล้ว

อีกฝ่ายจะระวังการโจมตีจากพู่กันพิพากษาไว้แน่นอน

เขากินโอสถฟื้นบาดแผลเพื่อฟื้นตัว

“ที่นี่ที่ไหน?”

เจียงผิงอันมองไปรอบ ๆ ทิวทัศน์รอบข้างกว้างใหญ่และด าสนิท เขาหารู ้ไม่ว่าตนเคลื่อนย้ายผ่านยันต์มายังทิศทางใด

การใช ้ยันต์เคลื่อนย้ายแบบสุ่มทิศอันตรายอย่างยิ่ง มันอาจ กระทั่งส่งเขาสู่ใต้พิภพ หรือสู่ท้องนภาอันพร่างพราวก็ได้ทั้งสิ้น

ข้อดีก็มีอยู่ คือไม่อาจหาพบได้ง่ายนัก

มีข้อดีย่อมมีข้อเสีย

เจียงผิงอันปล่อยจิตส านึก ออกส ารวจท่ามกลางความมืด

ไม่อาจทราบว่าอยู่ที่ใด แต่เขายังอยู่บนเกาะเทวะแน่นอน

เขายังสัมผัสกฎพิเศษบนเกาะเทวะได้อยู่

เมื่อแน่ใจว่ารอบทิศไร ้อันตราย เจียงผิงอันก็ผ่อนคลาย ใบหน้า มืดหมอง ก าหมัดแน่น

“ตระกูลเหลยประเมินข้าไว้สูงจริง ๆ ถึงกับส่งตัวตนขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดมาจัดการ ไม่คิดเปิดทางรอดใด ๆ ให้ข้าเลย”

“อยากสู้หรือ? งั้นข้าจะสู้ด้วย!”

ดวงตาของเจียงผิงอันระเบิดจิตสังหารและความปรารถนาจะ แข็งแกร่งขึ้นออกมา

บทที่ 113 ลักษณ์จริงของเกาะเทวะ

เจียงผิงอันนั่งขัดสมาธิในถ้า นาแขนออกมาข้างหนึ่ง

ทันทีที่แขนข้างนี้ปรากฏ คลื่นความร ้อนสูงก็อบอวลไปทั่วทั้งถ้า

แขนข้างนี้เป็ นของฉู่หยาง แม้จะถูกตัดออกจากกาย ก็ยังมีกฎ อัคคีผลาญอันทรงพลังบรรจุอยู่

แขนข้างนี้สวมอุปกรณ์เก็บของเอาไว้

เจียงผิงอันถอดอุปกรณ์เก็บของออกมา ลบตราจิตสานึกบนนั้น ออก แล้วสลักจิตส านึกของตนลงไปแทน

เมื่อทาเช่นนี้ อุปกรณ์เก็บของนี้ก็เป็ นของเขา

ยามสืบจิตสัมผัสเข้าไป สีหน้าของเจียงผิงอันแปรเปลี่ยนไปทันที

หินวิญญาณกองเป็ นภูเขาอยู่ในนั้น เมื่อเขากวาดจิตสานึก ตรวจสอบ มูลค่าอย่างน้อย ๆ ก็เกินห้าล้าน! ซ้ายังมีหินผลึกขนาด ใหญ่อยู่มากมาย!

หินผลึกเหล่านั้น หนึ่งชิ้นมีค่าแสนหินวิญญาณ!

มีโอสถสารพัดอย่าง และอาวุธวิเศษหลายสิบชิ้นเรืองรองเจิดจรัส

มีกระทั่งเศษกฎอัคคีผลาญอยู่นิดหน่อย!

เศษกฎนั้นถูกผู้ฝึกตนใช ้เพื่อทาความเข้าใจ หนึ่งชิ้นราคาเป็ น สิบ ๆ ล้าน!

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เก็บของอยู่อีกเกือบร ้อย

เมื่อสุ่มเปิดดูสักชิ้น ทรัพยากรข้างในก็ทับถมกองพะเนิน ไม่อาจ นับ

แม้เจียงผิงอันจะมีอ่างสัมฤทธิผล ยามมาเห็นเช่นนี้เขาก็ยังอด สะท้านใจริษยามิได้

สมแล้วที่เป็ นรัชทายาทแห่งต้าฉู่ แค่อุปกรณ์เก็บของเพียงหนึ่งยัง ทาให้ผู้ฝึกตนไร ้สังกัดขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดคลั่งได้

ไม่อาจเทียบบุคคลกับบุคคลได้เลย หินวิญญาณที่ผู้อื่นมิอาจ เอื้อมถึงชั่วชีวิต อาจเป็ นเพียงปลายนิ้วของอีกฝ่าย

เจียงผิงอันสงบสติฉับไว นาโอสถฟื้นปราณวิญญาณออกมา กรอกเข้าปาก

ขณะเดียวกันก็ใช ้ ‘เคล็ดป้ อมพสุธา’ หรือพูดให้ถูกก็คือ ‘วิชา ซ่อนจักรวาล’ ไปด้วย

เขาได้ยินเฉินเจิ้นจากแคว้นหลิงไถกล่าวว่า ท่านอาเมิ่งเข้าไปใน ที่พานักของนักพรตเสินซวี

และเขาก็ไปได้ ‘เคล็ดป้ อมพสุธา’ มาจากที่นั่น

เมื่อฟังคาแนะนาของหวังหลานเมื่อกาลก่อน เนื้อหาของเคล็ด ป้ อมพสุธาเหมือนกับวิชาซ่อนจักรวาล นี่อาจจะเป็ นวิชาซ่อนจักรวาล ของนักพรตเสินซวีจริง ๆ!

เจียงผิงอันกินโอสถเผยหยวน เตรียมสร ้างจินตาน

ยามอีกฝ่ ายเห็นศาสตราเซียนครึ่งขั้น ต้องไม่ปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่ เพื่อความปลอดภัย เขาต้องสร ้างจินตานให้ได้ก่อน

คลื่นปราณสีทองถูกปลดปล่อยจากร่างของเจียงผิงอัน ปราณใน กายโผนทะยานบ้าคลั่ง

โอสถเผยหยวนหนึ่งเม็ดก็เพียงพอให้ผู้ฝึกตนขอบเขตจินตาน ทั่วไปฟื้นปราณวิญญาณได้แล้ว แต่เจียงผิงอันกินไปทั้งขวด ก็ยังฟื้น ตัวไม่สมบูรณ์

เขากินโอสถเผยหยวนไปอีกขวด น าหินวิญญาณออกมานับ แสนชิ้นจนท่วมถ้า

การทะลวงสู่ขอบเขตจินตาน จะท าแบบขอไปทีไม่ได้

เจียงผิงอันรู ้สึกเสมอว่าจินตานซึ่งก่อโดยผู้ฝึ กฝน ‘วิชาซ่อน จักรวาล’ ต้องไม่เหมือนใคร

คลื่นพลังประหลาดระเบิดออกมาจากกาย ทุกรูขุมขนเปิดกว้าง แปรเปลี่ยนเป็ นวังวนขนาดจิ๋ว สูบปราณวิญญาณรอบข้างอย่างสุด ชีวิต

หินวิญญาณรายล้อมถูกสูบพลังอย่างบ้าคลั่ง แหลกสลายเป็ นผง ไปตาม ๆ กัน

เห็นเช่นนี้ หัวใจของเจียงผิงอันก็ดิ่งวูบ ทราบแล้วว่าการทะลวง ขอบเขตครั้งนี้ต้องใช ้ปราณวิญญาณมากกว่าที่คาดไว้

เขาควานหาโอสถวิญญาณแรกก าเนิดจากอุปกรณ์เก็บของของ ฉู่หยางออกมาหนึ่งเม็ด

นี่คือโอสถที่ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดใช ้กัน บรรจุ พลังอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง ใช ้ฟื้นพลังแก่ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณ แรกก าเนิด

เจียงผิงอันกลืนโอสถลงไปอย่างไร ้ลังเล

ขณะนี้ ร่างของเขาพลันโป่งพอง ผิวกายแหลกร ้าว

โชคยังดีที่การทะลวงขอบเขตต้องการปราณมหาศาล ปราณ เหล่านั้นจึงถูกดูดซับไปอย่างรวดเร็ว

ร่างของเขาคืนสู่ปกติ แสงสีทองเรืองรองสาดส่องจากตันเถียน ส่องสว่างไปทั่วทั้งถ้า

ในตันเถียนของเขา จินตานขนาดมหึมาอันเรืองรองด้วยรัศมี ทองอร่ามก่อตัวขึ้น

ขอบเขตถัดจากสร ้างรากฐานคือจินตาน ปราณที่สั่งสมได้ใน กายเพิ่มพูนหลายเท่าตัว

เปรียบจินตานนี้ได้กับอุปกรณ์เก็บของซึ่งเก็บปราณวิญญาณได้ มหาศาล

ยามผู้ฝึ กตนคิดลากศัตรูไปตายด้วย พวกเขาก็มักท าลายจิน ตานของตน เพื่อระเบิดอานาจชวนสะพรึงออกมา

เมื่อเห็นจินตานก่อตัว เจียงผิงอันก็ถอนหายใจโล่งอก

อาจเป็ นเพราะเขากินโอสถเทียนเสวียนไปห้าเม็ด เพิ่มศักยภาพ อย่างยิ่งยวด การทะลวงขอบเขตจึงไร ้กาแพงกั้น……

กร๊อบ!

ขณะที่เจียงผิงอันนึกว่าทะลวงขอบเขตสาเร็จแล้วนั้นเอง จู่ ๆ จิน ตานก็ถูกปราณวิญญาณมหาศาลระเบิดออก

เจียงผิงอันจังงัง

มันเกิดอะไรขึ้น?

จินตานโดนปราณวิญญาณระเบิดไปแล้ว?

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

เจียงผิงอันตระหนักแล้วว่าตนวู่วามเกินไป เขาอยากแข็งแกร่ง ขึ้นจนหน้ามืดตามัว คิดทะลวงขอบเขตโดยไม่รู ้อะไรเกี่ยวกับจินตาน เลย

ขณะที่เขากาลังจะพักเรื่องการสร ้างจินตาน ไปสร ้างเสวี่ยตาน ก่อนนั้นเอง

ปราณโลหิตในกายพลันถูกผลกระทบของปราณวิญญาณ เลือดเดือดพล่านจนเกิดเสียงเยี่ยงธาราไหลเชี่ยวจากในตัว

แมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราในหัวใจสัมผัสแรงกดดันมหาศาล ดิ้นรน ขัดขืนเต็มกาลังด้วยกลัวจะถูกแรงดันเลือดบี้ตาย

ปราณโลหิตและปราณวิญญาณปรากฏขึ้นในตันเถียนด้วยกัน แล้วอานาจทั้งสองก็ผสานก่อเป็ นจินตานสีเลือดขึ้นมา!

“นี่เกิดอะไรขึ้น? หรือเสวี่ยตานของผู้ฝึกกายาและจินตานของผู้ ฝึกวิญญาณจะผสานกันได้?”

เจียงผิงอันทั้งสับสนและงุนงง

ความคิดไม่ทันสร่าง จินตานก็แหลกไปอีกครั้ง!

เจียงผิงอันมึนงงสุดขีด

มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?

“เจ้าฝึกฝนวิชาซ่อนจักรวาลของเจ้าหนูนั่น ก่อตานใด ๆ ไม่ได้ หรอก”

หนึ่งเสียงเฒ่าชราพลันแว่วมา

“ผู้ใด!”

เจียงผิงอันผงะ เขาหยุดฝึกฝน หนึ่งมือคว้าพู่กันพิพากษา อีกมือ คว้ายันต์เคลื่อนย้าย มองไปรอบ ๆ หาต้นตอของเสียงอย่างพะว้า พะวงทันที

“เจ้าอยู่ในจมูกของตาเฒ่าผู้นี้”

เสียงเฒ่าชรานั้นดังขึ้นในมโนสานึกของเจียงผิงอัน

“ในจมูก?” เจียงผิงอันจังงัง เขาอยู่ในเกาะเทวะแท้ ๆ

เจ้าของเสียงเห็นเจียงผิงอันงุนงง จึงกล่าวว่า “เกาะเทวะที่เจ้าพูด ถึง คือสังขารของข้า”

ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันก็ผงะตะลึงเหลือเชื่อ

เกาะเทวะคือสังขารเขา?

หรือจะบอกว่าเกาะเทวะคือสิ่งมีชีวิต?

หรือเกาะเทวะเกิดสติปัญญาขึ้นมา?

เสียงของชายชราดังขึ้นอีกครั้ง “ข้าแค่หลับอยู่ที่นี่ แล้วนานไป เกาะก็ก่อตัว”

หัวใจของเจียงผิงอันสะท้าน

หลับอยู่ที่นี่จนกลายเป็ นเกาะ?

ต้องนิทรามานานกี่ปีกัน!

มิใช่ว่าเกาะเทวะมีอยู่แต่บรรพกาลแล้วหรือ?

นี่มันเรื่องชวนขนลุกอะไรกัน?

เสียงของชายชรากล่าวเรียบเรื่อย “เจ้าฝึกฝนวิชาซ่อนจักรวาล ของเจ้าหนูนั่น ก่อจินตานไม่ได้หรอก”

“เขาสร ้างเส้นทางของตัวเอง เปิ ดหนึ่งระบบการฝึ กฝนใหม่ แตกต่างจากระบบการฝึกฝนใต้วิถีสวรรค์เช่นของเจ้า”

เจียงผิงอันยังไม่ทันสร่างตะลึง ได้ยินเช่นนี้ก็จังงังไปอีกครั้ง

วิชาซ่อนจักรวาลนั้นสร ้างขึ้นโดยนักพรตเสินซวี หนึ่งในสิบผู้ ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ภายหลังบรรลุเป็ นเซียน แต่เจ้าของเสียงนี้กลับ เรียกอีกฝ่ายเป็ น ‘เจ้าหนู’!

เจียงผิงอันสะกดความเคลือบแคลงและความตกใจไว้ชั่วคราว ถามขึ้นอย่างนอบน้อม “ผู้อาวุโส ในเมื่อข้าไม่อาจสร ้างจินตานได้ ข้าควรฝึกฝนเช่นไรขอรับ?”

อีกฝ่ ายชวนสะพรึงเพียงนี้ การฆ่าเขาง่ายกว่าอ้าปากหาว จะไม่ กลัวก็ได้ แต่ต้องรักษามารยาทนอบน้อมมิให้ขาด

“หารู ้ไม่ เจ้าหนูนั่นผนวกปราณทั้งหมดสู่โลหิต เรียนวรยุทธ ์ โบราณมากมาย แล้วเปิดเส้นทางฝึกฝนใหม่ของตัวเอง”

เสียงของชายชรากล่าวเนิบช ้า น้าเสียงเหล่านั้นเจือความชื่นชม ต่อนักพรตเสินซวี

สีหน้าของเจียงผิงอันแปรเปลี่ยนเป็ นเคร่งขรึม

จากวาทะของผู้อาวุโสท่านนี้ หากฝึกฝนวิชาซ่อนจักรวาล ก็จะ ไม่อาจสร ้างจินตานขึ้นได้

แต่เจียงผิงอันไม่อยากทิ้งวิชาซ่อนจักรวาลไป

มีเพียงผู้ฝึ กฝนวิชาซ่อนจักรวาลเท่านั้นจึงทราบ ว่าวิชานี้น่า สะพรึงกลัวเพียงไร

เขาสามารถใช ้เคล็ดวิชาต่าง ๆ ได้ตามใจ ไม่ต้องกลัวเรื่อง สิ้นเปลืองพลังปราณวิญญาณ

ขอเพียงไม่ฆ่าเขาในพริบตา เขาก็จะไร ้เทียมทาน

แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ หากไม่ทิ้งวิชาซ่อนจักรวาลไป ก็ไม่อาจ ฝึกฝนต่อได้ เพราะนักพรตเสินซวีเบิกวิถีฝึกฝนใหม่ของตัวเอง

ย้อนแย้งกันยิ่งนัก

ดูเหมือนทางเดียวที่เหลืออยู่คือ ต้องทิ้งวิชาซ่อนจักรวาล

“ตัดใจเถิด เจ้าหนูนั่นมิใช่ผู้ที่เจ้าเทียบเคียงได้ ที่เรียกเขาเป็ น หนึ่งในสิบสุดยอดฝีมือตราบกาลนาน นั่นมิใช่เพียงลมปากหรอก”

“หากเจ้าฝึกฝนตามระบบฝึกฝนทั่วไป เจ้าก็มีโอกาสบรรลุเซียน ได้เช่นกัน”

เกาะเทวะปริปากเกลี้ยกล่อม

เจียงผิงอันมิได้ตอบสนอง เขานั่งขัดสมาธิลงบนพื้นอีกครั้ง ย้อน นึกถึงประสบการณ์ตลอดมาของตน

เขาไม่มีพรสวรรค์จะฝึกวิญญาณ แต่วิชาซ่อนจักรวาลให้โอกาส และความมั่นใจของเขาเพียงพอฝึกฝนกายา

ไม่มีร่างเทวะท้าทายสวรรค์ใด ๆ ยามเขาสู้กับร่างเทวะสุดขั้วห ยาง กุญแจที่ยื้อจนคว้าชัยได้ก็เพราะมีปราณมากมายแข็งแกร่งพอ และใช ้อัสนีพริบตาได้ตลอด

หากไร ้วิชาซ่อนจักรวาล พลังต่อสู้ของเขาก็จะหายไปเกินครึ่ง

เจียงผิงอันครุ่นคิดอยู่เนิ่นนานในถ้าอันมืดมิด จึงถามว่า “ผู้ อาวุโส การเบิกวิถีของตัวเองยากหรือไม่ขอรับ?”

เสียงของชายชราเงียบไปเนิ่นนาน แล้วจึงกล่าว “ตลอดกาลเนิ่น นานในฟ้ าดิน มีเพียงสามบุคคลที่สามารถเบิกวิถีของตนเองได้จนสุด หนทาง”

“ผู้แรกสร ้างระบบการฝึกฝนโบราณ น าพาเผ่ามนุษย์ให้โดดเด่น จากหมื่นเผ่าพันธุ์ ถูกพวกเจ้าเผ่ามนุ ษย์ขนานนามเป็ นมหา จักรพรรดิแห่งเผ่ามนุษย์”

“ผู้ที่สองสร ้างระบบฝึ กฝนกายา สร ้างขอบเขตต่าง ๆ ในการ ฝึ กฝนที่พวกเจ้าเรียกกันว่าก่อปราณ สร ้างรากฐาน จินตาน วิญญาณแรกกาเนิด แปรเทวะ… พวกนั้นแหละ”

“ผู้ที่สามก็คือเจ้าหนูที่เจ้าเรียกว่านักพรตเสินซวีนี่แหละ”

ผู้อาวุโสท่านนี้มิได้บอกว่าการเบิกวิถีของตนเองยากเย็นเพียงไร แต่ในหมู่อัจฉริยะมากมายตราบกาลนาน มีเพียงสามคนที่ทาได้ลุล่วง ก็เป็ นเครื่องอธิบายสถานการณ์อันชัดเจนแล้ว

บทที่ 114 ทิ้งการก่อตาน

“ไม่ต้องคิดมากหรอก ทิ้งมันไปเถิด เจ้ายังอ่อนแอ มิอาจเบิก เส้นทางของตนเองได้”

‘เกาะเทวะ’ รู ้ทันว่าเจียงผิงอันคิดสร ้างเส้นทางของตน จึงเกลี้ย กล่อมให้ถอดใจอย่างหวังดี

มนุษย์มากมายถือตนอวดดี แต่กลับมีเพียงสามเท่านั้นที่เบิกวิถี ของตนเองส าเร็จ

มิใช่ผู้อื่นไม่เคยลอง แต่ล้มเหลวกันทั้งสิ้น

จะมีฝีมือเลิศล้าเพียงไร ไร ้เทียมทานตราบยุคสมัยเพียงไหน หรือ ทะยานสู่ความเป็ นเซียนส าเร็จหรือไม่ หากคิดสร้างระบบการฝึกฝน ใหม่ มันแทบเป็ นไปไม่ได้เลย

เจียงผิงอันถามอีกครั้ง “แล้วเรื่องผู้ฝึ กกายาและจิตล่ะขอรับ? ระบบการฝึ กฝนทั้งสองไม่เหมือนการฝึ กฝนในปัจจุบันมิใช่หรือ ขอรับ?”

อีกฝ่ ายกล่าวว่ามีระบบการฝึกฝนเพียงสาม แล้วการฝึกฝนแยก ระหว่างกายาและวิญญาณปรากฏขึ้นได้อย่างไร?

“ที่จริงมันก็เหมือนกันแหละ แค่ปราณที่ใช ้ต่างกันเท่านั้น”

ไม่รู ้ว่าเพราะ ‘เกาะเทวะ’ กาลังเบื่อ หรืออาจไม่มีอะไรทา จึง อธิบายอย่างใจเย็น

“ขอบเขตช่วงต้นของผู้ฝึ กกายาคือผู้ฝึ กยุทธ์ ยอดยุทธ์ เสวี่ย ตาน โลหิตแรกกาเนิด… เริ่มจากที่เสวี่ยตานเปรียบได้กับจินตาน โลหิตแรกก าเนิดก็เท่ากับวิญญาณแรกก าเนิด”

“ผู้ฝึกจิตก็เช่นกัน ขอบเขตเริ่มจากฝังเมล็ดพันธุ์ ปรมาจารย์จิต หุนตาน จิตแรกก าเนิด…… สองขอบเขตหลังก็เท่ากับจินตานและ วิญญาณแรกก าเนิดเช่นกัน”

“การฝึกฝนกายาและจิตนั้นถูกคนรุ่นหลังสร ้างสาเร็จได้โดยอิง จากระบบการฝึกฝนที่สอง และมีจุดจบเดียวกัน”

เมื่อฟังคาอธิบายนี้ เจียงผิงอันพลันประจักษ์เข้าใจ

ทุกสิ่งนี้เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็ นการฝึกกายา วิญญาณ หรือ จิต แม้พลังที่ใช ้นั้นแตกต่าง แต่ขอบเขตนั้นแท้จริงสอดคล้อง เหมือนกัน

เมื่อเป็ นเช่นนี้ การสร ้างระบบใหม่ก็ยากเย็นจริงแท้

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ”

เจียงผิงอันกล่าวขอบคุณ

หลังครุ่นคิดอยู่นาน เขาก็นาเม็ดบงกชแจ้งวิถีเม็ดหนึ่งออกมากิน

ก่อนหน้านี้ เพื่อป้ องกันมิให้สิ้นเปลืองสมบัติเสียเปล่า เขาจึงมัก อมเม็ดบงกชแจ้งวิถีไว้ในปาก มิได้กลืนกินมันลงไป

นี่เป็ นครั้งแรกที่เขากลืนมัน จุดประสงค์นั้นก็เพื่อเร่งความเข้าใจ

เม็ดบงกชแจ้งวิถีสามารถเร่งให้ยอดฝี มือประจักษ์เต๋า เพิ่ม ความเร็วในการบรรลุกฎเกณฑ์ได้

เจียงผิงอันยังไม่ถึงขอบเขตที่ต้องทาความเข้าใจกฎเกณฑ์ แต่ เขาก็ใช ้เม็ดบงกชแจ้งวิถีช่วยประจักษ์เต๋า เร่งความเร็วการคิดของ ตนได้

ไม่นานนัก หนึ่งความคิดก็ปรากฏในใจ

เขาเร่งปราณโลหิตและปราณวิญญาณในกายเต็มก าลัง หลาก พวกมันออกมาคลุมกาย

“เจ้าจะท าอะไรน่ะ? ก่อตานหรือ? ข้าบอกไปแล้วว่าหากเจ้า ฝึกฝนวิชาซ่อนจักรวาล หากไม่ทิ้งวิชานี้ไป เจ้าจะไม่อาจก่อตานได้”

‘เกาะเทวะ’ เห็นเจียงผิงอันยังฝึกฝนต่อก็ถามอย่างงุนงง

เจียงผิงอันตอบกลับว่า “ในช่วงกาลอันสั้นนี้ ข้ายังไม่อยากทิ้ง วิชาซ่อนจักรวาลไปขอรับ อย่างน้อยที่สุดก็จนกว่าจะถึงขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิด”

เขาทิ้งวิชาซ่อนจักรวาลไม่ลง แต่ก็ไม่มีวิถีของนักพรตเสินซวีนา ทาง

ดังนั้นเขาจึงวางแผนสู้ตาย ทิ้งการสร ้างตานไปก่อนชั่วคราว

กลับไปหาวิชาอันใกล้เคียงอื่น ๆ แล้วค่อยคิดเรื่องทิ้งวิชาซ่อน จักรวาล สร ้างตานขึ้นมาใหม่

แต่โอกาสพบวรยุทธ ์อันใกล้เคียงกันนั้นไม่น่าจะมี

วิชาซ่อนจักรวาลไม่ต้องการพรสวรรค์ฝึกฝนใด ๆ ก่อนหน้านี้ เขามีความสามารถเช่นผู้ฝึ กวิญญาณสักนิดไม่ แต่หลังบรรลุวิชา ซ่อนจักรวาล เขาก็มีอ านาจต่อสู้แข็งแกร่ง

เคล็ดวิชาสูงสุดอื่น ๆ ล้วนต้องการพรสวรรค์ยิ่งใหญ่ แตกต่าง จากวิชาซ่อนจักรวาลโดยสิ้นเชิง

“เจ้าไม่สร้างตาน? แล้วนี่คือทาอันใด? อยากสร ้างระบบฝึกฝน ใหม่หรือ?”

เกาะเทวะถามอย่างสงสัย

“เปล่าขอรับ ผู้น้อยไร ้สามารถ ไม่มีคุณสมบัติสร ้างวิถีฝึกฝนใหม่ ผู้น้อยแค่อยากเปลี่ยนร่างกายนี้ให้เทียบเท่ากับจินตานเท่านั้น ขอรับ!”

เจียงผิงอันไม่อยากทิ้งวิชาซ่อนจักรวาลไปในขณะนี้ เพราะวิชานี้ แข็งแกร่งเกินไปจริง ๆ

แต่ยามนี้เมื่อก่อจินตานไม่ได้ หากคิดแข็งแกร่งขึ้นก็ต้องหาวิธี ใหม่

ชีพจรทั้งสามร ้อยหกสิบจุดบนร่างถูกเปิ ดออก และทั้งปราณ โลหิตปราณวิญญาณซึ่งเดิมผสานสู่ตันเถียนก็หลากเข้าสู่ชีพจร ทั้งหลาย

ความแตกต่างระหว่างขอบเขตจินตานและสร ้างรากฐานก็คือ เมื่อผนึกปราณวิญญาณสร ้างจินตานในตันเถียน ปริมาณปราณที่จุ ได้จะเพิ่มขึ้นมหาศาล ระยะการใช ้จิตสานึกเพิ่มพูน ความแข็งแกร่ง พลังกายพัฒนา

ร่างกายและความจุปราณปัจจุบันก้าวพ้นตัวตนขอบเขตจินตาน ทั่วไปมานานแล้ว

ที่ปราณวิญญาณมากมายก็เพราะวิชาซ่อนจักรวาลให้มา ส่วน เหตุที่ปราณโลหิตและร่างกายแข็งแกร่งนั้นก็เพราะเปิดชีพจรทั้งสาม ร ้อยหกสิบจุด

ขณะนี้ เขาตั้งใจเปิดชีพจรในร่างต่อไป ผนึกปราณโลหิตและ ปราณวิญญาณสู่ชีพจร เพิ่มขีดจากัดปริมาณปราณที่สั่งสมได้

เจียงผิงอันผนึกปราณโลหิตและปราณวิญญาณสู่ชีพจรถานจง ที่หน้าอก เปลี่ยนพวกมันเป็ นเปลือกแข็งหุ้มชีพจรไว้

แล้วปราณโลหิตกับปราณวิญญาณมหาศาลก็ถูกควบแน่นเก็บ ในนั้น

ยามเปลือกนั้นแตกออก เจียงผิงอันก็รีบหยุดมือ

เก็บได้มากกว่าเก่าสองเท่า!

วิธีนี้ทาได้!

เจียงผิงอันลิงโลด

เมื่อใช ้วิธีนี้ จะเก็บปราณโลหิตและปราณวิญญาณในกายได้ เป็ นเท่าทวี!

ปราณโลหิตและปราณวิญญาณในกายของเขาเกินขอบเขตจิน ตานอยู่ก่อนแล้ว ยามพัฒนาสองเท่า ต่อให้เขามิได้ก่อจินตาน ก็ยัง แข็งแกร่งมากอยู่ดี!

นี่คือแนวคิดที่ถูกต้อง!

แต่เจียงผิงอันก็ยังรู ้สึกว่า การเก็บปราณสองเท่าจากเดิมนั้นยัง ไม่พอ

ภายใต้อิทธิพลของเม็ดบงกชแจ้งวิถี สมองของเขาทางานเร็วจี๋

เจียงผิงอันคิดได้อีกวิธี

เขาใช ้โลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ในกายผสานกับปราณโลหิต และปราณวิญญาณ สร ้างเปลือกที่แข็งยิ่งกว่าเดิมที่จุดชีพจร

ลองควบรวมปราณวิญญาณและปราณโลหิตอีกครั้ง

หนนี้ เปลือกนั้นแข็งกล้า ปริมาณบรรจุพูนทวีสี่เท่า!

ถูก!

ถูกต้องตรงเผง!

เขาเร่งผสานโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์กับปราณ ก่อเปลือก แข็งบนจุดชีพจรอื่น ๆ ในกาย แล้วสั่งสมปราณไว้ภายใน

“เจ้าทาได้เช่นนี้ก็ประเสริฐ ภายหลังเรียนเคล็ดวิชาสูงสุดสัก หน่อย ศัตรูใต้ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดของเจ้าก็จะเหลือเพียง หยิบมือ แต่เจ้าจะพัฒนาสู่ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดเช่นไรเล่า?”

เกาะเทวะถาม

มีเพียงการก่อตาน จึงสามารถพัฒนาสู่ขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิด ได้รับคุณสมบัติในการท าความเข้าใจกฎเกณฑ์มหาวิถีในฟ้ า ดิน

หากก่อตานมิได้ ก็มิอาจพัฒนาสู่ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด เลิกหวังท าความเข้าใจกฎเกณฑ์ไปได้เลย

เจียงผิงอันตอบ “ตรงหน้าข้ามีศัตรู ข้าจะใช ้วิธีนี้เพิ่มพลังต่อสู้ ชั่วคราว ภายหน้าจะออกตามหาวรยุทธ ์ระดับสูงอื่น ๆ มาทดแทน แล้วจึงพิจารณาทิ้งวิชาซ่อนจักรวาลขอรับ”

วิชาซ่อนจักรวาลนั้นใช ้ง่ายยิ่ง ในกาลอันสั้นมิอาจหาสิ่งใดมา ทดแทน จึงไม่อยากทิ้งมันไปจริง ๆ

หากมิก่อตาน แต่มีอ านาจก้าวข้ามไป ก็นับว่าใช ้ได้เช่นกัน

รอจนกว่าจะหาสิ่งใดมาแทนวิชาซ่อนจักรวาลได้ ค่อยทิ้งวิชา ซ่อนจักรวาลแล้วก่อตานใหม่

ขอเพียงมีทรัพยากรเพียงพอ การฝึกฝนวรยุทธ ์ก็จะไม่ล่าช ้านัก

เจียงผิงอันนาโอสถจานานมากออกมากินเพื่อฟื้นพลังปราณ โลหิตและปราณวิญญาณ พลาง ‘ขยาย’ ชีพจรต่อไป

ขณะเดียวกัน บนเกาะเทวะ เหลยชิงอวิ๋นลากสังขารบาดเจ็บ ตระเวนทั่ว สีหน้าสุดแสนละโมภปรารถนา

ในมือของเขาถือเข็มทิศทองอันเรืองแสงสีทองลึกลับ

เข็มทิศนี้ชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง และเขาก็มุ่งหน้าตามทิศนั้น

เข็มทิศนี้ถูกสร ้างขึ้นโดยผู้สืบชะตาสวรรค์คนหนึ่ง เป็ นอาวุธ วิเศษอันหายากและราคาสูงยิ่ง

อาวุธวิเศษนี้เป็ นของผู้อาวุโสสาม ปู่ของเหลยชิงอวิ๋น หาไม่ เขา จะไม่มีทางเอื้อมถึงสมบัติมูลค่าสูงเช่นนี้ได้เลย

เหตุที่มันแพงนักก็เพราะ สมบัติวิเศษนี้ตามหาคนหรือสมบัติได้

ขอเพียงมีความคิดในใจ เข็มทิศนี้ก็จะชี้บอกตาแหน่งอีกฝ่ายให้

ตราบใดที่คนผู้นั้นถูกอาวุธวิเศษหรือค่ายกลของผู้สืบชะตา สวรรค์ตามตัว ก็ไม่อาจซ่อนร่องรอยได้พ้น

เว้นแต่อีกฝ่ ายจะเป็ นผู้สืบชะตาสวรรค์เหมือนกัน จึงซ่อนตัวจาก ชะตาสวรรค์ ป้ องกันการถูกไล่ล่าได้

ไม่ถึงครึ่งชั่วยามจากนั้น เหลยชิงอวิ๋นก็มาถึงขอบเกาะเทวะ เข็ม ทิศทองในมือสั่นสะท้านรุนแรง

“หือ?”

มันแสดงว่าเจียงผิงอันอยู่ที่นี่แท้ ๆ แต่เหตุใดจึงว่างเปล่าไร ้ผู้คน?

เหลยชิงอวิ๋นปลดปล่อยจิตสานึกตามหาร่องรอยของเจียงผิงอัน ไปทั่ว

แต่หลังสืบหาครู่หนึ่ง อีกฝ่ายก็ยังไร ้ร่องรอย

ทันใดนั้น เหลยชิงอวิ๋นก็นึกถึงบางอย่างได้ เขาก้มลงมองเท้า ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม

“ไอ้หนูตัวเหม็น ซ่อนตัวเก่งเหมือนกันนะนี่ คิดว่าซ่อนอยู่ใต้พื้น แล้วข้าจะหาเจ้าไม่เจอหรือ?”

เหลยชิงอวิ๋นเจาะพื้นลงไป

หลังขุดอยู่หนึ่งชั่วธูปมอด ลึกลงพื้นไปหลายร ้อยจั้ง เขาก็ไม่อาจ ขุดลึกลงต่อไปได้

มีชั้นบางอย่างที่พิเศษและแข็งอย่างยิ่งขวางอยู่

เหลยชิงอวิ๋นจู่โจมสุดชีวิต เสียเวลาไปอีกครึ่งชั่วยาม แต่ก็ไม่อาจ สร ้างรอยขีดข่วนแก่ชั้นสสารนี้ได้

“บ้าจริง นี่มันอะไรกันเนี่ย เจ้าเด็กนั่นมุดเข้าไปได้อย่างไร?”

เหลยชิงอวิ๋นเดือดดาลอย่างยิ่ง หมัดอันโอบล้อมด้วยอัสนีสายฟ้ า ชกลงพื้นไปอีกสองหน

หลังระบายโทสะแล้ว เหลยชิงอวิ๋นก็สงบสติ “มีหลุมอยู่หรือ?”

เขานาเข็มทิศสีทองออกมาอีกครั้ง กล่าวในใจ “ทางเข้าถ้าข้าง ใต้อยู่ที่ใด?”

เข็มทิศชี้เข็มไปทางทะเล

“ไอ้หนูตัวเหม็น ดูซิเจ้าจะหนีไปซ่อนที่ใดได้! ศาสตราเซียนครึ่ง ขั้นเป็ นของข้า!”

เหลยชิงอวิ๋นเผยความโลภออกนอกหน้า ทะยานขึ้นจากพื้นตาม ทิศที่เข็มชี้

บทที่ 115 ประชันวิญญาณแรกก าเนิด

เจียงผิงอันใช ้ปราณโลหิตวิญญาณผสานโลหิตผู้ครองกายา ศักดิ์สิทธิ์ สร ้างจุดเก็บปราณใหม่บนชีพจรทั้งสามร ้อยหกสิบจุด

ปริมาณปราณโลหิตวิญญาณที่สั่งสมได้เพิ่มเป็ นสี่เท่าตัว!

ที่น่าแปลกคือ การควบคุมแรงโน้มถ่วงของเขาเพิ่มขึ้นถึงร ้อย เท่า!

“การเติบโตของพรสวรรค์โน้มถ่วงนี่ขึ้นกับอะไรหนอ?”

เจียงผิงอันงุนงงยิ่ง

ในเมื่อคิดไม่ออก เขาก็ไม่คิดมาก ไม่ว่าอย่างไร วิธีเก็บปราณ แบบใหม่นี้ก็ทาให้เขาแข็งแกร่งขึ้น

ภายหน้า ต่อให้เขาไม่ได้ใช ้คาถาใด ใช ้เพียงน้าหนักร่างของเขา ลาพังก็ขยี้ผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานเละตายได้ง่าย ๆ แล้ว

“ผู้อาวุโส ขอบังอาจถามว่าท่านรู ้เกี่ยวกับมังกรมารหรือไม่ ขอรับ? ข้าต้องการกระดูกมังกรมารขอรับ”

เจียงผิงอันแก้ปัญหาการฝึกฝนได้ชั่วคราว และถามคาถามอัน คาใจเสมอออกมา

ในเมื่ออีกฝ่ ายคือเกาะแห่งนี้ทั้งเกาะ ย่อมต้องรู ้เกี่ยวกับมังกรมาร แน่แท้

“หนอนน้อยที่เบนสู่วิถีมารนั่นน่ะหรือ? ข้ากินไปแล้วล่ะ” เกาะเท วะตอบอย่างเยือกเย็น

“เฮือก~”

เจียงผิงอันสูดปาก มังกรในต านานกลับถูกอีกฝ่ ายเรียกเป็ น หนอน!

ท่านผู้นี้น่าสะพรึงกลัวเพียงไรกัน?

หลังตกใจแล้ว เจียงผิงอันก็เหลือเพียงความผิดหวังในใจ ในเมื่อ มังกรมารถูกกินไปแล้ว ย่อมไม่เหลือกระดูกให้เก็บ

ดูเหมือนเขาต้องออกตามหาเหมืองให้หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล ห้าปีจริง ๆ

“มีกระดูกของเจ้าหนอนน้อยนั่นติดฟันข้าอยู่สองสามชิ้น หาก เจ้าอยากได้ ข้าจะให้เจ้า”

เจียงผิงอันไม่ทันไหวตัว รอยแยกก็ปริขึ้นในสุญตารอบข้าง กระดูกสีดาสี่ชิ้นปรากฏขึ้นตรงหน้า

ชิ้นเล็กที่สุดมีขนาดเท่าฝ่ ามือ ขณะที่ชิ้นใหญ่สุดใหญ่กว่าตัว เจียงผิงอันเสียอีก

มีปราณอันน่าสะพรึงกลัวเกินใดเทียบออกมาจากมัน ท าให้เจียง ผิงอันแทบหายใจไม่ออก ร่างสะท้านหนาวยะเยือก

กระดูกไม่กี่ชิ้นกลับทาให้ร่างของเขาแข็งทื่อ แล้วมังกรมารตัว เป็ น ๆ จะน่ากลัวเพียงไร?

แต่ตัวตนน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้กลับถูกนักพรตเสินซวีสังหาร และ ถูกเกาะเทวะกลืนกิน

โลกนี้มีตัวตนน่าสะพรึงกลัวอยู่มากมายเหลือเกิน

เจียงผิงอันรีบเก็บกระดูกมังกรมารทั้งสี่ไป ก่อนจะกุมกาปั้น ขอบคุณ “ขอบคุณผู้อาวุโส ผู้น้อยซาบซึ้งยิ่งขอรับ!”

“ไม่นับว่าช่วยเหลือหรอก มิต้องขอบคุณกัน… หาว~”

เกาะเทวะหาวหวอด “ง่วงแล้ว ไม่พูดแล้ว นอนล่ะ”

“ขยันฝึกฝนเข้านะ อย่าให้อ่างสาริดนั่นผิดหวัง”

หลังจบประโยคสุดท้าย เกาะเทวะก็เงียบไป

เจียงผิงอันนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วหัวใจของเขาก็เกิดคลื่นโถมตลบ คลั่ง เหงื่อเย็นเฉียบหลั่งชโลม

ปรากฏว่าอีกฝ่ ายเห็นอ่างสัมฤทธิผล!

นั่นคือความลับยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา!

อีกฝ่ายมิอยากได้สมบัติเช่นนี้หรือ? เหตุใดไม่แย่งมันไป?

หรือมันไม่ได้อยู่ในสายตา?

เกาะเทวะเป็ นตัวตนเช่นไรกันแน่?

ขณะที่เจียงผิงอันกาลังครุ่นคิดอย่างตกตะลึง ศิลาอันอยู่ไม่ห่าง จากตัวนักพลันระเบิดออก

หนึ่งร่างอันเรืองรองด้วยอัสนีสายฟ้ าปรากฏขึ้นในคลองจักษุ

“ไอ้หนูตัวเหม็น ให้เหลาจื่อหาตั้งนาน! ส่งพู่กันพิพากษามาเสีย หาไม่เจ้าเจอดีแน่!”

เหลยชิงอวิ๋นถือเข็มทิศทองในมือ จ้องมองเจียงผิงอันอย่าง ละโมบ

บาดแผลที่อกเขายังมีโลหิตหลั่งริน เนื่องจากคิดชิงศาสตรา เซียนครึ่งขั้น จึงมิได้กลับไปรักษาก่อน

สีหน้าของเจียงผิงอันย่าแย่ คนผู้นี้หาเขาเจอได้อย่างไร?

แต่เมื่อสายตาสบเข้ากับเข็มทิศทองในมืออีกฝ่ าย เจียงผิงอันก็ พอเดาเหตุผลได้

ในโลกหล้ามีอาวุธวิเศษมากมาย อาวุธวิเศษที่ใช ้ตามหาคนได้ นั้นมีไม่น้อยเลย

เห็นได้ชัดว่า เข็มทิศในมืออีกฝ่ายคือหนึ่งในนั้น

เจียงผิงอันน าพู่กันพิพากษาออกมา สายตาจ้องมองอีกฝ่ าย พลางกล่าวเสียงเข้ม “พวกเจ้าตระกูลเหลยหรือที่ชี้นาแคว้นหลิงไถไป จับตัวท่านอาเมิ่ง?”

บางสิ่งนั้นต้องยืนยันให้ชัดเจน จึงทราบได้ว่าศัตรูคือผู้ใด

เหลยชิงอวิ๋นจ้องเขม็งที่พู่กันพิพากษาในมืออีกฝ่ าย “ท่านอา เมิ่ง? หมายถึงไอ้ขยะเมิ่งโค่วนั่นน่ะหรือ? ควรค่าให้เราตระกูลเหลย จัดการด้วยหรือไร?”

“หากอยากจะหาผู้ใดให้โทษ ก็ไปโทษเหลยหลานสิ จะให้นางไป แต่งงานกับบุตรศักดิ์สิทธิ์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อแท้ ๆ แต่ดันไป หลงชอบขยะอย่างเมิ่งโค่ว บุตรศักดิ์สิทธิ์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ เสียหน้า แน่นอนว่าต้องจัดการกับขยะพรรค์นี้เสีย”

“หุบปาก!”

เมื่อได้ยินอีกฝ่ ายว่าร ้ายท่านอาเมิ่ง เจียงผิงอันก็สะบัดพู่กัน พิพากษาอย่างเดือดดาล

เหตุที่เหลยชิงอวิ๋นยังไม่ลงมือ เพราะเขาระแวงเรื่องนี้อยู่

ครั้งก่อนเขาเจ็บตัว ก็เพราะมิคาดว่าอีกฝ่ายมีของเช่นนี้อยู่

ครั้งนี้เขาไม่มีทางยอมถูกพู่กันพิพากษาโจมตีอีกแน่นอน

เหลยชิงอวิ๋นใช ้อัสนีพริบตา หลบเลี่ยงไปอย่างรวดเร็ว

อัสนีพริบตาของตระกูลเหลยโบราณนั้นเป็ นวรยุทธ ์สายความเร็ว ชั้นยอด ช ้ากว่าเพียงวรยุทธ ์อย่างการเคลื่อนย้ายมิติหรือย่นแดนดิน เหลือเพียงชุ่น

ความเร็วการโจมตีของเจียงผิงอันเทียบไม่ติดเลย

ตู้ม!

แสงสว่างสาดซัดใส่ก าแพงหิน กรวดศิลาจ านวนมากถูกลบหาย

เจียงผิงอันมิเพียงไม่หนีไป ซ้ายังใช ้อัสนีพริบตาพุ่งเข้าใส่

การหนีนั้นไร ้ประโยชน์ มีแต่ต้องฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย!

เขาเหวี่ยงพู่กันพิพากษา ฟาดฟันใส่อีกฝ่าย

เมื่อเห็นเจียงผิงอันปรากฏตัวตรงหน้าในพริบตา เหลยชิงอวิ๋นก็ สะดุ้งแล้วรีบหลบ

“เจ้ากระทั่งใช ้อัสนีพริบตาได้เหมือนกัน!”

“เหลยหลาน นังนั่นต้องให้เจ้ามาแน่ ๆ! นางแพร่งพรายเคล็ดวิชา ตระกูลเรา!”

เหลยชิงอวิ๋นไม่รู ้มาก่อนว่าเจียงผิงอันก็ใช ้อัสนีพริบตาได้!

เมื่อเห็นฝีมือเจียงผิงอัน เขาก็เดือดดาลอย่างยิ่ง

“หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าซะ!”

เจียงผิงอันใช ้อัสนีพริบตาไล่ตาม ใช ้พู่กันพิพากษาจู่โจม ต่อเนื่อง

เหลยชิงอวิ๋นหลบเลี่ยงพลางเงื้อหมัดชกใส่ศีรษะเจียงผิงอัน

เจียงผิงอันแปรเป็ นอัสนีแล่นไปอยู่เบื้องหลังอีกฝ่ ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจู่โจมสวนกลับ

ทั้งสองโจมตีกันไปมาหลายกระบวน แต่ก็ไม่โดนกันสักที

เหลยชิงอวิ๋นกุมแผลที่อก สีหน้าดาคล้า

มิคาดว่าเจียงผิงอันจะใช ้อัสนีพริบตาได้

พื้นที่ถ้านี้มีน้อย การเคลื่อนไหวของเขาถูกจากัด ไม่อาจใช ้ อานาจเต็มที่ได้เลย จึงไม่อาจเข้าประชิดเจียงผิงอันได้

สู้กันในถ้ามิได้ ก็ต้องต้อนออกไป

หากไปอยู่นอกเกาะเทวะได้ยิ่งดี เมื่อไร ้ข้อจากัดของกฎเกณฑ์ คืนอ านาจสู่ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ก็สามารถฆ่าได้ง่าย ๆ

เมื่อคิดเช่นนี้ เหลยชิงอวิ๋นก็เริ่มจงใจขยับออกไปนอกถ้า

การโจมตีของเหลยชิงอวิ๋นแฝงกฎอสนีบาต เจียงผิงอันมิกล้า เลินเล่อ เขาจึงถูกล่อออกจากถ้าทีละน้อย

เบื้องใต้คือทะเลสีครามอันสาดซัด

นี่คือขอบของเกาะเทวะ ไกลออกไปพันจั้งจะพ้นขอบเขตของ เกาะเทวะแล้ว

เจียงผิงอันมิกล้าออกไปพ้นระยะ เขาพุ่งตัวกลับสู่บนเกาะเทวะ ทันที

เมื่อเห็นเขาเคลื่อนตัวในพริบตา ม่านตาของเหลยชิงอวิ๋นก็หด ตัว หัวใจเต้นระทึกรุนแรง

อัสนีพริบตาขั้นสอง!

เด็กนี่อยู่แค่ขอบเขตสร ้างรากฐาน แต่บรรลุอัสนีพริบตาขั้นสอง แล้ว!

ต่อให้เป็ นในตระกูลเหลย อัจฉริยะเช่นนี้ยังหายากยิ่ง

อัสนีพริบตาขั้นสองที่ว่านั้นหมายถึงการสลักลวดลายอัสนีหนึ่ง ร ้อยทบลงในร่าง เมื่อใช ้งานมันก็จะเคลื่อนย้ายเป็ นพันจั้งในพริบตา

อัสนีพริบตาขั้นแรกต้องวาดลวดลายอัสนีสิบทบ จึงเคลื่อนย้าย สามสิบจั้งได้ในพริบตา

เหลยชิงอวิ๋นบรรลุขั้นสองได้ยามเจียนถึงขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิด!

แต่เด็กนี่ดันทาได้ในขณะนี้!

ความริษยาแผ่ซ่านในใจเหลยชิงอวิ๋น

เพราะเหตุใด?

เหตุใดเจ้าเด็กนี่จึงใช ้อัสนีพริบตาขั้นสองได้ทั้ง ๆ ที่อยู่เพียง ขอบเขตสร ้างรากฐาน? แต่ตัวเขา คนจากตระกูลเหลยแท้ ๆ กลับท า เช่นนั้นไม่ได้ เด็กนี่มีดีอะไร!

เหลยชิงอวิ๋นใช ้อัสนีพริบตาตามไปทันที

เด็กนี่อยู่เพียงขอบเขตสร ้างรากฐาน ซ้ายังใช ้ศาสตราเซียนครึ่ง ขั้น ป่ านนี้ปราณโลหิตวิญญาณน่าจะไม่เหลือแล้ว เป็ นโอกาสดีใน การสังหาร!

เหลยชิงอวิ๋นไหวกายมาบนเกาะเทวะ

เมื่อเห็นเจียงผิงอันกระหืดกระหอบดูอ่อนแรง เหลยชิงอวิ๋นก็เผย ยิ้มชั่วร ้าย เงื้อหมัดพุ่งเข้าจู่โจม

การที่ผู้ฝึ กตนขอบเขตสร ้างรากฐานทาให้ตัวตนขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดเช่นเขาอับอายได้เพียงนี้ หากไม่ฆ่าอีกฝ่ ายเสีย ความแค้นในอกก็ยากระบาย!

เมื่อเห็นอีกฝ่ ายพุ่งเข้ามา สีหน้าของเจียงผิงอันก็แปรเปลี่ยน อย่างมหันต์

เมื่อเห็นความลนลานบนใบหน้าเจียงผิงอัน หัวใจของเหลยชิ งอวิ๋นก็สุดอิ่มเอม

“ตายซะ!”

บทที่ 116 ประชันวิญญาณแรกก าเนิด (2)

ขณะที่เหลยชิงอวิ๋นเหวี่ยงหมัดใส่เจียงผิงอัน ในใจวาดฝันไปแล้ว ว่าศาสตราเซียนครึ่งขั้นอยู่ในมือตน เป็ นที่ตื่นตะลึงทั่วตระกูล

ถึงยามนั้น ญาติมิตรร่วมตระกูลจะริษยาเขายิ่งนัก

ขณะที่เหลยชิงอวิ๋นกาลังฝันหวานถึงอนาคต ความลนลานบนสี หน้าของเจียงผิงอันพลันเลือนหาย แทนที่ด้วยจิตสังหาร

เขาสะบัดพู่กันพิพากษาอย่างรุนแรง ปลายพู่กันฟาดฟันสุญตา เยี่ยงกระบี่คมสับร่างศัตรู

ยันต์คุ้มกายแผ่นหนึ่งดีดออกมาจากร่างของเหลยชิงอวิ๋น หยุด การโจมตีนี้ไปอีกครั้ง แต่ตัวเขาก็ยังถูกอานาจทรงพลังผลักกระเด็น

เหลยชิงอวิ๋นกลิ้งบนพื้นสองสามตลบ ร่างคลุกฝุ่ นโคลนจนดูน่า อับอาย ใบหน้าทั้งตื่นตะลึงและเหลือเชื่อ

ยันต์คุ้มกายของเขาหายไปอีกแผ่นแล้ว!

“เป็ นไปไม่ได้! เหตุใดเจ้าจึงยังมีปราณโลหิตมากพอใช้พู่กัน พิพากษา!”

เด็กนี่ใช ้อัสนีพริบตาไปหลายหน ซ้ายังใช ้พู่กันพิพากษาไปแล้ว หนึ่งครั้ง แต่กลับยังมีอ านาจเพียงพอคุกคามชีวิตเขาอยู่!

ใบหน้าของเจียงผิงอันอ่อนระโหยโรยแรง เขาเร่งใช้รองเท้า เหยียบนภาเพื่อหลบหนี

“มารดามันเถอะ!”

เหลยชิงอวิ๋นเดือดสุดขีด

อีกฝ่ ายทั้งทาลายยันต์คุ้มกายไปสองแผ่นและทาให้เขาบาดเจ็บ หากตระกูลทราบเข้า เขาคงถูกล้อเลียนจนตายแน่

“ดูซิว่าหนนี้เจ้าจะหนีไปไหนได้! ข้าจะฆ่าเจ้า!”

การถูกผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานถ่วงเวลาได้เพียงนี้ทาให้ เหลยชิงอวิ๋นทั้งราคาญและเดือดดาล

ครั้งนี้เจียงผิงอันตายแน่!

เหลยชิงอวิ๋นใช ้อัสนีพริบตาไล่ตามเจียงผิงอันจนทัน “ดูซิว่าหน นี้ เจ้าจะยังมีไพ่ตายอะไรอีก!”

เจียงผิงอันมิได้เลี่ยงหลบ เหวี่ยงพู่กันพิพากษาอีกครั้ง

ประกายแสงเจือกฎเต๋าพุ่งออกมา

ฉัวะ!

ปลายพู่กันนั้นเทียบได้กับกระบี่คม สะบั้นแขนของเหลยชิงอวิ๋นอ อกได้อย่างง่ายดาย โลหิตอุ่นร ้อนสาดกระฉูด

เหลยชิงอวิ๋นเบิกตากว้าง ถอยกรูดออกมาราวเจอผี!

เจียงผิงอันผู้นี้ไม่ใช่ขอบเขตสร ้างรากฐานแน่! เป็ นจินตานแน่ แท้!

หาไม่ เขาคงไม่มีปราณมากมายเพียงนี้ได้หรอก!

แต่ปราณของเขาแสดงชัดว่าเขาไม่มีตานใด ๆ ในกายนี่นา?

มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่?

เจียงผิงอันเหวี่ยงพู่กันพิพากษาอีกครั้ง ขณะที่เหลยชิงอวิ๋น ผู้บาดเจ็บสาหัสหันกายหลบเลี่ยง

แต่แล้ว เขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าตรงหน้าตนมีอาคมปราการ ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดสองชั้นโอบล้อมอยู่แต่ยามใด มันกัก พวกเขาทั้งสองไว้ภายใน!

เหลยชิงอวิ๋นตกตะลึงอยู่ในใจ

ปรากฏว่าความอ่อนแอของเจียงผิงอันคือแกล้งท า! เขาไม่ได้ อยากหนีด้วยซ้า! แต่อยากสู้ให้ถึงที่สุด!

จริงแท้ เจียงผิงอันแสร ้งท าเป็ นอ่อนแอ

จุดประสงค์ของเขาคือฆ่าเหลยชิงอวิ๋น

แม้อาคมปราการขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั้งสองจะถูกลด พลังเนื่องจากกฎของเกาะเทวะ แต่ก็ยังหยุดเหลยชิงอวิ๋นได้ครึ่งชั่ว ยามอยู่ดี

ครึ่งชั่วยามนี้ ต้องฆ่าเขาเสีย!

เจียงผิงอันเก็บพู่กันพิพากษาไป

การแสร ้งท าอ่อนแอไร ้ประโยชน์แล้ว อีกฝ่ ายจะไม่ถูกหลอกอีก แน่นอน

ปราณของเขาถูกพู่กันพิพากษาใช ้ไปครึ่งหนึ่ง ไม่อาจใช ้มัน ต่อไปได้ มิเช่นนั้น คงมิอาจฆ่าคนผู้นี้ได้

ใช ้พู่กันพิพากษาได้เพียงยามคับขันเท่านั้น

เมื่อเห็นเจียงผิงอันเก็บพู่กันพิพากษาไป หัวใจของเหลยชิงอวิ๋น ก็เดือดพล่านด้วยจิตสังหาร

เมื่อไร ้พู่กันพิพากษา ไอ้หนูนี่ก็ลูกแกะรอให้เชือดดี ๆ นี่เอง! ตาย แน่ ๆ!

เหลยชิงอวิ๋นรู ้สึกว่าโอกาสของตนมาถึงอีกครั้ง

เขายกมืออีกข้างขึ้นโจมตี เขาเป็ นถึงตัวตนขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิดผู้ยิ่งยง ต่อให้ถูกสะกดการฝึ กฝน เหลือแขนเพียงข้าง เดียว ก็ยังจัดการอีกฝ่ายได้!

ชั่วขณะที่เหลยชิงอวิ๋นมาอยู่ตรงหน้าเจียงผิงอัน จู่ ๆ เขาก็สัมผัส ได้ว่าร่างหนักอึ้ง ความเร็วการโจมตีหน่วงลง

สีหน้าของเหลยชิงอวิ๋นแปรเปลี่ยนเล็กน้อย แรงโน้มถ่วง เปลี่ยนไป!

คู่ต่อสู้มีพรสวรรค์โน้มถ่วง!

ขณะนี้ เจียงผิงอันเหวี่ยงหมัดชกหน้าเหลยชิงอวิ๋นจนทรุดลงกับ พื้น

แดนดินแหลกร ้าวเป็ นหลุมกว้างกว่าสามสิบจั้ง ฝุ่นดินฟุ้ งตลบ

“ไอ้เวร! วอนตายเสียแล้ว!”

เหลยชิงอวิ๋นดีดตัวขึ้นมา แผดเสียงเลื่อนลั่นเช่นฟ้ าผ่า อัสนี สายฟ้ าบนร่างวูบไหว เส้นผมชี้ตั้ง

เขาไม่เคยโกรธขนาดนี้มาก่อน

ปรากฏว่าเขาถูกผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานต่อยจนทรุด!

จิตสังหารของเหลยชิงอวิ๋นโหมกระหน่า จู่โจมเจียงผิงอันอีกครั้ง

หนนี้ แรงโน้มถ่วงรอบข้างแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง ร่างของเหลยชิ งอวิ๋นเบาลง เนื่องจากใช ้ความเร็วสูงเกินไป ร่างของเขาจึงเสียการ ควบคุมไปชั่วขณะ

เจียงผิงอันไหวกายมาอยู่เบื้องหลังอีกฝ่ าย ออกแรงเตะสุดกาลัง ใส่สันหลัง

“กร๊อบ…”

มีเพียงหนึ่งเสียงดังกร๊อบ แล้วกระดูกสันหลังของเหลยชิงอวิ๋นก็ แตกออก ถูกย่าเหยียบลงบนพื้น

แดนดินสั่นสะท้านร ้าวระแหง กรวดหินกระเด็นกระดอน

“อ้อก…”

เหลยชิงอวิ๋นกระอักโลหิตอุ่นร ้อน ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

พลังของเจ้าเด็กนี่… ไม่ปกติ!

ขอบเขตสร ้างรากฐานไม่มีทางแข็งแกร่งได้เพียงนี้!

เหลยชิงอวิ๋นพยายามใช ้กฎอสนีบาต เคลือบอัสนีสายฟ้ าบนร่าง พลางโจมตีเจียงผิงอัน

เจียงผิงอันผลาญโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือในกาย ใช ้ วิชาเทียมเทพสงครามออกมา

ลานาศึกโบราณดังกระหึ่ม หัวใจเต้นรัวเช่นกลองสงคราม กฎ จ านงสัประยุทธ ์ล้อมกาย ต้านอ านาจอัสนีเอาไว้ได้

“โลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์!”

เหลยชิงอวิ๋นอุทาน

ปรากฏว่าเด็กนี่ยังมีโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์อยู่อีก ของราคา แพงเช่นนี้ เขามีเงินพอซื้อได้อย่างไร?

เหลยชิงอวิ๋นนั้นสมแล้วที่มาจากตระกูลใหญ่ ความรู ้กว้างไกล ทราบทันทีว่าเจียงผิงอันใช ้อ านาจอะไรอยู่

“ข้าขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด! เจ้าไม่มีปัญญาฆ่าข้าหรอก!”

เหลยชิงอวิ๋นแผดเสียงพลางลงมือโจมตีเจียงผิงอัน

แม้จะเหลือมือข้างเดียว โลหิตหลั่งทะลักต่อเนื่อง แต่ถึงอย่างไร เขาก็เป็ นตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด การโจมตีนี้มิอาจฆ่า เขาได้

เจียงผิงอันมิได้หลบเลี่ยง ดึงปราณโลหิตวิญญาณจากชีพจรทั้ง สามร้อยหกสิบจุดเข้าปะทะ

ปฐพีระเบิดเปรี้ยง เศษทรายเศษหินปลิวกระจาย อาคมปราการ สั่นสะท้านรุนแรง

ขณะเดียวกัน ในป่ าไม่ห่างไปนัก ภาพฉายเทพวิหคอมตะพลัน โผนทะยาน เสียงวิหคขับขานกึกก้องสู่เก้าชั้นสรวง กฎอัคคีผลาญ แผ่โอบ

ขณะที่ภาพฉายเทพวิหคอมตะสลายไป หนึ่งเงาร่างอันงดงามก็ ปรากฏขึ้น

อวิ๋นหวงยืนกลางอากาศ เบิกคู่เนตรงามขึ้น มุมปากแดงสดยก ยิ้ม

“ก่อตานเสร็จสมบูรณ์ เป็ นจินตานเทพวิหคอมตะระดับหนึ่งเสีย ด้วย”

“ในขอบเขตนี้ ข้าเอาชนะเจียงผิงอันได้แน่ ๆ!”

การสร ้างตานของผู้ฝึกตนนั้นแบ่งเป็ นระดับคร่าว ๆ ได้เก้าระดับ โดยไล่จากต่าสุดระดับเก้าสู่สูงสุดที่ระดับหนึ่ง

ผู้ฝึกตนทั่วไปล้วนอยู่ที่ระดับเก้า หรือก็คือระดับต่าสุด

ผู้ฝึกตนซึ่งมีภูมิหลังแข็งแกร่งสามารถพัฒนาระดับของจินตาน ได้ ยิ่งระดับสูง พลังต่อสู้ย่อมสูงตาม

เหนือระดับหนึ่ง ยังมีจินตานพรสวรรค์อยู่อีกขั้น

เช่นจินตานเทพวิหคอมตะระดับหนึ่งของอวิ๋นหวงมีอานาจเทพ วิหคอมตะแฝงอยู่ พลังต่อสู้ของมันแข็งแกร่งกว่าจินตานทั่วไป

ผู้ฝึกตนน้อยนักจะมีจินตานระดับหนึ่ง ผู้มีจินตานพรสวรรค์ยิ่ง หายากไปใหญ่

หลังก่อตาน ปราณที่สั่งสมได้ในกาย ระยะการใช ้จิตสานึก รวมถึงความแข็งแกร่งของร่างกายก็ล้วนพัฒนาก้าวกระโดด

นอกจากนั้น ผู้มีพรสวรรค์อย่างนางยังสามารถทาความเข้าใจ กฎเกณฑ์ได้ก่อนใคร

เป็ นไปได้ว่าจะสามารถสัมผัสติดต่อกับกฎเกณฑ์ได้ตั้งแต่ยาม บรรลุขั้นปลายขอบเขตจินตาน

นี่จึงเป็ นเหตุให้อวิ๋นหวงพูดว่านางจะเอาชนะเจียงผิงอันได้

นางไม่เห็นว่าเจียงผิงอันจะมีพรสวรรค์พิเศษใด ๆ และเหตุที่อีก ฝ่ายแข็งแกร่งก็เพราะโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ และบรรจุปราณได้ มหาศาลจนสะพรึง

แต่สุดท้ายแล้ว โลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ก็เป็ นเพียงอานาจ ภายนอก และไม่ว่าภาชนะเก็บปราณจะมหาศาลเพียงไร มันก็มีอยู่ จากัด กุญแจอยู่ที่การบรรลุกฎเกณฑ์ต่างหาก

เหตุที่ยอดฝีมือแข็งแกร่ง สัมพันธ ์อย่างยิ่งกับการบรรลุกฎเกณฑ์

เมื่อขอบเขตทะยานไกล พรสวรรค์ของร่างเทวะก็จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเอง

ผู้ฝึกตนซึ่งไร ้ร่างเทวะและสายเลือดพิเศษจะค่อย ๆ ลดอานาจสู่ ความธรรมดา

นี่จึงเป็ นเหตุที่ตระกูลใหญ่มียอดฝีมือเกิดขึ้นมากมาย นอกจาก ทรัพยากรอันล้นเหลือแล้ว สายเลือดและพรสวรรค์ยังตัดสินได้ว่า ขีดจากัดจะเพิ่มสูงได้เพียงไร

ทันใดนั้น อวิ๋นหวงก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง หันมองไปยังทิศหนึ่ง

“ใครสู้กันที่นั่นหนอ ปราณแข็งแกร่งเพียงนี้ เหมือนว่าจะเป็ นกฎ อสนีบาต!”

อวิ๋นหวงผู้ฉงนใจแปรร่างเป็ นลาแสงสีแดง พุ่งไปยังจุดกาเนิด คลื่นพลังปั่นป่วน

เมื่อเหินเข้าใกล้สมรภูมิ อวิ๋นหวงก็ขมวดคิ้ว

เจียงผิงอันถูกยอดฝีมือผู้หนึ่งปิดประตูตีแมว!

ขณะที่อวิ๋นหวงกาลังจะช่วยเข้าไปท าลายอาคมปราการ จู่ ๆ นาง ก็ตระหนักถึงบางอย่างผิดปกติ แล้วหยุดการเคลื่อนไหวไปทันที

ไม่สิ! ผู้ติดกับมิใช่เจียงผิงอัน! เป็ นยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิดนั่นต่างหาก!

ลมหายใจของอวิ๋นหวงติดขัด อกกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง สีหน้า เปี่ยมความเหลือเชื่อ

บทที่ 117 สังหารวิญญาณแรกก าเนิด

อวิ๋นหวงรู ้สึกหนังศีรษะชายิบ

หากไม่ได้มาเห็นกับตา นางคงไม่มีวันเชื่อว่า ขณะนี้เจียงผิงอัน กาลังไล่ต้อนตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่งอยู่!

แม้ตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้นี้จะถูกสะกดขอบเขต และบาดเจ็บอยู่ก็ตาม

แต่สุดท้าย เขาก็มีร่างกายและการกักเก็บปราณเยี่ยงยอดฝีมือ ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด แต่ก็ยังถูกหมัดของเจียงผิงอันชก กระเด็นไปมา!

ขณะนี้ แสงทองสายหนึ่งมุ่งหน้ามาจากไกล ๆ

เขาคือจินหลินซึ่งก็บรรลุขอบเขตจินตานแล้วเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ เขาสะกดขอบเขตของตัวเองเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน

หลังทะลวงขอบเขต การรับรู ้ของเขาก็เพิ่มขึ้น เมื่อสัมผัสการ ต่อสู้ที่นี่ได้ จึงมาเพื่อตรวจดู

ทันทีที่เห็นเจียงผิงอันคิดอยู่ในอาคมปราการ ถูกยอดฝี มือ ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่งโจมตี สีหน้าของเขาก็ชะงักค้าง

“สหายเจียง! ข้ามาช่วยแล้ว!”

ขณะที่จินหลินกาลังจะพุ่งเข้าไปทาลายอาคมปราการ อวิ๋นหวงก็ เหินเข้ามาหยุดเขา

เมื่อจินหลินเห็นอวิ๋นหวง สีหน้าของเขาก็แย่ลง “อวิ๋นหวง เจ้าทา อะไรน่ะ? อย่าบอกนะว่าเจ้าเป็ นพวกเดียวกับคนที่โจมตีสหายเจียง อยู่?”

“เจ้าดูให้ดีก่อนสิ ว่าผู้ใดกันแน่ที่ติดกับ” อวิ๋นหวงกล่าวเตือน

“ก็ต้องสหายเจียงอยู่แล้วสิ! ไม่เห็นหรือว่าอีกฝ่ ายใช ้กฎเกณฑ์ เป็ นยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกก า-… มารดามันเถอะ!”

ยามจินหลินเห็นสถานการณ์ภายใน เขาก็หลุดสบถออกมาทันที ดวงตาเหลือกกว้างจนโตกว่าลูกเกาลัด

ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดนั้นบาดเจ็บ ถูกเจียงผิงอัน ไล่ต่อยตีต่อเนื่อง

ยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้นี้มีท่าทีหาจังหวะ ท าลายปราการอาคมอยู่ ราวก าลังหาโอกาสหนี

“ได้ยังไงเนี่ย! เหตุใดสหายเจียงดุเถื่อนได้เพียงนี้?”

จินหลินเชื่อไม่ลง จากปราณที่สัมผัส ก็ตัดสินได้ว่าเจียงผิงอันยัง มิได้ก่อตานใด ๆ

แต่ความแข็งแกร่งของเขาดูชวนสะพรึงกว่ายามรับมือฉู่หยางเสีย อีก!

“นี่แหละเรื่องราวที่เกิด”

ใบหน้างดงามของอวิ๋นหวงปรากฏเค้าคลุมเครือ นางก็ไม่อยาก ยอมรับสิ่งที่เห็นอยู่ในขณะนี้เช่นกัน

จินหลินจ้องมองอาคมปราการ “ข้ารึก็คิดไปว่า พอบรรลุ ขอบเขตจินตาน ข้าจะสามารถลดระยะห่างระหว่างตัวเองกับสหาย เจียงได้”

“แต่ยามนี้ ดูเหมือนยามสหายเจียงก่อตาน เขาจะแข็งแกร่งยิ่ง กว่านี้แน่”

อวิ๋นหวงพยักหน้า เห็นด้วยกับมุมมองนี้

เจียงผิงอันในยามนี้แสดงอานาจทาลายล้างชวนสะพรึง ภายหน้า ก่อตานได้ ไม่ยิ่งร ้ายกาจไปใหญ่หรือ?

แต่พวกเขาหาทราบไม่ว่า เจียงผิงอันไม่อาจสร ้างตานใด ๆ ได้ เลย

อาคมปราการชั้นหนึ่งถูกเหลยชิงอวิ๋นทลายลง

ขณะนี้ เขาต้องการเพียงไปให้พ้นจากที่นี่เสีย

เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานจะน่ากลัวได้ เพียงนี้หลังผลาญโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ ใช ้วิชาเทียมเทพ สงคราม!

เขาเอาชนะไม่ได้เลย!

พูดไปใครจะเชื่อ?

พลังต่อสู้ของเจ้าเด็กนี่เหนือล้าเกินกว่ายอดฝี มือขั้นปลาย ขอบเขตจินตานส่วนใหญ่ไปแล้ว!

บาดแผลของเหลยชิงอวิ๋นมีโลหิตทะลักต่อเนื่อง ไร ้จุดใดรักษา ได้ เขาต้องประคองบาดแผลไปพลาง รับมือเจียงผิงอันไปพลาง ไร ้ ก าลังตอบโต้ใด ๆ

“ไอ้เวรสมควรตาย! หากมิใช่เพราะข้าถูกสะกดขอบเขต! นิ้ว เดียวก็ฆ่าเจ้าได้แล้ว!”

เหลยชิงอวิ๋นแผดเสียง นาสมบัติลับชิ้นหนึ่งออกมาฟาดใส่อาคม ปราการ

อาคมปราการชั้นที่สองระเบิดออก

เจียงผิงอันนาพู่กันพิพากษาออกมาอีกครั้ง ส่งปราณเข้าไป ปลายพู่กันเรืองรองเจิดจ้า

สีหน้าของเหลยชิงอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที ใช ้อัสนีพริบตาขั้นสาม เคลื่อนกายกว่าสามพันจั้ง หนีออกจากระยะของเกาะเทวะในฉับพลัน

ไกลออกไป จินหลินกับอวิ๋นหวงลอบนึกเสียดาย จะฆ่าอีกฝ่ายได้ อยู่แล้วเชียว

“สารเลว! รอข้าก่อนเถอะ! กลับมายามใด ข้าจะฆ่าล้างโคตร เจ้า!”

เหลยชิงอวิ๋นยืนบนผิวทะเล แผดเสียงใส่เจียงผิงอันอย่างโกรธ แค้น

เขาบาดเจ็บสาหัส มิอาจลงมือกับอีกฝ่ ายได้ ฟื้นบาดแผลยามใด เขาจะมาล้างแค้นแน่นอน!

ขณะที่เหลยชิงอวิ๋นกาลังจะหันกายจาก เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่ง สีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยน ก้มหน้าลงกะทันหัน

ยันต์วิถีกระบี่ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดสามสี่ปึกถูกแขวนไว้ รอบเอวเขา!

ปึก! ไม่ใช่แผ่น!

ฉัวะ!!

อักขระนั้นทางานแล้ว ปราณกระบี่ชวนสะพรึงหลายสิบสายเฉิด ฉัน จมร่างของเหลยชิงอวิ๋นไปทันที

ขณะนี้ใกล้มืดเต็มที แต่ยามยันต์หลายสิบแผ่นเรืองรอง แสง สว่างจากมันก็แผดจ้าเสียจนคล้ายกลางวัน

พริบตานั้น ในระยะสามพันจั้ง ปราณกระบี่ซัดสาดฉวัดเฉวียน ฟาดฟันแยกผืนทะเล

ร่างของยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดถูกท าลายไป วิญญาณแรกกาเนิดยังหนีไปฟื้นชีวิตใหม่ได้

แต่วิญญาณแรกกาเนิดของเหลยชิงอวิ๋นมิได้หนีจาก มันถูก ปราณกระบี่อันมากมายเหลือคณนากระหน่าสาดจนมิอาจหนีไปไหน ได้เลย

ตกตายอย่างไม่เจ็บปวด ทุกสิ่งเกิดขึ้นในพริบตา

คลื่นลมโหมกระหน่าเหนือทะเล สายตาของเจียงผิงอันเคร่งขรึม เส้นผมพัดไสว สีหน้าเย็นชา

การโจมตีจากศาสตราเซียนครึ่งขั้น พู่กันพิพากษานั้นเป็ นเพียง ตัวล่อ

จุดประสงค์แท้จริงของเขาคือรออีกฝ่ ายผ่อนความระแวง แล้ว แขวนปึกยันต์บนตัวอีกฝ่าย

ยามอีกฝ่ ายหนีพ้นเกาะเทวะ อ านาจยันต์ก็จะหลุดพันธนาการ สามารถระเบิดอ านาจสูงสุดออกมาได้

หาไม่ บนเกาะเทวะนี้ คงยากที่ยันต์เหล่านั้นจะแผลงฤทธิ์แท้จริง ออกมาฆ่าศัตรู

ไกลออกไป จินหลินและอวิ๋นหวงต่างผงะจังงัง

“สหายเจียงต้องอยู่ในอนุเคราะห์องค์หญิงแน่ ๆ!”

ความคิดแรกของพวกเขามิใช่ว่าเจียงผิงอันฆ่าตัวตนขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดได้ แต่ตกใจที่อีกฝ่ายนายันต์ออกมาได้มากมาย เพียงนี้

เขาน ายันต์ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดออกมาได้เป็ นปึก ๆ ใน รวดเดียว อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานเลย กระทั่งผู้ฝึก ตนขอบเขตแปรเทวะทั่วไปยังยากจะซื้อยันต์มากมายเช่นนี้ไหว

หลังความตะลึงนี้ผ่านไป ในที่สุดทั้งสองก็กลับเข้าประเด็น

เจียงผิงอันสังหารวิญญาณแรกก าเนิด!

แม้ตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดนี้จะถูกสะกดขอบเขตและ บาดเจ็บอยู่ เจียงผิงอันก็ฆ่าตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดได้ จริง ๆ!

หากเปลี่ยนเป็ นพวกเขา ต่อให้มีวัตถุแบบเดียวกัน ก็คงไม่อาจ ท าส าเร็จได้

หัวใจของทั้งสองซับซ ้อนยิ่งกว่าทะเลป่ วน เจียงผิงอันก้าวข้าม พวกเขาไปไกลเหลือเกิน

ยากจะคาดคิดว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เจียงผิงอันยังสุดแสน ปวกเปียก แต่ยามนี้กลับน่าสะพรึงกลัวนัก

ปราณกระบี่สลายตัว โลหิตของเหลยชิงอวิ๋นสลายในนที สรรพ สิ่งมลายไม่เหลือซาก

เจียงผิงอันพลันสังเกตเห็นบางสิ่ง ใช ้อัสนีพริบตาต่อเนื่องไหว กายมายังทะเล และฉวยแหวนเก็บของขึ้นมาวงหนึ่ง

ปรากฏว่าแหวนเก็บของวงนี้มิได้ถูกปราณกระบี่ทาลายไปด้วย

เป็ นอาวุธวิเศษเก็บของเหนือขอบเขตแปรเทวะ

หลังจากรับแหวนเก็บของมา เจียงผิงอันก็กลับสู่เกาะเทวะ

“สหายเจียงสุดยอดเลย!”

จินหลินก้าวเข้ามาทักทายอย่างอบอุ่น

ความสามารถอันชวนขนลุกของเจียงผิงอันท าให้จินหลินตะลึง ทึ่ง

การสร ้างสัมพันธ ์อันดีกับเจียงผิงอัน รอให้อีกฝ่ ายเติบใหญ่กล้า แข็ง จะเป็ นเรื่องดีสาหรับเขาและตระกูลจินแน่นอน

“สหายเต๋าเจียงเลิศล้าเกินหญิงผู้น้อยจะอาจเอื้อมแล้ว” อวิ๋นหวง ก็เหินเข้ามา น้าเสียงของนางเพราะพริ้งเป็ นพิเศษ

“แค่โชคช่วยน่ะ”

เจียงผิงอันมิได้ลาพองนัก เหตุที่เขาฆ่าอีกฝ่ ายได้ก็เพราะมี ศาสตราเซียนครึ่งขั้นและยันต์เท่านั้นเอง

หาไม่ ด้วยล าพังก าลังเขา คงไม่อาจท าร ้ายยอดฝีมือขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดจนสาหัสได้ อย่างมากก็ท าเพียงยืมอ านาจเกาะ เทวะสยบอีกฝ่ายเท่านั้น

“แค่นี้ก็ร ้ายกาจมากแล้ว ลองเป็ นคนอื่นสิ ได้บาดเจ็บสาหัสแน่ ๆ ร่างกายสหายเจียงแข็งแกร่งจริง ๆ”

จินหลินโอบไหล่เจียงผิงอันพลางใช ้อีกมือตบกล้ามเนื้ออกเขา เบา ๆ “จะว่าไป สหายเจียง เจ้าเปิดชีพจรไปกี่จุดนี่ จึงแข็งแกร่งได้ เพียงนี้?”

ความแข็งแกร่งของร่างกายในขอบเขตสร ้างรากฐานนั้น เกี่ยวข้องอย่างมากกับจานวนชีพจรที่เปิดได้

เจียงผิงอันน่าจะเปิดได้สักร ้อยห้าสิบจุดกระมัง

“สามร ้อยหกสิบจุด” เจียงผิงอันตอบ

รอยยิ้มของจินหลินค้างบนหน้า ผงะไปหลายลมหายใจ ก่อนจะ แหกปากเสียงลั่น

“เป็ นไปไม่ได้! เจ้าทนไหวได้อย่างไรกัน?”

เจียงผิงอันมองอีกฝ่ ายอย่างงุนงง “สหายเต๋าอวิ๋นบอกว่าอัจฉริยะ ขอบเขตสร ้างรากฐานมากมายเปิดชีพจรได้สามร ้อยหกสิบจุด มิใช่นี่ เป็ นเรื่องธรรมดาหรือ?”

จินหลินหันไปหาอวิ๋นหวงด้วยสีหน้าเหมือนเห็นผี

“เจ้าไปได้ยินข่าวลือเรื่องผู้ฝึกกายาเปิดชีพจรได้สามร ้อยหกสิบ จุดจากที่ใด?”

ใบหน้างดงามของอวิ๋นหวงปรากฏเค้าละอาย

“ข้าไม่เคยได้ยินผู้ใดพูดถึง แต่รู ้ว่าในร่างคนเรามีชีพจรหลัก ทั้งสิ้นสามร ้อยหกสิบจุด จึงเดาว่าน่าจะเปิดได้หมดเลย เป็ นข้อจากัด ที่ยากเย็นเกินไปหรือ?”

“ยากเย็นเกินไป?” สีหน้าของจินหลินดูพิกล แล้วถามย้อน “สิ่ง ใดจะเกิดหากเจ้าสะบั้นจินตานของเจ้าเดี๋ยวนี้?”

“ก็บาดเจ็บสาหัสน่ะสิ จินตานคือรากฐานของผู้ฝึกตนขอบเขต จินตานนะ” อวิ๋นหวงตอบ เรื่องนี้เป็ นสามัญสานึก ทุกคนล้วนทราบดี

จินหลินสูดหายใจลึก ๆ สะกดความตื่นตะลึงในใจ และพูดอย่าง เคร่งขรึม “จากธรรมชาติของผู้ฝึกกายา ยามเปิดชีพจรเกินสามสิบ จุด ก็ยากสะกดการก่อเสวี่ยตานได้”

“ทุกครั้งที่เปิดชีพจรหนึ่งจุด เสวี่ยตานจะก่อตัวหนึ่งหน”

“มีเพียงยามทาลายเสวี่ยตานนั่นทิ้ง เราจึงเปิดชีพจรจุดต่อไปได้”

ได้ยินเช่นนี้ ในที่สุดอวิ๋นหวงก็ประจักษ์เข้าใจ ใบหน้าปรากฏเค้า ความขวัญผวารุนแรงยิ่งกว่ายามเจียงผิงอันสังหารตัวตนขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดเสียอีก

“หรือก็คือ สหายเต๋าเจียงทาลายเสวี่ยตานไปแล้วเป็ นร ้อย ๆ ครั้ง!”

“มันต้องเจ็บปวดเพียงไรกัน!”

บทที่ 118 อีกบทบาทของอ่างส าริด

ยามนี้เอง จินหลินและอวิ๋นหวงจึงได้ทราบ ว่าเจียงผิงอันต้องทน ทุกข์เพียงไรจึงมาถึงจุดนี้ได้

สะบั้นเสวี่ยตานหนึ่งหน เท่ากับบาดเจ็บสาหัส

เขาบาดเจ็บสาหัสเป็ นร ้อย ๆ หน!

ขั้นตอนนี้ต้องสุดทรมานเกินคาดคิดได้เป็ นแน่

จินหลินเคยสะบั้นเสวี่ยตาน ทราบดีถึงความเจ็บปวดร่างเจียน แหลกเละของมัน

เขาจึงเปิดชีพจรเพียงแปดสิบจุด

ยิ่งเปิดชีพจรมาก การทาลายเสวี่ยตานยิ่งเจ็บปวด แทบทุกครั้ง ล้วนสาหัสเจียนตาย

แล้วเจียงผิงอันเปิดสามร ้อยหกสิบจุด!

อวิ๋นหวงละอายนัก มิคาดคิดว่าวาจาเลื่อนลอยของนางจะสร ้าง สัตว์ประหลาดเช่นนี้ขึ้นมา

นางหารู ้ไม่ว่าเจียงผิงอันจะเปิดชีพจรครบได้จริง ๆ

“ยามสหายเต๋าเจียงสร ้างจินตาน ต้องแข็งแกร่งกว่านี้แน่ ๆ!” อวิ๋นหวงกล่าว

ยิ่งเปิ ดชีพจรในขอบเขตยอดยุทธ ์ได้มาก ยามสร ้างตานยิ่ง แข็งแกร่ง

เจียงผิงอันไม่ได้พูดอะไร เขาไม่ได้คิดสร ้างตานจนกว่าจะหาสิ่ง ใดมาแทนวิชาซ่อนจักรวาลได้

ด้วยพลังต่อสู้ปัจจุบัน ผู้ฝึกตนใต้ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดมิ อาจท าร ้ายเขาได้เลย เขาจึงมิได้รีบร ้อน

“สหายเจียง เราไปล่าสมบัติด้วยกันเถอะ” จินหลินซึ่งโอบไหล่ เขาอยู่เอ่ยชวน

เขาในยามนี้นับถือเจียงผิงอันยิ่งนัก คนเด็ดเดี่ยวที่ยอมทน บาดเจ็บสาหัสเป็ นร ้อย ๆ หนได้เช่นนี้ ผู้ใดจะไม่นับถือได้

เจียงผิงอันส่ายหัว “ล่วงหน้าไปก่อนเลย ข้าต้องฝึกฝนก่อน”

“สหายเจียงกาลังจะทะลวงสู่จินตานสินะ เช่นนั้นก็ไม่รบกวนแล้ว ยามกลับแคว้นหมิงหวัง ข้าจะเชิญเจ้ามาสังสรรค์ที่บ้านนะ! ข้าขอไป ล่าสมบัติก่อน ไว้พบกันใหม่”

จินหลินยิ้มร่า กลายเป็ นแสงทองหายวับไป

“สหายเต๋าเจียง ไว้เราค่อยคุยกันนะ”

อวิ๋นหวงกล่าวขอตัวแล้วละล่องจาก ด้วยกลัวสมบัติจะถูกผู้อื่นชิง ตัดหน้าไปก่อน

เจียงผิงอันมิได้ไปล่าสมบัติ

เขาได้สมบัติมาเยอะพอแล้ว

เขากลับสู่ขอบผา เหินกลับสู่ถ้าก่อนหน้านี้ซึ่งเป็ นโพรงจมูกของ ‘เกาะเทวะ’

เขาน าอ่างส าริดและพู่กันพิพากษาออกมา

เมื่อวางพู่กันพิพากษาลงในอ่างสาริด เจียงผิงอันก็กลั้นหายใจ ไม่รู ้ว่าอ่างสาริดจะลอกเลียนของระดับศาสตราเซียนครึ่งขั้นได้ หรือไม่

หากท าได้ เขารวยเละจริง ๆ แน่

เงียบสนิทไปครึ่งชั่วธูปมอด อ่างสาริดหามีปฏิกิริยาไม่

“ดูเหมือนอ่างสาริดจะลอกเลียนศาสตราเซียนครึ่งขั้นมิได้แฮะ”

ขณะที่เจียงผิงอันกาลังจะนาพู่กันพิพากษาออกมา แสงมหาเต๋า ก็เรืองรองสาดส่องจากอ่างสาริด เจิดจรัสไปทั่วทั้งถ้าอันมืดมิด

หัวใจของเจียงผิงอันพลันเต้นระรัวขึ้น

นี่คือแสงยามคัดลอกสาเร็จ!

เมื่อแสงสว่างจางตัว เจียงผิงอันก็มองลงยังอ่างสาริดอย่างรอไม่ ไหว

พู่กันพิพากษาที่เหมือนกันทุกประการสามด้ามปรากฏภายใน!

อ่างสัมฤทธิผลเลียนแบบศาสตราเซียนครึ่งขั้นได้ครั้งละสองชิ้น!

หัวใจของเจียงผิงอันเต้นกระหน่าบ้าคลั่ง ทั้งตกใจและยินดีสุดขั้ว

กระทั่งศาสตราเซียนครึ่งขั้นยังลอกได้ อ่างสาริดนี้เป็ นศาสตรา เซียนหรือ?

ต้องใช่แน่ ๆ!

“เจ้ารู ้จักแค่ความสามารถลอกเลียนของเขาหรือ?”

เสียงอันเฒ่าชราดังขึ้นอีกครั้ง

หัวใจของเจียงผิงอันกระตุกวูบ ผู้อาวุโสท่านนี้มิใช่หลับไปแล้ว หรือ?

เขาไม่กลัวว่าอีกฝ่ ายจะมาแย่งอ่างสาริดไป เพราะผู้อาวุโสท่านนี้ เห็นมันอยู่แต่แรกแล้ว หากคิดจะแย่งมันไป ก็คงท าไปแต่แรก

“ผู้อาวุโสหมายความว่า อ่างสาริดนี้ยังทาอย่างอื่นได้อีกหรือ ขอรับ?”

เจียงผิงอันถามอย่างนอบน้อม

“ใช่แล้ว มันยังสามารถฟื้นสภาพวัตถุเสียหายได้ด้วย เจ้าเอาหิน วิญญาณและอาวุธวิเศษที่ไม่ได้ใช ้ใส่เข้าไป เขาก็จะช่วยเจ้าฟื้น สภาพพู่กันพิพากษาของปลอมนั่นให้ได้”

เกาะเทวะกล่าวถึงอีกบทบาทของอ่างส าริดออกมา

ดวงตาของเจียงผิงอันเรืองประกาย

อ่างสาริดยังฟื้นสภาพศาสตราเซียนครึ่งขั้นที่เสียหายได้อีก หรือ?

ผู้อาวุโสท่านนี้ไม่โกหกเขาแน่ ไม่มีความจาเป็ นต้องโกหกกัน เลย

“จะสังเวยสมบัติได้อย่างไรหรือขอรับ?” เจียงผิงอันถามอย่างฉงน ใจ

พู่กันพิพากษาเสียหายยังแข็งแกร่งเพียงนี้ ยามมันสมบูรณ์ต้อง ทรงพลังกว่านี้อีกแน่นอน

“เจ้าเชื่อมต่อกับมันแล้ว แค่คิดในใจก็พอ”

เมื่อได้รับคาชี้แนะ เจียงผิงอันก็วางพู่กันพิพากษาเสียหายด้าม หนึ่งลงสู่อ่างสาริด

จิตส านึกแทรกเข้าสู่แหวนเก็บของของฉู่หยาง

นาหินวิญญาณและอาวุธวิเศษภายในนั้นใส่ลงอ่างสาริด

แม้อาวุธวิเศษทั้งหลายของฉู่หยางจะเป็ นของดี มันหามีประโยชน์ ส าหรับเขาไม่

ในอ่างส าริดมีพื้นที่เก็บของ จึงไม่ต้องกลัวล้นทะลัก

หลังน าอาวุธวิเศษจ านวนมากใส่ลงในอ่างส าริด เจียงผิงอันก็ ภาวนาในใจเงียบ ๆ

“ขอสังเวย ฟื้นสภาพพู่กันพิพากษา!”

ขณะนี้ กฎอักขระยันต์อันเกินเข้าใจปรากฏขึ้นบนอ่างสาริด อักขระแต่ละตัวดูจะบรรจุกฎเกณฑ์มหาเต๋าเอาไว้

อาวุธวิเศษกองใหญ่ในอ่างส าริดหายวับไปทันใด

“ไม่พอ”

ในใจของเจียงผิงอันปรากฏค าแจ้งจากอ่างส าริด มิใช่อ่างส าริด พูดได้ แต่เป็ นการตอบรับพิเศษเหมือนยามรู ้สึกหิว

“เยอะขนาดนี้ก็ไม่พอหรือ?”

เจียงผิงอันโยนหินวิญญาณเข้าไปหลายสิบล้าน

ก็ยังไม่พอ

มุมปากของเจียงผิงอันกระตุก เหมือนถมหุบเหวไร ้ก้นบึ้งชอบกล

แต่คิดไปแล้วก็สมเหตุสมผล เพราะถึงอย่างไร นี่ก็คือศาสตรา เซียนครึ่งขั้นที่เสียหาย ราคาต้องมหาศาลแน่อยู่แล้ว

เขาทาใจแข็ง ใส่พู่กันพิพากษาอีกชิ้นลงไป

ครั้งนี้น่าจะพอ ๆ กันแล้วกระมัง?

“ยังอีกนิดหรือ?”

เจียงผิงอันรู ้สึกหัวใจร ้าวราน ใช ้ศาสตราเซียนครึ่งขั้นอีกชิ้นไป แล้วยังไม่พออีก

เขานาแหวนเก็บของของเหลยชิงอวิ๋นออกมา ลบตราจิตสานึก บนนั้นออกไป

อีกฝ่ายตายไปแล้ว ตราจิตส านึกย่อมลบได้ง่าย

หากอีกฝ่ ายยังไม่ตาย การลบมันจะยากยิ่ง เว้นแต่จิตสานึกของ เขาจะแข็งแกร่งกว่าอีกฝ่าย

เขาตรวจสอบแหวนเก็บของ นอกจากเข็มทิศพิเศษสีทอง เจียง ผิงอันก็นาหินวิญญาณ เศษกฎเกณฑ์ และอาวุธวิเศษทั้งหมดใส่ลง ไป

วิ้ง!

อ่างสาริดสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แสงหลากสีสาดส่องออกมา แล้วพู่กันพิพากษาอันสมบูรณ์ก็ลอยออกมาท่ามกลางแสงสว่าง

ไม่อาจทราบว่าตัวพู่กันทาจากวัสดุใด ทั้งด้ามเป็ นสีทอง สลัก อักขระมากมาย ขนสีดาที่ปลายพู่กันเรืองประกายริบหรี่เช่นดวงดาว ดูน่าพึงใจเป็ นอย่างยิ่ง

มีศาสตราเซียนครึ่งขั้นนี้ เจียงผิงอันก็รู ้สึกว่าคุ้มค่าที่ทุ่มทุน

แต่ข่าวร ้ายก็ตามมาทันที

การแจ้งเตือนจากอ่างสาริดปรากฏขึ้นในหัวเขา

“เนื่องจากลอกเลียนและฟื้นคืนศาสตราเซียนครึ่งขั้น พลังที่สั่ง สมไว้ไม่เหลือแล้ว หากคิดลอกเลียนทรัพยากรต่อไป ต้องใช ้สิ่งของที่ มีพลังเท่าเทียมกันมาแลก”

สีหน้าของเจียงผิงอันเปลี่ยนแปรมหาศาล

เขาเพิ่งรู ้ยามนี้เองว่าอ่างสาริดก็ต้องการพลัง!

แต่เพราะทั้งลอกเลียนและฟื้นสภาพพู่กันพิพากษายามนี้ พลังใน อ่างสาริดเลยหมดสิ้น!

นี่หมายความว่า หากภายหน้าคิดลอกเลียนสิ่งใดอีก จะไม่อาจ ท าได้ง่ายดายเช่นกาลก่อนแล้ว ต้องแลกด้วยหินวิญญาณและอาวุธ วิเศษ

จู่ ๆ เขาก็นึกเสียใจที่ซ่อมพู่กันพิพากษาขึ้นมา

ช่างมันเถอะ ได้ศาสตราเซียนครึ่งขั้นอันสมบูรณ์มาหนึ่งชิ้น ยังมี อะไรให้ไม่พอใจอีก?

นี่คือศาสตราทรงพลังอันสามารถใช ้ฆ่ายอดฝีมือได้

เขาใส่พู่กันพิพากษาอันสมบูรณ์ลงสู่อ่างส าริด แล้วน าพู่กัน พิพากษาเสียหายที่เหลืออีกอันใส่ในอาวุธวิเศษเก็บของ

“ผู้อาวุโส อ่างสาริดนี้เป็ นศาสตราเซียนหรือไม่ขอรับ?” เจียงผิง อันถามอย่างนอบน้อม

การสามารถลอกเลียนและซ่อมสิ่งอื่น ๆ ได้นั้นท้าทายสวรรค์ เกินไปแล้ว

“ด้วยการฝึ กฝนปัจจุบันของเจ้า รู ้ไปก็เท่านั้น ยามใดที่เจ้ามี คุณสมบัติบรรลุเซียน ไว้เราค่อยคุยกัน ง่วงแล้ว นอนล่ะ”

เกาะเทวะหาวหวอด แล้วนิ่งเงียบไปอีกครั้ง

เจียงผิงอันกุมกาปั้นคารวะ

อีกฝ่ ายมิได้ตอบ เจียงผิงอันก็ไม่ถาม อ่างสัมฤทธิผลต้องเป็ น ศาสตราเซียนแน่แท้

เขากลืนเม็ดบงกชแจ้งวิถีไปอีกเม็ด แล้วศึกษาวิธีฝึกฝนขณะนี้ ต่อไป

ปราณโลหิตและวิญญาณที่เขาเก็บกักได้เลยขีดจากัดผู้ฝึกตน ขอบเขตจินตานไปแล้ว แต่ในด้านจิตส านึกยังห่างไกลเกินเทียบกับผู้ ฝึกตนขอบเขตจินตานได้

เขานาปราณตามชีพจรต่าง ๆ เวียนสู่สมอง หล่อเลี้ยงเพิ่มพูน จิตส านึกทีละนิด

จิตสานึกเริ่มต้นของผู้ฝึกตนขอบเขตจินตานทั่วไปปกคลุมระยะ ห้าลี้ได้ สามารถตรวจอันตรายใด ๆ พบได้ล่วงหน้า

จิตสานึกของเขาในขณะนี้ อย่างมากก็ครอบคลุมรัศมีเพียงหนึ่ง ลี้

ห่างไกลเหลือแสน

ขณะเดียวกัน บนเรือเหาะลาหนึ่งของตระกูลเหลยโบราณ

“ผู้อาวุโสสาม คนชื่อเจียงผิงอันผู้นั้น ปล่อยไว้ไม่ได้นะขอรับ”

ผู้ฝึ กตนชราคนหนึ่งจากตระกูลเหลยกระซิบผู้อาวุโสสามจาก ข้าง ๆ

เมิ่งจิงพัฒนาสู่ร่างเซียนอัสนีแล้ว มิอาจถูกขยะชิ้นใดถ่วงแข้งขา ได้

ธิดาเทพคนก่อน มารดาของเมิ่งจิงก็ถูกขยะถ่วงรั้งเช่นกัน

ผู้อาวุโสสามลูบเครา ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ไม่สังเกตหรือว่าชิ งอวิ๋นไม่อยู่?”

ผู้ฝึกตนเฒ่าประจักษ์ทันที “ผู้อาวุโสสามมองการณ์ไกลจริงแท้ แต่ส่งชิงอวิ๋นไปจัดการกับเด็กนี่ มิเป็ นการขี่ช ้างจับตั๊กแตนไปหน่อย หรือ?”

เหลยชิงอวิ๋นอยู่ในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด การส่งเขาไป จัดการตัวตนขอบเขตสร ้างรากฐานนั้นหาจาเป็ นไม่

“กันไว้ดีกว่าแก้” ผู้อาวุโสสามกล่าวเบา ๆ

เขาส่งหลานตัวเองไป การลอบสังหารจะส าเร็จแน่นอน!

บทที่ 119 ลือนามสะท้านต้าเซี่ย

เจียงผิงอันนั่งขัดสมาธิในถ้าอันมืดสลัว

ชีพจรทั้งสามร ้อยหกสิบจุดในกายเรืองแสงประหลาด พริบพราย วูบไหวเป็ นครั้งคราว

ขณะที่เขากาลังฝึกฝน เหตุการณ์ยามต่อสู้ก็ถูกหมิงเฉินเล่าต่อ เริ่มแพร่ขจายไปในแดนดินต้าเซี่ย

“ข่าวล่ามาเร็ว! ในศึกปะทะแคว้นหลิงไถ เราชนะแล้ว เราได้ ครอบครองเกาะเทวะแล้ว!”

“ฮ่า ๆ ข้าว่าแล้วว่าต้าเซี่ยของเราทาได้!”

“แคว้นหลิงไถเล่นสกปรกในการแข่งขันนี้ ผู้ที่มาประชันมิใช่ อัจฉริยะจากแคว้นหลิงไถเลย แต่มาจากต้าฉู่ กระทั่งรัชทายาท แห่งต้าฉู่ยังมาเองด้วย! เขาคือร่างเทวะสุดขั้วหยางในตานาน!”

“รัชทายาทแห่งต้าฉู่? ฉู่หยางผู้ลือนามสะท้านร ้อยเมืองพันขุม ก าลังน่ะหรือ? ขนาดเขายังมาด้วย! แล้วเราชนะการแข่งขันนี้ได้ อย่างไร? ผู้ใดเอาชนะร่างเทวะสุดขั้วหยางได้?”

เมื่อได้ยินว่ารัชทายาทแห่งต้าฉู่ก็เข้าร่วมการแข่งขันนี้เช่นกัน ผู้คนมากมายก็ไม่อาจเชื่อลงว่าต้าเซี่ยจะชนะการแข่งขันชิงเกาะเทวะ กับแคว้นหลิงไถครั้งนี้ได้

ยามรัชทายาทแห่งต้าฉู่ ฉู่หยางถือกาเนิด หนึ่งนิมิตปกคลุมไป ทั่วต้าฉู่

เหตุที่ต้าฉู่เปิดสงครามกับต้าเซี่ยก็เพราะฉู่หยางมอบความมั่นใจ แก่พวกเขา

ปรากฏว่าฉู่หยางถือครองร่างเทวะสุดขั้วหยาง นี่คือหนึ่งในร่างเท วะสูงสุด ทั้งโจมตีและตั้งรับล้วนทรงอานาจสุดสะพรึง

คนผู้นี้ไปที่เกาะเทวะ แล้วต้าเซี่ยชนะได้อย่างไร?

“จากข่าวว่ามา ผู้เอาชนะฉู่หยางได้คือเจียงผิงอัน อันดับหนึ่งใน การแข่งขันประลองร ้อยเมือง”

“เจียงผิงอันฆ่าฉู่หยางสองครั้งติดกัน ทาให้ฉู่หยางใช ้อาวุธวิเศษ ตัวตายตัวแทนคืนชีพสองหน สุดท้ายก็เล่นลูกไม้ ใช ้พู่กันพิพากษา ศาสตราเซียนครึ่งขั้นออกมา กระทั่งเรียกยอดฝีมือสูงสุดของต้าฉู่มา ช่วย!”

เมื่อข่าวนี้ปรากฏ ผู้คนทั่วต้าเซี่ยก็ผงะและเดือดดาล

ผงะที่เจียงผิงอันสามารถสังหารร่างเทวะสุดขั้วหยางได้สองหน ติดกัน

เดือดดาลที่ต้าฉู่และแคว้นหลิงไถทาตัวน่ารังเกียจ หาเคารพ มารยาทสัประยุทธ ์ไม่

“น่ารังเกียจจริง ๆ! ถึงกับใช ้ศาสตราเซียนครึ่งขั้น และยังให้ยอด ฝีมือสูงสุดของต้าฉู่ลงมือเอง ผิดกฎการต่อสู้อย่างมหันต์ ผู้น้อยสู้กัน ผู้ใหญ่ยังมาแทรกแซง!”

“เจียงผิงอันถูกยอดฝี มือผู้นั้นฆ่าไปหรือไม่? พวกต้าฉู่สมควร ตาย! ทาให้เราต้าเซี่ยเสียอัจฉริยะเลิศล้าไปอีกคน”

“เจียงผิงอันมิได้สละชีวิต! เขาฉวยศาสตราเซียนครึ่งขั้นพู่กัน พิพากษามา แล้วขวางการโจมตีจากยอดฝีมือผู้นั้นไว้ได้”

“ล้อกันเล่นหรือ? เจียงผิงอันหยุดการโจมตีของยอดฝี มือ ขอบเขตพ้นพิบัติน่ะนะ?”

หลายบุคคลเชื่อข่าวนี้ไม่ลง ต่อให้เจียงผิงอันได้ศาสตราเซียน ครึ่งขั้นมา ก็ไม่มีทางต่อกรยอดฝีมือระดับนั้นได้มิใช่หรือ?

“ฟังดูไม่เหมือนเรื่องล้อเล่นนะ บนเกาะเทวะ ยอดฝีมือทุกคนจะ ถูกสะกดเหลือเพียงขอบเขตจินตาน ต่อให้เป็ นขอบเขตพ้นพิบัติก็ หลีกไม่พ้น”

เพียงไม่ถึงหนึ่งเดือน นามของเจียงผิงอันก็กระฉ่อนทั่วต้าเซี่ย เป็ นที่รู ้จักถ้วนทั่ว

แว่นแคว้นใกล้เคียงยังได้ข่าว และไปซื้อข้อมูลของเจียงผิงอันที่ หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลตาม ๆ กัน

พวกเขาอยากรู ้ว่าเจียงผิงอันมีที่มาเช่นไร ผู้ใดเลี้ยงดูอัจฉริยะซึ่ง เอาชนะร่างเทวะสุดขั้วหยางเช่นนี้ได้

แต่เมื่อพวกเขาทราบว่าเจียงผิงอันเกิดในครอบครัวสามัญชน หามีพรสวรรค์ใด ๆ ไม่ พวกเขาก็ตะลึงจังงังกันไปหมด

ไม่มีพรสวรรค์ใด ๆ แล้วเขาจะแข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?

หลังได้ข่าวนี้ แว่นแคว้นมากมายพลันสิ้นสนใจจะเหลียวแล

เจียงผิงอันไม่มีสายเลือดหรือร่างเทวะชั้นสูง อาจเฉิดฉายเจิด จรัสในขอบเขตสร ้างรากฐานและจินตานได้

แต่ยามบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด เริ่มทาความเข้าใจ กฎเกณฑ์ ความต่างชั้นระหว่างสายเลือดและภูมิหลังก็จะเด่นชัด

ผู้ฝึกตนที่มีสายเลือดและภูมิหลังแข็งแกร่งจะสามารถทาความ เข้าใจกฎเกณฑ์ได้ในเวลาไม่กี่ปี ขณะที่ผู้ฝึกตนไร ้ที่มานั้น สิบปีร ้อย ปีก็ยังอาจยากบรรลุ

ความแตกต่างระหว่างผู้ฝึกตนทั่วไปกับร่างเทวะจะยิ่งห่างกันแสน ไกล

แต่เหตุการณ์นี้เพิ่มขวัญกาลังใจของทหารต้าเซี่ยอย่างยิ่ง และ แปดแคว้นก็เริ่มจู่โจมสวนกลับ เอาชนะต้าฉู่ ทวงคืนพื้นที่อันเคยเสีย ไปได้หลายแห่ง

เหตุการณ์นี้ทาเพียงก่อเสียงอึกทึกเล็กน้อยรอบ ๆ ต้าเซี่ย มิได้ เป็ นที่สนใจมากนัก

มีอีกหนึ่งเรื่องที่ทาให้มหาอานาจใหญ่ทั้งหลายแตกตื่นกันจริง ๆ

หนึ่งบุคคลผู้ครองร่างเซียนอัสนีปรากฏขึ้นในตระกูลเหลย โบราณ ได้รับมรดกเซียน และขณะนี้ถูกแต่งตั้งเป็ นธิดาเทพแห่ง ตระกูลเหลย!

แต่ธิดาเทพผู้นี้มิได้แซ่เหลย แต่เป็ นเมิ่ง

ตานานเล่ากันว่าบรรพชนผู้ก่อตั้งตระกูลเหลยก็มีร่างเซียนอัสนี ก่อนที่เขาจะบรรลุสู่ภพเซียน

มหาอานาจใหญ่ทั้งหลายล้วนทราบว่า หลังจากพันปี จะมียอด ฝีมือไร ้เทียมทานอีกคนเกิดขึ้นในตระกูลเหลย

สาหรับเรื่องในโลกภายนอกเหล่านี้ เจียงผิงอันหาทราบไม่

เขานั่งขัดสมาธิไม่กระดิกตัวมาหนึ่งเดือน

เขาอยากแข็งแกร่งกว่านี้ เพื่อล้างแค้นให้ท่านอาเมิ่งและผู้ อาวุโสหลี่

ศัตรูแข็งแกร่งเกินไป และด้วยพลังต่อสู้ปัจจุบันของเขา ไม่อาจ รับมือยักษ์ใหญ่เหล่านั้นไหว

ทางเดียวที่ทาได้ก็คือ ฝึกฝนก้าวหน้าการฝึกฝนต่อไป

ชีพจรจุดหนึ่งที่แขนของเจียงผิงอันระเบิดออกเฉียบพลัน พลัง อันมหาศาลท าให้อาภรณ์บนร่างแหลกเละ

เจียงผิงอันลืมตาขึ้นช ้า ๆ

“อัดแน่นปราณวิญญาณและโลหิตถึงขีดสุดแล้ว เก็บได้มาก กว่าเดิมห้าเท่า มากกว่านี้จะร่างระเบิด”

ปราณในชีพจรทุกจุดของเขาในขณะนี้ก้าวข้ามจินตานทั่วไป แล้ว

และในตัวเขาก็มีชีพจรสามร้อยหกสิบจุด

กล่าวคือ เหมือนเขามีจินตานสามร ้อยหกสิบก้อน!

นี่ยังไม่รวมปราณที่เก็บในโลหิตด้วยซ้า

“ไม่ว่าเหตุผลจะเป็ นเพราะโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์หรือจุด ชีพจร ความแข็งแกร่งก็พัฒนาอยู่ดี……”

“แม้จิตสานึกจะเพิ่มฤทธิ์ แต่ก็ครอบคลุมรัศมีเพียงห้าลี้ เทียบเท่า เพียงผู้ฝึ กตนขั้นต้นขอบเขตจินตาน ต้องหาทางพัฒนาเพิ่มเติม …….”

“ความสามารถควบคุมแรงโน้มถ่วงก็เพิ่มขึ้นกว่าเก่า ยามนี้เหาะ เหินด้วยการควบคุมอ านาจโน้มถ่วงได้แล้ว……”

เจียงผิงอันสรุปสถานะการฝึกฝนและวรยุทธ์ต่าง ๆ

“อัสนีพริบตาบรรลุขั้นสอง เคลื่อนกายพันจั้งในพริบตา แต่ขั้น สามต้องวาดอักขระอัสนีพันทบ คงทาไม่ได้ในช่วงสองสามปีนี้”

“หมัดอู๋จี๋ขั้นสามเกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์ ยากทาความเข้าใจหาก ไม่บรรลุขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด”

“วิชาเทียมเทพสงครามขั้นสอง หากท าความเข้าใจได้ ก็จะใช ้ กฎจ านงสัประยุทธ ์ได้ทันที อิงตามเหตุผลเดิม ไม่ถึงขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิด ก็มิอาจท าความเข้าใจกฎเกณฑ์ได้”

“วิชาซ่อนจักรวาลไม่มีการจ ากัดขอบเขต เก็บปราณวิญญาณ ได้เสมอ ขึ้นกับว่าร่างนี้… จะทนได้เพียงไร”

หลังสรุปเสร็จสิ้น เจียงผิงอันก็ลุกขึ้น ปราณโลหิตและวิญญาณ ในกายระเบิดออก เป่าฝุ่นผงบนกายทิ้ง ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า

“สิ่งต่อไปที่ต้องทาคือหาสิ่งใดมาแทนวิชาซ่อนจักรวาล หากหา ไม่ได้ ก็มีแต่ต้องทิ้งวิชาซ่อนจักรวาลแล้วฝึกฝนต่อ”

“หาไม่ บรรลุขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดมิได้ ก็ไม่อาจเข้าใจ กฎเกณฑ์ มิอาจแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้”

เจียงผิงอันอยากได้วิธีฝึกฝนของนักพรตเสินซวียิ่งนัก หากเขา ได้มา ก็ไม่ต้องทิ้งวิชาซ่อนจักรวาลแล้ว

“ไม่รู ้ว่าหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลมีระบบฝึกฝนของนักพรตเสินซ วีหรือไม่ กลับไปต้องลองถามดู”

เจียงผิงอันกุมกาปั้น ค้อมหัวต่า ๆ ให้กับความมืด “ผู้อาวุโส ผู้น้อยขอตัวก่อนนะขอรับ”

ผู้อาวุโสท่านนี้ชี้แนะเขาสองสามครั้ง ควรค่าให้นับถือ มิอาจ หมางเมินได้

ต่อให้ผู้อาวุโสท่านนี้จะมิใช่เซียน ก็ต้องน่าสะพรึงกลัวสุดขั้ว

“อย่าพูดถึงข้าข้างนอกนั่นเชียว ข้าไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก”

เสียงของชายชราดังขึ้นอีกครั้ง “นอกจากนั้น หากสักวันเจ้าคิด ไม่ออก จะเดินเส้นทางสายนี้ให้สุดทาง ปัญหาใหญ่สุดของเจ้าก็คือ ไม่อาจบรรลุเข้าใจกฎเกณฑ์”

“แต่ตาขวาของเจ้าช่วยเจ้าพินิจกฎเกณฑ์ฟ้ าดินได้”

“ตาขวาของข้า?”

เจียงผิงอันผงะไปเล็กน้อย ยกมือขึ้นแตะตาขวาของตน “ผู้ อาวุโสทราบหรือไม่ขอรับ ว่านี่คือตาของใคร?”

ตาขวาข้างนี้เป็ นของใครกันแน่? เหตุใดจึงช่วยข้าท าความ เข้าใจกฎเกณฑ์ได้?

“ง่วงแล้ว”

เสียงเฒ่าชรานั้นหายไป

เจียงผิงอันรู ้ว่าอีกฝ่ ายไม่อยากพูดมาก เขาจึงกุมกาปั้นค้อมหัว “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ”

สิ้นคา เขาก็ควบคุมแรงโน้มถ่วงทะยานออกจากถ้า

อันที่จริง เขายังมีเรื่องมากมายอยากจะถาม เช่นเหตุใดผู้ฝึกตน จึงมาที่นี่ก่อนบรรลุเป็ นเซียน? ผู้อาวุโสท่านนี้มีตัวตนเช่นไร?

แต่ด้วยสถานะของเขา จึงไร้คุณสมบัติถามละลาบละล้วงมากนัก

ครบหนึ่งเดือนแล้ว อีกเดี๋ยวเจ้าแคว้นหมิงเฉินก็จะมารับพวกเขา

เมื่อกลับถึงจัตุรัสซึ่งเคยเกิดการแข่งขัน อัจฉริยะคนอื่น ๆ ก็ มาถึงกันแล้ว

พวกเขาล้วนเสวนาแลกเปลี่ยน มีผู้ค้นพบสมุนไพรล้าค่า ผลประโยชน์มากมาย

ไม่รู ้มีผู้ใดพบสมบัติดีกว่านั้นหรือไม่ แต่ต่อให้มี ก็คงไม่นา ออกมาอวด

หมิงเฉินมาถึงแล้ว นอกเหนือจากเขา องค์หญิงเก้าเซี่ยชิงก็มา เช่นกัน

เมื่อเห็นเจียงผิงอันมา รอยยิ้มก็เผยบนใบหน้างดงามของเซี่ยชิง นางพุ่งไปกอดเขาแน่นอย่างไม่สนภาพลักษณ์ใด ๆ

“น้องชาย พี่หญิงรักเจ้าจะตายแล้ว!”

เจียงผิงอันถูกกอดรัดคอ ศีรษะจุ่มอ้อมแขนอีกฝ่ ายจนหายใจไม่ ออก

บทที่ 120 เมืองหลวงต้าเซี่ย

“ต้องขอบคุณน้องชายเลย พี่หญิงจึงกลับเมืองหลวงได้แล้ว!”

ใบหน้าของเซี่ยชิงปรีดาอย่างเก็บไม่มิด กอดรัดเสียจนศีรษะของ เจียงผิงอันเบียดแน่นกับอ้อมแขน

ยามอัจฉริยะคนอื่น ๆ เห็นเข้า ในใจก็ล้วนอิจฉา

กระทั่งหมิงเฉินยังสงสัยว่าเจียงผิงอันผู้นี้อยู่ในอุปถัมภ์ของเซี่ยชิง เช่นโลกภายนอกว่ากันจริง ๆ หรือไม่

ไม่เคยเห็นองค์หญิงใกล้ชิดชายใดเพียงนี้มาก่อน

เนิ่นนานจากนั้น เซี่ยชิงก็ปล่อยเจียงผิงอัน แต่ยังจับมืออีกฝ่ าย ไว้

“ครั้งนี้เจ้าสร ้างผลงานยิ่งใหญ่ ฆ่าฉู่หยางได้สองหน ตบหน้าต้าฉู่ อย่างแรง กลับเมืองหลวงกับข้าครั้งนี้ เจ้าก็ทูลขอวิชาลับของราชวงศ์ ต้าเซี่ยจากเสด็จพ่อได้!”

เจียงผิงอันมิได้เผยสีหน้ายินดีใด ๆ เขากุมกาปั้นกล่าว “กราบ ทูลองค์หญิง โปรดอภัยให้กระหม่อมด้วย แต่กระหม่อมยังมิอาจ กลับไปกับพระองค์ได้พ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อได้ยินคาตอบจากอีกฝ่ าย รอยยิ้มบนใบหน้าเซี่ยชิงก็ค่อย ๆ เลือนหาย แล้วกล่าวขึ้นอย่างขอโทษขอโพย

“ขอโทษนะ ข้าปกป้ องแม่ทัพเมิ่งไว้ไม่ได้ ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า พวกเขาจะส่งยอดฝีมือมาจับตัวแม่ทัพเมิ่ง”

เจียงผิงอันตอบกลับอย่างนอบน้อม “กระหม่อมไร้ความคิดโทษ องค์หญิง เพียงแค่ว่าเส้นทางที่กระหม่อมจะเดินในภายหน้าจะนาพา หายนะสู่ต้าเซี่ย ยามนี้การตัดการติดต่อกับองค์หญิงเสียจะเป็ น ทางเลือกประเสริฐสุดพ่ะย่ะค่ะ”

ผู้ที่เขาคิดล้างแค้นนั้นทรงพลังเสียจนกระทั่งต้าเซี่ยยังมิอาจ เทียบชั้น

เซี่ยชิงรู ้ว่าเจียงผิงอันถนอมน้าใจนางอยู่ อาเภอเหลียนซานถูก ทาลาย เมิ่งโค่วตกตาย เจียงผิงอันในยามนี้ต้องโมโหมากแน่ ๆ

“หากเจ้าต้องการล้างแค้น การติดตามต้าเซี่ยเป็ นทางเลือกที่ ประเสริฐสุดนะ เจ้าในยามนี้ยังอ่อนแอมาก ต้องใช ้เวลาเติบโต”

เจียงผิงอันมองตาคู่งามของเซี่ยชิงพลางพูดอย่างจริงจัง “กระหม่อมมิได้อยากท าลายเพียงแคว้นหลิงไถและต้าฉู่ แต่ยังรวมถึง คนที่สั่งสังหารท่านอาเมิ่งด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

ม่านตาของเซี่ยชิงหดตัว ใช ้เคล็ดวิชาส่งกระแสปราณสื่อสาร “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! ทราบหรือไม่ว่าแดนศักดิ์สิทธิ์หมายความเช่น ไร?”

เห็นได้ชัดว่านางก็เดาออก ว่าผู้ใดสั่งการให้แคว้นหลิงไถกับต้า ฉู่ลงมือกับเมิ่งโค่ว

“ทราบ แต่มิอาจรามือแม้ต้องตายพ่ะย่ะค่ะ”

เจียงผิงอันทราบดีว่าภายหน้า ปัญหาเช่นไรจะเกิดกับเขา

แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ หนึ่งในสามมหาอานาจสูงสุดในแดน บูรพา ถูกก่อตั้งนับแต่เผ่ามนุษย์รุ่งเรือง ณ บรรพกาล

ยากคาดเดาได้ว่ามรดกนั้นลึกล้าเพียงไร

ต้าเซี่ยและแดนศักดิ์สิทธิ์หาเทียบกันได้ไม่

แต่หากไร ้เมิ่งโค่ว ก็จะไม่มีเจียงผิงอันในวันนี้

ท่านอาเมิ่งสั่งเสียครั้งสุดท้าย ขอให้เขาดูแลเมิ่งจิง แต่เขามิอาจ ทาได้ แค้นนี้จึงต้องชาระให้ท่านอาเมิ่ง

อีกฝ่ายจะเป็ นใครก็ช่าง

“องค์หญิงดีต่อกระหม่อมยิ่งนัก กระหม่อมก็ไม่อยากลากต้าเซี่ย สู่ปลักโคลน จึงต้องแยกตัวไปพ่ะย่ะค่ะ”

เซี่ยชิงพินิจความดื้อรั้นบนสีหน้าของเด็กหนุ่ม ดวงตาปรากฏ เค้าอ่อนโยน เอื้อมมือคว้าอีกฝ่ายเข้ามากอดอีกครั้ง

“เจ้ายังอ่อนแอเกินไป ยังล้างแค้นพวกเขาไม่ได้หรอก ทน ความแค้นทั้งหมดไว้ก่อน ภายหน้าเจ้ายังมีโอกาส แต่ตามนี้ติดตาม พี่หญิงไปก่อนนะ”

เจียงผิงอันดิ้นรนสุดชีวิต แต่ก็ถูกอีกฝ่ ายรัดไว้ในอ้อมแขน ไม่ อาจดิ้นหลุดได้

ท้ายที่สุด เค้าอารมณ์อันตื้นตันก็ปรากฏบนใบหน้า หยุดการดิ้น รนไป

“อะแฮ่ม…”

หมิงเฉินกระแอมกระไอ

หากทั้งสองท่านมีเรื่องให้เสวนา รอจนอยู่ตามลาพังก่อนมิได้ หรือไร?

ที่นี่ก็มีแม่นางน้อยอยู่ด้วยหนอ

เซี่ยชิงโอบแขนรอบคอเจียงผิงอันราวกลัวอีกฝ่ ายหนี กล่าวกับห มิงเฉิน “เจ้าแคว้น รางวัลของคนอื่น ๆ ให้ไปหมดแล้ว แล้วรางวัล น้องชายข้าเล่า?”

ศึกชิงเกาะเทวะครั้งนี้ มีรางวัลการแข่งขันมอบให้

หมิงเฉินตอบ “ครั้งนี้เจียงผิงอันมีบทบาทยิ่งใหญ่ ข้าไม่รู ้จะให้ รางวัลอะไรแก่เขา ให้เขาเสนอมาเองแล้วกัน”

เซี่ยชิงก้มมองเจียงผิงอันในอ้อมแขนพลางหยิกแก้มเบา ๆ “ทา ใจกล้าว่าไปเลย พี่หญิงจะสนับสนุนเจ้า”

เจียงผิงอันถามอย่างไม่แน่ใจ “เคล็ดวิชามิติ?”

ขอเพียงผู้ใดได้ประจักษ์เคล็ดวิชามิติ ก็จะอยากเรียนวิชา เกี่ยวกับมิติเป็ นอย่างยิ่ง

ความเร็วนั้นน่ากลัวกว่าอัสนีพริบตา

ป้ องกันแข็งแกร่งกว่าหมัดอู๋จี๋ เพราะไม่อาจโจมตีถูกศัตรูได้เลย

อานาจทาลายล้างก็ร ้ายกาจยิ่ง มันสามารถเมินทุกการป้ องกัน ผ่านชั้นเกราะของศัตรูเข้ากระทบร่างได้ตรง ๆ

กล่าวได้ว่าเป็ นความสามารถเกือบสมบูรณ์แบบ

หมิงเฉินไม่ประหลาดใจกับตัวเลือกของเจียงผิงอันเลย คนทั่วไป ล้วนอยากได้ความสามารถนี้ทั้งสิ้น

เขานาม้วนหยกชิ้นหนึ่งออกมาส่งให้ “กฎเกณฑ์แห่งมิติและ กฎเกณฑ์แห่งเวลาเป็ นกฎเกณฑ์อันพิเศษสูงสุดสองอย่าง ต้องการ พรสวรรค์สูงล้าในการทาความเข้าใจ”

“นี่คือคัมภีร ์มิติขั้นแรก เจ้าอ่านก่อนได้ แต่ยังฝึ กยามนี้ไม่ได้ ต้องรอบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดก่อนจึงท าความเข้าใจได้”

“เมื่อเจ้าบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด ก็กลับมายังแคว้นห มิงหวัง เข้าไปฝึกฝนในดินแดนลับหมิงหวังได้”

เจียงผิงอันรับม้วนหยกมา คิดกุมกาปั้นขอบคุณเขา แต่เขา ถูกเซี่ยชิงกอดรัดคอ กุมกาปั้นไม่ได้ จึงกล่าวได้เพียงว่า “ขอบคุณ เจ้าแคว้น”

เซี่ยชิงหยิกแก้มเจียงผิงอัน “น้องชาย เจ้าบื้อจริง ๆ เลือกรางวัลนี้ ไปไม่มีประโยชน์อะไรเลย เจ้าเฒ่านี่คงเริงร่าดอกไม้บานแย่แล้ว”

“เคล็ดวิชามิตินี้ทรงพลังจริงแท้ ทุกคนทราบดี แต่ก็เข้าใจยาก สุดขั้ว หาไม่ เหตุใดผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ จึงไม่บรรลุกันเลยเล่า?”

นางก็หลงใหลในเคล็ดวิชามิติเช่นกัน แต่หลังศึกษามาทั้งปีก็ไม่ เข้าใจอะไรเลย สุดท้ายจึงยอมแพ้ไป

นางไม่คิดว่าเจียงผิงอันจะท าความเข้าใจเคล็ดวิชามิติได้ เพราะ มันต้องมีสายเลือดเฉพาะโดยแท้

อย่างหมิงเฉินก็เป็ นทายาทของหมิงหวัง การท าความเข้าใจกฎ มิติจึงง่ายกว่าผู้อื่นมาก

เจียงผิงอันกล่าวอย่างเคร่งขรึม “แม้จะยากแต่ก็ต้องลองขอรับ ต่อให้ลองแล้วล้มเหลว ภายหน้าก็ไร ้สิ่งใดให้เสียใจ”

เซี่ยชิงแย้มยิ้มพลางหยิกแก้มเจียงผิงอันอีกหน “ดื้อเหมือนพี่ หญิง พี่หญิงล่ะชอบ!”

ความใกล้ชิดสนิทสนมเช่นนี้ทาให้เจียงผิงอันกระอักกระอ่วน อย่างยิ่ง แต่ก็ไม่อาจดิ้นหลุดจากอีกฝ่ ายได้ “บาดแผลของท่าน อาจารย์หายแล้วหรือไม่ขอรับ?”

เขายังกังวลถึงหวังเหริน ไม่รู ้ว่าหญ้าผลึกน้าแข็งหกใบนั้นจะ รักษาบาดแผลของอีกฝ่ ายได้หรือไม่

เซี่ยชิงพยักหน้า “นอกจากจะหายดี ยังเกือบได้เคลื่อนขอบเขต ด้วย เลยก าลังเก็บตัวอยู่”

ในที่สุดเจียงผิงอันก็ได้ข่าวดีกับเขาบ้าง “ท่านอาจารย์จะบรรลุ ขอบเขตหลอมสุญตาแล้วหรือขอรับ?”

ถัดจากขอบเขตแปรเทวะก็คือขอบเขตหลอมสุญตา อายุขัยยืด ยาวถึงห้าพันปี!

เซี่ยชิงเองก็ยินดี หวังเหรินเคลื่อนขอบเขต ก็เท่ากับมีผู้ช่วย แข็งแกร่งเพิ่มมาอีกคน

เซี่ยชิงพาเจียงผิงอันเหินจาก “กลับเมืองหลวงกับพี่หญิง ไปทูล ขอวิชาลับของราชวงศ์ต้าเซี่ยกัน!”

เดิมทีเซี่ยชิงยังกังวลเรื่องสัญญาเดิมพัน จะไปนาวิชาลับมาให้ เจียงผิงอันได้อย่างไร

แต่ครั้งนี้ เจียงผิงอันสร ้างผลงานยิ่งใหญ่ มีคุณสมบัติครบถ้วนจะ ทูลขอวิชาลับได้

ผู้คนพากันออกจากเกาะเทวะ

อัจฉริยะคนอื่น ๆ กลับสู่เมืองหมิงหวัง ขณะที่เซี่ยชิงพาอวิ๋นหวง และเจียงผิงอันสู่เมืองหลวงผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย

ค่ายกลเคลื่อนย้ายสู่เมืองหลวงนั้นเปิดให้สาธารณชนเช่าใช ้งาน ได้ เนื่องจากมีผู้คนเข้าออกมากมาย จ่ายค่าเข้าใช ้สูงลิ่ว จึงสามารถ ถอนทุนค่าบ ารุงรักษาได้

นอกจากนั้น ระยะทางสู่เมืองหลวงต้าเซี่ยนั้นไกลแสนไกล หาก ไม่ใช ้ค่ายกลเคลื่อนย้ายแล้วนั่งเรือเหาะไป คงใช ้เวลาอย่างต่าสุดครึ่ง ปีกว่าจะถึง

ค่ายกลเคลื่อนย้ายทางาน อักขระกฎเกณฑ์ลอยตัวขึ้นโอบล้อม สุญตา

เจียงผิงอัน อวิ๋นหวง และเซี่ยชิงมาถึงเมืองหลวงในพริบตา

เด็กหนุ่มเงยหน้ามอง และพบว่าที่นี่มิได้น่าตื่นตะลึงเช่นที่เขา คาดคิดนัก

ไม่มีผู้ฝึ กตนเหาะเหินบนฟ้ า ไม่มีอาคารกลางสุญตา มีเพียง บรรยากาศเคร่งขรึมหนักแน่นกว่าทุกที่

“โอ้ นั่นมิใช่น้องหญิงเก้าผู้อหังการเหนือใครของข้าหรือ? พี่ชาย รอเจ้าอยู่สักพักแล้วนะ”

ชายรูปงามในชุดคลุมสีทองเข้มผู้หนึ่งเดินมาหา ท่าทาง กระตือรือร ้นยิ้มแย้ม

“ไสหัวไป”

มิเพียงสีหน้าของเซี่ยชิงไร ้รอยยิ้ม ยังเต็มไปด้วยความเย็นเยียบ

นางเมินอีกฝ่ ายไป แล้วพาเจียงผิงอันกับอวิ๋นหวงออกจากค่าย กลเคลื่อนย้าย

เซี่ยเทียนลู่มิได้สนใจความเย็นชาของเซี่ยชิง เขาก้าวหลบไป ด้วยรอยยิ้ม

“น้องหญิงเก้า ยินดีด้วย คนที่เจ้าเลือกฆ่ารัชทายาทแห่งต้าฉู่สอง หน ทั้งยังชิงศาสตราเซียนครึ่งขั้นมาได้”

“ไม่รู ้เลยว่าจะมีผู้คนริษยากี่คน เจ้าต้องปกป้ องคนผู้นี้ให้ดีนะ มิ เช่นนั้น มิอาจทราบเลยว่าเขาจะตายเช่นไร”

เซี่ยเทียนลู่ดูใส่ใจเป็ นมิตร แต่เจียงผิงอันรู ้สึกเสมอว่าวาทะของ อีกฝ่ายฟังดูพิกลยิ่ง

เหมือน… แช่งเขาให้ตายอย่างไรอย่างนั้น

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 111 - 120"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย