Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

สู่วิถีอมตะ - บทที่ 131 - 140

  1. Home
  2. สู่วิถีอมตะ
  3. บทที่ 131 - 140
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 131 สี่ลูกเตะ

ซุนพานพุ่งเข้าสู่ค่ายอาคมอย่างตื่นเต้น

พวกที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างคนเถื่อนและเฉินเซวียนพ่ายไปแล้ว

ผู้คนที่นี่น้อยนักจะเป็ นคู่ต่อกรซุนพานได้

หากเขาชนะได้เป็ นคนสุดท้าย เขาก็จะได้แต่งงานกับองค์หญิง!

เมื่อเห็นรูปลักษณ์งดงามขององค์หญิง ซุนพานก็แสนตื่นเต้น

มิคาดว่าสวรรค์จะแสนดีต่อข้า มอบโอกาสงามเช่นนี้มาให้

ส่วนเจียงผิงอันผู้เป็ นคู่มือ ซุนพานไม่ได้เหลือบแลเลย

เจียงผิงอันมีการฝึกฝนเพียงขอบเขตสร ้างรากฐาน และยังรู ้แล้ว ว่าปราณวิญญาณของอีกฝ่ ายมีพิษ ขอเพียงเขาใช ้ปราณวิญญาณ ป้ องกันไว้ ก็กันพิษออกไปได้

ก่อนเข้าสู่ค่ายอาคม ซุนพานกางเกราะป้ องกัน

“ข้าได้ยินว่าเจ้าฝึกกายาควบวิญญาณ บังเอิญแท้ ข้าซุนพานก็ เหมือนกัน อายุสิบเอ็ดบรรลุขอบเขตสร ้างรากฐาน อายุสิบสองบรรลุ ขอบเขตจินตาน ต่อสู้ในสมรภูมิโบราณมาตลอดหกปีนี้”

“สุดท้ายแล้ว การใช ้พิษก็เป็ นเพียงลูกไม้เล็กจ้อย วันนี้ข้าจะให้ เจ้าได้ประจักษ์ว่าพลังต่อสู้แท้จริงเป็ นเช่นไร!”

ปราณอันทรงพลังระเบิดออกจากร่างของซุนพาน เขาถือหอกสี ดาเล่มหนึ่งในมือ เผยอานาจชวนสะพรึง

หัวใจของเซี่ยชิงกระดอนจุกคออีกครั้ง ไพ่ตายปราณพิษของ เจียงผิงอันถูกประกาศชัด พลังต่อสู้ของซุนพานผู้นี้ก็ไม่เลว ไม่รู ้เจียง ผิงอันจะหยุดเขาได้หรือไม่

ซุนพานจ้องมองเจียงผิงอัน “หากยามกลางวันเจ้ากล้าหลอกข้า นี่ก็จะทาให้เจ้ารู ้ซึ้งว่าผลลัพธ ์การล่วงเกินข้าเป็ นเช่นไร!”

เขายังโมโหเรื่องเมื่อกลางวันไม่หาย

เขาออกแรงขา พุ่งหอกออกไปเยี่ยงมังกร เงามังกรปรากฏซ ้อน บนร่างกาย

วิชาหอกของเขาชื่อว่าหอกมังกร ลือลั่นเรื่องอานาจทาลายล้าง ชวนสะพรึง ทะลวงได้กระทั่งขุนเขาใหญ่!

“ตาย!”

หอกนั้นแทงใส่หัวใจของเจียงผิงอัน

ทันใดนั้น ร่างของเจียงผิงอันก็หายวับไป

ซุนพานสีหน้าเปลี่ยน เขาไหวตัวรวดเร็วยิ่ง ใช ้เคล็ดวิชาคุ้มกาย สาดแสงทองออกจากร่าง

เปรี้ยง!

ซุนพานรู ้สึกเพียงหนึ่งอานาจมหึมาพุ่งมาเบื้องหลัง แล้วร่างก็ถูก กระทืบเหยียบติดพื้นอย่างรุนแรง

พื้นดินในรัศมีห้าลี้อันมีร่างของเขาเป็ นศูนย์กลางแหลกร้าว ศิลา กระเด็นกระจาย

ลูกเตะนี้ทาลายการป้ องกันของซุนพานไปทันที

เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!

เจียงผิงอันเตะสามหนติดต่อกัน

ลูกเตะแรกหักกระดูกสันหลังของอีกฝ่ าย ลูกเตะที่สองทาลาย ความสามารถในการสู้ต่อ และลูกเตะที่สามส่งเขาออกนอกค่ายอาคม

เจียงผิงอันยืนท่ามกลางความพินาศ เส้นผมโบกสะบัดน้อย ๆ เศษหินปลิวว่อนตกลงพื้นตามกัน

“คนต่อไป”

น้าเสียงของเขายังคงสุขุมไม่แตกต่าง

ผู้ฝึกตนทั้งหลายผุดลุกอย่างตกใจ มองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่าง เหลือเชื่อ

สี่ลูกเตะ! เขาจัดการซุนพานได้โดยใช ้เพียงสี่ลูกเตะ!

ความแข็งแกร่งของคนผู้นี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนเถื่อนเลย!

“แค่ก ๆ~”

ซุนพานร่วงลงกองด้านข้าง ปากกระอักเลือดค าโต

เขาพยายามลุกขึ้น แต่กระดูกสันหลังของเขาหัก อวัยวะภายใน เละเทะ จึงไม่อาจลุกขึ้นได้อีก

เขารีบร ้อนใช ้โอสถฟื้นบาดแผล มองไปที่เจียงผิงอันในค่าย อาคม

“เป็ นไปไม่ได้! เจ้าไม่มีทางเป็ นขอบเขตสร ้างรากฐานแน่! ตัวตน ขอบเขตสร ้างรากฐานแข็งแกร่งเช่นเจ้าได้ที่ไหน! แค่ก ๆ~”

หัวใจของเขาอัดแน่นด้วยโทสะ ความกลัวและความงุนงงเกิน เข้าใจ

เขาพ่ายในเวลาเพียงเสี้ยวลมหายใจ!

ซุนพานอัดอั้นเกินไปจนกระอักเลือดอีกครั้ง หนนี้เกือบหมดสติ ไป

เขาเป็ นอัจฉริยะสูงสุดผู้หนึ่งในขอบเขตจินตาน จะถูกผู้ฝึกตน ขอบเขตสร ้างรากฐานเอาชนะง่าย ๆ ได้อย่างไร

เจียงผิงอันไม่คิดสนใจคนเช่นนี้อีก

เย่อหยิ่งโอหัง ไม่เห็นคู่ต่อสู้ในสายตา

หากตั้งใจพินิจมากกว่านี้ ก็คงรู ้ว่าเจียงผิงอันเชี่ยวชาญในอัสนี พริบตา และส าเร็จวิชาเทียมเทพสงครามแล้ว

คิดจริง ๆ หรือว่าเจียงผิงอันจะเอาชนะร่างเทวะสุดขั้วหยางได้แค่ เพราะพิษอย่างเดียว?

เฉินเซวียนผู้กาลังฟื้นตัวเห็นพลังต่อสู้ของเจียงผิงอัน ก็เงยหน้า กล่าวกับเซี่ยชิงด้วยรอยยิ้มจืดเจื่อน “องค์หญิง สหายเต๋าเจียง แข็งแกร่งเพียงนี้ เหตุใดจึงมาขอความช่วยเหลือจากข้ากัน”

สีหน้าของเซี่ยชิงแปรเปลี่ยน นางจะรู ้ได้อย่างไรว่าเจียงผิงอัน แข็งแกร่งเพียงนี้

มันเกิดบ้าอะไรขึ้น เจียงผิงอันยังไม่บรรลุจินตาน ทาไมฤทธาจึง ชวนสะพรึงเพียงนี้?

เจียงผิงอันไม่ได้ใช ้วิชาเทียมเทพสงครามและหมัดอู๋จี๋ด้วยซ้า เขาจัดการกับซุนพาน อัจฉริยะผู้ฝึ กฝนกายาควบวิญญาณด้วย ก าลังกาย

เหล่าผู้ชมเงียบกริบ ผู้รังเกียจเหยียดหยามเจียงผิงอันก่อนหน้านี้ ต่างหุบปากฉับ

คนผู้เดียวที่ไม่สะทกสะท้านเลยคืออวิ๋นหวง

นางประมือกับเจียงผิงอันมาแล้ว และยังเคยเห็นคนผู้นี้เอาชนะ ตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดได้ยามทุ่มสุดก าลัง

สุดท้ายแล้ว จักรพรรดิเซี่ยหยวนเฮ่าก็เจนโลกยาวนาน เขาฟื้น จากความตกตะลึงเร็วกว่าใคร มองมายังเจียงผิงอันอย่างชื่นชม

เขายิ่งนึกโปรดปรานเด็กหนุ่มผู้มอบศาสตราเซียนครึ่งขั้นแก่เขา คนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

อายุยังน้อย มีพลังต่อสู้เช่นนี้ในขอบเขตสร ้างรากฐาน ภายหน้า จะเติบโตถึงเพียงไร?

“ข้าขอประกาศ! เจียงผิงอันคือราชบุตรเขย!”

เซี่ยหยวนเฮ่าไม่ให้โอกาสผู้ใดท้าทายต่อ เขาประกาศผลลัพธ ์ ออกมาทันที

หาแตกต่างกับยกให้ตรง ๆ ไม่

เด็กหนุ่มอัจฉริยะคนอื่น ๆ ตีอกชกหัวตัวเองในใจ พวกเขาสิ้น โอกาสกับองค์หญิงเก้าผู้งดงามแล้ว

เจียงผิงอันตะลึง มิคาดว่าจะชนะเร็วเพียงนี้

อาคมสลายตัว เจียงผิงอันอ้าปากจะปฏิเสธการแต่งงานกับองค์ หญิง

ทว่าทันใดนั้น เสียงของเซี่ยชิงก็ดังขึ้นในหู

“อย่าเพิ่งพูด หากเจ้าปฏิเสธตอนนี้ เสด็จพ่อจะโกรธมาก ไว้ค่อย พูดทีหลังนะ”

เจียงผิงอันพยักหน้า กุมกาปั้นกล่าวกับเซี่ยหยวนเฮ่า “ขอบ พระทัยฝ่าบาท”

“ฮ่า ๆ ไม่ต้องมากพิธี ภายหน้าเราก็คือครอบครัว ใครก็ได้ แยก โต๊ะให้ราชบุตรเขยหน่อย!”

เซี่ยหยวนเฮ่าปรีดาจริงแท้ หากมิใช่เพราะเจียงผิงอัน คนเถื่อน อัปลักษณ์นั่นคงได้แต่งงานกับบุตรีเขาแล้ว

เจียงผิงอัน เด็กหนุ่มผู้นี้เลิศล้าสามารถ ทั้งยังมอบศาสตราเซียน ครึ่งขั้นแก่เขา นี่คือชะตาลิขิตว่าเขาจะเป็ นสมาชิกราชวงศ์คนต่อไป

สาวใช ้วางโต๊ะไว้ข้างองค์หญิงเก้าเซี่ยชิง วางสารับเลิศล้าสูงสุด ไว้เรียงราย

ภายใต้สายตาไม่เป็ นมิตรของเซี่ยเทียนลู่ เจียงผิงอันนั่งลงข้าง องค์หญิงเก้า

เซี่ยเทียนลู่สุดแสนเดือดดาล เขาคิดแผนแทบตาย แต่เด็กนี่ทา ป่นปี้หมด

มิคาดเลยว่าอีกฝ่ ายที่อยู่ในขอบเขตสร ้างรากฐานแท้ ๆ จะมี ความแข็งแกร่งชวนสะพรึงเพียงนี้

ซุนพานผู้นอนพังพาบกับพื้นริษยา ขบเขี้ยวกรามแทบแหลก เหตุใดเด็กนั่นจึงได้เป็ นราชบุตรเขย! เขาไม่ยอม!

หลี่เฮ่อซึ่งอยู่ไม่ไกลนักกาพัดในมือแล้วขมวดคิ้ว

เขาก็อยากให้องค์หญิงเก้าสั่งสอนเจียงผิงอันสักหน่อย มิคาด เลยว่าเจียงผิงอันจะชนะการประลอง กลายเป็ นราชบุตรเขย

เมื่อการประลองจบลง นางราก็ออกมาร่ายรา ปวงชนยกจอกสุรา ดื่มด่าเฉลิมฉลองเทศกาล

ตามคาแนะนาของเซี่ยชิง เจียงผิงอันดื่มฉลองให้จักรพรรดิและ องค์ชายหลายคนพลางจดจาชื่อ

เซี่ยเทียนลู่หาข้ออ้างจากไปด้วยใบหน้างอง้า

เขาไม่ชอบบรรยากาศของงานเลี้ยง

หลังทักทายกันเสร็จ เจียงผิงอันก็กลับที่นั่ง ถ่ายทอดกระแส ปราณถามเซี่ยชิง “ข้าจะเข้าดินแดนลับได้ยามใดหรือ?”

ยามเห็นเจ้าเด็กนี่สนใจแต่ดินแดนลับ ไม่คิดเป็ นราชบุตรเขยสัก นิด เซี่ยชิงก็ขุ่นเคืองเล็กน้อย

มีผู้อยากเป็ นราชบุตรเขยตั้งมากมาย แต่คนผู้นี้ไม่เหลือบแลสัก นิด

เด็กนี่อายุสิบหกแล้ว หากอยู่ในชนบทคงเริ่มมีทายาท เหตุใดเจ้า นี่จึงไม่สนใจสตรีเลยสักนิด?

“อีกสามเดือนให้หลัง รออัจฉริยะกลุ่มเก่าออกมาก่อน” เซี่ยชิง กล่าวอย่างโมโห

เจียงผิงอันพยักหน้า ช่วงกาลต่อจากนี้ เขาก็ผสานกระดูกกายา ศักดิ์สิทธิ์ก่อนได้

ฮัวชิงอวี่เคยบอกว่ากระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์จากแดนประจิมจะ มาถึงช่วงเทศกาลส่งเหมันต์ ตอนนี้มันน่าจะส่งมาถึงแล้ว

พรุ่งนี้เช ้า เขาจะไปลองหาดูที่หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล

“ผิงอัน เจ้าจะแต่งงานกับเสี่ยวชิงยามใดดี?”

เซี่ยหยวนเฮ่าเล่นกับพู่กันพิพากษาในมือพลางถามเสียง อ่อนโยน

“เสด็จพ่อ ข้า……”

ขณะที่เซี่ยชิงกาลังจะตอบ เซี่ยหยวนเฮ่าก็ขัดขึ้น “ข้ามิได้ถาม เจ้า ข้าถามผิงอันต่างหาก”

เซี่ยหยวนเฮ่าหรือจะไม่ทราบเจตนาที่บุตรีจัดงานประลองนี้ขึ้นมา เขาจะไม่มีทางปล่อยนางสมหวัง

เจียงผิงอันตอบอย่างนอบน้อม “กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมตั้งใจ รอให้ถึงขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

เซี่ยหยวนเฮ่ากล่าวยิ้ม ๆ “เรื่องนี้ง่ายมาก ใต้ขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิด เรื่องสาคัญคือฝึกฝนวรยุทธ ์ หากมีทรัพยากรก็เคลื่อน ขอบเขตได้ แต่ยามการฝึกฝนมาถึงขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดก็ จะยากหน่อย เจ้าต้องท าความเข้าใจกฎเกณฑ์”

เซี่ยหยวนเฮ่าส่งแหวนเก็บของวงหนึ่งให้เจียงผิงอัน “ยามเจ้า ออกจากดินแดนลับ ก็น่าจะอยู่ในขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดแล้ว ยามนั้นเจ้าก็จะได้แต่งงานกับเสี่ยวชิง”

“ขอบพระทัยฝ่ าบาท” เจียงผิงอันรับแหวนเก็บของมาอย่างไม่ เกรงใจ

หากเขาปฏิเสธไม่แต่งงาน เซี่ยชิงก็จะช่วยสนับสนุน เขาไม่ต้อง กังวลเรื่องใดเลย

จิตสัมผัสของเจียงผิงอันแทรกเข้าตรวจสอบแหวนเก็บของ

ฝ่าบาททรงพระทัยกว้างเอาการ มีหินผลึกระดับต่าอยู่พันก้อน

หินผลึกเหล่านี้มีปราณวิญญาณอัดแน่นสูง หินผลึกระดับต่า หนึ่งชิ้นเทียบได้กับหมื่นหินวิญญาณ

หนึ่งพันชิ้นก็สิบล้านหินวิญญาณ!

สาหรับผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด จานวนนี้นับว่า มากแล้ว

เขาน าแหวนเก็บของใส่ลงในถุงเก็บสัตว์ภูต

อวตารของเขาอยู่ในถุงเก็บสัตว์ภูต และเขาก็จะให้อวตารใช ้ ทรัพยากรเหล่านี้ลอกเลียนต่อไป

บทที่ 132 การปกป้ องของเซี่ยชิง

หลังจักรพรรดิประทานรางวัล องค์ชายใหญ่ก็ลุกเดินมาหาเจียง ผิงอัน วางกาไลเก็บของวงหนึ่ง

“ขยันฝึกฝน รับใช ้ต้าเซี่ยโดยเร็วที่สุดนะ”

เขาไม่พูดมากความ แล้วหันกายจากไป

เขาจะกลับสู่ทัพหน้า

ที่นั่นยังมีสงคราม และเขายังเป็ นที่ต้องการอยู่

องค์ชายคนอื่น ๆ ต่างมอบสิ่งต่าง ๆ แก่เจียงผิงอัน บ้างเป็ นหิน วิญญาณ บ้างเป็ นโอสถและอาวุธวิเศษ

สมกับเป็ นราชวงศ์ ทุกคนใจป้ากระเป๋ าหนัก หินวิญญาณที่ ได้มารวมแล้วได้หลายล้าน ไม่รวมสารพัดสมุนไพรหายากและอาวุธ วิเศษต่าง ๆ

ต่อให้ยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดไร ้สังกัดจะ ตรากตราสะสมทรัพย์หนักหนาเพียงไร ตลอดทั้งปียังหาหินวิญญาณ มากมายเพียงนี้มิได้

“ราชบุตรเขย มั่งมีเงินทองเชียวนะ” อวิ๋นหวงหยอก

“เจ้าก็รู ้ ข้าแค่ร่วมมือกับองค์หญิง ไหลไปตามน้าเท่านั้น” เจียง ผิงอันตอบ

งานเลี้ยงดาเนินไปจนตะวันฉาย

แม้อากาศจะหนาวเย็น สาหรับผู้ฝึกตนทั้งหลายที่นี่ อุณหภูมิหา เป็ นอุปสรรคใดไม่

จักรพรรดิเซี่ยหยวนเฮ่าลุกขึ้น ยกจอกสุราเผชิญตะวัน

คนอื่น ๆ รีบลุกขึ้นยกจอกสุราตาม

“ปีใหม่นี้ ขอต้าเซี่ยจงยืนยงตราบกาลนาน! แดนดินต้าเซี่ยยัง ต้องปกป้ องคุ้มกัน! ข้าขอให้โชคอันประเสริฐสุดจงเกิดแก่ทุกท่าน!”

เซี่ยหยวนเฮ่าประกบสองมือแล้วดื่มสุรา

“ขอต้าเซี่ยจงยืนยงตราบกาลนาน!” ปวงชนตะโกนพร ้อมเพรียง แล้วกรอกสุราลงสู่ท้อง

เจียงผิงอันอายุสิบหกแล้ว

งานเลี้ยงจบลง เซี่ยหยวนเฮ่าจรจาก ปวงชนแยกย้าย

หลี่เฮ่อเดินมาหาเซี่ยชิง แม้จะอยู่ในเหมันต์ฤดูก็ยังถือพัดทอง ไม่ รู ้คิดอะไรอยู่

“ขอแสดงความยินดีกับองค์หญิงด้วย”

ยามอวิ๋นหวงเห็นหลี่เฮ่อ นางก็รีบใช ้เท้าสะกิดเจียงผิงอัน กล่าว ว่า “หากไร ้สิ่งผิดพลาด อีกฝ่ายก็น่าจะมาหาเรื่อง”

เจียงผิงอันยืนข้างเซี่ยชิงด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เซี่ยชิงเห็นหลี่เฮ่อก็กล่าวยิ้ม ๆ “ขอบคุณคุณชายหลี่ที่มาแสดง ความยินดี”

อีกฝ่ ายเป็ นผู้สืบทอดในอนาคตของตระกูลหลี่ เป็ นหนึ่งในผู้ที่ นางก าลังทาบทามมาเข้าพวก

หลี่เฮ่อโบกพัดทองในมือพลางกล่าวยิ้ม ๆ “ราชบุตรเขยน้อยผู้นี้ มากฝีมือ แต่ขาดทักษะการปฏิสัมพันธ ์ไปสักหน่อย เมื่อวานข้าเชิญ เขาไปภัตตาคารด้วยกัน แต่เขาก็ปฏิเสธกลับมา มิทราบว่าวันนี้มี เวลาหรือไม่?”

แน่นอน เขามิได้จะเชิญเจียงผิงอันไปร่วมโต๊ะอาหารจริง ๆ หรอก เจียงผิงอันมีค่าอะไร กระทั่งผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดยัง ไม่ควรค่าให้เขาเชิญชวนเลย

ที่เขาพูดเช่นนี้ก็เพื่อให้เซี่ยชิงถือโทษเจียงผิงอัน และสั่งสอนเจ้า เด็กนี่ให้จดจาไปนาน ๆ เท่านั้น

ให้เจ้าเด็กนี่ได้รู ้ซึ้งถึงตัวตนและสถานะของเขา หลี่เฮ่อผู้นี้

เซี่ยชิงก็ใช่โง่งม แน่นอนว่าเข้าใจความนัยแท้จริงของอีกฝ่ าย นางเงียบไปครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า

“คุณชายหลี่ น้องชายข้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง หารู ้ตัวตนของเจ้า ไม่ วันนี้หากมีเวลา ก็มาสังสรรค์กันที่ตาหนักข้าได้ น้องชายข้าจะได้ ประจักษ์ถึงความสูงส่งของคุณชายหลี่”

พัดในมือหลี่เฮ่อชะงัก

เซี่ยชิงไร ้เจตนาสั่งสอนเจียงผิงอัน หรือกระทั่งให้เจียงผิงอันขอ ขมา

เห็นได้ชัดว่าตั้งใจปกป้ องเจียงผิงอันเต็มที่

หลี่เฮ่อไม่ชอบใจในอก แต่ไม่ได้แสดงออกนอกหน้า

“ข้ายังมีบางสิ่งต้องทา จึงมิอาจไปได้ แต่แม่นางอวิ๋นมีเวลามา เป็ นแขกที่บ้านข้าหรือไม่?”

เขาอยากคบหากับอวิ๋นหวง

อีกฝ่ ายมีร่างเทวะวิหคอมตะ เมื่อเติบโตก็จะเกินธรรมดา เหมาะสมกับเขาอย่างยิ่ง

แต่อวิ๋นหวงไม่เคยชายตาแล เขาจึงอยากติดต่ออวิ๋นหวงผ่านเซี่ย ชิง

เซี่ยชิงแย้มยิ้ม “คุณชายหลี่ อีกไม่กี่ปีอวิ๋นหวงจะไปที่หอตารา เทียนเต้า นางต้องเก็บตัวฝึกฝน จึงไม่มีเวลาจริง ๆ”

ใบหน้าของหลี่เฮ่อดาคล้าอย่างสมบูรณ์ เซี่ยชิงหาไว้หน้าเขาสัก นิดไม่

เซี่ยชิงกล่าวต่อ “ข้ามีคู่พี่น้องหญิงฝาแฝดคู่หนึ่งในอาณัติ พวก นางงดงามยิ่ง หากคุณชายหลี่สนใจ…”

นางพูดไม่ทันจบ หลี่เฮ่อก็หันกายเดินจากด้วยสีหน้าดาคล้า

ไม่ไว้หน้ากันเช่นนี้ ภายหน้ายังอยากให้เราแคว้นหลี่สนับสนุน เจ้าอีกหรือ?

หลี่เฮ่อกล่าวกับคนของตน “กลับไปแจ้งน้องข้าหลี่หลิงซิงให้ ติดต่อคนตระกูลหลี่ในดินแดนลับของราชวงศ์ ให้ถีบเจียงผิงอันนั่น ออกจากดินแดนลับเสีย! อยากฝึกฝนในนั้น? ฝันไปเถอะ!”

ในดินแดนลับของราชวงศ์มีอัจฉริยะแท้จริงของต้าเซี่ยอยู่ อัจฉริยะเหล่านี้ล้วนเป็ นเชื้อสายเทพสงครามจากทุกแว่นแคว้น มี สายเลือดและพรสวรรค์สูงส่งยิ่ง

แม้จะอยู่ในขอบเขตจินตานหรือกระทั่งสร ้างรากฐาน อัจฉริยะ เหล่านี้ก็สัมผัสกับกฎเกณฑ์ได้แล้ว

ไม่ว่าเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งแค่ไหน ยามพบผู้ฝึ กตนที่ใช ้ กฎเกณฑ์ได้ ก็ยังถูกกลบรัศมี

หลี่เฮ่อตั้งใจสั่งสอนเจียงผิงอันสักหน่อย เท่ากับการตบหน้าเซี่ย ชิงไปในตัว นางจะได้เข้าใจว่าในแคว้นหลี่ ผู้ใดมีสิทธิ์พูดในภายหน้า

เซี่ยชิงมองหลี่เฮ่อจากไป รอยยิ้มบนใบหน้าพลันจางหาย

“องค์หญิง หม่อมฉันสร ้างปัญหาให้พระองค์เสียแล้ว” อวิ๋นหวง ก้มหัวพูดอย่างรู้สึกผิดยิ่ง

เซี่ยชิงเผยยิ้มอีกครั้ง ลูบหัวอวิ๋นหวง “ปัญหาอะไรกัน ผู้ใดจะเป็ น จักรพรรดิได้ในภายหน้า ขึ้นกับเจ้าต่างหาก”

“เมื่อหม่อมฉันไปถึงหอตาราเทียนเต้า จะตั้งใจฝึกฝนหนัก ๆ เลย เพคะ!” อวิ๋นหวงสัญญาอย่างหนักแน่น

ที่นางปลุกพรสวรรค์จนมีวันนี้ได้ ทุกสิ่งล้วนเป็ นเพราะเซี่ยชิง สนับสนุน

บุญคุณนี้ ภายหน้าต้องทดแทน

เซี่ยชิงยิ้มบาง ขอเพียงอวิ๋นหวงยืนหยัดได้ ความทุ่มเทของนางก็ จะงอกเงยผล แค่ต้องใช ้เวลาสักหน่อย

เซี่ยชิงหันไปมองเจียงผิงอันแล้วหยอกยิ้ม ๆ “ราชบุตรเขย เจ้ามี ปัญหาแล้ว อีกฝ่ายจะส่งคนมาท าร ้ายเจ้าในดินแดนลับแน่นอน”

“หากผู้ใดท้าทายให้เจ้าประลอง อย่าไปตอบรับ การแข่งขัน ภายในใช ้เวลาการฝึกฝนเป็ นเดิมพัน เจ้าจะไม่อาจฝึกฝนในดินแดน ลับได้แน่”

“คนข้างในล้วนเป็ นอัจฉริยะที่ต้าเซี่ยชุบเลี้ยงดูแล พวกเขาสัมผัส กฎเกณฑ์ได้ตั้งแต่ขอบเขตสร ้างรากฐาน เริ่มทาความเข้าใจ กฎเกณฑ์ในขอบเขตจินตาน ผู้ที่ประมือด้วยอยู่ทุกวี่วันก็เป็ นอัจฉริยะ สูงสุดเช่นเจ้า”

ในฐานะราชวงศ์ เซี่ยชิงทราบชัดถึงเรื่องนี้

เจียงผิงอันพยักหน้า ในใจราพึงว่าทาไมหลี่เฮ่อผู้นี้จิตใจคับแคบ จัง เขาแค่ปฏิเสธไม่กินข้าวด้วยหนเดียวเองมิใช่หรือ

เจียงผิงอันทราบดีว่าหลี่เฮ่อผู้นี้สาคัญต่อเซี่ยชิงเพียงไร

แต่เซี่ยชิงก็ยังเลือกล่วงเกินหลี่เฮ่อเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของเขา

“ขอบคุณ”

เจียงผิงอันกล่าว

เซี่ยชิงยกมือขึ้นตบเจียงผิงอันหนึ่งป้ าบพลางหยอกซ้า “เจ้าเป็ น ราชบุตรเขยแห่งราชส านัก มาขอบคุณกันท าไม?”

“ไม่พูดแล้ว พวกเจ้าจะทาอะไรก็ไปทา องค์หญิงผู้นี้ต้องไปเรียนรู ้ วิธีหาเงินมาใหม่ เลี้ยงพวกเจ้านี่ยากจริง ๆ”

เซี่ยชิงบ่นแล้วจากไป

หลายปีมานี้ เพื่อสร ้างสัมพันธ ์และชุบเลี้ยงอัจฉริยะ นางจึงใช ้เงิน เก็บไปหมดแล้ว

ยามนี้ต้องสืบลู่ทางหาเงินสักหน่อย

หากนางไม่มีเงิน ก็จะไม่มีผู้ใดติดตามนาง

เจียงผิงอันมิได้กลับตาหนักองค์หญิง แต่ไปสู่หอวาณิชมั่งคั่ง กว้างไกล

ไม่รู ้ว่ากระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์มาถึงแล้วหรือยัง

ยามเขายังไม่มีกระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ชักประหม่าร ้อนใจ ขึ้นมานิดหน่อยแล้ว

หากผสานกระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์ได้ ร่างกายของเขาก็จะพัฒนา ก้าวกระโดดอย่างแน่นอน!

เมื่อเป็ นเช่นนั้น ก็จะสามารถอุดช่องโหว่ที่มีได้

กระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์นี้เป็ นตัวตัดสินว่าเขาจะประชันกับกายา ศักดิ์สิทธิ์คนอื่นในภายหน้าได้หรือไม่

แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งมากยามอยู่ใต้ขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิด แต่ยามบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดและต้องท าความ เข้าใจกฎเกณฑ์ ความต่างชั้นกับผู้มีสายเลือดพรสวรรค์จะยิ่งชัดเจน ขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อมาถึงหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล ที่นี่ก็ยังคับคั่งด้วยผู้คน เหมือนกาลก่อน

เจียงผิงอันแสดงป้ ายทองแก่เจ้าหน้าที่

“ของที่ฮัวชิงอวี่ส่งมา มาถึงแล้วหรือไม่?”

เมื่อได้ยินชื่อ ‘ฮัวชิงอวี่’ สามคานี้ เจ้าหน้าที่ก็สะดุ้งโหยง ถาม อย่างสุดแสนนอบน้อม “ท่านคือผู้อาวุโสเจียงผิงอันหรือไม่เจ้าคะ?”

เมื่อสองสามวันก่อน ผู้จัดการหอวาณิชเคยบอกว่าจะมีแขกผู้ หนึ่งนามเจียงผิงอันมาเยือน ให้นางรับรองอย่างระมัดระวัง

“ข้ามิใช่ผู้อาวุโสหรอก” เจียงผิงอันกล่าว

“คุณชายโปรดมากับข้าด้วย”

เมื่อเจ้าหน้าที่หญิงยืนยันตัวตนของเจียงผิงอันได้ นางก็ยิ่งนอบ น้อม รีบพาเขาสู่ห้องส่วนตัวอันหรูหราที่สุดทันที

บรรยากาศในห้องสง่างามน่าอยู่ มีภาพเขียนอักษรแขวนบนผนัง อักษรแต่ละตัวล้วนเขียนโดยยอดฝีมือ

เจียงผิงอันท าเพียงช าเลือง แล้วจิตสัมผัสก็ถูกภาพเขียนชักน า เห็นทิวทัศน์ภายใน

เป็ นความรู ้สึกอันอัศจรรย์

ด้านข้างมีสาวใช ้หน้าตาสะสวยยิ่งสามนาง หนึ่งกาลังชงชา หนึ่ง นวดไหล่ และหนึ่งคุกเข่าลงนวดขาให้

“คุณชายเจียงโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปเรียกผู้จัดการหอวาณิชมา เจ้าค่ะ!”

เจ้าหน้าที่ผู้พาเขามารีบร ้อนจากไป ด้วยกลัวว่าเจียงผิงอันจะรอ นาน

บทที่ 133 กระดูกสันหลังกายาศักดิ์สิทธิ์

“พวกเจ้าออกไปเถอะ”

เจียงผิงอันกล่าวกับสาวใช ้ทั้งสาม

เขาไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเข้าประชิดตัว รู้สึกไม่ปลอดภัยอย่าง ยิ่ง

“เจ้าค่ะคุณชาย”

สาวใช ้ทั้งสามตอบกลับเสียงแผ่วเบา ค้อมตัวคานับแล้วออกจาก ห้องไป

เจียงผิงอันรินชาให้ตัวเองหนึ่งถ้วย ใบชาส่งกลิ่นหอมสดชื่น หลัง สูดดมไอชาเบา ๆ เขาก็รู ้สึกว่าจิตสัมผัสของตนเพิ่มพูนขึ้นมาก

ชานี้ล้าค่ายิ่ง นามาต้มเพียงใบเดียวยังเผยสรรพคุณยิ่งใหญ่ เพียงนี้

ชานี้น่าจะขายกันเป็ นหน่วย ‘ใบ’

ในถาดยังมีอีกสองใบ เจียงผิงอันเก็บไว้ดื่มเองใบหนึ่ง

ภายหลังก็ใช ้อ่างสาริดลอกเลียนเพิ่มได้

หลังผ่านไปราวหนึ่งชั่วละเลียดชา ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็รีบ ร ้อนเดินเข้ามา

ใบหน้าของชายผู้นี้ดูราวอายุสามสี่สิบปี แต่แน่นอน นั่นเป็ นเพียง เปลือกนอก เขาอาจจะอายุสามสี่ร ้อยปีแล้วก็ได้

ชายผู้นี้สวมชุดคลุมสีดา เส้นผมยาวขมวดปักปิ่ น ร่างเผย บรรยากาศทรงพลัง

“ทาให้คุณชายเจียงรอนานเสียแล้ว เมื่อครู่นี้ข้ารับรองแขก ขอบเขตพ้นพิบัติท่านหนึ่งอยู่ ขออภัยด้วยจริง ๆ ที่มาช ้า”

“ข้าคือผู้จัดการหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลสาขาต้าเซี่ย หวังชิ่งไห่ คุณชายเจียงเรียกข้าว่าผู้จัดการหวังก็ได้”

หวังชิ่งไห่มีสถานะสูงส่งยิ่ง แต่ขณะนี้เขาหามีความทะนงถือตัว ไม่

เจียงผิงอันเดาว่าสถานะของฮัวชิงอวี่ในหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล ต้องไม่ต่าแน่ ๆ

นางจึงให้ผู้จัดการหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลสาขานครหลวงมา รับรองเขาได้ ถึงปฏิบัติกับเขาดีเพียงนี้

เจียงผิงอันพยักหน้า “ขออภัย สิ่งที่ฮัวชิงอวี่ส่งมา มาถึงแล้วหรือ ยัง?”

“มาถึงแล้วเมื่อสองสามวันก่อน”

หวังชิ่งไห่ส่งแหวนเก็บของวงหนึ่งให้กับเจียงผิงอันด้วยสองมือ

เจียงผิงอันใช้สองมือรับมา ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบ

ในแหวนเก็บของมีกระดูกสันหลังโชกเลือดโครงหนึ่ง ยาวราว สามฉื่อกว่า เต็มไปด้วยโลหิตสีทอง สัมผัสได้ถึงความรู้สึกไม่ยอม จ านน

ดวงตาของเจียงผิงอันเบิกกว้าง “กระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์ชิ้นใหญ่ เพียงนี้เลยหรือ?”

เขาคิดไปว่าได้ชิ้นเท่าฝ่ ามือมาสักชิ้นก็ดีแล้ว มิคาดเลยว่าจะได้ กระดูกสันหลังอันสมบูรณ์!

หวังชิ่งไห่กล่าวยิ้ม ๆ “คุณหนูฮัวกล่าวว่า ขอบเขตของกายา ศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ยามมีชีวิตมิได้สูง มูลค่าของสิ่งที่ท่านนามาแลกซื้อก็ เกินธรรมดา ต่อให้นาซากสังขารทั้งตัวมาแลก ก็ยังเทียบมูลค่ากับสิ่ง ที่นามาแลกซื้อมิได้”

ขณะมองกระดูกสันหลังนี้ ลมหายใจของเจียงผิงอันถี่กระชั้น

กระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์ชิ้นใหญ่เพียงนี้เกินคาดสาหรับเขาไปโข

ไม่ต้องใช ้อ่างสัมฤทธิผลคัดลอกก็ได้

หากเขาผสานกระดูกสันหลังนี้ได้ พลังต่อสู้จะทวีสู่ระดับใหม่แน่ แท้!

หวังชิ่งไห่รินชาให้เจียงผิงอันอีกถ้วย ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามเขา

“คุณหนูฮัวบอกว่า การผสานกระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์ยากเย็นและ เจ็บปวดสุดขั้ว มีโอกาสตายได้ พยายามอย่าลองดีกว่านะ”

“แต่หากผสานได้ จะแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่?”

เจียงผิงอันสงบใจลง เก็บแหวนไป

หวังชิ่งไห่พยักหน้า “ย่อมเป็ นเช่นนั้น หากผสานกระดูกกายา ศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็อาจพัฒนาเป็ นกายาศักดิ์สิทธิ์ได้ เลย”

“แต่ความเป็ นไปได้นี้น้อยอย่างยิ่ง จากสถิติ มีเหตุการณ์ผสาน กระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏทราบทั้งสิ้นสามหมื่นหกพันเก้าร ้อยสี่ สิบสองหน ซึ่งสองหมื่นสี่พันเจ็ดร ้อยห้าสิบคนล้มเหลว ตกตายเกิน หกพันคน”

“จานวนผู้ที่หลอมรวมสาเร็จคือหนึ่งหมื่นหนึ่งพันสี่สิบสองคน มี เจ็ดสิบสองคนในนั้นได้กายาศักดิ์สิทธิ์เทียม และเพียงสามคนที่ได้กา ยาศักดิ์สิทธิ์สมบูรณ์”

โอกาสล้มเหลวสูงยิ่ง มีคนตายมากมาย แต่ผู้ทาสาเร็จก็ยังเยอะ อยู่

แต่มีเพียงเจ็ดสิบสองคนเท่านั้นที่สามารถบรรลุกายาศักดิ์สิทธิ์ เทียม ขณะที่มีเพียงสามที่ได้รับกายาศักดิ์สิทธิ์อันสมบูรณ์

เจียงผิงอันมิคาดหวังจะครอบครองกายาศักดิ์สิทธิ์ เขาแค่อยาก แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น

หวังชิ่งไห่ส่งป้ ายทองอีกใบให้กับเจียงผิงอัน ดวงดาวทั้งห้าบนนั้น เจิดจรัสสุกสกาว

“หินวิญญาณส่วนเกิด คุณหนูฮัวใส่ไว้ในนี้แล้ว และในภายหน้า ท่านจะสามารถใช ้ป้ ายนี้ซื้อทรัพยากรจากหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล ได้ มีส่วนลดสองส่วนจากสิบ”

ป้ ายทองห้าดาราจะถูกออกให้หลังใช ้จ่ายเกินห้าหมื่นล้าน

ปกติแล้ว มีเพียงยอดฝี มือขอบเขตพ้นพิบัติจากตระกูลใหญ่ เท่านั้นที่จะมีป้ ายทองระดับนี้

เจียงผิงอันไม่ทราบมูลค่าของป้ ายนี้เท่าไหร่นัก รู ้เพียงว่ามี ส่วนลดสองส่วนจากสิบ

เขาน าป้ ายมาประทับจิตสัมผัสลงไป

เรื่องอัศจรรย์ก็คือ เจียงผิงอันเห็นจ านวนหินวิญญาณในป้ าย

เขาผงะไปกับจ านวนของมัน

หกพันกว่าล้าน!!

มูลค่ากระดูกมังกรมารนี้สูงเพียงไรแน่ หลังแลกกระดูกสันหลังกา ยาศักดิ์สิทธิ์จึงยังมีเงินเหลือมากมายเพียงนี้!

ชั่วชีวิตนี้ เขาไม่เคยเห็นหินวิญญาณมากมายขนาดนี้มาก่อน!

จานวนเงินนี้ดูมหาศาล แต่เมื่อใช ้มันจริง ๆ ก็ไม่มากนัก

กฎเกณฑ์สมบูรณ์ทั่วไปมีมูลค่าหนึ่งพันล้าน เงินของเจียงผิงอัน ซื้อมันได้มากสุดก็หกชิ้น

กฎนั้นคือกฎเกณฑ์ฟ้ าดินที่ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดขึ้นไปต้องบรรลุเข้าใจ และมีเพียงการทาความเข้าใจ กฎเกณฑ์ วรยุทธ ์จึงแข็งแกร่ง บรรลุสู่ขอบเขตสูงกว่าได้

ยอดฝีมือผู้บรรลุระดับสูงสุดยอดจะสามารถก่อกฎเกณฑ์ให้จับ ต้องได้

หากยอดฝีมือเหล่านี้ขาดหินวิญญาณ พวกเขาก็แค่ควบแน่น กฎมาขายแลกทรัพยากรฝึกฝน

มีเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาขึ้นไปเท่านั้นจึงก่อกฎอัน สมบูรณ์ได้

ผู้ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะซึ่งอยู่ต่ากว่าขอบเขตหลอมสุญตานั้น สร ้างได้เพียงเศษเสี้ยวกฎเกณฑ์

หนึ่งเศษเสี้ยวกฎเกณฑ์มีมูลค่าหลักสิบล้าน ราคาของมันทาให้ ยอดฝีมือไร ้สังกัดน้าตาตก

ยากนักที่ผู้ฝึกตนไร ้สังกัดจะซื้อเศษเสี้ยวกฎเกณฑ์ไหว จึงทาได้ เพียงไปบรรลุเข้าใจทีละนิดเอาเอง

มันก็เหมือนยามฝึ กฝนวิชายุทธ ์แล้วไร ้วรยุทธ ์ให้เรียน ท าได้ เพียงครูพักลักจา จึงคืบหน้าได้เชื่องช ้ายิ่ง

กว่าจะท าความเข้าใจกฎเกณฑ์ได้สักประการ ก็ต้องใช ้เวลาเป็ น ร ้อยเป็ นพันปี

ผู้ฝึกตนไร ้สังกัดเหล่านี้ก็อยากซื้อกฎเกณฑ์มาเพิ่มความเร็วการ ทาความเข้าใจของตนเช่นกัน แต่งบนั้นไม่มากพอ

กฎเกณฑ์อันสมบูรณ์หนึ่งชิ้น มูลค่าพันล้านหินวิญญาณ

ต่อให้ซื้อกฎเกณฑ์อันสมบูรณ์มา ก็ไม่อาจประกันได้ว่าจะบรรลุ เข้าใจ มันขึ้นกับความสามารถ

ขณะนี้ พรสวรรค์ของร่างเทวะและสายเลือดจะแผลงฤทธิ์ พวก เขาจะมีความสามารถในการท าความเข้าใจสูงส่ง และมีกฎเกณฑ์ พิเศษอยู่กับตัว

ใช ้เงินน้อยกว่า ทาความเข้าใจได้เร็วกว่า ย่อมเป็ นผู้ที่ผู้ฝึกตน ทั่วไปเทียบมิได้แน่แท้

เจียงผิงอันมีหกพันกว่าล้านหินวิญญาณ ถือว่าห่างไกลเกิน ทรัพยากรผู้ฝึกตนส่วนใหญ่

“ข้าต้องการกฎแห่งแรงโน้มถ่วง กฎแห่งก าลัง และกฎจ านง สัประยุทธ ์ มีขายหรือไม่?”

เพื่อเร่งความเร็วการพัฒนาฝี มือตน เจียงผิงอันท าได้เพียงใช ้ จ่ายทรัพยากรนี้

หาไม่ เขาก็คงไม่มีทางท าลายแคว้นหลิงไถและต้าฉู่ได้ในพันปี

เขารอนานเพียงนั้นไม่ได้หรอก

ตัวเจียงผิงอันเองมีพรสวรรค์โน้มถ่วง ย่อมต้องท าความเข้าใจกฎ แห่งแรงโน้มถ่วง

เหตุผลที่ซื้อกฎแห่งกาลังก็เพื่อฝึกฝนหมัดอู๋จี๋

การฝึกฝนหมัดอู๋จี๋ขั้นสามต้องทาความเข้าใจกฎแห่งกาลังเพื่อ เผยความแข็งแกร่งสูงสุด

จุดประสงค์การซื้อกฎจานงสัประยุทธ ์ก็เพื่อเรียนวิชาเทียมเทพ สงครามขั้นสอง

ผู้จัดการหวังชิ่งไห่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ข้าจาได้ว่าในคลังเรามีกฎ แห่งก าลังอยู่สองชิ้น แต่น่าเสียดายที่ไม่มีกฎแห่งแรงโน้มถ่วงและกฎ จ านงสัประยุทธ ์อยู่เลย”

“โดยเฉพาะกฎจานงสัประยุทธ ์กฎเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง มีเพียงกา ยาศักดิ์สิทธิ์และผู้ฝึกตนพิเศษบางกลุ่มที่ฝึกฝนได้ ทั่วทั้งแดนบูรพามี อยู่ไม่มากนัก”

กฎอันจับต้องได้เหล่านี้ ควบแน่นโดยยอดฝีมือ

มียอดฝี มือน้อยนักที่บรรลุเข้าใจกฎจานงสัประยุทธ ์ จึงยากจะ พานพบกฎเกณฑ์เช่นนี้ได้

ยอดฝีมือซึ่งมีพรสวรรค์โน้มถ่วงก็มีอยู่บ้าง แต่มิได้มากมาย

กลับกัน มียอดฝีมือมากมายที่บรรลุกฎแห่งกาลัง จึงมีกฎเช่นนี้ วางขายอยู่มากมาย

หวังชิ่งไห่กล่าวกับเจียงผิงอัน “หากคุณชายเจียงอยากได้กฎ แห่งแรงโน้มถ่วงและกฎจานงสัประยุทธ ์ ข้าให้คนไปสืบหาที่เมืองอื่น ให้ได้นะ”

“แต่เนื่องด้วยค่าแรงและค่าขนส่ง ราคาก็เลยต้องเพิ่ม”

“หากไปนาเข้าจากแดนอื่น ค่าขนส่งอาจราคาแพงกว่ากฎอัน สมบูรณ์สักชิ้นได้”

ทวีปแห่งนี้แบ่งออกเป็ นแดนบูรพา แดนประจิม แดนทักษิณ แดน อุดร และหทัยแผ่นดิน มีพื้นที่กว้างไกลสุดขั้ว

ทุกเขตแดนมีเมืองนับร ้อย และต้าเซี่ยก็เป็ นเพียงเมืองระดับกลาง เยื้องบนแห่งหนึ่งในแดนบูรพาเท่านั้น

หากใช ้การเหาะเหิน ต่อให้เป็ นยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ หรือ กระทั่งยอดฝี มือขอบเขตหลอมสุญตา ชั่วชีวิตก็อาจเหินวนไม่ ครบรอบ

ดังนั้นการส่งของจากหนึ่งแดนดินสู่อีกแดนดินจึงมีมูลค่า มหาศาล

เจียงผิงอันยังคงทอดถอนใจกับหกพันกว่าล้านเมื่อครู่ ดูเหมือน จะซื้อกฎเกณฑ์ได้ไม่ครบหกเสียแล้ว

“ยามนี้ยังไม่ต้องซื้อจากแดนอื่นหรอก หาดูแค่ในแดนบูรพาก็พอ ยามนี้ขอซื้อกฎแห่งกาลังทั้งสองก่อน”

ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั่วไป แค่ได้เศษเสี้ยว กฎเกณฑ์มาก็เป็ นความฝันอันสวยหรูแล้ว แต่เจียงผิงอันกลับซื้อ กฎเกณฑ์สมบูรณ์สองชิ้นเสียดื้อ ๆ

หวังชิ่งไห่พินิจการฝึกฝนของเจียงผิงอันแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง จึง กล่าวว่า “ด้วยการฝึกฝนปัจจุบันของคุณชายเจียง ยังใช ้กฎเกณฑ์ มิได้ ไม่จาเป็ นต้องทุ่มเทเงินมหาศาลซื้อกฎเกณฑ์ตอนนี้หรอก”

หากซื้อกฎเกณฑ์ไปแล้วทาความเข้าใจไม่ได้ พกพามันไปก็ไร ้ ความหมาย ซ้าร ้าย หากเกิดข่าวแพร่งพราย ก็เผชิญอันตรายได้ไม่ ยากเลย

หนึ่งกฎเกณฑ์อันสมบูรณ์ กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะยัง ตาลุกวาว

“อีกไม่นาน ข้าจะเคลื่อนขอบเขตแล้วล่ะ” เจียงผิงอันกล่าวเรียบ ๆ

“ได้ ข้าจะให้คนไปน าสินค้ามา”

หวังชิ่งไห่เพียงแค่แนะนา หากอีกฝ่ ายยืนกรานซื้อก็เป็ นธุระของ อีกฝ่าย เขายังคงท าก าไรได้อยู่ดี

บทที่ 134 ซากโบราณมหาจักรพรรดิ ผสานกระดูกกายา ศักดิ์สิทธิ์

“ข้าได้ยินว่าหอวาณิชของเจ้าก็จัดประมูลของด้วยถูกหรือไม่?”

เจียงผิงอันจิบชาพลางเอ่ยถามเบา ๆ

“ถูกต้อง แต่ในเมื่อที่นี่คือนครหลวง สินค้าที่นามาประมูลจึงต้อง มีมูลค่าและหายากเพียงพอ หากเป็ นสินค้าทั่วไปเราจะซื้อมันตรง ๆ โดยไม่ประมูล”

หวังชิ่งไห่กลัวว่าเจียงผิงอันจะคิดนาของราคาต่ามาประมูล จึง แจ้งเงื่อนไขการส่งสินค้าเข้าประมูลล่วงหน้า

“แขนที่ตัดจากร่างเทวะสุดขั้วหยาง น่าจะหายากพอ” เจียงผิงอัน นาแขนออกมาข้างหนึ่ง

เหนือแขนข้างนั้นมีเพลิงปะทุโชติช่วง กฎอัคคีผลาญพล่านพลุ่ง รายล้อม

เมื่อเห็นแขนข้างนี้ สีหน้าของหวังชิ่งไห่ก็แปรเปลี่ยนพิกล เขานิ่ง ไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยปาก “ทาเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวล่วงเกินต้าฉู่หรือ?”

แขนที่ตัดจากร่างเทวะสุดขั้วหยางนั้นหายากจริงแท้

แต่การน าแขนของรัชทายาทแห่งต้าฉู่มาประมูลเป็ นการดู หมิ่นต้าฉู่ จะทาให้ต้าฉู่เดือดดาลได้แน่นอน

หอวาณิชของพวกเขาย่อมไม่ใส่ใจ แต่ต้าฉู่จะจดจาหนี้แค้นนี้ต่อ เจียงผิงอันแน่นอน

เจียงผิงอันกล่าวเสียงเรียบ “เดิมทีพวกเขาก็อยากฆ่าข้าอยู่แล้ว ย่อมปล่อยพวกเขาไปสบาย ๆ ไม่ได้”

เขาในยามนี้ยังไร ้คุณสมบัติล้างแค้น จึงทาได้เพียงยั่วโมโหต้าฉู่

หากมิใช่เพราะเกาะเทวะในกาลนั้น เจียงผิงอันคงถูกยอดฝีมือ จากต้าฉู่ฆ่าตายไปแล้ว

หากความแค้นนี้ไม่ระบาย ก็จะกระทบต่อสุขภาพจิตของเขา

“ประมูลสิ่งนี้ได้หรือไม่?”

“แน่นอนว่าได้ ข้าคิดว่าน่าจะมีคนอยากซื้ออยู่เยอะเลย”

หวังชิ่งไห่ผนึกแขนข้างนั้นไป

แขนข้างนี้มีกฎเกณฑ์อยู่ และยังเป็ นแขนซึ่งตัดจากร่างเทวะสุด ขั้วหยาง แม้ราคาไม่ได้สูงมากมายนัก แต่ก็หายาก นาไปประมูลได้

“เงินจากการประมูลให้ส่งเข้าป้ ายทองของข้าเลย และยามนี้ ขอ แลกหินผลึกมูลค่าพันล้านหินวิญญาณก่อน”

เจียงผิงอันตั้งใจใช ้อ่างสาริดงอกเงยทรัพยากรเช่นสมบัติอย่าง เม็ดบงกชแจ้งวิถี จึงต้องมีหินวิญญาณเพียงพอ

แต่หากมีหินวิญญาณมากเกินไปก็ไม่สะดวกนัก จึงแลกเป็ นหิน ผลึกที่มีมูลค่าเท่าเทียมเพื่อให้ง่ายต่อการใช ้งาน

ขณะที่หวังชิ่งไห่กาลังจะอ้าปากตอบ หนึ่งเสียงพลันดังขึ้นจากจี้ หยกสื่อสารที่ข้างเอว

“ผู้จัดการหวัง! ข่าวใหญ่แล้ว! ซากตาหนักที่มหาจักรพรรดิเคย ประทับปรากฏขึ้นในแคว้นหลิงไห่!”

“อะไรนะ! ซากโบราณมหาจักรพรรดิ!”

หวังชิ่งไห่ผุดลุกเฉียบพลัน เสียความสุขุมที่เขามีเมื่อครู่ สีหน้า ตื่นตะลึง ปราณอันน่าสะพรึงกลัวจากร่างถูกปลดปล่อยออกมาอย่าง เกินควบคุม

ในประวัติศาสตร ์เผ่ามนุษย์ มีเพียงหนึ่งบุคคลที่เรียกได้ว่าเป็ น มหาจักรพรรดิ!

คนผู้นั้นนาเผ่ามนุษย์เด่นเหนือหมื่นเผ่าพันธุ์ เลิศล้าเสียจนเผ่า พันธ ์ุุ อื่น ๆ มิอาจเงยหน้าอ้าปาก

เป็ นความภาคภูมิแห่งเผ่ามนุษย์

ทุกสิ่งเกี่ยวกับมหาจักรพรรดิล้วนทาให้เผ่ามนุษย์บ้าคลั่งได้ ทั้งสิ้น

ยามนี้กล่าวกันว่าซากโบราณของตาหนักพานักของมหา จักรพรรดิถูกค้นพบแล้ว!

ในซากโบราณต้องมีอาวุธวิเศษอยู่มากมายแน่นอน!

“เป็ นซากโบราณมหาจักรพรรดิจริง ๆ หรือ?” ร่างของหวังชิ่งไห่ สะท้าน ล าคอแห้งผาก

หนึ่งเสียงดังต่อเนื่องจากจี้หยกสื่อสาร “ตัดสินได้แล้วว่านี่คือ ซากตาหนักประทับของมหาจักรพรรดิเผ่ามนุษย์! แดนศักดิ์สิทธิ์ เทียนเจ๋อแห่งแดนบูรพา ตระกูลเหลยโบราณ และยอดฝี มือจาก ต้าเฉียนนาศาสตราเซียนมุ่งหน้าไปแล้ว! และยอดฝีมือจากแดนอื่น ๆ ก็ก าลังมา!”

“รีบเตรียมโอสถฟื้นฟูบาดแผลอย่างดีที่สุดไว้ ข้าไม่รู ้ว่าหนนี้จะมี ยอดฝี มือบาดเจ็บกี่มากน้อย ต้องตรวจสอบสมบัติอย่างระมัดระวัง เชียวนะ บางทีอาจมีสมบัติตกทอดจากมหาจักรพรรดิปรากฏก็ได้!”

“ข้าจะไปแจ้งผู้อื่นต่อ หอวาณิชสาขาต้าเซี่ยของเจ้าเตรียมตัวไว้ ให้เร็วเชียว!”

เสียงจากจี้หยกสื่อสารขาดหายไป แต่หวังชิ่งไห่ยังตกใจไม่ หายไปเนิ่นนาน

“โลกหล้าผู้ฝึกตนกาลังจะอลหม่านอีกแล้ว ไม่รู ้เลยว่าหนนี้จะมี สมบัติใดปรากฏออกมา และไม่รู ้เลยว่าจะหาวิธีเบิกเส้นทางเซียนได้ หรือไม่”

หวังชิ่งไห่หันมองเจียงผิงอันตรงหน้า และพบว่าอีกฝ่ ายกาลังดื่ม ชาอย่างเรียบเฉย ราวไม่ได้ยินสิ่งที่เขาเพิ่งพูด

“ข่าวใหญ่เพียงนี้ เจ้าไม่ตกใจเลยหรือ?”

หวังชิ่งไห่อดถามมิได้

เจียงผิงอันส่ายหัว จิบชาต่อไป

หวังชิ่งไห่งุนงงยิ่งนัก “นี่คือตาหนักพานักของมหาจักรพรรดิแต่ โบราณ ไม่ว่าสิ่งใดในนั้นล้วนเป็ นสมบัติได้จากการหล่อเลี้ยงของ มหาเต๋า โอกาสมีอยู่เกินคณานับ เจ้าจะไม่ตกใจได้อย่างไร?”

เจียงผิงอันวางถ้วยชาลง “เรื่องเช่นนี้ไกลตัวข้าเกินไป แต่หาก เจ้าอยากให้กฎเกณฑ์กับข้าสักชิ้น แบบนั้นข้าจะตะลึง”

ได้ยินเช่นนี้ หวังชิ่งไห่ก็ยิ้มเก้อ

นั่นสินะ เรื่องนี้ไกลตัวเกินไป หาเกี่ยวพันกับตัวเองไม่ มีเพียง ยอดฝีมือจากมหาอานาจหลักที่เป็ นตัวเอก

หลังใช ้ชีวิตเนิ่นนาน ก็น่าแปลกที่ไร ้คนหนุ่มสาวผู้ใดประจักษ์ ชัดเจนได้เช่นนี้

หวังชิ่งไห่สงบสติ เดินเข้าคลังสินค้าไปนากฎเกณฑ์สองชิ้นและ หินผลึกมูลค่าพันล้านหินวิญญาณออกมาส่งให้กับเจียงผิงอัน

หินวิญญาณหกพันล้านเจียงผิงอันยามนี้เหลือเพียงสามพันล้าน

ไม่พอใช ้ ยังไงก็ไม่พอใช ้จริง ๆ

เจียงผิงอันรวบรวมทรัพยากร กลับสู่ต าหนักองค์หญิง

เขานั่งบนแท่นฝึกฝน เปิดอาคมปราการ เตรียมโอสถช่วยชีวิต

ผสานกระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์มีอัตราการตายสูง ขั้นตอนนั้น เจ็บปวด แต่เขาก็ยังต้องดาเนินตามนั้น

นี่คือหนทางเดียวที่ร่างธรรมดา ๆ ของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นได้

ไร ้สายเลือดชาติก าเนิด ก็ท าได้เพียงทนทุกข์ทรมาน

กระดูกสันหลังกายาศักดิ์สิทธิ์เปื้อนเลือดถูกนาออกมาวางบน โต๊ะไม้จันทน์

ทันทีที่กระดูกสันหลังกายาศักดิ์สิทธิ์เปื้อนเลือดปรากฏ อาคม รอบข้างก็วูบไหวสองหน

เจียงผิงอันสัมผัสกระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์อันขรุขระด้วยสายตา เหม่อลอย

กายาศักดิ์สิทธิ์ผู้ทรงพลัง บัดนี้เหลือเพียงโครงกระดูก

บางทีโลกนี้อาจไร ้พรสวรรค์ใดไร ้เทียมทาน มีเพียงผู้ไร ้เทียม ทานเท่านั้น

ไม่ว่าเขาจะผสานกระดูกนี้ได้สาเร็จหรือไม่ เขาก็จะไม่มีทางทิ้ง ความคิดบรรลุเซียน

หากหนทางนี้ไม่ได้ ก็หาหนทางอื่น

อวตารของเขาออกมาจากถุงเก็บสัตว์ภูต น ายาบรรเทาความ เจ็บปวดมากินพร ้อมร่างหลัก

ยามผลโอสถออกฤทธิ์ ร่างหลักก็เดินไปด้านหลังอวตาร จับ กระดูกสันหลังของร่างอวตารไว้

ทั้งสองร่างสูดหายใจลึก ๆ แล้วมือของร่างหลักก็เสียบเข้าไปใน ร่างอวตาร หักกระดูกสันหลังดึงออกมา

แม้จะกินยาบรรเทาความเจ็บปวดไปแล้ว ความเจ็บก็ยังแล่นริ้ว สัมผัสได้ ร่างดูจะกลวงโหวงเฉียบพลัน

สองร่างเป็ นเหมือนมือซ ้ายขวา เจ็บปวดหาแตกต่างกันไม่

เจียงผิงอันรีบฝังกระดูกสันหลังกายาศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในอวตาร

อ านาจต่อต้านรุนแรงระเบิดออกมาจากกระดูกสันหลังกายา ศักดิ์สิทธิ์ สั่นสะท้านรุนแรงราวจะโถมตัวออกมา!

แม้กระดูกสันหลังกายาศักดิ์สิทธิ์จะตายไปแล้ว มันก็ยังสัมผัสได้ ว่านี่มิใช่ร่างดั้งเดิมของมัน

ร่างของเจียงผิงอันผลักค้ากระดูกสันหลังให้อวตาร ความ เจ็บปวดเกินบรรยายแผ่ซ่านทั่วร่าง

ยาบรรเทาความเจ็บปวดหาช่วยได้ไม่!

กระดูกในกายของเขาเจียนแหลกเละ โลหิตหลากย้อมทั่วกาย เส้นเอ็นฉีกขาด เจียงผิงอันกัดฟันฝืนทนสุดชีวิต

ยามบุพการีตกตาย เขาอดทน

ยามหิวโหยไร ้อาหาร เขาอดทน

ฝึกฝนเคล็ดกายาคลั่ง สะบั้นตานเป็ นร ้อย ๆ หน เจียนตายเกิน นับครั้ง เขาก็ทนมาแล้ว

ต่อหน้าความเจ็บปวดดุจเวียนวัฏสงสารครั้งแล้วครั้งเล่า เขาทน มาแล้ว!

เขาจะบรรลุเซียน! ผู้ใดก็หยุดไม่ได้!

เจียงผิงอันเจ็บปวดเหลือแสน ทว่าหัวใจนั้นหนักแน่นไม่ยอมแพ้

เขาทนความล้มเหลวได้ แต่มิอาจทนการไม่ลองเสี่ยง!

เจียงผิงอันทั้งสองนั่งตัวตรง พยายามผสานกระดูกสันหลังนี้

หนึ่งวัน… สองวัน… สามวัน……

ขณะที่เจียงผิงอันเก็บตัว ข่าวซากโบราณมหาจักรพรรดิก็ขจร ไปทั่วโลกหล้าผู้ฝึกตน

ทั้งต้าฉู่และต้าเซี่ยต่างพักรบกะทันหัน บรรพชนผู้เก็บตัวล้วนมุ่ง หน้าสู่ซากโบราณมหาจักรพรรดิพร ้อมศาสตราเซียนครึ่งขั้น

พวกเขากระเหี้ยนกระหือรืออยากไขว่คว้าโอกาสสืบถึงเส้นทาง เซียนแม้เพียงเสี้ยว

ไม่ก็แสวงโอสถล้าค่าคืนชีวิตใหม่

เส้นทางเซียนมลายหาย ไร ้ความหวังบรรลุถึง จึงท าได้เพียงรอด ชีวิตอยู่ในโลกหล้า

ซากโบราณมหาจักรพรรดิให้ความหวังพวกเขาในการใช ้ชีวิต ต่อไปรอบรรลุเซียน

“ข่าวใหญ่! เกิดศึกขึ้นระหว่างยอดฝีมือตระกูลเหลยกับยอดฝีมือ จากเทวนิกายสุริยันเพื่อแย่งสมบัติชิ้นหนึ่ง ยอดฝีมือจากเทวนิกาย สุริยันบาดเจ็บสาหัส!”

“ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อเมื่อเจ็ดหมื่นปีก่อนยังไม่ตาย! เขาใช ้ศาสตราเซียนชิงถ้วยใบหนึ่งที่มหาจักรพรรดิเคยใช ้ไปได้! ถ้วยใบนั้นถูกหล่อเลี้ยงด้วยมหาเต๋า กลายเป็ นศาสตราเซียนครึ่งขั้น ไปแล้ว!”

บทที่ 135 ผสานรวม การกลายพันธุ์ของตาขวา

“ยอดฝีมือจากต้าเฉียนได้เกศามหาจักรพรรดิไปเส้นหนึ่ง เทียบ ได้กับสมบัติสะบั้นดารา!”

“สัตว์ประหลาดเฒ่าใกล้ตายของเทวนิกายจันทราพบโอสถเม็ด หนึ่ง หลังกินเข้าไปก็ฟื้นคืนสู่ยามสมบูรณ์พร ้อมทันที! เทวนิกาย จันทรากาลังจะฟื้นคืน!”

แคว้นหลิงไห่เป็ นเพียงแคว้นเล็ก ๆ ธรรมดาทั่วไปแห่งหนึ่ง แต่ เพียงชั่วข้ามคืนก็มียอดฝีมือมากมายมารวมตัวกัน

โชคยังดีที่ซากโบราณมหาจักรพรรดิตั้งอยู่ในโลกใบน้อยอัน แยกตัวเป็ นเอกเทศ การต่อสู้ภายในนั้นหาส่งผลกระทบต่อแคว้นหลิง ไห่ไม่

มิเช่นนั้น แคว้นหลิงไห่คงไม่พ้นดับสูญจากลูกหลงศึกระหว่าง ยอดฝีมือกลุ่มนี้ และแว่นแคว้นมากมายใกล้เคียงก็มิอาจเลี่ยงพ้น

เซี่ยชิงนั่งบนเก้าอี้โยกใต้ต้นโพ สองขาคู่งามไขว้กัน มองข้อมูล ข่าวสารในม้วนหยกด้วยสีหน้าริษยา

“หากองค์หญิงผู้นี้แข็งแกร่งกว่านี้ก็คงดี คงไปไล่เก็บทรัพยากร เล็กน้อยได้”

เซี่ยชิงในขณะนี้ขาดแคลนเงิน นึกริษยายอดฝีมือซึ่งสามารถไป แสวงสมบัติในซากโบราณมหาจักรพรรดิได้ยิ่งนัก

นางเงยหน้ามองไปยังห้องมุมต าหนัก “จะว่าไป ท่านราชบุตรเขย น้อยเก็บตัวอยู่หรือ? ไฉนจึงไม่ออกมา”

อวิ๋นหวงนั่งอยู่ข้างกัน ในมือถือคัมภีร ์โบราณเล่มหนึ่ง ขณะเงย หน้าขึ้น ปิ่นระย้าในเรือนผมก็ไหวเอนแผ่วเบา

“มิทราบเพคะ นิสัยของเขา องค์หญิงทรงทราบดี หากไม่ไปถาม เขาก่อน เขาก็ไม่พูดหรอกเพคะ”

เซี่ยชิงละสายตา “เจ้าเด็กตัวเหม็นนี่ไม่พูดอะไรเลย ข้าได้ยินว่า ในงานประมูลสองวันก่อน แขนของรัชทายาทต้าฉู่ปรากฏขึ้น”

อวิ๋นหวงผงะ คัมภีร ์โบราณในมือเกือบร่วงลงพื้น “สหายเต๋าเจียง เอาไปขายหรือเพคะ?”

“หากมิใช่เขา แล้วจะเป็ นใคร?”

เซี่ยชิงกลอกตา “เด็กนี่ล่วงเกินต้าฉู่จนจะอกแตกตายได้เลย แต่ ทั้งสองฝ่ายก็ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้อยู่แล้วน่ะนะ”

“ประมูลไปได้กี่หินวิญญาณหรือเพคะ?” อวิ๋นหวงถามอย่างใคร่รู ้

นางอยากรู ้ว่าแขนที่ตัดจากร่างเทวะสุดขั้วหยางมีมูลค่าเท่าไหร่

“ห้าล้านหินวิญญาณ น่ าเสียดายที่ฉู่หยางฝึ กฝนถึงเพียง ขอบเขตสร ้างรากฐาน หากขอบเขตสูงกว่านี้สักหน่อย ราคาคงสูง กว่านี้เยอะ”

“ยามได้ข่าวนี้ ไม่รู ้เลยว่าราชวงศ์ต้าฉู่จะทาหน้ายังไงกัน”

สมองของเซี่ยชิงวาดภาพสีหน้าของเหล่าสารเลวในต้าฉู่ในมโน สานึก แล้วมุมปากก็ยกยิ้มอย่างคุมไม่ได้

ในห้องฝึกฝนของราชวงศ์ต้าฉู่ หนึ่งเสียงแผดร ้องดังออกมา

“ไอ้เวร! สารเลว! รัชทายาทผู้นี้จะฆ่าเจ้า! จะต้องฆ่าเจ้าให้ได้!”

ฉู่หยางได้ข่าวแขนของตนถูกตัดไปประมูล ท าให้เขาเดือดดาล สุดขีด

แม้แขนใหม่จะงอกกลับมาแล้ว การที่แขนที่ถูกตัดไปประมูลก็ยัง เป็ นความอับอายล้นพ้น

เขาเป็ นถึงรัชทายาทผู้ยิ่งยงแห่งต้าฉู่ ครอบครองร่างเทวะสุดขั้วห ยาง แต่กลับถูกเด็กนั่นเอาชนะได้ ทาให้เขาอับอายแทบไม่เหลือหน้า ให้แสดงแล้ว

ตู้ม!

ขณะที่โทสะเดือดถึงขีดสุด เพลิงผลาญรุนแรงก็ระเบิดออกจาก ร่างของฉู่หยาง จินตานในกายขยายตัวรวดเร็ว ปรากฏเงามายา คล้ายทารกขึ้นภายในนั้น

นี่คือวิญญาณแรกกาเนิด!

ฉู่หยางผงะไปครู่หนึ่ง แล้วรีบนั่งขัดสมาธิบนพื้น จิตสังหาร เคลือบชัดบนใบหน้า

“สารเลว เจ้ารอก่อนเถอะ อีกไม่นานเจ้าจะได้รู ้ว่ารัชทายาทผู้นี้ ร ้ายกาจได้เพียงไร!”

ยามเริ่มบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด จึงเป็ นยามที่ร่างเท วะทั้งหลายเผยฤทธาแท้จริง

ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน ความร ้อนแรงของซากโบราณมหา จักรพรรดิหาได้แผ่วลงไม่ แต่ยิ่งมียอดฝีมือไปรวมตัวกันที่นั่นมากขึ้น

ผู้ฝึกตนระดับต่าหลายคนแทรกตัวเข้าไป พยายามหาสมบัติที่ หลุดรอดสายตา

เทศกาลส่งเหมันต์ผ่านไปสามเดือนแล้ว

อวิ๋นหวงเดินมาเคาะประตูห้องเจียงผิงอัน

“สหายเต๋าเจียง บ่ายนี้เราจะไปดินแดนลับของราชวงศ์กันแล้วนะ หากครั้งนี้เจ้าพลาด ต้องรอถึงปีหน้าเลยหนา”

อวิ๋นหวงชื่นชมเจียงผิงอันมาก ผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐาน เก็บตัวได้นานเพียงนี้

ไม่รู ้ว่าอีกฝ่ายฝึกฝนอยู่หรือไม่

แอ๊ด~

ประตูห้องเปิดออก

เจียงผิงอันเดินออกมาจากห้อง

ยามเห็นเจียงผิงอันครั้งนี้ ร่างของอวิ๋นหวงสะท้านน้อย ๆ

ไม่อาจทราบว่าเพราะเหตุใด คนผู้นี้ไม่เห็นเปลี่ยนไปตรงไหน แต่ กลับให้บรรยากาศแตกต่างเป็ นพิเศษ

เหมือนเป็ นกระบี่ในฝัก พร ้อมระเบิดเจตจานงกระบี่ล้นฟ้ าได้ทุก เวลา

เมื่อสัมผัสปราณขอบเขตสร ้างรากฐานในตัวเจียงผิงอันได้ คู่ เนตรงามของอวิ๋นหวงก็เบิกกว้าง “สหายเต๋าเจียง! เจ้ายังไม่เคลื่อน ขอบเขตเลยนี่!”

นางใช ้ทรัพยากรเร่งสู่ขั้นปลายขอบเขตจินตาน เตรียมบรรลุสู่ ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดแล้ว

แต่เจียงผิงอันยังคงค้างที่สร ้างรากฐาน!

คนผู้นี้รออะไรอยู่กันแน่? ทรัพยากรก็มีพอ ต่อให้เป็ นจินตาน ระดับหนึ่งก็น่าจะสร ้างได้นานแล้วมิใช่หรือ?

เหตุใดเจียงผิงอันจึงยังไม่สร ้างตาน?

แม้เจียงผิงอันก็อยากสร ้างตานเช่นกัน แต่เขาฝึกฝนวิชาซ่อน จักรวาล มิอาจก่อตานได้

ทาได้เพียงรอให้ร่างอวตารก่อเสวี่ยตานเท่านั้น

สามเดือนมานี้ เจียงผิงอันไม่ได้ฝึกฝน แต่ผสานรวมกับกระดูก กายาศักดิ์สิทธิ์มาตลอด

ผลลัพธ ์มิได้ดี แต่ก็ไม่ได้แย่

ผสานกระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์ได้ก็จริง แต่ไร ้การเปลี่ยนแปลงที่ ปรารถนา

อวตารหามีการเปลี่ยนแปลงไม่

กว่าจะคุ้นชินอาจต้องใช ้เวลาหน่อย

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่สุดมิใช่ร่างกาย แต่เป็ นวิญญาณ

หลังทนทุกข์ทรมานสามเดือน เจียงผิงอันรู ้สึกว่าจ านงของเขา พัฒนาไปอย่างสะเทือนแดนดิน

การเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณนี้ถูกป้ อนกลับสู่ตาขวาของ เขา

ตาขวาในวันนี้เหมือนได้ปลดพันธนาการสู่โลกอันแตกต่าง

จากมุมมองของเขา เขาสามารถเห็นการไหลเวียนกฎเกณฑ์ ของฟ้ าดินได้

นี่คือภาพที่เห็นได้เพียงยามบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด หรือสูงกว่าแล้วเท่านั้น

เช่นยามมองอวิ๋นหวงตรงหน้า เจียงผิงอันก็สามารถเห็นเงาวิหค อมตะเร ้นอยู่ในกายนางได้

ทั้งยันต์รักษาชีวิตและอักขระวรยุทธ ์ในร่างของอวิ๋นหวงล้วน ปรากฏชัดเจน

อานาจสายตานี้พัฒนาไปอีกขั้น

ขณะนี้เจียงผิงอันมองทะลุเห็นสิ่งของในแหวนเก็บของของอวิ๋น หวงได้ด้วยซ้า!

มองทะลวงมิติ! กระทั่งสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตหลอมสุญตา ขึ้นไปยังไม่มีความสามารถนี้!

เจียงผิงอันยกมือส่งขวดใบหนึ่งให้อีกฝ่าย

“ในนี้มีโลหิตร่างเทวะสุดขั้วหยาง มีกฎอัคคีผลาญ น่าจะมี ประโยชน์ส าหรับเจ้า”

“ช่างน่าอายนัก คิดเท่าไหร่ ข้าจะซื้อ”

อวิ๋นหวงคว้าขวดในมืออีกฝ่ายอย่างเกินควบคุม

สิ่งที่บรรจุกฎอัคคีผลาญช่วยเร่งความเข้าใจต่อกฎอัคคีผลาญ ของนางได้ มีประโยชน์อย่างมาก

“ไว้รอเจ้ามีเงินก็ได้”

เจียงผิงอันเห็นได้ว่าแหวนเก็บของของอวิ๋นหวงมีหินวิญญาณ อยู่ไม่มาก มีเพียงเศษกฎอัคคีผลาญชิ้นหนึ่ง

นางน่าจะเอาทรัพยากรไปแลกชิ้นส่วนกฎเกณฑ์มา

อวิ๋นหวงหน้าแดง เจียงผิงอันรู ้ได้อย่างไรว่านางไม่มีเงิน

“ขอบคุณนะ”

อวิ๋นหวงรับขวดไปแล้วขอบคุณ

“เจ้าจะไปดินแดนลับของราชวงศ์ยามใด?” เจียงผิงอันถาม

อันที่จริง ในขณะนี้ เขาจะไปดินแดนลับของราชวงศ์หรือไม่ก็ไม่ ส าคัญนักแล้ว

ตาขวาในยามนี้มองเห็นกฎเกณฑ์ และในเมื่อเห็น ก็สามารถทา ความเข้าใจได้

หากเรื่องนี้หลุดออกไป ต้องเกิดเสียงฮือฮายกใหญ่เป็ นแน่

เพราะนี่ฝ่าฝืนกฎฟ้ าดินอย่างสมบูรณ์

มีเพียงต้องบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดก่อนเท่านั้น เต๋า สวรรค์จึงอนุญาตให้ผู้ฝึกตนท าความเข้าใจกฎเกณฑ์อย่างแท้จริง

แต่เจียงผิงอันทาได้แล้วในขณะนี้!

ในที่สุด เจียงผิงอันก็เข้าใจสิ่งที่ผู้อาวุโสเกาะเทวะจะสื่อ

ผู้อาวุโสท่านนั้นบอกว่า หากสักวันเขาคิดสร ้างเส้นทางของ ตนเอง ความลาบากที่สุดคือต้องทาความเข้าใจกฎเกณฑ์ และตา ขวานี้ช่วยเขาได้

นี่เองคือความหมาย

“องค์หญิงก าลังรับแขกสองสามคนในโถงหลัก ให้ข้ามาเรียกเจ้า ก่อน แล้วค่อยไปพบนางหลังเจ้าออกจากเก็บตัว”

อวิ๋นหวงเก็บโลหิตร่างเทวะสุดขั้วหยางไป พลางจดจาน้าใจนี้ไว้

“ข้าจะไปหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลก่อน เจ้าล่วงหน้าไปได้เลย” เจียงผิงอันตอบ

บทที่ 136 วิกฤตการเงินของเซี่ยชิง

วันนี้จะได้เข้ากินแดนลับของราชวงศ์แล้ว

แต่ก่อนเข้าไป เจียงผิงอันไปยังหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล ซื้อกฎ แห่งแรงโน้มถ่วงสามชิ้นมา

ด้วยความช่วยเหลือจากกฎแห่งกาลังสองชิ้นและกฎแห่งแรงโน้ม ถ่วงสามชิ้น ยามฝึกฝนในดินแดนลับก็จะทาได้เร็วขึ้น

มิน่าประหลาดใจเลยที่เจียงผิงอันมิได้ซื้อกฎจานงสัประยุทธ ์

กฎจานงสัประยุทธ ์เป็ นกฎพิเศษ หายาก และราคาแพงสุดขั้ว ต่อ ให้มีผู้ใดขาย ก็จะถูกซื้อไปอย่างรวดเร็ว หาซื้อยากยิ่งนัก

ท้ายที่สุด ในป้ ายก็เหลือหินวิญญาณเพียงพันล้านเศษ ยังซื้อกฎ สมบูรณ์ได้อีกชิ้น

หินวิญญาณมีเท่าไหร่ ก็ไม่พอใช ้จริงแท้

แต่ในเวลาห้าหกปี ก็ไม่น่าขาดทรัพยากรแล้ว

หลังจากเก็บกฎเกณฑ์เหล่านั้นไป เจียงผิงอันก็กลับตาหนักองค์ หญิง

ก่อนจะเข้าโถงหลัก หนึ่งเสียงอันคุ้นเคยพลันดังออกมาจากข้าง ใน

“องค์หญิง ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ ช่วงนี้ข้าขาดบริวารเลยต้อง มารบกวนขอจากท่าน ได้หรือไม่?”

หลี่เฮ่อในอาภรณ์ขาวถือพัดทองในมือ ใบหน้าประดับรอยยิ้ม อ่อนโยน

เขามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงสามคนอยู่เบื้องหลัง ก้มหน้าก้มตาไม่ กล้ามองเซี่ยชิง

คนทั้งสามล้วนเคยเป็ นบริวารของเซี่ยชิงมาก่อน แต่เนื่องด้วยหลี่ เฮ่อเสนอค่าตอบแทนมากกว่า จึงแปรพักตร ์ไป

สีหน้าของเซี่ยชิงเย็นชา “วิหคดีเลือกไม้เกาะ บริวารดีเลือกนาย ในเมื่อพวกเขาเต็มใจไป ก็เป็ นธุระของพวกเขา”

“แต่ขอพูดไว้อีกค า อาชาดีไม่เหลียวหลังกินหญ้า หวังว่าจะไร ้ ผู้ใดนึกเสียใจกับการกระทาวันนี้”

หลี่เฮ่อแย้มยิ้ม “องค์หญิงอย่าห่วงเลย ข้าอาจพาพวกเขาไป ช่วยงานที่ตาหนักองค์ชายสี่ก็ได้”

“แต่ก่อนหน้านั้นก็ยังมีโอกาสให้กลับตัว ก็คือสั่งสอนอวิ๋นหวงกับ ราชบุตรเขยน้อยของเจ้าให้ข้าหน่อย”

“องค์หญิงเป็ นผู้อยากเป็ นจักรพรรดิ หากคิดท าการใหญ่ ก็ต้อง ตัดสินสถานการณ์ ทราบว่าเรื่องใดสาคัญกว่ากัน”

“เจ้าขาดทรัพยากร เราแคว้นหลี่จัดหาให้ได้ หากขาดยอดฝีมือ แคว้นหลี่เราก็ยังจัดหาได้ องค์หญิง แค่เรื่องเช่นนี้ เจ้าก็คงเห็นได้ชัด แล้วกระมัง?”

วาทะของหลี่เฮ่อเต็มไปด้วยคาขู่ระคนโน้มน้าว

ไม่ว่ามองอย่างไร หลี่เฮ่อก็ไม่คิดเลยว่าเซี่ยชิงจะดื้อด้านต่อไป

เว้นแต่อีกฝ่ายจะเป็ นคนโง่

“จบหรือยัง? หากพูดจบก็ไปได้แล้ว” สีหน้าของเซี่ยชิงไร ้อารมณ์

รอยยิ้มของหลี่เฮ่อจางหาย “แค่คาถามง่าย ๆ เช่นนี้ยังตอบไม่ถูก ยังคิดอยากเป็ นจักรพรรดิอีกหรือ? ไม่รู ้บิดาข้าโง่เง่าหรือไรจึงลังเล ระหว่างเจ้ากับองค์ชายสี่”

“เจ้าจนกรอบเพียงนี้ยังดื้อด้าน เดี๋ยวก็รู ้ว่าภายหน้าเจ้าจะใช ้อะไร เลี้ยงดูคนของเจ้า!”

“ข้าลั่นวาจาไว้ที่นี่ยามนี้เลย ว่ายามใดข้าสืบทอดแคว้นหลี่ อย่า หวังว่าเจ้าจะได้รับการสนับสนุนจากแคว้นหลี่เรา!”

หลี่เฮ่อราคาญใจนัก เขาเป็ นทายาทผู้ทรงเกียรติของแคว้นหลี่ เงื่อนไขที่เสนอก็ออกจะเลิศหรู แต่นางกลับเลือกลิ่วล้อต่าต้อยสองคน

นังโง่นี่ยังคิดเป็ นจักรพรรดิ? ข าตายล่ะ!

หลี่เฮ่อแค่นเสียงเย็น แตกหักกับเซี่ยชิง แล้วหันกายจากไปกับ สามบุคคลที่ตนเพิ่งแย่งมาได้

ทันทีที่เดินออกมา เขาก็เห็นเจียงผิงอันยืนอยู่หน้าประตู

ดวงตาของหลี่เฮ่อฉายประกายเหยียดเยาะ

ไม่ว่าเจ้าเด็กนี่จะมากสามารถเพียงไร หากไร ้การฝึกฝนเป็ นพัน ๆ ปี ก็หามีคุณสมบัติยืนเทียบเท่าเขาไม่

ยิ่งกว่านั้น เจ้าเด็กนี่อาจเติบโตไม่ได้ด้วยซ้า

อัจฉริยะคนใดล้วนมีโอกาสตกตายได้ทั้งสิ้น

หลี่เฮ่อชาเลืองเจียงผิงอัน แล้วจึงหยุดสนใจ

เจียงผิงอันเดินเข้ามาในโถงหลัก เห็นเซี่ยชิงและอวิ๋นหวงซึ่งมีสี หน้าไม่ดีนัก

ใบหน้าสง่างามของเซี่ยชิงเต็มไปด้วยความจนใจ

เมื่อเห็นเจียงผิงอันเดินเข้ามา นางก็รีบปรับอารมณ์

นางกล่าวกับเจียงผิงอันและอวิ๋นหวง “เดี๋ยวพวกเจ้าจะได้เข้าไป ฝึกฝนในดินแดนลับของราชวงศ์ และจะฝึกฝนอยู่ที่นั่นเป็ นเวลานาน”

“ในนั้นเจ้าต้องการหินวิญญาณจานวนมาก ข้าให้พวกเจ้าหนึ่ง แสนก่อน หากภายหลังอยากได้เพิ่ม ข้าจะส่งไปให้”

เซี่ยชิงนาถุงเก็บของสองใบส่งให้ทั้งสอง

นางไม่มีทรัพยากรมากมายกับตัวอีกต่อไป จึงได้แต่ให้หิน วิญญาณจานวนน้อยแก่ทั้งสองไปใช ้ก่อน

แม้แสนหินวิญญาณดูเยอะ แต่ส าหรับอัจฉริยะสักคน การใช ้จ่าย นั้นสูงลิบไม่เพียงพอ

อวิ๋นหวงรีบยกมือดันถุงเก็บของกลับไป “องค์หญิง ยามนี้หม่อม ฉันมิได้ขาดหินวิญญาณเพคะ”

นางรู ้ว่ายามนี้องค์หญิงมีทรัพยากรอยู่ไม่มาก และเจ้าหน้าที่สาม คนที่จากไปก่อนหน้านี้ก็เพราะไม่ได้ทรัพยากรเพียงพอ

องค์หญิงให้นางเข้าฝึ กฝนในดินแดนลับของราชวงศ์ก็เป็ นที่ ซาบซึ้งมากแล้ว

เซี่ยชิงลูบหัวอวิ๋นหวง กล่าวยิ้ม ๆ “เจ้าซื้อเศษกฎอัคคีผลาญไป ยังมีหินวิญญาณอยู่อีกหรือ? แม้ข้าจะมีหินวิญญาณติดตัวไม่มาก แต่ก็ยังเกินพอสนับสนุนเจ้าได้”

สายตาของเจียงผิงอันกวาดมองกาไลเก็บของของเซี่ยชิง

ภาพภายในปรากฏสู่สายตา

ในนั้นมีเศษศาสตราชิ้นหนึ่งแผ่คลื่นปราณทรงพลัง เป็ นปราณ อ านาจศาสตราเซียน!

นี่คือเศษศาสตราเซียน!

นอกจากเศษศาสตราเซียนชิ้นนี้ สิ่งที่เจียงผิงอันชายตาแลได้คือ โอสถระดับสูงขวดหนึ่งและอาวุธวิเศษสองสามชิ้น

นอกจากนั้นก็มีหินวิญญาณกับหินผลึกเพียงหร็อมแหร็มบางตา ยิ่ง

เจียงผิงอันกระทั่งเห็นสัญญากู้ยืมของหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล ด้วย

จานวนเงินที่ยืม : หนึ่งพันล้าน

“เจ้าเริ่มกู้ยืมแล้ว?” เจียงผิงอันกล่าว

สีหน้าของเซี่ยชิงชะงัก ขึ้นเสียงเล็กน้อย “น้องชายตัวเหม็น เจ้า พูดอะไรอยู่? องค์หญิงผู้นี้เป็ นองค์หญิงนะ จะกู้ยืมเงินได้อย่างไร?”

แม้จะพูดเช่นนี้ แต่หัวใจตกตะลึงสุดขั้ว

เด็กนี่เก็บตัวเสมอมา รู ้ได้อย่างไรว่านางไปกู้ยืมเงิน?

เจียงผิงอันนาแหวนเก็บของวงหนึ่งส่งให้นาง “ถือเสียว่าข้า ให้ยืม”

เซี่ยชิงแข็งแกร่ง เป็ นผู้หนุนหลังให้เขาได้

กระดูกมังกรมาร ขณะนี้ยังไม่ต้องใช ้ ดังนั้นจึงให้กระดูกมังกร มารชิ้นที่สามกับอีกฝ่าย

อันที่จริง เหตุผลที่เจียงผิงอันเต็มใจยกมันให้อีกฝ่ ายก็เพราะเขา สัมผัสได้ ว่าเซี่ยชิงใส่ใจเขาจริง ๆ

หากระหว่างทั้งสองมีเพียงผลประโยชน์ เขาจะไม่มีวันทาเช่นนี้

“เจ้าเด็กตัวเหม็น ยังคิดมาให้ข้ายืมเงินอีก? ทรัพยากรจิ๊บจ๊อยที่ เจ้ามีไม่อยู่ในสายตาพี่หญิงหรอก”

เซี่ยชิงชาเลืองเจียงผิงอันอย่างดูแคลน “จะว่าไป เหตุใดเจ้าจึงไม่ บรรลุจินตานอีก?”

เจียงผิงอันถือแหวนเก็บของไว้พลางถาม “แน่ใจหรือว่าไม่เอา? นี่กระดูกมังกรมารนะ”

“ไม่ล่ะ กระดูกมังกรมารขายได้ไม่เท่าไหร่… เดี๋ยวก่อนนะ! กระดูกมังกรมาร!”

เซี่ยชิงกาลังจะปฏิเสธ จู่ ๆ นางก็อุทานแล้วฉวยแหวนเก็บของไป

เมื่อเห็นกระดูกมังกรมารสูงครึ่งตัวคนภายใน คู่เนตรงามของนาง ก็เบิกกว้าง ทิวเขาคู่ตรงหน้าสั่นสะท้านรุนแรง

“เจ้า… นี่… กระดูกมังกรมาร…”

แม้เซี่ยชิงจะเผชิญมรสุมมามากมาย แต่ขณะนี้ นางไม่อาจ ควบคุมความตกใจในอกได้

นี่คือกระดูกของมังกรมารซึ่งเจียนบรรลุเซียนอยู่แล้ว!

กาลก่อน มังกรมารและนักพรตเสินซวีซึ่งเจียนบรรลุเซียนเต็มที่ มุ่งหน้าสู่เกาะเทวะด้วยกัน

หลังจากไปถึงบริเวณเกาะเทวะ มังกรมารก็กินนักพรตเสินซวี ด้วยคิดแข็งแกร่งขึ้น

แต่สุดท้าย มังกรมารก็ถูกนักพรตเสินซวีฆ่าตาย

หากมิใช่เพราะเหตุนี้ มังกรมารตนนี้คงได้เป็ นเซียนไปกับ นักพรตเสินซวีแล้ว!

หลายพันปี ก่อน มีผู้น ากระดูกมังกรมารขนาดเท่าฝ่ ามือไป ประมูล ได้มูลค่าเกินกว่าห้าหมื่นล้าน

แล้วชิ้นนี้ขนาดครึ่งตัวคน! หากนาไปประมูลจะได้ราคาเพียงไร?

เจียงผิงอันไปหากระดูกมังกรมารมาได้จากที่ใด?

ยอดฝีมือมากมายมุ่งหน้าสู่เกาะเทวะเพื่อแสวงกระดูกมังกรมาร แต่แทบทุกผู้ก็มิอาจหาพบ เขาไปเจอมาได้อย่างไร?

“ฮะ ๆ ๆ~ ฮ่า ๆ ๆ~”

หลังจากความตกใจ เซี่ยชิงก็หัวเราะลั่น

เสียงหัวเราะดังสนั่นสะท้อนทั่วทั้งโถง

หลี่เฮ่อซึ่งยังไม่ทันจากไปไกลได้ยินเข้าก็สะดุ้ง

“นางโง่นั่นบ้าไปแล้วหรือ?”

เขาหันไปมององครักษ์ข้างกาย “อย่าลืมที่ข้าบอก มิเพียงให้ไล่ เจียงผิงอันจากดินแดนลับ แต่ไล่อวิ๋นหวง สตรีผู้นั้นออกมาด้วย!”

องครักษ์พยักหน้า “คุณชายโปรดอย่างห่วง นายน้อยหลี่หลิงซิ งแจ้งสมาชิกตระกูลในนั้นแล้วขอรับ”

หลี่เฮ่อชาเลืองย้อนสู่ตาหนักองค์หญิงแล้วแค่นยิ้มหยัน

เป็ นอริกับคุณชายผู้นี้ วอนตาย!

รอดูคนของข้าตีอัจฉริยะสองคนที่เจ้าให้ค่าไม่ต่างจากสุนัขเลย!

เซี่ยชิงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่เนิ่นนาน แล้วจู่ ๆ ก็ใช ้สองมือโอบ ศีรษะของเจียงผิงอันเข้ามาจูบอย่างหนักหน่วง

“ฮ่า ๆ ควรค่าเป็ นราชบุตรเขยขององค์หญิงผู้นี้ รู ้จักส่งถ่านยาม หิมะตกจริง ๆ!”

“นากระดูกนี้ไปแลกทรัพยากร ในสามปี องค์หญิงผู้นี้จะเป็ นยอด ฝีมือขอบเขตแปรเทวะอายุน้อยที่สุดผู้หนึ่งในแดนบูรพาได้แน่นอน!”

ขณะกล่าวอย่างตื่นเต้น เซี่ยชิงก็คว้าศีรษะของเจียงผิงอันเข้ามา กอดไว้แน่นอีกหน

เจียงผิงอันขมวดคิ้ว “องค์หญิง โปรดรักษาศักดิ์ศรีท่านด้วย ท่านเป็ นองค์หญิงนะ”

เขายกมือพยายามผลักอีกฝ่ ายออก แต่เซี่ยชิงกอดเขาไว้เสีย แน่น

“นี่ นั่นจูบแรกขององค์หญิงผู้นี้เลยนะ เจ้ายังมาทาไม่พอใจอีก” แล้วเซี่ยชิงก็จูบเขาอีกครั้ง

ข้างกันนั้น อวิ๋นหวงปิดหน้าปิดตา มิกล้ามองภาพตรงหน้า

บทที่ 137 ดินแดนลับของราชวงศ์

เซี่ยชิงพาเจียงผิงอันและอวิ๋นหวงไปยังดินแดนลับของราชวงศ์

ขณะนี้ เซี่ยชิงคืนกิริยาสูงศักดิ์เปี่ยมอานาจ ใบหน้าไม่แย้มยิ้ม แล้ว

หากไม่ใช่ตามนางมาตลอดทาง เจียงผิงอันคงคิดไปแล้วว่าอีก ฝ่ายถูกสลับตัว

เซี่ยชิงในขณะนี้แตกต่างกับเซี่ยชิงในตาหนักราวคนละคน

เจียงผิงอันเช็ดรอยแดงบนใบหน้าพลางมองไปรอบ ๆ

ที่นี่คือลานแห่งหนึ่ง แต่กลับมียอดฝีมือน่าสะพรึงกลัวเต็มไปหมด กระทั่งชายชราที่กวาดพื้นอยู่ยังมีการฝึกฝนขอบเขตแปรเทวะ

ด้านในสุดของลานมีประตูบานหนึ่งซึ่งเปล่งแสงสีขาว

ผ่านประตูนี้ ก็จะเข้าไปสู่ดินแดนลับของราชวงศ์

สองข้างประตูมีสัตว์ประหลาดเฒ่าขั้นปลายขอบเขตแปรเทวะ สองคน เนื่องจากขาดปราณ กฎเกณฑ์รายล้อมจึงกระเพื่อมไหว รุนแรงเพราะคนทั้งสอง แผ่ปราณธาตุไม้ออกจากกาย พฤกษารอบ ข้างเติบโตเขียวขจีเป็ นพิเศษ

ยามพวกเซี่ยชิงทั้งสามมาหา ยอดฝีมือผู้หนึ่งก็ลืมตาขึ้นจ้องมอง เจียงผิงอันแล้วกล่าวเสียงแหบ

“น าถุงเก็บสัตว์ภูตของเจ้าออกมาตรวจสอบหน่อย มิให้ผู้ใด ลักลอบเข้าไปในดินแดนลับได้”

เซี่ยชิงคานับอย่างนอบน้อม “บรรพชน เขามาคนเดียวเสมอ จะ ไม่น าผู้ใดเข้าไปเจ้าค่ะ”

“เป็ นธรรมเนียมน่ะ” ชายชราหน้าตาย วาทะมิอาจตั้งคาถาม

เจียงผิงอันไม่คิดมาก น าถุงเก็บสัตว์ภูตของเขาส่งให้อีกฝ่ ายด้วย สองมือ

ชายชรารับถุงเก็บสัตว์ภูตไป ส่งจิตส านึกเข้าตรวจสอบ

สองสามลมหายใจต่อมา ชายชราก็เก็บจิตสานึก เงยหน้าขึ้น ถามเซี่ยชิง “เคยให้เขาฝึกฝนวิชาลับ ‘ร่างเต๋า’ หรือไม่?”

เซี่ยชิงนิ่งไป ไม่อาจทราบว่าเหตุใดบรรพชนจึงถามออกมาเช่นนี้

เพราะวิชาลับนี้อยู่ในถุงเก็บของนี่หรือ?

“เรียนบรรพชน ครึ่งปี ก่อน เจียงผิงอันมาที่วังหลวงและถวาย ศาสตราเซียนครึ่งขั้นที่ยึดมาได้แก่เสด็จพ่อ เสด็จพ่อจึงพระราชทาน วิชาลับ ‘ร่างเต๋า’ ครึ่งหนึ่งให้เขาเจ้าค่ะ”

ชายชราพยักหน้า คืนถุงเก็บสัตว์ภูตให้เจียงผิงอัน

“ที่แท้เจ้าก็คือผู้ให้ศาสตราเซียนครึ่งขั้นกับเซี่ยหยวนเฮ่า เซี่ย หยวนเฮ่าให้วิชาลับกับเจ้าครึ่งเดียว นับว่าขี้เหนียวไปหน่อยนะ”

“ครึ่งปีเจ้าก็สร ้างอวตารได้ ความสามารถไม่เลวจริง ๆ เห็นว่า อวตารของเขาฝึกฝนกายา ข้าช่วยหน่อยแล้วกัน ศิลาอักขระเผ่าคน เถื่อนนี้ข้าให้”

ชายชราส่งศิลาสีแดงสลักลวดลายประหลาดให้กับเจียงผิงอัน ก้อนหนึ่ง

“ศิลานี้บรรจุพลังอักขระของเผ่าคนเถื่อน หากเจ้าทาความเข้าใจ มันได้ ความแข็งแกร่งก็จะเพิ่มมหาศาล”

เจียงผิงอันเห็นได้ว่าศิลานี้บรรจุกฎแห่งกาลังแบบพิเศษไว้ ล้าค่า อย่างยิ่ง

“ขอบคุณผู้อาวุโส”

เจียงผิงอันกุมกาปั้นคารวะ รับศิลาอักขระเผ่าคนเถื่อนไป

“เดี๋ยวก่อนนะ! อวตาร? เจ้าสร ้างอวตารได้แล้ว!”

เมื่อได้ยินวาทะของบรรพชน คู่เนตรงามของเซี่ยชิงก็เบิกกว้าง มองเจียงผิงอันอย่างไม่อยากเชื่อ

ในเวลาเพียงครึ่งเดือน อีกฝ่ายก็สร ้างอวตารโดยไร ้ผู้ใดชี้แนะได้!

นางคิดไปว่าอย่างน้อย ๆ เจียงผิงอันใช ้เวลาสองสามปี สร ้าง อวตาร ก็นับว่าฝีมือไม่เลวแล้ว!

“อื้อ” เจียงผิงอันพยักหน้า

อันที่จริง การสร ้างอวตารใช ้เวลาเพียงสามเดือนเท่านั้น

โอสถเทียนเสวียนที่กินไปห้าเม็ดหาได้เสียเปล่า

ต่อให้สิ่งที่กินโอสถเทียนเสวียนจะเป็ นสุกร ก็ยังมีโอกาสเติบโต เป็ นสัตว์ภูตทรงพลังได้ นับประสาอะไรกับมนุษย์

“เจ้าเด็กตัวเหม็น! ซ่อนคมแนบเนียนตลอดเลยนะ”

เซี่ยชิงบีบแก้มเจียงผิงอัน หากมิใช่เพราะมีบรรพชนยืนค้าอยู่ นางคงอยากปรี่เข้าไปกัดสักที

“มิน่าเจ้าจึงไม่เคลื่อนขอบเขต ที่แท้ก็ก่ออวตารอยู่”

เซี่ยชิงหลงเข้าใจผิดไป

ที่เจียงผิงอันไม่เคลื่อนขอบเขตนั้น เพราะเขาเคลื่อนขอบเขต ไม่ได้ต่างหาก

ชายชราซึ่งยืนอยู่อีกฝั่งลืมตาขึ้น โยนป้ ายหยกชิ้นหนึ่งให้เจียง ผิงอัน

“บนนี้ระบุเวลาไว้ ยามหมดเวลา มันจะส่งเจ้าออกมา”

เจียงผิงอันมองป้ ายหยกในมือ บนนั้นมีตัวเลขวูบไหว

สามร ้อยหกสิบ

น่าจะหมายถึงสามร ้อยหกสิบวัน

เซี่ยชิงกล่าวกับชายชรา “บรรพชน เด็กสาวผู้นี้คืออวิ๋นหวง ร่าง เทวะวิหคอมตะ อีกสามปีจะได้ไปหอต าราเทียนเต้าเจ้าค่ะ”

“ข้ารู ้”

ชายชราส่งแหวนเก็บของวงหนึ่งและหยกชิ้นหนึ่งกับอวิ๋นหวง “ข้าให้ทรัพยากรเจ้า ฝึกฝนให้ดี อย่าให้ต้าเซี่ยที่เลี้ยงดูเจ้าผิดหวัง”

“เจ้าค่ะผู้อาวุโส อวิ๋นหวงจะไม่ทาให้ต้าเซี่ยผิดหวังเจ้าค่ะ” อวิ๋นห วงกุมกาปั้นคารวะ

เจียงผิงอันชาเลืองมองป้ ายหยกในมืออวิ๋นหวง

บนนั้นเผยตัวเลขหนึ่งพัน

พันวันก็ราวสามปี

หอต าราเทียนเต้าคืออะไรกัน? เป็ นสถานที่ในต้าเซี่ยหรือ?

แม้เจียงผิงอันจะสงสัย เขาก็ไม่ได้ถามมากนัก

“เข้าไปสิ ในนั้นมีผู้มารอรับพวกเจ้าแล้ว” เซี่ยชิงกล่าวยิ้ม ๆ

เจียงผิงอันและอวิ๋นหวงคารวะผู้อาวุโสทั้งสองอีกครั้ง ก่อนจะเดิน เข้าประตูแสงไป

ทัศนียภาพรอบข้างแปรเปลี่ยน ท้องนภาครามหายไปสู่ความมืด มิด

ดวงดาวมากมายพริบพรายกลางเวหา ราวพวกเขามายัง จักรวาลพร่างพราว!

ลึกล้า วังเวง ไร ้จุดจบสุดสายตา

หนึ่งโล่แสงขนาดมหึมาขวางพวกเขาจากหมู่ดาว มิอาจแยกแยะ ระหว่างพื้นใต้เท้าและภายนอก

“ขอเตือนพวกเจ้าอีกครั้ง หากมีผู้ใดมาท้าประลอง อย่ายอมรับ หาไม่ พวกเจ้าจะเสียเวลาฝึกฝนในดินแดนลับไป”

เซี่ยชิงยืนพูดตรงหน้าพวกเขา

เจียงผิงอันก้มมองเซี่ยชิงตรงหน้าเขาอย่างงุนงง

นางเข้ามายามใด?

ทั้งยังเปลี่ยนชุดเป็ นเครื่องแบบต่อสู้สีขาวด้วย

ไม่สิ! เมื่อครู่ไม่ใช่เซี่ยชิง!

เป็ นอวตารของนาง!

ปรากฏว่าอวตารของเซี่ยชิงฝึกฝนอยู่ที่นี่

จะบอกว่าเป็ นอวตารคงไม่เหมาะ วิชาลับ ‘ร่างเต๋า’ นั้นแตกต่าง จากวิชาอวตารอื่น ๆ ตรงที่ทั้งร่างจริงและอวตารล้วนไร ้ความแตกต่าง กัน

ปรากฏว่าคนที่เซี่ยชิงเพิ่งบอกว่ามารอรับพวกเขา ก็คือตัวนาง เอง

เจียงผิงอันปฏิกิริยาฉับไว แต่อวิ๋นหวงยืนตะลึง ใช ้เวลาครู่หนึ่งจึง เข้าใจเหตุการณ์

เซี่ยชิงแนะนาคนทั้งสอง “เพราะบรรพชนของข้าค้นพบดินแดน ลับแห่งนี้ พวกเขาจึงได้โอกาสบรรลุเซียนในท้ายที่สุด”

“มีพื้นที่ฝึกฝนหลักสามแห่งในดินแดนลับนี้ และหากเงยหน้าขึ้น มองเสาศิลาที่สูงใหญ่สุดตรงหน้า นี่ก็คือแท่นพินิจดาว สถานที่ ฝึกฝนแห่งแรก”

ทั้งสองมองตามสายตาเซี่ยชิง

ที่นั่นมีเสาศิลาขนาดมหึมาตั้งอยู่ บนนั้นมีห้องเล็ก ๆ มากมาย เต็มไปด้วยอ านาจแห่งเต๋าไหลเวียน

“ในอดีต มียอดฝีมือที่ทาความเข้าใจและฝึกฝนมหาเต๋าบนเสา ศิลานี้ ทาให้เสาศิลานี้ได้อานิสงส์ ปรากฏผลเร่งความเข้าใจต่อ กฎเกณฑ์”

“ต่อให้ผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานไปนั่ง ก็ยังสัมผัสการมีอยู่ ของกฎเกณฑ์ได้ แต่หากคิดทาความเข้าใจ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องอยู่ ในขั้นปลายขอบเขตจินตาน”

เซี่ยชิงชี้เส้นทางด้านซ ้ายมือ “มุ่งหน้าไปทางซ ้าย ที่นั่นมีภูเขา ลูกหนึ่ง มียอดฝีมือผู้หนึ่งฝึกวรยุทธ ์อยู่ที่นั่น และทิ้งภาพฉายของเขา ไว้”

“ยามเจ้าไปฝึ กฝนที่นั่น ก็ประมือกับยอดฝี มือโบราณผู้นั้นได้ ตราบยามนี้ ยังไร ้ผู้ใดเอาชนะภาพฉายยอดฝีมือผู้นั้นได้”

เซี่ยชิงหันไปทางเส้นทางขวามืออีกครั้ง ครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงกล่าว ว่า “อย่าไปที่ที่สาม ที่นั่นไม่ใช่สถานที่ฝึ กฝน ไปแล้วก็ฆ่าตัวตาย เปล่า”

สาหรับสถานที่ที่สาม เซี่ยชิงไม่อธิบายอะไรมาก

“โอ้ มีคนมาใหม่ล่ะ! มาประลองกับข้ามามะ”

เด็กหนุ่มในอาภรณ์หรูหราผู้หนึ่งปรากฏขึ้น ใบหน้าของเขาสุด แสนตื่นเต้น มองเจียงผิงอันกับอวิ๋นหวงราวพบอาหารอันโอชะ

“มาถึงก็จะรังแกผู้มาใหม่เลยหรือ? ข้าอ่อนแอมาก ให้ข้าประชัน พวกเขาเถอะ!” ผู้ฝึกตนร่างอวบผู้หนึ่งรีบร ้อนเข้ามา

“พวกเจ้าให้โอกาสข้าเถอะนะ เวลาฝึกฝนของข้าจะหมดแล้ว ให้ ข้าท้าทายเถอะ!”

เมื่อเห็นว่ามีผู้มาใหม่ คนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งก็แห่กันมารุมล้อม อย่างรอไม่ไหว ความตื่นเต้นนั้นชัดเจนเกินปกปิด

บทที่ 138 ประชันยอดฝีมือ

เมื่อเห็นคนกลุ่มนี้ คิ้วเรียวดุจกิ่งหลิวของเซี่ยชิงก็ย่นเล็กน้อย

เจ้าพวกนี้ก็ยังมากันตามคาด

อัจฉริยะหลายคนที่ฝึกฝนที่นี่หามีคุณสมบัติฝึกฝนตลอดไปไม่

เพื่อกระตุ้นให้ปวงชนต่อสู้ ราชวงศ์จึงยอมให้ประลองยุทธ ์โดยใช ้ เวลาการฝึกฝนเป็ นเดิมพันได้

ไม่มีใครอยากออกจากสถานที่ฝึกฝนชั้นดีเช่นนี้ และเพื่อให้ได้ เวลาฝึกฝนมา จึงสู้กันอย่างเต็มที่

คนเหล่านี้ชอบผู้มาใหม่เป็ นพิเศษ เพราะสามารถเก็บเกี่ยวเวลา ฝึกฝนจากคนเหล่านี้ได้มากมาย

ดังนั้นยามพวกเขาเห็นเจียงผิงอันและอวิ๋นหวง จึงพากันมารุม ล้อมทันที

“อย่าบอกเชียวนะว่าไม่กล้า? ขลาดเขลาเพียงนั้นเลยหรือ?” เด็ก หนุ่มในอาภรณ์หรูหราผู้หนึ่งยั่วยุ

“ไร ้ค่าแท้ ข้าก็นึกไปว่าผู้มาจะแข็งแกร่ง ที่แท้ก็เป็ นแค่ไข่เปราะ ๆ”

สีหน้าของผู้ฝึกตนร่างท้วมอีกคนสุดแสนเหยียดหยันราวมองลง มาเห็นขยะชิ้นหนึ่ง

“คนอย่างพวกเขาไร ้ค่า ไม่ต้องสนใจหรอก อย่าไปท้าทายเลย” คนอื่น ๆ เหยียดเยาะยียวน

ได้ยินวาทะของพวกเขา อวิ๋นหวงก็มีโทสะเล็กน้อย

แต่นางก็มิได้โง่ ทราบจุดประสงค์ของพวกเขาดี จึงมิได้สนใจ

เซี่ยชิงมองอวิ๋นหวงและเจียงผิงอันอย่างพึงพอใจ หนุ่มสาวทั้ง สองใจเย็นกันพอสมควร ย่อมไม่ถูกคายั่วยุชั้นต่าเหล่านี้หลอกเอาได้ แน่นอน

ขณะที่นางกาลังจะพาคนทั้งสองไปนั้นเอง เจียงผิงอันพลันเอ่ย ปาก “ผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐาน มาสู้กับข้าได้นะ”

เซี่ยชิง “……”

เด็กนี่กล้าดีจริง ๆ นางบอกไม่ให้ทาอะไร เขาก็จะทาไอ้อย่างนั้น แหละ!

“เจ้าคิดว่าตัวเองมีเวลาฝึ กฝนเยอะนักหรือ?” เซี่ยชิงยกนิ้วขึ้น เคาะหัวเจียงผิงอัน

สายตาของเจียงผิงอันกระจ่างชัด “ข้าอยากรู ้ว่าตัวข้ากับ อัจฉริยะเหล่านี้ต่างชั้นกันเพียงไร”

เจียงผิงอันต้องการใช ้การต่อสู้เฟ้ นหาจุดด้อยของตน ยามสู้ศึก เดิมพันชีวิตจะได้ปลอดภัยขึ้น

เหนื่อยหน่อยยามนี้ ภายหน้าจะได้หลั่งเลือดน้อยลง

เซี่ยชิงครุ่นคิดครู่หนึ่งก็พยักหน้า “เจ้าสู้กับผู้ฝึ กตนขอบเขต สร ้างรากฐานก็พอ ห้ามไปท้าทายผู้ฝึกตนขอบเขตจินตานนะ”

ด้วยพลังต่อสู้ปัจจุบันของเจียงผิงอัน การรับมือผู้ฝึกตนขอบเขต สร ้างรากฐานไม่น่าเป็ นปัญหาใหญ่

เจียงผิงอันกล่าวกับผู้ฝึ กตนตรงหน้า “ผู้ฝึ กตนขอบเขตสร ้าง รากฐาน มาสู้กับข้าได้นะ”

“ฮ่า ๆ ได้เลย!”

ผู้ฝึกตนร่างท้วมผู้หนึ่งตะโกน ใบหน้าอวบกลมสุดตื่นเต้น “กล้า เดิมพันด้วยเวลาฝึกฝนสามสิบวันหรือไม่?”

เขาเห็นว่าป้ ายหยกที่เอวของเจียงผิงอันระบุเวลาสามร ้อยหกสิบ วัน จึงเอ่ยขอสามสิบวันมิให้อีกฝ่ายขวัญเสีย

“ได้”

เจียงผิงอันตกลง

เมื่อเขาตกลงประลอง แสงสีทองสายหนึ่งพลันปรากฏบนศีรษะ คนทั้งสองเป็ นตัวเลข ‘สามสิบ’

เหนือท้องนภา อักขระกฎเกณฑ์วูบไหว แท่นประลองปรากฏขึ้น

ทั้งสองถูกเคลื่อนย้ายไปที่นั่น

ยามเผชิญเรื่องเช่นนี้เป็ นครั้งแรก เจียงผิงอันประหลาดใจ เล็กน้อย

โลกใบน้อยแห่งนี้มีกฎเกณฑ์เป็ นของตัวเอง

จากตาขวาของเขา สามารถประจักษ์ได้ว่าแท่นประลองเบื้องใต้ ตน แท้จริงเป็ นการผสมระหว่างอักขระและพลังบางอย่าง

ผู้คนซึ่งฝึกฝนในสถานที่ฝึกฝนต่าง ๆ เห็นแท่นประลองปรากฏ ขึ้นบนฟ้ า ต่างจ้องมองมาเป็ นตาเดียว

“มีผู้จะประลองกันหรือ?”

“น่าจะมีคนไปท้าทายผู้มาใหม่อีกแล้ว น่าสงสารจริง ๆ เพิ่งมาก็ ต้องเสียเวลาฝึกฝนไปเสียแล้ว”

“เหอะ ๆ เดี๋ยวข้าจะไปผสมโรงสักหน่อย เผื่อจะได้เวลาฝึ กฝน เพิ่มมาบ้าง”

ผู้ฝึกตนที่เข้าฝึกฝนได้ชั่วคราวคนแล้วคนเล่าต่างมุ่งหน้าไปทาง แท่นประลอง อยากรู ้ว่าตนจะได้ประชันผู้มาใหม่ได้หรือไม่

พวกเขาชอบสั่งสอนผู้มาใหม่เป็ นที่สุด

เหล่าผู้มาใหม่มักหยิ่งทะนงไม่ลืมหูลืมตา คิดไปว่าตนแข็งแกร่ง ในโลกภายนอก สามารถทาตัวอหังการที่นี่ได้

คนอวดดีมักใช ้เวลาฝึกฝนมาประชันกับพวกเขา และสุดท้ายก็ ได้บทเรียน ต้องประจักษ์สัจธรรมกันไป

“เหตุใดคนมาใหม่นี่ถึงอยู่ในขอบเขตสร ้างรากฐานกัน อายุดูสิบ หกสิบเจ็ดแล้ว ขอบเขตยังต่าเพียงนี้”

เมื่อเห็นการฝึกฝนของเจียงผิงอัน ผู้ฝึกตนมากมายก็ผิดหวังยิ่ง

ขอบเขตของคู่ต่อสู้ต่าเกินกว่าจะประชันพวกเขา

ผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานมีจานวนน้อยที่สุดที่นี่ รวมแล้วสิบ กว่าคน ขอบเขตจินตานหลายสิบคน และขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิดอีกหลายร ้อย

บนแท่นประลอง เจ้าอ้วนน้อยกล่าวกับเจียงผิงอันยิ้ม ๆ “หากเจ้า ไม่เปิดฉากโจมตี ข้าจะท าเองนะ อย่าหาว่าข้ารังแกคนมาใหม่เชียว”

“อืม”

เจียงผิงอันเห็นว่าอีกฝ่ ายให้เขาลงมือก่อนก็ไม่เกรงใจ ใช ้อัสนี พริบตาไหวกายไปตรงหน้า ขณะที่ออกหมัดชกท้องอีกฝ่ายทันที

“เปรี้ยง!”

เจ้าอ้วนน้อยรู ้สึกราวอาหารทั้งหมดที่กินไปเมื่อเที่ยงกาลังจะไหล ย้อนออกมา ร่างของเขากระเด็นหัวทิ่มพ้นจากแท่นประลอง

หลังจากออกจากแท่นประลอง ตัวเลข ‘สามสิบ’ เหนือศีรษะผู้ฝึก ตนร่างท้วมก็หายไป ขณะที่ตัวเลขบนป้ ายหยกห้อยเอวเจียงผิงอัน เปลี่ยนเป็ นสามร ้อยเก้าสิบ

เจ้าอ้วนน้อยกุมท้องอย่างเจ็บปวด มองเจียงผิงอันด้วยสีหน้าตก ตะลึง

“เร็วอะไรขนาดนั้น!”

เขายังไม่ทันรู ้ตัวก็ถูกชกกระเด็นออกนอกแท่น คนผู้นี้ไวเกินไป แล้ว

“คนต่อไป” เจียงผิงอันกล่าว

เหล่าผู้คนที่มาชมการประลองจากไกลๆ ล้วนทิ้งความดูแคลนไป

“คนมาใหม่นั่นใช ้เคล็ดวิชาอะไรกัน? ไวไปหน่อยนะ”

“มีปราณอัสนี น่าจะเป็ นวิชาธาตุอัสนี”

“ผู้มาใหม่นี่ไม่ธรรมดา วรยุทธ ์ธาตุสายฟ้ าฝึกฝนยากจะตาย”

ทุกคนให้ความสนใจกับเจียงผิงอันเล็กน้อย

แต่อัจฉริยะมากมายก็ยังดูแคลนเจียงผิงอัน การที่เขาอายุสิบหก สิบเจ็ดแล้ว แต่ยังอยู่ในขอบเขตสร ้างรากฐาน นั้นดูปวกเปียกเกินไป หน่อย

“เจ้าคนน่ารังเกียจ! แข็งแกร่งเพียงนี้ยังเปิดฉากลงมือก่อนอีก! ข้าไม่ยอม! ขอประลองอีกที เดิมพันสามสิบวันเหมือนเดิม!”

ดวงตาของเจ้าอ้วนน้อยแดงก่า ไม่ยอมพ่ายแพ้ เอาเวลาฝึกฝน สุดท้ายของตนมาเดิมพัน

เจียงผิงอันเห็นอีกฝ่ ายเดือดดาลตาแดงก่าก็ลอบเตือนตนเองว่า ภายหน้า ตนก็ห้ามหลงเดิมพันจนตาแดงก่าเช่นนี้ หาไม่ เขาจะเสีย ความเยือกเย็นไป

เมื่อเจียงผิงอันตกลงเดิมพัน ตัวเลข ‘สามสิบ’ ก็ปรากฏเหนือ ศีรษะทั้งสองอีกครั้ง

เจ้าอ้วนน้อยกลับมาอยู่บนแท่นประลอง หนนี้มิได้เลินเล่อ กระบี่ เล่มหนึ่งปรากฏในมือ เจตจานงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออก เรืองรัศมีโชติช่วง กฎเกณฑ์ถูกกระตุ้นเคลื่อนขยับ

“ตายซะ!”

เจ้าอ้วนน้อยออกกระบี่สุดแรงเกิด ส่งปราณกระบี่ทะยานตรงสู่ ท้องนภาพร่างพราว

เจตจานงกระบี่นี้มิได้อ่อนแอไปกว่ายามเยี่ยอู๋ฉิงแผลงในกาล ก่อน กระทั่งแข็งแกร่งกว่านั้นมากนัก

กาลก่อน เจียงผิงอันมิให้เยี่ยอู๋ฉิงลงมือ ขัดขวางเขาด้วยการ ลอบโจมตี

ต่อหน้าการโจมตีครั้งนี้ เขาหาขยับตัวไม่ มองเจตจานงกระบี่จู่ โจมเข้ามาอย่างสุขุม

ขณะที่เจตจานงกระบี่ห่างตัวเขาสิบห้าจั้ง ความเร็วสุดขั้วของ เจตจานงกระบี่นั้นพลันลดฮวบฮาบลงอย่างรวดเร็ว

ยามเจตจานงกระบี่เฉียดใกล้รัศมีสามจั้งจากเจียงผิงอัน มันก็ ฟาดลงกับพื้น

รอยแยกลึกล้าปรากฏบนแท่นประลอง

เจียงผิงอันมองเจตจานงกระบี่แทบเท้าตนอย่างใจเย็น

เมื่อเร่งพรสวรรค์โน้มถ่วงสุดกาลัง เขาก็หยุดการโจมตีของ อัจฉริยะขอบเขตสร ้างรากฐานได้

ดูเหมือนระดับของพรสวรรค์โน้มถ่วงจะห่างชั้นเกินไป

“เจ้าใช ้พรสวรรค์โน้มถ่วงแข็งแกร่งเช่นนี้ได้!”

เจ้าอ้วนน้อยเห็นว่าเจตจานงกระบี่ของตนไปไม่ถึงร่างของเจียง ผิงอัน แต่กระแทกลงพื้นแทน สีหน้าพลันย่าแย่ รีบออกกระบี่จู่โจมต่อ

ในเมื่อการโจมตีระยะไกลใช ้ไม่ได้ ก็ต้องประชันระยะประชิด!

เมื่อเข้าใกล้เจียงผิงอัน เจ้าอ้วนน้อยก็สัมผัสถึงแรงโน้มถ่วงที่ เพิ่มขึ้นได้อย่างชัดเจน ร่างหนักอึ้งขึ้นมา

“ความสามารถขยะนี่! หยุดข้าไม่ได้หรอก!”

เจ้าอ้วนน้อยพุ่งไปอยู่ตรงหน้าเจียงผิงอันในพริบตา เหวี่ยงกระบี่ ส่งปราณฉวัดเฉวียนสุดแรง

เจียงผิงอันเตะออกไปหนึ่งหน เจ้าอ้วนน้อยกระอักเลือด กระบี่ หลุดจากมือ ร่างกระเด็นออกนอกแท่นประลองอีกครั้ง

คราวนี้ เจียงผิงอันได้เวลาฝึกฝนมาอีกสามสิบวัน

“แค่ก ๆ”

เจ้าอ้วนน้อยร่วงลงพื้น กุมท้องกระอักไอรุนแรง

เขาเงยหน้ามองเจียงผิงอันด้วยใบหน้าสุดตกตะลึงไม่อยากเชื่อ

ความแข็งแกร่งของคนผู้นี้สูงเสียจนเขาไร ้กาลังฝืนต้านใด ๆ

ในฐานะอัจฉริยะผู้หนึ่ง เขากลับพ่ายแพ้เยี่ยงขยะ

“เจี่ยงจู้อ่อนหัดนัก ถูกเตะกระเด็นออกไปแน่ะ”

“งามหน้าตระกูลเจี่ยงแท้ ๆ”

“เจี่ยงจู้ยังเด็กนัก ผู้มาใหม่นี่สุขุมยิ่ง เห็นได้ชัดว่าช่าชอง”

เมื่อเห็นเจ้าอ้วนน้อยพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย ผู้คนมากมายก็นึก ขายหน้าแทน

มีเพียงเซี่ยชิงและอวิ๋นหวงที่ทราบ ว่ามิใช่เพราะเจี่ยงจู้อ่อนแอ เกินไป เป็ นเจียงผิงอันต่างหากที่แข็งแกร่งเกิน

ด้วยความแข็งแกร่งของเจี่ยงจู้ เขาสามารถติดหนึ่งในสามอันดับ แรกของการแข่งขันยอดฝีมือได้

แต่คู่ต่อสู้ของเขาคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งในการประลองยอดฝีมือ ประหารร่างเทวะสุดขั้วหยางมาแล้ว

“ข้าขอลอง!”

เด็กหนุ่มชุดน้าเงินในขอบเขตสร ้างรากฐานอีกคนทะยานมายัง แท่นประลอง

บทที่ 139 หลี่อี้เตา

“เดิมพันสิบวัน”

เด็กหนุ่มชุดน้าเงินระมัดระวังอย่างยิ่ง มิได้เดิมพันครั้งละสามสิบ วันอย่างเจี่ยงจู้

หากทาเช่นนี้ พ่ายไปก็ไม่ร ้อนใจมากนัก

เขาไม่สนใจหรอกว่าจะเดิมพันกี่วัน แค่อยากเห็นขีดจากัดพลัง ต่อสู้ของตัวเองเท่านั้น

เด็กหนุ่มชุดน้าเงินเป็ นผู้ฝึกกายา เมื่อโคจรปราณโลหิต ร่างของ เขาก็แผ่บรรยากาศชวนสะพรึงเช่นสัตว์ร ้าย

เซี่ยชิงเตือนว่า “ระวังด้วย เขาผสานโลหิตสัตว์ร ้ายบรรพกาล หยดหนึ่งในตัว ดูเหมือนจะผสานสมบูรณ์แล้ว ในด้านพละก าลัง เขา สามารถชกผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตจินตานสาหัสได้ในหมัดเดียว”

เซี่ยชิงกลัวว่าเจียงผิงอันจะเลินเล่อ จึงกล่าวเตือนขึ้น

ในดินแดนลับของราชวงศ์ ไม่มีผู้ใดอ่อนแอ

เด็กหนุ่มชุดน้าเงินในขณะนี้ดุจลักษณ์จาแลงสัตว์ร ้ายไร ้เทียม ทาน สองขาเกร็งออกแรง พื้นเบื้องใต้ร ้าว ร่างดีดผึงพุ่งเข้ามาทันใด

“สัตว์ร ้ายหรือ?”

เจียงผิงอันรู ้สึกนึกสนุกเล็กน้อย เขาไม่หลบ ยกมือขึ้นรับการ โจมตี

หมัดของทั้งสองปะทะกัน

อากาศรอบข้างอันมีหมัดของทั้งสองเป็ นศูนย์กลางกระแทกแบ่ง คนทั้งสองเป็ นเส้นคั่น แผ่นหินบนแท่นประลองระเบิดเปรี้ยง

เด็กหนุ่มชุดน้าเงินหน้าขรึม

คนผู้นี้ทรงพลังอย่างยิ่ง!

เมื่อเห็นเจียงผิงอันแข็งแกร่งเพียงนี้ เขาก็ไม่ห่วงว่าจะทาร ้ายอีก ฝ่ายอีก เร่งพลังสัตว์ร ้ายในกายสุดกาลัง เหวี่ยงหมัดออกไปอีกหน

ยามเหวี่ยงหมัดนั้น กวาดคลื่นลมกระแทกรุนแรง

เกิดเสียงปะทะเลื่อนลั่นอีกครั้ง อานาจทาลายล้างชวนสะพรึง สะท้านโลกาแพร่ไปหลายลี้

ม่านตาของเด็กหนุ่มชุดน้าเงินหดตัว อีกฝ่ ายรับกาลังของเขา ได้!

เจียงผิงอันกล่าวกับเด็กหนุ่ม “แรงแค่นี้ทาร ้ายข้าไม่ได้หรอก”

แล้วหมัดของเขาก็เผยอ านาจชวนสะท้าน

แขนเสื้อของเด็กหนุ่มชุดน้าเงินระเบิดแหลกอย่างมิอาจทนรับ ร่างของเขากระเด็นไปนอกแท่นประลอง

ตัวเลข ‘สิบ’ เหนือศีรษะของเขาหายไป

เจียงผิงอันได้เวลาฝึกฝนมาอีกสิบวัน

เด็กหนุ่มชุดน้าเงินดูแขนอันบวมแดงของตน สีหน้าคลับคล้าย เหม่อลอย

นี่เป็ นครั้งแรกที่เขาได้พบผู้แข็งแกร่งกว่าในขอบเขตเดียวกัน

คนผู้นี้เป็ นใครกัน?

เจียงผิงอันหันไปกล่าวกับเหล่าผู้ชม “ขอบเขตจินตานมาเถอะ”

สู้กับผู้ฝึ กตนขอบเขตสร ้างรากฐานออกจะเหมือนรังแกกันไป หน่อย

แม้เขาจะมิได้สร ้างตาน แต่ชีพจรทั้งสามร ้อยหกสิบจุดล้วน เหมือนจินตานทั้งสิ้น

เมื่อได้ยินวาทะนี้ เซี่ยชิงก็เปลี่ยนสีหน้า “ไอ้หนูตัวเหม็น ลืมที่ข้า พูดไปแล้วหรือไร?”

ไม่ให้เจียงผิงอันท้าทายตัวตนขอบเขตจินตาน เจ้านี่ก็ยังดื้อแพ่ง!

“เวร! เด็กนี่ก็บ้าดีเดือดแท้! คิดจะท้าทายจินตานด้วย!”

“เขามีฝีมือจริง โดยเฉพาะพละก าลังล้นเหลือ น่าจะเป็ นผู้ฝึกกา ยา”

“นี่มิใช่ให้โอกาสข้าหรือ? ข้าจะสั่งสอนเจ้าเด็กกาแหงนี่เอง!”

ผู้ฝึกตนขอบเขตจินตานบางคนซึ่งขาดเวลาฝึกฝนลิงโลด แต่ ขณะที่พวกเขากาลังจะขึ้นสู่แท่นประลอง เขาก็พบว่ามีคนผู้หนึ่งชิง ตัดหน้าไปก่อนแล้ว

คนผู้นี้ดูอายุราวสิบแปด แผลเป็ นพาดยาวบนใบหน้าทาให้เขาดู น่ากลัวเล็กน้อย

“หลี่อี้เตา! ทีอย่างนี้ไวเชียวนะ!”

ทุกคนที่นี่ล้วนเป็ นอัจฉริยะร่วมดินแดนลับ ทุกคนจึงรู ้จักกัน

ยามเซี่ยชิงเห็นคนผู้นี้ นางก็หน้าเสียแล้วรีบส่งกระแสปราณบอก เจียงผิงอัน

“คนผู้นี้เป็ นอัจฉริยะจากตระกูลหลี่ น่าจะเป็ นคนที่หลี่เฮ่อวานมา จัดการเจ้า”

“คนผู้นี้ลือนามยิ่งในดินแดนลับ เป็ นอันดับหนึ่งด้านวิชาดาบใน ขอบเขตเดียวกัน สัมผัสกฎเกณฑ์ได้แล้ว สามารถใช ้อ านาจ กฎเกณฑ์แห่งทองได้นิดหน่อย อย่ารับค าท้าของเขาเชียว!”

เซี่ยชิงเดาได้ว่าหลี่อี้เตาเป็ นผู้ที่ตระกูลหลี่ส่งมาจัดการกับเจียง ผิงอัน

“กฎเกณฑ์แห่งทองหรือ?”

เจียงผิงอันจ้องมองชายตรงหน้า

กฎพื้นฐานทั้งห้าของโลกหล้าผู้ฝึกตนคือทอง ไม้ น้า ไฟ และดิน

แม้จะเป็ นกฎพื้นฐาน แต่ก็มิได้หมายความว่าพวกมันอ่อนแอ

กลับกัน เพราะพวกมันแข็งแกร่งเกินไป กฎทั้งห้าจึงยังยืนยง ตราบกาล

ในกฎทั้งห้า กฎเกณฑ์แห่งทองล้าเลิศที่สุดด้านพลังป้ องกันและ พลังท าลายล้าง

แน่นอน กระทั่งกฎเกณฑ์แห่งทองยังมีแขนงแยกย่อยแตกต่างกัน

เช่นจินหลินซึ่งเดินทางสายขัดเกลากายา เน้นไปทางป้ องกัน

หลี่อี้เตาผู้นี้ดาเนินสายวิชาดาบโจมตี

“เดิมพันร ้อยวัน กล้าหรือไม่?” หลี่อี้เตาไม่อยากรังแกผู้มาใหม่ กระดากใจอยู่เล็กน้อย

แต่ใครใช ้ให้หลี่เฮ่อจ่ายหนักเล่า

นอกจากนั้น เด็กนี่ยังมีเวลาฝึกฝนเยอะแยะ ทาให้เขาตื่นเต้นเป็ น อย่างยิ่ง

อันที่จริง หลี่อี้เตาอยากเดิมพันสี่ร ้อยวันให้เจียงผิงอันหมดตัวไป เลย แต่ตัวเขามีเวลาฝึกฝนเพียงร ้อยวันเท่านั้น

จากกฎการประลอง จานวนวันที่เดิมพันได้ห้ามเกินจานวนวัน ฝึกฝนต่าสุดที่ผู้เข้าประลองทั้งสองฝ่ายมี

ตัวเลข ‘หนึ่งร ้อย’ ลอยเหนือศีรษะคนทั้งสอง

“ไอ้หนูตัวเหม็นนี่ไม่ฟังกันจริงๆ เลย!” เซี่ยชิงข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน

“บอกว่าอย่าก็จะทา! เดี๋ยวก็รู ้ว่าผู้ใดจะร่าไห้เมื่อพ่ายแพ้”

อวิ๋นหวงเงยหน้ากล่าว “บางทีสหายเต๋าเจียงอาจชนะก็ได้นะเพคะ เพราะถึงอย่างไร กระทั่งฉู่หยางเขาก็เอาชนะมาแล้ว”

เซี่ยชิงส่ายหัว “เขาเอาชนะฉู่หยางได้ก็เพราะผลาญโลหิตผู้ ครองกายาศักดิ์สิทธิ์และใช ้พิษต่างหาก”

“หลี่อี้เตารู ้ว่าเจียงผิงอันเป็ นใคร เขาจะระวังพิษไว้ก่อนแน่นอน และโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์หายากเพียงนั้น เจียงผิงอันจะมีสักกี่ หยดเชียว?”

“นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้เป็ นการประลองขอบเขตสร ้างรากฐาน ยามนี้เป็ นขอบเขตจินตาน มันไม่เหมือนกันนะ”

ขณะเซี่ยชิงเอ่ยปาก หลี่อี้เตาก็ระวังพิษจากร่างของเจียงผิงอัน อยู่แล้ว และเปิดเกราะคุ้มกันทันทีที่มาถึงแท่นประลอง

มุมปากหลี่อี้เตายกยิ้ม พลันชักดาบออกมาจากเอว “ข้าได้ยินว่า เจ้าเอาชนะร่างเทวะสุดขั้วหยางได้ ขอข้าดูหน่อยว่าเจ้าจะมีฝีมือจริง ๆ หรือไม่?”

เมื่อได้ยินวาทะของหลี่อี้เตา ปวงชนซึ่งพินิจศึกอยู่ก็อ้าปากค้าง

“เอาชนะร่างเทวะสุดขั้วหยาง? เช่นนั้นเขาก็คือเจียงผิงอันน่ะสิ!”

“ที่แท้ก็คือเขา! มิน่าจึงแข็งแกร่งนัก!”

“อย่าเสียขวัญไป ข้าได้ยินว่าที่เขาเอาชนะร่างเทวะสุดขั้วหยาง ได้ก็เพราะใช ้พิษ”

ดินแดนลับมิได้ปิดสนิท ข่าวคราวมากมายสัญจรเข้ามาได้

ครึ่งปีก่อน เรื่องเกี่ยวกับพลังต่อสู้ของร่างเทวะสุดขั้วหยางก่อ เสียงฮือฮาใหญ่โตในดินแดนลับ

คนมากมายตกตะลึงที่มีตัวตนท้าทายสวรรค์เช่นนี้เกิดขึ้นในต้า เซี่ย

แต่ข่าวช่วงหลังที่ตามมาให้เหตุผลว่า เจียงผิงอันเอาชนะฉู่หยาง ได้ก็เพราะปราณวิญญาณของเขามีพิษ

ยิ่งกว่านั้น เจียงผิงอันยังใช ้อานาจภายนอก โลหิตผู้ครองกายา ศักดิ์สิทธิ์มาเอาชนะร่างเทวะสุดขั้วหยาง หมายความว่าตัวเขาจริง ๆ ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าใดนัก

ดาบในมือหลี่อี้เตาพลันตวัดชี้เจียงผิงอัน ปราณอหังการรุนแรง ระเบิดออกจากกาย

วิชาดาบสูงสุดของตระกูลหลี่ วิชาดาบคลั่ง!

เขาลงมือสุดกาลังทันทีที่เปิดฉาก ใช ้กฎเกณฑ์แห่งทองที่เขา รับรู ้ได้อัดแน่นที่ตัวดาบ

หากดาบเจือกฎเกณฑ์นี้ถูกตัวเจียงผิงอัน ขอเพียงมิใช่ตัวตน ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด อีกฝ่ายจะบาดเจ็บแน่นอน!

หลี่อี้เตาไหวกายมาอยู่ตรงหน้าเจียงผิงอันในทันที สองมือกา ด้ามดาบฟาดฟันขนานขอบฟ้ า

เจียงผิงอันใช ้อัสนีพริบตาหลบเลี่ยง

“ไร ้ประโยชน์!” หลี่อี้เตาหันกลับไปจู่โจมเจียงผิงอันที่ด้านหลัง ตน

พวกเขาเป็ นอัจฉริยะ ต่างฝ่ ายล้วนประสาทเฉียบคม สัมผัส อันตรายในระยะหนึ่งได้

นอกจากนั้น หลี่อี้เตามิได้ฝึกฝนเพียงวิชาดาบ ความเร็วของเขา ยังสูงด้วย

การลอบจู่โจมของเจียงผิงอันล้มเหลว ไหวกายหลบไปทันที

หลี่อี้เตาตวัดดาบไล่ตามไป

เซี่ยชิงแค่นเสียงเย็น “ปล่อยเด็กตัวเหม็นนี่ผยองไป อีกไม่นานก็ จะเจ็บตัวแล้ว”

คาว่าอัจฉริยะเป็ นแค่ชื่อจริง ๆ หรือไร?

เจียงผิงอันยังไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ มิอาจรับมือหลี่อี้เตาได้เลย

หากเป็ นตัวตนขอบเขตจินตานทั่วไป เจียงผิงอันยังใช ้กาลังเข้าสู้ ไหว ปัญหาอยู่ตรงที่ดาบของหลี่อี้เตาเจืออานาจกฎเกณฑ์ หากกล้า ใช ้มือเปล่ารับ มือนั้นก็จะถูกสะบั้นขาด

เจียงผิงอันใช ้อัสนีพริบตาเลี่ยงหลบต่อเนื่อง พยายามลอบจู่โจม อยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่เป็ นผล และตนยังเกือบถูกหลี่อี้เตาฟันถูกตัว

ความเร็วของอัสนีพริบตารวดเร็วนัก แต่มันก็แค่เร็ว มิใช่การ เคลื่อนย้ายมิติ มีกฎเกณฑ์ที่ต้องยึดตาม

ในสายตาปวงชน เจียงผิงอันเหมือนหนีกระเจิดกระเจิง

“ว่าแล้วเชียว เจียงผิงอันไม่มีโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์แล้ว พอพิษใช ้ไม่ได้ ฝีมือก็แค่งั้น ๆ”

“คนเช่นนี้ยังเข้าดินแดนลับราชวงศ์ของเราได้ด้วยหรือ?”

“ข้าได้ยินว่าเขาก็มีวิชาเทียมเทพสงครามด้วยนะ”

“ต่อให้ทวีก าลังตัวเองได้แล้วจะท าเช่นไรต่อ? จะหยุดการโจมตี แฝงกฎเกณฑ์ได้หรือ?”

อวิ๋นหวงหงุดหงิดใจนักยามได้ยินคนเหล่านี้กล่าวร ้ายเจียงผิงอัน จึงเอ่ยว่า “เจียงผิงอันอยู่เพียงขอบเขตสร ้างรากฐานในยามนี้ ยาม พวกเจ้าขอบเขตเท่าเขา แข็งแกร่งเท่าเขาได้หรือไม่?”

คนที่กล่าวล้อเลียนเจียงผิงอันหุบปากฉับไปทันทีเมื่อได้ยิน คาพูดของอวิ๋นหวง

ยามพวกเขาอยู่ในขอบเขตสร ้างรากฐาน ก็ไม่อาจก้าวข้ามเจียง ผิงอันได้จริง ๆ

ความเร็วและพละก าลังของเจียงผิงอันแข็งแกร่งจริงแท้

แต่ก็เถอะ หญิงงามชุดแดงผู้นี้ใครกัน? ช่างงามเหลือเกิน

คู่บ าเพ็ญของเจียงผิงอันหรือ?

บทที่ 140 เขาเป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานจริงๆ หรือ?

เซี่ยชิงถ่ายทอดกระแสปราณบอกเจียงผิงอัน “พอ ไม่ต้องสู้แล้ว รอเจ้าบรรลุขอบเขตจินตาน ท าความเข้าใจกฎเกณฑ์ได้ เจ้าค่อยมา สู้กับหลี่อี้เตาเถอะ”

“เสียเวลาฝึกฝนไปนิดหน่อยไม่เป็ นไรหรอก หากสู้ต่อไปเช่นนี้ เจ้าอาจบาดเจ็บ มีผลต่อการฝึกฝนของเจ้าได้นะ”

ทว่าเจียงผิงอันเหมือนไม่ได้ยิน ขณะเลี่ยงหลบ เขาก็กล่าวกับหลี่ อี้เตาตรงหน้า “เจ้าทาได้แค่นี้หรือ?”

สายตาปวงชนพลันเบิกโพลง

“เวร เด็กนี่ไฉนระห่านัก? ที่ว่าทาได้แค่นี้หมายความเช่นไร?”

“พลังต่อสู้ของหลี่อี้เตา อย่างน้อย ๆ ต้องติดสิบอันดับแรกของ ขอบเขตจินตาน แต่ดันมาล้อเลียนเขาได้”

“เด็กนี่บ้าแท้ หรือเขายังมีไพ่ตายอยู่?”

เมื่อได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน หลี่อี้เตาก็หรี่ตา เพิ่มความเร็ว เหวี่ยงตวัดดาบ “เจ้าจะใช ้วิชาเทียมเทพสงครามแล้วหรือ?”

“กับเจ้า ไม่จ าเป็ นหรอก”

ขณะนี้ ร่างของเจียงผิงอันแผ่คลื่นปราณวิญญาณยิ่งใหญ่ แล้ว แสงทองเจือแดงเลือดชั้นหนึ่งก็ปรากฏคลุมกาย

ครั้งนี้ เขาไม่หลบดาบที่หลี่อี้เตาฟาดลงมือ แต่ยกหมัดขึ้นชกใส่

“ไอ้โง่นี่ไม่อยากมีมือแล้วกระมัง!”

ทุกคนต่างตกใจยามเห็นเช่นนี้

ไม่ว่าพละก าลังของเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งเพียงไร ก็ไม่มี ทางขวางดาบอันเจือกฎเกณฑ์ได้แน่!

แต่แล้ว ภาพอันชวนขนลุกภาพหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตาตามมา

คลื่นลมกระแทกจากหมัดอันดุร ้ายของเจียงผิงอันและม่านปราณ วิญญาณของเขาขวางดาบนี้ไว้ได้!

ทั้งสองปะทะกัน ดาบของหลี่อี้เตาเจียนกระเด็นหลุดมือ

ปราณวิญญาณของเจียงผิงอันผลาญเผาดุจอัคคี ปกคลุมทั่ว กายหนาแน่นสุดขั้ว

ขณะนี้ ทุกคนพลันประจักษ์แจ้ง

“ปรากฏว่าเจียงผิงอันใช้ปราณวิญญาณเป็ นโล่ ใช้หมัดเข้า ประชัน กฎเกณฑ์จึงไม่อาจสัมผัสกาย”

“การทาเช่นนี้สิ้นเปลืองปราณวิญญาณมหาศาลเกินไป อย่าง มาก ครึ่งชั่วธูปมอดก็สิ้นปราณหมดแรงแล้ว”

“เจียงผิงอันคิดสู้เฮือกสุดท้ายหรือ?”

หลี่อี้เตารู ้สึกมือชาเล็กน้อย เรี่ยวแรงของเจ้าเด็กนี่น่ากลัวจริง ๆ หมัดของอีกฝ่ายไม่กระทบตัวดาบ ยังสะท้านถึงเขาร ้ายแรงเพียงนี้

“ปล่อยปราณวิญญาณออกมามากเพียงนี้ในหนเดียว เดี๋ยวก็รู ้ ว่าเจ้าจะทนได้นานเพียงไร!”

หลี่อี้เตาพุ่งเข้ามาอีกครั้ง ขอเพียงจู่โจมดุดันกว่านี้ ปราณ วิญญาณของอีกฝ่ายก็จะเหือดหายไปเร็วขึ้น

เจียงผิงอันใช ้ปราณวิญญาณเป็ นเกราะคุ้มกาย ใช ้ร่างเป็ นอาวุธ ศักดิ์สิทธิ์ เลิกใช ้การหลบเลี่ยงมาจู่โจมเต็มกาลัง

เสียงกระแทกชวนผวาดังระรัว คลื่นลมรุนแรงซัดสนั่น

แท่นประลองสั่นคลอนรุนแรงจากการต่อสู้ระหว่างทั้งสอง

ครู่ต่อมา จู่ ๆ แท่นประลองก็ขยายขนาดขึ้นเป็ นสิบกว่าลี้ แล้วจึง เสถียรตัว

เพียงครู่เดียว ทั้งสองก็ปะทะกันร ้อยกระบวนท่า

สีหน้าของหลี่อี้เตาค่อย ๆ บูดเบี้ยว แขนของเขาชาดิก ง่าม ระหว่างนิ้วโป้ งและชี้แตกร ้าวเลือดไหล

มันเกิดบ้าอะไรขึ้น? เห็นทนโท่ว่าเจียงผิงอันเป็ นผู้ฝึ กตน ขอบเขตสร ้างรากฐาน ไฉนจึงมีอานาจน่าสะพรึงกลัวเพียงนี้

หากยังเป็ นเช่นนี้ต่อไป เขาอาจจะพ่ายได้!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เม็ดเหงื่อก็ผุดขึ้นบนหน้าผากของหลี่อี้เตา

หากเขาพ่ายการประลองนี้ เขาก็ต้องออกจากดินแดนลับ

พ่ายไม่ได้! พ่ายไม่ได้เด็ดขาด!

หลี่อี้เตาใช ้ปราณวิญญาณทั้งหมดที่มี ควบแน่นกฎเกณฑ์ ทั้งหมดที่ควบคุมได้ไว้กับดาบ

เพียงพริบตา ใบดาบของเขาก็เปลี่ยนเป็ นสีทอง ขูดพื้นสร ้างรอย แยกเป็ นทาง

“ไหนดูซิว่าเจ้าจะขัดขืนเช่นไร!”

สีหน้าของหลี่อี้เตาชวนขนลุก นี่คืออานาจเต็มกาลังของเขา จะต้องทะลวงปราณวิญญาณของเจียงผิงอันได้แน่!

เจตจ านงดาบพาดไขว้ฉวัดเฉวียน

ขณะนี้ เจตจานงดาบของเขาผสานเป็ นหนึ่งกับฟ้ าดิน

หัวใจของอวิ๋นหวงและเซี่ยชิงบีบตัว

แม้พวกนางจะยืนห่างออกไปสิบกว่าลี้ ก็ยังสัมผัสความน่า สะพรึงกลัวของดาบนี้ได้

เจียงผิงอันพลันหยุดจู่โจม พลังประหลาดสายหนึ่งแผ่ออกมา จากกาย

ยามเจตจ านงดาบอหังการคืบเข้าใกล้ มันพลันพลิกตัวกลับมา ฟาดฟันใส่หลี่อี้เตา

สีหน้าของหลี่อี้เตาแปรเปลี่ยนสุดขั้ว

เขาฉุกคิดได้ทันทีว่า ในข้อมูลที่หลี่เฮ่อให้เขามา เจียงผิงอันยัง ใช ้หมัดอู๋จี๋ได้ด้วย!

หมัดอู๋จี๋ใช ้พละกาลังผู้ใช ้เป็ นขีดจากัด สามารถตอบโต้การ โจมตีที่แข็งแกร่งไม่เกินสามเท่าของตนได้!

หากฝึกฝนถึงขั้นสอง ก็สามารถตอบโต้การโจมตีอันแข็งแกร่ง กว่าตนไม่เกินสี่เท่า!

เมื่อเห็นเจตจานงดาบย้อนกลับมา หลี่อี้เตาเองก็มิกล้ารับตรง ๆ เขารีบเลี่ยงหลบไปทันที

แต่ทันทีที่เขาไหวกายมาที่ขอบแท่นประลอง หนึ่งร่างก็ตามเข้า ประชิด ออกหมัดกระแทกใส่หน้า

ฟันของหลี่อี้เตากระเด็นหลุดจากปากหลายซี่ ร่างกระเด็นเป็ นวง โค้งออกไปจากแท่นประลอง

เมื่อออกจากพื้นที่ประชัน ตัวเลข ‘หนึ่งร ้อย’ เหนือศีรษะก็หายไป

เวลาฝึกฝนของเจียงผิงอันเพิ่มเป็ นห้าร ้อยวัน

ปวงชนผู้พินิจศึกต่างผงะตะลึง

“หมัดอู๋จี๋! เด็กนี่ยังใช ้วรยุทธ ์น่ารังเกียจเช่นนี้ได้!”

“เจียงผิงอันเอาชนะหลี่อี้เตาด้วยขอบเขตสร ้างรากฐาน!”

“เขาเป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานจริง ๆ หรือ?”

ไร ้ผู้ใดคาดหวังว่าการต่อสู้จะจบลงเช่นนี้

ปรากฏว่าผู้ชนะคือเจียงผิงอันซึ่งมีการฝึ กฝนขอบเขตสร ้าง รากฐาน!

นี่คือดินแดนลับของราชวงศ์ต้าเซี่ย แทบไม่มีผู้ใดที่นี่ต่อสู้ข้าม ขอบเขตได้

เพราะความห่างชั้นระหว่างขอบเขตสร ้างรากฐานและจินตาน ยิ่งใหญ่เกินไป

ทว่าเจียงผิงอันกลับใช ้การฝึกฝนขอบเขตสร ้างรากฐานของเขา เอาชนะยอดฝีมือขอบเขตจินตานได้!

เจียงผิงอันนั้นดูเหมือนไร ้การสร ้างตาน แต่ชีพจรทั้งสามร ้อยหก สิบจุดของเขาล้วนเป็ นจินตานทั้งสิ้น

สีหน้าของหลี่อี้เตานอกแท่นประลองเหยเกบูดเบี้ยว

เขาเสียเวลาฝึกฝนทั้งหมดไป!

เวลาฝึ กฝนร ้อยวันนี้ ครอบครัวของเขาจ่ายแลกมาด้วยราคา มหาศาล แต่กลับเสียให้เจียงผิงอันไปทั้งหมด!

หลี่เฮ่อสมควรตาย ไหนเจ้าบอกว่าเจียงผิงอันรับมือง่ายไง!

หลี่อี้เตาไม่มีทางโทษตนเองได้ เขาจึงได้แต่โทษหลี่เฮ่อ

เซี่ยชิงเพิ่งนึกได้ว่าเจียงผิงอัน เด็กนี่ยังมีหมัดอู๋จี๋ด้วย

“พอแล้ว เอาชนะได้แล้วก็ลงมาเสีย”

เซี่ยชิงสุดแสนดีใจ เพราะเจียงผิงอันแผลงพลังต่อสู้เกินธรรมดา สั่งสอนตระกูลหลี่ไปหนึ่งหน

เจียงผิงอันมิได้ขยับตัว เขายืนบนแท่นประลอง มองผ่านปวงชน ไปหยุดที่ชายผมทองผู้หนึ่ง

“เจ้าแข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้ฝึ กตนขอบเขตจินตาน มาสู้กันได้ หรือไม่?”

ทุกคนต่างมองตามสายตาเจียงผิงอัน

“เซี่ยฉวินเหริ่น!”

“เขาก็มาดูการต่อสู้ด้วย!”

“มิใช่เขาก าลังก่อวิญญาณแรกก าเนิดอยู่หรือ?”

เซี่ยฉวินเหริ่นนั้นลือนาม ยามผู้ฝึ กตนขอบเขตจินตานคนอื่น มองมา สายตาพวกเขาล้วนมีความนับถือ ชื่นชม และอิจฉา

ตาขวาของเจียงผิงอันมองออกว่าอีกฝ่ ายมีอ านาจกฎเกณฑ์ใน กายแข็งแกร่งกว่าตัวตนขอบเขตจินตานอื่น ๆ

“เจียงผิงอัน อย่าก่อเรื่อง รีบกลับมาเร็ว!”

เซี่ยชิงร ้อนใจจริง ๆ แล้ว นางขานชื่อเจียงผิงอันออกมาตรง ๆ

เด็กนี่ไปเลือกใครไม่เลือก เลือกเซี่ยฉวินเหริ่น

เซี่ยฉวินเหริ่น ราชนิกุลต้าเซี่ยผู้หนึ่ง ปลุกรากวิญญาณทองอัน เลิศล้าสูงสุดซึ่งเป็ นของจักรพรรดินีผู้ก่อตั้งต้าเซี่ยขึ้นมาได้ จึงมี ความสัมพันธ ์กับกฎเกณฑ์แห่งทองตามธรรมชาติ

นับแต่ทราบถึงพรสวรรค์นี้ เขาก็ฝึกฝนในดินแดนลับแห่งนี้มา ตลอด

เซี่ยฉวินเหริ่นมีความสามารถเพียงพอทะลวงสู่ขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดอยู่แล้ว แต่เขาร่าเรียนวรยุทธ ์อยู่ จึงไม่ได้ทะลวง ขอบเขต

แล้วเจียงผิงอันเกิดอยากท้าทายคนผู้นี้!

เซี่ยฉวินเหริ่นทะยานมาบนแท่นประลอง เส้นผมสีทองพลิ้วไสว ทั่วร่างแผ่ปราณดุดัน

“เจ้ามีอานาจเช่นนี้ในขอบเขตสร ้างรากฐาน ไม่ต่างจากยามข้า อยู่ในจุดนั้นเท่าไหร่”

“ข้าไม่ควรมารังแกเจ้า แต่ในฐานะผู้มาใหม่ ข้าต้องลบก าแหงเจ้า สักหน่อยเพื่อให้เป็ นผู้เป็ นคนกว่านี้”

วาทะของเซี่ยฉวินเหริ่นสุดแสนถือตัว

“ไม่ต่างกันเท่าไหร่?”

ส้นเท้าของเจียงผิงอันยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกระแทกลงอย่าง หนักหน่วง แผ่นศิลาใต้เท้าร ้าวแหลก แท่นประลองสั่นสะท้านรุนแรง เฉียบพลัน

ยามเผชิญแรงสะท้านบนแท่นประลอง เซี่ยฉวินเหริ่นก็หรี่ตา

“ปรากฏว่าเจ้ายังมีฝี มือที่ซ่อนอยู่ ข้าขอถอนคาพูด ความ แข็งแกร่งของเจ้าในขอบเขตนี้ก้าวข้ามข้าในกาลก่อนไป”

“แต่ก็ยังต้องขัดเกลาความอวดดีของผู้มาใหม่เช่นเจ้าอยู่ดี”

เจียงผิงอันมองอีกฝ่ ายเงียบ ๆ “เจ้ามีเวลาฝึ กฝนหรือไม่? การ เอาชนะเจ้าคงยากยิ่ง หากเจ้าไม่มีเวลาฝึ กฝน ข้าคงขาดทุน มากมาย”

“ฮ่า ๆ จะเอาชนะข้า?”

เซี่ยฉวินเหริ่นหัวเราะขึ้นมาเฉียบพลันราวได้ยินเรื่องตลก

“หากเจ้าชนะข้าได้ด้วยความแข็งแกร่งในขอบเขตสร ้างรากฐาน เจ้าก็สามารถฝึกฝนในดินแดนลับนี้ได้ตลอดไปเลย!”

ทันใดนั้น เซี่ยฉวินเหริ่นก็เปรียบเช่นกระบี่พ้นฝัก อานาจอัน รุนแรงท าให้กฎเกณฑ์รอบข้างสะท้านสะเทือน

เซี่ยฉวินเหริ่นพุ่งมาตรงหน้าเจียงผิงอัน เหวี่ยงหมัดรวนคลื่นลม รอบข้างเข้าใส่ทันที

เจียงผิงอันเห็นอีกฝ่ ายมิได้ใช ้กฎเกณฑ์ เขาจึงไม่ใช ้หมัดอู๋จี๋ ทา เพียงยกหมัดชกประชันตรง ๆ

ทั้งสองปะทะกัน ส่งเสียงเลื่อนลั่นเยี่ยงอัสนี แท่นประลองอันมีทั้ง สองเป็ นศูนย์กลางทรุดถล่มทันใด

คลื่นลมรุนแรงกวาดผ่านอาณาเขตหลายต่อหลายลี้ อาภรณ์ ของเหล่าผู้ชมพลิ้วสะบัด หัวใจสั่นสะท้านดุจพายุโหม

“แท่นประลองพังเลยเรอะ!”

“ความแข็งแกร่งเช่นนี้ต้องถึงขั้นต้นขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิดแล้วแน่ ๆ!”

“นี่ยังเป็ นคนอยู่หรือ?”

ทุกคนต่างตะลึงกับการปะทะนี้

อัจฉริยะบางคนซึ่งกาลังฝึ กฝนอยู่สังเกตเห็นความอึกทึกที่นี่ พวกเขาต่างหยุดมือแล้วทะยานมาชมศึกตาม ๆ กัน

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 131 - 140"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย