ศิษย์ข้าอ่อนแอ? แต่ข้าได้รางวัลโกงโลก - บทที่ 188 ฝูงหมาป่าบุกจู่โจม
“มันอยู่ตรงหน้านี้เอง!”
“มรดกเซียนต้องเป็นของข้า!!”
“ไสหัวไป! อย่ามาขวางทางข้า!!”
……
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานจำ นวนมากที่ฝ่าฟัน
เข้ามาจนถึงระยะร้อยเมตรสุดท้ายหน้าตำหนักเซียน ต่าง
จ้องมองประตูบานยักษ์ที่อยู่แค่เอื้อมด้วยดวงตาแดงฉานดุจ
สัตว์ป่าคลั่ง
พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่า จะสามารถชิงจังหวะแซงหน้า
พวกระดับหยวนอิง หรือแม้แต่ระดับแปลงเทพที่มัวแต่
ติดกับดักอยู่ด้านหลัง เข้ามาประชิดตำหนักเซียนได้ขนาดนี้
ความตื่นเต้นระคนโลภโมโทสันทำให้สติสัมปชัญญะ
ของพวกเขาขาดผึง
หากได้ครอบครองมรดกเซียน… ต่อไปในภายภาคหน้า
ไม่ว่าจะเป็นระดับหยวนอิงผู้ยิ่งใหญ่ หรือระดับแปลงเทพที่เป็นดั่ง
ตำนาน ก็ไม่จำ เป็นต้องก้มหัวให้พวกมันอีกต่อไป!
ยิ่งคิด เลือดในกายก็ยิ่งสูบฉีดด้วยความฮึกเหิม!
“หลบไปซะเจ้าพวกสวะ!!”
บนสะพานทั้งสามสาย มียอดฝีมือระดับจินตานขั้นสูง
สุดหลายคนระเบิดพลังพุ่งชนคนอื่นเพื่อทะยานไปข้างหน้า
อย่างไม่คิดชีวิต
โดยเฉพาะบนสะพานสายกลาง ชายวัยกลางคนหัวโล้น
ผู้หนึ่งพุ่งนำโด่ง ทิ้งห่างคนด้านหลังไปหลายช่วงตัว
เมื่อเห็นว่าประตูตำหนักเซียนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่
ก้าว…
“หมัดแสงโลหิต!!”
ดวงตาของชายหัวโล้นฉายแสงสีแดงวาบ ปราณสีเลือด
ระเบิดออกจากร่าง รวมตัวเป็นหมัดยักษ์สามหมัด พุ่ง
กระแทกใส่คู่แข่งที่ไล่ตามมาทางด้านหลังและสะพาน
ข้างเคียงอย่างอำมหิต
ตูม! ตูม! ตูม!
“!!”เหล่าจินตานขั้นสูงสุดคนอื่นๆ ไม่ทันตั้งตัว ต่าง
หน้าถอดสี รีบหักหลบกันจ้าละหวั่น บ้างก็ถูกแรงกระแทกจน
เสียหลักเซถลา
จังหวะที่ทุกคนชะงักนี้เอง ทำให้ชายหัวโล้นทิ้งห่างออก
ไปอีกหลายสิบเมตร จนมายืนอยู่หน้าประตูเป็นคนแรก
“ไอ้สารเลวเอ๊ย!”
พวกจินตานขั้นสูงสุดที่ถูกขัดขวางสบถด่าลั่นด้วยความ
แค้นเคือง ก่อนจะกัดฟันเร่งความเร็วไล่ตามไปติดๆ
ชายหัวโล้นไม่สนเสียงด่าทอ เพียงพริบตาเดียวเขาก็พุ่ง
มายืนตระหง่านอยู่บนลานหน้าประตูใหญ่
“ฮ่าๆๆ! มรดกเซียน… เป็นของข้าแล้ว!!”
เขามองประตูตำหนักเซียนตรงหน้าด้วยความตื่นเต้นจน
ตัวสั่น มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะผลักประตู
แอ๊ด…
จู่ๆ ประตูตำหนักเซียนก็ค่อยๆ เปิดแง้มออกเอง
ชายหัวโล้นชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มยังค้างอยู่ที่มุมปาก
โบร๋ววว!!!วินาทีต่อมา เงาทะมึนสายหนึ่งก็พุ่งสวนออกมาจาก
ความมืดหลังประตู พร้อมกับกลิ่นอายสังหารที่รุนแรงจน
หายใจไม่ออก
“แย่แล้—!!”
ชายหัวโล้นหน้าซีดเผือด นัยน์ตาเบิกโพลงด้วย
ความหวาดกลัวสุดขีด
แต่จะถอยหนีตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว กรงเล็บสีเงินอัน
คมกริบของ ‘ราชันย์หมาป่าเงิน’ ตวัดวูบผ่านร่างของเขา
ฉัวะ!
ร่างของชายหัวโล้นพร้อมกับแก่นจินตานในตันเถียน ถูก
ฉีกกระชากจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นเนื้อในพริบตาเดียว! โลหิต
สีแดงฉานสาดกระจายเต็มหน้าประตู
กลิ่นอายราชันย์อสูร ระดับหยวนอิง ที่แผ่ออกมาจากร่าง
ของเพชฌฆาตสีเงิน ทำให้พวกจินตานที่กำลังพุ่งตามมา
ถึงกับเบรกตัวโก่งจนหน้าทิ่ม
โบร๋ววว! โบร๋ววว! โบร๋ววว! …ยังไม่ทันได้หายตกตะลึง เงาร่างสีเงินจำ นวนนับไม่ถ้วน
ก็พากันกระโจนออกมาจากประตูตัวแล้วตัวเล่า ราวกับสาย
น้ำหลากที่ทะลักออกจากเขื่อน
“เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!? ราชันย์หมาป่าเงิน… ระดับหยวน
อิงทั้งหมดเลยงั้นเรอะ!?”
“ตัวที่หนึ่ง… สอง… สวรรค์ช่วย! ทำไมมันเยอะขนาดนี้
??”
“หนีเร็ว!! นี่มันกับดัก!!”
……
เหล่าจินตานที่เคยฮึกเหิมเมื่อครู่ บัดนี้หน้าถอดสีจน
ขาวซีด ต่างพากันกลับหลังหันวิ่งหนีตายสุดชีวิต ความโลภ
หายวับไปกับตา เหลือเพียงสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
ฝูงราชันย์หมาป่าเงินแยกย้ายกันกระโจนลงสู่สะพานทั้ง
สามสาย ไล่ล่าขย้ำผู้บุกรุกอย่างบ้าคลั่ง
ความเร็วของผู้ฝึกตนระดับจินตาน… มีหรือจะหนีพ้น
ระดับหยวนอิงได้?
อ๊ากกก! ช่วยด้วย!เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม เมื่อเห็นว่าคมเขี้ยวมาจ่อ
ที่คอหอย พวกเขาจำ ใจต้องกัดฟันกระโดดหนีออกจากสะพาน
ไปตายดาบหน้า
และเมื่อหลุดจากสะพาน ร่างของพวกเขาก็ร่วงหล่นลง
สู่เบื้องล่าง แต่ก็พบว่าฝูงหมาป่าเงินไม่ได้ตามลงมา พวกมัน
ยังคงมุ่งหน้าบุกตะลุยไปตามสะพานต่อเพื่อกวาดล้างผู้บุกรุก
เห็นแบบนั้นพวกเขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ที่รักษาชีวิตไว้ได้
แต่พอมองขึ้นไปที่ตำหนักเซียนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม… ก็ได้
แต่ทำหน้าขมขื่นเหมือนกลืนยาขม
อุตส่าห์มาถึงหน้าประตูแล้ว… ต้องกลับไปเริ่มใหม่หมด
เลยหรือเนี่ย?
มีบางคนที่ไม่ยอมตัดใจ อาศัยจังหวะชุลมุน กัดฟันพุ่ง
ทะยานเข้าหาตำหนักเซียนจากกลางอากาศ
“ระยะแค่นี้… ข้าบินเข้าไปเลยก็ได้ ไม่เห็นจำ เป็นต้องง้อ
สะพาน!”
โบร๋ววว!แต่ทันทีที่เท้าของพวกเขาลอยพ้นจากพื้นสะพาน
ฝูงหมาป่าเงินที่กำลังวิ่งอยู่ก็เปลี่ยนทิศทางทันที พวกมัน
ดีดตัวกระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับลูกธนูสีเงิน พุ่งเข้าใส่เหยื่อ
กลางอากาศ!
“ซวยแล้ว!!”
จินตานเหล่านั้นหน้าซีดเผือด พยายามจะหักหลบ แต่
ความเร็วของราชันย์หมาป่าเงินกลางเวหานั้นเหนือชั้นกว่า
มาก
พริบตาเดียวก็ถูกไล่ทัน!
ฉับ! แคว่ก!
กรงเล็บคมกริบดุจใบมีด ตวัดฉีกร่างของเหล่าจินตาน
จนแหลกเหลวกลางอากาศ ชิ้นส่วนร่างกายร่วงหล่นลงมา
พร้อมกับสายฝนโลหิต
ภาพการสังหารโหดกลางเวหา ทำให้พวกจินตาน
ด้านหลังหน้าซีดเผือด รีบหันหัวกลับไปทางจุดเริ่มต้นสะพาน
ทันที ไม่กล้าแม้แต่จะคิดบินอีกต่อไป
…ภายในโถงหน้าตำหนักเซียน
จางอวิ๋นนั่งมองภาพโศกนาฏกรรมเลือดสาดด้วยสีหน้า
เรียบเฉย
“รนหาที่ตายแท้ๆ… ขนาดระดับแปลงเทพยังต้องเดิน
ข้ามสะพานดีๆ จะปล่อยให้พวกจินตานกระจอกๆ อย่างพวก
เจ้าวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาได้ยังไง!”
เขาละสายตามาตรวจสอบซากราชันย์หมาป่าเงินที่
เหลือในแหวนมิติ พลางพึมพำคำนวณ: “น่าจะพอเสกได้อีก
สักสองรอบ…”
ราชันย์หมาป่าเงินตัวนี้คือตัวที่มาพร้อมกับพยัคฆ์วิญ
ญาณลายพาดกลอนก่อนหน้านี้ หลังจากฆ่ามันและควักแก่น
ผลึกออกไปแล้ว เขาก็เก็บซากมันไว้เผื่อฉุกเฉิน
การอัญเชิญฝูงหมาป่าระลอกนี้ ใช้เนื้อไปประมาณหนึ่ง
ในสาม
แม้หมาป่าเงินแต่ละตัว เขาใช้เนื้อแค่ชิ้นเล็กๆ ในการอัญ
เชิญ ทำให้จำ นวนเยอะดูน่าเกรงขาม แต่ข้อเสียคือแต่ละตัว
จะคงสภาพอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งก้านธูป (15 นาที)แต่ซากราชันย์หมาป่าเงินหนึ่งตัว สามารถอัญเชิญ
ฝูงหมาป่าถล่มเมืองแบบนี้ได้ถึงสามระลอก ก็ถือว่าคุ้มค่า
“รู้งี้ตอนนั้นไม่น่าใช้ซาก ‘อินทรีนภาเขี้ยวพายุ’ ไปเลย…
เสียดายของชะมัด”
จางอวิ๋นส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความเสียดาย
ตอนนี้เขาขาดแคลนซากศพมาก โดยเฉพาะพวกสัตว์
อสูรตัวใหญ่ๆ ระดับสูง!
คิดพลาง สายตาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมอง ‘พยัคฆ์
วิญญาณลายพาดกลอน’ ที่กำลังเดินอยู่บนสะพานในจอภาพ
จะเชือดไอ้เสือตัวนี้เอามาทำวัตถุดิบอัญเชิญดีไหมนะ?
ดูจากขนาดตัวสิบกว่าเมตร… น่าจะเรียกฝูงเสือได้สัก
สามรอบครึ่ง
อืม… ถ้าของไม่พอใช้จริงๆ ก็คงต้องพิจารณาดูหน่อย
แล้ว!
บนสะพานสายกลาง
พยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอนจู่ๆ ก็รู้สึกหนาวสันหลัง
วาบ ขนลุกซู่ไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดหาง มันกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง
มีใคร… มีใครกำลังจ้องจะกินข้าอยู่รึเปล่า?
ทันใดนั้น สติของมันก็หลุดลอยไปวูบหนึ่งจากความกลัว
ที่ไร้ที่มา
พอกลับมารู้สึกตัวอีกที… เท้าก็เหยียบอากาศธาตุ
เสียแล้ว
วูบ!
มันพบว่าตัวเองร่วงจากสะพานอีกเป็นรอบที่สาม!
“โฮก!! (ไอ้บ้าเอ๊ย!)”
พยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอนคำรามด้วย
ความหงุดหงิดสุดขีดขณะร่วงหล่น
สะพานบ้านี่ใครมันเป็นคนออกแบบฟะ? เดี๋ยวก็มีค่ายกล
มายา เดี๋ยวพื้นก็หาย นี่มันจงใจปั่นประสาทเสือชัดๆ!
เสียงคำรามนี้คนอื่นฟังไม่เข้าใจ แต่จางอวิ๋นฟังรู้เรื่อง
เขาหรี่ตามองพยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอนในจอภาพพลาง
ยิ้มเหี้ยม”ดูท่า… สวรรค์คงลิขิตให้เจ้าต้องกลายเป็นวัตถุดิบจริงๆ
ซะแล้ว!”
…
“ทำไมถึงมีฝูงหมาป่าได้!?”
“ระดับหยวนอิง! ราชันย์หมาป่าเงินระดับหยวนอิง
ทั้ง
หมดเลย!!”
“พระเจ้าช่วย… มันโผล่มาจากไหนเยอะแยะเนี่ย!?”
……
ในเวลานี้ ฝูงราชันย์หมาป่าเงินได้บุกตะลุยมาถึงช่วงต้น
ของสะพานทั้งสามสายแล้ว เหล่ายอดฝีมือระดับหยวนอิงต่าง
หน้าเปลี่ยนสี เตรียมรับมือกันจ้าละหวั่น
สัตว์อสูรระดับหยวนอิง ปกติในแดนใต้หาตัวจับยาก แต่
นี่โผล่มาเป็นกองทัพ!
“ฮึ่ม! ขวางหูขวางตา!”
บนสะพานฝั่งขวา เจ้าหอฝูเซียนแค่นเสียงเย็น นางยกผี
ผาหยกขาวขึ้นมาประทับบ่า
เคร้ง!นิ้วเรียวงามดีดสายผีผา เสียงดนตรีหวีดหวิวบาดแก้วหู
คลื่นเสียงถูกปลดปล่อยออกมาดุจคมมีดที่มองไม่เห็น นับร้อย
นับพันสายพุ่งทะลวงไปข้างหน้า
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!!
ราชันย์หมาป่าเงินไม่กี่ตัวที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ถูกคม
มีดเสียงหั่นสะบั้นเป็นชิ้นๆ ในพริบตา ก่อนจะสลายกลายเป็น
ละอองพลังงานหายไป
“สร้างจากพลังงาน?”
เจ้าหอฝูเซียนขมวดคิ้วเรียวสวย อดไม่ได้ที่จะมองไปที่
ตำหนักเซียนด้วยแววตาประเมินค่า วิธีการของเซียนผู้นี้
ช่างหลากหลายและลึกลับนัก!
นางไม่รอช้า ดีดผีผาส่งคลื่นเสียงเปิดทางเป็นวงกว้าง
พุ่งทะยานฝ่าดงหมาป่าไปข้างหน้าอย่างงดงาม
ในเวลาเดียวกัน
บนสะพานกลางและสะพานซ้าย เจ้าสำ นักหลิงเซียน
และอวี้ชางก็เริ่มลงมือราชันย์หมาป่าเงินนับร้อยตัวอาจดูน่ากลัวสำ หรับคน
ทั่วไป แต่เมื่ออยู่ต่อหน้ายอดฝีมือระดับแปลงเทพทั้งสาม
เพียงไม่กี่นาที กองทัพหมาป่าก็ถูกทำลายจนแตกพ่ายยับเยิน
แต่จางอวิ๋นก็ไม่ได้นิ่งดูดาย เขาฉวยโอกาสตอนที่พวก
ระดับแปลงเทพกำลังนัวเนียอยู่กับการตบตีฝูงหมาป่า แอบ
เปิดใช้งาน ‘ค่ายกลมายา’ ในหมอกบนสะพานอีกครั้ง
วูบ!
แต่คราวนี้เหล่าระดับแปลงเทพมีสมาธิจดจ่อเป็นพิเศษ
พวกเขาจับสัมผัสความผิดปกติได้ในเสี้ยววินาที และโคจร
พลังสลัดหลุดจากค่ายกลมายา พุ่งข้ามพื้นสะพานที่กำลัง
สลายตัวไปได้ทันท่วงที โดยไม่ร่วงตกลงไปอีก
หลังจากโดนแกงไปหลายรอบ เจ้าสำ นักหลิงเซียนและ
คนอื่นๆ ก็เริ่มจับทางได้แล้ว
ไอ้ค่ายกลมายานี่มันเจ้าเล่ห์นัก ชอบโผล่มาตอน
พวกเขาเผลอ หรือตอนที่มีสิ่งเร้า
ดังนั้นรอบนี้พอขึ้นสะพานมา ทุกคนเลยระวังตัวแจ
จ้องมองหมอกตาไม่กะพริบ แถมยังกางอาณาเขตจิตสัมผัสไว้รอบตัว
รอบนี้เลยรอดมาได้ด้วยความมั่นใจ
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
แต่ยังไม่ทันได้ดีใจเกินสองวินาที บนพื้นสะพานตรงหน้า
จุดที่พวกเขาเพิ่งแลนดิ้งลงไป ก็เกิดการระเบิดของคลื่น
พลังงานจาก ‘กับดัก’ ที่ซ่อนอยู่อย่างรุนแรง!
“แย่ล่ะ!!”
พลังงานทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวนั้น พุ่งสวนขึ้น
มาจากพื้น ทำให้สีหน้าของยอดฝีมือระดับแปลงเทพทั้งสาม
เปลี่ยนไปทันที!