Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ศิษย์ข้าอ่อนแอ? แต่ข้าได้รางวัลโกงโลก - บทที่ 189 พบซูเตี๋ยอีกครั้ง

  1. Home
  2. ศิษย์ข้าอ่อนแอ? แต่ข้าได้รางวัลโกงโลก
  3. บทที่ 189 พบซูเตี๋ยอีกครั้ง
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บูัมมม!
แรงสั่นสะเทือนกัมปนาทซัดกระหน่ำ เหล่ายอดฝีมือ
ระดับแปลงเทพต่างถูกกระแทกจนเสียหลัก ถอยร่นออกมา
อย่างไม่เป็นท่า!
และการถอยครั้งนี้ ทำให้พวกเขาพลัดตกลงไปในหมอก
มรณะของ ‘ค่ายกลมายา’ อีกคำรบ
สีหน้าของทุกคนชะงักค้างไปวูบหนึ่ง สติสัมปชัญญะ
ขาดห้วง
กว่าจะรู้สึกตัวอีกที… ร่างของพวกเขาก็ร่วงหล่นจาก
สะพานลงสู่ความว่างเปล่าอีกแล้ว!
“บัดซบเอ๊ย!”
สีหน้าของเหล่าระดับแปลงเทพดูย่ำแย่ลงทันตา ความ
สง่างามที่เคยมีมลายหายสิ้น
พวกเขาเงยหน้ามองไปยังตำหนักเซียนที่ถูกปกคลุมด้วย
ม่านหมอกหนาทึบเบื้องหน้า ในใจอยากจะระเบิดพลังพุ่งเข้าไปทำลายให้ราบเป็นหน้ากลองเสียให้รู้แล้วรู้รอด
แต่พอนึกภาพคลื่นกระแทกมหาประลัยที่ซัดเจ้าหอฝู
เซียนจนกระเด็นเลือดกลบปากก่อนหน้านี้… ก็จำ ต้องกัดฟัน
ข่มกลั้นโทสะ สงบสติอารมณ์ แล้วบินกลับไปตั้งหลักที่
หัวสะพานใหม่อย่างจำ ยอม
…
ณ โถงหน้าตำหนักเซียน
“เฮ้อ… คงต้องปล่อยให้เข้ามาบ้างแล้วล่ะมั้ง”
จางอวิ๋นนั่งมองดูเหล่าระดับแปลงเทพที่กำลัง
หัวฟัดหัวเหวี่ยงในหน้าจอโฮโลแกรมพลางครุ่นคิด
ยังไงซะเงื่อนไขของบททดสอบก็คือ ‘ห้ามคนเข้าเกินร้อย
คน’ การปล่อยให้คนเข้ามาบ้างนิดหน่อยเพื่อลดภาระ ก็ไม่
ถือว่าล้มเหลวตามกฎ
ปัญหาหลักคือเจ้าพวกระดับแปลงเทพพวกนี้ เขาต้อง
คอยจ้องตาไม่กะพริบถึงจะขัดขวางได้ทันท่วงที แถมยังต้อง
เปิดใช้งานค่ายกลมายาและกับดักซ้ำ แล้วซ้ำ เล่าเพื่อหยุดยั้ง
พวกมันมันผลาญพลังงานเกินไป!
แค่คลื่นกระแทกชุดใหญ่ก่อนหน้านี้ รวมกับการสร้าง
สะพานพลังงานยักษ์สามสาย พลังงานสำ รองหน้าประตู
ตำหนักเซียนที่เขาควบคุมได้ก็หายไปเกือบครึ่งแล้ว
บททดสอบบ้านี่ต้องลากยาวถึงสามวัน… แต่นี่เพิ่งผ่าน
ไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง)!
ขืนผลาญพลังงานแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ต่อไป เต็มที่แค่ไม่กี่
ชั่วยาม พลังงานหน้าประตูคงเกลี้ยงเกลาไม่เหลือหลอ
แทนที่จะยื้อให้เปลืองแรงเปล่าๆ สู้เปิดประตูต้อนรับพวก
ระดับแปลงเทพพวกนี้เข้ามาขังไว้ใน ‘ห้องรับแขก’ เลยดีกว่า
เพราะถึงเข้ามาได้… พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
ในโถงหน้าแห่งนี้ ทางเดียวที่จะเข้าไปสู่ด้านในตำหนัก
ส่วนลึกได้ คือทางเดินยาวด้านหน้าที่ถูกปิดผนึกด้วย ‘เขต
อาคมชั้นสูง’
ความแข็งแกร่งของเขตอาคมนั้น จางอวิ๋นลองทดสอบ
จิ้มดูแล้ว… แข็งโป๊ก!อย่าว่าแต่ระดับแปลงเทพเลย ต่อให้ระดับ ‘เหลียนซวี’
เสด็จมาเอง ก็ไม่แน่ว่าจะทำลายมันได้ง่ายๆ
ส่วนตัวเขาเอง… ก็แค่หาที่ซ่อนตัวเนียนๆ ซะ
ฟุ่บ!
เขากวาดตามองห้องว่างด้านข้าง แล้วสะบัดกิ่งไม้แห้ง
เทเลพอร์ตตัวเองแวบเข้าไปซ่อนทันที
ณ เวลานี้ ในอาณาเขตตั้งแต่ประตูทางเข้าจนถึง
โถงหน้า เขาสามารถใช้กิ่งไม้แห้งเคลื่อนย้ายไปจุดไหนก็ได้
ตามใจนึกดุจเทพเจ้า
เขาย้ายหน้าจอภาพให้ลอยตามมาในห้องลับ
เมื่อเห็นเหล่าระดับแปลงเทพกำลังพุ่งขึ้นสะพานมาอี
กรอบด้วยความมุ่งมั่น จางอวิ๋นก็ยังคงใช้ค่ายกลมายา
ขัดขวางพอเป็นพิธี เพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัย
จะปล่อยให้เข้า… ก็ต้องเนียนๆ หน่อย อย่าให้จับไต๋ได้ว่า
ตั้ง
ใจปล่อย!
แต่พวกระดับแปลงเทพต่างก็มีประสบการณ์เจ็บตัวกัน
มาแล้ว จึงพากันระวังตัวแจและหลบหลีกได้หมดหลังจากนั้นก็ไม่เจออุปสรรคใดๆ อีก พวกเขาพุ่งทะยาน
ฝ่าหมอกมาจนถึงหน้าประตูตำหนักเซียนได้อย่างราบรื่น
แอ๊ด!
ประตูบานมหึมาถูกผลักออก เหล่าระดับแปลงเทพต่าง
ทยอยก้าวเท้าเข้ามาด้วยความระมัดระวัง
เมื่อเห็นพวกเขาเข้ามากันครบ จางอวิ๋นก็ดัดเสียงเป็นน้ำ
เสียงโบราณ ราบเรียบไร้อารมณ์แบบเดิม แล้วส่งกระแส
เสียงดังก้องกังวานไปทั่วโถงหน้า:
“ขอแสดงความยินดี… ที่พวกเจ้าผ่านบททดสอบด่าน
แรกสำ เร็จ!”
“ขณะนี้… พวกเจ้ามีเวลาพักผ่อนสามวัน อีกสามวัน
ให้หลัง… บททดสอบด่านที่สองจะเริ่มต้นขึ้น!”
“สามวัน!?”
เจ้าสำ นักหลิงเซียนและคนอื่นๆ ชะงักกึก สายตากวาด
มองไปรอบโถงหน้าด้วยความงุนงง
แล้วก็ไปสะดุดตากับทางเดินยาวด้านหน้าที่ถูกปิดผนึก
ด้วยม่านพลังเขตอาคมหนาทึบทันที”ไม่ทราบว่า… ท่านคือ?”
เจ้าสำ นักหลิงเซียนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น น้ำเสียง
แฝงความเกรงใจ
อวี้ชาง ชายหนุ่มชุดดำ และเจ้าหอฝูเซียน ต่างก็เงยหน้า
มองไปในความว่างเปล่า พยายามจับสัมผัสที่มาของเสียง
เสียงนี้ต้องเป็นสิ่งมีชีวิตแน่ๆ!
เพราะรูปแบบการโจมตีบนสะพานก่อนหน้านี้ พวกเขา
ดูออกว่ามีคนควบคุมอยู่ สิ่งที่ไม่แน่ใจในตอนนี้คือ… เจ้าของ
เสียงนี้ จะใช่ท่านเซียนเจ้าของตำหนักหรือไม่?
เพราะการทิ้ง ‘เศษเสี้ยววิญญาณ’ ไว้เฝ้ามรดกของ
ตนเอง เป็นวิธีการที่ยอดฝีมือโบราณนิยมทำกัน
“นามของข้าคือ… เซียนขู!”
จางอวิ๋นเอ่ยตอบเสียงเรียบ ทรงพลังอำนาจ
เพียงสองคำสั้นๆ ทำเอาเจ้าสำ นักหลิงเซียนและคนอื่นๆ
รูม่านตาหดเกร็ง
แม้แดนลับนี้จะถูกเรียกว่า ‘แดนลับเซียน’ แต่จะมีมรดก
ของเซียนอยู่จริงหรือไม่ หลายคนยังคงกังขาครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ
แต่เมื่อได้รับการยืนยันจากปากเจ้าของสถานที่เช่นนี้
ลมหายใจของพวกเขาก็เริ่มถี่กระชั้นด้วยความตื่นเต้น
เพราะนั่นหมายความว่า… ในตำหนักเซียนแห่งนี้
มีโอกาสสูงมากที่จะมี ‘มรดกเซียน’ ของจริงซ่อนอยู่!
เจ้าสำ นักหลิงเซียนรีบประสานมือคารวะ กล่าวต่อทันที:
“ท่านอาวุโส… พวกข้ามิได้เหนื่อยล้าอันใด จะขอเริ่มบท
ทดสอบด่านที่สองเลยได้หรือไม่ขอรับ?”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพนอบน้อมนั้น ทำเอา
จางอวิ๋นที่แอบฟังอยู่รู้สึกฟินแปลกๆ
คาดไม่ถึงว่าจะมีวันที่ท่านเจ้าสำ นักผู้เคร่งขรึม จะ
มาเรียกข้าว่า ‘ท่านอาวุโส’ คะขาแบบนี้… จุ๊ๆๆ ช่างรื่นหูยิ่งนัก!
แต่เขาไม่ได้ตอบกลับคำขอนั้น
บททดสอบด่านที่สอง?
ด่านทดสอบที่สองกะผีอะไรล่ะ! (มีซะที่ไหน!)
ก็แค่จะให้พวกเจ้ามานั่งตบยุงรอเวลาเฉยๆ นั่นแหละ!และในฐานะ ‘เซียน’ การจะมานั่งตอบคำถามระดับ
แปลงเทพตัวจ้อยทุกคำถาม มันดูจะลดเกรดตัวเองไปหน่อย
เป็น ‘เซียน’… ก็ต้องรักษามาดให้ดูขลังเข้าไว้ พูดน้อย
ต่อยหนัก!
เมื่อเห็นจางอวิ๋นเงียบไป เจ้าสำ นักหลิงเซียนและคนอื่นๆ
ก็เริ่มขมวดคิ้ว
ยืนยันแล้วว่ามีมรดกเซียน แต่ดันให้รอตั้งสามวัน?
ใครจะไปทนนั่งรอไหว!
เวลาสามวัน… ไม่รู้ว่าจะดึงดูดพวกเสือสิงห์กระทิงแรด
จากทั่วสารทิศมาอีกมากแค่ไหน
ไม่ต้องพูดถึงใครอื่น แค่ระดับแปลงเทพจาก ‘เกาะเชียน
ไห่’ ถ้าพวกมันมาถึงเมื่อไหร่ การจะแย่งชิงมรดกเซียนคงยาก
ขึ้นเป็นทวีคูณ!
“ท่านอาวุโส…”
เจ้าสำ นักหลิงเซียนทำท่าจะเอ่ยปากตื๊ออีกครั้ง
“หุบปาก!!”แต่ยังไม่ทันได้พูดจบ จางอวิ๋นก็ตวาดขัดขึ้นทันที เสียง
กัมปนาทสะเทือนเลือนลั่น:
“ข้าชอบความสงบ… หากผู้ใดพูดมากอีกแม้แต่คำเดียว
จะถือว่า ‘สละสิทธิ์’ ในการเข้าร่วมบททดสอบของข้า!”
สิ้นเสียงประกาศิต เจ้าสำ นักหลิงเซียนก็หุบปากฉับทันที
ราวกับถูกปิดสวิตช์
เจ้าหอฝูเซียนและอีกสองคนก็ไม่กล้าปริปากแม้แต่คำ
เดียว
พวกเขาสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจของ ‘ท่านเซียน’ ได้
อย่างชัดเจน
แม้ฝ่ายตรงข้ามอาจจะเหลือเพียงเศษเสี้ยววิญญาณ แต่
พวกเขาก็ไม่สงสัยเลยว่า อีกฝ่ายมีปัญญาจับพวกเขาโยนออก
ไปนอกตำหนักได้สบายๆ เหมือนโยนมดปลวก
เพราะเศษเสี้ยววิญญาณของระดับเซียน… ต่อให้เหลือ
แค่นิดเดียว ก็ไม่ใช่สิ่งที่ระดับแปลงเทพอย่างพวกเขา
จะต้านทานได้!เห็นพวกเขาสงบเสงี่ยมเจียมตัวลงเหมือนเด็กดี จางอวิ๋น
ก็พยักหน้าพอใจ
บารมีของคำว่า ‘เซียน’ ยังไงก็ยังขลังเสมอ
ส่วนจะขู่ได้ตลอดรอดฝั่งไหม เขาไม่กังวล อย่างมากก็ขัง
พวกระดับแปลงเทพพวกนี้ไว้ในโถงหน้านี่แหละ ให้พวกมัน
จ้องตากันเองไป
เขาเหลือบมองจอภาพ เห็นว่าตอนนี้มีระดับหยวนอิง
จำ นวนมากฉวยโอกาสฝ่าด่านสะพานช่วงแรกเข้ามาได้แล้ว
จางอวิ๋นจึงจัดการอัญเชิญ ‘ราชันย์หมาป่าเงิน’ หลายสิบตัว
แล้วส่งพวกมันออกไปนอกประตูตำหนักเซียนทันที
โบร๋ววว!
พอไม่มีระดับแปลงเทพคอยขวางทาง ประโยชน์ของ
ราชันย์หมาป่าเงินก็เฉิดฉาย
ในฐานะสัตว์อสูรระดับหยวนอิง แม้จะเป็นเพียงขั้นต้น
แต่พลังการต่อสู้และความดุร้ายก็เทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญเพียร
ระดับหยวนอิงขั้นกลางได้สบายๆกลุ่มคนที่บุกเข้ามาตอนนี้ นอกจากระดับหยวนอิงขั้นสูง
สุดไม่กี่คนแล้ว คนอื่นๆ แทบรับมือราชันย์หมาป่าเงินไม่ได้
แม้แต่กระบวนท่าเดียว
ราชันย์หมาป่าเงินหลายสิบตัว ไล่ต้อนจนเหล่า
ผู้บำเพ็ญเพียรแตกฮือ จำ ต้องหนีลงจากสะพานและกลับ
ไปเริ่มที่จุดเริ่มต้นใหม่อย่างน่าอนาถ
จางอวิ๋นยิ้มมุมปาก
พอปล่อยระดับแปลงเทพเข้ามา ความกดดันใน
การควบคุมก็ลดลงไปเยอะ
เดี๋ยวถ้าระดับแปลงเทพคนอื่นมาอีก ก็ปล่อยเข้ามาให้
หมดเลยแล้วกัน
ยังไงระดับแปลงเทพในแดนใต้รวมกันก็น่าจะไม่ถึงสิบ
คน ต่อให้มาหมดก็ไม่เป็นไร พื้นที่ในโถงกว้างพอจะรับแขกได้
เหลือเฟือ
“หือ?”
ในตอนนั้นเอง สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งเต่าทะเลตัวมหึมาตัวหนึ่งกำลังว่ายแหวกอากาศมาหยุด
อยู่หน้าสะพานทั้งสามสาย แต่สิ่งที่ทำให้จางอวิ๋นสนใจ
เป็นพิเศษ คือสตรีชุดแดงผู้เลอโฉมที่ยืนสง่าอยู่บนหลังเต่าตัว
นั้น
“นาง… มาทำบ้าอะไรที่นี่?”
เขาแปลกใจจนคิ้วขมวด
ผู้มาเยือนคนนี้ คือ ‘สิบสอง’ แห่งหอจี๋กวง… หรือฉายา
ในวงการนักฆ่าว่า ‘องค์หญิงสิบสอง’… ซูเตี๋ย!
“หรือว่าจะมีภารกิจฆ่าคน?”
จางอวิ๋นลูบคางครุ่นคิด
ในความทรงจำ ของร่างเดิม ซูเตี๋ยคนนี้ปกติ
จะเคลื่อนไหวอยู่แค่ในแคว้นหนานอวิ๋น การที่นางจะออกนอก
พื้นที่ไกลขนาดนี้ ส่วนใหญ่ก็เพราะรับงานว่าจ้างหรือภารกิจ
สำ คัญจากหอจี๋กวงมา
จะว่าไป… อาหารวิญญาณที่เขาสั่งให้แม่นางซูคนสวย
ทำคราวก่อน ยังไม่ได้เอามาส่งเลยนี่นา?เดี๋ยวนะ… หรือแม่คุณจะถ่อสังขารมาส่งข้าวกล่องให้ข้า
ถึงนี่?
จางอวิ๋นเริ่มไม่แน่ใจ
ตอนนี้แดนลับเซียนเปิดออก ซูเตี๋ยที่มีเครือข่ายข่าวสาร
กว้างขวางย่อมต้องรู้เรื่อง
และด้วยสไตล์การทำงานที่อินดี้สุดๆ ของแม่นาง
ซูคนสวย การจะลงทุนมาส่งข้าวกล่องถึงในแดนลับเพื่อรักษา
เครดิต… ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!
“จริงสิ!”
ทันใดนั้นจางอวิ๋นก็นึกอะไรขึ้นได้ เขารีบโคจรเคล็ดวิชา
‘เนตรเซียน’ เพ่งมองทะลุจอภาพไปที่ซูเตี๋ย
และทันทีที่ข้อมูลปรากฏขึ้นเบื้องหน้า… เขาก็ต้อง
ตะลึงงันจนตาค้าง!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 189 พบซูเตี๋ยอีกครั้ง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย