Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 42 การเดินทางครานี้ สังหารอสูร!

  1. Home
  2. วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
  3. บทที่ 42 การเดินทางครานี้ สังหารอสูร!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บท​ที่​ 42 การ​เดินทาง​ครา​นี้​ สังหาร​อสูร​!

เมื่อ​เป็น​เช่นนั้น​ เห็นที​ข้า​จัก​ต้อง​เพิ่ม​ความระมัดระวัง​ให้​จงหนัก​ มิจำเป็นต้อง​ยัด​สิ่งของล้ำค่า​ทุกอย่าง​ลง​ไปใน​คราว​เดียว​

เมิ่งฝาน​เริ่ม​โคจร​ปราณ​แท้​อัด​เข้าไป​ใน​แหวน​มิติ​ พลัน​สัมผัส​ได้​ถึงห้วง​มิติ​ภายใน​ที่​มีขนาด​กว้างขวาง​ประมาณ​หนึ่ง​ลูกบาศก์เมตร​

แม้มิได้​ใหญ่โต​โอ่อ่า​ ทว่า​ก็​มิได้​คับแคบ​จน​เกินไป​นัก​

โดยปกติ​ยาม​ผู้คน​ออก​เดินทางไกล​ ย่อม​แบก​เพียง​ห่อ​สัมภาระ​ติดตัว​เพียง​ใบ​เดียว​เท่านั้น​ ทว่า​พื้นที่​ภายใน​แหวน​มิติ​นี้​ อย่าง​น้อย​ก็​กว้างขวาง​กว่า​ห่อ​สัมภาระ​ธรรมดา​หลาย​เท่าตัว​นัก​ ต่อให้​เป็น​หีบ​เดินทาง​ใบ​ใหญ่​ก็​มิอาจ​เทียบ​เทียม​ได้​

ที่​สำคัญ​คือ​มัน​มิเปลือง​พื้นที่​ใช้สอย​แม้แต่น้อย​ นับ​เป็น​สิ่งวิเศษ​ที่​จำเป็น​ยิ่ง​สำหรับ​การ​พำนัก​ใน​เรือน​ชาน​และ​เดินทาง​รอนแรม​ใน​ยุทธ​จักร​อย่าง​แท้จริง​!

เหนือสิ่งอื่นใด​ หาก​นำ​สมบัติ​ชิ้น​นี้​ไปออกตัว​ขาย​ ย่อม​สามารถ​แลก​หิน​วิญญาณ​ได้​หลาย​ร้อย​ก้อน​ ซึ่งเพียงพอ​จะให้​เขา​ไปหยั่งรู้​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​ได้​อีก​หลาย​ครา​ทีเดียว​

ทว่า​ของจำเป็น​ถึงเพียงนี้​ เมิ่งฝาน​ย่อม​มิมีวัน​ตัดใจ​ขาย​เป็นอันขาด​

ส่วน​เรื่อง​การ​หยั่งรู้​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​นั้น​… เห็นที​จัก​ต้อง​พึ่งพา​ ‘การ​ตักตวง​ผลประโยชน์​’ จาก​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​เสียแล้ว​!

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​เคย​ลั่นวาจา​ไว้​ว่า​ เมื่อ​ผ่าน​พ้นไป​ครึ่ง​ปี หาก​เขา​สามารถ​สำแดง​ฝีมือ​ให้​เป็นที่​พึงพอใจ​ได้​ ท่าน​จัก​มอบ​รางวัล​เป็นการ​หยั่งรู้​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​หนึ่ง​วันหนึ่ง​คืน​เต็ม​

และ​หาก​ผ่าน​ไปครบ​หนึ่ง​ปี แล้ว​เขา​สามารถ​มีชัย​เหนือ​ศิษย์​พี่​หลัว​ได้​ ท่าน​จัก​มอบ​รางวัล​ใหญ่​เป็นการ​หยั่งรู้​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​ถึงสิบ​วัน​สิบ​คืน​!

ตราบใดที่​เขา​เพิ่มพูน​ความอุตสาหะ​อีก​สักนิด​ สำแดง​ผลลัพธ์​ที่​น่า​ตื่น​ตะลึง​อีก​สักหน่อย​ ก็​ใช่ว่า​จัก​เลื่อน​กำหนดการ​ครึ่ง​ปีนั้น​ให้​เร็ว​ขึ้น​มิได้​

ก่อนหน้านี้​เขา​เคยชิน​กับ​การ​ตักตวง​ผลประโยชน์​จาก​ศิษย์​พี่​หลิว​ ทว่า​ยาม​นี้​นาง​ออก​ไปฝึกฝน​ภายนอก​เสียแล้ว​ จึงจำต้อง​เปลี่ยน​เป้าหมาย​มาตักตวง​ผลประโยชน์​จาก​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​แทน​ไปพลาง​ ๆ ก่อน​

“เจ้าหนุ่มน้อย​ อย่า​เพิ่ง​หลงระเริง​จน​เกินงาม​ เก็บ​แหวน​มิติ​นั่น​เข้า​ที่ทาง​เสีย​ก่อน​”

“ข้า​ขอ​ถามเจ้าตา​มต​รง.​.. เจ้าทำได้​อย่างไร​ ถึงสามารถ​บรรลุ​เจตจำนง​แห่ง​กระบี่​อสนีบาต​ได้​ภายใน​เวลา​เพียง​สามวัน​? เรื่อง​นี้​มัน​ดู​เป็นไป​มิได้​เลย​แม้แต่น้อย​ และ​ก่อนหน้านี้​เจ้ายัง​ดู​ขัดเขิน​ยาม​ร่ายรำ​กระบวนท่า​ที่สาม​อยู่เลย​มิใช่หรือ​?”

“แม้ปฏิภาณของ​เจ้าจัก​ล้ำเลิศ​จน​ถึงขั้น​วิปริต​ผิดมนุษย์มนา​เพียงใด​ ทว่า​ก็​ควร​ต้อง​ใช้เวลา​ขัดเกลา​อีก​สัก​ระยะ​หนึ่ง​ กว่า​จะบรรลุ​เจตจำนง​กระบี่​อสนีบาต​ได้​ถึงเพียงนี้​!”

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​เอ่ย​ถามด้วย​ความเคลือบแคลง​สงสัย​ยิ่งนัก​ ท่าน​รู้สึก​ว่า​มีบางอย่าง​มิถูก​ต้องตาม​ครรลอง​

ท่าน​ทราบ​ดี​ว่า​เมิ่งฝาน​นั้น​ยอดเยี่ยม​เพียงใด​ และ​พยายาม​ปรับเปลี่ยน​กรอบความคิด​ของ​ตน​ให้​ก้าว​ทัน​ความวิปริต​นั้น​แล้ว​ โดย​มองว่า​ศิษย์​ผู้​นี้​คือ​สิ่งมหัศจรรย์​ที่​หา​ได้​ยาก​ยิ่ง​ ทว่า​มิว่า​จะมอง​จาก​มุมใด​ เมิ่งฝาน​ก็​มิควรจะ​บรรลุ​เจตจำนง​กระบี่​อสนีบาต​ได้​ว่องไว​ถึงเพียงนี้​ใน​ตอนนี้​!

“ท่าน​อาจารย์​ขอรับ​ ตาม​ความสัตย์จริง​แล้ว​ ใน​สถานการณ์​ปกติ​ ศิษย์​ย่อม​ต้อง​ใช้เวลา​อีก​สัก​พักใหญ่​ กว่า​จัก​บรรลุ​ถึงขั้น​เจตจำนง​กระบี่​อสนีบาต​ได้​จริง​ดังที่​ท่าน​ว่า​ขอรับ​” เมิ่งฝาน​เอ่ย​ตอบ​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ด้วย​ท่าที​นอบน้อม​

“แล้ว​เจ้าไปประสบ​พบพาน​กับ​สถานการณ์​มิด้าน​ประการ​ใด​มาเล่า​?” ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​เอ่ย​ถามพลาง​จ้องเขม็ง​

“เดิมที​ศิษย์​ได้​รับมอบหมาย​ให้​ชี้แนะ​ศิษย์​พี่​หญิง​หลิว​จน​นาง​สำเร็จ​เพลง​กระบี่​สังหาร​อสูร​ภายใน​สามวัน​ ซึ่งนาง​ได้​มอบ​หิน​วิญญาณ​แก่​ศิษย์​เป็น​จำนวน​หนึ่งร้อย​ก้อน​ เรื่อง​นี้​ท่าน​อาจารย์​ย่อม​ทราบ​ดี​อยู่แล้ว​มิใช่หรือ​ขอรับ​” เมิ่งฝาน​กล่าว​ปูทาง​

“แล้ว​อย่างไร​ต่อ​เล่า​?” ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ขมวดคิ้ว​มุ่น​ ถามย้ำ​ด้วย​ความสงสัย​

“ครั้น​เมื่อวาน​นี้​ หลังจาก​ได้รับ​หิน​วิญญาณ​มา ศิษย์​จึงได้​รุด​ไปยัง​พระ​วิหาร​เทพ​กระบี่​ และ​ใช้เวลา​หนึ่ง​ชั่ว​ยาม​ใน​การ​จมดิ่ง​เพื่อ​ซึมซับ​ความลึกซึ้ง​จาก​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​ขอรับ​” เมิ่งฝาน​เอ่ย​ความสัตย์จริง​

นี่​คือ​กลอุบาย​ที่​เขา​จงใจบอกใบ้​เพื่อให้​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​เล็งเห็น​ว่า​ แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​นั้น​ทรงคุณค่า​และ​ส่งผล​ต่อ​พัฒนาการ​ของ​ตน​เพียงใด​

มีเพียง​หนทาง​นี้​เท่านั้น​ที่​จัก​โน้มน้าว​ให้​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ยินดี​เป็น​ผู้อุปถัมภ์​ สนับสนุน​ให้​เขา​ได้​มีโอกาส​ไปซึมซับ​ความลึกซึ้ง​จาก​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​ได้​บ่อยครั้ง​ขึ้น​

“การ​หยั่งรู้​จาก​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​เพียง​ชั่ว​ยาม​เดียว​ จัก​ช่วย​ส่งเสริม​เจ้าได้​มหาศาล​ถึงเพียงนี้​เชียว​รึ​?” ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​รู้สึก​ยาก​จัก​ทำใจ​ให้​เชื่อได้​

นั่น​เพราะ​ตัว​ท่าน​เอง​ก็​เคย​ไปสัมผัส​หยั่งรู้​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​มาแล้ว​นับ​ครั้ง​มิถ้วน​ แม้จัก​ได้รับ​ความกระจ่าง​ใน​วิถี​กระบี่​มาบ้าง​ ทว่า​ผลลัพธ์​กลับ​มิได้​รวดเร็ว​ปาน​ปาฏิหาริย์​อย่าง​ที่​เมิ่งฝาน​กล่าวอ้าง​เลย​

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​ เมื่อ​ผ่าน​การ​หยั่งรู้​ไปหลาย​ครา​เข้า​ ประสิทธิภาพ​ที่​ได้รับ​กลับ​ยิ่ง​ลด​น้อย​ถอย​ลง​ตามลำดับ​ จน​ในที่สุด​แทบ​มิได้ประโยชน์​อัน​ใด​เพิ่มขึ้น​อีก​เลย​

ทว่า​การ​ที่​เมิ่งฝาน​หยั่งรู้​เพียง​ครา​เดียว​ กลับ​สามารถ​บรรลุ​ถึงขั้น​เจตจำนง​กระบี่​อสนีบาต​ได้​โดยตรง​เช่นนี้​ มิใช่ว่า​เป็นเรื่อง​ที่​ดู​เกิน​จริง​ไปหน่อย​หรือ​ขอรับ​?

ความจริง​ที่​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​มิอาจ​ล่วงรู้​ได้​เลย​ก็​คือ​ การ​ที่​เมิ่งฝาน​บรรลุ​เจตจำนง​กระบี่​อสนีบาต​จาก​การ​ซึมซับ​แผ่น​ศิลา​นั้น​ เป็น​เพียง​ผลพลอยได้​เล็กน้อย​จาก​การ​ที่​เขา​ได้​สัมผัส​มหา​มรรค​ ‘หยวน​สือ’​ เท่านั้น​!

สิ่งที่​เมิ่งฝาน​ได้รับ​มาอย่าง​แท้จริง​นั้น​ ล้ำลึก​และ​ยิ่งใหญ่​กว่า​นี้​หลายเท่า​พัน​ทวี​!

ทว่า​ผลพลอยได้​เล็กน้อย​นี้​กลับเป็น​สิ่งที่​สำแดง​ออกมา​ให้​เห็น​เด่นชัด​ที่สุด​

หาก​ให้​เมิ่งฝาน​ได้​ซึมซับ​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​ต่อ​อีก​สัก​สอง​สามชั่ว​ยาม​ เขา​คง​สามารถ​ก้าว​ข้าม​ไปสู่ความลุ่มลึก​ของ​วิถี​กระบี่​อสนีบาต​ใน​ระดับ​ที่​ยาก​จัก​คาดเดา​ได้​โดยตรง​เป็นแน่​!

“ท่าน​อาจารย์​ขอรับ​ การ​ซึมซับ​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​นั้น​ส่งผลดี​ต่อ​ศิษย์​อย่าง​ล้นพ้น​จริง ๆ​ นั่น​จึงเป็นเหตุให้​ก่อนหน้านี้​ ศิษย์​บังอาจ​เอ่ยปาก​ว่า​ปรารถนา​จะหยั่งรู้​ ณ หน้า​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​เป็นเวลา​สิบ​วัน​สิบ​คืน​ขอรับ​” เมิ่งฝาน​เอ่ย​ยืนยัน​ด้วย​น้ำเสียง​หนักแน่น​

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​หรี่ตา​ลง​เล็กน้อย​พลาง​นิ่ง​ใช้ความคิด​อยู่​ครู่หนึ่ง​

“การ​หยั่งรู้​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​เพียง​ครา​เดียว​กลับ​มอบ​ประโยชน์​แก่​เจ้าได้​มหาศาล​ถึงเพียงนี้​ ผลลัพธ์​ที่​ได้รับ​ย่อม​ล้ำค่า​เกิน​กว่า​มูลค่า​ของ​หิน​วิญญาณ​หนึ่งร้อย​ก้อน​ไปมาก​นัก​”

“เห็นได้ชัด​ว่าการ​ที่​เจ้าไปหยั่งรู้​แผ่น​ศิลา​นั้น​ นับ​เป็น​การลงทุน​ที่​คุ้มค่า​และ​มิต้อง​พะวง​เรื่อง​ขาดทุน​เลย​แม้แต่น้อย​!”

“เมื่อ​เป็น​เช่นนั้น​ ใน​ฐานะ​อาจารย์​ ข้า​ย่อม​ยินดี​ที่จะ​สนับสนุน​เจ้าสืบไป​ ทว่า​…”

เมื่อ​ได้ยิน​ว่า​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ตอบรับ​ที่จะ​สนับสนุน​ตน​ เมิ่งฝาน​ก็​พลัน​รู้สึก​ลิงโลดใจ​เป็น​อย่างยิ่ง​

ทว่า​พอ​ได้ยิน​คำ​ว่า​ ‘ทว่า​’ อันเป็น​สัญญาณแห่ง​การหักเห​กระแสความ​ชื่นมื่น​ เขา​ก็​รู้สึก​ใจเสีย​ขึ้น​มาเล็กน้อย​

คำ​ว่า​ ‘ทว่า​’ หรือ​ ‘แต่ว่า​’ เหล่านี้​ ยาม​พุ่ง​ออกมา​กลาง​บทสนทนา​ ช่างเป็น​ถ้อยคำ​ที่​มิเป็นมิตร​เอา​เสีย​เลย​ขอรับ​

“ทว่า​ประการ​ใด​หรือ​ขอรับ​?” เมิ่งฝาน​เอ่ย​ถามด้วย​ความระมัดระวัง​

เขา​วิตก​นัก​ว่า​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​จะเปลี่ยนใจ​แล้ว​บอก​ว่าการ​สนับสนุน​เช่นนี้​มิมีความจำเป็น​อีกต่อไป​

“ทว่า​ความ​เชี่ยวชาญ​ใน​วิถี​กระบี่​ของ​เจ้าใน​ยาม​นี้​ นับว่า​รุดหน้า​ล้ำเลิศ​เกินหน้า​ผู้อื่น​ไปไกลโข​นัก​

สิ่งที่​เจ้าพึงกระทำ​ใน​เพลา​นี้​ คือ​การ​มุ่งเน้น​ยกระดับ​ตบะ​ปราณ​แท้​ มิใช่การทุ่มเท​พัฒนา​เพียง​วิถี​กระบี่​แต่เพียงอย่างเดียว​! การ​ที่​มีวิถี​กระบี่​แก่กล้า​ทว่า​มีระดับ​ตบะ​ต่ำต้อย​เกินไป​ ความ​มิสมดุล​เช่นนี้​หา​ใช่เรื่อง​ดี​ต่อตัว​เจ้าไม่

เอา​เช่นนี้​ก็แล้วกัน​… รอ​จนกว่า​เจ้าจะบรรลุ​เข้าสู่​ ‘ขอบเขต​วรยุทธ์​แท้จริง​’ เมื่อใด​ ข้า​จัก​มอบ​รางวัล​ให้​เจ้าไปหยั่งรู้​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​หนึ่ง​วันหนึ่ง​คืน​เต็ม​!”

เมื่อ​ได้​สดับ​คำ​ของ​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ เมิ่งฝาน​จึงลอบ​ถอนหายใจ​ด้วย​ความ​โล่งอก​ การ​พลิกผัน​เช่นนี้​นับว่า​เขา​ยัง​ยอม​รับได้​

และ​ตาม​สัตย์​จริง​ คำกล่าว​นี้​ก็​หา​มีข้อบกพร่อง​ประการ​ใด​ไม่ เมิ่งฝาน​ย่อม​รู้แจ้ง​ดี​ว่า​วิถี​กระบี่​ของ​ตน​นั้น​ล้ำหน้า​ตบะ​ปราณ​แท้​ไปมาก​ จึงจำเป็นต้อง​เร่ง​เสริม​ฐาน​พลัง​อย่าง​จริงจัง​

โชคดี​ที่​ก่อนหน้านี้​ได้​ดูดซับ​พลัง​ ‘รากฐาน​กระบี่​’ จาก​กระบี่​ปราบ​อสูร​มาเป็น​จำนวนมาก​ หาก​มิมีเหตุ​เหนือ​ความคาดหมาย​ ขุม​พลัง​เหล่านี้​ย่อม​เพียง​พอที่จะ​ส่งให้​เขา​บรรลุ​ถึงขอบเขต​วรยุทธ์​แท้จริง​ได้​อย่าง​แน่นอน​

กาล​ก่อน​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​เคย​บอ​กว่า​ต้อง​รอ​ถึงครึ่ง​ปี หาก​ทำ​ผลงาน​ได้​น่า​พึงใจ​จึงจัก​ได้​รางวัล​ใหญ่​ ทว่า​ยาม​นี้​ดูเหมือน​โอกาส​ทอง​จัก​มาถึงเร็ว​กว่า​ที่​คาดคิด​ไว้​มาก​นัก​

เมิ่งฝาน​มั่นใจ​ยิ่งนัก​ว่า​ การ​จะทะยาน​สู่ขอบเขต​วรยุทธ์​แท้จริง​นั้น​ มิจำเป็นต้อง​ใช้เวลา​ถึงครึ่ง​ปีเลย​

และ​ความมั่นใจ​นี้​ล้วน​มีรากฐาน​มาจาก​พลัง​รากฐาน​กระบี่​ใน​กาย​นั่นเอง​ขอรับ​!

ทว่า​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​หามิได้​ล่วงรู้​ว่า​เมิ่งฝาน​มีไพ่ตาย​ซ่อน​อยู่​ใน​มือ​ ท่าน​จึงพยายาม​ขวนขวาย​หา​หนทาง​เพื่อ​ช่วย​ยกระดับ​ตบะ​ให้​แก่​ศิษย์​รัก​

“ลูกศิษย์​เอ๋ย​ หาก​เจ้าปรารถนา​จะรุดหน้า​ใน​ระดับ​ตบะ​ การ​เอาแต่​ปิดประตู​บำเพ็ญ​เพียร​เพียง​อย่าง​เดียว​นั้น​ช่างเชื่องช้า​เกินการ​ อาจารย์​จึงได้​ดำริ​ถึงวิธีการ​หนึ่ง​ขึ้น​มา” ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​เอ่ย​กับ​เมิ่งฝาน​

เมิ่งฝาน​รู้สึก​ตื่นเต้น​ขึ้น​มาใน​ทันใด​

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​กำลังจะ​ยื่นมือ​เข้ามา​ช่วย​เร่งความเร็ว​ใน​การ​บำเพ็ญ​ให้​ตน​ แม้จะยัง​มิทราบ​ว่า​วิธี​นั้น​คือ​สิ่งใด​ ทว่า​ย่อม​ต้อง​เป็นประโยชน์​มหาศาล​เป็นแน่​

“ท่าน​อาจารย์​ขอรับ​ วิธี​ที่​ท่าน​ว่า​นั้น​คือ​ประการ​ใด​หรือ​ขอรับ​?”

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​จับจ้อง​ไปยัง​เมิ่งฝาน​พลาง​เอ่ย​ออกมา​ด้วย​สีหน้า​จริงจัง​เพียง​สั้น​ ๆ ว่า​

“สังหาร​อสูร​!”

เมิ่งฝาน​ถึงกับ​นิ่งอึ้ง​ไปชั่วขณะ​

สังหาร​อสูร​?

นั่น​หมายความว่า​เขา​ต้อง​ออก​มือ​เข่นฆ่า​พวก​อสูร​ร้าย​อย่างนั้น​หรือ​?

ทว่า​การสังหาร​อสูร​ แม้จัก​ช่วย​ขัดเกลา​ฝีมือ​ได้​ ทว่า​ย่อม​เป็น​เพียง​การ​เพิ่มพูน​ประสบการณ์​การต่อสู้​และ​ความสามารถ​ใน​สมรภูมิ​รบ​จริง​เท่านั้น​

บางที​อาจ​ช่วย​เสริมส่ง​วิชา​กระบี่​ให้​แกร่งกล้า​จาก​การใช้งาน​จริง​

ทว่า​สิ่งนี้​เกี่ยวพัน​ประการ​ใด​กับ​การ​ยกระดับ​ตบะ​ปราณ​แท้​ใน​ร่างกาย​ของ​เขา​เล่า​?

เมิ่งฝาน​มิอาจ​เข้าใจ​ได้​เลย​จริง ๆ​!

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​สังเกตเห็น​ริ้วรอย​แห่ง​ความสงสัย​บน​ใบหน้า​ของ​เมิ่งฝาน​ จึงระบาย​ยิ้ม​พลาง​กล่าวว่า​ “อสูร​ที่​ข้า​จัก​ให้​เจ้าสังหาร​นั้น​ มีนาม​ว่า​ ‘สุกร​วาตะ​ม่วง​’ อสูร​ชนิด​นี้​สืบ​สายเลือด​มาจาก​ ‘สุกร​วาตะ​อัมพร​’ ใน​ตำนาน​ พวก​มัน​กุม​พลัง​แห่ง​อสนีบาต​และ​สายฟ้า​เอาไว้​ นับว่า​น่าเกรงขาม​มิน้อย​เลย​ทีเดียว​”

เมิ่งฝาน​เริ่ม​คาดเดา​เค้าความ​ได้​บ้าง​ จึงหันไป​ถามท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ว่า​ “การสังหาร​ สุกร​วาตะ​ม่วง​ ที่​ท่าน​ว่า​มานั้น​ เกี่ยวพัน​กับ​การ​ฝึกปรือ​คัมภีร์​ปราณ​บริสุทธิ์​แปรสภาพ​อสนี​ของ​ศิษย์​ด้วย​ใช่หรือไม่​ขอรับ​?”

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ระบาย​ยิ้ม​พลาง​ทอดสายตา​มอง​เมิ่งฝาน​ด้วย​ความพึงใจ​ยิ่ง​

“เจ้าหนุ่มน้อย​เอ๋ย​ นอกจาก​จัก​มีปฏิภาณวิถี​กระบี่​ที่​เหนือ​ล้ำ​แล้ว​ สติปัญญา​ของ​เจ้ายัง​เฉลียวฉลาด​ปราดเปรื่อง​นัก​ ถูกต้อง​แล้ว​…”

“การสังหาร​สุกร​วาตะ​ม่วง​ย่อม​เกี่ยวพัน​กับ​คัมภีร์​แปรสภาพ​อสนี​ของ​เจ้าโดยตรง​ ภายใน​กาย​ของ​พวก​มัน​ทุก​ตัว​ล้วน​สถิต​ด้วย​พลัง​ธาตุ​อสนีบาต​ที่​เข้มข้น​ พลัง​ธาตุ​เหล่านี้​เหมาะสม​อย่างยิ่ง​จัก​นำมา​เป็น​เครื่อง​เกื้อหนุน​ใน​การ​ฝึกปรือ​คัมภีร์​แปรสภาพ​อสนี​ ซึ่งเห็น​ผลลัพธ์​ล้ำเลิศ​กว่า​วารี​รวม​วิญญาณ​หลาย​เท่าตัว​นัก​”

“การสังหาร​สุกร​วาตะ​ม่วง​ใน​ครา​นี้​ ประการ​แรก​คือ​เพื่อ​ขัดเกลา​ฝีมือ​การต่อสู้​ของ​เจ้าให้​คมกล้า​ ประการ​ที่สอง​คือ​เพื่อ​ยกระดับ​ตบะ​คัมภีร์​แปรสภาพ​อสนี​ให้​รุดหน้า​ นับ​เป็นการ​ยิง​เกาทัณฑ์​เพียง​ดอก​เดียว​แต่​ได้​นก​ถึงสอง​ตัว​โดยแท้​!”

เมื่อ​ได้​สดับ​คำอธิบาย​จาก​ปาก​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ แววตา​ของ​เมิ่งฝาน​ก็​ฉายแวว​ความคาดหวัง​ออกมา​อย่าง​ปิด​มิได้​

สังหาร​อสูร​!

เพียง​ถ้อยคำ​สั้น​ ๆ สอง​คำ​นี้​ กลับ​ปลุกเร้า​ให้​โลหิต​ใน​กาย​ของ​เขา​พลุ่งพล่าน​ด้วย​ความตื่นเต้น​ยิ่งนัก​

ส่วน​ความหวาดกลัว​นั้น​ หา​ได้​มีอยู่​ใน​มโน​สำนึก​ของ​เขา​เลย​แม้แต่น้อย​

หาก​แม้แต่​สุกร​เพียง​ตัว​เดียว​เขา​ยัง​ขลาดกลัว​ แล้ว​จัก​ฝึกปรือ​เพื่อ​เป็น​เซียน​ไปเพื่อ​สิ่งใด​กัน​เล่า​?

“ยอดเยี่ยม​ยิ่งนัก​ขอรับ​! ศิษย์​น้อม​รับ​บัญชา​อาจารย์​ ยาม​นี้​ศิษย์​พร้อม​จัก​ออก​ไปปลิด​ชีพ​พวก​อสูร​ร้าย​ได้​ในทันที​เลย​ขอรับ​” เมิ่งฝาน​เอ่ย​ด้วย​น้ำเสียง​กระตือรือร้น​

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​พยักหน้า​พลาง​กล่าวว่า​ “มิจำเป็นต้อง​รีบร้อน​ถึงเพียงนั้น​ เจ้าจงกลับ​ไปเตรียมตัว​ให้​พร้อม​เสีย​ก่อน​ รุ่งสาง​วันพรุ่ง​อาจารย์​จัก​พา​เจ้ามุ่งหน้า​ไปล่า​สังหาร​สุกร​วาตะ​ม่วง​ด้วย​ตนเอง​”

เมิ่งฝาน​เยื้องกราย​กลับ​ไปยัง​ห้องพัก​ของ​ตน​ ซึ่งตาม​สัตย์​จริง​ก็​มิมีสิ่งใด​ให้​ต้อง​ตระเตรียม​มากมาย​นัก​

เขา​เพียง​เตรียม​อาภรณ์​ผลัดเปลี่ยน​ไว้​สอง​สามชุด​ จากนั้น​จึงรุด​ไปยัง​โรงครัว​เพื่อ​หยิบฉวย​เสบียง​จำพวก​หมั่นโถว​และ​อาหารแห้ง​นานา​ชนิด​ บรรจุ​ลง​ใน​แหวน​มิติ​จน​ครบครัน​

นอกจาก​สัมภาระ​เหล่านี้​ ก็​มีเพียง​ ‘กระบี่​หง​ชี่’ คู่​กาย​ที่​ต้อง​พก​ติดตัว​ไปให้​มั่น​

นี่​ถือเป็น​การต่อสู้​จริง​ครั้งแรก​นับตั้งแต่​ที่​เมิ่งฝาน​ได้​ข้าม​ภพ​มาจุติ​ใน​โลก​ใบ​นี้​ และ​ยัง​เป็นการ​ประเดิม​สังหาร​อสูร​ครั้งแรก​ใน​ชีวิต​ของ​เขา​อีกด้วย​

ใน​ฐานะ​ศิษย์​แห่ง​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​ การ​กำจัด​อสูร​พิทักษ์​ธรรม​นับ​เป็น​พันธกิจ​โดยกำเนิด​ที่​มิอาจ​เลี่ยง​ เมิ่งฝาน​เคย​ดำริ​ว่า​วัน​เวลา​แห่ง​การสังหาร​อสูร​ครา​แรก​คง​จัก​อยู่​อีก​ไกลโข​ มิคาด​เลย​ว่า​วาสนา​จัก​ชักพา​ให้​มาถึงรวดเร็ว​เพียงนี้​

ทว่า​หาก​จัก​เอ่ยถึง​ภยันตราย​ เขา​กลับ​มั่นใจ​ยิ่งนัก​ว่า​มิมีสิ่งใด​น่า​กังวล​เลย​แม้แต่น้อย​

อาจ​กล่าว​ได้​ว่า​ระดับ​ความเสี่ยง​ใน​ครา​นี้​เท่ากับ​ศูนย์​!

นั่น​เพราะ​ผู้​ที่​นำทาง​เขา​ไปคือ​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ผู้​เกรียงไกร​ มีขั้ว​อำนาจ​ระดับ​นี้​คอย​คุ้มกัน​อยู่​ข้าง​กาย​ เมิ่งฝาน​ย่อม​มิมีวัน​เผชิญ​กับ​อันตราย​ถึงชีวิต​ได้​เลย​

ด้วยเหตุที่​ว่า​… สำหรับ​ศิษย์​ที่​ทรงคุณค่า​เช่น​เมิ่งฝาน​แล้ว​ ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ย่อม​รัก​ถนอม​และ​หวงแหน​ยิ่งกว่า​สมบัติ​ใด​ ๆ ใน​ใต้​หล้า​!

ใน​ราตรี​นั้น​ เมิ่งฝาน​เอ่ย​ถามพจนารถ​กับ​กระบี่​หง​ชี่ว่า​

“หง​ชี่ วันพรุ่งนี้​เจ้าจัก​ได้​ออกโรง​เสียที​ นี่​คือ​การต่อสู้​ครั้งแรก​ที่​เจ้าอยู่​ใน​อุ้งมือ​ข้า​ เจ้ามิรู้สึก​ตื่นเต้น​บ้าง​หรือ​?”

เงาร่าง​อัน​พร่า​เลือน​ของ​หง​ชี่ลอยละล่อง​ออก​มาจาก​ตัว​กระบี่​ มายืน​ตระหง่าน​อยู่​เบื้องหน้า​เมิ่งฝาน​ นาง​เอ่ย​ด้วย​สีหน้าท่าทาง​ประหนึ่ง​จนใจ​จะกล่าวว่า​

“นาย​ท่าน​เจ้าคะ​ ข้า​เป็น​เพียง​ศัสตรา​กระบี่​เล่ม​หนึ่ง​ มีสิ่งใด​ให้​ต้อง​ตื่นเต้น​กัน​เล่า​ ผู้​ที่​ควร​จัก​กระวนกระวายใจ​น่าจะเป็น​ท่าน​เสีย​มากกว่า​ ตั้งแต่​ที่​ท่าน​บรรลุ​ขอบเขต​การ​รวบรวม​ลมปราณ​ได้​สำเร็จ​ ท่าน​ก็​เอาแต่​ตรากตรำ​บ่ม​เพาะ​พลัง​อย่าง​บ้าคลั่ง​มาโดยตลอด​ แม้ความก้าวหน้า​จัก​รุดหน้า​ปาน​อาชา​พัน​ลี้​ ทว่า​ท่าน​กลับ​มิเคย​ผ่าน​สมรภูมิ​การต่อสู้​จริง​เลย​แม้แต่​ครา​เดียว​!”

“มิต้อง​เอ่ยถึง​เรื่อง​อื่น​ใด​ เพียงแค่​ ‘กลิ่น​คาวเลือด​’ ท่าน​ก็​ยัง​มิเคย​ได้​พานพบ​เลย​สักครั้ง​… วันพรุ่ง​จัก​ต้อง​ออก​ไปสังหาร​อสูร​จริง ๆ​ แล้ว​ ท่าน​ก็​อย่า​ได้​สำแดง​ท่าที​เงอะงะ​จน​เสีย​เรื่อง​เสีย​ราว​ไปนะ​เจ้าคะ​”

เมิ่งฝาน​ระบาย​ยิ้ม​พลาง​ส่าย​ศีรษะ​ช้า ๆ

สำแดง​ท่าที​เงอะงะ​รึ​?

ตราบใดที่​มีกระบี่​สถิต​มั่น​อยู่​ใน​หัต​ถา เป็นไป​มิได้ที่​เขา​จัก​พลาดพลั้ง​เสียที​ให้​แก่​ผู้ใด​!

ประจวบ​เหมาะกับ​ช่วง​เวลานี้​ตบะ​ของ​เขา​รุดหน้า​ว่องไว​เกินไป​ ถึงเวลา​เสียที​ที่​จัก​ได้​ใช้คม​กระบี่​พิสูจน์ฝีมือ​

อัน​ความรู้​จาก​ตำรา​นั้น​มัก​ผิวเผิน​นัก​ จำต้อง​ลงมือ​ปฏิบัติ​จริง​ให้​ประจักษ์แจ้ง​ จึงจัก​บรรลุ​ถึงแก่นแท้​แห่ง​วิถี​ได้​อย่าง​แท้จริง​!

สำหรับ​การ​จัก​ได้​ออก​ไปสังหาร​อสูร​ใน​ครา​นี้​ เมิ่งฝาน​รู้สึก​ตื่นเต้น​เร้าใจ​เป็น​อย่างยิ่ง​

นี่​คือ​จิตวิญญาณ​ของ​ผู้​แสวงหา​โมกข​ธรรม​บน​เส้นทาง​กระบี่​ที่​ยาก​จัก​หา​ผู้ใด​เข้าใจ​ได้​

การสังหาร​อสูร​ปราบ​มาร​ นับ​เป็น​รสชาติ​อัน​โอชะ​ประการหนึ่ง​

ส่วน​การขับขี่​กระบี่​เหิน​นภา​กา​ศ ก็​นับ​เป็นความ​สุนทรี​อีก​ประการหนึ่ง​เช่นกัน​

น่าเสียดาย​ที่​วิถี​เหิน​เวหา​นั้น​ยัง​นับว่า​ไกล​เกิน​เอื้อม​สำหรับ​เมิ่งฝาน​ใน​ยาม​นี้​ เขา​จึงได้​แต่​หวัง​จัก​ออก​ไปปลิด​ชีพ​พวก​อสูร​ร้าย​เพื่อ​ระบาย​ความ​อัดอั้น​แห่ง​จิตวิญญาณ​ไปพลาง​ก่อน​

…

รุ่งสาง​วัน​ใหม่​ เมิ่งฝาน​เร่งรุด​มาถึงชั้นสอง​ของ​หอ​ศาสตรา​โดย​มิรั้งรอ​

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ที่​นั่งขัดสมาธิ​อยู่​บน​เบาะ​บำเพ็ญ​เพียร​ค่อย ๆ​ ลืมตา​ขึ้น​ แล้ว​ปรายตา​มอง​มายัง​ลูกศิษย์​ปราด​หนึ่ง​

“เตรียมตัว​พร้อมสรรพ​แล้ว​รึ​?”

เมิ่งฝาน​รีบ​พยักหน้า​รับคำ​หนักแน่น​ “ท่าน​อาจารย์​ขอรับ​ ศิษย์​เตรียมพร้อม​ทุกเมื่อ​แล้ว​ขอรับ​!”

“เช่นนั้น​ก็​ออกเดินทาง​กัน​เถิด​” ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​หยัด​กาย​ลุกขึ้น​ยืน​

“อ้อ​… ท่าน​อาจารย์​ขอรับ​ พวกเรา​จัก​มุ่งหน้า​ไปยัง​สถาน​ที่ใด​กัน​หรือ​ขอรับ​?” เมิ่งฝาน​เอ่ย​ถามด้วย​ความ​อยากรู้อยากเห็น​

ภายใน​อาณาเขต​ของ​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​ดูเหมือน​จัก​มิมีอสูร​จำพวก​ ‘สุกร​วาตะ​ม่วง​’ พำนัก​อาศัย​อยู่​ เห็นที​ครา​นี้​คง​จำต้อง​ออก​ไปนอก​เขต​เขา​ซู่ซัน​เสียแล้ว​

นับตั้งแต่​เมิ่งฝาน​ได้​จุติ​มายัง​โลก​ใบ​นี้​ เขา​ยัง​มิเคย​ย่างกราย​ออก​ไปนอก​รั้ว​สำนัก​เลย​แม้แต่​ครา​เดียว​

กาล​ก่อน​ยาม​ที่​หลิว​เยียน​ผิง​เอ่ย​ชวน​ให้​ออก​ไปฝึกฝน​ภายนอก​ เมิ่งฝาน​ยัง​มิใคร่​จะรู้สึก​อัน​ใด​นัก​ ใน​ใจยังคง​ดำริ​ว่า​การบ่ม​เพาะ​พลัง​อย่าง​เงียบเชียบ​อยู่​ภายใน​สำนัก​นั้น​นับ​เป็นเรื่อง​ประเสริฐ​ที่สุด​แล้ว​

ทว่า​พอ​ถึงคราว​ที่​จัก​ได้​ออก​ไปเปิดหูเปิดตา​ และ​ปลิด​ชีพ​พวก​อสูร​ร้าย​ภายนอก​สำนัก​จริง ๆ​ เมิ่งฝาน​กลับ​รู้สึก​ว่า​ใน​ทรวงอก​นั้น​เต็มเปี่ยม​ไปด้วย​ความตื่นเต้น​และ​ความคาดหวัง​อย่าง​เปี่ยมล้น​

“จุดหมาย​ของ​พวกเรา​ใน​ครา​นี้​คือ​… เทือกเขา​เทียน​ซิน”​

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 42 การเดินทางครานี้ สังหารอสูร!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย