Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 41 คงมิใช่เทพเซียนจุติลงมาเกิดใหม่กระมัง

  1. Home
  2. วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
  3. บทที่ 41 คงมิใช่เทพเซียนจุติลงมาเกิดใหม่กระมัง
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บท​ที่​ 41 คง​มิใช่เทพ​เซียน​จุติ​ลงมา​เกิด​ใหม่​กระมัง​

ภาย​หลังจากที่​เมิ่งฝาน​บรรลุ​แจ้งใน​ ‘เจตจำนง​กระบี่​สังหาร​อสูร​’ ความเข้าใจ​ที่​เขา​มีต่อ​เพลง​กระบี่​บท​นี้​ก็​พลัน​ก้าว​กระโดด​สู่ระดับ​ที่​เหนือชั้นกว่า​เดิม​อย่าง​สิ้นเชิง​

ตาม​สัตย์​จริง​ หาก​ใน​เพลา​นี้​เมิ่งฝาน​มีโอกาส​ได้​ออก​ไปกวัดแกว่ง​กระบี่​ปลิด​ชีพ​พวก​อสูร​ร้าย​สัก​สอง​สามตน​ ความ​หยั่งรู้​ของ​เขา​คง​จัก​ลุ่มลึก​พิสดาร​ยิ่งขึ้นไป​อีก​! ทว่า​ยาม​นี้​ยัง​มิใช่จังหวะ​เวลา​ที่​วาสนา​จัก​พา​ให้​เขา​ได้​ออก​ไปสำแดง​ฝีมือ​ภายนอก​

เมิ่งฝาน​เยื้องกราย​กลับ​ลง​มายัง​โถงชั้นหนึ่ง​ของ​หอ​ศาสตรา​ เพื่อ​ทำหน้าที่​ชี้แนะ​กระบวนท่า​กระบี่​ให้​แก่​หลิว​เยียน​ผิง​สืบต่อ​

ใน​ใจของ​เมิ่งฝาน​แอบ​ลอบ​ดำริ​ว่า​ หาก​ตน​สามารถ​นำ​กระบี่​ปราบ​อสูร​มาให้​หลิว​เยียน​ผิง​ได้​ใช้หยั่งรู้​ด้วย​ ผลลัพธ์​ที่​ได้​จัก​ดีงาม​กว่า​นี้​เพียงใด​หนอ​?

ทว่า​ความคิด​นั้น​ก็​เป็นได้​เพียง​มโนภาพ​ชั่ววูบ​เท่านั้น​…

ประการ​แรก​ ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ย่อม​มิมีทาง​มอบ​กระบี่​เทพ​ชั้นสูง​เช่นนั้น​ให้​หลิว​เยียน​ผิง​ได้​สัมผัส​เป็นแน่​ การ​ที่​ท่าน​เมตตา​ให้​เขา​ได้​ยล​โฉมนั้น​ เป็น​เพราะ​ท่าน​เอ็นดู​เขา​เป็นพิเศษ​ ส่วน​หลิว​เยียน​ผิง​นั้น​ย่อม​มิมีสิทธิ์​เข้าถึง​ของล้ำค่า​ระดับ​นี้​ได้​ ประการ​ที่สอง​คือ​หลิว​เยียน​ผิง​นั้น​พรสวรรค์​ค่อนข้าง​เบาปัญญา​ ต่อให้​มอบ​กระบี่​ปราบ​อสูร​ให้​ถือ​ไว้​ คาด​ว่า​นาง​ก็​คง​มิอาจ​หยั่งรู้​อัน​ใด​ได้​ลึกซึ้ง​นัก​

มีเพียง​การ​เคี่ยว​กรำ​แบบ​จับมือ​สอนสั่ง​อย่าง​ที่​เขา​กำลัง​กระทำ​อยู่​นี้​เท่านั้น​ จึงจัก​ทำให้​นาง​เก็บเกี่ยว​ผลลัพธ์​ได้ดี​ที่สุด​!

ในที่สุด​ เมื่อ​ตะวัน​รุ่งแจ้ง​ของ​วัน​ที่สาม​มาเยือน​ หลิว​เยียน​ผิง​ก็​สามารถ​สำเร็จ​เพลง​กระบี่​สังหาร​อสูร​ได้​ในที่สุด​ ภายใต้​การ​เคี่ยว​กรำ​อย่าง​หนัก​ของ​เมิ่งฝาน​

เมื่อ​บรรลุเป้าหมาย​ หลิว​เยียน​ผิง​ก็​มิรอ​ช้า รีบ​มอบ​หิน​วิญญาณ​หนึ่งร้อย​ก้อน​ให้​แก่​เมิ่งฝาน​ ก่อน​จะเร่งรุด​ออกจาก​หอ​ศาสตรา​ไปด้วย​ท่าที​ร้อนรน​

นั่น​เพราะ​วันนี้​คือ​วัน​กำหนดการ​ที่​เหล่า​ศิษย์​ฝ่ายใน​จัก​ออก​ไปฝึกฝน​ยัง​โลก​ภายนอก​ หาก​นาง​ชักช้า​แม้เพียง​กึ่ง​เค่อ​ ก็​อาจ​จัก​พลาด​ขบวน​เดินทาง​ไปอย่าง​น่าเสียดาย​

“หาก​เจ้าปรารถนา​จะออก​ไปหา​ประสบการณ์​ภายนอก​สำนัก​ด้วย​ อันที่จริง​เจ้าก็​สามารถ​ลงชื่อ​แจ้งความประสงค์​ได้​นะ​ขอรับ​ เพราะ​ฐานะ​ของ​เจ้ายาม​นี้​เทียบเท่า​ศิษย์​ฝ่ายใน​ อีก​ทั้ง​ยัง​สำเร็จ​เพลง​กระบี่​สังหาร​อสูร​เป็นที่​เรียบร้อย​แล้วด้วย​” ศิษย์​พี่​หลัว​ปรากฏ​กาย​ขึ้น​ข้าง​กาย​เมิ่งฝาน​พลาง​เอ่ย​แนะนำ​

ดูท่า​ไอ้​คน​ผู้​นี้​คง​คิด​ว่า​เมิ่งฝาน​กำลัง​อาลัยอาวรณ์​ที่​ต้อง​พลัดพราก​จาก​หลิว​เยียน​ผิง​เป็นแน่​ จึงได้​เอ่ยปาก​ชี้โพรง​ให้​เช่นนั้น​

เมิ่งฝาน​ได้​แต่​ส่าย​ศีรษะ​ด้วย​ความ​ระ​เหี่ย​ใจยิ่งนัก​ เขา​ขี้เกียจ​เกิน​กว่า​จัก​เอ่ยปาก​อธิบาย​ความสัตย์จริง​ให้​เสียเวลา​

เขา​เก็บ​หิน​วิญญาณ​หนึ่งร้อย​ก้อน​แนบกาย​ แล้ว​ก้าว​ออกจาก​หอ​ศาสตรา​ด้วย​ท่าที​แช่มชื่น​มีชีวิตชีวา​ มุ่งหน้าตรง​ไปยัง​ ‘พระ​วิหาร​เทพ​กระบี่​’ ทันที​

ใน​ยาม​นี้​ เขา​มีหิน​วิญญาณ​ใน​ครอบครอง​ถึงหนึ่งร้อย​สี่สิบ​ก้อน​ นับว่า​เพียง​พอแล้ว​สำหรับ​การ​กลับ​ไปสัมผัส​อานุภาพ​จาก​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​อย่าง​ฟุ่มเฟือย​อีก​ครา​

ต่อให้​ต้อง​สูญเสีย​ไปหนึ่งร้อย​ก้อน​ เขา​ก็​ยัง​เหลือ​ติดตัว​อีก​สี่สิบ​ก้อน​ ซึ่งเพียงพอ​สำหรับ​เป็น​ค่าใช้จ่าย​หมุนเวียน​ได้​อีก​นานโข​!

จัก​ทำ​เช่นไร​ได้​ ใน​เมื่อ​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​นั้น​ช่างมีแรงดึงดูด​มหาศาล​ต่อ​เมิ่งฝาน​เกิน​กว่า​จะหักห้ามใจ​

ใน​สภาวะ​ที่​มีหิน​วิญญาณ​เกิน​หนึ่งร้อย​ก้อน​อยู่ในครอบครอง​เช่นนี้​ เขา​แทบ​มิอาจ​ควบคุม​ตนเอง​มิให้​มุ่งหน้า​มาสัมผัส​เพื่อ​หยั่งรู้​ความนัย​ที่​แฝงเร้น​อยู่​ใน​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​ได้​เลย​

ครั้น​เมื่อ​รุด​มาถึงพระ​วิหาร​เทพ​กระบี่​และ​มอบ​หิน​วิญญาณ​หนึ่งร้อย​ก้อน​เป็น​ค่าธรรมเนียม​เรียบร้อย​แล้ว​ เมิ่งฝาน​ก็​เริ่ม​ลงมือ​สัมผัส​เพื่อ​หยั่งรู้​ในทันที​

ด้วย​ประสบการณ์​อัน​เชี่ยวชาญ​จาก​ครา​ก่อน​ ครั้งนี้​เมิ่งฝาน​จึงดำเนินการ​ทุกอย่าง​ได้​อย่าง​คล่องแคล่ว​ว่องไว​ยิ่งนัก​

ดูเหมือนว่า​วันนี้​กิจการ​ของ​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​จัก​มิค่อย​สู้ดี​เท่าใด​นัก​ นอกจาก​เมิ่งฝาน​แล้ว​ กลับ​มิมีผู้ใด​มาใช้บริการ​หยั่งรู้​ร่วมกับ​เขา​เลย​แม้แต่​คนเดียว​

เช่นนั้น​ก็​ขอ​เหมา​ทั้ง​แผ่น​เลย​ก็แล้วกัน​!

เมิ่งฝาน​ทรุด​กาย​ลง​นั่งขัดสมาธิ​ วาง​ฝ่ามือ​ทั้งสอง​ข้าง​ทาบ​ลง​บน​ผิว​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​พร้อมกัน​พลาง​หลับตา​ลง​อย่าง​สงบนิ่ง​

ใน​เสี้ยว​วินาที​ถัดมา​ สรรพ​วิทยา​กระบี่​อัน​ลุ่มลึก​สุด​คณานับ​ก็​หลั่งไหล​พรั่งพรู​เข้ามา​อย่าง​ต่อเนื่อง​ ประหนึ่ง​กระแส​น้ำหลาก​ที่​ซัดสาด​เข้าสู่​ห้วง​คำนึง​ของ​เมิ่งฝาน​

เฉก​เช่นเดียวกับ​ครา​ที่แล้ว​ ใน​ครั้งนี้​เมิ่งฝาน​ได้​สัมผัส​ถึงกลิ่นอาย​แห่ง​มหา​มรรค​กระบี่​ ‘หยวน​สือ’​ อีก​ครา​หนึ่ง​

การ​หยั่งรู้​ใน​ครั้งก่อน​ช่วย​ให้​เมิ่งฝาน​มีความเข้าใจ​เบื้องต้น​เกี่ยวกับ​มหา​มรรค​ ‘หยวน​สือ’​ ไปบ้าง​แล้ว​ และ​ด้วย​รากฐาน​ที่​ปูไว้​นี้​ เมิ่งฝาน​เชื่อมั่น​เป็น​อย่างยิ่ง​ว่า​การตระหนัก​รู้​ใน​ครา​นี้​ เขา​จัก​ต้อง​เก็บเกี่ยว​ความลุ่มลึก​ได้​มากกว่า​เดิม​หลายเท่า​พัน​ทวี​!

ห้วงเวลา​ที่​จมดิ่ง​อยู่​กับ​การ​หยั่งรู้​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​นั้น​ช่างผ่าน​ไปรวดเร็ว​ดุจ​กะพริบตา​

มิผิด​ไปจาก​ครา​ที่แล้ว​เลย​… แม้ตามความเป็นจริง​เขา​จะใช้เวลา​หยั่ง​รู้อยู่​นาน​ถึงหนึ่ง​ชั่ว​ยาม​ ทว่า​เมื่อ​เวลา​สิ้นสุดลง​ กลับ​รู้สึก​ประหนึ่งว่า​เพิ่ง​ผ่าน​พ้นไป​เพียง​ชั่วพริบตาเดียว​เท่านั้น​

นี่​จึงเป็น​เหตุผล​ที่​เมิ่งฝาน​เคย​บังอาจ​เอ่ยปาก​กับ​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ว่า​ ปรารถนา​จะขอ​พำนัก​หยั่งรู้​หน้า​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​นาน​ถึงสิบ​วัน​สิบ​คืน​!

ทว่า​ต่อให้​เป็นเวลา​สิบ​วัน​สิบ​คืน​จริง ๆ​ เมิ่งฝาน​ก็​มิกล้า​รับรอง​ว่า​ตน​จะสามารถ​แจ้งกระจ่าง​ใน​มหา​มรรค​กระบี่​ ‘หยวน​สือ’​ ที่​สถิต​อยู่​ใน​แผ่น​ศิลา​นี้​ได้​อย่าง​ถ่องแท้​ทั้งหมด​

ผู้ดูแล​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​เดิน​ตรง​เข้ามา​ตบ​ไหล่​เมิ่งฝาน​เบา​ ๆ ก่อน​จะเอ่ย​ถามว่า​ “ครบ​หนึ่ง​ชั่ว​ยาม​แล้ว​ เจ้าจะต่อเวลา​เพิ่ม​อีก​หรือไม่​?”

เมิ่งฝาน​ส่าย​ศีรษะ​พลาง​ระบาย​ยิ้มแห้ง​ ๆ

หาก​จัก​ต่อเวลา​อีก​หนึ่ง​ชั่ว​ยาม​ ก็​จำต้อง​ควัก​หิน​วิญญาณ​จ่าย​อีก​หนึ่งร้อย​ก้อ​น.​.. เรื่อง​นี้​ผู้น้อย​แบก​รับภาระ​มิไหว​จริง ๆ​!

ภาย​หลังจาก​ก้าว​พ้น​จาก​พระ​วิหาร​เทพ​กระบี่​ เมิ่งฝาน​ยังคง​จมดิ่ง​อยู่​กับ​ห้วง​ความคิด​ที่​ได้​บรรลุ​แจ้งใน​มหา​มรรค​กระบี่​ ‘หยวน​สือ’​

แม้จัก​ใช้เวลา​หยั่งรู้​เพียง​หนึ่ง​ชั่ว​ยาม​ ทว่า​ความเข้าใจ​ใน​วิถี​กระบี่​ของ​เมิ่งฝาน​ยาม​นี้​กลับ​แปร​เปลี่ยนไป​อย่าง​สิ้นเชิง​ประหนึ่ง​พลิก​ฟ้าคว่ำ​ดิน​

ด้วยเหตุที่​รากฐาน​วิถี​กระบี่​เดิม​ของ​เขา​ยัง​มินับว่า​ลุ่มลึก​นัก​ ทุก​ครา​ที่​ได้​สัมผัส​การตระหนัก​รู้​เช่นนี้​ พลัง​ฝีมือ​ของ​เขา​จึงรุดหน้า​ไปอย่าง​ก้าว​กระโดด​จน​น่า​ตกใจ​

มิต้อง​เอ่ยถึง​สิ่งอื่น​ใด​ เพียงแค่​ ‘เพลง​กระบี่​อสนีบาต​’ ยาม​นี้​เมิ่งฝาน​ก็​สามารถ​บรรลุ​ถึงขั้น​ ‘เจตจำนง​กระบี่​’ ได้​โดยตรง​เป็นที่​เรียบร้อย​แล้ว​

เพียงแค่​เขา​ยกมือ​ไหว​คลา​ แม้จัก​มิได้​โคจร​ปราณ​แท้​ภายใน​กาย​ ก็​สามารถ​สำแดง​อานุภาพ​แห่ง​กระบี่​อสนีบาต​ฟาดฟัน​ออกมา​ได้​ดั่ง​ใจนึก​

ในขณะที่​เมิ่งฝาน​เยื้องกราย​กลับ​สู่หอ​ศาสตรา​ เขา​ได้​ชัก​ ‘กระบี่​หง​ชี่’ ออกจาก​ฝัก​แล้ว​ตวัด​ขึ้น​สู่เบื้องบน​ พลัน​บังเกิด​ปราณ​กระบี่​อสนีบาต​พุ่ง​ทะยาน​ออกจาก​คม​ศาสตรา​ ฟาด​ตัดผ่าน​ห้วง​นภา​จน​อากาศ​สั่นสะท้าน​

ปราณ​กระบี่​นั้น​ดุดัน​ดุจ​พญา​อินทรี​โผบิน​ทะยาน​ฟ้า ผสาน​ด้วย​สุ้มเสียง​อัสนี​ครวญ​แผ่วเบา​ที่​ก้องกังวาน​ไปทั่ว​อาณาบริเวณ​!

เมิ่งฝาน​พยักหน้า​ด้วย​ความพึงใจ​ ทว่า​นี่​เป็น​เพียง​ผลพลอยได้​เล็กน้อย​จาก​การ​หยั่งรู้​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​เท่านั้น​ คุณประโยชน์​ที่​แท้จริง​ที่​เขา​ได้รับ​มานั้น​ ยังมี​มากกว่า​นี้​อีก​มหาศาล​นัก​

ครั้น​กลับ​ถึงหอ​ศาสตรา​ รัตติกาล​ก็​เข้า​ปกคลุม​พอดี​ เมิ่งฝาน​เร่ง​กลับ​เข้าสู่​ห้องพัก​เพื่อ​เริ่ม​การบ่ม​เพาะ​พลัง​ในทันที​

สามวัน​ที่ผ่านมา​ เพื่อ​จัก​แลก​กับ​หิน​วิญญาณ​หนึ่งร้อย​ก้อน​ เขา​จำต้อง​ทุ่มเท​เวลา​สั่งสอน​หลิว​เยียน​ผิง​ใน​วิชา​สังหาร​อสูร​อย่าง​ต่อเนื่อง​ จน​ทำ​ให้การ​ฝึกปรือ​ของ​ตนเอง​ต้อง​ล่าช้า​ลง​ไปมิน้อย​

“ครา​ที่​ได้​สัมผัส​กับ​กระบี่​ปราบ​อสูร​เมื่อวาน​ ข้า​ได้​ดูดซับ​เอา​พลัง​ ‘รากฐาน​กระบี่​’ มาเป็น​จำนวนมาก​ สิ่งนี้​จัก​ต้อง​เป็น​ขุม​พลัง​สำคัญ​ที่​ช่วย​หนุน​เสริม​การ​ฝึก​ตน​ของ​ข้า​ได้​อย่าง​มหาศาล​เป็นแน่​!” เมิ่งฝาน​ดำริ​ใน​ใจพลาง​เริ่ม​การบ่ม​เพาะ​โดย​มิรั้งรอ​

เขา​ขยับ​กาย​ขัดสมาธิ​ลง​บน​เตียง​ เริ่ม​โคจร​ ‘เคล็ด​วิชา​ลมหวน​ลี้ลับ​’ และ​ ‘คัมภีร์​ปราณ​บริสุทธิ์​แปรสภาพ​อสนี​’ ไปพร้อมกัน​ทั้งสอง​สาย​วิชา​

แม้ใน​ครา​นี้​เขา​จะกลืน​โอสถ​รวม​ปราณ​และ​วารี​รวม​วิญญาณ​ลง​ไปพร้อมกัน​ ทว่า​เมื่อ​นำ​ไปเปรียบกับ​ขุม​พลัง​รากฐาน​กระบี่​อัน​มหาศาล​ที่​สถิต​อยู่​ใน​กาย​แล้ว​ ฤทธิ์​ของ​โอสถ​ทั้งสอง​กลับ​ดู​เบาบาง​จน​แทบจะ​มิเห็นผล​ชัดเจน​นัก​

ล่วง​เข้าสู่​ช่วง​ดึกสงัด​ กระแส​พลัง​อัน​แก่กล้า​พลัน​ระเบิด​พุ่ง​ออก​มาจาก​ร่างกาย​ของ​เมิ่งฝาน​อย่าง​รุนแรง​

ขอบเขต​ฝึกปรือ​ระดับ​ที่สี่​… บรรลุ​แล้ว​!

ใบหน้า​ของ​เมิ่งฝาน​เอิบ​อิ่ม​ไปด้วย​ความตื่นเต้น​ยินดี​อย่าง​ปิด​มิได้​

พลัง​ ‘รากฐาน​กระบี่​’ ที่​หลั่งไหล​เข้าสู่​ร่างกาย​จาก​กระบี่​ปราบ​อสูร​นั้น​ ช่างทรงอานุภาพ​และ​อัศจรรย์​ยิ่งนัก​ เพียงแค่​โคจร​พลัง​บ่ม​เพาะ​เพียง​ครึ่ง​ครา​ ก็​ส่งให้​เขา​ฝ่าด่าน​จาก​ขอบเขต​ระดับ​ที่สาม​ทะยาน​เข้าสู่​ระดับ​ที่สี่​ได้​สำเร็จ​

ยิ่งไปกว่านั้น​ เมิ่งฝาน​ยัง​สัมผัส​ได้​ว่า​ พลัง​รากฐาน​กระบี่​ภายใน​กาย​ของ​เขา​นั้น​เพิ่ง​ถูก​นำมา​กลั่นกรอง​ไปมิถึงหนึ่ง​ใน​สิบ​ส่วน​เสีย​ด้วยซ้ำ​ ยังคง​มีขุม​พลัง​หลง​เหลืออยู่​มหาศาล​นัก​!

“หาก​ข้า​สามารถ​หลอม​รวม​และ​ดูดซับ​รากฐาน​กระบี่​เหล่านี้​ได้​จน​สิ้น​ บางที​ระดับ​ตบะ​ของ​ข้า​อาจ​จัก​พุ่ง​ทะยาน​ไปถึงระดับ​ที่​เก้า​เลย​ก็​เป็นได้​” เมิ่งฝาน​พึมพำ​กับ​ตนเอง​ด้วย​ความประหลาดใจ​ระคน​ปิติ​

นี่​คือ​ความ​มงคล​สอง​ประการ​ที่มา​บรรจบ​กัน​โดยแท้​ การ​หยั่งรู้​จาก​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​ส่งเสริม​ให้​วิถี​กระบี่​ของ​เขา​แปร​เปลี่ยนไป​อย่าง​สิ้นเชิง​

ส่วน​รากฐาน​กระบี่​ที่​ได้​มาจาก​กระบี่​ปราบ​อสูร​ ก็​ส่งหนุน​ให้​ระดับ​ปราณ​แท้​ใน​กาย​พุ่ง​ทะยาน​ขึ้น​อย่าง​ก้าว​กระโดด​!

ใน​ฉับพลัน​นั้น​ เงาร่าง​ของ​ ‘หง​ชี่’ ก็​พลัน​ปรากฏ​ออก​มาจาก​ตัว​กระบี่​หง​ชี่

“ข้าน้อย​ขอแสดงความยินดี​กับ​นาย​ท่าน​ ที่​ทรง​ฝ่าทะลวง​ด่าน​ตบะ​ได้​อีก​ครา​เจ้าค่ะ​”

เมิ่งฝาน​ระบาย​ยิ้ม​พลาง​เอ่ย​ว่า​ “นับ​เป็น​วาสนา​หนุน​นำ​โดยแท้​ การ​ที่​ได้​ดูดซับ​รากฐาน​กระบี่​มาจาก​กระบี่​ปราบ​อสูร​มากมาย​เพียงนี้​ ถือเป็น​ลาภลอย​ที่​ข้า​มิได้​คาดหวัง​ไว้​เลย​ทีเดียว​ขอรับ​”

หง​ชี่เอ่ย​ตอบ​ด้วย​น้ำเสียง​เลื่อมใส​ว่า​ “นั่น​เป็น​เพราะ​นาย​ท่าน​มีพรสวรรค์​อัน​ล้ำเลิศ​ที่​หา​ผู้ใด​เปรียบ​มิได้​เจ้าค่ะ​ นอกจาก​ท่าน​แล้ว​ ข้าน้อย​มิเคย​เห็น​ผู้ใด​สามารถ​ดูดซับ​รากฐาน​กระบี่​จาก​ศัสตรา​มาเป็น​ของ​ตน​ได้​ถึงเพียงนี้​ แม้จะมีผู้คน​มากมาย​ได้​สัมผัส​กระบี่​ปราบ​อสูร​ ทว่า​กลับ​มีเพียง​นาย​ท่าน​เท่านั้น​ที่​ได้รับ​โอกาส​อัน​ประเสริฐ​นี้​!”

โดยที่​มิรู้ตัว​ จิตวิญญาณ​ของ​หง​ชี่ได้​เริ่ม​แปร​เปลี่ยนไป​สู่การ​เป็น​ข้า​รับ​บริพาร​ผู้ภักดี​ต่อ​เมิ่งฝาน​อย่าง​สุด​ดวงจิต​

ใน​ส่วนลึก​ของ​ดวงจิต​ นาง​ถูก​เมิ่งฝาน​สยบ​จน​สิ้น​สงสัย​ หลังจากที่​ได้​ติดตาม​เขา​มาใน​ช่วงเวลา​สั้น​ ๆ นาง​พบ​ว่า​เมิ่งฝาน​นั้น​มีความสามารถ​เหนือ​ชั้น​จน​น่า​หวาดหวั่น​ ถึงขั้น​ที่​ทำให้​นาง​เกิด​ความเคารพ​ยำเกรง​จาก​ก้นบึ้ง​ของ​หัวใจ​

กาล​ก่อน​นาง​เคย​คิด​ว่า​ การ​เลือก​ติดตาม​เมิ่งฝาน​คือ​การ​ที่​นาง​ยอม​ลดตัวลงมา​ให้ความสำคัญ​กับ​เขา​ ทว่า​บัดนี้​ความรู้สึก​นั้น​กลับตาลปัตร​ นาง​กลับ​รู้สึก​ว่าการ​ได้​เฝ้าแหน​ติดตาม​บุรุษ​ผู้​นี้​คือ​วาสนา​อัน​ยิ่งใหญ่​ของ​นาง​ ยิ่งไปกว่านั้น​ นาง​ยัง​แอบ​รู้สึก​ต้อยต่ำ​ว่า​ตนเอง​อาจ​มิคู่ควร​ที่จะ​เคียงข้าง​เมิ่งฝาน​เสีย​ด้วยซ้ำ​

ยาม​ที่​คน​สอง​คน​พำนัก​อยู่​ร่วมกัน​ เมื่อ​ฝ่าย​หนึ่ง​โดดเด่น​ล้ำเลิศ​เกิน​พรรณนา​ อีก​ฝ่าย​ย่อม​มิอาจ​เลี่ยง​ความรู้สึก​ด้อยค่า​ลง​ไปโดย​มิรู้ตัว​

ครั้น​รุ่งเช้า​ของ​วัน​ถัดมา​ เมิ่งฝาน​ก็​มุ่งหน้า​ไปยัง​ชั้นสอง​ของ​หอ​ศาสตรา​ตาม​กิจวัตร​ เพื่อ​เข้าพบ​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ตาม​นัดหมาย​

“โอ้​~~~~~~” ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ทอดสายตา​มอง​เมิ่งฝาน​ด้วย​ความประหลาดใจ​ พลาง​เปล่ง​เสียงอุทาน​ลาก​ยาว​ออกมา​อย่าง​มิอาจ​สะกด​กั้น​

“เจ้าหนุ่มน้อย​… นี่​เจ้าบรรลุ​ตบะ​ถึงขอบเขต​ระดับ​ที่สี่​แล้ว​รึ​?”

มิใช่เรื่อง​แปลกที่​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​จัก​ต้อง​ตระหนกตกใจ​ถึงเพียงนี้​!

แม้ท่าน​จัก​แจ้งแก่​ใจว่า​พรสวรรค์​วิถี​กระบี่​ของ​เมิ่งฝาน​นั้น​ล้ำเลิศ​จน​ฝืน​กฎ​แห่ง​สวรรค์​ ทว่า​ในแง่​ของ​ราก​ปราณ​ เมิ่งฝาน​กลับ​มีราก​ปราณ​ระดับ​ต่ำต้อย​มิต่าง​จาก​เศษขยะ​ พรสวรรค์​ใน​การบ่ม​เพาะ​พลัง​นับว่า​ย่ำแย่​ยิ่งนัก​ ซึ่งตามหลักการ​แล้ว​ ระดับ​การ​ฝึกปรือ​ย่อม​ต้อง​เป็นตัว​ฉุด​รั้ง​ให้​เขา​รุดหน้า​ไปได้​ช้ากว่า​ผู้อื่น​หลายเท่า​

ทว่า​ในความเป็นจริง​ ความเร็ว​ใน​การ​เลื่อน​ระดับ​ของ​เมิ่งฝาน​กลับ​มิได้​ล่าช้า​เลย​แม้แต่น้อย​ ซ้ำยัง​ว่องไว​รวดเร็ว​จน​น่าใจหาย​เสีย​ด้วย​

นี่​มัน​ผิดวิสัย​สามัญโดยสิ้นเชิง​!

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​จำได้​แม่นยำ​ว่า​ ยาม​ที่​เมิ่งฝาน​ก้าว​เท้า​เข้าสู่​หอ​ศาสตรา​วัน​แรก​นั้น​ เขา​ยัง​มิอาจ​ก้าว​ข้าม​ธรณีประตู​แห่ง​การ​รวบรวม​ลมปราณ​ได้​เลย​ด้วยซ้ำ​ ภายใน​กาย​หา​มีปราณ​แท้​แม้เพียง​เส้น​เดียว​ไม่

ทว่า​ผ่าน​ไปเพียง​ไม่กี่​วัน​ เขา​กลับ​ทะยาน​ขึ้น​มาถึงระดับ​ที่สี่​ของ​การ​ฝึก​ปราณ​ได้​แล้ว​หรือ​?

“แม้ข้า​จัก​มอบ​วารี​รวม​วิญญาณ​ให้​เจ้าไป ทว่า​ฤทธิ์​ของ​มัน​ก็​มิควร​ส่งเสริม​ให้​ความเร็ว​ใน​การบ่ม​เพาะ​ของ​เจ้าพุ่ง​ทะยาน​ถึงเพียงนี้​ได้​นะ​” ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​เอ่ย​ด้วย​ความฉงนสนเท่ห์​อย่าง​เหลือคณา​

เมิ่งฝาน​ระบาย​ยิ้ม​บาง​ ๆ ก่อน​จะกล่าว​กับ​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ว่า​ “ท่าน​อาจารย์​ขอรับ​ ความประหลาดใจ​ของ​วันนี้​หา​ได้​จบ​ลง​เพียงเท่านี้​ไม่!”

“ยัง​มีเรื่อง​อัน​ใด​อีก​รึ​?” ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​จ้องมอง​ลูกศิษย์​ผู้​นี้​ด้วย​ความ​งุนงง​สับสน​

‘แก​ร๊ง’​ เมิ่งฝาน​วาด​กระบี่​หง​ชี่ออกจาก​ฝัก​ใน​พริบตา​

จากนั้น​ เขา​ก็​ตวัด​มือ​ออก​ไปอย่าง​แช่มช้าทว่า​มั่นคง​ ปราณ​กระบี่​สาย​หนึ่ง​พุ่ง​ออกจาก​คม​กระบี่​หง​ชี่ ตรง​รี่​เข้าหา​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ทันที​

การกระทำ​นี้​หา​ใช่การ​ล่วงเกิน​หรือ​อกตัญญู​ต่อ​ผู้​เป็น​อาจารย์​ไม่ หาก​แต่​เป็นการ​สำแดง​วิถี​กระบี่​ที่​ตน​บรรลุ​แจ้งให้​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ได้​ประจักษ์​ชัดแจ้ง​กับ​ตา​

นั่น​เพราะ​หาก​ยอด​คน​เช่น​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​จัก​ต้อง​ได้รับบาดเจ็บ​จาก​ปราณ​กระบี่​เพียงเท่านี้​ เรื่อง​นั้น​ย่อม​เป็น​สิ่งที่เหลือ​เชื่อ​และ​น่าขัน​ยิ่งกว่า​สิ่งใด​ใน​ใต้​หล้า​

‘ฉิ่ว~~~~~’​

ปราณ​กระบี่​สาย​นั้น​รวดเร็ว​ปาน​อสนีบาต​ ทว่า​เมื่อ​พุ่ง​เข้าใกล้​ตัว​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ใน​ระยะ​หนึ่ง​จ้าง มัน​กลับ​มลาย​สลาย​ไปใน​อากาศธาตุ​โดยอัตโนมัติ​ประหนึ่ง​ธูปที่​มอด​ดับ​

แม้ปราณ​กระบี่​จะสลาย​ไปจน​มิอาจ​ระคายเคือง​แม้เพียง​เส้น​ผม​ของ​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ได้​ ทว่า​เมื่อ​ท่าน​ทอดสายตา​มอง​ไปยัง​เมิ่งฝาน​ ท่าน​กลับ​ถึงกับ​ยืน​อ้าปากค้าง​นิ่งงัน​ไปในทันที​!

“เพลง​กระบี่​อสนีบาต​… เจ้าบรรลุ​ถึงขั้น​เจตจำนง​กระบี่​อสนีบาต​ได้​สำเร็จ​แล้ว​รึ​?” ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​อุทาน​ออกมา​ด้วย​ความ​ตกตะลึง​จน​ดวงตา​แทบ​ถลน​

มิอาจ​ปฏิเสธได้​ว่า​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​คือ​ยอด​คน​ที่​ผ่าน​โลก​มาอย่าง​โชกโชน​

ทว่า​สถานการณ์​เบื้องหน้า​นี้​ มัน​มิใช่เรื่อง​ของ​การ​ผ่าน​โลก​มามาก​หรือ​น้อย​อีกต่อไป​แล้ว​ แต่​มัน​คือ​…

ตัว​ท่าน​เอง​ก็​จนปัญญา​ที่จะ​สรรหา​คำพูด​ใด​มาอธิบาย​ความ​อัศจรรย์​นี้​ได้​แล้ว​!

ท่าน​เคย​ลั่นวาจา​ไว้​ว่า​ หาก​เมิ่งฝาน​สามารถ​ฝึกปรือ​เพลง​กระบี่​อสนีบาต​ได้​สำเร็จ​ภายใน​สามเดือน​ ท่าน​จัก​มอบ​สมบัติ​วิเศษ​ประเภท​มิติ​จัดเก็บ​ให้​เป็น​รางวัล​หนึ่ง​ชิ้น​

ที่​ท่าน​ตั้งเงื่อนไข​เช่นนั้น​ใน​ครา​แรก​ เพราะ​เล็งเห็น​ว่า​ต่อให้​เมิ่งฝาน​จะมีอัจฉริยภาพ​ล้ำเลิศ​เพียงใด​ การ​จะบรรลุ​วิชา​นี้​ภายใน​เวลา​เพียง​สามเดือน​ก็​ยัง​นับว่า​เป็นเรื่อง​ที่​ยากเข็ญ​แสนเข็ญ​

ทว่า​…

นี่​เพิ่ง​ผ่าน​พ้นไป​เพียง​สามวัน​เท่านั้น​ เขา​กลับ​บรรลุ​แจ้งใน​วิถี​กระบี่​อสนีบาต​ได้​สำเร็จ​แล้ว​รึ​?

เนิ่นนาน​ผ่าน​ไป ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​จึงค่อย ๆ​ สงบ​จิตใจ​ที่​สั่นคลอน​ลง​ได้​

“เจ้าหนุ่มน้อย​… หรือว่า​แท้จริง​แล้ว​เจ้าคือ​เทพ​เซียน​จุติ​ลงมา​เกิด​ใหม่​กัน​แน่​?” ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​เอ่ย​ออกมา​ด้วย​ท่าที​ที่​คล้าย​จัก​เริ่ม​กังขา​ใน​กฎเกณฑ์​ของ​โลก​ใบ​นี้​ที่​ท่าน​เคย​รู้จัก​มาตลอดชีวิต​

ปุถุชน​คนธรรมดา​ จัก​เป็น​อัจฉริยะ​ที่อยู่​เหนือ​มวลมนุษย์​ได้​ถึงเพียงนี้​เชียว​รึ​?

ต่อให้​เป็น​อัจฉริยะ​ที่​เก่งกล้า​ปานใด​ ย่อม​ต้อง​มีขีดจำกัด​อยู่​บ้าง​มิใช่หรือ​? ทว่า​สิ่งที่​ปรากฏ​อยู่​เบื้องหน้า​นี้​ มัน​ช่างเกินขอบเขต​ของ​เหตุ​และ​ผล​ไปไกลโข​!

เมิ่งฝาน​ระบาย​ยิ้ม​อย่าง​สำราญใจ​ เขา​ยินดี​ยิ่งนัก​ที่จะ​สำแดง​ความสามารถ​อัน​โดดเด่น​ต่อหน้า​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ เพราะ​เขา​รู้แจ้ง​ดี​ว่า​ท่าน​อาจารย์​หา​ได้​มีเจตนาร้าย​ต่อ​ตน​ไม่

ซ้ำร้าย​ ยิ่ง​เขา​สำแดง​พรสวรรค์​ออกมา​มาก​เพียงใด​ ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ก็​ยิ่ง​จัก​ทุ่มเท​แรงกาย​แรงใจ​เคี่ยว​กรำ​เขา​ก็​ยิ่ง​มากขึ้น​เท่านั้น​ อย่าง​น้อย​ภายใน​สอง​ปีนับ​จากนี้​ ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ย่อม​ต้อง​พยายาม​ปั้น​แต่ง​เขา​อย่าง​สุดกำลัง​ เพื่อ​หวัง​ให้​เขา​สามารถ​กำราบ​หย​วิน​ฉิน​ซินลง​ได้​ตามที่​ตั้งเป้า​ไว้​

“ท่าน​อาจารย์​ขอรับ​ ท่าน​เคย​กล่าว​ไว้​ว่า​ หาก​ศิษย์​สามารถ​ฝึกปรือ​เพลง​กระบี่​อสนีบาต​ให้​สำเร็จ​ได้​ภายใน​สามเดือน​ จัก​ได้​รับรางวัล​เป็น​ของ​วิเศษ​มิติ​จัดเก็บ​หนึ่ง​ชิ้น​ บัดนี้​…” เมิ่งฝาน​เอ่ย​ทวงถาม​ด้วย​สีหน้าที่​นับว่า​หนา​อยู่​มิน้อย​

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ระบาย​ยิ้ม​ขมขื่น​พลาง​ส่าย​ศีรษะ​ จากนั้น​จึงหยิบ​แหวน​วง​เล็ก​เกลี้ยงเกลา​ออกมา​วง​หนึ่ง​แล้ว​ส่งมอบให้​แก่​เมิ่งฝาน​

เมิ่งฝาน​รู้สึก​หัวใจ​พอง​โต​ขึ้น​มาในทันที​ เขา​ยื่นมือ​ออก​ไปรับ​แหวน​วง​นั้น​มาด้วย​ความตื่นเต้น​ที่​ยาก​จัก​พรรณนา​

นี่​คือ​ ‘แหวน​จุติ​มิติ​’ อัน​เลื่องชื่อ​ใน​ตำนาน​นั้น​หรือ​ขอรับ​?

“ท่าน​อาจารย์​ สมบัติ​ชิ้น​นี้​มีกรรมวิธี​การใช้งาน​อย่างไร​หรือ​ขอรับ​?” เมิ่งฝาน​เอ่ย​ถามด้วย​แววตา​เป็นประกาย​

“ระดับ​ตบะ​ของ​เจ้าใน​ยาม​นี้​ยัง​นับว่า​ต่ำ​นัก​ มิอาจ​แผ่​จิตสำนึก​ออกมา​บงการ​ได้​ จึงจำต้อง​ใช้แหวน​มิติ​ระดับ​เบื้องต้น​เช่นนี้​ไปก่อน​

แหวน​มิติ​ชนิด​นี้​หา​มีการป้องกัน​อัน​ใด​ลึกซึ้ง​ไม่ เพียงแค่​เจ้าโคจร​ปราณ​แท้​อัด​เข้าไป​ข้างใน​ ก็​สามารถ​เปิด​ใช้งาน​มิติ​จัดเก็บ​ได้​โดยง่าย​

ทว่า​จงจำไว้​ให้​มั่น​ แหวน​มิติ​ระดับ​ต้น​เช่นนี้​หาก​ถูก​ผู้อื่น​ช่วงชิง​ไป เขา​ก็​สามารถ​เปิด​ดู​สิ่งของ​ข้างใน​ได้​ทันที​ ดังนั้น​เจ้าจงระมัดระวัง​ให้​ดี​ อย่า​ให้​มัน​ตกไป​อยู่​ใน​มือ​ผู้ใด​เด็ดขาด​!”

เมื่อ​ได้​สดับ​คำเตือน​ของ​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ เมิ่งฝาน​ก็​พยักหน้า​รับคำ​อย่าง​ตั้งใจ​

หาก​เปรียบเปรย​ให้​เห็นภาพ​ สมบัติ​มิติ​ระดับสูง​ย่อม​มี ‘รหัสผ่าน​’ ที่​ซับซ้อน​ยาก​ที่​ผู้อื่น​จะเจาะเข้าไป​ได้​ ส่วน​สมบัติ​ระดับ​ต้น​ใน​มือ​เขา​ยาม​นี้​เสมือน​กล่อง​ที่​ไร้​กุญแจ​ ใคร​ได้​ไปก็​เปิด​ออก​ได้​โดยง่าย​นั่นเอง​

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 41 คงมิใช่เทพเซียนจุติลงมาเกิดใหม่กระมัง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย