วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 40 กระบี่ปราบอสูรของเทพสงครามเฟยเผิง
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 40 กระบี่ปราบอสูรของเทพสงครามเฟยเผิง
บทที่ 40 กระบี่ปราบอสูรของเทพสงครามเฟยเผิง
เมิ่งฝานนิ่งเงียบมิเอ่ยคำใด
แม้จักมิได้เอ่ยปากคัดค้าน ทว่าอาการนิ่งงันเช่นนั้นย่อมบ่งบอกชัดแจ้งว่าลึก ๆ ในใจเขายังมิอาจยอมรับคำปรามาสได้
“รอข้าประเดี๋ยว!” สิ้นคำกล่าว ร่างของท่านผู้เฒ่าหลินก็พร่าเลือนก่อนจะเลือนหายไปจากชั้นสองของหอศาสตราในพริบตา
ผ่านไปเพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลก ท่านก็หวนกลับมาปรากฏกายอีกครา
ทว่าในมือของท่านยามนี้ กลับมีกระบี่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเล่ม
มันเป็นกระบี่ยาวที่เพียงแค่ปรายตามอง ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งอำนาจอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบข้างสั่นสะท้าน
“ข้าจักให้เวลาเจ้าหนึ่งก้านธูป จงใช้ช่วงเวลานี้สัมผัสและซึมซับเจตจำนงจากกระบี่เล่มนี้ให้ถ่องแท้ แล้วเจ้าจักได้ประจักษ์แจ้งว่า การฟันสังหารอสูรที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร!” ท่านผู้เฒ่าหลินโยนกระบี่เล่มนั้นให้เมิ่งฝานทันที
เมิ่งฝานยื่นมือออกไปรับกระบี่ไว้มั่น!
ทว่าทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสกับตัวกระบี่ สีหน้าของเมิ่งฝานก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวงในชั่วพริบตา
นั่นเพราะในห้วงแห่งจิตสำนึก ข้อมูลอันน่าตื่นตะลึงของกระบี่เล่มนี้ได้พรั่งพรูออกมาอย่างมิอาจต้านทาน
[กระบี่ปราบอสูร (สภาวะถูกผนึกอานุภาพ)]
[กระบี่ปราบอสูร มีนามเดิมว่า ‘เจ้าตั้นเสินเจี้ยน’ (กระบี่เทพส่องวิญญาณ) รังสรรค์ขึ้นโดยองค์มหาจักรพรรดิฟู่ซีแห่งสรวงสวรรค์ โดยการหลอมรวมวิญญาณแห่งบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เจ้าตั้นเข้ากับเหล็กอุกกาบาตจากนอกนภดล ก่อนจะประทานให้แก่เทพสงครามแห่งสวรรค์ ‘เฟยเผิง’]
[สืบเนื่องจากเทพสงครามเฟยเผิงพ่ายแพ้ต่อจอมมาร ‘ฉงโหลว’ ณ ยุทธภูมิแดนเซียนใหม่ กระบี่เล่มนี้จึงพลัดพรากตกลงสู่โลกมนุษย์ ด้วยพลานุภาพอันไร้เทียมทานในการสยบข่มขวัญมวลมหาอสูร มันจึงได้รับการยกย่องให้เป็นศัสตราวิเศษคู่สำนักอันสูงส่งของสำนักกระบี่ซู่ซันสืบมา]
…
เมื่อได้ยลข้อมูลที่พรั่งพรูขึ้นมาในห้วงคำนึง เมิ่งฝานก็ถึงกับยืนตะลึงงันตัวแข็งทื่อราวกับต้องมนต์สะกด
นี่คือกระบี่เทพชั้นสูงของแท้!
มันเคยเป็นศัสตราคู่กายของยอดเทพสงครามบนสรวงสวรรค์ และยังเป็นสมบัติล้ำค่าอันเป็นจิตวิญญาณแห่ง สำนักซู่ซัน อีกด้วย
เมิ่งฝานในฐานะศิษย์ผู้หนึ่งของซู่ซัน ย่อมต้องเคยได้ยินตำนานอันเกรียงไกรของกระบี่ปราบอสูรมาบ้าง ทว่าแม้ในยามฝันเฟื่องที่เลอะเทอะที่สุด เขาก็มิกล้านึกฝันว่าในยามที่ตนยังอ่อนแอเยี่ยงมดปลวกเช่นนี้ จะมีวาสนาได้ยลโฉมกระบี่ปราบอสูรด้วยตาตนเอง!
ท่านผู้เฒ่าหลินผู้นี้ แท้จริงแล้วกุมฐานะอันสูงส่งเพียงใดในสำนักกระบี่ซู่ซันกันแน่? เหตุใดจึงสามารถหยิบฉวยกระบี่ปราบอสูรออกมาได้ง่ายดายปานนี้?
ช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินบรรยาย!
ทว่า บนตัวกระบี่ปราบอสูรเล่มนี้กลับมิมีไอสังหารหรือ ‘พลังกระบี่ชา’ ปรากฏออกมาเลยแม้แต่น้อย เมิ่งฝานจึงมิอาจมองเห็นภาพความทรงจำใด ๆ ผ่านวิถีกระบี่ของตนได้
เขานึกย้อนถึงคำอธิบายที่ผุดขึ้นมาเมื่อครู่…
[กระบี่ปราบอสูรในสภาวะถูกผนึกอานุภาพ!]
บางทีอาจเป็นเพราะพันธนาการแห่งผนึกนี้เอง ที่ทำให้เขามิอาจสัมผัสถึงพลังกระบี่และมองเห็นความทรงจำส่วนลึกได้ ทว่าเมื่อพิจารณาดูอีกคราก็นับว่าสมเหตุสมผลยิ่งนัก หากเป็นกระบี่ปราบอสูรในสภาพสมบูรณ์พร้อม ท่านผู้เฒ่าหลินคงมิกล้านำออกมาให้เขาดูเป็นแน่
ด้วยอานุภาพแห่งเทพศัสตราที่มิได้ถูกผนึก เพียงแค่เขาเอื้อมมือไปสัมผัสมันชั่วพริบตา ร่างทั้งร่างก็อาจถูกพลังกดทับจนแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปในทันใด!
“ท่านอาจารย์… นี่คือกระบี่ปราบอสูรจริง ๆ หรือขอรับ?” เมิ่งฝานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าระคนตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
“เจ้าถึงกับจำกระบี่ปราบอสูรได้เชียวรึ?” บนใบหน้าของท่านผู้เฒ่าหลินปรากฏรอยแปลกใจเล็กน้อย ท่านจ้องมองเมิ่งฝานด้วยความฉงนสนเท่ห์
“กระบี่ปราบอสูรคือสมบัติล้ำค่าที่สุดของสำนักซู่ซัน… ท่านอาจารย์นำมันออกมาได้อย่างไรกันเล่าขอรับ?” เมิ่งฝานอุทานด้วยความงุนงง
“ผู้อื่นย่อมมิอาจเอื้อม ทว่าข้าผู้นี้คือ ‘ผู้อาวุโสผู้คุมกระบี่’ แห่งซู่ซันรุ่นปัจจุบัน กระบี่ปราบอสูรเล่มนี้จึงอยู่ในความแลดูแลของข้าโดยตรงอยู่แล้ว” ท่านผู้เฒ่าหลินตอบด้วยท่าทีราบเรียบประหนึ่งเอ่ยถึงเรื่องสัพเพเหระ
ท่านช่างโอ้อวดฐานะได้หน้าตาเฉยเสียจริง!
เมิ่งฝานได้แต่ระบายยิ้มเจือความหมดหนทาง
ทว่าก็นับว่าเป็นวาสนาอันประเสริฐยิ่งนัก เพราะตัวเขาย่อมได้รับอานิสงส์จากความยิ่งใหญ่นี้ด้วย! หากท่านผู้เฒ่าหลินมิได้ดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสผู้คุมกระบี่ มีหรือที่เขาจะมีโอกาสได้เชยชมความเกรียงไกรของกระบี่ปราบอสูรเล่มนี้ แม้จะเป็นเพียงรุ่นที่ถูกผนึกไว้ก็ตาม
แต่ว่า… ตำแหน่ง ‘ผู้อาวุโสผู้คุมกระบี่’ นั้นแท้จริงแล้วยิ่งใหญ่เพียงใดกัน?
ฟังดูแล้วช่างภูมิฐานและทรงอำนาจยิ่งนัก! เห็นชัดว่าย่อมต้องสูงส่งกว่าผู้อาวุโสทั่วไปหลายขุมเป็นแน่
ท่านผู้เฒ่าหลินเอ่ยสำทับสืบไปว่า “กระบี่ปราบอสูรเล่มนี้ถูกผนึกไว้โดยสมบูรณ์แล้ว เจ้าสามารถพินิจพิจารณาได้อย่างเต็มที่ มิต้องกังวลว่าจักเกิดอันตรายอันใด”
“แม้ตัวกระบี่จักอยู่ในพันธนาการแห่งผนึก ทว่าเจตจำนงกระบี่สังหารอสูรที่สถิตอยู่นั้น ก็เพียงพอแล้วที่จักให้เจ้าใช้ศึกษาและซึมซับเข้าสู่ดวงจิต”
“หากเป็นกระบี่ปราบอสูรในยามปกติ มิมีทางที่ข้าจักนำออกมาให้เจ้าดูได้เลย นั่นมิต่างจากการทำร้ายเจ้า และอาจพรากชีวิตเจ้าไปได้ในชั่วพริบตา!”
เมิ่งฝานพยักหน้าช้า ๆ เขาเข้าใจในข้อนี้ดีเยี่ยงปราชญ์
แม้จะเป็นเพียงกระบี่ปราบอสูรที่ถูกผนึกไว้ ทว่าวาสนาที่ได้สัมผัสเครื่องมือสังหารระดับเทพเช่นนี้ ก็นับว่าเกินพอสำหรับการศึกษาแก่นแท้ของมันแล้ว
“ท่านอาจารย์ขอรับ กระบี่เล่มนี้… ผู้น้อยสามารถชักออกจากฝักได้หรือไม่ขอรับ?” เมิ่งฝานเอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง
แม้ดวงใจจักเต้นระรัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทว่าลึก ๆ ในใจกลับมีความเกรงขามจนรู้สึกหวิวอยู่มิน้อย
ท้ายที่สุดแล้ว นามของ ‘กระบี่ปราบอสูร’ นั้น ช่างเกรียงไกรดังกึกก้องเกินกว่าปุถุชนจักกล้าอาจเอื้อมจริง ๆ!
“ชักออกมาเถิด มิมีปัญหาอันใดหรอก ยิ่งกว่านั้น อาจารย์ของเจ้ายังคอยพิทักษ์อยู่ข้างกายเยี่ยงนี้ จักกังวลสิ่งใดกันเล่า?” ท่านผู้เฒ่าหลินเอ่ยพลางระบายยิ้ม
อาจารย์ผู้นี้ช่างเป็นที่พึ่งพาได้ยอดเยี่ยมสมคำล่ำลือจริง ๆ ขอรับ!
เมิ่งฝานวางฝ่ามือลงบนด้ามกระบี่ปราบอสูรด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและตื่นเต้น
จากนั้น เขาก็เริ่มออกแรงดึงอย่างสุดกำลัง!
ทว่าในอึดใจถัดมา…
กลับมิมีสิ่งใดเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
เมิ่งฝานถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความขวยเขิน สถานการณ์เช่นนี้น่าอึดอัดใจยิ่งนัก
มิว่าจะออกแรงปานใด เขาก็มิอาจถอดถอนกระบี่เล่มนี้ออกจากฝักได้เลยจริง ๆ!
ท่านผู้เฒ่าหลินแย้มยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยื่นมือมาจับที่ฝักกระบี่ปราบอสูรไว้มั่น จากนั้นจึงค่อย ๆ ออกแรงหนุนเสริมเพียงเล็กน้อย
แกร๊งงงงงง! ~~~~~~
เสียงกัมปนาทกึกก้องกังวานพุ่งออกจากฝัก กระบี่ปราบอสูรถูกชักออกมาด้วยการหนุนเสริมจากท่านผู้เฒ่าหลิน จนในที่สุดตัวกระบี่อันทรงอานุภาพก็สถิตมั่นอยู่ในอุ้งมือของเมิ่งฝานอย่างเต็มภาคภูมิ
สีหน้าของเมิ่งฝานพลันแปรเปลี่ยนไปในทันดล ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยแรงกดดันมหาศาล
ในชั่วพริบตานั้นเอง พลัง ‘รากฐานกระบี่’ สายหนึ่งก็หลั่งไหลพรั่งพรูเข้าสู่ร่างกายของเมิ่งฝานอย่างบ้าคลั่ง มิต่างจากทำนบพังทลายที่มวลน้ำมหาศาลพุ่งเข้าจู่โจมร่างของเขาในคราเดียว!
ปริมาณของรากฐานกระบี่ในครานี้ มากมายมหาศาลจนน่าตกตะลึงเกินกว่าที่เขาเคยพบพานมาทั้งชีวิต
ทว่าในเวลานี้ เมิ่งฝานหามีจิตใจจดจ่ออยู่กับพลังรากฐานกระบี่ไม่ แววตาและจิตสำนึกทั้งหมดของเขาล้วนถูดดูดกลืนไปยังตัวกระบี่ปราบอสูรแต่เพียงอย่างเดียว
ยามที่คมกระบี่พ้นจากฝัก แม้กระบี่ปราบอสูรจะถูกพันธนาการด้วยผนึกแน่นหนา ทว่าบนคมกระบี่ก็ยังแผ่ซ่านกระแสพลังอันน่าสะพรึงกลัว พุ่งทะยานออกมาประหนึ่งจักฉีกกระชากห้วงมิติให้ขาดสะบั้น
พรสวรรค์ ‘วิถีกระบี่บรรลุเทพ’ ของเมิ่งฝานเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ มันหมุนเวียนอย่างคลุ้มคลั่งเพื่อซึมซับและกลั่นกรองกระแสพลังเทพนั้นอย่างสุดกำลัง!
ผ่านไปเนิ่นนานเกือบชั่วครึ่งก้านธูป กระแสพลังอันเกรี้ยวกราดบนตัวกระบี่จึงค่อย ๆ สงบลงแปรเปลี่ยนเป็นความสุขุมลุ่มลึก
และในวินาทีนั้นเอง ดวงตาของเมิ่งฝานก็พลันเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์!
ท่านผู้เฒ่าหลินระบายยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยถามว่า “ดูจากท่าทางแล้ว… ได้รับผลลัพธ์ที่น่าพึงใจหรือไม่?”
“ได้ผลยิ่งนักขอรับ!” เมิ่งฝานพยักหน้าตอบด้วยความมั่นใจ
“เช่นนั้นข้าจักขอชมดูเสียหน่อยว่า ผลลัพธ์ที่เจ้าว่านั้นเป็นเช่นไร” ท่านผู้เฒ่าหลินกล่าวสืบไป
เมิ่งฝานกระชับกระบี่ปราบอสูรไว้มั่นในหัตถา ก่อนจะตวัดฟันลงไปเบื้องหน้าเพียงหนึ่งครา
‘เพลงกระบี่สังหารอสูร’
ท่วงท่าของกระบี่หาใช่สิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้…
ทว่าสิ่งที่เหนือชั้นยิ่งกว่าคือ ‘เจตจำนงกระบี่’ สายหนึ่งที่พลันปรากฏขึ้นกลางเวหา ทรงพลังและเฉียบคมจนสั่นสะท้านไปถึงดวงวิญญาณ!
[เจตจำนงกระบี่สังหารอสูร]
แม้เจตจำนงกระบี่สังหารอสูรจักได้ชื่อว่าเป็นเจตจำนงที่บรรลุแจ้งได้ง่ายที่สุดในบรรดาวิชากระบี่ของสำนักซู่ซัน ทว่าการที่เมิ่งฝานเพิ่งสัมผัสเคล็ดวิชานี้ได้เพียงสองวัน กลับสามารถบ่มเพาะเจตจำนงกระบี่ออกมาได้สำเร็จเช่นนี้ ช่างเป็นเรื่องที่เหนือล้ำเกินกว่าเหตุผลกลใดในใต้หล้าจักอธิบายได้!
ท่านผู้เฒ่าหลินถึงกับตาค้าง จ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง
ตามสัตย์จริง ระดับยอดคนผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนชีวิตเช่นท่าน ย่อมกล่าวได้ว่ามิมีสถานการณ์สะเทือนเลื่อนลั่นใดที่ท่านมิเคยพบพาน ทว่าในยามนี้ ท่านกลับยังมิวายต้องตะลึงงันให้แก่ความวิปริตของเมิ่งฝานอยู่ดี
แท้จริงแล้ว ที่ท่านยอมนำกระบี่ปราบอสูรออกมาให้ชมดู ก็เพื่อหวังจtให้เมิ่งฝานได้หยั่งรู้ถึงเจตจำนงกระบี่สังหารอสูรผ่านศัสตราเทพ
นั่นเพราะกระบี่ปราบอสูรเล่มนี้คือเทพศัสตราประจำสำนักซู่ซันที่ปลิดชีพเหล่าอสูรมาแล้วนับแสนนับล้าน มิเว้นแม้แต่ราชาอสูรหรือจักรพรรดิอสูรผู้เกรียงไกร!
เจตจำนงกระบี่สังหารอสูรที่สั่งสมอยู่ในกระบี่เล่มนี้ จึงพอกพูนหนาแน่นประหนึ่งขุนเขาอันมหึมา
ย่อมมิต้องสงสัยเลยว่า ยอดฝีมือมากมายล้วนสามารถหยั่งรู้เจตจำนงสังหารได้ผ่านกระบี่เทพเล่มนี้ ทว่าการจะบรรลุแจ้งได้ในเวลาเพียงชั่วธูปหนึ่งดอก… นี่ยังเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของท่านผู้เฒ่าหลินไปไกลโข!
ท่านรู้แจ้งดีว่าปฏิภาณของเมิ่งฝานนั้นล้ำเลิศเพียงใด ความตั้งใจเดิมของท่านคือหวังให้เขาหยั่งรู้เจตจำนงนี้ได้ภายในสิบวัน ซึ่งก็นับว่ารวดเร็วปานปาฏิหาริย์อยู่แล้ว
ทว่าเมิ่งฝานกลับสร้างความอัศจรรย์ยิ่งกว่าที่ท่านประเมินไว้หลายเท่าพันทวี โดยใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจเท่านั้น!
อย่างไรก็ตาม ท่านผู้เฒ่าหลินเริ่มจะคุ้นชินกับการถูกศิษย์ผู้นี้สั่นคลอนความรู้สึกเสียแล้ว แม้ภายในใจจะตื่นตระหนกเพียงใด ทว่าบนใบหน้ายังคงรักษาความสุขุมนุ่มลึกไว้ได้ประหนึ่งผิวน้ำในทะเลสาบที่ไร้ระลอกคลื่น
“มิเลวเลย… ที่อาจารย์มอบกระบี่ปราบอสูรให้เจ้าชมดู ก็เพื่อให้เจ้าหยั่งรู้ถึงเจตจำนงกระบี่สังหารอสูรนี้เสีย และเจ้าก็มิทำให้ข้าต้องผิดหวังจริง ๆ” ท่านผู้เฒ่าหลินกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ
ดูประหนึ่งว่าผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์ใจของเมิ่งฝานนั้น ล้วนอยู่ในการคาดการณ์ของท่านทั้งสิ้น
ทว่าหางตาที่ไหวระริกเล็กน้อยของท่าน กลับเปิดเผยความปิติและตื่นเต้นในส่วนลึกออกมาโดยมิรู้ตัว
“ขอบพระคุณอาจารย์ขอรับ ที่เมตตามอบโอกาสให้ศิษย์ได้ยลโฉมกระบี่เทพในตำนานเล่มนี้” เมิ่งฝานส่งคืนกระบี่ปราบอสูรให้แก่ท่านผู้เฒ่าหลินด้วยท่าทีอาลัยอาวรณ์มิน้อย
ท่านผู้เฒ่าหลินรับกระบี่กลับเข้าฝักอย่างนุ่มนวล
ด้วยสถานะของกระบี่ปราบอสูร ย่อมมิอาจให้เมิ่งฝานสัมผัสคลุกคลีเป็นเวลานานเกินไปได้
“ยามนี้ เมื่อเจ้าบรรลุแจ้งในเจตจำนงแห่งกระบี่สังหารอสูรแล้ว เจ้ามีความเข้าใจในตัวกระบวนท่าแปรเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างหรือไม่?” ท่านผู้เฒ่าหลินถามด้วยน้ำเสียงลึกล้ำ
“มีขอรับ!” เมิ่งฝานพยักหน้าตอบรับด้วยแววตาเป็นประกาย
“ดีมาก เช่นนั้นเจ้าจงลงไปเถิด ยามนี้การจักสอนสั่งแม่หนูหลิวผู้นั้น ย่อมกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายขึ้นมากแล้ว” ท่านผู้เฒ่าหลินเอ่ยกำชับ