ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ - บทที่ 283 สองยอดฝีมือระดับแปลงเทพจากเมืองจี๋จื้อ
บทที่ 283 สองยอดฝีมือระดับแปลงเทพจากเมืองจี๋จื้อ
“ผู้ใดกัน!?”
ชายหนุ่มชุดดำและมนุษย์ค้างคาวใบหน้าเปลี่ยนสี พลางหันขวับไปตวาดลั่นด้วยความตระหนก
ทว่าพงไพรด้านหลังพวกมันกลับว่างเปล่าไร้เงาผู้คน มีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันตามแรงลม
“ข้างบน!!”
มนุษย์ค้างคาวสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่าง มันรีบแหงนหน้าขึ้นมองฟ้าทันที
บนยอดไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างกาย จางอวิ๋นกำลังยืนส่งยิ้มละไม จ้องมองพวกมันด้วยสายตาที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ
“เจ้า… เจ้าจากไปแล้วไม่ใช่รึ?”
ชายหนุ่มชุดดำและมนุษย์ค้างคาวต่างตกตะลึงจนตาค้าง
พวกมันมองเห็นจางอวิ๋นแบกโฉมงามจากไปกับตาตัวเองแท้ๆ แล้วไอ้หมอนี่มาโผล่ตรงนี้ได้อย่างไร…
ทว่าเมื่อสังเกตเห็นว่าจางอวิ๋นเบื้องหน้าไม่ได้แบกสตรีชุดแดงไว้ ทั้งสองก็ฉุกคิดถึงความจริงอันน่าหวาดหวั่นขึ้นได้ในพริบตา
ร่างแยก!
“ปราณภูตประกายทอง!”
ไม่รอช้า ชายหนุ่มชุดดำซัดฝ่ามือคู่ขึ้นสู่เวหา ระเบิดขุมพลังปราณสีกาญจน์ทมิฬอันหนักหน่วง พุ่งเข้าเข้าจู่โจมอย่างอำมหิต
ตู้ม!
ต้นไม้ใหญ่ที่จางอวิ๋นยืนอยู่ระเบิดพินาศเป็นจุณ ร่างของเขาถูกแรงอัดกระแทกจนต้องกระโดดหลบหลีกขึ้นสู่ท้องนภา
“หนี!”
ชายหนุ่มชุดดำและมนุษย์ค้างคาวเห็นท่าไม่ดี พวกมันตัดสินใจพุ่งทะยานร่างหนีไปคนละทิศละทางโดยไม่ลังเล
ฉากสังหารบรรพชนพันเกาะทั้งสามยังคงติดตาตรึงใจ ไหนจะการบงการร่างระเบิดพลีชีพของระดับแปลงเทพถึง 30 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออวี้ชาง ยอดฝีมือที่พวกมันคุ้นเคยเป็นอย่างดี
แม้วิธีการจะดูบ้าบอคอแตกไร้ขีดจำกัด แต่ใครจะไปรู้ว่าไอ้สัตว์ประหลาดคนนี้ยังซ่อนระเบิดมนุษย์ไว้อีกกี่ร้อยคน!
วูบ!
ทว่ายังหนีไปได้ไม่ไกล ห้วงมิติเบื้องหน้าก็พลันเกิดระลอกคลื่นสั่นไหวอย่างรุนแรง
“หลบเร็ว!!”
มนุษย์ค้างคาวสัมผัสได้ถึงมหันตภัยที่คืบคลานเข้ามา มันรีบตะโกนเตือนสหายร่วมทางสุดเสียง
แต่ช้าไปเสียแล้ว!
ฉัวะ!
ขวานยักษ์เร้นเงาที่ซ่อนตัวอยู่ในความว่างเปล่าจามลงกลางแสกหน้า ผ่าร่างของชายหนุ่มชุดดำขาดออกจากกันเป็นสองซีกในพริบตา!
“อีจื่อ!!”
มนุษย์ค้างคาวหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย
“ห่วงชีวิตตัวเองก่อนเถอะ!”
เสียงเย็นเยียบของจางอวิ๋นดังขึ้นข้างหู พร้อมกับลำแสงดัชนีสังหารที่พุ่งวาบเข้ามาดุจสายฟ้าฟาด
“แย่แล้ว!!”
มนุษย์ค้างคาวหน้าถอดสี จะหลบหนีก็สายเกินการณ์ ในคลองสายตาพลันมืดมิดลงฉับพลัน เหลือเพียงลำแสงดัชนีที่อัดแน่นด้วยกลิ่นอายแห่งความเหี่ยวเฉาอันไร้สิ้นสุด
【ดัชนีเหี่ยวเฉาตัดนภา!】
จึ้ก!
เพียงดัชนีเดียว พลังชีวิตทั้งมวลก็ถูกสูบหายไปจนสิ้น
ร่างของมนุษย์ค้างคาวกลายเป็นซากศพแห้งกรังไร้หยาดโลหิตในพริบตา
ผัวะ!
ทว่าในจังหวะที่ศพแห้งกำลังจะร่วงลงสู่พื้น มันกลับระเบิดออก แตกตัวกลายเป็นฝูงค้างคาวจิ๋วนับหมื่นตัวบินว่อนกระจายไปทั่วสารทิศ
“ภูตค้างคาวจำแลง!”
สิ้นเสียงตวาดต่ำ ฝูงค้างคาวจิ๋วทุกตัวก็เบิกเนตรทอแสงสีดำทมิฬ ล็อกเป้าหมายไปที่จางอวิ๋นพร้อมกัน
ร่างของจางอวิ๋นคล้ายถูกพันธนาการด้วยขุนเขาหินผา ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ
“แรงสั่นสะเทือนขีดสุด!”
ในเสี้ยววินาทีมรณะ ชายหนุ่มชุดดำที่เพิ่งถูกผ่าร่างเป็นสองซีกเมื่อครู่ กลับโผล่มาเหนือศีรษะของจางอวิ๋นราวกับเล่นกล
หมับ!
สองหัตถ์ของมันกดลงบนหัวไหล่ทั้งสองข้างของจางอวิ๋นอย่างจัง
จางอวิ๋นรู้สึกถึงมวลสารที่หนักอึ้ง อวัยวะภายในรวมถึงดวงวิญญาณสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากการโจมตีที่เล็งเป้าหมายไปยังจิตวิญญาณโดยตรง
“กะว่าจะหาโอกาสมาจับตัวเจ้าทีหลัง ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะรนหาที่ตายมาส่งถึงที่เอง!”
ชายหนุ่มชุดดำมองจางอวิ๋นตรงหน้า มุมปากแสยะยิ้มอำมหิต “ถ้าอย่างนั้นก็เชิญกลับไปเที่ยวเมืองจี๋จื้อกับพวกเราหน่อยละกัน!”
【ผนึก!】
สิ้นเสียงตวาด แสงสีเทาหม่นจากฝ่ามือก็ถักทอเป็นเส้นสายโซ่ตรวนวิญญาณ รัดรึงร่างของจางอวิ๋นไว้อย่างแน่นหนาจนไร้ทางดิ้นรน
ฟู่!
ชายหนุ่มชุดดำเป่าปากด้วยความโล่งอก มันหันไปสบตากับมนุษย์ค้างคาวที่เพิ่งรวมร่างกันอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ปรากฏบนใบหน้า
แปะ! แปะ! แปะ!
แต่ในจังหวะที่พวกมันเตรียมจะหิ้วตัวจางอวิ๋นจากไป เสียงปรบมือเนิบนาบกลับดังขึ้นจากเบื้องหลังอย่างเป็นจังหวะ
“สุดยอด! ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง! สมกับที่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรจากขุมกำลังระดับสูง ของแดนกลางอย่างเมืองจี๋จื้อจริงๆ!”
เมื่อได้ยินเสียงของจางอวิ๋นดังขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มชุดดำและมนุษย์ค้างคาวถึงกับตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาบ พวกมันรีบหันขวับกลับไปมองที่ลานว่างด้านหลังทันที
ภาพที่เห็นคือจางอวิ๋นในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาราวกับหิมะ ยืนยิ้มอย่างสบายอารมณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้
ชายหนุ่มชุดดำรีบหันกลับมามอง ‘จางอวิ๋น’ ที่ถูกพวกมันพันธนาการไว้
มันก็ยังอยู่นี่หว่า!
เดี๋ยวนะ…
เมื่อสัมผัสได้ว่าจางอวิ๋นคนที่ยืนอยู่ตรงลานว่างมีกลิ่นอายพลังที่หนาแน่นและทรงพลังกว่าหลายเท่า ทั้งสองก็ตระหนักถึงความผิดพลาดมหันต์ได้ทันที
ร่างแยก! ไอ้ที่จับอยู่นี่ก็เป็นร่างแยกอีกแล้วเรอะ!!
【ไห่อู… คลื่นคลั่งกลืนกิน!】
ไม่เปิดโอกาสให้ได้คิดหาทางรอด พลังอูสีน้ำเงินเข้มมหาศาลก็ทะลักออกมาจากพงไพรรอบด้านราวกับคลื่นยักษ์สึนามิที่พร้อมกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
ชายหนุ่มชุดดำและมนุษย์ค้างคาวระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อฝ่าวงล้อม ทว่าแรงกดดันวิญญาณระดับเหลียนซวี ก็พลันถาโถมลงมาประดุจขุนเขาเทวะ กดทับร่างของพวกมันจนแทบจะจมหายลงไปในผืนดิน
มวลพลังอูสีกรมท่าม้วนกวาด ห่อหุ้มร่างของทั้งสองไว้จนมิดชิดราวกับถูกจองจำในคุกใต้สมุทร
【ผนึก!】 【ผนึก!】
จางอวิ๋นสะบัดพู่กันบัญชาการตวัดอักขระคำว่า ผนึก สองครั้งซ้อน ส่งผลให้ชายหนุ่มชุดดำและมนุษย์ค้างคาวถูกปิดกั้นพลังบำเพ็ญเพียรโดยสมบูรณ์
เขาเดินเข้าไปหิ้วคอคนทั้งสองขึ้นมาด้วยมือซ้ายและขวาอย่างง่ายดาย
“ข้าทั้งสองมาจากเมืองจี๋จื้อแห่งแดนกลาง หากเจ้ากล้าแตะต้องพวกข้าแม้เพียงปลายนิ้วล่ะก็…”
ชายหนุ่มชุดดำเมื่อเห็นว่าไร้หนทางดิ้นหลุด ก็เริ่มข่มขู่ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
จางอวิ๋นยิ้มตัดบทอย่างเย็นชา “คนล่าสุดที่พูดประโยคทำนองนี้กับข้า ตอนนี้ไปรอพวกเจ้าอยู่ที่ขุมนรกหมดแล้ว!”
“……”
ชายหนุ่มชุดดำชะงักกึกไปทันที ภาพของอวี้ชางทั้ง 10 ร่างที่ถูกสั่งระเบิดตัวเองเมื่อครู่ผุดขึ้นมาในหัว
เพื่อนร่วมสำนักของพวกมันเดินทางไปแดนลับเซียนพร้อมกับอวี้ชาง ในเมื่ออวี้ชางถูกจางอวิ๋นจับมาทำเป็นระเบิดมนุษย์เช่นนี้ แสดงว่าเพื่อนของพวกมันก็คงมีชะตากรรมไม่ต่างกัน…
ทั้งชายหนุ่มชุดดำและมนุษย์ค้างคาวต่างเงียบกริบด้วยความสิ้นหวัง
จางอวิ๋นขี้เกียจจะเสวนากับผู้แพ้ เขาโยนทั้งคู่เข้าไปขังในหอสมบัติเซียนในทันที
คนพวกนี้มาจากเมืองจี๋จื้อ แถมยังเรียกเขาว่าผู้ครองกายาสูงสุดซึ่งมันทำให้เขานึกถึง อู่จื่อ และ ลิ่วจื่อ ที่เคยปะทะกันก่อนหน้านี้
คราแรกที่ได้ยินชื่อเมืองจี๋จื้อจากปากของอวี้ชาง เขายังไม่ได้เอะใจนัก แต่พอมาได้ยินจากปากคนกลุ่มนี้อีกครั้ง… ทุกอย่างก็ชัดเจน
เมืองจี๋จื้อนี่คงเล็งเป้ามาที่ข้านานแล้วสินะ?
จางอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่ยี่หระ
เอาไว้หาเวลาว่างค่อยไปเค้นคอถามสองคนนี้ให้รู้ความจริงก็ยังไม่สาย
ความจริงตั้งแต่ตอนที่ปะทะกับบรรพชนพันเกาะ เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันเบาบางของสองคนนี้ที่ซ่อนตัวอยู่ก่อนแล้ว
ตอนแรกเขานึกว่าเป็นพวกเดียวกับศัตรู จึงได้ระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ แต่เมื่อเห็นพวกมันไม่ยอมลงมือเสียที จึงคาดเดาว่าน่าจะเป็นคนละกลุ่มกัน
ดังนั้นในตอนที่เขาลงไปที่ก้นหลุมลึก เขาถึงได้แอบสร้างร่างแยกเตรียมไว้เป็นการลับ
วิชาแบ่งร่างของเขานั้นจะเพิ่มจำนวนตามความแข็งแกร่งของดวงวิญญาณ ในยามนี้ที่วิญญาณทะลวงสู่ระดับ เหลียนซวี แล้ว จำนวนร่างแยกที่เขาสร้างได้จึงเพิ่มขึ้นจาก 1 เป็น 3 ร่าง
ร่างแยกหนึ่งแบกซูเตี๋ยบินออกไปล่อความสนใจ
ส่วนอีกสองร่างแยกพร้อมกับร่างจริง แอบเร้นกายเข้าไปซ่อนตัวในหอสมบัติเซียน แล้วให้ อิ๋นอู คลุมพลังอำพรางเอาไว้เพื่อลอบออกจากหลุมมาซุ่มรออยู่ในป่าอย่างเงียบเชียบ
จางอวิ๋นใช้เนตรเซียนสแกนข้อมูลของพวกมันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้น
ยอดฝีมือสองคนนี้มีระดับพลังอยู่ที่ แปลงเทพ ขั้นสูง แต่กลับมี กายา ที่พิเศษพิสดารยิ่งนัก
คนหนึ่งครอบครอง 【กายาวิญญาณโลหิตชีวี】 ส่วนอีกคนคือ 【กายาวิญญาณค้างคาว】
กายาวิญญาณโลหิตชีวีนั้นเปรียบเสมือนมีสองชีวิต ชีวิตหนึ่งซ่อนเร้นอยู่ในโลหิต แม้ร่างกายจะถูกทำลายย่อยยับ แต่ขอเพียงมีเลือดเหลืออยู่เพียงหยดเดียว ก็สามารถฟื้นคืนชีพได้ทันที นี่คือเหตุผลที่ชายหนุ่มชุดดำโดนขวานเร้นเงาผ่าร่างแล้วยังไม่ตาย
ส่วนกายาวิญญาณค้างคาว สามารถซ่อนร่างจริงไว้ในร่างจำแลงค้างคาวนับร้อย ยามคับขันสามารถแตกตัวหนี และสุ่มย้ายชีวิตหลักไปอยู่ที่ค้างคาวตัวใดก็ได้
รับมือยากทั้งคู่…
เขาจึงต้องส่งร่างแยกไป “ล่อซื้อ” กระบวนท่าของพวกมันก่อน แล้วค่อยปิดฉากเก็บงานอย่างหมดจดเช่นนี้