Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ - บทที่ 282 ทั้งสามท่าน... เล่นละครตบตาแบบนี้ไม่เหนื่อยบ้างรึไง

  1. Home
  2. ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ
  3. บทที่ 282 ทั้งสามท่าน... เล่นละครตบตาแบบนี้ไม่เหนื่อยบ้างรึไง
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 282 ทั้งสามท่าน… เล่นละครตบตาแบบนี้ไม่เหนื่อยบ้างรึไง

เหนือท้องนภาป่าหนานเฟิงที่พังพินาศ

“ในที่สุดก็ตายเสียที เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย!”

จางอวิ๋นสัมผัสได้ว่าไอมารที่ก้นหลุมยักษ์เริ่มจางหายไปจนแทบสัมผัสไม่ได้ เขาจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับเพิ่งผ่านศึกหนักมา

ซูเตี๋ยที่ถูกแบกอยู่ทางด้านหลังถึงกับกลอกตามองบนอย่างอดเสียไม่ได้

น้ำเสียงของเจ้าฟังดูเหมือนลงไปฟาดฟันคลุกวงในกับพวกเขาสิบวันสิบคืนอย่างนั้นแหละ!

พอมาลองนึกย้อนดูดีๆ นางก็ถึงกับพูดไม่ออก…

เพราะตั้งแต่จางอวิ๋นปรากฏตัวขึ้น นอกจากแบกนางบินไปมา ปล่อยแรงกดดันวิญญาณข่มขวัญไปหนึ่งระลอก และสะบัดขวานยักษ์ออกไปเพียงหนึ่งเล่ม… หมอนี่ก็แทบจะไม่ได้ขยับนิ้วทำอะไรเลยไม่ใช่รึไง!

นี่มันคือความเก่งกาจที่หลุดโลกเกินไปแล้ว!

จางอวิ๋นหาได้แยแสความคิดของสตรีบนหลัง เขาพุ่งทะยานร่างดิ่งลงสู่ก้นหลุมลึกในทันที

เพียงครู่เดียว ภาพของ ‘ซากศพ’ ทั้งสามร่างที่นอนระเนระนาดในสภาพดูไม่ได้ก็ปรากฏแก่สายตา…

“หือ?”

จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายประกายบางอย่าง

ซูเตี๋ยเอ่ยถามด้วยความเคลือบแคลง “มีสิ่งใดผิดปกติงั้นหรือ?”

“หามิได้ ข้าเพียงแค่ลงมาเก็บกู้ของรางวัลตามธรรมเนียมเท่านั้น!”

จางอวิ๋นคลี่ยิ้มบางๆ สะบัดมือวูบหนึ่งเรียกขวานยักษ์ที่ปักคาอยู่ขอบหลุมให้หดเล็กลงเท่าจี้ห้อยคอ แล้วเก็บเข้าสู่หอสมบัติเซียนอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงค่อยๆ เคลื่อนกายเข้าไปใกล้ร่างไร้วิญญาณทั้งสามอย่างใจเย็น

“แม่นางซูคนงาม… หัวของบรรพชนมารทมิฬนี่พอจะมีราคาค่างวดบ้างไหม?”

ระหว่างที่ลอยตัวเข้าไปหา จางอวิ๋นก็เอ่ยถามขึ้นมาดื้อๆ

“เจ้าหมายถึงค่าหัวอย่างนั้นหรือ?”

ซูเตี๋ยงุนงงไปชั่วครู่ แต่เมื่อเห็นจางอวิ๋นพยักหน้าจริงจัง นางก็ตอบกลับไปตามตรง “ก็นับว่าสูงทีเดียว สมาพันธ์แห่งแสงตั้งค่าหัวเขาไว้ถึง 8 ล้านหินวิญญาณ!”

“8 ล้าน?!”

จางอวิ๋นถามไปอย่างนั้นเอง แต่พอได้ยินตัวเลขมหาศาล เขาก็ถึงกับตาโตด้วยความคาดไม่ถึง

ซูเตี๋ยกล่าวเสริม “แน่นอนสิ เขาคือตัวตนที่มีชื่อติดหนึ่งในร้อยอันดับแรกของบัญชีประกาศจับระดับทวีปเชียวนะ!”

จางอวิ๋นไม่รอช้ารีบถามต่อทันที “แล้วจอมมารเงากับจอมมารวายุล่ะ?”

“คนหนึ่ง 6 ล้าน อีกคน 5 ล้าน!”

ซูเตี๋ยตอบไปตามความจริง ทว่าก่อนจะทันได้ฉุกคิดอะไร นางก็รีบหันขวับมามองเขา “เดี๋ยวก่อน นี่เจ้าคิดจะ…”

“ดูท่ารอบนี้ข้าจะกอบโกยโชคลาภได้เป็นกอบเป็นกำเลยสินะ!”

จางอวิ๋นฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาด

ข้อมูลเกี่ยวกับสามจอมมารแห่งแดนใต้ เขาเคยฟังมาจากท่านเจ้าสำนักหลิงเซียนมาบ้าง แต่เรื่องค่าหัวมูลค่าสูงลิ่วขนาดนี้เขาเพิ่งจะรู้จริงๆ…

การสะสมคอลเลกชันสามจอมมารนี่มันช่างทำกำไรได้งามยิ่งนัก!

เขาคิดในใจอย่างเบิกบานขณะเคลื่อนกายไปหยุดอยู่เหนือร่างของ ‘ศพ’ ทั้งสาม

แต่ในจังหวะที่กำลังจะเอื้อมมือประชิดตัว จางอวิ๋นก็หยุดชะงักพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

“ทั้งสามท่าน… เล่นละครตบตาแบบนี้ ไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างรึไง?”

ประโยคเรียบง่ายเพียงประโยคเดียว กลับทำให้อากาศโดยรอบเย็นเยียบและแข็งค้างไปในทันที!

ซูเตี๋ยถึงกับชะงักงัน

“ไอ้เด็กเหลือขอ ตายซะเถอะแก!!”

ยังไม่ทันสิ้นเสียงความคิด เสียงคำรามกึกก้องก็ดังสนั่นขึ้น! ‘ศพ’ ทั้งสามร่างที่เคยนอนนิ่งพลันดีดตัวขึ้นพร้อมกัน ปราณมารสามสายระเบิดทะลักพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง

ตู้ม!

ทว่าในเสี้ยวพริบตานั้น ห้วงมิติรอบด้านพลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง

วินาทีถัดมา…

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!

บรรพชนพันเกาะทั้งสามที่เพิ่งจะถลาตัวขึ้นมา ยังไม่ทันจะได้สำแดงวิชาสังหาร ก็ถูกอำนาจลึกลับผ่าร่างจนขาดครึ่งซีก ร่วงลงไปกองกับพื้นในพริบตา!

“???”

ซูเตี๋ยตกตะลึงจนใบหน้าสวยค้างเติ่ง

เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่?

เรื่องที่บรรพชนพันเกาะทั้งสามยังไม่ตายและจ้องจะลอบกัดนางพอจะเข้าใจได้ แต่ไอ้ที่จู่ๆ พวกมันถูกขยี้จนตาย (รอบสอง) อย่างปริศนานี่มันคืออะไรกัน?

จางอวิ๋นสะบัดมือเบาๆ เหนือซากร่างที่แหลกเหลว ขวานยักษ์เร้นเงาขนาด 100 เมตรก็ค่อยๆ ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเงียบเชียบ

“นี่มัน…”

ซูเตี๋ยเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ

ขวานนั่นเมื่อครู่จางอวิ๋นเก็บเข้าหอสมบัติไปแล้วไม่ใช่หรือ? เหตุใดจู่ๆ ถึงโผล่มาตรงนี้ได้? ที่สำคัญคือนางไม่ได้เห็นเลยแม้แต่นิดว่าจางอวิ๋นลงมือจู่โจมตอนไหน!

จางอวิ๋นกระตุกยิ้มที่มุมปาก

เขาอุตส่าห์นำ ‘อิ๋นอู’ เข้าไปไว้ในหอสมบัติเซียน ไม่ได้หวังจะให้มันเข้าไปนั่งพักผ่อนสักหน่อย

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

ทันใดนั้น วิญญาณที่เหลือรอดเพียงน้อยนิดสามดวงก็พุ่งทะยานหนีไปคนละทิศละทางราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่งด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

จางอวิ๋นแค่นยิ้มเย็น โบกมือเพียงครั้งเดียว ปราณคืนกำไรที่เขาแอบวางค่ายกลล้อมกรอบเอาไว้ล่วงหน้าก็แผ่กระจายออกมาปิดกั้นทุกเส้นทาง

วิญญาณของบรรพชนพันเกาะทั้งสามพุ่งชนเข้ากับม่านปราณคืนกำไรอย่างจัง จนวิญญาณมึนงงหมุนคว้างกลางอากาศ

ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ปราณคืนกำไรมหาศาลก็เข้าห่อหุ้มพวกมันไว้แน่นหนาราวกับดักแด้

“ไอ้เด็กเปรต…”

บรรพชนพันเกาะเมื่อเห็นว่าไร้ทางรอดก็แผดเสียงโกรธจัด อ้าปากเตรียมจะพ่นคำด่าทอสาปแช่ง

ผัวะ!

ทว่าจางอวิ๋นหาได้เปิดโอกาสให้มันพ่นวาจาสกปรก ปราณคืนกำไรบดขยี้วิญญาณส่วนที่เหลือของมันจนแหลกสลายกลายเป็นผุยผงคาที่

เศษวิญญาณที่แตกกระจายทำเอาหลานเอ๋อร์และบรรพชนมารทมิฬที่อยู่ข้างๆ ถึงกับวิญญาณสั่นสะท้านด้วยความหวาดเขยอ จ้องมองจางอวิ๋นราวกับเห็นยมทูต

จางอวิ๋นไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา เขาหยิบขวดหยกออกมาสองใบ แล้วใช้ปราณคืนกำไรฉุดลากวิญญาณทั้งสองดวงยัดใส่ขวดไปทันที

หลานเอ๋อร์กับบรรพชนมารทมิฬนับเป็นขุมกำลังระดับสูงของสำนักหนานเฟิงม่อ ย่อมต้องล่วงรู้ความลับบางอย่างที่เขาจำเป็นต้องง้างปากถามออกมาให้ได้

ยกตัวอย่างเช่น… จอมมารตัวเป้งที่กบดานอยู่ในเกาะเชียนไห่

หากเขาคาดการณ์ไม่ผิด ไอ้จอมมารตัวนั้นนั่นแหละคือผู้บงการตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังสำนักหนานเฟิงม่อ!

จางอวิ๋นทอดสายตามองไปยังทิศทางของเกาะเชียนไห่ แววตาฉายประกายเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง

สำนักหนานเฟิงม่อ… สมควรแก่เวลาล่มสลายหายไปจากแผ่นดินได้แล้ว!

…

หลังจากเก็บกวาดร่องรอยของบรรพชนพันเกาะทั้งสามเรียบร้อย จางอวิ๋นก็แบกซูเตี๋ยบินกลับขึ้นสู่ปากหลุม

“แม่นางซูคนงาม…”

ในจังหวะที่ใกล้จะถึงขอบปากหลุม จางอวิ๋นก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย “มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากจะเตือนด้วยความหวังดี!”

ซูเตี๋ยขมวดคิ้วม้วนมองเขาด้วยความสงสัย

จางอวิ๋นเหลือบมองสตรีบนหลังแวบหนึ่ง ก่อนจะกระแอมในลำคอแก้เก้อ “คือ… ถึงข้าจะไม่รู้สึกลำบากใจที่จะชื่นชมทัศนียภาพต่ออีกสักนิดก็เถอะ แต่ข้าว่าเจ้าจำเป็นต้อง… อะแฮ่ม! หาเสื้อผ้ามาสวมใส่สักหน่อยนะ!”

“……”

ซูเตี๋ยชะงักไปก่อนจะก้มลงสำรวจสภาพตนเอง… เสื้อผ้าของนางถูกเปลวเพลิงสีขาวเผาผลาญจนขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวพรรณนวลเนียนและเรือนร่างที่ควรปกปิดโผล่พ้นออกมาอย่างชัดเจน

นางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจนเกิดเสียง แววตาเปี่ยมด้วยจิตสังหารรุนแรง

“จะพ้นปากหลุมอยู่แล้วเพิ่งจะมาบอก เจ้านี่มันตั้งใจ… หรือว่าจงใจกันแน่หะ?!”

จางอวิ๋นสะดุ้งโหยง รีบสะบัดพู่กันบัญชาการเขียนอักขระคำว่า 【ลอย】 เพื่อส่งให้ซูเตี๋ยลอยตัวค้างกลางอากาศ ส่วนตัวเองรีบบินหนีขึ้นไปบนปากหลุมอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด

ก่อนจะตะโกนลงมาเสียงดัง “แม่นางซูคนงาม แต่งตัวเสร็จแล้วค่อยเรียกข้านะ เดี๋ยวข้าลงไปรับ!”

“ไปตายซะ!”

คำตอบที่ได้รับกลับมาคือคำด่าทอสั้นๆ ที่เปี่ยมด้วยโทสะ

จางอวิ๋นได้แต่ลูบจมูกตัวเองแก้เก้อพลางยิ้มแห้งๆ

“พาข้าขึ้นไป!”

ผ่านไปเพียงไม่ถึงสองนาที เสียงเฉียบขาดของซูเตี๋ยก็ดังขึ้นจากเบื้องล่าง

จางอวิ๋นรีบตวัดพู่กันเขียนอักขระคำว่า 【ขึ้น】 ในทันที

ร่างของซูเตี๋ยค่อยๆ ลอยเด่นขึ้นมา

นางสวมชุดสีแดงเพลิงตัวใหม่ ผมยาวสลวยที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยบวกกับใบหน้าสวยสะคราญที่ยังคงซีดขาวจากอาการบาดเจ็บ ยิ่งขับเน้นให้นางดูงดงามบอบบางน่าทะนุถนอมจนหัวใจของจางอวิ๋นเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง

“ยังจะจ้องอีก!”

เมื่อเห็นชายหนุ่มจ้องตาไม่กะพริบ ซูเตี๋ยก็แผ่รังสีอำมหิตออกมาข่มขู่ “คิดว่าปีกกล้าขาแข็งขึ้นแล้วข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้งั้นรึ?”

“อะแฮ่ม…”

จางอวิ๋นกระแอมแก้เขิน รีบเบือนหน้าหนีแล้วหันหลังให้ “แม่นางซูคนงาม เชิญขึ้นขี่หลังข้าได้เลยขอรับ!”

ซูเตี๋ยแค่นเสียงในลำคอเบาๆ แต่สุดท้ายก็ยอมซบลงบนแผ่นหลังอันกว้างขวางของเขาแต่โดยดี

จางอวิ๋นลอบยิ้มกริ่ม แบกสาวงามมุ่งหน้าทะยานกลับสู่สำนักหลิงเซียน

ระหว่างที่บินฝ่ากระแสลม เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น “แม่นางซูคนงาม… ขอบใจเจ้ามากนะ!”

“ขอบใจบ้าบออะไรกัน เอาไว้ชดใช้หนี้ชีวิตคืนให้ข้าก็พอ แล้วก็เจ้าสำนักของเจ้าด้วย ติดหนี้บุญคุณข้าครั้งใหญ่เลยนะขอบอก!”

ซูเตี๋ยบ่นอุบอิบ “ถ้าพวกเจ้ากล้าเบี้ยวหนี้ล่ะก็ ข้าจะส่งคนไปป่วนสำนักให้นอนไม่หลับกันทั้งวันทั้งคืนเลยคอยดู!!”

“คืนครับ! คืนแน่นอน!!”

จางอวิ๋นรีบรับคำเป็นพัลวัน พลางเร่งความเร็วพุ่งทะยานสู่สำนักหลิงเซียนด้วยหัวใจที่พองโต

คล้อยหลังจากที่พวกเขาจากไปได้ไม่นาน…

ณ พุ่มไม้รกชัฏตรงขอบหลุมยักษ์ เงาร่างลึกลับสองสายก็ค่อยๆ ปรากฏกายออกมา

“คนผู้นี้ต้องเป็นผู้ครองกายาสูงสุดอย่างแน่นอน!!”

บุรุษมนุษย์ค้างคาวมองตามแผ่นหลังของจางอวิ๋นที่เลือนหายไปในเส้นขอบฟ้า พลางเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจล้นเปี่ยม

ชายหนุ่มชุดดำที่ยืนเคียงข้างได้ยินดังนั้นก็ก้มลงปรายตามองหลุมลึกที่พังพินาศตรงหน้า

มนุษย์ค้างคาวเองก็มองลงไปในความมืดมิดของก้นหลุมเช่นกัน

ทั้งสองสบตากันเงียบๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนอึดอัด

ผ่านไปครู่ใหญ่ ชายหนุ่มชุดดำก็เอ่ยเสียงขรึม “สำนักของผู้ครองกายาสูงสุดคนนั้นตั้งอยู่ที่นั่น… รอหาโอกาสลงมือ!”

“หาโอกาสอย่างนั้นหรือ?”

สิ้นเสียงพูด ยังไม่ทันที่คำพูดจะขาดคำดี ข้างหูของพวกเขาก็พลันมีเสียงกระซิบถามด้วยรอยยิ้มแฝงความขี้เล่นดังขึ้น

“ทั้งสองท่าน… พอจะบอกข้าหน่อยได้ไหม ว่ากำลังรอโอกาสอะไรกันอยู่รึ?”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 282 ทั้งสามท่าน... เล่นละครตบตาแบบนี้ไม่เหนื่อยบ้างรึไง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย