ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 95
บทที่ 95 รับภารกิจ
ถังซานถอนหายใจยาวหลังจากปิดประตูห้อง เขารีบเดินไปที่ห้องนอน ขึ้นเตียง แล้วเปิดถุงเก็บของ นำเหรียญทั้งหมดออกมา เหรียญธาตุส่องประกายวับวาว แผ่คลื่นธาตุเข้มข้น
หลังจากนับจำนวนเสร็จ เขาก็เก็บเหรียญทั้งหมดกลับเข้าไปใหม่
เขาไม่ได้รีบเข้าสู่สมาธิ เพราะตอนนี้จิตใจยังไม่สงบพอ
ในความทรงจำมีแต่รอยยิ้มและสีหน้าท่าทางของเหม่ยกงจื่อที่ได้พบในวันนี้
แม้ว่าสำหรับนางแล้ว ข้าจะเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่นางก็ยังห่วงใยข้า บางทีอาจเป็นความห่วงใยระหว่างเผ่าพันธุ์เดียวกัน ทุกอย่างที่นางแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวล้วนแสดงถึงความใจดีเช่นเคย
ตอนที่ถังซานเพิ่งมาเกิดใหม่ในโลกนี้เพื่อตามหาคนรัก มีหลายสิ่งที่เขากังวลที่สุด อันดับแรกคือจะพบนางได้หรือไม่ และอันดับสองคือเมื่อพบนางแล้ว นางจะยังมีจิตใจเหมือนชาติก่อนหรือไม่ เขากลัวว่าเมื่อพบนางแล้ว จิตใจของนางจะไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะในสถานที่อย่างมหาพิภพภูตปีศาจ เขาไม่กลัวว่านางจะเป็นปีศาจ แต่กลัวว่าจิตใจของนางจะเปลี่ยนไป
แต่ดูเหมือนสวรรค์จะเมตตาเขา ชะตาฟ้าลิขิตให้เขาได้พบนาง
แม้ใบหน้าของนางจะเปลี่ยนไปบ้าง บุคลิกก็แตกต่างไป แต่นางยังคงใจดีและงดงามเช่นเคย อีกทั้งนางได้กลายเป็นมนุษย์ หากนางเป็นบริวารมนุษย์ ในตัวนางก็คงมีสายเลือดของเผ่าปีศาจอยู่บ้าง แต่นั่นสำคัญด้วยหรือ?
ในชาติก่อน คนรักของเขาก็เป็นสัตว์วิญญาณกระต่ายอรชรที่บำเพ็ญเพียรมาหนึ่งแสนปีจนกลายเป็นคน! ถังซานไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย
ตอนนี้เขามีเพียงความตื่นเต้นเท่านั้น การได้พบเหม่ยกงจื่ออีกครั้ง ได้สัมผัสถึงกลิ่นอายและความใจดีของนาง นี่ช่างดีเหลือเกิน
ตอนนี้ตัวเขายังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะไปรบกวนนาง ต้องรีบยกระดับพลัง รีบเพิ่มพลังให้เร็วขึ้น เมื่อแข็งแกร่งพอ จึงจะมีคุณสมบัติไปอยู่ข้างกายนางและปกป้องนาง ทำให้นางรักเขาอีกครั้ง กลับมาเป็นคนรักของเขาอีกครั้ง ช่วยให้นางบำเพ็ญเพียรจนบรรลุเทพ แล้วครอบครัวจะได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้า
แม้ตอนนี้จะดูเหมือนหนทางยังอีกยาวไกล แต่การเริ่มต้นย่อมยากที่สุด การได้พบกันอีกครั้งวันนี้ ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นแล้ว
จิตใจถังซานค่อย ๆ สงบลง ความตื่นเต้นถูกแทนที่ด้วยคำว่าพยายามฝึกฝน การได้พบเหม่ยกงจื่อคือแรงกระตุ้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการฝึกฝนของเขา
เขากลับขึ้นเตียง นั่งขัดสมาธิ ถังซานตัดสินใจว่าวันนี้จะต้องดูดซับพลังสายเลือดที่เหลือของเฟิงสยงให้หมด เพื่อให้พลังเสวียนเทียนของเขาก้าวหน้าเร็วขึ้น หลังจากดูดซับพลังสายเลือดทั้งหมดของเฟิงสยงแล้ว พลังเสวียนเทียนของเขาควรจะถึงระดับใกล้เคียงขั้นห้าช่วงกลาง และตราประทับหมาป่าวายุสถิตร่างจะถึงระดับห้าขั้นสูงสุดอย่างแน่นอน
คืนแห่งความพยายามผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันรุ่งขึ้นก็เรียนตามปกติ
ช่วงเช้าเป็นวิชาฝึกร่างกาย ครั้งนี้ถังซานเพิ่มน้ำหนักให้ตัวเองโดยสมัครใจ ไม่ต้องรอให้มู่อวิ๋นอวี่กระตุ้น เขาใส่น้ำหนักเพิ่มสิบแผ่น แล้วเริ่มวิ่งสุดกำลัง
เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของเขา มู่อวิ๋นอวี่ก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องเตือนอะไรอีก
เมื่อกลับมาถึงตอนเที่ยง ทั้งตัวของถังซานก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ครั้งนี้เขาไม่ได้อยู่ท้ายแถวอีกต่อไป แต่อยู่อันดับที่แปดจากศิษย์ทั้งหมดสิบหกคน
ต้องรู้ว่านี่เพิ่งเป็นครั้งที่สองที่เขาเรียนวิชาฝึกร่างกาย
หลังอาหารกลางวัน ถังซานก็ไปหาอู๋ปิงจี้
“ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าอยากรับภารกิจ” ถังซานบอกอู๋ปิงจี้
“เจ้าจะรับภารกิจ? รีบร้อนถึงเพียงนี้เชียวหรือ?” อู๋ปิงจี้ถามอย่างประหลาดใจ
ถังซานพยักหน้าแล้วกล่าว “ข้าอยากหาเงิน”
อู๋ปิงจี้ราวกับเพิ่งตระหนักได้ จึงกล่าวว่า “ก็ถูกของเจ้า พวกเราฝึกฝนยังต้องการทรัพยากรต่าง ๆ ยิ่งมีทรัพยากรมาก ความเร็วในการฝึกฝนก็ยิ่งเร็ว แล้วเจ้าอยากรับภารกิจแบบใด?”
ถังซานตอบทันทีโดยไม่ลังเล “ข้าอยากรับภารกิจคู่ซ้อมของสถาบัน”
อู๋ปิงจี้ตกใจ “เจ้าจะไปร่วมเป็นคู่ซ้อมที่สถาบันเจียหลี่? การเป็นคู่ซ้อมอันตรายยิ่งกว่าออกไปล่าสัตว์อสูรเสียอีก เพราะศิษย์เผ่าปีศาจพวกนั้นบางครั้งก็ควบคุมกำลังไม่อยู่ แล้วอีกอย่าง การควบคุมคมมีดวายุของเจ้า…”
ถังซานกล่าว “ข้าจะไม่เปิดเผยมากเกินไป ข้าเห็นว่ารายได้จากการเป็นคู่ซ้อมค่อนข้างสูง ข้าอยากลองดู”
อู๋ปิงจี้คิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว “เจ้ายังเด็กเกินไป เรื่องนี้ข้าตัดสินใจให้ไม่ได้ ข้าจะไปถามท่านอาจารย์ก่อน”
“อืม” ถังซานพยักหน้า
การเลือกเป็นคู่ซ้อมเป็นสิ่งที่เขาคิดอย่างรอบคอบแล้ว เหตุผลที่เลือกเช่นนี้ ประการแรกคือการเป็นคู่ซ้อมจะทำให้ได้สัมผัสกับปีศาจมากขึ้น ด้วยความสามารถในการควบคุมพลังเสวียนเทียนของเขาในยามนี้ รวมถึงความเข้าใจระหว่างพลังเสวียนเทียนและการดูดกลืน เขาสามารถดูดกลืนได้โดยที่อีกฝ่ายแทบไม่รู้สึกตัว
การดูดกลืนสายเลือดปีศาจเพียงเล็กน้อยอาจมิได้ช่วยตัวเขามากนัก แต่หากมีจำนวนคู่ซ้อมมาก น้อยรวมกันก็เป็นมาก พลังสายเลือดที่ดูดซับมาจะช่วยให้เขาฝึกฝนวิชาเสวียนเทียนได้ดีขึ้น ทำให้ขั้นพลังของเขาก้าวหน้าเร็วขึ้น
พลังดูดกลืนของพลังเสวียนเทียนเป็นทางลัดในการฝึกฝนสำหรับถังซาน ตอนนี้เขาบรรลุขั้นห้าแล้ว พลังต่อสู้จริง ๆ ถึงขั้นหกด้วยซ้ำ นับว่ามีความสามารถในการป้องกันตัวเองระดับหนึ่ง ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาต้องรีบพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว
เผ่าปีศาจที่สอบเข้าสถาบันเจียหลี่ได้ล้วนเป็นผู้ที่มีสายเลือดบริสุทธิ์จากตระกูลใหญ่ ตระกูลหมาป่าวายุเป็นเพียงเผ่าปีศาจชั้นสี่ แต่สายเลือดบริสุทธิ์ของราชันย์หมาป่าวายุก็ให้ประโยชน์กับถังซานไม่น้อย แล้วจะกล่าวไปไยกับเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งกว่าในสายเลือดชั้นอื่น ๆ
ดังนั้นการเป็นคู่ซ้อมจึงเป็นวิธีฝึกฝนที่ดีที่สุดสำหรับเขา สิ่งที่ต้องทำคือควบคุมระดับการฝึกฝนของตนเองให้ดี
ส่วนตราประทับเทพอสูรสถิตร่างต่างธาตุที่ดูดกลืนมา เขาสามารถเลือกที่จะทิ้งหรือหลอมรวมได้
อู๋ปิงจี้รีบไปหากวนหลงเจียงทันที แต่สิ่งที่ถังซานไม่คาดคิดคือ ก่อนเริ่มเรียนตอนบ่าย คนที่มาหาเขาไม่ใช่กวนหลงเจียง แต่เป็นเจ้าเมือง
“เสี่ยวถัง ตามข้ามาหน่อย” จางเฮ่าเซวียนเรียกถังซานออกมาแล้วพาไปที่ห้อง
เมื่อเข้ามา ถังซานก็ปิดประตูให้เรียบร้อย
“ท่านอาจารย์ ท่านมาได้อย่างไร?”
จางเฮ่าเซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ข้าได้ยินกวนหลงเจียงบอกว่า เจ้าอยากไปร่วมภารกิจคู่ซ้อมที่สถาบันเจียหลี่? เพราะอะไร?”
ถังซานกล่าว “ข้ามาที่โรงเรียนได้หลายวันแล้ว คำสอนของท่านอาจารย์ช่วยข้าได้มาก ทำให้ข้าเข้าใจเผ่าปีศาจมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องระดับชั้นของปีศาจ ข้าเทียบดูแล้ว ตราประทับเผ่าปีศาจที่ข้ามีตอนนี้ ล้วนค่อนข้างอ่อนแอ ส่วนใหญ่เป็นสายเลือดเผ่าปีศาจชั้นสี่ ดังนั้น หากข้าต้องการแข็งแกร่งขึ้น ก็ต้องดูดกลืนตราประทับเผ่าปีศาจที่แข็งแกร่งกว่า สถาบันเจียหลี่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด”
เขาต้องบอกเหตุผลที่สมเหตุสมผลกับจางเฮ่าเซวียน
จางเฮ่าเซวียนกล่าวเสียงหนัก “แต่เช่นนั้นเจ้าก็มีโอกาสถูกเปิดเผยตัวตนสูง หากถูกเปิดเผยแล้วจะเป็นอย่างไร เจ้าก็รู้ดี”
ถังซานกล่าว “ไม่ถูกเปิดเผยแน่ขอรับ ข้ามั่นใจ เพราะแม้ข้าจะดูดซับตราประทับของพวกมัน ข้าก็จะควบคุมปริมาณ การสูญเสียสายเลือดเพียงเล็กน้อย พวกมันจะไม่รู้สึกชัดเจน”
จางเฮ่าเซวียนกล่าว “เจ้าอย่าเร่งรีบเกินไป การพัฒนาอย่างมั่นคงสำคัญที่สุด แม้ตอนนี้จะมีแค่ข้าที่รู้สถานการณ์ของเจ้า แต่หลายวันมานี้ข้าก็คิดอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับสถานการณ์ของเจ้า หากวิธีฝึกฝนแบบนี้ของเจ้าประสบความสำเร็จในที่สุด ถึงขั้นทะลวงถึงระดับเทพได้ นั่นจะเป็นการพลิกโฉมหน้าสำหรับมนุษย์ทั้งหมดของพวกเรา วิธีฝึกฝนพลังเสวียนเทียนของเจ้า ข้าได้แอบหาเด็กมาทดลองแล้ว ดูว่าจะฝึกฝนได้หรือไม่ หากได้ ความหมายจะยิ่งใหญ่มาก”
“ท่านหาคนมาทดลองแล้ว?” ถังซานเอ่ยอย่างประหลาดใจ เขายังจำได้ชัดว่าวันนั้นจางเฮ่าเซวียนยังบอกว่าต้องเก็บเรื่องวิชาเสวียนเทียนเป็นความลับก่อน