ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 85
บทที่ 85 ศิษย์หญิงต่างชื่นชอบเขา
ถังซานกล่าวว่า “ท่านอาจารย์บอกว่าข้าสามารถมาดูได้ ศิษย์พี่ใหญ่ช่วยแนะนำภารกิจของพวกเราให้ข้าหน่อยได้หรือไม่”
อู๋ปิงจี้พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ภารกิจของโรงเรียนพวกเราเตรียมไว้เพื่อให้ทุกคนได้ฝึกฝน รางวัลของภารกิจล้วนเป็นเงินทั้งสิ้น ซึ่งรวมถึงภารกิจประเภทคู่ซ้อม ต้องไปที่สถาบันเจียหลี่ และยังมีการล่าสัตว์อสูร เก็บสมุนไพรวิเศษ ส่วนใหญ่จะมีสามประเภทหลักนี้ เจ้าสามารถรับได้ทั้งหมด
แต่ว่าเจ้าอายุยังน้อย พลังก็เกินกว่ามนุษย์ทั่วไปของพวกเรา ข้าแนะนำว่าอย่ารับภารกิจคู่ซ้อม เพราะจะดึงดูดความสนใจของสถาบันเจียหลี่ได้ง่ายเกินไป สองอย่างหลังจะเหมาะกับเจ้ามากกว่า โดยทั่วไปแล้ว ภารกิจเก็บสมุนไพรและล่าสัตว์อสูร สามารถทำเป็นทีมได้ อย่าไปคนเดียว เพื่อจะได้ช่วยเหลือกัน ป้องกันอันตราย” จากนั้นเขาก็หยิบใบภารกิจที่มีรายละเอียดมาให้ดู แม้ว่าเขาจะไม่แนะนำให้ถังซานรับภารกิจคู่ซ้อม แต่ใบภารกิจคู่ซ้อมก็มีอยู่ในนั้นด้วย
“ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่” ถังซานวางใบภารกิจลงบนโต๊ะเพื่อตรวจดู
ตู๋ไป๋ที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวอย่างไม่พอใจว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ เหตุใดข้าถึงไม่เคยเห็นภารกิจพวกนี้ ข้ามีแต่ภารกิจส่งจดหมาย จัดซื้อ รางวัลก็น้อยนิดจนน่าสงสาร”
อู๋ปิงจี้หัวเราะแล้วกล่าวว่า “ก็เจ้าไม่มีความสามารถในการป้องกันตัวเองนี่! ต้องทำตามกำลังความสามารถของศิษย์น้องเล็ก”
ตู๋ไป๋กล่าวว่า “ตอนนี้ข้าไม่ใช่ศิษย์น้องเล็กแล้ว ถังซานต่างหากที่เป็น”
อู๋ปิงจี้มองเขาจากนั้นก็มองถังซาน จากนั้นก็ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “หากเขาต้องการ อีกไม่นานเขาอาจจะเป็นศิษย์พี่ใหญ่ก็ได้ ดังนั้นข้าจึงเรียกเขาว่าเสี่ยวถังไม่ใช่ศิษย์น้องเล็ก”
มุมปากของตู๋ไป๋กระตุกเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงการต่อสู้ระหว่างอู๋ปิงจี้กับถังซานในวันนี้ ก็พูดอะไรไม่ออก ใครใช้ให้คนอื่นมีพลังแข็งแกร่ง ส่วนตัวเองสู้มิได้เล่า
ถังซานตรวจดูใบภารกิจ เขาให้ความสนใจกับการล่าสัตว์อสูรเป็นพิเศษ สัตว์อสูรก็คือเผ่าปีศาจที่ยังไม่มีสติปัญญา วันนั้นเขาก็ได้กินเนื้อสัตว์อสูรมาแล้ว มันมีประโยชน์ต่อการฝึกฝนร่างกายไม่น้อยเลยทีเดียว
นอกจากนี้ เขายังพบว่าในบรรดาภารกิจทั้งสามประเภท การล่าสัตว์อสูรให้รางวัลสูงที่สุด อย่างน้อยก็เป็นรางวัลระดับเหรียญหลิงซี และยังมีเหรียญธาตุ รวมถึงรางวัลเหรียญเทียนอวี่ที่มีระดับสูงกว่า เห็นได้ว่ารางวัลนั้นมากมาย
สำหรับการล่าสัตว์อสูร ถังซานรู้สึกสนใจมากที่สุด หนึ่งคือรางวัลมากมาย อีกอย่างคือเขาอยากรู้ว่าจะสามารถดูดซับพลังสายเลือดของสัตว์อสูรได้โดยตรงหรือไม่ และพลังสายเลือดของพวกมันกับเผ่าปีศาจมีความแตกต่างกันอย่างไร
หลังจากดูใบภารกิจเสร็จ ถังซานก็หันไปถามตู๋ไป๋ว่า “ร้านค้าอยู่ที่ใด? พาข้าไปดูด้วย”
ตู๋ไป๋ยิ้มและกล่าวว่า “จริงด้วย ไปดูที่ร้านค้าสิ เจ้าจะได้รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร จะได้รับภารกิจที่เหมาะสมเพื่อซื้อของ”
ถังซานคำนับอู๋ปิงจี้อีกครั้ง กำลังจะเดินออกไป อู๋ปิงจี้ก็กล่าวว่า “เสี่ยวถัง หากเจ้าว่างตอนกลางคืน ข้าอยากไปหาเจ้า เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการควบคุมธาตุได้หรือไม่”
ศิษย์พี่ใหญ่ผู้นี้ไม่ถือตัวเลย และไม่ได้มีอารมณ์ด้านลบใด ๆ ต่อพลังที่ถังซานแสดงออกมาในการต่อสู้วันนี้
ถังซานรู้สึกได้ถึงความจริงใจในคำพูดของเขา จึงพยักหน้ายิ้มและกล่าวว่า “ได้แน่นอน ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ต้องเกรงใจ พวกเราคุยกันได้”
“ดี เช่นนั้นคืนนี้หลังมื้อเย็นข้าจะไปหาเจ้า” อู๋ปิงจี้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
หลังออกมาจากห้องของอู๋ปิงจี้ ตู๋ไป๋ก็กล่าวเสียงเบาว่า “ศิษย์พี่ใหญ่เป็นคนดีมาก เป็นศิษย์ตัวอย่างของโรงเรียนพวกเรา ทุกคนสนิทสนมกับเขา และเขาก็แข็งแกร่งด้วย พวกศิษย์หญิงเกือบทั้งหมดชื่นชอบศิษย์พี่ใหญ่ เฉิงจื่อเฉิงก็เช่นกัน ข้าจะบอกเจ้านะ การที่เจ้าชนะนางไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หากวันนี้เจ้าชนะศิษย์พี่ใหญ่ นางอาจจะสู้กับเจ้าถึงตายเลยก็ได้”
ถังซานกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นจากข้าง ๆ
ในชั่วพริบตาต่อมา ตู๋ไป๋ก็ลอยขึ้นไปกลางอากาศ
จากนั้นถังซานก็เห็นตู๋ไป๋ถูกเฉิงจื่อเฉิงกางปีกพาขึ้นไปบนหลังคา แล้วใช้ปีกตีหัวเขาครั้งแล้วครั้งเล่า “เจ้าอยากตายใช่ไหม? อยากตายใช่ไหม?”
เมื่อเห็นใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธของเฉิงจื่อเฉิง ถังซานก็รู้ว่าสิ่งที่ตู๋ไป๋พูดต้องเป็นความจริงแน่ ๆ!
เด็กสาวคนนี้โตเร็วจริง ๆ! แต่คงเป็นแค่ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังไม่เข้าใจ
สหายมีปัญหาต้องช่วย ยิ่งไปกว่านั้น เขายังต้องให้ตู๋ไป๋พาไปที่ร้านค้าอีก
ถังซานแตะปลายเท้าลงบนพื้นเบา ๆ แล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังคา
“ศิษย์พี่ ข้าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เมื่อครู่ศิษย์พี่ตู๋ไป๋พูดอะไรหรือ?”
“หืม?” เฉิงจื่อเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง หันไปมองเขา สิ่งที่เห็นคือดวงตาที่เต็มไปด้วยความใสซื่อของถังซาน
“เจ้าไม่ได้ยินจริง ๆ หรือ?” เฉิงจื่อเฉิงมีสีหน้าสงสัย
“ข้าได้ยินแค่ตู๋ไป๋พูดว่าศิษย์พี่ใหญ่เป็นคนดีมาก ประโยคหลังยังฟังไม่ทันชัดเจน ท่านก็พาเขาขึ้นไปบนหลังคาแล้ว หรือว่าศิษย์พี่ใหญ่ไม่ดีหรือ?” ถังซานกล่าว
เฉิงจื่อเฉิงจ้องตาเขาพลางตอบ “จะไม่ดีได้อย่างไร? ศิษย์พี่ใหญ่ต้องดีอยู่แล้ว ข้าแค่ทนไม่ได้ที่เขาพูดลับหลังผู้อื่น”
“ชมคนก็ไม่ได้หรือ?” ตู๋ไป๋พูดอย่างน่าสงสาร บนศีรษะมีรอยบวมปูดขึ้นมาสองก้อน
เฉิงจื่อเฉิงจ้องเขา ยกปีกขึ้นจะตีอีก เห็นเช่นนั้นถังซานจึงรีบยกมือห้ามไว้ “ศิษย์พี่หญิงใจเย็น ๆ ก่อน พวกเราล้วนเป็นสหายกัน คืนนี้ศิษย์พี่ใหญ่นัดไปคุยเรื่องการควบคุมธาตุที่ห้องข้า ศิษย์พี่หญิงจะไปร่วมสนทนาด้วยกันรึไม่?”
“ศิษย์พี่ใหญ่นัดเจ้าหรือ?” เฉิงจื่อเฉิงชะงักไป
“ใช่แล้ว! ศิษย์พี่ใหญ่เก่งมากในด้านการควบคุมธาตุน้ำแข็ง ข้าอยากขอคำแนะนำจากเขา ศิษย์พี่ใหญ่บอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ไปที่ห้องข้าเลย” ถังซานกล่าว
สีแดงบนใบหน้าของเฉิงจื่อเฉิงค่อย ๆ จางลง นางกล่าวว่า “หากข้าไปจะเหมาะสมหรือ? ข้าก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านธาตุ”
“จริง ๆ แล้วตอนที่ศิษย์พี่แปลงกายเป็นพญาอินทรีปีกทองขึ้นบิน ก็ต้องอาศัยพลังลม ข้าคิดว่าในด้านธาตุวายุ ศิษย์พี่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับข้าได้ พวกเราควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” ถังซานกล่าว
เฉิงจื่อเฉิงเอ่ยอย่างฝืนใจ “งั้นก็ได้ แล้วคืนนี้เวลาใด?”
“หลังอาหารเย็นที่ห้องข้า” ถังซานกล่าวพลางยิ้ม
“อืม” เฉิงจื่อเฉิงไม่แม้แต่จะมองตู๋ไป๋ ลอยตัวลงจากหลังคาจากไป
ตู๋ไป๋ลูบศีรษะที่ปูดโปน มองถังซานแล้วมองเฉิงจื่อเฉิงที่จากไปแล้ว “น้องชายเอ๋ย! ความสามารถในการพูดโกหกอย่างจริงจังของเจ้านี่ร้ายกาจจริง ๆ!”
ถังซานยิ้มพลางกล่าว “นี่ไม่เรียกว่าพูดโกหก นี่เรียกว่าไหวพริบ เรียนรู้ไว้บ้างสิ เรียนรู้แล้วจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”
ถังซานพาตู๋ไป๋ลงมาจากหลังคา ตู๋ไป๋ยังคงเจ็บจนต้องทำหน้าเบ้ พึมพำในลำคอว่า “กล้าตีบุตรแห่งโชคชะตา นางต้องเจอเคราะห์ร้ายแน่”
ที่ไกลออกไป เฉิงจื่อเฉิงที่เพิ่งเดินมาถึงห้องตัวเองและผลักประตูเข้าไป ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดเท้าจึงลื่นไถลไปหนึ่งที สะดุดธรณีประตู ข้อเท้าบิดไปอย่างประหลาด เสียง “แกร๊ก” ดังขึ้น จากนั้นข้อเท้าก็พลิกแพลง…
“กรี๊ด!!! เจ็บ!”
ขณะนั้น ตู๋ไป๋ได้พาถังซานมาถึงเรือนทางทิศใต้ของลานกว้างแล้ว
เขาเคาะประตู มีเสียงไพเราะดังมาจากข้างใน “เข้ามาเถอะ”
พอผลักประตูเข้าไป ถังซานก็เห็นป้ายที่ตั้งอยู่บนพื้นทันที เขียนว่า ‘ร้านขายของชำ’ ตัวอักษรคดเคี้ยวไม่สวยงามเลย
แต่พอเข้าไปข้างใน เขาก็รู้สึกถึงความแตกต่างทันที เพราะที่นี่มีกลิ่นประหลาดที่ผสมระหว่างกลิ่นยาและกลิ่นหอม ที่สำคัญที่สุดคือ ปราณวิญญาณที่นี่เข้มข้นมาก
มหานครเจียหลี่มีปราณฟ้าดินที่เข้มข้นมากอยู่แล้ว โดยเฉพาะบริเวณสถาบันเจียหลี่ แต่ห้องนี้เป็นสถานที่ที่มีปราณฟ้าดินเข้มข้นที่สุดเท่าที่ถังซานเคยไปมา มีคลื่นธาตุทุกชนิด แม้แต่อากาศก็ดูเหนียวข้นเพราะพลังธาตุที่เข้มข้นเกินไป
แม้ไม่ได้ใช้เนตรทิพย์หยั่งรู้ ถังซานก็รู้สึกได้ว่าอากาศที่นี่มีความพร่ามัวบางอย่าง นั่นไม่ใช่เพราะอากาศมีมลพิษ แต่เป็นเพราะพลังธาตุที่เข้มข้นเกินไป
เขาสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นสายเลือดในร่างกายก็ถูกกระตุ้นเล็กน้อย บัดนั้นเขาก็พบปัญหาทันที แม้พลังธาตุที่นี่จะเข้มข้นมาก แต่ก็ปะปนกันอยู่ หากจะฝึกวิชาที่นี่ การกลั่นกรองพลังธาตุจะเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยุ่งยาก