ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 84
บทที่ 84 รวมตัวดั่งกองเพลิง ดาษดื่นดุจดาวเต็มฟ้า
“เก้าขวบระดับห้าหรือ? นับว่ามีพรสวรรค์ไม่เลว” พระแม่ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด “ถ้าเช่นนั้นก็ให้ท่านเจ้าเมืองสั่งสอนให้ดี ๆ ตอนนี้โรงเรียนมีเด็กสิบหกคนแล้วใช่รึไม่”
“ใช่ขอรับ รวมเด็กคนใหม่ด้วยก็สิบหกคนพอดี” ท่านเจ้าเมืองกล่าว
พระแม่ศักดิ์สิทธิ์ถอนหายใจเบา ๆ กล่าวว่า “ที่นี่คงอยู่ต่อไปได้ไม่นานแล้ว”
“อะไรนะ?” จางเฮ่าเซวียนอุทานด้วยความตกใจ “นี่มัน…”
พระแม่ศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างสงบ “ดูเหมือนเขาจะเริ่มสังเกตเห็นบ้างแล้ว เพื่อความปลอดภัย พวกเราต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทางโรงเรียนอาจต้องย้ายที่ แน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ หากไม่จำเป็นจริง ๆ ข้าก็ไม่อยากให้ที่นี่เปลี่ยนแปลง นี่เป็นสถานการณ์ที่ดีที่พวกเราลำบากกว่าจะได้มา”
จางเฮ่าเซวียนยิ้มขื่น “เช่นนั้นพวกเรายังมีเวลาอีกนานเพียงใด?”
พระแม่ศักดิ์สิทธิ์ส่ายหน้า “ยังบอกไม่ได้ รายละเอียดรอข้าแจ้งเจ้าแล้วกัน คงไม่มีอันตรายร้ายแรงนัก”
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านก็ต้องดูแลตัวเองด้วย ท่านคือกระดูกสันหลังขององค์กร เสียสละให้องค์กรมากมาย ท่านจะต้องไม่เป็นอะไร” จางเฮ่าเซวียนค้อมกายคำนับ
พระแม่ศักดิ์สิทธิ์ส่ายหน้า “ข้าจะไม่เป็นอะไร เพื่อภารกิจอันยิ่งใหญ่ ข้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้”
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ผ้าคลุมหน้าของพระแม่ศักดิ์สิทธิ์ก็หันไปทางประตู ในชั่วพริบตาต่อมา ประตูก็เปิดผางออก พร้อมกับเสียงโกรธเกรี้ยวดังมา “เจ้าจางเฮ่าเซวียน เจ้าช่างต่ำช้า…”
พูดมาถึงตรงนี้เสียงก็หยุดกึก แสงสีน้ำเงินม่วงรวมตัวในห้อง แล้วปรากฏร่างชัดเจนขึ้น นี่ก็คือซือหรูนั่นเอง
ตอนนี้เขาก็เห็นสตรีที่นั่งอยู่ในบ้านแล้ว มุมปากกระตุกเล็กน้อย รีบค้อมกายคำนับ “พระแม่ศักดิ์สิทธิ์ ขออภัยขอรับ ข้าไม่ทราบว่าท่านอยู่ที่นี่”
พระแม่ศักดิ์สิทธิ์ยิ้มบาง ๆ “อาจารย์ซือหรูไม่ต้องมากพิธี ท่านยังคงใจร้อนเช่นเดิม”
ซือหรูเกาศีรษะอย่างเก้อเขิน “ช่วยไม่ได้ เป็นผลจากสายเลือดของข้าเอง”
จางเฮ่าเซวียนกล่าวอย่างไม่พอใจ “เจ้านี่รีบร้อนวุ่นวาย ถ้ามีคนเห็นจะทำอย่างไร? แล้วนี่เป็นอะไรถึงได้เข้ามาด่าข้าเช่นนี้?”
ซือหรูกล่าว “ถังซาน… เด็กคนนั้นเจ้าต้องมอบให้ข้า หากอยู่กับเจ้าก็เสียของเปล่า เจ้าเข้าใจอะไรเกี่ยวกับการควบคุมธาตุ”
จางเฮ่าเซวียนหัวเราะเย็นชา “ฮึ! ข้ารู้อยู่แล้วว่าตาเฒ่าอย่างเจ้าต้องมาแย่งศิษย์กับข้า ข้าถึงได้ชิงลงมือก่อน เลิกคิดเถอะ เขากราบข้าเป็นอาจารย์อย่างเป็นทางการแล้ว เจ้าไม่มีโอกาสแล้ว”
ซือหรูกำลังจะพูดอะไร แต่พระแม่ศักดิ์สิทธิ์ที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งประธานถามขึ้นมาก่อนว่า “กำลังพูดถึงเด็กคนใหม่กันอยู่หรือ?”
“ขอรับ” จางเฮ่าเซวียนพยักหน้า
พระแม่ศักดิ์สิทธิ์ยิ้ม “ข้าชักอยากรู้ขึ้นมาแล้วสิ สามารถทำให้อาจารย์ซือหรูของพวกเราสนใจได้เพียงนี้ ดูท่าพรสวรรค์คงจะยอดเยี่ยมจริง ๆ!”
ซือหรูกล่าว “เป็นหมาป่าวายุสถิตร่างกลายพันธุ์ มีความเข้ากันได้กับธาตุวายุ รวมถึงสามารถควบคุมพลังธาตุวายุได้อย่างแข็งแกร่ง
หายากจริง ๆ! พลังระดับห้าสู้กับอู๋ปิงจี้ได้สูสี ต้องเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ที่สุดในโรงเรียนอย่างแน่นอน และยังอายุแค่เก้าขวบ ข้าก็เป็นผู้ควบคุมธาตุ ไม่ให้เด็กคนนี้กับข้าเท่ากับเสียของ จางเฮ่าเซวียน เจ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการควบคุมธาตุเลย”
“สู้กับอู๋ปิงจี้ได้อย่างสูสีงั้นหรือ? การควบคุมธาตุวายุสู้กับการควบคุมธาตุน้ำแข็งได้?” แม้แต่ท่านเจ้าเมืองก็ยังตกใจ วันนั้นตอนที่เขาปราบถังซาน เขาไม่ได้ให้โอกาสถังซานแสดงความสามารถของตัวเองเลย เขาให้ความสำคัญกับการที่ถังซานควบคุมความสามารถได้หลายอย่างมากที่สุด แต่ไม่คิดว่าเจ้าหนูนี่จะแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดไว้ แค่หมาป่าวายุสถิตร่างก็ทำให้ซือหรูมาเอาเรื่องกับตัวเองแล้ว หากซือหรูรู้ว่าเขายังใช้ความสามารถอื่นได้อีกคง…
พระแม่ศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างสนใจว่า “เช่นนั้นก็ไม่เลวเลย การฝึกฝนอย่างเดียวไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่หากสามารถควบคุมพลังได้เทียบเท่าอู๋ปิงจี้ นั่นก็นับว่าเก่งกาจแล้ว พวกเจ้าต้องฝึกฝนให้ดี เอาล่ะ ข้าต้องกลับก่อนแล้ว ท่านเจ้าเมือง เรื่องที่ข้าบอกท่านต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน”
ขณะที่กล่าวนางก็ลุกขึ้นยืน
จางเฮ่าเซวียนและซือหรูต่างยกมือขวาแตะอก เผยให้เห็นตราไถ่ถอนบนหลังมือ หากถังซานอยู่ที่นี่คงจะสังเกตเห็นว่าตราไถ่ถอนบนมือของซือหรูและจางเฮ่าเซวียนนั้นเหมือนกัน เป็นสีฟ้า ไม่ใช่สีครามอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้
“รวมตัวดั่งกองเพลิง ดาษดื่นดุจดาวเต็มฟ้า” พระแม่ศักดิ์สิทธิ์เอ่ยเบา ๆ ในชั่วพริบตาต่อมา นางก็กลายเป็นเงาแสงหายวับไป
“รวมตัวดั่งกองเพลิง ดาษดื่นดุจดาวเต็มฟ้า” จางเฮ่าเซวียนและซือหรูกล่าวทวนวาทะของนางอย่างจริงจัง
ผ่านไปครู่ใหญ่ ซือหรูจึงหันไปมองจางเฮ่าเซวียน “ยกศิษย์ให้ข้าได้หรือไม่?”
“ฝันไปเถอะ!” จางเฮ่าเซวียนปฏิเสธทันที
“เจ้าอยากโดนซ้อมใช่หรือไม่?” ซือหรูกล่าวอย่างดุดัน
จางเฮ่าเซวียนพูดเสียงหนักแน่น “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดพระแม่ศักดิ์สิทธิ์ถึงมาที่นี่?”
ซือหรูชะงักไปครู่หนึ่ง “เพราะอะไร?”
จางเฮ่าเซวียนสีหน้าเคร่งเครียด “นางบอกว่าที่นี่อาจไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้แล้ว โรงเรียนอาจต้องปิดตัวลงเมื่อใดก็ได้”
“หืม?” ม่านตาของซือหรูเบิกกว้างทันที “ถูกค้นพบแล้วหรือ? ไม่น่าเป็นไปได้! พวกเราระมัดระวังมากแล้วนี่”
จางเฮ่าเซวียนยิ้มขื่น “พลังของท่านผู้นั้นเจ้าก็รู้ดี หากมิใช่เพราะการคุ้มครองของพระแม่ศักดิ์สิทธิ์ พวกเราจะอยู่ที่นี่ได้อย่างสงบมาหลายปีหรือ? เตรียมการไว้ก่อนเถอะ แจ้งทุกคนให้ดำเนินแผนเลื่อนระดับ ยกเว้นเด็ก ๆ ในโรงเรียนที่ยังไม่ต้องรีบอพยพ ส่วนฝ่ายอื่น ๆ ให้กระจายตัวไปซ่อนตัวในเมืองอื่นก่อน รอให้เรื่องสงบ ดูว่าจะกลับมาได้หรือไม่”
ซือหรูพยักหน้า “พระแม่ศักดิ์สิทธิ์มาด้วยตนเอง น่าจะมีความเป็นไปได้แปดถึงเก้าส่วน แล้วพวกเด็ก ๆ จะทำอย่างไร?”
จางเฮ่าเซวียนคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ “ใช้แผนสาม”
“แผนสาม? เหตุใดไม่ใช้แผนหนึ่ง นั่นไม่ปลอดภัยกว่าหรือ?” ซือหรูถามอย่างประหลาดใจ
จางเฮ่าเซวียนส่ายหน้า “ใช้แผนที่สามเถอะ เด็กรุ่นนี้มีพรสวรรค์มาก ข้าเสียดายที่จะทิ้งไป อีกอย่าง ที่นี่ยังมีพระแม่ศักดิ์สิทธิ์คอยดูแล ถึงจะมีความเสี่ยงอันใด นางก็จะช่วยพวกเราหลีกเลี่ยงได้มาก”
“เจ้านี่มีแผนเยอะจริง เอาตามที่เจ้าว่าแล้วกัน แล้วเรื่องศิษย์ล่ะ? ถังซานมาอยู่กับข้าต้องดีกว่าอยู่กับเจ้าแน่ ๆ!” ซือหรูยังไม่ลืมจุดประสงค์ที่มา
จางเฮ่าเซวียนกล่าว “สิ่งที่เจ้าควรสอนเขาก็สอนไป แต่เรื่องเปลี่ยนอาจารย์อย่าคิดเลย ข้าหาศิษย์ได้ยากนักกว่าจะได้สักคน ถึงเขาจะเป็นหมาป่าวายุสถิตร่างกลายพันธุ์ แต่พื้นฐานจะไปเทียบกับตู๋ไป๋หรือเฉิงจื่อเฉิงได้หรือ?
ตอนอู๋ปิงจี้มีภูตน้ำแข็งเจ้ายังไม่สนใจ เหตุใดคราวนี้ถึงสนใจนัก นิสัยใจร้อนของเจ้านี่ต้องแก้ได้แล้ว ถ้ามิใช่เพราะนิสัยแย่ ๆ นี่ เจ้าก็ควรจะถึงระดับสีครามแล้ว ท่านผู้นำจะให้ข้าคอยดูแลเจ้าตลอดไปได้อย่างไร? อย่างน้อยรอให้ถังซานก้าวขึ้นระดับเจ็ด เข้าสู่ระดับสูงก่อน เจ้าค่อยรับเขาเป็นศิษย์ก็ยังไม่สาย”
ซือหรูจ้องเขาตาวาว “เจ้านี่มีมากเล่ห์นัก อย่างที่ทุกคนว่า ไม่ควรฟังเจ้าพูดมาก ลงมือเลยดีกว่า ซัดจนเจ้ายอมเป็นวิธีที่ดีที่สุด เห็นแก่พระแม่ศักดิ์สิทธิ์ ครั้งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป รอให้ถังซานถึงระดับเจ็ด เขาต้องมาเป็นศิษย์ข้า”
จางเฮ่าเซวียนเหลือบมองเขา ไม่โกรธ เพียงแค่พูดเรียบ ๆ “รอให้เขาถึงระดับเจ็ดแล้วให้เขาเลือกเองก็แล้วกัน หากยามนั้นเขาเต็มใจทรยศอาจารย์เช่นข้าไปเป็นศิษย์เจ้า ข้าก็ไม่ขัด”
“เจ้า…” ซือหรูรู้ว่าเถียงไม่ชนะคนผู้นี้แน่ จึงไม่พูดอะไรอีก หันหลังเดินจากไป ไม่ได้ลงมือกับจางเฮ่าเซวียนจริง ๆ
จางเฮ่าเซวียนถอนหายใจเบา ๆ มองส่งเขาจากไป “เฮ้อ ซือหรู เจ้าไม่รู้หรอก บนตัวเด็กคนนั้นอาจแบกรับความหวังอีกส่วนของพวกเราเผ่ามนุษย์ไว้! แม้แต่ท่านผู้นำ ข้าก็ยังไม่ได้รายงาน ก่อนที่เขาจะเติบโตขึ้น ยิ่งมีคนรู้น้อยยิ่งดี”
“นี่แหละคือภารกิจ” ในโรงเรียนไถ่ถอน ตู๋ไป๋พาถังซานมาที่ห้องมุมห้องหนึ่ง
สิ่งที่ทำให้ถังซานประหลาดใจคือ ที่นี่กลับเป็นที่พักของอู๋ปิงจี้ และผู้รับผิดชอบดูแลภารกิจก็คือเขานั่นเอง
ถังซานค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อม
อู๋ปิงจี้ยิ้มบาง ๆ พลางกล่าวว่า “ว่าไงเสี่ยวถัง เจ้าต้องการรับภารกิจหรือ”