ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 83
บทที่ 83 พระแม่ศักดิ์สิทธิ์ระดับสีคราม
มู่เอินฉิงปลอบถังซานว่า “ไม่ต้องกังวล พวกเราแค่ต้องการตรวจร่างกายเจ้าเท่านั้น เพื่อดูว่าเทพอสูรสถิตร่างของเจ้าผิดแปลกไปตรงไหน จะได้ชี้แนะเจ้าได้ตรงจุดและพัฒนาความสามารถของเจ้าให้ดียิ่งขึ้น”
หลังจากการต่อสู้สองครั้งของถังซานในวันนี้ เหล่าอาจารย์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเทพอสูรสถิตร่างของเขาต้องมีการกลายพันธุ์แน่นอน มิเช่นนั้นจะแสดงพลังได้รุนแรงถึงเพียงนี้ได้เยี่ยงไร มันผิดธรรมชาติอย่างยิ่ง
การกลายพันธุ์ในส่วนใดนั้นสำคัญมาก สำหรับมนุษย์แล้ว การศึกษาเกี่ยวกับเทพอสูรสถิตร่างยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะกรณีของถังซานที่อายุยังน้อยแต่แสดงพลังได้ถึงเพียงนี้ นับว่าหายากยิ่ง จะปล่อยผ่านไปไม่ได้
เมื่อถังซานใช้คมมีดวายุ ร่างกายของเขาก็มิได้เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ไม่มีส่วนใดกลายเป็นหมาป่าวายุ คล้ายกับภูตน้ำแข็งสถิตร่างของอู๋ปิงจี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงธาตุเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว การผันผวนของสายเลือดในร่างถังซานกลับคล้ายคลึงกับตระกูลหมาป่าวายุ ไม่ใช่ร่างธาตุวายุแต่อย่างใด
ดังนั้นหากพูดถึงความแข็งแกร่งในการควบคุมธาตุล้วน ๆ เขาสู้ภูตน้ำแข็งสถิตร่างของอู๋ปิงจี้ไม่ได้ แต่สิ่งที่แปลกคือเขากลับควบคุมธาตุวายุได้ดีเยี่ยม แม้พลังธาตุจะไม่พอ แต่เขาใช้วิธีบีบอัดจนพลังธาตุแข็งแกร่งขึ้น ถึงขั้นเหนือกว่าอู๋ปิงจี้ด้วยซ้ำ
ทั้งซือหรู กวนหลงเจียง และมู่เอินฉิง ต่างก็เห็นว่าถังซานยังออมมือไว้บ้าง มิเช่นนั้นชัยชนะของอู๋ปิงจี้ในตอนท้ายก็ยังเป็นปัญหา
จะเห็นได้ว่าถังซานมีความเป็นผู้ใหญ่และความสุขุมเกินวัย นับว่าไม่ธรรมดา เมื่อรวมกับที่เจ้าเมืองรีบรับเขาเป็นศิษย์ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง ยิ่งทำให้เหล่าอาจารย์ยิ่งสนใจถังซานมากขึ้น
ถังซานพยักหน้ารับ ไม่แสดงท่าทีไม่พอใจแต่อย่างใด
ซือหรูขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า “ถังซาน เจ้าเล่าให้พวกข้าฟังหน่อย เจ้าควบคุมธาตุวายุได้อย่างไร”
ถังซานงุนงงเล็กน้อย ตอบว่า “ข้าเห็นพวกมันได้ พวกมันก็เชื่อฟังข้า ข้าจึงควบคุมได้ แล้วข้าก็เล่นกับพวกมันเรื่อยมา พวกมันก็ยิ่งเชื่อฟังข้ามากขึ้น ข้าก็ลองทำให้พวกมันเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบต่าง ๆ หลังจากเปลี่ยนแปลงแล้ว ก็เกิดผลลัพธ์และการใช้งานที่แตกต่างกัน”
หลังจากมาที่นี่ ถังซานก็รู้แล้วว่าอาจารย์ที่นี่ต่างจากอาจารย์หวังเหยียนเฟิงของตน พวกเขามีประสบการณ์จริงและพลังแข็งแกร่ง ดังนั้นการที่ตนควบคุมธาตุวายุได้อย่างแยบยลย่อมสร้างความสงสัยและความอยากรู้ เจ้าเมืองไม่ให้พูดเรื่องคัมภีร์เสวียนเทียนก็ต้องอธิบายด้วยวิธีอื่น เขามีคำตอบในใจอยู่แล้ว จึงไม่ตื่นตระหนก
“เจ้าสังเกตเห็นธาตุได้?” ซือหรูรู้สึกตื่นเต้น “เช่นนั้นบอกข้าซิ ธาตุวายุมีลักษณะอย่างไร?”
ถังซานตอบว่า “พวกมันเป็นจุดแสงสีฟ้า พวกมันร่าเริงมาก เคลื่อนไหวตลอดเวลา ชอบอิสระ ไม่ชอบถูกผูกมัด หากถูกผูกมัดก็จะดุร้าย แต่เมื่อล่องลอยอย่างอิสระ ก็จะมีความสุขและสนุกสนานมาก”
ความเข้าใจของเขาต่อธาตุลึกซึ้งเพียงใด เพียงไม่กี่ประโยคก็อธิบายคุณลักษณะของธาตุได้หมด
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของเขา กวนหลงเจียงและมู่เอินฉิงต่างก็มองไปที่ซือหรู
ซือหรูพยักหน้าเบา ๆ “เขาพูดถูก ข้าเชื่อว่าเขาเห็นธาตุวายุได้จริง มิเช่นนั้นจะเข้าใจธาตุได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ไม่ได้ พวกเราได้ของดีมาจริง ๆ เจ้าหนูนี่มีพรสวรรค์พิเศษในการควบคุมธาตุวายุ
ข้าแน่ใจว่าสายเลือดหมาป่าวายุสถิตร่างของเขาต้องกลายพันธุ์แน่ และทิศทางการกลายพันธุ์ก็เป็นไปในด้านการควบคุมธาตุวายุ เขามีสัมผัสรับรู้ธาตุวายุที่โดดเด่น และพลังจิตก็แข็งแกร่งขึ้นเพราะสัมผัสรับรู้นี้ ที่เขาควบคุมธาตุวายุได้ดีเพียงนี้ หนึ่งคือมีความเข้ากันได้กับธาตุวายุสูงมาก สองคือพลังจิตแข็งแกร่ง”
พูดถึงตรงนี้ เขาก็มองไปที่ถังซานด้วยสายตาเป็นประกาย กล่าวว่า “ถังซาน เจ้าเมืองไม่ได้ถนัดด้านพลังธาตุ เจ้าคงรู้ ในโรงเรียนของพวกเรา ผู้ที่เชี่ยวชาญการใช้ธาตุที่สุดคือข้า ดังนั้นข้าคิดว่าการที่เจ้าให้เจ้าเมืองเป็นอาจารย์นั้นไม่เหมาะสม อีกทั้งเขาก็ยุ่งมาก ไม่สู้มาเป็นศิษย์ข้าดีกว่า ให้ข้าชี้แนะการฝึกฝนด้านธาตุให้เจ้า”
กวนหลงเจียงกระแอมเบา ๆ “เหล่าซือ ท่านทำเช่นนี้ไม่ถูก จะแย่งศิษย์เจ้าเมืองได้อย่างไร จริง ๆ แล้วในด้านธาตุ หลายปีมานี้ข้าเข้าใจมากกว่า อู๋ปิงจี้ก็ข้าเป็นผู้สอนโดยตรง ไม่สู้เจ้าเข้าร่วมด้วย ข้าจะสอนพวกเจ้าทั้งสอง เชื่อว่าไม่นานเจ้าก็จะก้าวเข้าสู่ระดับหก”
มู่เอินฉิงหันหน้าหนี เขาเป็นคนซื่อตรง ไม่อยากมองอาจารย์สองคนที่แย่งศิษย์กันอย่างจริงจังนี้
ถังซานมองดูอาจารย์ทั้งสองท่าน ตอนนี้เขาเข้าใจคำกำชับของเจ้าเมืองแล้ว เห็นได้ชัดว่าเจ้าเมืองคาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้แล้ว
“ท่านอาจารย์บอกว่าในโรงเรียนรับอาจารย์ได้เพียงผู้เดียว หรือว่าท่านจะปรึกษากับเขาดูก่อน? ข้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไร”
โยนความรับผิดชอบไปเลยดีกว่า ในตอนนี้จะเลือกได้อย่างไร? อย่าว่าแต่ท่านเจ้าเมืองจะรู้ความลับของข้าเลย ต่อให้ไม่รู้ ข้าก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะทำให้ท่านเจ้าเมืองไม่พอใจด้วยการเปลี่ยนอาจารย์หรอก
“ไอ้หนูนี่” ซือหรูพูดอย่างเคือง ๆ “ทำลายอนาคตเด็กชัด ๆ ข้าจะไปหาเขา” พูดจบ แสงสีน้ำเงินม่วงพลันวาบขึ้นรอบตัวเขา จากนั้นเขาก็หายวับไปในชั่วพริบตา
สายฟ้า!
ถังซานรู้สึกได้ทันทีถึงพลังที่ซือหรูเพิ่งแสดงออกมา ในใจยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้น บางทีสิ่งที่ซือหรูพูดอาจจะถูกต้อง เขาอาจเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียนในด้านการฝึกฝนธาตุ เขามีพลังระดับเทพ และยังเป็นผู้ควบคุมสายฟ้า สายฟ้าขึ้นชื่อในเรื่องการระเบิดพลัง เมื่อถึงระดับเทพแล้ว พลังของสายฟ้านั้นต้องน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
กวนหลงเจียงพูดอย่างจนใจ “ถังซาน เจ้ากลับไปก่อนเถอะ เรื่องนี้ค่อยว่ากันทีหลัง จงตั้งใจฝึกฝน เจ้ามีพรสวรรค์ฟ้าประทาน พยายามยกระดับพลังให้เร็วที่สุด เจ้าสามารถรับภารกิจได้แล้ว เดี๋ยวให้ตู๋ไป๋กับเฉิงจื่อเฉิงพาเจ้าไปดูรายการภารกิจ
หลังจากนี้โรงเรียนจะจัดภารกิจที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเจ้าให้เข้าร่วม ร้านค้าในโรงเรียนเจ้าก็ไปดูได้ ที่นั่นต้องมีของที่เหมาะกับเจ้าแน่ แต่ต้องใช้ความสามารถหาเงินมาซื้อเอง ในจุดนี้โรงเรียนจะไม่ลำเอียงกับผู้ใด ยึดความยุติธรรมเป็นหลัก”
“ขอรับ” ถังซานรับคำ สองคำสำคัญปรากฏชัดในความคิด นั่นคือการรับภารกิจและร้านค้า
การต่อสู้วันนี้คงเป็นการทดสอบสำหรับเขา เมื่อผ่านการทดสอบแล้วจึงจะได้รับสิทธิ์เหล่านี้
ต้องไปดูถึงจะทำความคุ้นเคยกับที่นี่ได้มากขึ้น
ขณะเดียวกันกับที่ถังซานกำลังจะไปหาตู๋ไป๋และเฉิงจื่อเฉิง ณ ที่พักของเจ้าเมือง
เจ้าเมืองยืนอยู่กลางห้องด้วยท่าทีเคารพ กำลังคำนับไปทางที่นั่งประธานอย่างนอบน้อม
“พระแม่ศักดิ์สิทธิ์”
“ท่านเจ้าเมืองจางไม่ต้องมากพิธีหรอก” ขณะที่พูด นางก็ค่อย ๆ ยกมือขวาขึ้นมา รอยสลักสีฟ้าปรากฏขึ้น เจ้าเมืองมองดูแวบหนึ่ง ใบหน้าก็ฉายรอยยิ้ม พยักหน้าให้นาง
สตรีผู้นี้นั่งอยู่บนที่นั่งประธาน สวมชุดยาวสีฟ้าอ่อน บนศีรษะสวมหมวกปีกกว้าง มีผ้าคลุมหน้าห้อยลงมา มองไม่เห็นใบหน้า แม้แต่อากาศรอบกายนางก็ดูเลือนรางราวกับภาพมายา
“พระแม่ศักดิ์สิทธิ์สบายดีหรือไม่?” จางเฮ่าเซวียนถามพร้อมรอยยิ้ม
“สบายดี ช่วงนี้สงบ ไม่มีเรื่องสำคัญอะไร แล้วที่โรงเรียน พวกเด็ก ๆ เป็นอย่างไรบ้าง?” พระแม่ศักดิ์สิทธิ์ถามพร้อมรอยยิ้ม
จางเฮ่าเซวียนตอบ “ทุกอย่างราบรื่น ทุกคนตั้งใจสอน อ้อใช่ เมื่อไม่นานมานี้มีสมาชิกใหม่ เป็นคนที่พวกเราพบที่ตระกูลหมาป่าวายุ เด็กคนนี้พิเศษ หมาป่าวายุสถิตร่างของเขาน่าจะมีการกลายพันธุ์ อายุเพียงเก้าขวบ ระดับพลังก็ถึงระดับห้าแล้ว พวกเราได้ตรวจสอบภูมิหลังของเขาอย่างละเอียดแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร จึงรับเขาเข้ามาเป็นศิษย์ ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียน”