ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 63
บทที่ 63 เปิดเผย
เจ้าเมืองขมวดคิ้วครุ่นคิดก่อนพูดว่า “เอาล่ะ มอบเขาให้ข้าเถอะ เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถิด ขอบใจเจ้ามาก เรื่องครั้งนี้ยุ่งยากกว่าที่พวกเราคิดไว้ ที่คฤหาสน์บรรพชนของหมาป่าวายุมีความเคลื่อนไหวไม่น้อย เจ้าไปช่วยเจิ้งเมิ่งฉีสืบให้กระจ่างด้วย”
“ขอรับ” จางเทียนเซี่ยวค้อมคำนับเจ้าเมืองอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกจากบ้านไป
เมื่อเขาจากไป ในบ้านก็เหลือเพียงถังซานกับเจ้าเมืองสองคน
เจ้าเมืองจ้องมองถังซานด้วยสายตาเรียบนิ่ง ถังซานก็จ้องตอบเขาด้วยสายตานิ่งเรียบเช่นกัน
“เจ้าอยากตายหรืออยากมีชีวิตอยู่?” เจ้าเมืองเอ่ยปากขึ้นทันที
ถังซานชะงัก ในชั่วขณะถัดมา เขาก็รู้สึกขนลุกชันทันที จิตสังหารอันทรงพลังพุ่งออกมาจากร่างของเจ้าเมืองที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ จิตสังหารอันน่าสะพรึงนี้ทำให้อากาศรอบข้างเย็นเยียบ แม้แต่แสงสว่างในบ้านก็หม่นลงในพริบตา ราวกับว่าในชั่วขณะนั้น พวกเขาได้ย้ายจากบ้านไม้เดิมไปยังอีกที่หนึ่งแล้ว
ถังซานถอยหลังครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว โคจรพลังเสวียนเทียนในร่างอย่างรวดเร็ว แม้ไม่รู้ว่าไฉนอีกฝ่ายถึงมีเจตนาสังหารตนกะทันหัน ทว่าในยามนี้ การป้องกันตัวนั้นสำคัญที่สุด
ในชั่วขณะถัดมา เจ้าเมืองขยับตัว มือขวาของเขากำอากาศ พร้อมกันนั้น เสียงคำรามต่ำ ๆ ก็ดังขึ้นข้างหูถังซาน
เสียงคำรามนั้นพุ่งมาอย่างกะทันหัน จนถังซานรู้สึกว่าสมองพร่าเลือนในบัดดล
แต่ในเวลาเดียวกัน เนตรทิพย์หยั่งรู้ของถังซานก็ตอบสนองโดยสัญชาตญาณ ดวงตาทั้งสองเปล่งประกายสีทองอ่อน ทำให้เขาได้สติขึ้นมาบ้าง พลังเสวียนเทียนหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยทักษะเกราะหนัก
เมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย เขาไม่กล้าสงวนพลังไว้แม้แต่น้อย อาศัยความรู้สึกของตนเอง ใช้มือทั้งสองวาดครึ่งวงกลมไปด้านหน้า
พลังเสวียนเทียนอันนุ่มนวลพาการโจมตีอันคมกริบเบี่ยงไปด้านข้าง พร้อมกันนั้น ร่างของถังซานพลันเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งสายฟ้า ใช้เคลื่อนไหวดุจเงาพรายพุ่งตรงไปที่หน้าต่าง
ที่เขาเลือกหน้าต่างแทนประตู นั่นเพราะระยะทางใกล้กว่า
“หืม!” เจ้าเมืองอุทานด้วยความแปลกใจ
ในชั่วขณะถัดมา ถังซานก็รู้สึกว่าอากาศรอบข้างพลันร้อนระอุขึ้นมา ภายใต้การมองเห็นของเนตรทิพย์หยั่งรู้ เขาตกใจที่พบว่าอากาศในบ้านพลันถูกธาตุอัคคีเติมเต็ม พลังธาตุอัคคีมหาศาลขับไล่ธาตุอื่นทั้งหมดออกไป พลังอันแข็งแกร่งพุ่งมาปกคลุมร่างของเขา ความร้อนระอุทำให้อาภรณ์บนร่างแห้งกรอบในทันที
พลังเสวียนเทียนหมุนเวียนปกป้องร่างกาย ซ้อนทับกับทักษะเกราะหนัก ผิวหนังปรากฏแสงสีขาวดุจเกราะ ต้านทานพลังอันร้อนระอุ พร้อมกันนั้น ร่างของถังซานก็วับหายไป ใช้ดาวคะนองวูบไหวเคลื่อนร่างไปถึงหน้าต่างในพริบตา
“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหู ในชั่วขณะถัดมา ธาตุอัคคีรอบข้างก็หายไปพร้อมกับความร้อนระอุ ทว่าแทนที่ด้วยแรงดึงดูดมหาศาล ดึงร่างของเขาให้ลอยกลับไปด้านหลัง
และแล้วในตอนนี้เอง ถังซานก็ยอมแพ้การต่อต้าน ใบหน้าเต็มไปด้วยความจนใจ
ไม่สามารถต้านทานได้ นี่คือช่องว่างของระดับพลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าเขามีทักษะมากมาย แต่ภายใต้ช่องว่างของระดับพลังเช่นนี้ ก็ไม่มีประโยชน์ใด ๆ
เจ้าเมืองลุกขึ้นยืนตรงหน้าเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ก่อนหน้า ในฝ่ามือขวามีแสงสีแดงเข้ม แรงดึงดูดมหาศาลพุ่งออกมาจากแสงสีแดงเข้มนั้น ดึงร่างของถังซานจนเขามิอาจหลุดพ้น
“ระดับสี่ที่ไหนกันล่ะ เจ้าหนูนี่ก้าวเข้าสู่ระดับห้าแล้วนี่เอง เกินคาดจริง ๆ” เจ้าเมืองมองเด็กตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ เมื่อเทียบกับความประหลาดใจของถังซานที่มีต่อระดับพลังของเขา ตัวเขาเองต่างหากที่ประหลาดใจยิ่งกว่า
เด็กอายุเก้าขวบมีพลังระดับสี่ก็ว่าน่าตกใจมากแล้ว ทว่านี่ยิ่งมิใช่แค่ระดับสี่ แต่เป็นระดับที่สูงกว่านั้น
มือขวาของเจ้าเมืองหดกลับ ตอนนี้ถังซานมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว สีหน้าดูซีดเซียวเล็กน้อย ในแววตายังมีความหวาดกลัวอยู่บ้าง
ความหวาดกลัวนั้นแน่นอนว่าเป็นการแสดง ในเวลาที่รู้ว่าต้านทานไม่ได้ ในใจถังซานก็มีการคาดเดาอยู่บ้าง อีกทั้งยังรู้สึกเสียดายด้วย
เพราะถ้าการคาดเดาของเขาถูกต้อง เช่นนั้นเมื่อครู่เขาก็ไม่ควรตอบสนองเช่นนั้น
เปิดเผยมากเกินไปจริง ๆ
บัดนี้ สมองของเขากำลังทำงานอย่างหนัก ครุ่นคิดว่าควรจัดการสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร
“เจ้าไม่ธรรมดาจริง ๆ” เจ้าเมืองจ้องมองถังซานด้วยสายตาคมกริบ แต่ในก้นบึ้งของดวงตากลับเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ใช่แล้ว การคาดเดาของถังซานถูกต้อง ที่จู่ ๆ เจ้าเมืองลงมือกับเขา แท้จริงแล้วเป็นการทดสอบ เพราะด้วยระดับพลังของเจ้าเมือง เมื่อเขาเห็นถังซานครั้งแรก ก็รับรู้ถึงระดับพลังของถังซานแล้ว แม้ถังซานจะพยายามกดข่มไว้ แต่ความแตกต่างอันมหาศาลของระดับพลัง รวมถึงการผันผวนของปราณและเลือดก็เป็นเรื่องยากที่จะปกปิดได้อย่างสมบูรณ์ อย่างน้อยถังซานในยามนี้ยังทำไม่ได้
ดังนั้น เจ้าเมืองจึงได้ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาเพื่อทดสอบ แต่การทดสอบครั้งนี้ไม่ธรรมดา เมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตความเป็นความตาย ศักยภาพและความสามารถที่ถังซานระเบิดออกมานั้น ทำให้เจ้าเมืองผู้นี้ตกตะลึงอย่างแท้จริง
ถังซานจำต้องก้มหน้าไม่พูดจา ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ
นับตั้งแต่กลับชาติมาเกิด เขาก็ได้รับผลกระทบจากความอ่อนแอของร่างกายนี้ แม้แต่ศักยภาพในการตัดสินใจก็ลดลง หากเป็นเมื่อก่อน เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายแค่ทดสอบเท่านั้น!
ทักษะเกราะหนักถูกเปิดเผยแล้ว ดาวคะนองวูบไหวก็เช่นกัน ไม่รู้ว่าเนตรทิพย์หยั่งรู้ถูกเปิดเผยด้วยหรือไม่ ความสามารถเหล่านี้ปรากฏขึ้นพร้อมกันในคนคนเดียว มันขัดกับหลักการของเทพอสูรสถิตร่างอย่างสิ้นเชิง!
ในดวงตาที่เคยสงบนิ่งของเจ้าเมือง บัดนี้มีความผิดปกติเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ความผิดปกตินี้มาจากไหนก็ชัดเจนแล้ว
“พูดมาสิ เรื่องราวเป็นอย่างไร” เจ้าเมืองพูดเรียบ ๆ “เหตุใดเจ้าถึงมีความสามารถของหลายตระกูลพร้อมกันได้”
ถังซานยังคงก้มหน้า ไม่เอ่ยปาก
เจ้าเมืองนั่งลงอีกครั้ง ด้วยวิธีนี้ เขาจึงมองเห็นใบหน้าของถังซานได้
“เมื่อครู่ข้าเพียงแต่รู้สึกว่าระดับพลังของเจ้าถึงระดับห้าแล้ว จึงลงมือทดสอบ ไม่มีความหมายอื่นใด เจ้าเป็นมนุษย์ จุดนี้เปลี่ยนแปลงมิได้ ที่มาของเจ้าพวกเราก็สืบสวนมาแล้ว สะอาดสะอ้าน แต่ว่าความสามารถทั้งหมดของเจ้านี้ กลับอยู่นอกเหนือขอบเขตการสืบสวนของพวกเราโดยสิ้นเชิง”
ถังซานค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าเมือง ตอนนี้ในใจเขามีการตัดสินใจแล้ว
ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดคืออีกฝ่ายโลภในพลังเสวียนเทียนของตน แล้วทรมานตนอย่างรุนแรง ไพ่ตายสุดท้ายของเขาก็คือกระตุ้นจิตเทพที่หลงเหลืออยู่น้อยนิดของตน ระเบิดพลังทั้งหมด ไม่ต้องพูดถึงการทำลายที่นี่ แต่อย่างน้อยการหนีก็ไม่มีปัญหา แม้แต่เจ้าเมืองที่มีระดับสูงกว่าตนมากมายนี้ เขาก็สามารถสังหารผ่านการระเบิดจิตเทพได้
แต่ถ้าทำเช่นนั้น การจะตั้งหลักในมหานครเจียหลี่ก็จะยากยิ่งกว่ายาก นี่เป็นการตัดสินใจที่แย่ที่สุด
แต่ตอนนี้ความสามารถของเขาถูกค้นพบแล้ว นี่ยังคงเป็นเรื่องยุ่งยาก บางสิ่งจำเป็นต้องพูดออกมา
“ท่านเจ้าเมือง ข้ามิได้ตั้งใจปิดบัง เพียงแต่… ความสามารถของข้าดูเหมือนจะแตกต่างจากเทพอสูรสถิตร่างทั่วไป ข้ากลัวว่า…” ถังซานพูดอึกอักเล็กน้อย ในเวลาเช่นนี้จำเป็นต้องแสดง
เจ้าเมืองเอ่ยเสียงทุ้ม “หวังเหยียนเฟิงรู้เรื่องนี้หรือไม่”
ถังซานรีบส่ายหน้า “ท่านเป็นคนแรกที่รู้”
เจ้าเมืองดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ดี เช่นนั้นเจ้าเล่ามา ความสามารถของเจ้ามาจากไหน”
ถังซานกล่าว “ตอนข้ายังเด็ก วันหนึ่งข้าวิ่งเล่นอยู่ในป่า แล้วพบมนุษย์ที่บาดเจ็บสาหัสคนหนึ่ง ตอนนั้นเขาถูกปีศาจจากตระกูลหมาป่าวายุไล่ล่า ข้าเห็นพวกเขาต่อสู้กัน ก็กลัวจนต้องไปซ่อนหลังต้นไม้ ภายหลังก็เห็นเขาสู้สุดกำลัง สังหารหมาป่าวายุที่ไล่ล่าเขาไปหลายตัว แต่ตัวเองก็บาดเจ็บสาหัสจนลุกไม่ขึ้น”
เจ้าเมืองพยักหน้า เกี่ยวกับเรื่องที่ถังซานเคยได้รับการชี้แนะจากผู้มีวรยุทธ์สูงส่งตอนเยาว์วัย เขาเคยได้ยินจากรายงานของจางเทียนเซี่ยวแล้ว ซึ่งข้อมูลนี้ได้มาจากหวังเหยียนเฟิง