ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 60
บทที่ 60 เหม่ยกงจื่อ… ข้ามาแล้ว
มหาปุโรหิตแห่งเมืองหมาป่าวายุหอบหายใจอย่างหนัก นางยังคงแข็งแกร่งแม้จะชราภาพ พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง จู่ ๆ ก็อ้าปากกลืนแก่นแท้หมาป่าวายุที่อยู่ในมือเข้าไป
ทันใดนั้น ร่างของนางก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังที่เดิมอยู่ในระดับเจ็ดก็ร่วงลงอย่างรวดเร็ว ตกลงมาอยู่ที่ระดับหก แล้วตกลงมาอยู่ที่ระดับห้าจึงค่อย ๆ หยุดลง ร่างกายดูชราภาพมากขึ้น
มหาปุโรหิตส่งเสียงคำรามและร้องครวญครางอย่างเศร้าโศก แต่ร่างที่เหี่ยวแห้งของเฟิงสยง กลับไม่มีสัญญาณชีพหลงเหลืออยู่เลย
ส่านหลิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดวงตาปรากฏแสงวูบวาบ มันคิดว่าควรรีบออกจากที่นี่โดยเร็ว มหาปุโรหิตของเมืองนี้และเจ้าเมืองน้อยที่ตายไปคงไม่ธรรมดาแน่
มหาปุโรหิตหมาป่าวายุค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน จ้องมองส่านหลิงด้วยสายตาเร่าร้อน จากนั้นก็สูดหายใจลึก ดวงตาที่เคยหม่นหมองกลับเปลี่ยนเป็นลึกล้ำขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ราวกับต้องการจดจำรูปลักษณ์ของเสือดาววัชระระดับเจ็ดตัวนี้ให้สลักลึกอยู่ในใจ
ลมพายุพวยพุ่งขึ้นจากมือของนาง ยกร่างของเฟิงสยงลอยขึ้นช้า ๆ มุ่งหน้าไปยังเมืองหมาป่าวายุ
ส่านหลิงขยับฝีเท้าสองก้าว แต่สุดท้ายก็หยุด หลังจากครุ่นคิดเล็กน้อย ก็มุ่งหน้าไปในทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว
จุดประสงค์ที่มันมาครั้งนี้ลุล่วงแล้ว ช่วยทายาทเสือดาววัชระที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ ต้นเหตุของเรื่องก็มอดม้วยแล้ว อีกทั้งยังได้สังหารหมาป่าวายุไปไม่น้อย
สิ่งเดียวที่ทำให้มันสงสัยยามนี้คือ มหาปุโรหิตของเมืองหมาป่าวายุและเจ้าเมืองหมาป่าวายุที่ตายไปดูเหมือนจะมีอะไรพิเศษ แต่ไม่ว่าอย่างไร ตระกูลเสือดาววัชระก็เป็นฝ่ายถูก กลับไปรายงานผู้นำตระกูลก่อนค่อยว่ากัน
มหาปุโรหิตแห่งเมืองหมาป่าวายุอุ้มร่างของเจ้าเมืองหมาป่าวายุค่อย ๆ บินกลับเข้าเมือง กระทั้งไปถึงแท่นบูชา จึงวางร่างของเฟิงสยงลงตรงกลางแท่นบูชาอย่างช้า ๆ
นางพึมพำอะไรบางอย่าง ดวงตาสีแดงฉานเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
แท่นบูชาสั่นสะเทือนเบา ๆ ลวดลายสีฟ้าอ่อนค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวแท่นบูชา ส่วนร่างของเฟิงสยงบนแท่นบูชาก็เปล่งแสงสีฟ้าคราม ในแสงสีฟ้านั้นมีสีทองจาง ๆ ปะปนอยู่
“ราชันหมาป่าวายุผู้ยิ่งใหญ่ ทายาทของท่านถูกสังหาร ข้าขอใช้เลือดของทายาทเป็นเครื่องบูชา! ขอท่านช่วยอำนวยความยุติธรรมให้พวกเราแม่ลูกด้วย! บรู๊ว!!!!”
มหาปุโรหิตแห่งหมาป่าวายุแหงนหน้าส่งเสียงคำรามอย่างเจ็บปวด แสงสีฟ้าเข้มผสมกับแสงสีเลือดพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา กลายเป็นเสาแสงสีฟ้าแดงขนาดมหึมา
ทั้งเมืองหมาป่าวายุสั่นสะเทือนหลังจากเสาแสงสีฟ้าแดงนี้ปรากฏขึ้น
ในบ้านไม้ หวังเหยียนเฟิงที่เตรียมพร้อมรับมือหลังจากเสือดาววัชระบุกเข้ามา เห็นลำแสงพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาก็ตกใจมาก มองไปทางแท่นบูชา ถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นเขา ชิวจิ้ง พี่น้องแซ่หวังทั้งสาม และหลิงมู่เสวี่ย ต่างรู้สึกได้ถึงสายเลือดที่เดือดพล่าน แม้แต่อารมณ์ก็ได้รับผลกระทบ
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ห่างจากเมืองหมาป่าวายุไปทางตะวันตกหนึ่งจั้งห้าฉื่อ
ถังซานลงสู่พื้นอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่เขากำลังมองไปรอบ ๆ ชายสวมหน้ากากพยัคฆ์จากองค์กรไถ่ถอนก็ปรากฏตัวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่
ชายสวมหน้ากากพยัคฆ์ส่งสัญญาณมือให้ถังซาน หนุ่มน้อยจึงรีบตามไป
“ไปกันเถอะ!” ชายสวมหน้ากากพยัคฆ์ไม่พูดอะไรมาก พาถังซานมุ่งหน้าไปยังที่ไกล ๆ อย่างรวดเร็ว
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ชายหน้ากากพยัคฆ์ก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง จึงหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไปมอง
ถังซานก็รู้สึกได้เช่นกัน เพราะตราประทับสายเลือดของหมาป่าวายุในร่างเขาสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน
พวกเขาเห็นลำแสงสีฟ้าขนาดมหึมาพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาทางทิศของเมืองหมาป่าวายุภายในลำแสงสีฟ้านั้นมีสีโลหิตแทรกอยู่ ราวกับถูกมลทินเปรอะเปื้อน
“พลังอาฆาตมากมายเช่นนี้… นี่มัน…” ชายหน้ากากพยัคฆ์หน้าเปลี่ยนสี “ไป พวกเราออกจากที่นี่ก่อน ข้าเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายในเมืองหมาป่าวายุ” เขาพูดพลางคว้าแขนถังซานแล้วก้าวเท้ายาว ๆ พาถังซานจากไปอย่างรวดเร็ว
ที่มหานครเจียหลี่ คฤหาสน์บรรพชนหมาป่าวายุ
ในห้องที่ปูลาดด้วยขนสัตว์หายากนานาชนิด หมาป่าวายุชรากำลังเอนกายพักผ่อนบนเก้าอี้นอน
จู่ ๆ ร่างของมันก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ลุกพรวดขึ้นนั่งตัวตรงในทันที
เมื่อมันลุกขึ้นนั่ง จึงเห็นได้ว่าหมาป่าวายุชราตนนี้มีความสูงราวหกฉื่อ กายาสูงใหญ่กำยำ ที่แปลกกว่านั้นคือ รูปลักษณ์ส่วนใหญ่ดูคล้ายมนุษย์ เพียงแต่ผิวมีสีฟ้าอ่อน และมีผมยาวสีฟ้าคราม เส้นผมทุกเส้นเปล่งประกายสีฟ้าครามอ่อน ๆ ดวงตาสีฟ้าเข้มลึกล้ำดั่งห้วงวารีไร้ก้น
“ผู้ใดกล้าสังหารลูกหลานของข้า!” เสียงคำรามต่ำดังจากปากของมัน ในชั่วขณะต่อมา คฤหาสน์บรรพชนหมาป่าวายุทั้งหลังก็สั่นสะเทือน
…..
ด้านข้างจัตุรัสกลางมหานครเจียหลี่
ร้านชานมเหม่ยกงจื่อ
แม่ลูกเหม่ยกงจื่อและพนักงานหญิงต่างยุ่งอยู่กับงาน ทั้งสามแบ่งหน้าที่ชัดเจน มารดาของเหม่ยกงจื่อรับผิดชอบชงชานม เหม่ยกงจื่อรับเงิน ส่วนพนักงานหญิงทำหน้าที่ส่งชานมให้ลูกค้า
ช่วงเวลานี้ของทุกเย็น เป็นช่วงที่พวกนางยุ่งที่สุด จัตุรัสเจียหลี่จะคึกคักในยามนี้ แน่นอนว่ามีเพียงสมาชิกตระกูลใหญ่ของมหานครเจียหลี่เท่านั้นที่จะมาเดินละแวกนี้
“อ๊า!” พนักงานหญิงร้องตกใจ
เหม่ยกงจื่อไม่มีปฏิกิริยา แต่ซูฉิน มารดาของนางหันไปมองในทันที แล้วก็ต้องตกตะลึง
หมาป่าวายุร่างกำยำที่เพิ่งซื้อชานม จู่ ๆ ก็มีแสงสีฟ้าเข้มแผ่ออกมาจากร่าง
ขณะนี้แสงสีฟ้าที่แผ่ออกมาจากร่างของมันก็ดึงดูดความสนใจของเหม่ยกงจื่อเช่นกัน
ก่อนที่พวกนางจะได้ถาม หมาป่าวายุตนนั้นก็ไม่สนใจรับชานม หมุนตัววิ่งจากไปทันที
บนจัตุรัสเจียหลี่ หมาป่าวายุที่มีอยู่ไม่มากนักเหมือนดวงไฟสีฟ้าครามที่สว่างขึ้นในความมืด ต่างเร่งฝีเท้าวิ่งไปทางคฤหาสน์บรรพชนหมาป่าวายุอย่างรวดเร็ว
สองวันต่อมา ร่างสองร่างหนึ่งใหญ่หนึ่งเล็กปรากฏขึ้นไม่ไกลจากประตูมหานครเจียหลี่
ทั้งสองก้มหน้าก้มตาเดินไปทางประตูเมือง
มนุษย์ร่างเล็กแอบเงยหน้ามองป้อมประตูสูงใหญ่เบื้องหน้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
มหานครเจียหลี่… ข้ามาแล้ว เหม่ยกงจื่อ… ข้ามาแล้ว!
——————————————————————————————————-
มีช่องทางสุดคุ้มมาให้นักอ่านที่ชอบอ่านเรื่อง ตำนานจอมยุทธ์ภูติถังซาน การกลับมาของถังซาน ความสนุกภาคล่าสุดที่สาวกถังซานพลาดไม่ได้
สามารถอ่านแบบรายเดือนได้ที่ Bookfet ทักสอบถามได้เลยทางไลน์ @Bookfet