ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 58
บทที่ 58 กลืนกินเฟิงสยง
ตอนนี้เฟิงสยงได้พุ่งออกจากเมืองหมาป่าวายุแล้ว ในใจของมันเต็มไปด้วยความโกรธ อัตตาไม่ยอมรับ
ทำไมถึงถูกจับได้? ทำไมถึงถูกจับได้กันนะ?
มันรู้ดีว่ามหาปุโรหิตขับไล่มันออกมาเพื่อช่วยชีวิตมัน หากต่อสู้กับเสือดาววัชระระดับเจ็ดต่อไป มันต้องตายแน่นอน ที่สำคัญคือฝ่ายตรงข้ามจับจุดอ่อนได้แล้ว
ยามนี้ได้แต่วิ่งหนีไปก่อน ถึงเสือดาววัชระจะเคลื่อนไหวได้เร็วเพียงใด ก็ไม่มีทางรู้จักพื้นที่ละแวกนี้ดีเท่ามัน อีกทั้งด้วยพลังธาตุวายุที่เสริมเข้ามา การวิ่งระยะไกล เสือดาววัชระก็อาจจะไม่เร็วไปกว่ามัน ธาตุวายุยังช่วยปกปิดกลิ่นอายสายเลือดของมันได้อีกด้วย
แต่มันก็รู้สึกได้ว่าพลังสายเลือดระดับหกที่ถูกกระตุ้นก่อนหน้านี้กำลังค่อย ๆ เสื่อมถอยลง บาดแผลบนตัวยังคงปวดแสบปวดร้อน แม้จะไม่ได้เสียเลือดมาก แต่ก็ส่งผลกระทบต่อมัน ทว่ายามนี้มันมิอาจหยุดพักได้เด็ดขาด ต้องรีบออกห่างจากที่นี่โดยเร็ว มีเพียงทางนี้เท่านั้นถึงจะรอดชีวิต
เฟิงสยงเร่งความเร็วสุดกำลัง พุ่งเข้าป่า แผนของมันนั้นง่ายมาก คือไปที่เหมืองหินวิญญาณวายุก่อน ที่นั่นมีอุโมงค์อยู่ เป็นอุโมงค์ที่ขุดไว้เป็นทางหนีทีไล่โดยเฉพาะ ซึ่งในตอนที่สร้าง มหาปุโรหิตเป็นผู้ควบคุมด้วยตนเอง
ในอุโมงค์นั้นมีทางแยกมากมายประหนึ่งเขาวงกต หากมันหนีไปถึงเหมืองหินวิญญาณวายุแล้วมุดเข้าอุโมงค์ได้ก็จะปลอดภัย หินวิญญาณวายุยังช่วยซ่อนกลิ่นอายของมันได้ดียิ่งขึ้น
ขณะที่มันกำหนดทิศทาง เตรียมมุ่งหน้าไปยังเหมืองหินวิญญาณวายุ จู่ ๆ ความรู้สึกบางอย่างที่บรรยายไม่ถูกก็ผุดขึ้นในใจ มันรีบหยุดฝีเท้าอย่างกะทันหัน ชะลอความเร็วในทันที
แสงสีฟ้าสายหนึ่งพุ่งผ่านหน้ามันไปดุจสายอัสนี หากมันไม่ได้ชะลอความเร็วเมื่อครู่ แสงสีฟ้านั้นคงฟันเข้าที่ลำคอมันพอดี
“ใคร?” เฟิงสยงตะโกนลั่น
คมมีดวายุ… เมื่อครู่คือคมมีดวายุอย่างไม่ต้องสงสัย เป็นไปได้หรือที่พวกเดียวกันจะมาลอบทำร้ายมัน?
เงาร่างหนึ่งค่อย ๆ ก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ ร่างผอมเล็กทำให้หมาป่าวายุตกตะลึง
มนุษย์? เป็นมนุษย์จริง ๆ หรือ? ทั้งยังเป็นเด็กมนุษย์?
มันจำไม่ได้เลยว่าเด็กมนุษย์ผู้นี้เป็นใคร
ใช่แล้ว ผู้ที่ปรากฏตัวขวางทางมันเอาไว้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นถังซาน!
ถังซานพึมพำ “ห้าสิบลมหายใจน่าจะพอ ใช้เวลายี่สิบลมหายใจสังหารมัน เวลากลืนกินค่อนข้างกระชั้น แต่ก็น่าจะพอ”
ขณะที่พูด มือทั้งสองข้างของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ภายใต้สายตาตกตะลึงของหมาป่าวายุ คมมีดวายุสีฟ้าครามกว้างกว่าหนึ่งฉื่อพุ่งออกมา รวมสิบแปดสาย ไม่มีการกักตุนพลังแม้แต่น้อย ทั้งหมดพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา
คมมีดวายุแต่ละสายส่งเสียงหวีดแหลม ธาตุวายุในอากาศราวกับตอบรับการเรียกของคมมีดวายุ รวมตัวเข้าสู่คมมีดวายุเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว
จากในดวงตาของเด็กหนุ่ม หมาป่าวายุเห็นประกายสีทองอมม่วง
“โฮกกก!” หมาป่าวายุคำรามด้วยความโกรธ เร่งความเร็วทันที ตอนนี้พลังของมันตกจากระดับหกกลับสู่ระดับห้าแล้ว ซ้ำยังรู้สึกอ่อนแอเพราะการกระตุ้นสายเลือดก่อนหน้านี้
มันไม่ได้หวาดกลัวเด็กมนุษย์ตรงหน้าแม้แต่น้อย แต่การถูกขัดขวางจะทำให้เวลาหนีของมันลดลง! ข้างหลังอาจมีเสือดาววัชระระดับเจ็ดไล่ตามมาได้ทุกเมื่อ
ดังนั้นปฏิกิริยาแรกของมันคือจบเรื่องให้เร็วที่สุด
แสงสีฟ้าพุ่งออกจากร่างในพริบตา ราวกับขนทุกเส้นกลายเป็นสีฟ้า ในชั่วพริบตานั้น ขนแต่ละเส้นของมันก็กลายเป็นสีฟ้าอมเขียว ดวงตาทั้งสองข้างมีแสงสีฟ้าไหลวนอยู่ แผ่รังสีอำมหิตออกมา พุ่งเข้าใส่ถังซานอย่างดุดัน สำหรับคมมีดวายุทั้งสิบแปดที่พุ่งกระจายบนท้องนภาราวกับโจมตีพลาด มันถึงกับไม่แม้แต่จะมอง
ในฐานะเจ้าเมืองหมาป่าวายุ มันมีความสามารถในการสร้างคมมีดวายุมาแต่กำเนิด และยังมีพลังต้านทานธาตุวายุอย่างมากอีกด้วย
การโจมตีด้วยคมมีดวายุเหล่านี้จึงไม่ได้ทำให้มันหวั่นเกรงแต่อย่างใด แม้จะสามารถทำร้ายมันได้ แต่ความเสียหายก็จะถูกลดทอนลงมหาศาล
ยามนี้มันต้องการเพียงแค่สังหารเด็กมนุษย์คนนี้แล้วรีบหนีออกไปจากที่นี่โดยเร็ว ขณะนี้มันแทบไม่มีเวลาคิดด้วยซ้ำว่าไฉนเด็กหนุ่มมนุษย์คนหนึ่งถึงสามารถปล่อยคมมีดวายุได้มากมายเพียงนี้ ทั้งที่ไม่ได้ใช้หมาป่าวายุสถิตร่าง
เมื่อเห็นเฟิงสยงที่กำลังพุ่งเข้าหาตัวเอง มุมปากของถังซานก็ฉายแววดูแคลน ในดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
มารดาผู้ให้กำเนิดเขาในโลกนี้ต้องตายในมือของมันและมหาปุโรหิต สำหรับมหาปุโรหิตระดับหก ถังซานยอมรับว่ายังรับมือไม่ได้ แต่การจัดการกับหมาป่าวายุระดับห้าที่บาดเจ็บหนักและพลังสายเลือดกำลังอ่อนแอแบบนี้ เขายังมีความมั่นใจอยู่
ผ่านเนตรทิพย์หยั่งรู้ เขาสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังสายเลือดของเฟิงสยงได้อย่างชัดเจน การติดตามมาตลอดทางและเลือกลงมือในที่แห่งนี้ก็เพราะเขามีความมั่นใจเพียงพอแล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับเฟิงสยงที่พุ่งเข้ามา ถังซานก็ไม่ได้หลบหลีก แต่กลับก้าวออกไปข้างหน้า แสงสีเหลืองวาบขึ้นบนร่างกาย เขาข้ามระยะทางหกจั้งเกือบจะในทันที ขณะที่เฟิงสยงเพิ่งพุ่งออกมาไม่ถึงสองจั้ง เขาก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้ามันแล้ว
ดาวคะนองวูบไหว!
นี่เป็นครั้งแรกที่ถังซานใช้ดาวคะนองวูบไหวในการต่อสู้จริงหลังจากที่ยกระดับขึ้นเป็นขั้นสี่
ดวงตาของเฟิงสยงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ มันคิดไม่ออกเลยว่าเหตุใดมนุษย์คนหนึ่งถึงมีทั้งคมมีดวายุและดาวคะนองวูบไหวในเวลาเดียวกัน
และกำปั้นหนึ่งก็ขยายใหญ่ขึ้นตรงหน้ามันในเวลานั้น
เปรี้ยง!
กำปั้นของถังซานซัดเข้าที่ตาซ้ายของเฟิงสยงอย่างรุนแรง
การพุ่งชนหยุดชะงักทันที แต่กรงเล็บหมาป่าคู่หนึ่งยังคงตวัดเข้าหาถังซาน พร้อมกันนั้นธาตุวายุบนร่างมันก็ปะทุขึ้นเพื่อผลักถังซานออกไป
เนตรทิพย์หยั่งรู้ของถังซานเปล่งแสงจ้า ในขณะที่เฟิงสยงปล่อยธาตุวายุ แสงสีม่วงในดวงตาก็วาบขึ้นทันที
ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นปราดเข้ามาในหัวเฟิงสยง ธาตุวายุที่เพิ่งปล่อยออกมาก็สลายตัวไปในทันที
ในสถานการณ์ปกติ ด้วยพรสวรรค์สายเลือดของมัน แม้ถังซานจะใช้ความสามารถของเนตรทิพย์หยั่งรู้ ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะแย่งชิงการควบคุมธาตุวายุจากมัน เพราะพรสวรรค์สายเลือดของเผ่าปีศาจมีอำนาจควบคุมพลังของตนเองสูงมาก อีกทั้งยังมีความแตกต่างด้านวรยุทธ์
แต่เมื่อสมองของมันถูกโจมตี มันก็ไม่สามารถควบคุมธาตุวายุเหล่านั้นได้อีก! ธาตุวายุสลายตัวในทันทีภายใต้การชักนำของถังซาน
ในช่วงเวลาที่มันเผลอไปชั่วขณะนี้เอง คมมีดวายุทั้งสิบแปดเล่มที่พุ่งออกไปก่อนหน้าก็หวนกลับมา
ร้อยวิหคหวนรัง!
คมมีดวายุแต่ละสายฟันเข้าที่ลำคอของเฟิงสยงในชั่วพริบตา
แม้ขนของเฟิงสยงจะมีแสงสีฟ้าวาบขึ้นไม่หยุดเพื่อต้านทานการโจมตีของถังซาน แต่ก็ทนการโจมตีจำนวนมากไม่ไหว!
ในเวลาเดียวกัน มือทั้งสองของถังซานก็จับอุ้งเท้าคู่หน้าของมันแน่น
เฟิงสยงเพิ่งได้สติ ก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงที่ลำคอ มันพยายามดิ้นรน แต่กลับพบว่าอุ้งเท้าคู่หน้าของตนราวกับถูกหล่อด้วยเหล็ก มิอาจสลัดหลุดได้
หากพูดถึงพละกำลังร่างกาย แม้ถังซานจะถึงขั้นห้าแล้ว แต่หากไม่มีการเสริมพลังพิเศษ ก็ยากที่จะต่อกรกับเผ่าปีศาจระดับห้าได้ เพราะพรสวรรค์สายเลือดของเผ่าปีศาจทำให้พวกมันมีพละกำลังร่างกายที่แข็งแกร่งมาก
แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องควบคุมเฟิงสยงนานขนาดนั้น ด้วยฝ่ามือหยกเร้นลับผนวกกับวิชาเกราะหนักของปีศาจแรด เขาสามารถจับอุ้งเท้าคู่หน้าของเฟิงสยงได้ในระยะเวลาสั้น ๆ โดยไม่มีปัญหา ยิ่งไปกว่านั้น ถังซานก็เริ่มโคจรพลังเสวียนเทียนแล้วตั้งแต่แรก บังคับดูดกลืนพลังสายเลือดของเฟิงสยง
เมื่อพลังสายเลือดของเฟิงสยงไหลเข้าสู่ร่างของถังซาน เขาก็รู้สึกถึงความแตกต่างได้ทันที
พลังสายเลือดของเฟิงสยงนั้นบริสุทธิ์กว่าสายเลือดหมาป่าวายุตนอื่น ๆ ที่เขาเคยดูดซับมาก่อน อีกทั้งยังมีพลังที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง ถึงขนาดยามที่เขาเพิ่งเริ่มดูดซับ ตราประทับหมาป่าวายุในร่างกายก็พลันเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจรัสออกมาทันที ทำให้ทั่วร่างของถังซานมีสีฟ้าเรืองรอง
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
เสียงการเชือดเฉือนของคมมีดวายุดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง