ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 31
บทที่ 31 ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้
แสงตะวันดูเจิดจ้า อากาศรอบข้างก็สดชื่นขึ้น โลกที่ไม่เป็นมิตรกับมนุษย์เช่นนี้ กลับกลายเป็นช่างงดงามสำหรับถังซานในขณะนี้
ในที่สุดเขาก็พบร่างจุติใหม่ของคนรักแล้ว มันง่ายกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มากนัก ไม่ต้องผ่านความยากลำบาก ไม่ต้องเดินทางไปทั่วมหาพิภพเขาก็พบนางแล้ว จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีก?
เสี่ยวอู่ เสี่ยวอู่ เหม่ยกงจื่อ เหม่ยกงจื่อ!
ตอนนี้เหม่ยกงจื่อกลับเข้าไปในร้านแล้ว มารดาของนางกำลังพูดอะไรบางอย่างกับนาง เหม่ยกงจื่อมองออกมาทางถังซานด้วยความประหลาดใจ เห็นเขากำลังร้องไห้น้ำตานองหน้าพอดี
ดวงตาคู่งามของเหม่ยกงจื่อฉายแววสงสัย ส่วนมารดาของนางยิ้มให้ถังซานอย่างมีไมตรี ทำมือเป็นท่ายกแก้ว เป็นเชิงบอกให้เขาดื่มชานม
ถังซานค่อย ๆ สงบอารมณ์ลง ในชั่วขณะนั้น จิตเทพของเขาก็สั่นไหว!
มือของเขาสั่น แต่เขาก็ระมัดระวังไม่ให้ชานมหกแม้แต่หยดเดียว ยกแก้วที่ทำจากเปลือกไม้ขึ้นจรดริมฝีปาก จิบหนึ่งอึก
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนมผสมกับกลิ่นชาบางเบา พร้อมรสหวานละมุนไหลผ่านลำคอ
ชานมอุ่น ๆ ทำให้ร่างกายของเขาอบอุ่นขึ้น เหมือนหัวใจถูกเติมเต็มอีกครั้ง
บัดนี้ หัวใจของถังซานไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป เขาไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาได้พบสายใยแห่งโชคชะตาของตัวเองแล้ว! จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกเล่า?
เขาถึงกับรู้สึกขอบคุณปีศาจหมาป่าวายุเป็นครั้งแรกในใจ เพราะหมาป่าวายุพวกนั้นไม่ยอมให้เขาเข้าคฤหาสน์บรรพชนของตระกูลหมาป่าวายุ จึงทำให้มีโอกาสได้พบเหม่ยกงจื่อ ทุกอย่างล้วนเป็นการจัดวางที่ดีที่สุด
ถังซานจิบชานมอีกอึก เช็ดน้ำตาบนใบหน้า แล้วหันหลังกลับไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่อีกครั้ง
ชานมแก้วนี้ที่เหม่ยกงจื่อชง เป็นเครื่องดื่มที่อร่อยที่สุดที่เขาเคยดื่มในโลกนี้ น้ำตาของถังซานหยุดไหล แทนที่ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
พบนางแล้ว จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีก
เขานั่งมองร้านชานมอยู่ห่าง ๆ มองแม่ลูกเหม่ยกงจื่อที่กำลังยุ่งอยู่ในร้าน ชาตินี้นางเกิดเป็นมนุษย์
เก้าปีที่ผ่านมา เขาฝึกฝนทุกวัน แทบไม่ได้คิดอะไรมากนัก เพราะเขารู้ว่าการจะตามหาร่างที่จุติใหม่ของภรรยา อันดับแรกต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งก่อน แต่ในตอนนี้ สมองของเขาเหมือนฟื้นคืนชีพ สิ่งที่เขาต้องคิดคือทำอย่างไรจึงจะได้อยู่ข้างกายนาง ปกป้องนางได้ทุกอย่าง ทำให้นางรักเขาอีกครั้ง และได้อยู่ด้วยกันจริง ๆ ไม่มีอะไรเร่งด่วนไปกว่านี้อีกแล้ว
ไม่ว่าเจ้าจะเป็นเสี่ยวอู่หรือเหม่ยกงจื่อ เจ้าก็ถูกลิขิตให้เป็นภรรยาของข้าเท่านั้น
ในตอนนั้นเอง เสียงประหลาดใจก็ดังขึ้นข้างกาย “ถังซานเจ้าได้เครื่องดื่มนี้มาจากที่ใด?”
ถังซานสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เมื่อลุกขึ้นหันไปมอง ก็เห็นหวังเหยียนเฟิงมายืนอยู่ข้าง ๆ แล้ว จากสีหน้าของเขา ดูเหมือนภารกิจครั้งนี้จะลุล่วงด้วยดี
ถังซานชี้ไปที่ร้านชานมเหม่ยกงจื่อที่อยู่ไกล ๆ “ท่านอาจารย์ ท่านเคยเห็นร้านนี้หรือไม่? ชานมอร่อยมาก”
หวังเหยียนเฟิงชะงักครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า พลางพูดว่า “ที่นี่เป็นเขตใจกลางมหานครเจียหลี่ ข้าก็มาน้อยครั้ง ทุกครั้งที่มาก็รีบไปจัดการธุระที่คฤหาสน์บรรพชนแล้วก็กลับ พวกเราไปกันเถอะ เผ่าปีศาจชนชั้นสูงที่อาศัยอยู่ละแวกนี้ไม่ได้ใจดีนักหรอก”
“ขอรับ” ถังซานพยักหน้า แต่จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “ท่านอาจารย์ รอข้าสักประเดี๋ยว”
ถังซานกล่าวจบก็วิ่งไปทางร้านชานมเหม่ยกงจื่ออย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงหน้าร้านชานม ถังซานก็เห็นเหม่ยกงจื่อกำลังนับเงินและจัดแยกประเภทเหรียญปีศาจอยู่ในร้าน มารดาของนางเพิ่งส่งลูกค้าเผ่าปีศาจคนหนึ่งออกไป
“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าหนู? ชานมอร่อยรึไม่?” เมื่อเข้าไปใกล้ ถังซานยิ่งรู้สึกถึงความงามของมารดาของเหม่ยกงจื่อ เป็นความงามที่อ่อนโยนราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ แววตาเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น
ถังซานหยิบเหรียญปีศาจหินวิญญาณวายุเพียงเหรียญเดียวที่มีวางบนโต๊ะ “ท่านป้าครับ ชานมอร่อยมาก ขอบคุณมากเลยครับ นี่เงินค่าชานมครับ”
“ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก” มารดาเหม่ยกงจื่อพูดเสียงนุ่มนวล “รีบออกไปจากที่นี่เถอะ ปีศาจแถวนี้นิสัยไม่ค่อยดีนัก”
“ท่านป้า ต้องจ่ายเงินสิขอรับ ข้าขอบคุณความเมตตาของท่าน แล้วก็… ข้าชื่อถังซาน” ขณะที่เอ่ยนามของตน สายตาของเขาก็จับจ้องไปทางเหม่ยกงจื่อ
แต่ตอนนี้เหม่ยกงจื่อกลับหันหลังให้ทางนี้ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ
ถังซานมองนางอีกครั้งอย่างลึกซึ้ง ได้ยินเสียงเรียกของหวังเหยียนเฟิงจากระยะไกล
แม้ในใจจะมีความอาลัยนับพันนับหมื่น แต่เขาก็ต้องรีบจากไป
มารดาของเหม่ยกงจื่อมองเด็กคนนี้อย่างประหลาดใจ ด้วยประสบการณ์ของนาง ย่อมมองออกว่าสายตาที่ถังซานมองเหม่ยกงจื่อนั้นแตกต่าง
ธิดาของนางแม้อายุยังน้อย แต่นางรู้ดีว่างดงามเพียงใด แต่ในแววตาของเด็กชายมนุษย์ตรงหน้านี้ไม่ได้มีแค่ความชื่นชมและหลงใหล แต่มีความรู้สึกลึกซึ้งแฝงอยู่ในนั้น ถึงขนาดที่หางตามีรอยน้ำตา
นี่มัน… เป็นอาการที่เหมือนหวนคำนึงถึงเรื่องเก่า ๆ?
ถังซานเดินกลับมาหาหวังเหยียนเฟิง ดื่มชานมที่เหลือจนหมด แต่ยังคงถือแก้วเปล่าไว้ กำมันเบา ๆ ไม่อยากปล่อย เพียงเพราะแก้วใบนี้นางเคยถือ มีกลิ่นอายของนางติดอยู่เล็กน้อย
“เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” ระหว่างทางกลับโรงเตี๊ยม ถังซานเดินตามหวังเหยียนเฟิงตลอด ไม่ได้มองซ้ายมองขวาเหมือนตอนมา เพียงก้มหน้าเดินในท่าทางที่เป็นมาตรฐานที่สุดของบริวาร
หวังเหยียนเฟิงรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเขา หลังกลับถึงโรงเตี๊ยมจึงถามด้วยความห่วงใย
“ข้าไม่เป็นไรท่านอาจารย์ ตอนนี้ข้าสบายดี สบายดีจริง ๆ” ถังซานยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่มาจากใจจริง
หวังเหยียนเฟิงมองรอยยิ้มบนใบหน้าเขา ยิ้มพลางพูดว่า “ดูเหมือนชานมแก้วนั้นจะสร้างความประทับใจให้เจ้าไม่น้อยนะ! ใช่แล้ว ในโลกนี้ แม้จะมีความร้ายกาจมากมายที่มุ่งร้ายพวกเรา แต่ก็ยังมีความงดงามหลงเหลืออยู่ ในชีวิตของเจ้า แม้ต้องเผชิญกับความชั่วร้ายทุกวัน แต่ในใจพวกเราก็ควรเก็บรักษาความงดงามเอาไว้ เมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าถึงจะมีใจที่มุ่งสู่แสงสว่าง มีความหวังและความสุขตลอดไป”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคำพูดนี้ของเขามาจากความรู้สึก และในใจของถังซานก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง
“เสร็จธุระแล้ว พวกเรายังพักในเมืองได้อีกสองวัน ข้าพาเจ้าไปเที่ยวรอบ ๆ ดีรึไม่?” หวังเหยียนเฟิงพูดยิ้ม ๆ ภารกิจครั้งนี้ของเขาสำเร็จลุล่วงด้วยดี ตระกูลหมาป่าวายุอนุมัติจำนวนของเครื่องบรรณาการแล้ว กลับไปเขาก็สามารถรายงานเมืองหมาป่าวายุได้อย่างราบรื่น
ถังซานกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ มหานครเจียหลี่มีที่ไหนคึกคักบ้างหรือไม่? ข้าอยากไปดู”
หวังเหยียนเฟิงพูด “จะไปที่คึกคักก็ได้ แต่ก็เหมือนที่ข้าบอก ต้องระมัดระวังคำพูดและการกระทำ ต้องอยู่ข้างข้าตลอดเวลา”
“ขอรับ ไม่มีปัญหา” ถังซานตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล
หวังเหยียนเฟิงจึงกล่าวต่อว่า “ข้าก็ไม่ได้มานานแล้ว ข้าจะไปถามอากุ่ยของเจ้าดู”
เมื่อเขาพบกุ๋ยกุ่ย บอกว่าตั้งใจจะพาถังซานไปที่คึกคัก กุ๋ยกุ่ยก็พูดว่า “ที่คึกคักแน่นอนว่ามี และมีไม่น้อย อ้อใช่ ไม่ไกลจากที่นี่ มีที่หนึ่งที่ไปดูได้ คืนนี้มีการจัดการประลองท้าชนประจำปีของมหานครเจียหลี่ ไม่เพียงแต่เผ่าปีศาจในมหานครเจียหลี่จะเข้าร่วม หมู่บ้านและเมืองโดยรอบที่มีเผ่าแข็งแกร่งตั้งถิ่นฐานอยู่ก็จะมีคนมาร่วมด้วย”
“การประลองท้าชนคืออะไรหรือ?” หวังเหยียนเฟิงถามอย่างสงสัย