ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 32
บทที่ 32 การประลองท้าชนกัน
กุ๋ยกุ่ยกล่าวว่า “การประลองท้าชนก็คือ ผู้เข้าร่วมการประลองทั้งสองฝ่ายจะยืนห่างกันสิบจั้ง แล้วพุ่งชนกัน หลังจากชนกันแล้ว ฝ่ายใดถอยหลังมากกว่าก็จะเป็นฝ่ายแพ้ ตรงกันข้าม ผู้ที่ทำให้อีกฝ่ายถอยไปได้ก็จะเป็นผู้ชนะ
เผ่าปีศาจต่างระดับจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มต่างกัน โดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่ระดับสามขึ้นไป สูงสุดถึงระดับหก เป็นงานรื่นเริงของชนรุ่นใหม่ของเผ่าปีศาจ
ที่จำกัดแค่ระดับหกเพราะว่า หากผู้เข้าร่วมการประลองที่แข็งแกร่งเกินระดับหกมาชนกัน อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายโดยไม่จำเป็น อีกอย่างพอถึงระดับหกขึ้นไป พวกเขาก็ไม่สนใจการประลองเด็กเล่นเช่นนี้แล้ว”
หวังเหยียนเฟิงยิ้มพลางกล่าวว่า “เรื่องนี้น่าสนใจอยู่เหมือนกัน แต่เผ่าพันธุ์ต่างกันก็มีลักษณะพิเศษต่างกัน แน่นอนว่าเผ่าพันธุ์ที่ร่างกายแข็งแรงย่อมได้เปรียบกว่า”
กุ๋ยกุ่ยกล่าวว่า “ข้าเคยไปดูมาครั้งหนึ่ง มันก็มีเคล็ดลับอยู่บ้าง งั้นเอาอย่างนี้ ตอนนี้ก็ดึกแล้ว พวกเรากินอาหารเย็นก่อนแล้วค่อยไป น่าจะทันเวลาเริ่มการประลองท้าชนพอดี”
วันนี้ถังซานและหวังเหยียนเฟิงไปที่คฤหาสน์บรรพชนของตระกูลหมาป่าวายุ การเดินทางไปกลับใช้เวลากว่าสองชั่วยาม บวกกับเวลาที่เสียไปที่นั่น กว่าจะกลับมาก็บ่ายแล้ว
แน่นอนว่าถังซานไม่มีความเห็นขัดแย้งกับการไปชมการประลองท้าชน โดยเฉพาะการประลองนี้เป็นการประลองของปีศาจระดับสามถึงระดับหก ตรงกับความต้องการของเขาพอดี
หลังจากได้พบกับเหม่ยกงจื่อ ความคิดของเขาก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมา ในใจก็มีความต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างเร่งด่วน รุนแรงยิ่งกว่าก่อนหน้านี้
ร้านชานมของเหม่ยกงจื่อเปิดอยู่ในย่านใจกลางมหานครเจียหลี่ ที่นั่นไม่ขาดปีศาจที่แข็งแกร่งระดับแปดและระดับเก้า ในเมื่อหานางเจอแล้ว ก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการปกป้องความปลอดภัยของนาง และการจะปกป้องนางได้ อันดับแรกตัวเขาเองต้องแข็งแกร่งก่อน เพียงแค่พลังระดับสี่ในตอนนี้ แน่นอนว่ายังไม่เพียงพอ
ความสัมพันธ์ระหว่างพลังเสวียนเทียนที่ถังซานฝึกฝนกับพลังสายเลือดของเผ่าปีศาจในโลกนี้ ผ่านมาหลายปีเขาก็เข้าใจพื้นฐานแล้ว พลังเสวียนเทียนมีความสามารถในการดูดซับแล้วแปรเปลี่ยน สามารถเปลี่ยนพลังที่ดูดซึมมาจากภายนอก ให้เป็นพลังของตัวเอง และทิ้งรอยประทับสายเลือดไว้ในร่างกาย ผ่านรอยประทับนั้น ก็สามารถแปรเปลี่ยนพลังเสวียนเทียนเพื่อปลดปล่อยพลังที่คล้ายคลึงกันได้
และยิ่งตราประทับแข็งแกร่ง ตอนแปรเปลี่ยน ถังซานก็จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นทักษะที่มีพลังมากขึ้น ตราประทับสายเลือดเผ่าปีศาจที่อยู่ในร่างกายเขาก็เหมือนใบอนุญาตระดับต่าง ๆ ของทักษะเหล่านี้ เขาไม่เพียงแต่ต้องยกระดับพลังเสวียนเทียนแต่ยังต้องยกระดับชั้นของตราประทับขึ้นด้วย จึงจะสามารถใช้พลังที่แข็งแกร่งขึ้น และตัวเองจึงจะมีพลังที่แข็งแกร่งขึ้น
ตามการทดลองและความรู้สึกของถังซาน อย่างน้อยก่อนที่พลังเสวียนเทียนของเขาจะทะลวงถึงระดับที่เก้า คงต้องฝึกฝนด้วยวิธีนี้
เมื่อเป็นเช่นนี้ วิธีที่ดีที่สุดที่จะยกระดับตัวเองอย่างรวดเร็วก็คือการมีทักษะมากขึ้น
มนุษย์ในโลกนี้ หากสืบทอดสายเลือดเทพอสูรสถิตร่าง จะมีความสามารถได้เพียงอย่างเดียว แต่การดูดซับผ่านพลังเสวียนเทียนของเขาไม่ถูกจำกัดด้วยกฎเกณฑ์นี้ สามารถมีความสามารถได้หลายอย่าง ยิ่งมีทักษะมาก ภายใต้การผสมผสานอย่างเหมาะสม พลังก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
และในที่ที่คึกคักในเมือง เขาจะได้โอกาสแอบดูดซับความสามารถระดับต่ำมากขึ้น เขาต้องการมีทักษะที่มาจากพลังสายเลือดของเผ่าปีศาจมากขึ้น เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเอง ในขณะเดียวกัน หากแปรเปลี่ยนพลังที่ดูดซึมมาเป็นพลังเสวียนเทียน ก็ทำให้เขาสามารถยกระดับตัวเองได้เร็วขึ้น
สำหรับการฝึกฝน วันนี้ถือว่าเป็นวันที่ถังซานกระตือรือร้นที่สุดตั้งแต่มาเยือนโลกนี้ ขั้นสี่ไม่พอ ขั้นห้าก็ไม่พอ อย่างน้อยต้องรีบฝึกฝนให้ถึงขั้นเก้า ให้จิตเทพของตัวเองสามารถยกระดับได้อีกครั้ง สร้างจิตเทพใหม่ รวบรวมพลังเทพ ปลุกความสามารถบางอย่างที่โลกนี้ไม่มีแต่ชาติก่อนมี จึงจะสามารถปกป้องเหม่ยกงจื่อได้อย่างแท้จริง!
พวกเขาพักผ่อนครู่หนึ่ง เมื่อกินอาหารเย็นเสร็จ กุ๋ยกุ่ยก็เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ดูหรูหราขึ้นหน่อย แล้วจึงพาหวังเหยียนเฟิงและถังซานออกไป
ที่ต้องแต่งตัวให้หรูหราขึ้นเพราะโลกนี้ก็ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกเช่นกัน ในฐานะมนุษย์ที่เป็นเผ่าพันธุ์ทาส ในมหานครไม่ได้ถูกมองเป็นศัตรูมากนัก ตราบใดที่ไม่ไปยั่วยุก่อน โดยทั่วไปเผ่าปีศาจก็จะไม่ทำอะไรพวกเขา ถึงอย่างไร เผ่าปีศาจก็ต้องการบริวารมาปรนนิบัติ มนุษย์ถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่ฉลาดที่สุดในบรรดาเผ่าพันธุ์ทาสทั้งหมด แม้พลังจะไม่แข็งแกร่ง แต่การทำเรื่องที่ซับซ้อนก็ดีกว่าเผ่าพันธุ์ทาสอื่น ๆ มาก
ระดับขั้นของการประลองท้าชนไม่ได้สูงมาก เพราะมีแค่ปีศาจระดับต่ำกว่าระดับหกเข้าร่วม ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว และรางวัลก็ไม่ได้มากมายนัก
รางวัลที่หนึ่งคือเหรียญธาตุห้าเหรียญ แม้เหรียญธาตุจะมีกำลังซื้อที่น่าตกใจ แต่สำหรับเผ่าปีศาจส่วนใหญ่ที่ร่ำรวย ก็ไม่ถือว่าเป็นทรัพย์สินมหาศาล
และนี่ยังเป็นรางวัลที่หนึ่งของระดับหก ระดับต่ำกว่าก็จะมีรางวัลน้อยลง ที่หนึ่งระดับห้าได้สี่เหรียญ ระดับสี่ได้สามเหรียญ ที่หนึ่งระดับสามก็ได้แค่หนึ่งเหรียญธาตุ
ส่วนอันดับหลัง ๆ ก็จะเป็นรางวัลเหรียญหลิงซี
ต้องรู้ว่าในระบบเงินตรา ระดับสูงสุดคือเหรียญม่วงทอง ระดับที่สองคือเหรียญเทียนอวี่ ซึ่งไม่ปรากฏในรางวัลเลย จะเห็นได้ว่าการประลองนี้เป็นเพียงงานรื่นเริงเท่านั้น
สถานที่จัดการประลองท้าชนคือลานกว้าง รอบ ๆ ลานกว้างเต็มไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ ที่ขายสินค้าหลากหลาย
หากเป็นก่อนที่จะได้พบกับเหม่ยกงจื่อ ถังซานอาจจะสนใจร้านค้าเหล่านี้มากกว่านี้ เพราะมันจะช่วยให้เขาเข้าใจเผ่าปีศาจได้มากขึ้น
แต่ตอนนี้เขากลับสนใจการประลองท้าชนมากกว่า
ขณะนี้ที่ลานกว้างมีปีศาจมารวมตัวกันนับพันตน ตรงกลางเป็นพื้นที่ว่างถูกกั้นแยกออกมา ผู้ที่รับผิดชอบการขวางกั้นคือทหารรักษาการณ์ของมหานครเจียหลี่
ทหารรักษาการณ์มหานครเจียหลี่ไม่ได้มาจากเผ่าพันธุ์เดียว แต่ถูกคัดเลือกมาจากทุกเผ่า การจะเป็นทหารรักษาการณ์ของมหานครเจียหลี่ได้ อย่างน้อยต้องมีพลังระดับสี่ขึ้นไป
ในเผ่าปีศาจ ระบบกองทัพจะแบ่งตามมหานคร มหานครทั้งเจ็ดต่างมีทหารรักษาการณ์ของตัวเอง และในกองทัพ ยิ่งวรยุทธ์แก่กล้าก็ยิ่งมีตำแหน่งสูง ระดับสี่เป็นเพียงทหารรักษาการณ์ระดับธรรมดาที่สุด จะเห็นได้ว่าในมหาพิภพภูตปีศาจนี้ เผ่าปีศาจและเผ่าภูตมีพลังแข็งแกร่งเพียงใด
ในฝูงชนมีเผ่าพันธุ์ทาสไม่น้อย โดยเฉพาะบริวารมนุษย์ที่มีจำนวนมาก บริวารมนุษย์บางส่วนติดตามอยู่ข้างกายปีศาจ เห็นได้ชัดว่าเป็นบริวารของปีศาจเหล่านั้น
ตอนนี้การประลองยังไม่ได้เริ่มอย่างเป็นทางการ ท้องนภาค่อย ๆ มืดลง ทว่ารอบ ๆ ลานกว้างมีเสาไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนนั้นมีผลึกแร่เปล่งแสง ส่องสว่างทั่วลานกว้าง
ที่นี่มีพลังลมปราณค่อนข้างสับสนวุ่นวาย เพราะมีเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ มากมาย แต่ปราณวิญญาณกลับเข้มข้นมาก
ถังซานตามกุ่ยกุ่ยและหวังเหยียนเฟิงมาถึงมุมหนึ่งริมสนามประลอง ในที่สุดก็หาที่ยืนได้ ที่ตรงนี้ส่วนใหญ่เป็นเผ่าพันธุ์ทาส
สนามประลองมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสิบห้าจั้ง สนามทรงกลมถูกทหารรักษาการณ์ของมหานครเจียหลี่กั้นแบ่งไว้
ด้านหนึ่งของสนามมีแท่นตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นวางเหรียญเงินตราไว้
ถังซานเพิ่งเคยเห็นเหรียญธาตุเป็นครั้งแรก เหรียญธาตุต่าง ๆ เปล่งแสงต่างสี บดบังเหรียญหลิงซีจนมิด ในยามค่ำคืนเช่นนี้ สามารถเห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษ
เหรียญหลิงซีเป็นสีเงินเข้ม ดูเรียบง่ายโบราณ แม้ไม่มีรัศมีเจิดจ้าเหมือนเหรียญธาตุที่เจิดจรัสใต้แสงสว่าง แต่กลับให้ความรู้สึกประหลาดบางอย่างแก่ถังซาน
“การประลองท้าชนกำลังจะเริ่มขึ้น!” และแล้ว เสียงก้องกังวานก็ดังขึ้น