ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 30
บทที่ 30 ข้าไม่ใช่เสี่ยวอู่ข้าคือเหม่ยกงจื่อ
ร้านชานมหรือ? ชานมคืออะไร?
ในชาติก่อนของถังซานก็ไม่เคยมีของเช่นนี้ พอมาถึงโลกนี้ก็ยิ่งไม่เคยเห็น ดูเหมือนจะเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง
แม้ว่าจะมีเผ่าปีศาจผ่านไปมาไม่มากนัก แต่ต้องบอกว่าร้านชานมนี้ทำธุรกิจได้ดีทีเดียว มีเผ่าปีศาจเดินผ่านไปมาไม่ขาดสาย แวะซื้อกันคนละแก้ว แก้วก็ดูไม่เล็กเลย
ถังซานรวบรวมพลังเนตร แสงสีม่วงวาบผ่านดวงตา ใช้เนตรปีศาจสีม่วงมองไปที่ร้านชานม เมื่อเห็นชัดเจนก็แสดงสีหน้าประหลาดใจทันที
ในร้านนั้นมีหญิงสาวสองคนเป็นผู้ดำเนินกิจการ เป็นสตรีมนุษย์
คนหนึ่งอายุมากกว่า ดูอายุราว ๆ สามสิบปี รูปโฉมงดงาม ผมดำขลับ ดวงตาสีดำ บนใบหน้ามีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่เสมอ ดวงตาเผยให้เห็นถึงความอ่อนโยนที่ทำให้คนรู้สึกสนิทสนมได้ง่าย
อาจกล่าวได้ว่านี่คือสตรีที่งดงามที่สุดที่ถังซานเคยพบเจอตั้งแต่มาถึงโลกนี้ ส่วนหญิงสาวที่อยู่ข้างกาย นางอายุน้อยกว่าประมาณสิบหกสิบเจ็ดปี หน้าตาก็นับว่าใช้ได้ อยู่ช่วยเหลืออยู่ข้าง ๆ
มนุษย์ที่เป็นบริวารหรือ? ถึงกับสามารถเปิดกิจการร้านค้าในใจกลางมหานครเจียหลี่ได้ด้วย? อีกทั้งดูเหมือนเผ่าปีศาจที่มาซื้อชานมก็ไม่ได้มีอคติต่อพวกนางเลย ทุกคนซื้อแล้วก็ไป ใช้เหรียญปีศาจระดับต่ำสุด เห็นได้ชัดว่าราคาชานมไม่แพง ปีศาจบางตนถึงกับซื้อไปหลายแก้ว
ร้านชานมเหม่ยกงจื่อ หญิงที่ดูมีอายุมากกว่าคือเหม่ยกงจื่อหรือ? ชื่อตั้งได้น่าสนใจ และก็สมกับชื่อด้วย
ถังซานลูบร่างกายตัวเอง ก่อนหน้านี้หวังเหยียนเฟิงเคยให้เหรียญปีศาจมาบ้าง ทำจากหินวิญญาณวายุ พลังงานที่บรรจุอยู่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ของเหรียญปีศาจ
ในใจเขาอดที่จะอยากลิ้มลองไม่ได้ อยากไปซื้อมาลองชิมดูสักแก้ว ร้านที่มีเจ้าของเป็นมนุษย์ ทำให้เขารู้สึกสนิทใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ตั้งแต่มาถึงมหานครเจียหลี่ เขาก็รู้สึกตึงเครียดมาตลอด ตอนนี้เห็นร้านตรงหน้า ก็อดคิดไม่ได้ว่าชานมนั้นจะมีรสชาติเป็นอย่างไร
เมื่อมองไปรอบ ๆ แล้วไม่พบเผ่าปีศาจเดินเข้ามาอีก ร้านชานมเหม่ยกงจื่อก็เพิ่งส่งลูกค้าเผ่าปีศาจไปหลายคน ตอนนี้มีช่วงว่างชั่วคราว
ถังซานสูดหายใจลึก หยิบเหรียญปีศาจที่ทำจากหินวิญญาณวายุออกมาเหรียญหนึ่ง เร่งฝีเท้าเดินเข้าไป นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะใช้เงินของโลกนี้ทำการค้าขาย
พร้อมกับการก้าวเดินทีละก้าว ระยะห่างจากร้านชานมเหม่ยกงจื่อก็ใกล้เข้าไปทุกที กลิ่นนมอ่อน ๆ โชยมาจากร้านชานม ทำให้เขาอดกลืนน้ำลายไม่ได้
เมื่อใกล้เข้าไป เขาก็เห็นสภาพในร้านชานมชัดเจนขึ้น หญิงงามและเด็กสาวต่างยุ่งอยู่กับงาน และในตอนนั้นเอง ก็มีคนเดินออกมาจากด้านในอีกคน มาหยุดอยู่ข้างกายหญิงงาม ยิ้มพลางพูดอะไรบางอย่างกับนาง
ถังซานหยุดฝีเท้าในทันใด ร่างกายแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
ในชั่วขณะนั้น เขารู้สึกราวกับรูขุมขนทั่วร่างระเบิดออก ดวงตาเบิกกว้าง ไม่สามารถบังคับร่างให้ก้าวเดินต่อไปได้เลย ในชั่วขณะนี้ เขาราวกับถูกตัดขาดออกจากโลกรอบข้าง ในสายตาและในใจเขามองเห็นเพียงร่างที่ยิ้มหวานนั้นเท่านั้น
นางดูเหมือนจะมีอายุเพียงสิบสองสิบสามปี รูปร่างเล็กได้สัดส่วน ผมดำสยายเป็นระเบียบอยู่ด้านหลังศีรษะ บนใบหน้าขาวอมชมพูนั้นมีเครื่องหน้าที่ประณีตงดงาม นางสืบทอดจุดเด่นทั้งหมดของหญิงงามข้างกายมาอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เพิ่มความร่าเริงและความซุกซนเข้าไป เมื่อดวงตาสีดำกลมโตกะพริบ ขนตายาวก็สั่นไหวเบา ๆ
เป็นเจ้าใช่หรือไม่?
เป็นเจ้าใช่หรือไม่?
เป็นเจ้าใช่หรือไม่?
ถังซานยืนตัวแข็งทื่อราวกับกลายเป็นหิน จมูกรู้สึกแสบร้อน ในชั่วขณะนี้ทุกสิ่งทุกอย่างดูไม่สำคัญอีกต่อไป ในสายตาของเขามีเพียงร่างนั้นเท่านั้น
แม้ใบหน้าจะแตกต่างจากเดิม แม้บุคลิกจะเปลี่ยนไป แต่รอยประทับที่ฝังลึกอยู่ในจิตเทพของเขากลับสลักภาพร่างนั้นลงในใจอย่างชัดเจน
ถังซานไม่เคยคิดเลยว่าจะได้พบนางอย่างง่ายดายเช่นนี้ ในชั่วขณะนี้ เขาไม่รู้สึกต่อต้านโลกที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายนี้อีกต่อไป ในใจลึก ๆ มีเพียงความรู้สึกขอบคุณ
หัวใจของเขาสั่นไหว ร่างกายไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย
ใช่แล้ว เป็นนาง เป็นนางจริง ๆ!
ความทรงจำในชาติก่อนพรั่งพรูเข้ามาในใจ นี่คือพรหมลิขิตตั้งแต่ชาติปางก่อน นี่คือสิ่งเดียวที่ใจเขาถวิลหา
เขายืนอยู่ห่างจากร้านชานมเหม่ยกงจื่อเพียงสามสี่จั้ง คนทั้งสามในร้านย่อมเห็นเขา
สตรีงามมองดูถังซานที่ยืนตาค้างด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวข้างกายนางก็เห็นเช่นกัน หญิงสาวขมวดคิ้ว แต่สตรีงามกลับพูดอะไรบางอย่างกับนางแล้วชี้ไปที่ถังซาน
หญิงสาวผมดำพยักหน้า จากนั้นก็หายไปจากสายตาของถังซาน
ร่างที่แข็งทื่อของถังซานก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เกือบจะร้องออกมาว่า
‘อย่าไป’
เมื่อร่างนั้นหายไปจากสายตา ความว้าเหว่ก็พลันเข้าครอบงำหัวใจ
“นี่ ดื่มสิ!” เสียงใสดังขึ้นข้างหู
ถังซานชะงัก เขาค่อย ๆ หันหน้าไป ร่างที่แข็งทื่อเริ่มสั่นเทาเบา ๆ
ร่างที่คุ้นเคยแต่แปลกหน้า ร่างที่ทำให้เขาคิดถึงทั้งยามหลับและตื่น บัดนี้อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
แก้วใบหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้า มีกลิ่นนมและชาอ่อน ๆ หญิงสาวผมดำเห็นถังซานยืนตาค้างก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง
นางยัดชานมใส่มือถังซานพลางพูดอย่างหงุดหงิด “เลิกมองแล้วรีบไปเถอะ”
ระยะห่างระหว่างทั้งสองนั้นใกล้มาก ถังซานเปล่งเสียงสั่นเครือออกไป “เสี่ยวอู่…”
หญิงสาวผมดำชะงักไป จากนั้นก็หันไปทางร้านชานม เห็นสตรีงามกำลังโบกมือเรียก “เสี่ยวเหม่ย กลับมาได้แล้ว”
“เจ้าค่ะท่านแม่” หญิงสาวรับคำแล้วหมุนตัวกลับไป
ถังซานถือแก้วชานมที่สั่นไหวตามร่างกายที่สั่นเทา ก้าวตามไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ หญิงสาวผมดำก็หันกลับมาพูดว่า “เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่เสี่ยวอู่ทุกคนเรียกข้าว่าเหม่ยกงจื่อ!”
ชานมในแก้วส่งไออุ่นมาถึงมือของถังซาน เขาอ้าปากอยากจะพูดคุยกับนาง แต่กลับพบว่าเสียงติดอยู่ในลำคอ มิอาจเปล่งคำพูดใดออกมาได้
เขาใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้เก้าปีแล้ว ในเก้าปีนี้ เขาได้เห็นความทุกข์ยากของมนุษย์ในโลกนี้ สูญเสียมารดาผู้ให้กำเนิด เผชิญกับภัยคุกคามจากเผ่าปีศาจ และได้รับความอบอุ่นจากบ้านของท่านอาจารย์หวังเหยียนเฟิง ทั้งหมดนี้สะเทือนอารมณ์ความรู้สึกของเขามาตลอด
แต่เขาไม่เคยตื่นเต้นเช่นนี้มาก่อน สามชาติสามภพ เขาผ่านสิ่งต่าง ๆ มามากมาย แต่เมื่อวันนี้ได้พบรักแท้ของตนอีกครั้ง หลังจากเก้าปีแห่งความคะนึงหาและกังวล ในที่สุดก็ได้พบนางอีกครั้ง ชั่วขณะนี้ เขามิอาจควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไป น้ำตาไหลพรากเมื่อเหม่ยกงจื่อเดินกลับเข้าร้าน
ขณะนี้ ในความคิดของเขามีแต่เรื่องราวระหว่างเขากับนางในชาติก่อน มีเพียงภาพรอยยิ้มอันงดงามของนางในวันวาน
เงาร่างสองร่างที่มีใบหน้าแตกต่างกัน แต่ในตอนนี้กลับค่อย ๆ ซ้อนทับกันในความคิดของเขา