พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 261 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของพระเจ้าเลนเต้
บทที่ 261 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของพระเจ้าเลนเต้
“ประชวร!”
เล่าเจี้ยงอุทานอย่างตกใจ เสียงดังมากจนเตียวเหยียงที่อยู่ข้าง ๆ สะดุ้งก่อนรีบดึงเขาไว้
“แม่ทัพหลังเบาหน่อย ตอนนี้คนอื่นยังไม่รู้”
ตอนนี้ประชวร… ปีหน้าคงไม่สวรรคตหรอกใช่ไหม
โชคดีที่เล่าเจี้ยงกลับมาเร็ว เมื่อพระเจ้าเลนเต้ทนไม่ไหวตายไปก่อน เมืองลกเอี๋ยงคงถูกแม่ทัพใหญ่โฮจิ๋นยึดไปเป็นแน่!
“อาการของฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้าง”
เตียวเหยียงคิดอยู่ครู่หนึ่ง และตัดสินใจบอกความจริง
“หมอหลวงตรวจดูแล้ว ดูยากจะรักษา ทว่าช่วงนี้ยังไม่อันตรายถึงชีวิต”
เมื่อได้ยินคำพูดของเตียวเหยียง เล่าเจี้ยงก็โล่งใจ เขายังไม่อยากเริ่มแย่งชิงทั้งที่เพิ่งมาถึงเมืองลกเอี๋ยง
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ใต้เท้าเตียว รีบพาข้าไปพบฝ่าบาทเร็ว!”
“ได้ แม่ทัพหลังเชิญ!”
หัวหน้าขันทีพาแม่ทัพหลังไปยังห้องบรรทมของพระเจ้าเลนเต้ ภายใต้การนำของเตียวเหยียงไม่มีการซักถามใด ๆ ตรงไปยังหน้าประตูห้องบรรทมทันที
“แม่ทัพหลัง ข้าขอไม่เข้าไปแล้วกัน”
“ขอบคุณใต้เท้าเตียวมาก ใต้เท้าเตียวเชิญตามสบาย!”
เล่าเจี้ยงกุมมือขอบคุณและส่งเตียวเหยียงจากไป หลังจากรายงานตัวแล้ว เขาก็เข้าไปในห้องบรรทม
แม้เขาจะเตรียมใจมาแล้ว กระนั้นหลังเห็นฝ่าบาทก็ยังตกใจมาก!
พระเจ้าเลนเต้อ้วนขึ้น เล่าเจี้ยงเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะหนักอย่างน้อยสองร้อยกว่าจิน ไขมันบนใบหน้าทำให้เกิดริ้วรอยลึก เบ้าตากับถุงใต้ตาสีดำคล้ำอย่างชัดเจน แม้จะมีไขมันมาก แต่ยังเห็นขอบตาเว้ายุบลงไป แค่ดูก็รู้แล้วว่ามีสาเหตุมาจากร่ำสุราเคล้านารี
เพียงแค่นั่งอยู่บนตั่ง พระเจ้าเลนเต้ก็หายใจอย่างยากลำบาก ทั้งตัวได้ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความตายออกมาแล้ว
“กระหม่อมเล่าเจี้ยง ถวายบังคมฝ่าบาท”
แม่ทัพหลังไม่กล้าหยาบคายใด ๆ เลยแม้แต่น้อย เขารู้ว่าพระเจ้าเลนเต้ในตอนนี้อยู่ในช่วงวาระสุดท้ายแล้ว จะต้องมีความขุ่นเคืองมากขึ้น ถึงขั้นแคลงใจในตัวผู้ใต้บังคับบัญชา เขาต้องเพิ่มความไว้วางใจจากพระเจ้าเลนเต้
“แม่ทัพเล่ากลับมาแล้ว รีบลุกขึ้นเถิด”
เมื่อได้ยินเสียงที่อ่อนแรงนี้ เล่าเจี้ยงอดถอนหายใจไม่ได้ ในหัวปรากฏภาพพระเจ้าเลนเต้แต่งตั้งตัวเองเป็นเจ้าเมืองฮั่นต๋งเมื่อสามปีก่อนขึ้นมา
ฝ่าบาทในเวลานั้นก็อ้วนเช่นกัน แต่กลับมีบุคลิกเป็นเอกลักษณ์ เสียงก็น่าเกรงขามเป็นปกติ แล้วตอนนี้เล่า? ระโหยโรยแรงยิ่งนัก
“ฝ่าบาท โปรดรักษาพระวรกายด้วย กระหม่อมยังอยากปราบกบฏชั่ว และสร้างต้าฮั่นที่รุ่งเรืองขึ้นใหม่ร่วมกับฝ่าบาท”
เล่าเจี้ยงไม่รู้เป็นอะไร จู่ ๆ ขอบตาก็แดงก่ำ
สำหรับนักท่องเวลาเช่นเขา ฮ่องเต้ก็แค่ทรราชพาชาติล่มไม่ใช่หรือ
ไม่มีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ใด ๆ กับพระเจ้าเลนเต้มิใช่หรือ
แน่นอน… ต้องไม่ใช่แน่
การเติบโตของเล่าเจี้ยง ทุกย่างก้าวไม่เคยแยกจากฝ่าบาทเลย แม้ปราศจากความภักดีอย่างบริสุทธิ์ใจ มีเพียงแผนการและจุดประสงค์มากมาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากไม่มีพระเจ้าเลนเต้แล้วไซร้ คงไม่มีเล่าเจี้ยงอย่างทุกวันนี้ หากปราศจากการสนับสนุนและไว้วางใจจากฮ่องเต้ เล่าเจี้ยงจะทูลขอพระราชทานองค์หญิงว่านเหนียนเล่าอวิ๋นกับตำแหน่งเจ้าเมืองฮั่นต๋งได้อย่างไร?
บางทีนี่อาจเป็นความรู้สึกพิเศษที่ซ่อนอยู่ในความคิดอันมากมาย เหมือนเดียวกับซุนฮิวที่ทนมองต้าฮั่นล่มสลายไม่ได้ เล่าเจี้ยงเองก็รู้สึกกับพระเจ้าเลนเต้เช่นนั้นเหมือนกัน
“ขุนนางทั่วทั้งราชสำนัก มีเพียงเจ้าที่ใส่ใจเราจริง ๆ”
พระเจ้าเลนเต้รู้สึกประทับใจเล็กน้อย ทว่าใบหน้ามีความเศร้าหมองไปเสียส่วนใหญ่
“แม่ทัพเล่า รู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงเรียกเจ้ากลับมา?”
“กระหม่อมมิทราบพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้เพียงว่าฝ่าบาทเรียกหา ไม่ว่ากระหม่อมจะอยู่ที่ไหนก็จะรีบกลับให้เร็วที่สุด”
เห็นท่าทางจริงใจนั้น พระเจ้าเลนเต้ก็ยิ่งตื้นตัน ขุนนางใต้บัญชามากมายขนาดนั้น กลับไม่มีใครเหมือนเล่าเจี้ยงเลยสักคน
“ข้ามีเจ้าเป็นราชบุตรเขยเช่นนี้ ช่างเป็นโชคดีของเราจริง ๆ… ครั้งนี้เจ้านำทหารกลับมาเมืองลกเอี๋ยงกี่คนกันรึ”
เล่าเจี้ยงตื่นตัว พระเจ้าเลนเต้ไม่เพียงแต่พูดถึงกองทหารในพระราชโองการเท่านั้น ตอนนี้หลังเห็นเขาก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง ดูเหมือนจุดประสงค์ของฮ่องเต้คงไม่ธรรมดาแล้ว
“ทูลฝ่าบาท เนื่องจากฮั่นต๋งต้องการกองทหารรักษาการณ์ทุกที่ ครั้งนี้กระหม่อมจึงนำทหารม้ามาเพียงหนึ่งหมื่นนายเท่านั้น”
“หมื่นคนหรือ”
พระเจ้าเลนเต้ผิดหวัง เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจกับตัวเลขนี้
“เราได้ยินมาว่าเจ้ารับสมัครคนในฮั่นต๋งได้เกือบสามหมื่นคนมิใช่หรือ?”
ช่างไม่มีอะไรซ่อนเร้นจากพระเจ้าเลนเต้ไปได้จริง ๆ เล่าเจี้ยงไม่กล้าปิดซ่อน จึงพยักหน้ารับ
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ สถานการณ์ในเลียงจิ๋ววิกฤตมาก กระหม่อมเกรงว่าจะทำให้ฝ่าบาทผิดหวัง เพราะได้พยายามทุกวิถีทางแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดไม่นำทหารม้ามาเยอะ ๆ เล่า?”
เล่าเจี้ยงเริ่มสับสนมากขึ้น ในเมืองลกเอี๋ยงไม่มีสงคราม จะขนทหารมาเยอะแยะไปทำไม?
“ฝ่าบาท เลียงจิ๋วถูกหันซุนกับม้าเท้งยึดครอง คุกคามฮั่นต๋งอยู่ตลอดเวลา กระหม่อมจึงจำต้องทิ้งกองทหารไว้รักษาการณ์ อีกอย่างในระหว่างที่กระหม่อมออกจากฮั่นต๋ง เอ๊กจิ๋วก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้ยินมาว่าม้าเซี่ยง*[1]ก่อปัญหาในเมืองกิมก๊กและเรียกตัวเองว่า ‘กลุ่มโจรโพกผ้าเหลือง’ เช่นกัน ตอนนี้กำลังรุกรานเอ๊กจิ๋ว กระหม่อมจำต้องทิ้งกองกำลังส่วนใหญ่ไว้ที่ฮั่นต๋ง”
เห็นได้ชัดว่าพระเจ้าเลนเต้ไม่รู้เรื่องนี้ ครั้นได้ยินว่ามีคนกบฏอีกก็พิโรธอย่างเห็นได้ชัด
“ไอ้ดื้อด้านพวกนี้ เราปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดี เหตุใดถึงทยอยพากันก่อกบฏกับข้า! เหตุใดกัน!”
“แคก แคก แคก แคก!”
พระเจ้าเลนเต้โกรธจัดจนกระทบหัวใจ โมโหจนไอซ้ำหลายครั้ง
“ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ ทรงอนุญาตให้กระหม่อมกลับไปที่ฮั่นต๋งด้วยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยกทัพจากฮั่นต๋งมาทันที และจะจับพวกกบฏเหล่านั้นนำมาถวายให้แก่ฝ่าบาทแน่นอน”
เล่าเจี้ยงอับอายไปครู่หนึ่ง ม้าเซี่ยงก่อกบฏหรือไม่เขาไม่รู้ เป็นเพียงแค่คาดเดาตามประวัติศาสตร์เท่านั้นว่าม้าเซี่ยงจะบุกยึดเมืองกิมก๊กช่วงเวลานี้
ทว่าเล่าเจี้ยงไม่ได้กังวลว่าพระเจ้าเลนเต้จะส่งเขาไปจริงหรือไม่ พระเจ้าเลนเต้ให้เล่าเจี้ยงนำทัพกลับเมืองหลวงตั้งไกล จะปล่อยให้เขาจากไปปง่าย ๆ ได้อย่างไร?
นั่นปะไร พระเจ้าเลนเต้โบกมือให้เขา ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเล่าเจี้ยง
“ช่างเถิด ก็แค่ไอ้ชั่วตัวกระจ้อยร่อย จะปล่อยให้เจ้าวิ่งแจ้นเข้าใส่ปัญหาทุกที่ได้อย่างไร? ผู้ตรวจการที่เราเลี้ยงไว้พวกนี้จะมีไปทำไมกัน?”
เล่าเจี้ยงไม่พูดอะไร ยืนเงียบ ๆ อยู่ข้างพระเจ้าเลนเต้ ณ ตอนนั้นเองเล่าเจี้ยงพบว่ามือขวาของพระเจ้าเลนเต้มีเลือดไหลไม่หยุด
“ฝ่าบาท มือของพระองค์!”
พระเจ้าเลนเต้ก้มลงมอง แต่กลับยกมือขวาขึ้นอย่างไม่แยแส
“นี่หรือ ไม่มีอะไร ผ่านมาเดือนกว่าแล้วยังไม่หายดี”
ผู้พูดไร้ความรู้สึก ทว่าผู้ฟังมีหัวจิตหัวใจ เล่าเจี้ยงเบิกตากว้างทันที
รักษาไม่หายมาเดือนกว่าแล้ว? นี่มันโรคเบาหวานมิใช่หรือ? แต่ไยเป็นเบาหวานแล้วถึงยังน้ำหนักเพิ่มได้อีกขนาดนี้?
ทว่าเหตุการณ์ที่มือขวาของพระเจ้าเลนเต้รักษาไม่หายเป็นสัญญาณของโรคเบาหวานอย่างแน่นอน
ในที่สุดเล่าเจี้ยงก็เข้าใจว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงอายุสั้น อีกฝ่ายร่ำสุราเคล้านารีมานานจนป่วยเป็นโรคอ้วนขั้นรุนแรง และเป็นเบาหวานที่อันตรายถึงชีวิตที่สุด
“ฝ่าบาทรักษาตัวให้สบายใจเถิด ไม่ช้าต้องหายดีแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
เล่าเจี้ยงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดถ้อยคำดี ๆ เพื่อปลอบใจพระเจ้าเลนเต้ ถึงอย่างไรโรคนี้เล่าเจี้ยงก็ทำอะไรไม่ได้ ต่อให้อยู่ในชาติก่อนของเขา ก็ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
“ได้ ขอให้สมพรปากเจ้า”
แม้พระเจ้าเลนเต้จะป่วยหนัก ทว่าสภาพจิตใจยังคงดีอยู่ บางทีมันอาจเป็นทัศนคติในแง่บวกที่ฉุดถึงทำให้เขาไม่ล้มลงในตอนนี้ก็เป็นได้
“แม่ทัพเล่าเอ๋ย เจ้าจำเรื่องที่เราคุยกับเจ้าครั้งแรกเกี่ยวกับองค์ชายทั้งสองได้หรือไม่”
มาแล้ว! จู่ ๆ เล่าเจี้ยงก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมา เพราะพระเจ้าเลนเต้กำลังจะเข้าประเด็นแล้ว
“ฝ่าบาท กระหม่อมจำได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ครั้งนี้เรียกเจ้ากลับมา ก็เพราะเรื่องการแต่งตั้งองค์รัชทายาทนั่นแหละ”
[1] ม้าเซี่ยง (马相) หัวหน้ากลุ่มผ้าโพกหัวเหลือง เริ่มก่อจลาจลในเมืองกิมก๊ก ยึดครองเมืองเอ๊กจิ๋ว ปากุ๋น