พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 254 ทหารตันเถียนสองหมื่นคน
บทที่ 254 ทหารตันเถียนสองหมื่นคน
ครึ่งเดือนต่อมา ในที่สุดตระกูลพัว เนื้องอกร้ายกับกลุ่มโจรสิบกว่ารังในเมืองฮั่นต๋งก็ถูกกำจัดจนสิ้น จูล่งกับไทสูจู้เองก็ได้นำทรัพยากรที่กองสูงกลับมายังอำเภอลำเต๋งเช่นกัน
นายอำเภอทั้งเก้า จวิ้นเว่ย จวิ้นเฉิง รวมถึงขุนศึกและที่ปรึกษาของเล่าเจี้ยงทั้งหมดมารวมตัวกันในห้องประชุมจวนเจ้าเมือง
“วันนี้ข้าเรียกทุกคนมาที่นี่เพราะมีเรื่องจะประกาศให้ทราบ”
คนอื่น ๆ ค่อนข้างสงบ ทว่านายอำเภอทั้งเก้าคนกลับนั่งไม่ติด พวกเขาเคยได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มาแล้ว ย่อมรู้ว่าวันนี้ล่าเจี้ยงจะเริ่มใช้มาตรการเด็ดขาดแล้ว
“พัวจิ๋ว พวกเจ้าคงจะรู้ทุกคนแล้ว คนชั่วผู้นี้สมคบคิดกับโจรภูเขาพยายามยึดทรัพยากรทางทหารที่จวนผู้ตรวจการจัดสรรมาให้ โชคดีที่กุนซือกาเซี่ยงพบได้ทันเวลา และวางแผนเล่นงานคนชั่วช้าผู้นี้ ได้ดีจากเรื่องร้าย โจรภูเขาที่ทำเรื่องไม่ดีในเมืองฮั่นต๋งมานานหลายปี ในที่สุดก็ถูกกวาดล้างสิ้น นับจากนี้ต่อไปเมืองฮั่นต๋ง ไม่ต้องกังวลเรื่องโจรอีก”
ทุกคนโค้งคำนับเล่าเจี้ยงพร้อมกัน และเอ่ยชม
“ท่านเจ้าเมืองฉลาดปราดเปรื่อง กำจัดเนื้องอกสองก้อนในเมืองฮั่นต๋งได้ในคราวเดียว”
เล่าเจี้ยงหัวเราะเบา ๆ พลางกวาดสายตามองทุกคน พบว่ามีบางคนเหงื่อผุดเต็มขมับแล้ว
“ข้าเชื่อว่าส่วนใหญ่ในนี้บริสุทธิ์ใจแต่ก็น่าจะมีคนส่วนน้อยไม่ใช่อย่างนั้น”
ทันทีที่เล่าเจี้ยงพูดเช่นนี้ออกมา ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งเพราะทุกคนต่างกลั้นหายใจ
“นายอำเภอเหมียนหยาง นายอำเภอเปาจง”
เมื่อได้ยินเสียงเรียก ทั้งสองก็รีบลุกขึ้น
“คารวะท่านเจ้าเมือง”
“เจ้าทั้งสองยอมรับผิดหรือไม่?”
เมื่อทั้งสองได้ยินดังนั้น ทั้งสองก็คุกเข่าลงกับพื้นพร้อมร่ำร้องไม่หยุด
“ท่านเจ้าเมือง ข้าถูกใส่ร้าย”
“ใช่ ท่านเจ้าเมือง พวกเราถูกใส่ร้าย”
เล่าเจี้ยงยิ้มเยาะสองสามครั้ง ก่อนโยนแผ่นไม้ไผ่ในมือลงต่อหน้าทั้งสองคน
“ดูเอาเองเถิด เรื่องนี้พบระหว่างตรวจสอบตระกูลพัวกับรังโจร”
ทั้งสองรีบหยิบแผ่นไม้ไผ่บนพื้นขึ้นมา หลังจากอ่านแล้วก็ทรุดฮวบลงกับพื้นมีคนหนึ่งถึงขั้นหมดสติไป
“ไว้ชีวิตข้าด้วย ท่านเจ้าเมืองโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”
“ไว้ชีวิตหรือ? ข้าไว้ชีวิตพวกเจ้าสองคน แต่ใครจะไว้ชีวิตผู้คนที่ถูกฆ่าเหล่านั้นเล่า… ลากไปประหาร”
เล่าเจี้ยงจะใช้คนสองคนนี้สร้างความน่าเกรงขามของตัวเองพอดี เขาจะไว้ชีวิตได้อย่างไร ทหารตรงเข้าไปที่ห้องแล้วลากทั้งสองคู่ออกไป
ไม่นาน… หัวที่เปียกโชกไปด้วยเลือดแดงฉานสองหัวก็ถูกนำกลับเข้ามา
นายอำเภออีกเจ็ดคนที่เหลือต่างนั่งไม่ติด ไม่มีใครแน่ใจว่าเจ้าเมืองคนใหม่ จะเอาอะไรมาลงโทษพวกเขาอีก
“เอาเถิด นายอำเภอที่เหลือทุกท่านไม่ต้องตื่นตระหนก ข้าเล่าเจี้ยงจะไม่ใช้โอกาสนี้กำจัดผู้เห็นต่าง ขอแค่ทุกท่านร่วมแรงร่วมใจทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ฉ้อราษฎร์บังหลวงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เมื่อไม่ทุจริตและฝ่าฝืนกฎหมาย ข้าก็จะไม่ทำอะไรทุกท่านเด็ดขาด”
เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ นายอำเภออีกเจ็ดคนที่เหลือก็โล่งใจ
“เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นกลาง และปฏิบัติตามคำสั่งของท่านเจ้าเมือง”
เล่าเจี้ยงรอพวกเขากล่าวเช่นนี้อยู่พอดี จึงเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ
“เอาเถิด นี่มันก็สายมากแล้ว นายอำเภอทุกท่านกลับไปก่อนเถิด”
นายอำเภอทั้งเจ็ดรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ไม่มีอาลัยอาวรณ์แต่อย่างใด ถึงกับเบียดกันออกไป
หลังจากทั้งเจ็ดคนจากไป ห้องประชุมก็ไม่แออัด เหลือผู้ใต้บังคับบัญชาของเล่าเจี้ยงไม่กี่คนกับจวิ้นเว่ย และจวิ้นเฉิงเท่านั้น
“จืออี้ บอกผลการรบของพวกเจ้ามาเถิด ข้าตั้งตารอมาก”
ตั้งแต่กลับมาที่อำเภอลำเต๋ง ปากของไทสูจู้ไม่เคยได้หุบเลย ต้องเก็บเกี่ยวเสบียงมาได้น่าตกตะลึงแน่
“นายท่าน จำนวนเสบียงและหญ้าที่ถูกยึดจากรังโจรเหล่านี้คือหนึ่งแสนห้าหมื่นต้าน ทอง เงิน และเครื่องประดับมูลค่ารวมมากกว่าหนึ่งล้านชั่ง”
เล่าเจี้ยงพยักหน้า ไม่แปลกใจกับตัวเลขนี้มากนัก เงินหนึ่งล้านชั่งก็เท่านั้น
“เอ้อร์ไหล เจ้าเล่า? ตระกูลพัวคงไม่ยากจนขนาดนั้นหรอกใช่ไหม?”
เห็นเตียนอุยหัวเราะร่าไม่พัก เล่าเจี้ยงก็รู้แล้วว่าการเก็บเกี่ยวของเขาจะต้องมหาศาลยิ่งขึ้นแน่
“นายท่าน ตระกูลพัวร่ำรวยจริง ๆ มีทุ่งนาบ้านเรือนมากมาย และทองคำไม่น้อยกว่าห้าพันแท่ง เหลือหลายมากจนข้าไม่เข้าใจ กล่าวโดยสรุปคือสมบัติของพวกเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าสิ่งที่ตระกูลเว่ยมอบให้เราเลย”
ทองคำไม่น้อยกว่าห้าพันแท่ง มุมปากของเล่าเจี้ยงอดกระตุกขึ้นมาไม่ได้ พัวจิ๋วดูดเลือดจากเมืองฮั่นต๋งไปเท่าไรกัน?
“ดี เจ้ามีความดีความชอบแล้ว ฮั่นเซิง โจรภูเขาจับได้กี่คน?”
ฮองตงก็หุบไม่ได้มาตั้งแต่ต้นจนจบ ครั้นเล่าเจี้ยงถามตัวเองก็รีบกุมมือรายงาน
“นายท่าน เราจับกุมเชลยได้ทั้งหมดสองหมื่นห้าพันกว่าคน สังหารหัวหน้าโจรไปสองร้อยกว่าคน ที่เหลือถูกขังอยู่ในคุก”
เล่าเจี้ยงมีความสุขกับผลลัพธ์นี้มาก พลันมองกาเซี่ยงด้วยสายตาพึงพอใจ
“เหวินเหอ ครั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้ามาก”
กาเซี่ยงไม่ได้รับความดีความชอบทั้งหมดเข้าตัวเอง เพียงแค่ยกมุมปากอย่างถ่อมตัวก็เพียงพอแล้ว
ซิหลงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยืนขึ้นแสดงความเห็นของตัวเอง
“นายท่าน ข้ามีความเห็นมาเสนอ โจรภูเขาเหล่านี้ส่วนใหญ่อายุน้อยและแข็งแรง มิสู้รับพวกเขามาจะได้ช่วยลดปัญหาในการรับสมัครทหาร”
คำแนะนำของซิหลงไม่เลวเลย คนเหล่านี้เป็นโจรภูเขาจนชำนาญ ไม่ควรปล่อยพวกเขาไป ไม่เช่นนั้นต้องยึดครองพื้นที่เป็นราชาภูเขาอีกครั้งแน่
แต่หากไม่ปล่อยจะเลี้ยงพวกเขาไปเปล่า ๆ ก็ไม่ได้ ให้พวกเขาผลาญเสบียงและค่าจ้างไปเช่นนี้ การรับพวกเขาเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว
“อืม คำพูดของกงหมิงไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา เราเป็นกองทัพประจำราชสำนัก ยังต้องรับสมัครทหารจากอำเภอต่าง ๆ” ซิหลงรู้สึกหดหู่ใจ ไม่คิดเลยว่ากลยุทธ์ที่ตัวเองคิดอย่างล้ำลึกจะถูกเล่าเจี้ยงปฏิเสธโดยตรง
“กงหมิงไม่ต้องสลดเช่นนี้ ข้าไม่ได้บอกว่าจะไม่รับพวกเขาเสียหน่อย เอ้อร์ไหล ครั้งนี้เจ้าได้แสดงแสนยานุภาพในสนามรบ ข่มขวัญพวกโจรภูเขาเหล่านี้ได้อย่างอยู่หมัด เจ้ากับกงหมิงไม่ลองไปเลือกคนในหมู่สองหมื่นคนนี้ดูเล่า สรรหาคนที่เพียบพร้อมที่สุดในหมู่พวกเขาห้าพันคนเข้าร่วมกองพลคุ้มกัน”
ซิหลงดวงตาเป็นประกาย พลันฟื้นคืนจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ขึ้นมาทันใด
“ขอรับ ข้าน้อยน้อมรับคำสั่ง”
เตียนอุยกลับมองผู้เป็นนายด้วยความสงสัย
“นายท่าน กองพลคุ้มกันได้รับอนุญาตให้ขยายได้แค่ห้าพันคนเท่านั้นไม่ใช่หรือ?”
เล่าเจี้ยงไม่สนใจ เพียงแค่ส่งสายตาขุ่นเคืองกลับมาให้ เมื่อซิหลงเห็นเช่นนี้ก็รีบดึงเตียนอุยออกไป
“พี่จือหนี่”
ครั้นได้ยินเสียงเรียกของแม่ทัพหลัง กัวหยวนก็ก้าวออกมา
“ขอรับนายท่าน”
“พี่จือหนี่ สถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในที่ราบฮั่นต๋งคืออำเภอเหมียนหยางกับอำเภอลำเต๋ง นายอำเภอเหมียนหยางถูกข้าสังหารไปแล้ว ดังนั้นให้ท่านรับตำแหน่งนายอำเภอเหมียนหยางแทน ในขณะเดียวกันให้ท่านเริ่มทำการเกษตรในอำเภอเหมียนหยางได้เลย”
“ขอบคุณนายท่าน ข้าน้อยจะทำตามที่ได้รับมอบหมาย”
กัวหยวนสั่นไปทั้งร่าง เขาไม่คิดเลยว่าคนที่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นคนแรกจะเป็นเขา
“นายท่าน โจรภูเขาที่เหลือมอบให้ข้าได้หรือไม่ ข้าอยากให้พวกเขาเป็นทหารตันเถียน*[1] กลุ่มแรกในอำเภอเหมียนหยาง”
แน่นอนว่าเล่าเจี้ยงไม่ปฏิเสธ เขาก็มีความตั้งใจเช่นนี้เหมือนกัน
“ย่อมได้ เจ้าไม่พูดข้าก็จะมอบพวกเขาให้เจ้าอยู่แล้ว ข้าไม่อยากเลี้ยงปากคนเหล่านี้โดยเปล่าประโยชน์”
“ขอบคุณนายท่าน”
กัวหยวนพอใจมาก ก่อนถอยกลับไป
“ทุกคน หลังจากการสู้ครั้งนี้ อันตรายที่ซ่อนอยู่ในฮั่นต๋งก็ถูกกำจัดออกไปแล้ว เพื่อเป็นการขอบคุณทุกท่าน ข้าจะซื้อจวนพำนักในอำเภอลำเต๋ง และให้รางวัลแก่พวกเจ้าทุกคน”
ครั้นทุกคนได้ยินว่าไม่เพียงแต่ได้จวนพำนักเท่านั้น แต่ยังได้รับรางวัลอื่น ๆ ด้วย ย่อมยิ้มแก้มปริหน้าบานเป็นธรรมดา ก่อนพากันแสดงความขอบคุณต่อเล่าเจี้ยง
“ขอบคุณนายท่านเป็นอย่างมาก”
“ขอบคุณท่านเจ้าเมืองเป็นอย่างมาก”
[1] ทหารตันเถียน คือทหารการเกษตร โดยวิธีการของระบบตันเถียนคือเมื่อทัพหลวงไปทำศึกที่ใด ก็ส่งเสริมให้ประชาชนบุกเบิกที่ดินแถบนั้นไปพร้อม ๆ กัน