พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 253 การพังพินาศของพัวจิ๋ว
บทที่ 253 การพังพินาศของพัวจิ๋ว
กองโจรไหนเลยจะเคยเห็นกองทหารชั้นยอดเช่นนี้มาก่อน ได้แต่ตกใจกลัวจนเยี่ยวเล็ด ผู้ที่ฝืนพุ่งเข้าโจมตีเมื่อไปถึงตรงหน้ากองพลคุ้มกันมีแค่ถูกฆ่าตายอย่างเดียว
กองพลคุ้มกันมีเพียงทหารห้าร้อยคน ทว่าแต่ละคนสวมชุดเกราะเหล็ก ทั้งยังมีเตียนอุยอยู่ข้างหน้า ในทางกลับกัน อาวุธของกองโจรภูเขาถูกสร้างขึ้นมาอย่างหยาบ ๆ ไม่สามารถสร้างความเสียหายใดเมื่อโดนชุดเกราะเลย เหมือนกับถูกจักจี้เท่านั้น
เบื้องหน้ามีทหารติดชุดเกราะขวางไว้ เบื้องหลังมีทหารม้านับไม่ถ้วนโจมตีเข้ามา ทั้งสองด้านมีห่าเกาทัณฑ์ยิงเข้ามาไม่พัก ท่อนไม้กับหินกลิ้งถูกทิ้งลงมา กองโจรภูเขาที่ปกติรังแกผู้คน ไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ขวัญกำลังใจจึงแตกซ่านทันที
หุบเขาแห่งนี้เหมือนจะกลายเป็นสุสานของกองโจรทุกคน รวมถึงพวกหัวหน้าต่างพยายามดิ้นรนหนีเอาชีวิตรอดด้วยกลัวว่าตัวเองจะตายในนรกบนดินนี้
น่าเสียดาย มีกองทัพโจมตีทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง กองโจรจะหนีไปที่ไหนได้? ตอนนี้ไม่มีทางรอดแล้ว มีแต่ทางสู่นรก
“หากคุกเข่ายอมศิโรราบจะไว้ชีวิต!”
เสียงตะโกนดังมาจากไหนไม่รู้ แต่กองโจรคุกเข่ายอมศิโรราบทันที และไม่นานการต่อสู้ก็หยุดลง เพราะคนนับหมื่นคุกเข่าอยู่บนพื้นโดยไม่มีการต่อต้านใด ๆ
ทหารของเล่าเจี้ยงเริ่มควบคุมตัวกองโจรเหล่านี้ ไม่นานไทสูจู้กับจูล่งที่อยู่ด้านหลังก็เข้ามา ฮองตงเองก็นำทหารนับไม่ถ้วนลงมาจากภูเขา สุดท้ายเอียวหลิมก็ปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเล่าเจี้ยง
“จวิ้นเว่ยเอียว กองโจรไม่มีใครหลุดรอดไปใช่ไหม?”
เอียวหลิมเปลี่ยนท่าทางก่อนหน้า ก่อนคุกเข่าลงอย่างเลื่อมใสในตัวเล่าเจี้ยงทันที
“ท่านเจ้าเมืองวางแผนได้ชาญฉลาดนัก เงียมสานกับข้าได้นำกองกำลังประจำเมืองไปสกัดกั้นอยู่ด้านหลังแล้ว โจรนับหมื่นคนเหล่านี้ไม่สามารถหลบหนีไปได้แน่!”
เล่าเจี้ยงพยุงเอียวหลิมลุกขึ้น จากนั้นเตียนอุยก็คุมตัวโจรอีกสองสามคนเข้ามา ก่อนถีบพวกเขาให้หมอบลงต่อหน้าเล่าเจี้ยง
“นายท่าน พวกนี้คือจอมโจร”
เล่าเจี้ยงมองดู พบว่าเป็นคนที่คุยกับตัวเองเมื่อครู่นี้จริง ๆ
“แม่ทัพหลังไว้ชีวิตข้าด้วย! ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ ถึงทำเรื่องหมิ่นเดชานุภาพของท่านแม่ทัพ ได้โปรดเมตตาข้าด้วย!”
“อยากรอดใช่ไหม? ได้! บอกข้ามาสิว่าเจ้าดักจับข้าที่นี่ได้อย่างไร? อีกทั้งยังระดมพลโจรมามากมาย”
จอมโจรไม่พูดอะไร ทว่าดวงตาล่อกแล่กมองไปทั่ว
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่พูดก็ไม่เป็นไร!”
เล่าเจี้ยงหัวเราะลั่น ก่อนดึงพัวจิ๋วที่อยู่ด้านหลังมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“พี่พัวจิ๋ว หากครั้งนี้ไม่ใช่เพราะท่าน ข้าจะมีโอกาสกำจัดกองโจรเหล่านี้ได้อย่างไร!”
พัวจิ๋วงุนงง ปากอ้าออกกว้าง ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร ก็ได้ยินจอมโจรสาปแช่งด้วยความโกรธ
“ดีนี่เจ้าพัวจิ๋ว! ไอ้สัตว์ร้าย! เจ้าไม่ตายดีแน่! เจ้ามันชั่วจริง ๆ! เราทำเพื่อเจ้าตั้งหลายอย่าง ไยถึงได้ทรยศพวกเรา!”
“ไอ้สารชั่ว! เจ้าทำอย่างนั้นได้อย่างไร! เจ้าอยากครอบครองทรัพยากรเหล่านี้ไว้คนเดียวมิใช่หรอกหรือ? เจ้าพูดสิ!”
พัวจิ๋วมีสีหน้าหม่นหมองลงอย่างสุดขีด เขาชักกระบี่ข้างเอวออกมาหมายจะแทงจอมโจรให้ตาย!
น่าเสียดาย มือของพัวจิ๋วถูกคนจับไว้แน่น ขยับไม่ได้เลยสักนิด!
“ท่านเจ้าเมือง…”
“พี่พัวจิ๋ว ท่านไม่อธิบายให้ข้าฟังหน่อยหรือ?”
เมื่อเห็นใบหน้าที่แสร้งทำเป็นของเล่าเจี้ยง พัวจิ๋วเริ่มเหงื่อกาฬแตกพลั่กทันใด
“ท่านเจ้าเมือง อย่าได้ฟังคำพูดไร้สาระของไอ้ขโมยผู้นี้เด็ดขาด! คำพูดของพวกเขามีความน่าเชื่อถือที่ไหน! ขอท่านเจ้าเมืองปล่อยให้ข้าฆ่าหัวขโมยพวกนี้กับมือด้วยเถิด!”
เมื่อเห็นพัวจิ๋วยังคงเล่นลิ้น เล่าเจี้ยงจึงโบกมือ มีทหารนำอีกคนหนึ่งเข้ามา
“พัวตัน!”
พัวจิ๋วอุทานอย่างตกใจ นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว
“ท่านประมุข! สามวันมานี้ข้าไปหาท่านประมุขไม่ได้เลย คนของจวนเจ้าเมืองไม่อนุญาตให้ข้าพบท่าน พวกฮองตงนั่นไม่ได้ไปสามหัวเมืองตะวันออกเลย เอียวหลิมก็ระดมทหารจากเมืองต่าง ๆ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้”
ขาของพัวจิ๋วอ่อนแรงลงนั่งลงกับพื้นอย่างหดหู่ และยังมองเล่าเจี้ยงด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
“เจ้า… เจ้าทำแบบนี้ทำไม?”
เล่าเจี้ยงหัวเราะคิกคัก เวลานี้เขาอารมณ์ดีมาก จึงไม่ถือสาที่จะพูดคุยกับพัวจิ๋วแม้แต่น้อย
“ทำไมน่ะหรือ เจ้าคิดว่าข้าเชื่อคำโป้ปดงี่เง่าของเจ้าจริงหรือ”
“ข้าทำให้เจ้าสงสัยตรงไหน หรือข้าเผยพิรุธออกมา หรือจะบอกว่าเจ้าเชื่อคำพูดของเอียวหลิมกับเงียมสาน”
พัวจิ๋วยังคงไม่ยอมแพ้ เขาคิดว่าตัวเองไม่มีทางเผยพิรุธแน่นอน และไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเหตุใดเล่าเจี้ยงถึงเล่นงานเขาเช่นนี้
“ไม่ ข้าไม่เชื่อคำพูดของใครง่าย ๆ หรอก เจ้าเองก็ไม่ได้เผยพิรุธออกมา แต่น่าเสียดายที่เจ้ามาพบข้า ทุกสิ่งที่เจ้าคิดว่าสมเหตุสมผล ในสายตาข้ามันผิดปกติและเต็มไปด้วยช่องโหว่”
“ทรัพยากรจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน แต่เจ้ากลับยืนกรานให้ขุนพลของข้าไปสามหัวเมืองตะวันออกแสนไกล ไม่คิดว่ามันน่าสงสัยหรือ?”
พัวจิ๋วส่ายหน้า และไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเล่าเจี้ยง
“เรื่องสามหัวเมืองตะวันตกที่ข้าพูดล้วนเป็นเรื่องจริง เจ้าอิงเรื่องพวกนี้สงสัยข้าหรือ นี่ข้าก็ไม่ได้เป็นฝ่ายพูดก่อน เห็นได้ชัดว่าเจ้าเป็นคนถามคำถามข้า! จะไปหรือไม่ไปก็อยู่ที่เจ้า เกี่ยวอะไรกับข้า!”
เห็นพัวจิ๋วยังคงเล่นลิ้นอยู่อีก เล่าเจี้ยงก็ผายมือไปทางเอียวหลิมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“แล้วเงียมสานกับเอียวหลิมเล่า? ไม่กี่วันมานี้เจ้ายุยงให้ข้าถอดพวกเขาออกจากตำแหน่ง และถึงขั้นเอ่ยถึงทหารประจำเมืองของเขากับเอียวหลิม เจ้าไม่คิดว่ามันน่าสงสัยเกินไปหน่อยหรือ”
พัวจิ๋วยังคงไม่ยอมแพ้ ยังคงต้องการแก้ตัวให้ตัวเองอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่เล่าเจี้ยงไม่ให้โอกาสเขาได้พูดอีก
“เอาเถิด ทำอะไรเกินพอดีก็เท่ากับทำได้ไม่ดีหลักการง่าย ๆ เช่นนี้เจ้าไม่เข้าใจหรือ? เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วอย่าเชื่อว่าจะไม่ถูกจับได้อีกเลย พัวตันสารภาพทุกอย่างออกมาหมดแล้ว!”
ในที่สุดพัวจิ๋วก็ก้มหน้าลง ไม่หวังจะไม่โดนจับได้อีก เมื่อพัวตันสารภาพ ข้อแก้ตัวของเขาทั้งหมดก็ไร้ความหมาย
เล่าเจี้ยงโบกมือ ทหารก้าวเข้าไปจับกุมพัวจิ๋วกับพัวตัน
“ท่านเจ้าเมือง!”
ในเวลานี้เงียมสานที่ซุ่มโจมตีอยู่ด้านหลังก็รีบเข้ามาหาเล่าเจี้ยงด้วยสีหน้าดีใจ
“จวิ้นเฉิงเงียม ดูเหมือนจะเก็บเกี่ยวได้ไม่น้อยเลยนะ”
“ฮ่า ๆ ๆ ทั้งหมดเป็นเพราะแผนอันชาญฉลาดของท่านเจ้าเมืองที่ทำให้เราสามารถปราบหัวขโมยเหล่านี้ได้ คราวนี้เราได้กวาดล้างขโมยในฮั่นต๋งไปหมดแล้ว”
เงียมสานทั้งชื่นชมทั้งรู้สึกขอบคุณต่อเล่าเจี้ยง ตระกูลพัวกับกองโจร สองความชั่วร้ายที่รบกวนเมืองฮั่นต๋งมาหลายปีถูกเจ้าเมืองฮั่นต๋งกำจัดหมดภายในสองเดือน
เล่าเจี้ยงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เขาคาดเดาผลลัพธ์นี้ได้นานแล้ว ถึงอย่างไรก็เป็นกาเหวินเหอออกโรงทั้งที
“โจรพวกนี้ไม่ได้เล็ดลอดไปใช่หรือไม่”
เงียมสานตบหน้าอกเข้าหน้าอกตัวเองรับรองกับเล่าเจี้ยง
“ท่านเจ้าเมืองโปรดวางใจ ข้ารับประกันว่าไม่มีใครหนีออกไปสักคน”
“ดี! ชัยชนะหนนี้ คงไม่พ้นการร่วมมือของทุกคน จูล่ง จืออี้ เจ้าทั้งสองตามหาผู้นำโจร แล้วรีบนำทหารม้าบุกโจมตีรังของพวกเขาให้หมด ข้าคาดว่าคงได้มาไม่น้อย”
เล่าเจี้ยงถือโอกาสตีในตอนที่เหล็กยังร้อน รังสิบกว่ารัง อีกทั้งของมากมายที่อยู่ในนั้นต้องน่าทึ่งมากแน่
“ขอรับ!”
จูล่งกับไทสูจู้ไม่กล้ารอช้า นำจอมโจรที่จับมาได้ไประบุตัวจอมโจรที่เหลือ
“เอ้อร์ไหล ตระกูลพัวมอบให้เจ้าแล้ว จำไว้ ใครที่กล้าขัดขืน ฆ่าให้หมด”
เตียนอุยไม่ชอบพัวจิ๋วมาแต่แรก และเขาตั้งตารอภารกิจนี้มานานแล้วเช่นกัน
“นายท่านโปรดวางใจ ต่อไปในฮั่นต๋งจะไม่มีตระกูลพัวอีก”
ในฮั่นต๋งจะไม่มีตระกูลพัวอีก!
เมื่อคำพูดเหล่านี้ไปถึงหูของเงียมสานกับเอียวหลิมต่างก็อดตัวสั่นไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าเตียนอุยจะโหดเหี้ยมขนาดนี้ ถึงกับจะถอนรากถอนโคนตระกูลพัว
เมื่อทั้งสองเห็นรอยยิ้มเย็นชาของแม่ทัพหลัง ก็ตระหนักได้ว่าคำพูดจากปากเตียนอุยแปดส่วนน่าจะเป็นเจตนาของผู้เป็นนาย
ในที่สุดตระกูลพัวแห่งฮั่นตงที่ยึดครองเมืองฮั่นต๋งมาหลายปีก็ถูกทำลายลงในเงื้อมมือของเล่าเจี้ยง!