พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 252 ข้อต้องห้ามของเตียนอุย!
บทที่ 252 ข้อต้องห้ามของเตียนอุย!
เมื่อเตียนอุยได้รับคำสั่งของเล่าเจี้ยงก็ยกทวนคู่ขึ้นฟ้า ควบม้าไปอยู่แถวหน้าสุด
“ฟังนะไอ้พวกโจร! ใครไม่กลัวตาย ก็เข้ามาหาข้าได้เลย ข้าคนนี้จะทำให้เจ้าลาโลกไปโดยเร็วที่สุด”
เตียนอุยยกทวนใหญ่ยั่วยุพวกโจรอย่างโอหัง อานุภาพนั้นน่าทึ่งมาก
“เฮอะ! ข้าอยู่เมืองฮั่นต๋งมานาน ไม่เคยเห็นคนหยิ่งยโสเช่นเจ้ามาก่อนเลย”
แม้จอมโจรจะกลัวความใหญ่โตของขุนพลทวนคู่ กระนั้นอานุภาพก็ไม่อ่อนแอลงเลยสักนิด ก่อนตะโกนขึ้นมา
“ใครจะจัดการไอ้คนอวดดีนี้ให้ข้า”
“ข้าจะฆ่ามันเอง!”
สิ้นเสียง มีคนผู้หนึ่งออกมาจากกลุ่มโจรถือดาบใหญ่ควบม้าตรงเข้ามาทันที
เตียนอุยไม่สนใจ เพียงรอให้ดาบมาถึงตรงหน้า ถึงเหวี่ยงทวนใหญ่ขึ้น
เคร้ง!
ได้ยินเพียงเสียงดังกระทบกัน ทวนใหญ่กระแทกจนด้ามดาบหักและเจาะทะลุเข้าไปในร่างโจรผู้นั้นตายทันที!
“ฮึ น่าเบื่อ ไม่คิดเลยว่าจะใช้ไม้มาทำเป็นด้ามดาบ”
เตียนอุยไม่ชายตามองคนผู้นี้เลยสักนิด แต่กลับบ่นพวกโจรที่ใช้วัสดุไม้มาทำเป็นอาวุธ
การโจมตีนี้ทำให้พวกโจรต่างตกใจมาก ในหมู่นั้นยังมีบางคนร้องตะโกนออกมา
“พี่รอง!”
จอมโจรคาดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น จึงหันไปปลอบใจคนร้องตะโกนทันที
“หัวหน้าเซวียขอแสดงความเสียใจด้วย! พวกเรายังต้อง … ”
“หุบปาก! คนที่ตายไม่ใช่พี่รองเจ้า เจ้าก็พูดได้สิ… พี่รองของข้า!”
หัวหน้าเซวียผู้นี้ไม่ไว้หน้าจอมโจรเลยสักนิด ตรงข้ามเริ่มตำหนิเขา
เหตุการณ์นี้ถูกเล่าเจี้ยงมองเห็นได้อย่างชัดเจน ในใจเกิดรู้แจ้งขึ้นมาเล็กน้อย
“พี่พัวจิ๋ว ดูเหมือนพวกโจรเหล่านี้จะขัดแย้งกัน ไม่แน่วันนี้เราอาจจะเอาชนะพวกมันได้”
เดิมทีพัวจิ๋วมีสีหน้าโกรธเคือง ครั้นได้ยินเล่าเจี้ยงคุยกับตัวเองถึงพยักหน้าด้วยความอับอายขึ้นมา
“ใช่ ใช่! โจรพวกนี้ไม่มีอะไรน่ากังวลเลย!”
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน โจรอีกคนก็พุ่งออกมา
คนผู้นี้ดูแข็งแกร่งมาก สองมือถือกระบอกไม้เขี้ยวหมาป่าอย่างละกระบอก พลางคำรามพุ่งเข้าใส่เตียนอุย
“ไอ้น่าเกลียดอย่าเพิ่งไป ข้าจะไปเอาชีวิตเจ้าเดี๋ยวนี้!”
เตียนอุยเกลียดคนที่เรียกเขาว่าดำ ว่าน่าเกลียดที่สุด จึงตัดสินใจปลิดชีพคนผู้นี้ทันที
โจรภูเขาใช้ประโยชน์จากแรงม้า พุ่งตรงไปตรงหน้าเตียนอุย สองมือกวัดแกว่งกระบอกไม้เขี้ยวหมาป่าพร้อมกัน หมายทุบใส่เตียนอุยอย่างดุเดือด
เคร้ง!
ทวนคู่กับกระบองไม้เขี้ยวหมาป่าคู่กระแทกกันกลางอากาศ ทั้งสองไม่มีใครกระเด็นออกมา แต่กดกันอยู่อย่างนั้น
“เจ้าเรียกใครว่าไอ้น่าเกลียด”
โจรคนนั้นเห็นเตียนอุยถามด้วยความโกรธก็ไม่รู้สึกกังวลเลยสักนิด ตอนนี้ทั้งสองคนสูสีกัน เขาย่อมไม่กลัวเตียนอุย
“ฮ่า ๆ ๆ ไอ้ตัวดำ ไอ้น่าเกลียด! โตมาหน้าตาแบบนี้ยังไม่วิ่งไปฆ่าตัวตายในที่ไม่มีคนเสียเล่า ยังมีหน้ามาต่อสู้อีก”
“อ๊าก ๆ ๆ น่าโมโหนัก”
นอกจากเล่าเจี้ยงที่สามารถเรียกเขาว่าดำหรือน่าเกลียดได้ หากคนอื่นเรียก เตียนอุยจะสู้กับเขาให้ถึงที่สุดแน่
โจรผู้นี้ได้จุดชนวนความโกรธของเตียนอุยเข้าโดยตรง พลันเขารู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่ออกมาจากกระบอกไม้เขี้ยวหมาป่า
“เจ้า…”
พ่นคำว่า ‘เจ้า’ออกมาได้ไม่ทันไร กระบอกไม้เขี้ยวหมาป่าก็ถูกกดติดร่างของโจรผู้นี้ด้วยแรงมหาศาลของทวนใหญ่
“อั่ก ไว้ชีวิตข้าด้วย! ท่านได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”
เตียนอุยไม่คิดจะปล่อยเขาไป ปล่อยให้กระบอกไม้เขี้ยวหมาป่าเจาะเข้าไปในร่างของโจรผู้นี้ไปทีละน้อย
อนาถมาก! ภาพมันช่างนองเลือดเกินไป
โจรภูเขากรีดร้องออกมาระหว่างถูกอาวุธของตัวเองแทงไปทีละนิดจนตาย
“ฟังนะไอ้พวกโจรทั้งหลาย เตียนอุย ผู้บัญชาการกองพลคุ้มกัน ลูกน้องใต้บัญชาแม่ทัพหลังอยู่ที่นี่แล้ว ยังมีใครกล้าเข้ามาตายอีก!”
เตียนอุยชูทวนใหญ่ขึ้นนภาพร้อมเปล่งเสียงคำรามดั่งฟ้าผ่า เปี่ยมด้วยพลังดั่งภูเขาถล่มพุ่งเข้ากระแทกหน้าพวกโจร
กองโจรมักจะได้แต่รังแกผู้คน ไหนเลยจะเคยเห็นขุนศึกเช่นนี้? คนและม้าต่างตกตะลึง ทั้งขบวนเริ่มตื่นตระหนก
ความเงียบเข้าปกคลุม ทั่วบริเวณเงียบสงัด หลังจากพวกโจรภูเขาสงบลงแล้ว พวกเขาก็ยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบ ๆ ไม่มีใครส่งเสียงใด ๆ เลย
“คนเดียวไม่ไหวก็มาสองคน สองคนไม่ไหวก็มาสี่คน ดาหน้ามาให้หมด ข้าไม่กลัว!”
เตียนอุยให้พวกโจรภูเขาสู้กับตัวเองเป็นกลุ่ม ช่างเป็นการดูถูกเหยียดหยามพวกเขาถึงขีดสุด
“น่าโมโหจริง ๆ ปล่อยให้เจ้าตัวดำคนนี้เย่อหยิ่งอยู่ได้ มีใครไม่กลัวตายอีก ตามข้ามา”
ในที่สุดก็มีคนทนการเหยียดหยามของเตียนอุยไม่ไหว เริ่มระดมนักรบในหมู่โจรภูเขา
“ข้าไป!”
“ข้าไป!”
“ข้าเองก็ไม่กลัวตายเหมือนกัน!”
ในหมู่โจรมีคนออกมาสี่คน พร้อมอาวุธแตกต่างครบมือ ทั้งสี่พุ่งเข้าหาเตียนอุยพร้อมกัน นัยน์ตาแฝงไปด้วยความอาฆาต
น่าเสียดาย ความกล้าหาญนั้นน่ายกย่อง ทว่าความแข็งแกร่งนั้นแตกต่างกันมากเกินไป!
ทันทีที่เข้าปะทะกัน เตียนอุยใช้พละกำลังทั้งหมดโจมตีในคราวเดียว ทวนคู่ปลิดชีพไปหนึ่ง บาดเจ็บไปหนึ่ง เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ มีโจรผู้หนึ่งรู้ว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้จึงหันหัวม้าควบกลับ ทิ้งให้คนหนึ่งตกตะลึงอ้าปากตาค้าง และถูกเตียนอุยจัดการไป
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่คิดเลยว่าคนหลายหมื่นจะเป็นคนขี้ขลาด ไร้น้ำยากันหมด ฮ่า ๆ ๆ”
ได้ยินดังนั้น จอมโจรภูเขาโมโหเตียนอุยมากจนหน้าแดงก่ำ พลางรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง
ฝั่งตัวเองมีคนมากมาย ไยจึงต้องตกลงดวลตัวต่อตัวกับเขาด้วย? ตอนนี้ไม่เพียงให้อีกฝ่ายเหยียดหยามเท่านั้น แต่ยังทำให้ขวัญกำลังเสียอีก ช่างขายหน้านัก!
“เจ้าไอ้ตัวดำช่างอวดดีจริง ๆ เดี๋ยวข้าจะให้ทั้งกองทัพบุกเข้าไป คอยดูว่าเจ้าจะฆ่าได้อีกสักกี่คน”
เมื่อดวลกับขุนศึกไม่ไหว จึงได้แค่อาศัยจำนวนข่ม จอมโจรภูเขาไม่เชื่อว่าตนไร้ทางสู้ แม้เตียนอุยจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่จะสามารถเอาชนะคนนับหมื่นได้หรือ?
“มาสิ! คิดว่าข้ากลัวเจ้าหรือไร ฟังนะไอ้โง่ หากข้าอิดออด ข้าก็ไม่ใช่ยอดชายเตียนอุยแล้ว!”
เดิมจอมโจรภูเขาคิดว่าขุนศึกทวนคู่จะต้องหวาดกลัวเมื่อได้ยินว่าตัวเองจะให้ทั้งกองทัพบุก แต่ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะยิ่งหยิ่งผยอง จึงยิ่งเดือดดาลมากกว่าเดิม
“ดี! ไอ้ผีหน้าผุ ข้าจักคอยดูว่าเจ้าจะโอหังไปได้อีกกี่น้ำ ทั้งหมดฟังคำสั่ง ละ…”
ตูม!
ก่อนที่จอมโจรภูเขาจะพูดจบ ก็เกิดเสียงดังมาจากด้านหลังพร้อมพื้นดินสั่นสะเทือน
เหตุการณ์อันน่าตกใจเริ่มต้นขึ้น ตามมาด้วยเสียงดังมาจากทั้งสองด้านและธงปลิวไสว ทหารต้าฮั่นนับไม่ถ้วนปรากฏตัวขึ้น และยิงเกาทัณฑ์ใส่พวกโจรอย่างบ้าคลั่ง ไปพร้อมกับทิ้งก้อนหินกลิ้งลงมา
“แย่แล้วหัวหน้า! ทหารม้านับไม่ถ้วนกำลังบุกโจมตีด้านหลัง ดูแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นคน”
“อะไรนะ ทหารม้าหมื่นคน!”
จอมโจรเบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยแม้แต่น้อย ทหารม้าหมื่นคนมาจากส่วนไหนของเมืองฮั่นต๋งกัน?
ในตอนที่จอมโจรตกตะลึงอยู่นั้น กองทหารม้าหัวหอกที่นำโดยไทสูจู้และจูล่งแปรเป็นกงล้อขนาดใหญ่ บดขยี้ด้านหลังสุดของกองทัพโจรอย่างต่อเนื่อง
ผ่านไปไม่นาน จอมโจรรู้สึกว่าทหารที่อยู่ด้านหลังเบียดมาข้างหน้า อีกทั้งตรงกลางเกิดการเหยียบกันแล้ว ในกองทัพเริ่มมีคำสบถหยาบ
“ไม่ดีแน่! หากเป็นเช่นนี้ต่อไปจบแน่ เร็ว! บุกเข้าไป! ฆ่าเล่าเจี้ยงให้ข้า!”
พวกโจรถูกฝืนด้วยคำสั่งของฝู้นำ จึงทำได้เพียงรุดตีไปข้างหน้าด้วยกำลังทั้งหมด แต่พวกเขาไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่าเบื้องหน้าตอนนี้ไม่ใช่เตียนอุยคนเดียวแล้ว แต่มีกองทหารหุ้มเกราะห้าร้อยนายกำลังรออยู่เต็มขบวน
“กองพลคุ้มกัน!”
หลังจากเสียงคำรามของเตียนอุย ทหารหุ้มเกราะห้าร้อยนายก็กู่ร้องอย่างตกตะลึงออกมา
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”