พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 251 โจรภูเขานับหลายหมื่น
บทที่ 251 โจรภูเขานับหลายหมื่น
ตามที่แม่ทัพหลังคาดการณ์ไว้ ยี่สิบวันต่อมา ในที่สุดซุนเขียนก็นำทรัพยากรมาถึงด่านเองเปงก๋วน เล่าเจี้ยงจึงพาพัวจิ๋วไปรออยู่นอกด่าน
“นายท่าน”
เมื่อซุนเขียนเห็นเล่าเจี้ยงก็เร่งรุดเดินเข้าไปหาพลางโค้งคำนับ
“กงโหย่ว รีบลุกขึ้นเร็ว ครั้งนี้ท่านสร้างผลงานมากจริง ๆ”
เล่าเจี้ยงพยุงซุนเขียนขึ้นด้วยใบหน้าเปี่ยมความปลื้มปีติ อดอุทานไม่ได้ว่าผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ไม่มีใครธรรมดาสักคน
“นายท่าน ท่านนี้คือ?”
ซุนเขียนสังเกตเห็นคนแปลกหน้ายืนอยู่ข้างเล่าเจี้ยง
“อ้อ ข้าขอแนะนำให้เจ้ารู้จัก ผู้มีความสามารถยอดเยี่ยมในเมืองฮั่งต๋ง พัวจิ๋ว ครั้งนี้ต้องขอบคุณพี่พัวจิ๋ว ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่มีคนให้ใช้”
ซุนเขียนเป็นฝ่ายเคารพก่อน พัวจิ๋วเองก็ไม่กล้าเสียมารยาทจึงคำนับกลับ
“นายท่าน พวกฮองตงเล่า?”
ซุนเขียนมองไปรอบ ๆ เห็นเพียงเตียนอุยจึงอดสงสัยไม่ได้
เล่าเจี้ยงไม่สนใจ แค่อธิบายอย่างลวก ๆ
“พวกฮองตงสี่คนไปรับสมัครทหารที่สามหัวเมืองตะวันออกแล้ว”
“ท่านเจ้าเมือง นี่มันก็สายแล้ว พวกเรารีบออกเดินทางกันเถิด กลับไปถึงอำเภอลำเต๋งเร็วจะได้สบายใจมากขึ้น”
พัวจิ๋วรีบหยุดทั้งสองไว้ ในขณะที่ซุนเขียนยังต้องการเสวนากับนายท่าน
เล่าเจี้ยงพยักหน้า เมื่อเห็นกองทรัพยากรต่าง ๆ ที่กองสูงดุจภูเขา ก็รู้สึกไม่สบายใจจริง ๆ
“ไม่เลวเลยพี่พัวจิ๋ว คนของท่านลำเลียงได้เร็วมาก หลังจากส่งมอบเสร็จสิ้น เราจะกลับไปที่อำเภอลำเต๋งทันที”
พัวจิ๋วขยิบตาให้ผู้ติดตามที่อยู่ข้าง ๆ เห็นผู้ติดตามคนนั้นโบกมือ คนสามหมื่นคนก็กรูไปข้างหน้า
ใช้เวลาไม่นาน ในจัดการเก็บทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ในที่สุดพวกแม่ทัพหลังก็เดินทางกลับ
บางทีอาจตื่นเต้นเกินไปที่เห็นกองเสบียง เล่าเจี้ยงหน้าระรื่นมาตลอดทางระหว่างพูดคุยกับพัวจิ๋ว
“พี่พัวจิ๋ว ท่านยังไม่รู้อะไร หากข้ามีทรัพยากรเหล่านี้ กบฏในใต้หล้าหรือจะเป็นศัตรูกับข้า”
พัวจิ๋วยังแย้มยิ้ม และชมเชยแม่ทัพหลังไม่หยุด
“ใช่ ใช่ ท่านเจ้าเมืองไร้ศัตรูอยู่แล้ว ข้าว่ากลุ่มกบฏเลียงจิ๋วคงจะถูกทำลายลงในไม่ช้า”
“ฮ่า ๆ ๆ พูดได้ดี เมื่อกลับไปถึงลำเต๋ง ข้าจะถอดเอียวหลินจากตำแหน่งจวิ้นเว่ย ถึงตอนนั้นพี่พัวจิ๋วช่วยเป็นกำลังให้ข้าอีกแรงได้หรือไม่?”
พัวจิ๋วปีติยินดี รีบพยักหน้าตกลงอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณท่านเจ้าเมืองที่ให้ความสำคัญ พัวจิ๋วซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง ข้าจะสนับสนุนท่านเจ้าเมืองอย่างเต็มที่”
จากด่านเองเปงก๋วนเดินทางไปถึงลำเต๋ง ระหว่างทางต้องผ่านอำเภอเหมี่ยนเสี้ยนเท่านั้นซึ่งเป็นทางผ่านสุดท้าย เมื่อข้ามพ้นไปก็จะถึงที่ราบฮั่นต๋ง ถึงตอนนั้นคงเห็นถิ่นทุรกันดารไม่มีจบสิ้น
พวกเล่าเจี้ยงเดินทางอย่างราบรื่น ไม่เจออุปสรรคใด ๆ บนเส้นทางคดเคี้ยวบนภูเขาเลย และใกล้จะถึงอำเภอเหมี่ยนเสี้ยนแล้ว
“พี่พัวจิ๋ว ออกจากปากหุบเขาตรงหน้าไปก็ถึงอำเภอเหมี่ยนเสี้ยนแล้วใช่ไหม? ถึงตอนนั้นก็รีบเดินทางให้เร็วที่สุดได้”
พัวจิ๋วทอดมองเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย ราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่เล่าเจี้ยงพูด
“พี่พัวจิ๋ว พี่พัวจิ๋ว?”
เล่าเจี้ยงเรียกอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็ทำให้อีกฝ่ายได้สติกลับมาได้
“หา? ท่านเจ้าเมืองมีเรื่องอันใดหรือ?”
ขณะที่เล่าเจี้ยงจะเอ่ยปากพูด ก็ได้ยินเสียงโห่ร้องสังหารดังมาจากเบื้องหน้า
มันใกล้เข้ามา และขวางทางพวกแม่ทัพหลังเอาไว้
“พวกโจร!”
พัวจิ๋วตะโกนเสียงดังเกินไปมาก ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที
เล่าเจี้ยงเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แม้แต่ม้าศึกที่เขานั่งก็เริ่มวิ่งพล่านด้วยความตกใจ
“หากไม่อยากตายก็ทิ้งของไว้ คุกเข่ายอมศิโรราบเสีย ไม่เช่นนั้นจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด!”
ในกกกลุ่มโจรมีคนหนึ่งเดินออกมา และเริ่มตะโกนเสียงดังใส่เล่าเจี้ยง
“โจรขโมยจากที่ไหนกัน ไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร?”
จะว่าอย่างไรแม่ทัพหลังก็กรำศึกมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำแล้ว จะตกใจกลัวพวกโจรเหล่านี้ได้อย่างไร เพียงถามด้วยเสียงดุดัน
“ฮ่า ๆ ๆ รู้สิ ไยจะไม่รู้ แม่ทัพหลังเล่าเจี้ยงปะไร”
“ในเมื่อเจ้ารู้จักข้า ยังกล้ามารนหาที่ตายอีกหรือ?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
จอมโจรแหงนหน้าหัวเราะขึ้นฟ้า มองเล่าเจี้ยงด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
“แม่ทัพหลัง เจ้ามีทหารอยู่เพียงห้าร้อยนาย หรือท่านสู้กับเราสามหมื่นคนได้? บอกตามตรงเพื่อจัดการกับเจ้า พวกเราผู้นำโจรสิบสองคนร่วมมือกัน ระดมทหารทั้งหมดมาจัดการเจ้าโดยเฉพาะเลยนะ!”
เล่าเจี้ยงตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ก่อนถามเสียงสั่นเทา
“เจ้า …เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
ท่าทางขลาดกลัวของแม่ทัพหลังทำให้โจรภูเขาหัวเราะลั่นอีกครั้ง สายตาที่มองเขาก็ยิ่งไม่แยแส
“แม่ทัพหลัง พวกเราโจรภูเขามีคุณธรรมความเมตตาต่อสรรพชีวิต ไม่ชอบการคร่าเอาชีวิตใคร หากวันนี้เจ้าปล่อยของเหล่านี้ทิ้งไว้ที่นี่ได้ พวกเราก็จะปล่อยเจ้าไป ว่าอย่างไร?”
เล่าเจี้ยงไม่ตอบ คิ้วย่นเข้าหากันแน่น เห็นได้ชัดว่าตกอยู่ในความคิด
ในเวลานี้พัวจิ๋วที่อยู่ด้านข้างก็รีบเอ่ย
“ท่านเจ้าเมือง สถานการณ์ตอนนี้อันตรายยอมทำตามไม่ดีหรือ ตราบเท่าที่ยังมีชีวิตย่อมยังมีความหวัง? มิสู้รอระดมพลทหารแล้วค่อยมาปราบปรามก็ยังไม่สาย”
เล่าเจี้ยงส่ายหน้าปฏิเสธข้อเสนอของพัวจิ๋ว
“ไม่ได้ ทรัพยากรเหล่านี้เป็นหลักประกันในการป้องกันเมืองฮั่นต๋ง จะเสียไปไม่ได้เด็ดขาด ข้าจะสู้กับพวกเขาจนตัวตาย”
“ท่านเจ้าเมือง…”
พัวจิ๋วยิ่งวิตกกังวล เหงื่อที่ผุดพรายทั่วกรอบหน้าหยดไหล
“ท่านมีทหารเพียงห้าร้อยนายเองนะ จะเอาชนะคนสามหมื่นคนเหล่านี้ได้อย่างไร? มันไม่เป็นการเอาไข่ไปกระทบหินหรอกหรือ?”*[1]
“ยังมีคนของเจ้าอีกสามพันคนไม่ใช่หรือ?”
เล่าเจี้ยงชี้ไปที่ข้ารับใช้ของพัวจิ๋วที่อยู่ข้างหลัง แต่ไม่คิดเลยว่าพัวจิ๋วจะหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆ ๆ ท่านเจ้าเมืองล้อเล่นหรือไร? ข้ารับใช้ของข้าเคยเห็นสถานการณ์เช่นนี้ที่ไหนกัน? เมื่อสงครามเริ่มขึ้น ต้องหนีกันกระเจิดกระเจิงแน่”
แม่ทัพหลังยิ่งฟังก็ยิ่งมีสีหน้าอึมครึม พลางมองไปที่พัวจิ๋วอย่างคาดโทษ
“พี่พัวจิ๋วหมายความเช่นไร ข้ารับใช้สามพันคนนี้จะไม่เข้าร่วมต่อสู้หรือ?”
พัวจิ๋วเปลี่ยนท่าทีก่อนหน้านี้ และพยักหน้า
เล่าเจี้ยงจึงไม่มองเขาอีก ก่อนตะโกนเสียงดังใส่จอมโจร
“ฟังนะไอ้หัวขโมย หากอยากได้ทรัพยากรของข้า ก็มาเอาไปได้เลย! ขอแค่เจ้าสามารถเอาชนะขุนศึกคนนี้ของข้าได้ ข้าจะมอบทรัพยากรเหล่านี้ให้!”
“ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าปล้นข้าเด็ดขาด ข้าเล่าเจี้ยงไม่ใช่คนรังแกได้ง่ายอย่างแน่นอน แม้พวกเจ้าจะฝืนโจมตี ก็ต้องจ่ายอย่างหนักหน่วง!”
น้ำเสียงของเล่าเจี้ยงหนักแน่นมาก ขณะยกดาบใหญ่ในมือขึ้นชี้หน้าศัตรู
ทว่าจอมโจรปฏิเสธคำขอดวลตัวต่อตัวโดยไม่คิด
“ฝันไปเถิด! ข้ามีทหารถึงสามหมื่นนาย เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาเอ่ยข้อต่อรองกับข้า! ข้าจะถามเจ้าอีกครั้งว่าจะให้หรือไม่ให้”
ในระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายตึงเครียด พัวจิ๋วที่อยู่ข้างแม่ทัพหลังก็ลุกขึ้นมาตะโกนเสียงดังใส่จอมโจร
“ฟังนะไอ้หัวขโมย! แม่ทัพหลังหาใช่คนมีชื่อเสียงจอมปลอม กองทัพโพกผ้าเหลืองและกองทัพซีเหลียงหลายแสนคนล้วนไม่อยู่ในสายตา หากพวกเจ้ากล้าเข้ามาก็ต้องตายเป็นผีไม่มีศาลอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน!”
ไม่คิดเลยว่าทันทีที่พัวจิ๋วกล่าวเช่นนี้ออกไป จอมโจรจะตกอยู่ในความคิด หลังจากนั้นไม่นานก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ตกลง ข้าจะให้โอกาสเจ้า แต่อย่าเล่นอะไรตุกติก ไม่เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าตายศพไม่สวยแน่”
เล่าเจี้ยงยิ้มบาง พลางตะโกนออกมาสองคำ
“เอ้อร์ไหล!!”
[1] เอาไข่ไปกระทบหิน (以卵击石) อุปมาว่าไม่รู้จักประมาณตน ทำให้ตนเองต้องตาย