พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 238 อาการป่วยของฮองสู่
บทที่ 238 อาการป่วยของฮองสู่
“นายท่าน หรือข้าน้อยเดาผิด?”
กาเซี่ยงเผยสีหน้าประหลาดใจ เขาคาดเดาตามสถานการณ์ในเลียงจิ๋ว ตรึกตรองซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
“ไม่หรอก เจ้าวิเคราะห์ได้ครบถ้วนและถูกต้อง เพียงแต่เจ้าประเมินฝ่าบาทของเราสูงเกินไป”
เมื่อเห็นท่าทางได้ใจของเล่าเจี้ยง กาเซี่ยงก็แสร้งทำเป็นขอคำแนะนำ
“ขอนายท่านโปรดชี้แนะด้วย!”
เล่าเจี้ยงรู้สึกภูมิใจอยู่บ้าง เขาไม่คิดเลยว่าจะทำให้จิ้งจอกเฒ่าอย่างกาเซี่ยงขอคำชี้แนะจากตัวเองได้
“ฝ่าบาทวางแผนให้ข้านำทัพไปแคว้นเลียงจิ๋ว กวาดล้างพวกเปียนจางให้สิ้นซากและฟื้นฟูเลียงจิ๋วกลับคืนมาตั้งแต่แรกแล้ว ทว่าเมื่อข้าขอกองทัพสองแสนนายกับค่าเสบียงและหญ้าในหนึ่งปีครึ่ง ฝ่าบาทกลับลังเลจากนั้นก็ปฏิเสธเงื่อนไขนี้”
“หากคิดพึ่งพาท้องพระคลังในการสนับสนุน นั่นเป็นความคิดเพ้อฝันลม ๆ แล้ง ๆ เหตุใดครั้งก่อนเตียวอุ๋นถึงพ่ายอย่างสิ้นเชิงเล่า? เตียวอุ๋นโง่เขลา บัญชาการมั่วซั่วเป็นแค่เหตุผลหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือขาดการสนับสนุนเสบียงและหญ้าต่างหาก ดังนั้นเตียวอุ๋นจึงอยากรบให้จบโดยเร็วจึงเป็นโอกาสของพวกเปียนจาง”
“ยกทัพไปซีเป่ยครั้งนี้ ท้องพระคลังไม่สามารถให้การสนับสนุนได้แน่ ดังนั้นฝ่าบาทต้องควักเงินตัวเองจ่าย ฝ่าบาทของเรารักเงินดั่งชีวิตจะควักเงินตัวเองได้อย่างไร? พระองค์ปฏิเสธข้อเสนอของข้าทันที! พวกเจ้ารู้ไหมว่าตอนที่ฝ่าบาทลังเลเขากำลังคิดอะไร?”
กำลังคิดอะไรน่ะหรือ? คำถามของเล่าเจี้ยงทำให้ทุกคนงง เรื่องนี้ยังต้องถามด้วยหรือ? ฝ่าบาทก็ต้องครุ่นคิดว่าจะควักเงินจ่ายหรือเปล่าน่ะซี
ทุกคนส่ายหน้า พวกเขารู้ว่าไม่ใช่คำตอบนี้อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเล่าเจี้ยงคงไม่ถามขึ้นมา มีเพียงเสียงพึมพำของเตียนอุยเท่านั้นที่เล็ดลอดออกมา
“ยังจะคิดอะไรได้? ก็คิดถึงเงินน่ะสิ”
“ใช่ กล่าวได้ถูกต้อง!”
เล่าเจี้ยงอุทานอย่างตกใจ พลางยกนิ้วให้เตียนอุย
เตียนอุยยิ้มหน้าบานและเผลอดีใจจนลืมตัว
“ฮ่า ๆ ๆ สุดท้ายก็ยังต้องเป็นมันสมองของข้า!”
เล่าเจี้ยงเพิกเฉยต่อท่าทางได้ใจของเตียนอุยและมองไปที่ทุกคนเพื่ออธิบาย
“ฝ่าบาทของเราคำนวณในใจว่าตำแหน่งในแคว้นเลียงจิ๋วเหล่านี้จะขายได้เงินเท่าไร หากขายได้ไม่พอกับเงินสนับสนุนกองทัพก็จะปฏิเสธอย่างเฉียบขาด”
“ข้าไม่ได้สร้างเรื่องขึ้นมา ฝ่าบาททรงคิดเช่นนั้นแน่นอน!”
หลังจากฟังเล่าเจี้ยงอธิบาย ทุกคนมีคำอยู่ในใจสองคำ ‘เกินจริง’
คำกล่าวนี้เกินจริงไปแล้ว ฟังดูน่าขันยิ่งนัก
กษัตริย์แห่งแผ่นดินจะยอมสละแผ่นดินของตัวเองและนั่งดูศัตรูก้าวหน้าเพราะตัดใจจากเงินไม่ได้หรือ?
“นายท่าน ฝ่าบาทไม่เข้าใจหลักการเลี้ยงลูกเสือลูกตะเข้รึ? แบบนี้ไม่เท่ากับเป็นการนั่งดูเลียงจิ๋วล่มสลายหรอกหรือ? หากถึงตอนนั้นกลุ่มกบฏรวมตัวกันทั่วทั้งเลียงจิ๋ว แล้วกวนจงจะทำอย่างไรเล่า? ยังจะตัดแล้วตัดอีกหรือ?”
ซิหลงโกรธมาก เขาไม่เข้าใจลกเอี๋ยงและไม่เข้าใจพระเจ้าเลนเต้ยิ่งกว่า แม้จะได้ยินมากับหูว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันบัดซบ ขายตำแหน่งขุนนาง แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะรักเงินถึงขนาดนี้
“ความคิดของฝ่าบาทพวกเรามิอาจประมาณได้ สิ่งที่เราต้องทำคือเปลี่ยนจากข้อเสียเปรียบเป็นข้อได้เปรียบ เปลี่ยนจากโดนกระทำเป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน!”
เล่าเจี้ยงเข้าใจเหตุผลที่ซิหลงจะโกรธ อีกฝ่ายในตอนนี้ยังคงเป็นชายหนุ่มผู้ภักดีและรักชาติ เขาจึงไม่พูดอย่างตรงไปตรงมาเกินไปนัก
“ข้าได้เสนอแผนการต่อฝ่าบาทแล้ว นั่นคือให้แม่ทัพปราบเถื่อนตั๋งโต๊ะ รักษาการอยู่ที่เมืองเหมยหยาง และสนับสนุนให้ฮองฮูสงรักษาการณ์ที่เมืองเฉินชาง ส่วนข้าให้รับตำแหน่งเจ้าเมืองฮั่นต๋ง หากกองทัพเสเหลียงบุกเข้ามากะทันหันก็มีเมืองเหมยหยางกับเมืองเฉินชางรักษาการณ์อยู่จึงยากที่จะบุกเข้าดินแดนซานฟู่ได้ อีกทั้งกองทัพเรายังสามารถใช้เส้นทางเขากิสานคุกคามเมืองเทียนสุ่ยเพื่อบรรลุจุดประสงค์กองกำลังทหารที่แข็งแกร่งด้วย!”
มันง่ายขนาดนี้เลยหรือ?
กาเซี่ยงประหลาดใจ ตำแหน่งเจ้าเมืองฮั่นต๋งได้มาง่าย ๆ ขนาดนี้เลยรึ?
“นายท่าน ฝ่าบาททรงเห็นด้วยแล้วหรือ?”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ยืนยันคำตอบกับกาเซี่ยง
“ใช่ อีกไม่กี่วันเรื่องนี้ต้องยุติลงอย่างแน่นอน!”
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากเล่าเจี้ยง แม้แต่เฒ่าเจ้าแผนการอย่างกาเซี่ยงยังยับยั้งความยินดีในใจไม่ได้ สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น
อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าพยายามกลับไม่ได้ แต่เมื่อจะได้มากลับไม่ต้องออกแรง? อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าผู้ถูกเลือก? อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าการลุกผงาดอันมิอาจขวางกั้น?
เกรงว่า… คงจะเป็นอย่างนี้
ก่อนหน้านี้คิดวิธีนับไม่ถ้วน วางแผนไว้หลากหลายเพียงเพื่อตำแหน่งเจ้าเมืองฮั่นต๋ง แต่ไม่คิดเลยว่าพระเจ้าเลนเต้จะเอามาป้อนให้ถึงปาก
เจ้าเมืองฮั่นต๋ง! มีเพียงได้รับตำแหน่งนี้เท่านั้นจึงจะเป็นก้าวแรกอย่างแท้จริง! นับเป็นก้าวที่สำคัญและมั่นคงที่สุด
เหตุที่กาเซี่ยงไม่กล้าชะล่าใจ เป็นเพราะเล่าเจี้ยงยังไม่มีฐานที่มั่นเป็นของตัวเองจริง ๆ ไม่ว่าเล่าเจี้ยงจะมีอำนาจแค่ไหน แค่ตัวอยู่ในลกเอี๋ยงก็ต้องพึ่งพาผู้อื่นเสมอ ต่อให้เป็นขุนพลพิทักษ์ ขุนพลทหารม้ารถศึก หรือเป็นแม่ทัพใหญ่แล้วอย่างไร? พระเจ้าเลนเต้ยังคงสามารถกำหนดความเป็นตายของเขาได้ด้วยคำพูดเดียว!
แต่เมื่อมีเมืองฮั่นต๋งสถานการณ์ก็ต่างออกไป หากบีบเล่าเจี้ยง เขาสามารถร่วมมือกับกองทัพเสเหลียงและเลือกที่จะก่อกบฏได้!
นอกจากซิหลงแล้ว ทุกคนในห้องต่างก็มีความสุขมาก ไม่ใช่แค่ตื่นเต้นเพียงเล็กน้อย
“วันนี้ที่เรียกทุกคนมาที่นี่ก็เพื่อแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน พวกเราจะออกเดินทางไปเมืองฮั่นต๋งเร็ว ๆ นี้ ทุกคนต้องจัดเตรียมข้าวของทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือยุทโธปกรณ์ หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ช่วงนี้เราจะยังไม่กลับมา”
เหตุที่เล่าเจี้ยงจึงแจ้งขุนพลใต้บัญชาตัวเองทันทีก็เพื่อให้พวกเขารีบเตรียมตัวโดยเร็วที่สุด เมื่อมีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าเมืองฮั่นต๋งลงมา พวกเขาจะออกเดินทางทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น
“ขอรับ! พวกเราจะทำตามที่นายท่านสั่ง”
ทุกคนประสานมือรับคำสั่ง ไม่ต้องให้เล่าเจี้ยงพูดอะไรมาก พวกเขาจะจัดการให้เร็วที่สุด
“กงต๋า เจ้าติดต่อกับทางเว่ยจี้สักหน่อย เงินห้าพันตำลึงทองต้องส่งมาทันที”
“ห้าพันตำลึงทอง? นายท่านขอเงินเว่ยจี้หรือ?”
ซุนฮิวประหลาดใจมาก ไม่คิดเลยว่าการที่เล่าเจี้ยงไปหาซิหลงครั้งนี้ยังหาเงินก้อนหนึ่งมาด้วย
“ฮ่า ๆ ข้าไม่ได้ขอแต่ยืมมา ข้ายืมจากเว่ยจี้!”
“หลังจากที่เราไปถึงเมืองฮั่นต๋ง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะถูกย้ายจากพระคลังไปยังจวนผู้ตรวจการเอ๊กจิ๋ว ไม่รู้ว่าพวกเจ้าเคยได้ยินเรื่องซี่เจี่ยนผู้ตรวจการแคว้นเอ๊กจิ๋วหรือไม่ คนผู้นี้ใช้เงินซื้อตำแหน่ง หากเราอยากได้เงินจากเขา เกรงว่าจะไม่ง่าย”
ซุนฮิวเข้าใจความหมายของเล่าเจี้ยงจึงเข้ารับหน้าที่สำคัญนี้ทันที
“นายท่านโปรดวางใจ ภายในสามวันข้าต้องทำให้เว่ยจี้มอบเงินมาให้ได้ ถึงตอนนั้นนายท่านส่งคนไปรับเถิด จะได้ป้องกันไม่ให้เงินสูญหาย”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าตกลง การส่งกองทหารไปเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว หากเว่ยจี้ส่งเงินให้เล่าเจี้ยงแต่ถูกปล้นไปกลางคัน เช่นนั้นเล่าเจี้ยงคงไม่มีที่ไหนให้ร้องไห้ได้อีก
“จูล่ง จืออี้ พวกเจ้าสองคนปฏิบัติตามคำสั่งของท่านกุนซือ จำไว้ว่าต้องนำเงินกลับมาให้ข้าอย่างปลอดภัย!”
ไทสูจู้ จูล่งยืนตัวตรงและรับปากกับเล่าเจี้ยง
“นายท่านโปรดวางใจ จะไม่มีทางเกิดเรื่องผิดผลาดแน่นอน!”
เล่าเจี้ยงพยักหน้า รู้สึกมั่นใจในทั้งสองคนอย่างเต็มเปี่ยม
“เอาเถิด ฮองตงอยู่ก่อน ส่วนคนที่เหลือไปเตรียมตัวเถิด!”
ทุกคนพากันยืนขึ้น ประสานมือคำนับและจากไป ภายในห้องจึงเหลือเพียงเล่าเจี้ยงกับฮองตง
“นายท่าน มีอะไรจะสั่งข้าหรือ?”
เล่าเจี้ยงส่ายหน้า แล้วเดินไปอยู่ตรงหน้าฮองตง
“ฮั่นเซิง อาการป่วยของฮองสู่เป็นอย่างไรบ้าง? ดีขึ้นหรือยัง?”
ตั้งแต่แต่งงานกับเล่าอวิ๋น เล่าเจี้ยงได้รับใบโสมกับรากโสมมามากมายจึงให้ฮองสู่ใช้ทันที
ดวงตาของฮองตงทอประกายความซาบซึ้งใจออกมา ไม่คิดเลยว่าเวลานี้เล่าเจี้ยงยังคงคิดถึงลูกชายของเขา
“ขอบคุณนายท่านที่คิดถึงลูกข้าน้อย อาการป่วยของฮองสู่ดีขึ้นอย่างมาก ท่านหมอจงจิ่งมาตรวจดูแล้วบอกว่าอาการเขาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่…”
เมื่อเห็นฮองตงเผยสีหน้าลำบากใจ เล่าเจี้ยงก็บอกให้เขาเอ่ยความยากลำบากออกมา
“เพียงแต่อะไร? ไม่เป็นไร เจ้าพูดออกมาเถิด”
“เพียงแต่จะขาดยาไม่ได้…”
ฮองตงมีสีหน้าสิ้นหวังเต็มประดา เขารู้ว่าไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้ แต่ก็ทนเห็นลูกชายตัวเองตายเพราะอาการป่วยไม่ได้
เมื่อเล่าเจี้ยงได้ยินคำพูดของฮองตงก็รู้สึกโล่งใจทันที เขาคิดว่าฮองสู่ต้องกินโสมคนเสียอีก!
“นี่ไม่เป็นไร เจ้าไม่ต้องกังวล ทุกเดือนเจ้าส่งคนไปที่จวนแม่ทัพหลังเถิด ข้าจะให้ว่านเหนียนเอายาให้”
ฮองตงไม่รู้จริง ๆ ว่าจะแสดงความขอบคุณต่อเล่าเจี้ยงอย่างไรจึงคุกเข่าลงกับพื้น
“นายท่านมีเมตตา ทั้งชีวิตนี้ข้ายากจะตอบแทน!”
“ลุกขึ้นเถิดฮั่นเซิง ครั้งนี้เดินทางไกลไปฮั่นต๋ง พวกเราไม่สามารถพาครอบครัวไปด้วยได้ ต้องจัดการเรื่องในครอบครัวให้ดี”
“นายท่านโปรดวางใจ ข้าจะจัดการอย่างเหมาะสมแน่นอน”
เล่าเจี้ยงพยักหน้า เขารู้สึกจนใจ คนในครอบครัวต้องอยู่ในลกเอี๋ยง นี่เป็นกฎที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
เล่าเจี้ยงที่เพิ่งแต่งงานกับภรรยาคนสวยถึงสองคน ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแยกจากพวกนางอย่างไม่เต็มใจ…