พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 237 ขบวนทัพอันโอ่อ่าหรูหรา
บทที่ 237 ขบวนทัพอันโอ่อ่าหรูหรา
ลกเอี๋ยง จวนแม่ทัพหลัง
ห้องประชุมที่เดิมทีกว้างขวางกลับกลายเป็นแน่นขนัด พวกขุนพลมีซิหลงเพิ่มมาอีกคน รวมกันเป็นห้าคน ส่วนที่ปรึกษาและอาลักษณ์มีกัวหยวนกับซุนเขียนเพิ่มมารวมเป็นสี่คน
เล่าเจี้ยงนั่งอยู่บนที่นั่งหลัก ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ความปีติยินดีในใจยังคงมิอาจสงบลงได้
“ทุกท่านที่อยู่ที่นี่บางคนเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตาย บางคนคบหากันมาหลายปี ข้าเล่าเจี้ยงไม่เคยมองพวกเจ้าเป็นลูกน้อง แต่มองพวกเจ้าเป็นสหาย เป็นพี่น้องมาโดยตลอด!”
หากคนนอกมาได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากเหล่านี้ต้องไม่มีใครเชื่อแน่ ถึงอย่างไรสถานะก็ต่างกันเกินไป ผู้ใต้บังคับบัญชาของล่าเจี้ยงแทบจะเป็นพลเรือนในระดับต่ำสุดในสังคม
เล่าเจี้ยง แม่ทัพหลังผู้สูงส่ง เชื้อพระวงศ์ฮั่น อีกทั้งยังเป็นราชบุตรเขยราชวงศ์ปัจจุบัน เขาสูงศักดิ์เพียงใด? อย่าว่าแต่คนธรรมเหล่านี้เลย แม้แต่ตระกูลธรรมดา ๆ ก็ยังยากที่จะเข้าตาเขา!
โดยเฉพาะซิหลงที่เพิ่งเข้าร่วมใหม่ ไม่ว่าเล่าเจี้ยงจะดีกับเขาเพียงใด เห็นเขาเป็นสหายพี่น้องแค่ไหน ซิหลงก็ไม่กล้าคิดเช่นนั้นจริง ๆ ถึงอย่างไรความแตกต่างระหว่างพวกเขาก็มีมากเกินไป สถานะเองก็ต่างกัน ในใจซิหลงถือว่าเล่าเจี้ยงเป็นนายของเขา ไม่มีความคิดอื่นเลย
ทว่าเมื่อเห็นสายตาของคนอื่น ๆ ในห้อง ซิหลงอดรู้สึกสั่นไหวในใจไม่ได้
จริงใจมาก! ดวงตาของทุกคนไม่เพียงเผยให้เห็นความเคารพที่มีต่อเล่าเจี้ยงเท่านั้น แต่ยังมีความปลื้มและขอบคุณอย่างสุดซึ้งอีกด้วย หากเล่าเจี้ยงไม่ได้ทำเหมือนอย่างที่พูด ทุกคนไม่มีทางเผยแววตาเช่นนี้ออกมาแน่
สำหรับที่ปรึกษาและอาลักษณ์ทั้งสี่คน ซิหลงไม่ค่อยเข้าใจมากนัก ทว่ากับขุนพลเหล่านี้ เขาเคยได้ยินเล่าเจี้ยงแนะนำครั้งหนึ่งแล้ว หากกล่าวกันในแง่ของภูมิหลัง ทั้งสี่คนนี้ยังไม่ดีเท่าซิหลง
แต่สายตาของขุนพลทั้งสี่ที่มองเล่าเจี้ยงช่างดูคลั่งไคล้ ซิหลงเชื่อว่าหากเล่าเจี้ยงออกคำสั่ง ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งอะไร ทั้งสี่คนไม่มีทางลังเลและไม่แม้แต่ย่นคิ้วเพราะกังขาอย่างแน่นอน!
“นายท่าน คำพูดเกรงใจท่านไม่ต้องเอื้อนเอ่ยแล้ว เราทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจ ท่านแค่บอกมาว่าจะให้เราทำอะไรก็พอ ต่อให้เราเด็ดหัวฮ่องเต้ เราก็มิหวาดหวั่น หากเราหน้าเสียแม้แต่น้อยก็อย่ามาเรียกเราว่าลูกผู้ชาย!”
เมื่อเตียนอุยเห็นเล่าเจี้ยงพูดเช่นนี้ก็คิดว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น เขาจึงเผยความมุ่งมั่นออกมา
หากเล่าเจี้ยงเป็นศาสนา เตียนอุยก็ต้องเป็นผู้ศรัทธาที่เคร่งครัดมากที่สุด เขาถึงขั้นเสี่ยงชีวิตตัวเองโดยไม่ลังเล
เล่าเจี้ยงไม่พูดอะไร เพียงแค่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ เขาก็อยากเห็นปฏิกิริยาของทุกคนผ่านคำพูดของเตียนอุยเหมือนกัน
คนที่ติดตามเล่าเจี้ยงมาเป็นเวลานานไม่ได้ตอบสนองอย่างชัดเจน กัวหยวนกับซุนเขียนขมวดคิ้ว มีเพียงซิหลงเท่านั้นที่ไม่สามารถยอมรับคำพูดของเตียนอุยได้ และมองไปที่เขาด้วยความตกใจ
นี่… นี่คือการกบฏหรือ?!
ซิหลงตกตะลึง ไม่คิดเลยว่าเตียนอุยจะกล้าขนาดนี้ จากนั้นเขาก็เบนสายตาไปมองฮองตง ไทสูจู้ และจูล่ง แม้พวกเขาจะไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจน ทว่าแววตากลับไม่ต่างกันเลยสักนิด เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ตกใจกับคำพูดของเตียนอุยเลย!
“เจ้านี่พูดไร้สาระอีกแล้ว! ข้าเพิ่งแต่งงานกับองค์หญิงและฝ่าบาทก็เป็นพ่อตาของข้า ข้าจะทำผิดต่อเบื้องบนได้หรือ”
เมื่อได้ยินเล่าเจี้ยงตำหนิ เตียนอุยไม่กลัวเลยสักนิด เขาเพียงแค่เกาหัวด้วยความอาย
ทว่าสิ่งนี้ทำให้ซิหลงรู้สึกเบาใจลง ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อยากก่อกบฏ
“ทุกท่าน เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่แคว้นเลียงจิ๋ว เกิ่งปี้ ผู้ตรวจการแคว้นเลียงจิ๋วถือโอกาสตอนที่เปียนจาง เป่ยกงปั่วอวี้ และคนอื่น ๆ เหนื่อยล้าจากการสู้รบอย่างต่อเนื่อง ระดมกองกำลังจากหกเมืองเข้าโจมตีกลุ่มกบฏเสเหลียง แต่ไม่คาดคิดว่าตอนที่ใกล้จะต่อสู้จู่ ๆ กองกำลังทั้งสองเมืองก็หันหน้ามาสู้กันเอง กองทัพทางการพ่าย! แม้แต่เกงปิดยังถูกเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยสังหารแล้วตัดหัวส่งไปให้เป่ยกงปั่วอวี้!”
“เมื่อเกงปิด ผู้ตรวจการแคว้นเลียงจิ๋วตาย แคว้นเลียงจิ๋วก็ตกอยู่ในความวุ่นวาย เจ้าเมืองแต่ละเมืองหากไม่เฝ้ามองก็ยอมจำนนต่อกองทัพเสเหลียง คาดว่าอีกไม่นานดินแดนทั้งหมดในเลียงจิ๋วคงล่มสลาย”
น้ำเสียงของเล่าเจี้ยงค่อนข้างราบรื่น ทว่าทุกคนที่อยู่เบื้องล่างต่างก็ตกตะลึงถึงขนาดสับสนไปชั่วขณะ
กองทัพเสเหลียงแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรือ? ก่อนหน้านี้เล่าเจี้ยงนำทัพโจมตีพวกเขาอย่างหนักจนคนบาดเจ็บล้มตายมากกว่าแปดหมื่น พวกเขาแทบจะหนีกลับเลียงจิ๋วอย่างทุลักทุเลกันมิใช่รึ?
ในเวลาแค่เพียงไม่กี่เดือน พวกเขาเอาชนะกองทัพกว่าเจ็ดหมื่นคนของเตียวอุ๋นก่อน จากนั้นก็เอาชนะกองทัพพันธมิตรเลียงจิ๋วของเกงปิดได้
นี่เท่ากับว่าคนกว่าแปดหมื่นคนของกองทัพเสเหลียงที่พ่ายให้กับเล่าเจี้ยง ถูกเปียนจางกับเป่ยกงปั๋วอวี้ไปเอากลับมาจากเตียวอุ๋นและเกงปิด บางทีอาจจะเอากลับมามากกว่าเดิมเสียอีก
ในเวลานี้ กาเซี่ยงและซุนฮิวยืนขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะประสานมือให้เล่าเจี้ยงพร้อมรอยยิ้ม
“ขอแสดงความยินดีกับนายท่านด้วย!”
“โอว? กุนซือทั้งสอง ข้ามีอันใดที่น่ายินดีหรือ?”
เล่าเจี้ยงเองก็มองทั้งสองด้วยรอยยิ้ม ในใจเกิดความรู้สึกอยากหยอกล้อขึ้นมา ปกติเจ้าทั้งคู่คิดทดสอบข้า วันนี้ข้าจะทดสอบพวกเจ้าเหมือนกัน
“นายท่าน หลังจากเลียงจิ๋วประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ราชสำนักจะนิ่งเฉยหรือ? เพียงแต่กองทัพกบฏนั้นแข็งแกร่งขึ้นมาก คนธรรมดาจะปราบได้อย่างไร? หากฝ่าบาทส่งใครสักคนไปตามใจและพ่ายต่อกลุ่มกบฏเลียงจิ๋วอีกครั้ง ดินแดนซานฟู่คงไม่ใช่ของราชวงศ์ฮั่นอีกต่อไป ข้าน้อยจึงเดาว่าภารกิจสำคัญในการทำสงครามซีเป่ยคงตกมาอยู่ที่นายท่าน!”
กาเซี่ยงชิงแสดงความเห็นของตัวเองต่อหน้าซุนฮิวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่กระนั้นซุนฮิวก็พยักหน้าอยู่ด้านข้างหลายครั้ง เห็นได้ชัดว่าเห็นด้วยกับคำพูดของกาเซี่ยงเป็นอย่างมาก
“อืม ไม่เลว ว่าต่อไป”
เล่าเจี้ยงส่งสายตาตอบรับกาเซี่ยงและสั่งให้เขาพูดต่อ
“นายท่าน ครั้งก่อนกองทหารของเราประสบกับความสูญเสียอย่างหนัก ตอนนี้มีทหารไม่ถึงห้าพันนาย ตั้งแต่กลับมาที่ลกเอี๋ยงก็ยังไม่มีทหารเข้ามาเสริม ฝ่าบาททำได้เพียงโยกย้ายทหารจากแต่ละเมืองมาเท่านั้น กว่าทหารพวกนี้จะมารวมตัวกัน เตรียมเสบียง หญ้า สัมภาระแล้วเสร็จ เลียงจิ๋วคงล่มสลายไปแล้ว!”
“ถึงตอนนั้นศัตรูที่เราต้องเผชิญคงไม่ธรรมดาเหมือนแต่ก่อน สถานการณ์รุกรับเปลี่ยน ฝ่ายศัตรูสามารถยืนหยัดไม่รบ และมองดูเราเสบียงหมดจนล่าถอยออกไปได้ จากสถานการณ์ของราชสำนักในตอนนี้ คงเป็นเรื่องยากที่จะสนับสนุนกองทัพบุกซีเป่ยจึงจำกัดเวลาในการปราบกลุ่มกบฏขึ้น”
ทันทีที่กาเซี่ยงพูดเช่นนี้ออกมา ซิหลงก็เกิดความสงสัย ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้นายท่านจะเอาชนะกลุ่มกบฏเสเหลียงได้อย่างไร? หากหนึ่งไร้ทหารชั้นยอด สองไม่มีเสบียงอาหาร ถ้าเสียเงินไปกับเสบียงอาหารอย่างสูญเปล่า ฝ่าบาทจะไม่ตำหนิเอาหรือ? นี่มันเรื่องน่ายินดีที่ไหนกัน?”
เล่าเจี้ยงดูมีความสุขมาก สมกับเป็นซิหลง ไม่เสียแรงที่พยายามชักชวนเขามาเลย ถึงจะอายุน้อยยังไม่มีประสบการณ์ แต่ก็มีความรู้ขนาดนี้แล้ว ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ
“ฮ่า ๆ แม่ทัพซิหลงยังไม่รู้อะไร ความต้องการของนายท่านคือเป็นเจ้าเมืองดินแดนฮั่นต๋ง หากสงครามทางซีเป่ยไม่ราบรื่น ในราชสำนักก็ไม่มีใครที่เหมาะไปกว่านายท่านแล้ว อีกทั้งยังไม่มีเสบียงสนับสนุน นี่ไม่ถือเป็นโอกาสของนายท่านหรอกหรือ? ถึงตอนนั้นนายท่านแค่อธิบายผลดีผลเสียต่อฝ่าบาท เพียงแค่นั้นตำแหน่งเจ้าเมืองฮั่นต๋งก็ได้มาอย่างง่ายดายแล้วมิใช่รึ?”
สีหน้าของฮองตงทั้งสี่เปลี่ยนจากกลุ้มใจเป็นปีติยินดี คำถามของซิหลงเป็นสิ่งที่พวกเขากังวลเช่นกัน แต่หลังจากได้ยินคำตอบของกาเซี่ยงก็เบาใจลงได้
ไม่เพียงแต่เล่าเจี้ยงเท่านั้น ทั้งสี่คนยังอยากได้ที่มั่นสักที่หนึ่งแทบแย่!
เมื่อมีฐานที่มั่นแล้วก็จะฝึกกองทหารได้อย่างไม่ต้องลังเล ไม่ว่าจะรบทัพจับศึกอย่างไร ทหารเหล่านี้ล้วนภักดีตลอดกาล!
“ขอแสดงความยินดีกับนายท่านด้วย!”
ทุกคนพากันลุกขึ้นสดงความยินดีกับเล่าเจี้ยง
“ฮ่า ๆ ๆ ทุกท่านเชิญนั่งลงเถิด!”
เล่าเจี้ยงโบกมือให้ทุกคนนั่งลง จากนั้นก็มองไปที่กาเซี่ยงอย่างมีเลศนัย
“เหวินเหอ เจ้าก็มีวันที่มองพลาดไปเหมือนกันสินะ…”