พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 236 ผู้ชนะคนสุดท้าย
บทที่ 236 ผู้ชนะคนสุดท้าย
หันซุยไม่เกรงกลัวการข่มขู่ของเป่ยกงปั่วอวี้เลยแม้แต่น้อย กลับกันเขวี้ยงจอกเหล้าในมือทิ้งลงกับพื้น
เพล้ง!
หลังจากเสียงดังกังวาน นอกห้องก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว ไม่นาน คนหนุ่มมากมายก็พุ่งเข้ามาด้านในพร้อมด้วยขวานดาบในมือ
เป่ยกงปั่วอวี้ผุดยืนขึ้นชักดาบออกมามองหันซุยด้วยความโกรธ เขาเข้าใจความชั่วร้ายของหันซุยในทันที นี่อีกฝ่ายจัดงานเลี้ยงหงเหมินให้เขา!*[1]
“หันซุย! เจ้ากล้ามาก กล้าลอบซุ่มโจมตีข้า!”
“ฮ่า ๆ ๆ เป่ยกงปั่วอวี้ วันตายของเจ้ามาถึงแล้ว”
หันซุยเห็นข้างกายมีองครักษ์หนุ่มอยู่ ก็ไม่กลัวเป่ยกงปั่วอวี้อีกต่อไป
“ตายซะเถอะ!”
เป่ยกงปั่วอวี้อาศัยความแข็งแกร่งของตัวเองยกดาบขึ้นหมายฆ่าหันซุย หากสามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ วิกฤตในวันนี้ก็จะคลี่คลาย
เคล้ง!
ขุนพลหนุ่มที่อยู่ข้างกายหันซุยก้าวไปข้างหน้า แค่การโจมตีเดียวก็ทำให้กระบี่ยาวของเป่ยกงปั่วอวี้กระเด็นลอยออกไป พร้อมถีบเขาจนล้มลงกับพื้น
แค่กระบวนท่าเดียว เป่ยกงปั่วอวี้ก็ถูกควบคุมแล้ว
“เจ้า…!”
“ฮ่า ๆ ๆ เป่ยกงปั่วอวี้ ตอนนี้เจ้ายังอยากจะพูดอะไรไหม?”
ใบหน้าหันซุยเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย เขาใช้เท้าเหยียบเป่ยกงปั่วอวี้ที่หมอบอยู่กับพื้นอย่างแรง
“หันซุย หากเจ้ากล้าฆ่าข้า กองทัพนอกเมืองจะบุกเข้ามาทันที! ถึงตอนนั้นทุกคนในเมืองจินเฉิงจะบาดเจ็บล้มตาย และทั้งหมดจะถูกกลบฝังไปพร้อมกับเจ้า!”*[2]
เป่ยกงปั่วอวี้ไม่ยอมพ่าย ยังคงคิดหาวิธีทำให้หันซุยหวาดกลัว
แต่การกระทำต่อไปของหันซุยบอกเขาว่าการคิดมากเกินไปคืออะไร?
หันซุยเหมือนคนบ้าก็ไม่ปาน ทุบตีเตะต่อยเป่ยกงปั่วอวี้อย่างบ้าคลั่งเพื่อระบายความโกรธแค้นในใจ
ความเหยียดหยามและโกรธเกรี้ยวของเป่ยกงปั่วอวี้ ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัว หรือแม้แต่ร้องขอความเมตตา
“หยุด! หยุดตีได้แล้ว แม่ทัพหัน ข้าผิดไปแล้ว โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”
“ยังจะพูดตัวการยุ่งยากอีกไหม? ใช่ ข้าคือตัวการยุ่งยาก”
หันซุยทุบตีจนเหนื่อย ออกมาหอบหายใจไม่หยุดเพื่อฟื้นฟูพลังงานที่ใช้ไป ในเวลาเดียวกันก็หันไปหาเปียนจาง
“พี่เปียน จะกระทืบหรือไม่?”
เปียนจางไม่พูดอะไร เพียงแต่ใบหน้ายังกระตุกไม่หยุด เขาไหนเลยจะไม่อยากกระทืบ เปียนจางเกลียดเป่ยกงปั๋วอวี้มาก เพียงแต่ไม่กล้าทำอะไร ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะแก้แค้น
ท่าทางลังเลของเปียนจางไปยั่วโมโหหันซุยเข้า จึงชี้หน้าด่าเขายกใหญ่
“สวะ! ไม่น่าเล่าทุกคนถึงดูแคลนเจ้า!”
“เหวินเยว่ ข้า…”
เปียนจางยังอยากอธิบาย แต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกหันซุยขัด
“หุบปาก! สวะเช่นเจ้ามีชีวิตอยู่ก็รังแต่จะสิ้นเปลืองเสบียง”
หันซุยชักกระบี่ออกมาแทงตรงเข้าร่างเปียนจางทันที
เปียนจางไม่ทันได้ตั้งตัว จวบจนลมหายใจสุดท้ายก็คิดไม่ถึงเลยว่าหันซุยจะลงมือฆ่าเขา
คนอื่นก็เช่นกัน ไม่มีใครคาดคิดว่าหันซุยจะฆ่าเปียนจาง ทว่าสิ่งนี้ทำให้ทุกคนตกใจมาก โดยเฉพาะเป่ยกงปั๋วอวี้
“เจ้า… เจ้า…”
หันซุยไม่อยากฟังเป่ยกงปั่วอวี้พูด จึงถีบเขาเข้าให้อีกที
“แม่ทัพทุกท่าน สถานการณ์ในเมืองเลียงจิ๋วของข้าดีมาก กลับไม่มีคนฉลาดมาเป็นผู้นำเลย คนโง่อย่างเป่ยกงปั๋วอวี้กับเปียนจาง นำพาพวกเราไปสู่ความพินาศเท่านั้น วันนี้ข้าจะฆ่าสวะทั้งสองนี้ทิ้งเสีย หากใครอยากเข้าร่วมกับข้าก็ออกมา!”
แม่ทัพเบื้องล่างต่างมองกันและกัน ไม่มีใครเป็นฝ่ายพูดก่อน น่าจะกำลังประเมินสถานการณ์กันอยู่
ในเวลานี้ ชายกล้าหาญคนหนึ่งมาจากชาวเชียงลุกขึ้นยืนทำลายสถานการณ์
“หึ หันซุย! เจ้ามันใจทรามโหดเหี้ยม อยากฆ่าผู้บัญชาการเป่ยกงของเรา ข้าจะฆ่าเจ้า!”
พูดจบก็คำรามพุ่งเข้าใส่หันซุย อานุภาพที่ระเบิดออกมาอย่างกะทันหันมากพอจะทำให้ผู้คนหวาดกลัวได้!
ทว่าก่อนที่แม่ทัพเชียงคนนั้นจะไปถึงตัวหันซุย ก็ถูกขุนพลหนุ่มคนหนึ่งขวางเอาไว้
“เจ้าหนุ่ม หากไม่อยากตายก็หลีกทางไป!”
ขุนพลคนนี้ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงเข้าไปหาแม่ทัพชาวเชียงคนนั้นทันที
ฉึก!
แค่กระบวนท่าเดียว ขุนพลหนุ่มก็ตัดหัวของแม่ทัพชาวเชียง พลางคว้ามันไว้ในมือ
“มีใครกล้าขัดขืนคำสั่งเจ้านายข้าอีกไหม!”
การโจมตีของลูกน้องใต้บัญชาหันซุยทำให้ทุกคนตกใจ แม้แต่เป่ยกงปั๋วอวี้ก็เริ่มรู้สึกหดหู่ขึ้นมา
กะ… กล้าหาญมาก! ชาวเชียงหวาดกลัวต่อผู้แข็งแกร่งกว่าลึกถึงกระดูกอย่างอธิบายไม่ได้
“นี่มันใครกัน”
เป่ยกงปั๋วอวี้ตกตะลึง ตนรู้จักแม่ทัพที่เพิ่งออกหน้าแทนเขา ซึ่งเป็นคนกล้าหาญในหมู่ชาวเชียงที่คนธรรมดามิอาจเทียบเคียงได้ ไม่คิดเลยว่าจะถูกคนถ่อยไม่มีชื่อเสียงอย่างลูกน้อยหันซุยฆ่าในกระบวนท่าเดียว!
“ฮ่า ๆ! นี่คือขุนพลเอียนชิง*[3] ลูกน้องใต้บัญชาข้า! มีความกล้าหาญที่ไม่มีใครเทียบได้! ต่อให้เล่าเจี้ยงมา ก็ต้องคุกเข่าให้ข้า”
หันซุยรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ในที่สุดก็ได้สัมผัสถึงความรู้สึกของการไร้ศัตรู
จะว่าไปแล้วการพบเอียนชิงนั้นเป็นความบังเอิญ เอียนชิงติดตามหันซุยมาตลอด เพียงแต่หันซุยไม่เคยค้นพบว่ามีบุคคลเช่นนี้อยู่ในกองทัพของเขาเลย
“แม่ทัพหัน! ข้ายอมจำนนแล้ว ข้าจะภักดีต่อท่าน”
“ข้าก็เหมือนกัน ข้าก็ด้วย ข้าเต็มใจภักดีต่อแม่ทัพหัน”
“แม่ทัพหัน ต่อไปเผ่าเราจะรับใช้ท่าน!”
“…”
ทันใดนั้น ลูกน้องเป่ยกงปั่วอวี้ทั้งหมดก็เปลี่ยนฝ่าย ยอมจำนนเป็นลูกน้องใต้บัญชาของหันซุย
“ฮ่า ๆ ๆ ดีมาก มีทุกท่านคอยช่วยเหลือ จะกลุ้มใจงานใหญ่ไม่สำเร็จไปไย”
หันซุยมีความสุขที่สุด ทว่าเขายังไม่ไว้ใจคนเหล่านี้ จึงชี้นิ้วไปยังเป่ยกงปั่วอวี้ที่อยู่บนพื้น
“ใครยินดีรับใช้ข้า ก้าวออกมาสังหารเป่ยกงปั่วอวี้เสีย ฆ่าเสร็จแล้วจากนี้ไปเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกัน”
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ก็เกิดความโกลาหลทันที หลายคนที่แสร้งทำเป็นยอมศิโรราบก็ตื่นตระหนกทันใด
ท่ามกลางผู้คนและสายตามากมายายในห้อง ทันทีที่ลงมือไม่มีทางแก้ตัวได้แน่นอน!
หากลงมือฆ่าเป่ยกงปั่วอวี้ และไม่ยอมจำนนต่อหันซุย ไม่ว่าเลียงจิ๋วจะใหญ่แค่ไหน ก็ไม่มีที่สำหรับเขาอย่างแน่นอน
“ทำไมเล่า… ดูเหมือนทุกท่านจะไม่ภักดีด้วยใจจริงสินะ ช่างเถิด ข้าหันซุยหาใช่คนไร้ยางอายอย่างเป่ยกงปั่วอวี้ ไม่มีทางบีบบังคับคนอื่นแน่นอน”
เดิมคิดว่าหันซุยจะปล่อยพวกเขาไป สุดท้ายคำพูดถัดไปของหันซุยก็ทำให้พวกเขาพังทลายลง
“เอียนชิง ภายในห้าลมหายใจ ใครที่ไม่ฆ่าเป่ยกงปั่วอวี้ สับพวกมันเป็นชิ้น ๆ ได้เลย”
สับเป็นชิ้น ๆ นี่มันน่าสังเวชขนาดไหน?
แม่ทัพชาวเชียงที่อยู่เบื้องล่างทั้งหมดค่อย ๆ เผยความดุร้ายออกมาทางแววตา และพากันมองไปที่เป่ยกงปั่วอวี้
“หลีกไป ข้าเอง!”
“ไม่ได้ ให้ข้าทำเอง ข้าไม่ชอบเป่ยกงปั่วอวี้ไอ้สัตว์ร้ายตัวนี้มานานแล้ว ให้ข้าฆ่ามัน!”
“เป่ยกงปั่วอวี้ใช้กำลังขืนใจภรรยาข้า ข้าจะฟันเขาเป็นชิ้น ๆ!”
“ข้า…”
“…”
คำก่นด่าดังก้องอยู่ในห้อง ทุกคนพุ่งเข้าไปหาเป่ยกงปั่วอวี้ ด้วยกลัวว่าหากช้ากว่าคนอื่นจะถูกหันซุยตอบโต้
ภายใต้มือสังหารหลายสิบคน ไม่นานเป่ยกงปั่วอวี้ก็ตายอยู่บนพื้น ถึงขนาดทั่วตัวตั้งแต่บนลงล่างไม่มีส่วนไหนสมบูรณ์เลย
เป่ยกงปั๋วอวี้ผู้เคยนำทัพชนเผ่าเชียงหู ต่อมาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพกบฏ จากนั้นเอาชนะเกงปิด ผู้ตรวจการแคว้นเลียงจิ๋ว และยึดแคว้นเลียงจิ๋วได้ สุดท้ายกลับมีจุดจบเป็นศพไม่สมบูรณ์เช่นนี้
อนาถ!
ใช้คำว่าอนาถได้คำเดียว
[1] งานเลี้ยงหงเหมิน (鸿门宴) อุปมาว่าการใช้งานเลี้ยงมาเป็นเครื่องมือในการทำร้ายคน
[2] การนำสิ่งของฝังกลบร่วมกับผู้วายชนม์ (陪葬 ) ซึ่งยุคราชวงศ์ซางมีการนำข้าทาส บริวาร สัตว์เลี้ยง ที่ยังมีชีวิตอยู่ฝังกลบไปกับเจ้านายที่เสียชีวิตด้วย จนถึงยุคราชวงศ์โจวเริ่มน้อยลง
[3] เอียนชิง (阎行) นามรอง เอียนหมิง 彥明 ภายหลังเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เอียนเอี๋ยน 閻艷 เกิดที่เมืองจิ้นเฉิง ขุนศึกผู้ถูกลืมแห่งวุยก๊ก ในวัยหนุ่มมีชื่อเสียงด้านพละกำลัง เข้ารับราชการเป็นทหารในสังกัดของหันซุยในปี ค.ศ.197 เคยมีวีรกรรมต่อสู้ม้าเฉียวแบบตัวต่อตัว จนม้าเฉียวพลาดท่าได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบจะเสียทีถูกสังหาร โจโฉสนใจจึงวางอุบายให้เอียนชิงแตกหักกับหันซุย เพื่อชักชวนให้เอียนชิงมาเป็นขุนศึกในสังกัดของตัวเอง