พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 234 กลยุทธ์ของในการประหยัดเงินของเล่าเจี้ยง
บทที่ 234 กลยุทธ์ของในการประหยัดเงินของเล่าเจี้ยง
ไม่ดีแน่นอน! เล่าเจี้ยงปฏิเสธในใจแบบไม่ต้องคิดเสียด้วยซ้ำ
แคว้นเลียงจิ๋วอยู่ห่างออกไปหลายพันลี้ อีกทั้งสถานการณ์ก็ซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อไปถึงที่นั่นย่อมกลายเป็นเป้าห่าฝนธนูในทันที เล่าเจี้ยงเองไม่โง่เขลาถึงขนาดที่จะรับภารกิจที่ทั้งลำบากและไม่มีผลลัพธ์ที่ดีเช่นนี้
“ฝ่าบาท กบฏแคว้นเลียงจิ๋วได้กลายเป็นดั่งไฟลามทุ่ง หากกองทัพของเราต้องกรีธาทัพเดินทางไกลไปอย่างเหนื่อยล้าก็เห็นทีต้องจัดสรรกองทัพขนาดใหญ่ แต่เมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้ยินจากท่านเสนาบดีกรมการคลังว่าเงินในท้องพระคลังไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้จ่ายกับปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เช่นนี้อีกแล้ว”
ทันทีที่เขาได้ยินปัญหาเรื่องเงิน พระเจ้าเลนเต้ก็พลันแสดงร่องรอยแห่งความปวดใจบนใบหน้า หากแต่ภัยคุกคามในครั้งนี้นั้นหนักหนานัก จึงทำได้เพียงไต่ถามอย่างเจ็บปวด
“แม่ทัพเล่า ต้องการทหารกี่นาย หากไม่ไหวจริง ๆ ข้าสามารถให้การสนับสนุนก่อนได้”
ถ้อยคำของพระเจ้าเลนเต้ผิดไปจากที่เล่าเจี้ยงคาดการณ์ ใครกันจะคาดคิดว่าฝ่าบาทผู้ที่รักเงินทองมากพอ ๆ กับชีวิตกลับยอมควักเนื้อจ่ายเงินให้!
เมื่อเห็นว่าเล่าเจี้ยงหลุดเข้าไปในห้วงความคิด จิตใจของฮ่องเต้ก็อยู่ไม่สุข ด้วยกลัวว่าราชบุตรเขยจะพูดตัวเลขที่ทำให้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ออกมา!
หากไม่มากมาย พระเจ้าเลนเต้ย่อมยินดีหยิบยื่นเงินให้โดยธรรมชาติ หากมากมหาศาล ฝ่าบาทก็อาจปฏิเสธได้โดยตรงเช่นกัน
“ต้องมีกองกำลังอย่างน้อยสองแสนนาย! และเตรียมเสบียงไปอย่างน้อยสิบแปดเดือนพ่ะย่ะค่ะ!”
ดังคาด ตัวเลขที่เล่าเจี้ยเอ่ยออกมาเป็นตัวเลขที่พ่อตาไม่อยากได้ยิน
กองกำลังสองแสนนายและเสบียงสำหรับเกือบสองปี!
สิ่งเดียวที่ทำให้พระเจ้าเลนเต้ยอมรับได้ยากที่สุดก็คือตัวเลขที่ติดอยู่ตรงกลางนี้
หากตอบตกลงก็คงต้องเฉือนเนื้อตัวเองอย่างหนัก หากไม่ตกลงก็ไม่อาจวางใจสถานการณ์ในแคว้นเลียงจิ๋วได้!
“นี่มันไม่มากเกินไปหรอกหรือ? กรีธาทัพกองทัพกว่าสองแสนนาย ภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบนี้นับว่าใหญ่หลวงนัก!”
เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของพระเจ้าเลนเต้ เล่าเจี้ยงจึงทำได้เพียงตอบอย่างรู้สึกผิด
“ฝ่าบาท แคว้นเลียงจิ๋วอยู่ห่างจากลกเอี๋ยงกว่าพันลี้นะพ่ะย่ะค่ะ กองทัพสองแสนนายก็ใช่ว่าจะรวบรวมกำลังได้ในชั่วข้ามคืน หลังจากรวบรวมกองทัพได้ ซ้ำยังต้องใช้เวลาหลายเดือนในการเร่งรุดไปยังแคว้นเลียงจิ๋ว ถึงเวลานั้นก็ยากที่จะบอกว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปในทิศทางใด! หากเลวร้ายที่สุด แคว้นเลียงจิ๋วก็อาจจะล่มสลายไปแล้ว!”
พระเจ้าเลนเต้เริ่มนั่งไม่ติด มือไม้ขยับไปมาไม่หยุด เมื่อมองไปก็เห็นได้ถึงท่าทีลังเลไม่กล้าตัดสินใจ
เล่าเจี้ยงเองก็มองออกอย่างชัดเจนเช่นกัน แปดในสิบส่วนของพระเจ้าเลนเต้นั้นเสียดายเงินจำนวนนี้ ทว่านี่คือกบฏแคว้นเลียงจิ๋วซึ่งคอยรุกล้ำดินแดนซานฟู่อยู่ทุกขณะ ซ้ำยังคุกคามสุสานหลวงและลกเอี๋ยงอีก หากเป็นแคว้นเกียวจิ๋วหรือแคว้นอิวจิ๋ว พระเจ้าเลนเต้จะไม่ลังเลเลยที่จะปล่อยให้แว่นแคว้นและเมืองต่าง ๆ จัดการกันเอง!
ในขณะนี้ พระเจ้าเลนเต้กำลังครุ่นคิดว่าหากแคว้นเลียงจิ๋วถูกข้าศึกยึดไปจะทำอย่างไร หากสุสานหลวงถูกก้าวล่วงจะทำอย่างไร ฝ่ายเล่าเจี้ยงก็กำลังคิดว่าหากตัวเองต้องควักจ่ายเงินจำนวนนี้ออกไป จะหากลับคืนมาอย่างไร!
เกรงว่าแม้จะขายขุนนางเล็กใหญ่ในแคว้นเลียงจิ๋วทั้งหมดในคราวเดียวก็ยังไม่อาจหาเงินกลับมาได้!
การค้าที่ขาดทุนเช่นนี้ พระเจ้าเลนเต้ย่อมไม่ทำอย่างเด็ดขาด!
พระเจ้าเลนเต้ตัดสินใจลึก ๆ อยู่ในใจแล้วว่าจะปฏิเสธการจ่ายเงินนี้! ทว่าหากไม่ส่งทหารไปยังแคว้นเลียงจิ๋ว แล้วเกิดสถานการณ์เลวร้ายจนถึงขีดสุดขึ้นมาจะทำเช่นไร?
“ฝ่าบาท หากเงินในท้องพระคลังขาดแคลน กระหม่อมมีทางออก!”
“โอ้? ว่ามาซิแม่ทัพเล่า!”
ใบหน้าของพระเจ้าเลนเต้ฉายแววดีอกดีใจ ตราบใดที่พระองค์ไม่ต้องควักเนื้อจ่ายเงิน ให้ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น!
“ฝ่าบาท เหตุที่กลุ่มกบฏก่อปัญหาวุ่นวานในแคว้นเลียงจิ๋วครั้งแล้วครั้งเล่านั้น แท้จริงแล้วมาจากความขัดแย้งภายใน อันที่จริง สิ่งที่พวกเรากลัวคือกลัวว่าพวกเขาจะบุกเข้าโจมตีแคว้นเลียงจิ๋วอย่างกะทันหัน แล้วเราไม่อาจตอบโต้ได้อย่างทันท่วงที ด้วยก่อนหน้านี้ยังมีผู้ตรวจการเกงคอยส่งข่าว พวกเราจึงรับมือได้ทัน ตอนนี้ผู้ตรวจการเกงลาโลกไปแล้ว บางทีครั้งหน้ากว่าที่เราจะรู้ข่าว ฝ่ายกบฏก็อาจเข้าตีเมืองเตียนอันแล้ว”
“ในความคิดอันต่ำต้อยของกระหม่อม เราสามารถวางกองทัพให้เฝ้ารักษาการณ์อยู่ในจุดสำคัญต่าง ๆ เพื่อไม่ให้กลุ่มกบฏเสเหลียงลักลอบผ่านไปได้ หากทำเช่นนี้ เราจะเสียหายน้อยที่สุดเพื่อแลกมาซึ่งผลลัพธ์สูงสุด!”
พระเจ้าเลนเต้พยักหน้า เห็นด้วยกับสิ่งที่เล่าเจี้ยงเอ่ยมาไม่น้อย ทว่าในใจยังคงกังวล
“แม่ทัพเล่า นี่เป็นวิธีป้องกันไม่ให้กลุ่มกบฏเหล่านี้โจมตีรุกคืบไปทางทิศตะวันออก แต่ก็อย่างที่เจ้าพูด หากชาวเชียงรวบรวมไพร่พลนับล้านก่อกบฏขึ้นมาจะทำอย่างไร!”
เล่าเจี้ยงระบายยิ้ม “ฝ่าบาทอย่าเพิ่งวู่วาม กระหม่อมยังพูดไม่จบพ่ะย่ะค่ะ!”
“เขตชายแดนติดกับแคว้นเลียงจิ๋วคือแคว้นเอ๊กจิ๋ว และเมืองแรกที่จะถูกบุกรุกคือเมืองฮั่นต๋ง อำเภอส่วนใหญ่ในเมืองฮั่นต๋งนั้นมีเขตแดนติดต่อกับชนเผ่าเชียง หากฝ่าบาทสามารถส่งแม่ทัพไปตั้งมั่นรักษาการณ์ที่เมืองฮั่นต๋งได้ ย่อมสามารถสยบเจตนาอันเลวร้ายของชาวเชียงบางส่วนได้เป็นแน่!”
“มีเพียงสองทางเท่านั้นที่แคว้นเลียงจิ๋วจะบุกดินแดนซานฟู่ได้ ทางแรกคือนำทัพเดินทางไปยังเมืองฮันเต๋งแล้วบุกยึดอำเภอเหม่ยหยาง และอีกวิธีคือไปนำทัพผ่านเมืองเทียนสุ่ยแล้วเข้าโจมตีเมืองเฉิงชางเสีย หากส่งแม่ทัพสองนายพร้อมด้วยกองทัพชั้นยอดไปประจำการในพื้นที่นี้
ย่อมสามารถขัดขวางกองทัพเสเหลียงและมีเวลาให้ราชสำนักดำเนินการโต้ตอบได้อย่างแน่นอน จุดที่สำคัญที่สุด เป็นหัวใจสำคัญที่สุดนั้นให้เดินทัพผ่านเมืองฮั่นต๋งไปยังด่านเขากิสานซึ่งจะทอดสู่เมืองเทียนสุ่ยโดยตรง หากกลุ่มกบฏกล้าบุกโจมตีดินแดนซานฟู่ กองทัพของเราก็สามารถตรงจากเมืองฮั่นต๋งไปยังใจกลางแคว้นเลียงจิ๋วได้ และหากแคว้นเลียงจิ๋วพ่ายแพ้ กลุ่มกบฏเสเหลียงก็เหมือนกับจอกแหนไร้รากหยั่ง ทำได้เพียงปล่อยให้กองทัพของเราฆ่าแกงเท่านั้น”
ยิ่งพระเจ้าเลนเต้ฟังมากเท่าไร ก็ยิ่งประหลาดใจระคนดีใจมากขึ้นเท่านั้น ใครกันคาดคิดว่าเล่าเจี้ยงจะมีแผนการรับมือที่ประหยัดเงินเช่นนี้ อีกทั้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเมืองฮั่นต๋งนั้นมีผู้ตรวจการแคว้นเอ๊กจิ๋วจัดการให้อยู่แล้ว ฮ่องเต้จึงไม่จำเป็นต้องเสียเงินเลยแม้แต่ตำลึงเดียว
“ท่านแม่ทัพสมแล้วที่เป็นบุคคลสำคัญของแคว้น! ช่างคุ้มค่าเหนือความคาดหมาย อ่า… ไม่สิ ช่างเป็นแผนการรับมือที่สมบูรณ์แบบ!”
“ไม่ทราบว่าแม่ทัพเล่ามีแม่ทัพคนใดในใจหรือไม่?”
แน่นอนว่าเล่าเจี้ยงมีคนที่เลือกไว้แล้วในใจ เพียงรอให้พระเจ้าเลนเต้เอ่ยถามเรื่องนี้ขึ้นมาเท่านั้น
“ทูลฝ่าบาท แม่ทัพปราบเถื่อน ตั๋งโต๊ะนั้นอยู่ที่เมืองโย่วฝูเฟิง สามารถกรีธาทัพเข้าไปยังอำเภอเหม่ยหยางได้ ฮองฮูสงซึ่งก่อนหน้านี้รบพ่าย ควรให้เขาสร้างคุณูปการเพื่อชดใช้ความผิดของตน โดยให้ยกทัพไปประจำการที่เมืองเฉินชาง ทว่าเมืองฮั่นต๋งนี้…”
เล่าเจี้ยงทำทีเป็นลำบากใจ แน่นอนว่าเขาไม่สามารถออกปากแนะนำตัวเองได้เพื่อไม่ให้พระเจ้าเลนเต้ฉุกคิดสิ่งใดขึ้นมา
“ฝ่าบาท เมืองฮั่นต๋งมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงต้องการคนที่มีทั้งสติปัญญาและความกล้าหาญ! ต้องเป็นคนที่สามารถประสานความสัมพันธ์กับชนเผ่าเชียงได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องคว้าโอกาสเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการทำสงคราม และที่สำคัญที่สุด คนผู้นั้นมีความกล้าที่จะนำกองทัพซึ่งมีพลังรบเกรียงไกรอย่างปาฏิหาริย์บุกเข้าไปในแคว้นเลียงจิ๋ว!”
หลังเอ่ยออกไปเช่นนั้น เล่าเจี้ยงก็พลันสั่นศีรษะด้วยท่าทีลำบากใจอย่างมาก
พระเจ้าเลนเต้มองไปยังเล่าเจี้ยงด้วยความแปลกใจ แม้แต่สีหน้าของพระองค์ก็ติดรำคาญอยู่เล็กน้อย
“ทำไมแต่งงานกับลูกสาวข้าไปแล้ว ก็ไม่คิดจะแบ่งเบาภาระของข้าอีกแล้วหรืออย่างไร?”
เล่าเจี้ยงแสดงท่าทางหวาดกลัว ก่อนจะรีบประสานมือคารวะเพื่อขออภัยโทษ
“หือ? ฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
“แม่ทัพเล่า ในราชสำนักนี้ ทั้งขุนนางบุ๋นขุนนางบู๊ มีใครที่สันทัดในการรบเทียบเท่าเจ้าบ้าง?”
นี่… นี่มิใช่ว่ากำลังพูดชมเขาหรอกหรือ? หัวใจเล่าเจี้ยงอาบไปด้วยความสุข ทว่ายังคงแสดงสีหน้าลำบากใจ
“ฝ่าบาท กระหม่อมยังเยาว์ ยังขาดคุณสมบัติอยู่มาก ไหนเลยจะแบกรับหน้าที่อันสลักสำคัญเช่นนี้ได้? กระหม่อมเพียงต้องการปกป้องพระองค์ และฟังสิ่งที่พระองค์สั่งสอนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเท่านั้น”
พระเจ้าเลนเต้มองไปยังเล่าเจี้ยงโดยไม่ได้ปริปากเอ่ยสิ่งใด สิ่งนี้ทำให้ราชบุตรเขยรู้สึกวิตกขึ้นมาแทน
แย่แล้ว หากฝ่าบาทคิดว่าข้าไม่อยากจากเมืองลกเอี๋ยงขึ้นมาจริง ๆ จะทำอย่างไร!
ขณะที่เล่าเจี้ยนึกเสียใจลึก ๆ อยู่ในอก พระเจ้าเลนเต้ก็เผยสีหน้าซาบซึ้งให้เห็น
“สมแล้วที่เป็นลูกเขยที่ยอดเยี่ยมของข้า ข้ามองเจ้าไม่ผิดเลยจริง ๆ หากแต่ในยามนี้เป็นช่วงเวลาวิกฤตของราชวงศ์ฮั่นอันยิ่งใหญ่ เจ้าจะมาคิดร่ำไรดั่งสตรีอยู่ไม่ได้!”
เล่าเจี้ยงไม่กล้าเฉไฉเชือนแชอีก รีบปฏิบัติตามรับสั่งของพระเจ้าเลนเต้โดยพลัน
“ฝ่าบาท แม้ว่ากระหม่อมจะบังอาจรับหน้าที่นี้ แต่เกรงว่าบรรดาขุนน้ำขุนนางชั้นสูงคงไม่ยินยอมกระมัง? ด้วยในท้ายที่สุดแล้ว กระหม่อมนั้นยังไม่ถึงวัยสวมกว้านเสียด้วยซ้ำ พวกเขาหรือจะวางใจให้กระหม่อมรับตำแหน่งเจ้าเมืองนี้ได้?
เมื่อพระเจ้าเลนเต้ได้ยินถ้อยคำของเล่าเจี้ยง พระองค์ก็เข้าใจทันทีว่าเล่าเจี้ยงยินยอมแล้ว จึงโล่งใจอย่างที่สุด
“ขุนนางพวกนั้นอยากจะให้เจ้าจากลกเอี๋ยงเสียจะตายไป จะคิดขัดขวางเจ้าได้อย่างไร?”
“เช่นนั้นแล้ว กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา!”
พระเจ้าเลนเต้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ในสายตาของพระองค์ เล่าเจี้ยงนั้นเป็นทั้งราชนิกุล เป็นทั้งลูกเขย ไม่ว่าจะเป็นสถานะ ตำแหน่ง หรือความสามารถ ก็ล้วนเป็นที่พอใจอย่างถึงที่สุด
หากมีเล่าเจี้ยงไปดูแลเมืองฮั่นต๋ง ฮ่องเต้ย่อมวางใจ