พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 203 สบโอกาสรบ
บทที่ 203 สบโอกาสรบ
เวลาผันผ่านอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ผ่านไปสองเดือนแล้ว พื้นที่ราบภาคกลางกวนจงสงบสุขเป็นพิเศษ ไม่มีสงครามเกิดขึ้นเลย
ทั้งกองทัพฮั่นและกองทัพซีเหลียงไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ถึงขนาดที่ไม่ต่อสู้กันอีกเลย ทั้งสองฝ่ายยังคงสงบศึกกันชั่วคราว
ถึงกระนั้น เตียวอุ๋นก็ไม่รู้สึกสบายใจเพราะความสงบนี้ แต่เขากลับทรมานทุกวัน ทางด้านลกเอี๋ยงไม่มีข่าวคราวใดเลย
แม่ทัพเพิ่งหัดสวมเกราะไม่รู้ว่าพระราชโองการทางลกเอี๋ยงจะมาถึงเมื่อไร และไม่รู้ว่าพระเจ้าเลนเต้จะลงโทษเขาอย่างไร
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป เตียวอุ๋นก็ค่อย ๆ เบาใจลง
ทางด้านลกเอี๋ยงคงรู้เรื่องที่เขารบพ่าย สูญเสียกองทหารไปแล้ว หากฮ่องเต้อยากลงโทษเขา คงออกพระราชโองการนานแล้ว ไม่รอจนมาถึงปานนี้หรอก
บัดนี้พระราชโองการยังไม่มา แสดงว่าไม่มีพระราชโองการแล้วแน่แปดส่วน พระเจ้าเลนเต้ต้องเลือกที่จะเชื่อในตัวเขา และให้โอกาสอีกครั้งเป็นแน่!
ทว่าวางใจเรื่องนี้แล้ว เรื่องกองทัพซีเหลียงกลับทำให้เตียวอุ๋นปวดหัวมาก
นับตั้งแต่ให้หลี่เหวินโหวหาโอกาสล้วงข้อมูลในกองทัพซีเหลียง เล่าเจี้ยงก็สงบลงจริง ๆ ทุกวันเอาแต่ฝึกกองกำลังทหาร ไม่เอ่ยถึงแผนการใด ๆ เลยแม้แต่น้อย
เล่าเจี้ยงไม่ร้อนใจ เขารอได้ ถึงอย่างไรตัวเองก็ไม่ใช่ผู้บัญชาการสามทัพ
เตียวอุ๋นต่างหากล่ะที่เป็น!
อีกฝ่ายเป็นคนมีความผิดติดตัวอยู่แล้ว และเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดในศึกนี้ หากยังยืดเยื้ออยู่แบบนี้ต่อไป สิ้นเปลืองทรัพย์สินและเสบียงไม่ว่า ทางด้านลกเอี๋ยงต้องคิดทั้งบัญชีเก่าบัญชีใหม่ด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่!
“เฮ้อ!”
เสียงถอนหายใจอย่างจนใจของแม่ทัพเพิ่งหัดสวมเกราะดังขึ้นมาหลายวันแล้ว เขาตอนนี้อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
จะโจมตี ก็ไม่มั่นใจว่าจะชนะ
จะเฝ้าป้องกันเมือง ก็ไม่ใช่ทางเลือกอีก
เตียวอุ๋นเรียกเล่าเจี้ยงมาพบ และวิงวอนเอย่างนอบน้อมหลายครั้ง แต่อีกฝ่ายไม่มีวิธีอะไร แค่ทิ้งไว้ให้หนึ่งคำ ‘รอ!’
แม้เตียวอุ๋นจะหมดหนทาง โกรธเกรี้ยว หรือร้อนใจอย่างไร ก็ไม่ได้ตำหนิเล่าเจี้ยง ถึงอย่างไรอีกฝ่ายได้อธิบายให้ฟังอย่างละเอียดแล้ว
ตอนนี้กองกำลังของทางการมีน้อยกว่ากองทัพซีเหลียง ทหารเองก็ไม่ได้รบเก่งเท่าชนเผ่า หากโจมตีอย่างหุนหันพลันแล่นต้องพ่ายมากกว่าชนะแน่
แทนที่จะเสี่ยงรบพ่าย มิสู้นั่งรอโอกาสมิดีกว่าหรือ
กองทัพทางการหลายหมื่นคน สิ้นเปลืองเสบียงไปปริมาณมหาศาลทุกวัน ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงทางด้านกองทัพซีเหลียง คงไม่ใช้ชีวิตผ่านไปวัน ๆ แน่
ที่สำคัญที่สุดคือเล่าเจี้ยงเคยบุกโจมตีมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่ว่าเปียนจางและเป่ยกงปั่วอวี้จะโง่แค่ไหนต้องรู้วิธีรับมือเขาแล้วแน่ ยิ่งยังมีหันเหวินเยว่เจ้าตัวปัญหานี้ด้วย
“เฮ้อ! มัวแต่รออยู่อย่างนี้ แล้วเมื่อไรจะจบเล่า?”
ในตอนที่เตียวอุ๋นยังมีอารมณ์เศร้าอยู่นั้นเอง ก็ได้ยินเสียงทหารด้านนอก
“เรียนแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก แม่ทัพหลังเล่าเจี้ยงขอเข้าพบ!”
“อะไรนะ! เชิญเข้ามาเร็ว”
เตียวอุ๋นรู้สึกตื่นเต้นมาก นี่เป็นครั้งแรกในรอบสองเดือนที่เล่าเจี้ยงเป็นฝ่ายมาหาตัวเอง!
ไร้เรื่องร้อนใจไม่ถ่อไปวัด! เขาเชื่อว่าเล่าเจี้ยงมีเรื่องยินดีบางอย่างแน่*[1]
“แม่ทัพเตียว”
“แม่ทัพหลัง! แม่ทัพมานี่ต้องมีอะไรชี้แนะข้าแน่”
เมื่อเห็นเล่าเจี้ยงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้า เตียวอุ๋นยิ่งดีใจมากขึ้น จึงรีบเชื้อเชิญเล่าเจี้ยงให้นั่งลง
“มีข่าวจากหลี่เหวินโหว โอกาสของเราที่จะเอาชนะศัตรูมาถึงแล้ว!”
“หืม? เชิญแม่ทัพหลังว่ามาอย่างละเอียด”
เตียวอุ๋นรีบรินชาให้เล่าเจี้ยงด้วยสีหน้าดูรีบร้อนอย่างมาก
ในระหว่างที่เตียวอุ๋นรู้สึกตื่นเต้นอยู่นั้น ด้านนอกก็มีเสียงทหารดังขึ้น
“เรียนแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก แม่ทัพตี่หยางขอเข้าพบ!”
เตียวอุ๋นมองเล่าเจี้ยง ท่าทีสอบถามปรากฏออกมาอย่างเห็นได้ชัด ถึงอย่างไรเรื่องปราบศัตรูก็เป็นเรื่องใหญ่ จะให้บุคคลที่สามเข้ามาได้หรือไม่นั้นต้องได้รับการเห็นด้วยจากเล่าเจี้ยงก่อน
“ไม่เป็นไร แม่ทัพตี่เป็นแม่ทัพมีความสามารถ จะได้หารือร่วมกันไปด้วยเลย!”
เล่าเจี้ยงเห็นด้วยแล้ว เตียวอุ๋นย่อมไม่มีข้อกังขา และเรียกตี่หยางเข้ามา
หลังจากแม่ทัพตี่เห็นเล่าเจี้ยงอยู่ด้วย ก็มีท่าทางประหลาดใจ
“คารวะแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก คารวะแม่ทัพหลัง”
“แม่ทัพตี่มาได้เวลาพอดี นั่งลงเถิด!” เตียวอุ๋นชี้ไปที่นั่งด้านข้าง “มาที่นี่มีเรื่องอันใดหรือ?”
ตี่หยางนั่งเสร็จ จึงกุมมือรายงาน
“เรียนแม่ทัพเตียว กองทัพเราอยู่ที่นี่ไม่ได้ต่อสู้กับพวกกบฏมาสองเดือนแล้ว ทหารระดับล่างต่างพร่ำบ่นมากมาย ข้าจึงมาถามท่านว่าจะออกรบกับกบฏซีเหลียงเมื่อใด”
เตียวอุ๋นหัวเราะออกมา พลางลูบเคราไม่หยุด
“เจ้ามาได้เวลาพอดี แม่ทัพหลังก็มาที่นี่เพราะเรื่องนี้เช่นกัน!”
“จริงหรือไม่? ขอแม่ทัพหลังโปรดชี้แจงด้วย!”
ดวงตาตี่หยางเป็นประกายแล้วรีบขอคำแนะนำ
เล่าเจี้ยงพยักหน้าให้เขา จากนั้นมองเตียวอุ๋น
“มีข่าวจากหลี่เหวินโหวว่ากบฏซีเหลียงแข็งข้อกับเรามานานสองเดือน กำลังเสริมไม่พอ เสบียงและหญ้าก็ใกล้จะหมดลงแล้ว”
“พวกเขาจะถอนทัพหรือ?” เตียวอุ๋นถาม
“ไม่ใช่ แต่เป็นขนเสบียงและหญ้าจำนวนมากมาจากแคว้นเลียงจิ๋ว! เสบียงและหญ้าชุดนี้มีความสำคัญกับพวกเขามาก หากเราสามารถเผาเสบียงและหญ้าชุดนี้ได้ เช่นนั้นกบฏซีเหลียงคงวุ่นวายทั้งที่ไม่ได้สู้แน่!”
เตียวอุ๋นเข้าใจความหมายของเล่าเจี้ยง แต่เรื่องเช่นนี้จะทำง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร?
“เสบียงและหญ้าชุดนี้มีความสำคัญกับกลุ่มกบฏซีเหลียงเช่นนี้ พวกเขาจะไม่เตรียมการป้องกันได้อย่างไร?”
เล่าเจี้ยงมองไปที่เตียวอุ๋น เผยรอยยิ้มเย็นเยียบออกมา
“แล้วจะเป็นอย่างไร หากเรารู้การเคลื่อนไหวทุกอย่างของพวกเขาล่ะ”
“หลี่เหวินโหว!”
เตียวอุ๋นอุทานออกมา พลันเข้าใจทันทีว่าเหตุใดเล่าเจี้ยงถึงมั่นใจขนาดนี้
“ใช่แล้ว! หลี่เหวินโหวมีสถานะในกองทัพซีเหลียง เป็นรองแค่เป่ยกงปั่วอวี้ หากมีเขาส่งข่าวให้เรา จะไม่ชนะได้อย่างไร?”
“เหตุใดท่านแม่ทัพถึงไว้ใจหลี่เหวินโหวมากขนาดนี้ หากเขาบิดเบือนข้อมูลเล่า?”
เล่าเจี้ยงคาดไม่ถึงเลยว่าตี่หยางจะโต้แย้งออกมา และชี้ไปที่ปัญหาสำคัญด้วย
“ฮึ แม่ทัพตี่อย่าได้หวาดระแวงเลย แม้ข้าจะติดต่อคบหากับหลี่เหวินโหวสั้น ๆ แต่กลับสนิทสนมกันอย่างมาก ข้ายินดีรับประกันแทนเขา”
ตี่หยางหน้ากระตุกเล็กน้อย ก่อนขอโทษขอโพยอย่างรวดเร็ว
“แม่ทัพหลังเข้าใจผิดแล้ว ข้าน้อยแค่พูดไปอย่างนั้น!”
เตียวอุ๋นขมวดคิ้วเข้าหากันขณะมองตี่หยาง ก่อนเคลื่อนสายตาไปหาเล่าเจี้ยง
“แม่ทัพหลัง คำพูดของแม่ทัพตี่หาได้ไร้เหตุผล พวกเราควรระวังหน่อยดีหรือไม่?”
สีหน้าของเล่าเจี้ยงพลันมืดลงทันใด ประหนึ่งกลุ่มเมฆดำ!
“แม่ทัพเตียว ข้ายังพูดไม่ชัดเจนพอหรือ? ข้ายินดีรับรองแทนหลี่เหวินโหว และหากเกิดอะไรขึ้น ข้ายินดีรับผิดชอบคนเดียว!”
“ก็ได้ ในเมื่อแม่ทัพหลังมั่นใจเช่นนี้ ข้าก็ไม่พูดอะไรแล้ว ทุกอย่างทำตามที่แม่ทัพหลังบอก!”
เตียวอุ๋นเห็นเล่าเจี้ยงกล่าวเช่นนี้ก็ยอมแพ้ เขาพูดเช่นนี้ก็ดี! ถึงจะพ่ายก็ยังโยนความรับผิดชอบทั้งหมดไปให้แม่ทัพหลังได้!
เมื่อเล่าเจี้ยงได้ยินอีกฝ่ายกล่าวเช่นนี้ สีหน้าก็ค่อย ๆ อ่อนลง ก่อนหันไปมองตี่หยาง
“แม่ทัพตี่ เจ้าเล่า?”
“ข้าน้อยฟังคำสั่งแม่ทัพหลังผู้เดียว”
ตี่หยางกุมมือรับคำสั่งเล่าเจี้ยง ท่าทางดูมุ่งมั่นอย่างมาก
“ดี! ศึกหนนี้ยังต้องพึ่งความกล้าหาญของท่านแม่ทัพอยู่มากโข แม่ทัพตี่ต้องพยายามอย่างหนักแล้ว”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนหยิบถ้วยชาขึ้นมาส่งให้ตี่หยาง
“แม่ทัพตี่ เชิญ”
ตี่หยางยกถ้วยชาขึ้นตอบ
“ขอบคุณแม่ทัพหลัง เชิญ”
[1] 无事不登三宝殿 ไร้เรื่องร้อนใจไม่ถ่อไปวัด หมายถึง หากไม่ต้องการบางสิ่งก็คงไม่เดินทางมาหา