พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 204 แม่ทัพฮั่นแสดงความเห็นติดต่อกัน
บทที่ 204 แม่ทัพฮั่นแสดงความเห็นติดต่อกัน
ไม่นาน เตียวอุ๋นก็เรียกแม่ทัพทุกคนมารวมตัวกัน และให้เล่าเจี้ยงอธิบายแผนการรบครั้งนี้ให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด
“แม่ทัพทุกท่าน เรื่องก็ประมาณนี้ ข้ากับแม่ทัพเตียตัดสินใจแล้ว เราจะใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ปราบกลุ่มกบฏซีเหลียงให้ราบคาบ แก้ไขวิกฤตสุสานหลวง!”
เล่าเจี้ยงพูดจบ ก็กวาดสายตาไปหาทุกคน เขารู้ว่าต้องมีคนค้านแน่
“แม่ทัพหลัง ข้าคิดว่ามันไม่เหมาะ!”
แน่นอนว่าซุนเกี๋ยนเป็นคนแรกที่ผุดลุกขึ้นมา และค้านออกมาตรง ๆ โดยไม่ลังเล
ทว่านี่ก็ไม่ได้เกินความคาดหมาย เล่าเจี้ยงมองไปที่พยัคฆ์แก่งกังตั๋งพร้อมรอยยิ้มฝืน ๆ
“หืม? ขุนพลอาสาซุนเองหรือ? มีอันใดไม่เหมาะสม?”
“หลี่เหวินโหวนั้นเป็นแค่คนเถื่อนเผ่าเชียงหู จะเชื่อคำพูดเขาง่าย ๆ ได้อย่างไร ในความเห็นข้า ตอนนั้นแม่ทัพหลังควรฆ่าเขาเสีย!”
ซุนเกี๋ยนไม่ไว้หน้าเล่าเจี้ยงเลยสักนิด ในน้ำเสียงถึงขั้นแฝงไปด้วยการตำหนิ!
“ขุนพลอาสาซุนสงสัยในความสามารถของข้าหรือ?”
พยัคฆ์แห่งกังตั๋งส่ายหน้า ก่อนกุมมือคำนับ
“แม่ทัพหลังล้อเล่นแล้ว ความสามารถของแม่ทัพหลังเป็นที่ประจักษ์ ซุนเกี๋ยนจะกล้าแคลงใจได้อย่างไร แต่ทว่าจะเชื่อหลี่เหวินโหวไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นต้องพลาดซ้ำแบบเดียวกับแม่ทัพฮองฮูและแม่ทัพตะ… แน่!”
เขาเกือบหลุดด่าเตียวอุ๋นออกมา
“ หากแม่ทัพหลังไม่เชื่อ สามารถถามความเห็นจากแม่ทัพทุกท่านได้!”
บุรุษบ้าหลังก็คือบุรุษที่ใช้แต่กำลัง ทันทีที่ซุนเกี๋ยนกล่าวเช่นนี้ออกมา ก็ไปจุดไฟโทสะของเตียวอุ๋นเข้าโดยตรง ทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก
“ทุกท่านต่างก็คิดเช่นนี้กันหรือ?”
เล่าเจี้ยงกวาดสายตามองทุกคน แม้ไม่มีใครพูด กระนั้นก็เห็นได้จากสายตาของพวกเขาว่าทุกคนสนับสนุนซุนเกี๋ยน
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ เจ้าล่ะ? เจ้าเชื่อใจข้าหรือคิดว่าความคิดของข้าไม่เหมาะสมหรือ”
ตั๋งโต๊ะไม่คิดเลยว่าเล่าเจี้ยงจะขอความคิดเห็นของเขาก่อน จึงเริ่มจมเข้าสู่ความคิด
เนิ่นนาน แม่ทัพปราบเถื่อนจึงค่อย ๆ เอ่ยปาก
“แม้คำพูดของขุนพลอาสาซุนจะมีเหตุผล แต่ข้าก็ยังเชื่อในตัวแม่ทัพหลัง! ข้ารู้จักท่านมาหลายปี รู้ความสามารถในการใช้กองทัพของท่านดี ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะแม่ทัพหลังนำทัพมาช่วย เกรงว่าเราคงไม่ได้มานั่งกันอย่างสงบสุขตรงนี้”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าให้ตั๋งโต๊ะด้วยรอยยิ้ม เขาสบายใจที่ได้ฟังคำพูดเหล่านี้ ไม่เสียแรงที่ออกหน้าช่วยมาหลายครั้ง
จากนั้นก็กวาดตามองไปที่โจวเซิ่น อาจกล่าวได้ว่าสองคนนี้เป็นผู้บัญชาระดับสามแนวหน้าของกองทัพ คนหนึ่งคือแม่ทัพปราบโจร อีกคนคือแม่ทัพปราบเถื่อน! นอกจากเตียวอุ๋นกับเล่าเจี้ยง มีพวกเขาสองคนที่มีตำแหน่งสูงทีเดียว
“ข้าเชื่อฟังคำสั่งของแม่ทัพหลัง!”
ทุกคนต่างประหลาดใจ โจวเซิ่นไม่สงสัยใด ๆ แล้วเชื่อใจแม่ทัพหลังอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังแสดงต่อหน้าทุกคนว่าเชื่อฟังคำสั่งเล่าเจี้ยงคนเดียว!
สถานการณ์เริ่มชัดเจนแล้ว ผู้บัญชาการเตียวอุ๋นเลือกที่จะเชื่อเล่าเจี้ยง จากนั้นแม่ทัพทั้งสองก็เลือกที่จะปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเงื่อนไข เท่านี้คนอื่นก็ไม่ออกมากระโดดคัดค้านแล้ว
“เจ้า! พวกเจ้า! เหตุใดพวกเจ้าถึงเป็นเช่นนี้! อยากเห็นกองทัพเราตกอยู่ในอันตรายหรือไร”
ซุนเกี๋ยนโกรธมาก เขามองทุกคนด้วยสายตาขุ่นเคือง
“เหวินไถ ความคิดของเจ้าสุดโต่งเกินไป แม่ทัพหลังไว้ใจหลี่เหวินโหวก็ย่อมมีเหตุผลของเขา เจ้าคิดว่าหลี่เหวินโหวไม่น่าเชื่อถือ มันเป็นแค่การวินิจฉัยของเจ้าคนเดียว หากเกิดว่าข้อมูลที่หลี่เหวินโหวมอบให้เป็นเรื่องจริง เช่นนั้นกองทัพเราไม่พลาดโอกาสไปเสียหรือ”
“อีกอย่างข้าขอพูดกับทุกท่านอีกครั้งว่า เหตุใดจึงเห็นด้วยกับแผนของแม่ทัพหลัง เพราะเสบียงและหญ้าของกองทัพเราก็อยู่ในภาวะวิกฤตเช่นกัน ทางเมืองเตียงอันส่งข่าวมาว่าเหลือแค่ใช้ได้เดือนกว่าเท่านั้น ตอนนี้กำลังเร่งจัดหาเสบียงและหญ้าจากแคว้นกิจิ๋วในพื้นที่อื่น ๆ”
ถึงอย่างไรซุนเกี๋ยนก็เป็นคนที่แม่ทัพทหารม้าเกราะหนักเรียกมา นับว่าเป็นคนของเตียวอุ๋น เตียวอุ๋นจึงทำได้เพียงโน้มน้าวอีกฝ่ายเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เขากับเล่าเจี้ยงมึนตึงใส่กันจนเกินไป
“ถึงอย่างไรข้าก็เป็นเพียงขุนพลอาสาตัวเล็ก ๆ ไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก ขอไม่อยู่ขวางหูขวางตาแม่ทัพหลังแล้ว!”
เห็นได้ชัดว่าซุนเกี๋ยนไม่ไว้หน้าเตียวอุ๋นเลย เขาเดินตรงออกไปด้วยความโกรธเคือง
“นี่…”
เตียวอุ๋นไม่คิดเลยว่าพยัคฆ์แห่งกังตั๋งจะดื้อรั้นขนาดนี้
เล่าเจี้ยงเองก็เริ่มมีน้ำโหกับพฤติกรรมของซุนเกี๋ยนเช่นกัน จึงคำรามออกมาด้วยความขุ่นเคือง
“ช่างเถิด ขาดเขาไปสักคนก็ไม่เป็นไร! คิดว่าเขาไปแล้วจะทำอะไรไม่ได้จริง ๆ หรือ!”
เตียวอุ๋นส่งสายตาขอโทษให้แม่ทัพหลัง จากนั้นก็เอ่ยปลอบใจเล็กน้อย
“แม่ทัพหลังอย่าโมโหเลย รีบสั่งการออกรบจะดีกว่า!”
เล่าเจี้ยงสูดหายใจเข้าลึก ก่อนพยักหน้าให้
“หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าแม่ทัพเตียว ข้าไม่ปล่อยไปง่าย ๆ แน่!”
“เอาเถิด เราอย่าไปพูดถึงเขาอีกเลย ข้าจะเล่ารายละเอียดให้ทุกคนฟัง”
“อีกสามวัน จะมีเสบียงและหญ้าสองแสนต้านส่งมาซีเหลียง เปียนจางจะประจำการอยู่ที่หุบเขาเร้นลับ หุบเขาเร้นลับ ความหมายก็ตามชื่อ เป็นสถานที่หนึ่งที่ซ่อนเร้นลับมาก ห่างจากค่ายทหารซีเหลียงไปมากกว่าสิบลี้ ครั้งนี้เปียนจางจะส่งกำลังคนสี่หมื่นนายไปคุ้มกันเสบียงและหญ้าเข้าไปในหุบเขา ปากทางหุบเขาเป็นจุดยุทธภูมิที่ยอดเยี่ยม เป็นที่ให้กองทัพเราบุกสังหาร ฝ่ายศัตรูไม่มีทางหลบหนีไปได้ เราไม่เพียงเผาเสบียงและหญ้าเท่านั้น แต่จะปลิดชีพกองกำลังสี่หมื่นนายของศัตรูด้วย!”
“ทุกท่านเข้าใจจุดประสงค์การรบของเราในครั้งนี้หรือไม่?”
แม้ทุกคนไม่เอ่ยปาก กระนั้นก็พยักหน้าพร้อมกัน
“เอาละ ครั้งนี้ข้าตั้งใจจะนำกำลังทั้งหมดออกรบ เหลือแค่กองพลเกาทัณฑ์สามพันคนไว้ปกป้องเมือง อีกสามวันยามจื่อ แม่ทัพทุกท่านตามข้าออกไปทำสงคราม”
“หลังผ่านศึกนี้ไป กลุ่มกบฏซีเหลียงจะไม่มีกำลังเหลืออีก! แม่ทัพทุกท่านต้องสังหารศัตรูอย่างเต็มที่ ห้ามออมมือเด็ดขาด”
ทุกคนกุมมือขานรับเล่าเจี้ยงพร้อมกัน
“แม่ทัพหลังโปรดวางใจ พวกเราจะทำอย่างเต็มที่!”
“ดี! แม่ทัพทุกท่านรีบไปเตรียมตัวเถิด!”
สองวันต่อมาในช่วงพลบค่ำ ณ ค่ายกองทัพซีเหลียง
แม่ทัพทั้งหมดของกองทัพซีเหลียงได้รวมตัวกันในกระโจมผู้บัญชาการเปียนจาง และทั้งหมดติดอาวุธครบมือแล้ว
“ทุกท่าน ตามข่าวล่าสุดจากเมืองเหมยหยาง แม่ทัพกองทัพฮั่น เล่าเจี้ยง ตกหลุมพรางของเราแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้ เราต้องเอาชนะเล่าเจี้ยง ทำลายกองทัพฮั่นในกวนจงให้สิ้น”
“หลังจากกำจัดเล่าเจี้ยงไปแล้ว แผ่นดินกวนจงจะไม่มีทหารใดอีก ถึงตอนนั้นมันจะเป็นของพวกเราแน่!”
เปียนจางกำหมัดแน่นแล้วชูมันขึ้นฟ้า ราวกับได้เห็นรุ่งอรุณแห่งชัยชนะ
“ดี! ผู้บัญชาการเปียนพูดถูก ศึกครั้งนี้ แม่ทัพทุกท่านต้องทำอย่างเต็มที่ ห้ามปล่อยใครหนีไปแม้แต่คนเดียว แม้จะทำให้ม้าวิ่งจนตายก็ต้องไล่ตามสังหารให้จงได้!”
เป่ยกงปั่วอวี้เองออกคำสั่งของตัวเองเช่นกัน คำขอของเขาง่ายมาก นั่นคือฆ่ากองทัพฮั่นให้หมด!
จากนั้นหลี่เหวินโหวก็เดินออกมา มองทุกคนในกระโจม
“การทำให้เล่าเจี้ยงติดกับการซุ่มโจมตีของเราในครั้งนี้ได้ ความจริงเป็นเพราะสวรรค์อวยพรให้กองทัพซีเหลียงเรา ทว่านี่เป็นเพียงโอกาสเดียวเท่านั้น! หากเล่าเจี้ยงหนีไปได้ เขาจะไม่ให้โอกาสข้าอีกครั้งแน่ ทุกท่าน… ขอฝากด้วย!”
พูดจบ หลี่เหวินโหวก็โค้งคำนับขอร้องทุกคน
ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่สวรรค์มอบให้ หากแบบนี้แล้วยังเอาชนะไม่ได้ หลี่เหวินโหวเองก็ยังต้องขอโทษตัวเอง
“เอาละ ตอนนี้ข้าจะเริ่มออกคำสั่งต่อสู้ ข้าขอย้ำอีกครั้ง แม่ทัพทุกท่านต้องปฏิบัติตามคำสั่ง หากใครกล้าตัดสินใจเองและทำลายเรื่องใหญ่ อย่าโทษกระบี่อันโหดเหี้ยมของข้าก็แล้วกัน!”
เปียนจางชักกระบี่ตัวเองออกมา แล้วปักไว้บนโต๊ะทันที ความคมกริบทำให้คนกลัวจนพูดไม่ออก!