Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 414 สองสาวล้มละลาย! (1)

  1. Home
  2. ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
  3. ตอนที่ 414 สองสาวล้มละลาย! (1)
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

อะไรคือสามสิบแปดเหรียญดอกท้อ? นายอาศัยจังหวะนินทาคนอยู่ใช่ไหม?

อีกอย่างนายก็คลี่คลายความขัดแย้งไปได้ด้วยดีแล้ว บรรยากาศกำลังมุ้งมิ้งได้ที่ จู่ๆ กลับยื่นมือไปทวงเหรียญดอกท้อจากสองสาว นี่มันอะไรกัน?

‘สมกับเป็นนายจริงๆ!’

‘นายนี่มันแน่มากนะท่านมหาเศรษฐี!’

‘สารภาพรักอะไรกัน ทั้งหมดมันก็แค่ธุรกิจนั่นแหละ!’

‘แต่พูดตามตรงนะ ท่านมหาเศรษฐีแต่งเพลงเพราะจริงๆ!’

ผู้ชมเริ่มคุ้นเคยกับสไตล์การทำงานของ หลินจือไป๋ มหาเศรษฐีแห่งเขาลี่ซานคนนี้แล้ว

หลังจากฉีเจียนเจียและเย่อิงได้ยินราคาต่างก็ผงะอึ้ง เมื่อกี้พวกเธอเกทับราคากันด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ตอนที่เสนอราคาไม่ได้ตระหนักเลยว่าเหรียญดอกท้อจำนวนมากขนาดนั้นมีความหมายยังไง

จนกระทั่งตอนนี้ที่ หลินจือไป๋ เอ่ยเตือน ทั้งคู่ถึงได้รู้สึกตัว ถอยหลังกรูดไปสองก้าวอย่างไม่เป็นธรรมชาติ

สามสิบแปดเหรียญดอกท้อนี่จะไม่เอาชีวิตพวกเธอเลยเหรอ? วินาทีนีเย่อิงและฉีเจียนเจียต่างรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ประมาณว่าตอนเปย์มันสะใจ แต่ต้องมาลำบากกินดินจนถึงยอดเขา

“เอานี่!”

เย่อิงกัดฟันกรอด สุดท้ายก็ยอมจำนน

ฉีเจียนเจียที่อยู่ข้างๆ ก็มอบเหรียญดอกท้อให้ด้วยความอาลัยอาวรณ์เช่นกัน

เหรียญดอกท้อของ หลินจือไป๋ กำลังพุ่งสู่สามร้อยเหรียญแล้ว แทบจะเดินกร่างทั่วดินแดนเขาลี่ซานแห่งนี้ได้เลย

“วาย!”

กู่สิงร้องอุทานว่า “เย่อิง เธอล้มละลายแล้วใช่ไหมเนี่ย เหลือเหรียญดอกท้ออยู่เท่าไหร่?”

“สี่เหรียญ…” เย่อิงแทบจะร้องไห้ออกมา เธอจวนจะล้มละลายอยู่รอมร่อ “กู่สิง เธอจะช่วยฉันใช่ไหม?”

“ช่วยสิ!” กู่สิงพยักหน้าอย่างแรง ไม่มีทางปล่อยให้เพื่อนซี้ต้องกินดินในรายการวาไรตี้จริงๆ หรอก

เย่เจิ้น หนึ่งในสี่จตุรเทพที่อยู่ข้างๆ เห็นท่าไม่ดี อดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจียนเจีย คุณเหลือเหรียญดอกท้ออยู่เท่าไหร่?”

“เจ็ดเหรียญ” ฉีเจียนเจียนับเหรียญดอกท้อที่เหลืออยู่ของตัวเองด้วยหัวใจที่หลั่งเลือด จะรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยก็ตอนที่นึกถึงเพลง ‘รองเท้าส้นสูงสีแดง’ เท่านั้น

เย่เจิ้นเอ่ยว่า “งั้นผมแบ่งให้คุณนะ”

ฉีเจียนเจียเอ่ยว่า “ขอบคุณนะ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ สองสามวันนี้ฉันจะตั้งใจทำงาน คงไม่ถึงขั้นอดตายหรอก”

“งั้นก็ได้” เย่เจิ้นพยักหน้าอย่างจนใจ แล้วปรายตามอง หลินจือไป๋ พลางเอ่ยว่า

“นายเรียกราคาโหดเกินไปแล้ว เล่นเอาเงินในกระเป๋าพวกเธอเกลี้ยงเลยจริงๆ ในเมื่อนายมีเงินขนาดนี้แล้ว ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องหาเงินจากคนอื่นแบบนี้เลย…”

นายจะบ่นหาพระแสงอะไร? ฉันมีเงินแล้วจะหาเพิ่มไม่ได้หรือไง?

ถ้านายใจดีนัก ทำไมไม่ช่วยจ่ายเงินแทนฉีเจียนเจียล่ะ?

หลินจือไป๋ ไม่ได้สนใจเย่เจิ้น เห็นชัดๆ ว่าหมอนี่เป็นพวกคลั่งรักฉีเจียนเจีย เย่เจิ้นเห็น หลินจือไป๋ ไม่สนใจตน สีหน้าก็ดูไม่ค่อยดีนัก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

ในตอนนี้เองหลี่เซียวก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “อาจารย์ไป๋ตี้ ในเมื่อเพลง ‘Rainie Love’ ไม่มีใครซื้อ งั้นฉันขอซื้อในราคาสามสิบแปดเหรียญดอกท้อด้วยคนได้ไหมคะ?”

ชาวฉีไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เพลงที่ หลินจือไป๋ แต่งที่ฉินโจวมีมูลค่าสูงมาก มีแค่ในรายการวาไรตี้ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ นี้เท่านั้นถึงจะมีสวัสดิการแบบนี้

“ตกลงครับ” หลินจือไป๋ ยิ้มกล่าว “ทั้งสามเพลงนี้ เดี๋ยวผมจะส่งโน้ตเพลงให้พวกคุณ แล้วก็จะช่วยทำดนตรีให้ด้วยครับ”

เยี่ยมไปเลย! ขายเพลงได้หมดทั้งสามเพลงแล้ว!

แบบนี้เหรียญดอกท้อของ หลินจือไป๋ ก็ทะลุสามร้อยเหรียญแล้ว ถึงหลี่เซียวจะต้องจนลงอย่างแน่นอน แต่เธอก็ยังมีโจวหานจิ้นแฟนหนุ่มของเธออยู่ ตอนนี้เย่อิง ฉีเจียนเจีย และหลี่เซียว เรียกได้ว่าเป็น ‘สามสาวล้มละลาย’

และตอนนี้เอง ในที่สุดฝนข้างนอกก็หยุดตก

ผู้กำกับหวงถิงกังวลว่าตอนกลางคืนฝนจะตกอีก และจะทำให้ทุกคนกลับบ้านลำบาก จึงฉวยโอกาสตอนที่ฝนหยุดตกชั่วคราว รีบพาคนกลุ่มใหญ่กลับที่พักทันที หลังจากกลับถึงที่พักแล้วทุกคนก็มารวมตัวกันที่ศูนย์กิจกรรม

หวงถิงเอ่ยขึ้นว่า “แม้วันนี้จะสั้นนัก แต่ผมเชื่อว่าทุกคนคงได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง อย่างเช่นชาวบ้านในหมู่บ้านลี่ซานหว่านเมล็ดและปลูกผักกันยังไง”

“ต่อไปทางรายการจะจัดสรรที่ดินขนาดหนึ่งร้อยตารางเมตรมาให้ทุกคนเช่าทำกิน และเรายังมีการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์และอุปกรณ์ต่างๆ ด้วย ใครสนใจสามารถมาสอบถามรายละเอียดกับผมได้เลยนะครับ”

“เช่าที่ดินปลูกผักเหรอครับ?” เออิจิโร่ถาม “ต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่?”

หวงถิงกล่าวว่า “รวมค่าเมล็ดพันธุ์ที่ต้องซื้อตามมาแล้ว ก็น่าจะใช้ประมาณห้าสิบเหรียญดอกท้อครับ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่ารอบการเติบโตของพืชผลต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนถึงจะคืนทุนนะครับ แต่รายการของเราต้องถ่ายทำนานกว่าสามเดือน ดังนั้นเรื่องเวลาทันแน่นอนครับ แน่นอนว่าการทำสวนต้องลงแรงหนักเอาเรื่องเลยละครับ”

เออิจิโร่ลังเลเล็กน้อย ความจริงหลายคนเริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว

เมื่อเห็นท่าทางลังเลของทุกคน หวงถิงก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ผมรู้ว่าพวกคุณกังวลว่าตัวเองจะปลูกไม่เป็น ไม่เป็นไรครับ สามารถไปที่หมู่บ้านลี่ซานเชิญชาวบ้านมาเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิคได้ จ่ายเหรียญดอกท้อให้รายการไม่กี่เหรียญ พวกเราจะช่วยจ้างคนมาให้ครับ”

“เอาแบบนี้แล้วกัน” หลินจือไป๋ เอ่ยขึ้น “ที่ดินหนึ่งร้อยตารางเมตรนี้ผมเช่าเองครับ”

ที่ดินรวมหนึ่งร้อยตารางเมตรเพียงพอให้ หลินจือไป๋ ปลูกพืชผลได้หลายประเภท ตอนนี้จะเรียกเขาว่าเป็นเชี่ยวชาญด้านพืชก็ไม่เกินไปเลย ความรู้ในด้านนี้ของเขาเรียกได้ว่าอัดแน่นมาก

ที่สำคัญที่สุดคือ เขาสามารถปลูกผักกินเองได้ ฟังแล้วดูมีสุนทรียภาพในการใช้ชีวิตมากทีเดียว

แน่นอนเพื่อจะเอาที่ดินผืนนี้มา หลินจือไป๋ จึงเสริมอีกว่า “ที่ดินหนึ่งร้อยตารางเมตรปลูกอะไรได้เยอะเลย ถึงตอนนั้นถ้าทุกคนมาช่วยผมปลูก ผมก็จ่ายเหรียญดอกท้อให้ทุกคนเป็นค่าจ้างได้ครับ”

ขาดไม่ได้ ต้องมอบโอกาสการทำงานให้ทุกคนด้วย

เมื่อได้ยินคำพูดของ หลินจือไป๋ หลังจากทุกคนลังเลเล็กน้อยก็ไม่ได้แย่งเช่าพื้นที่แต่อย่างใด เพราะการเช่าที่ดินมาทำสวนเองฟังดูเป็นเรื่องที่ชวนปวดหัวมากทีเดียว

หลังจากตกลงเรื่องนี้กันแล้ว หวงถิงก็เอ่ยต่อว่า “ยังมีอีกเรื่องที่ต้องแจ้งให้ทุกคนทราบครับ นั่นคือเกมที่สองของเราได้กำหนดออกมาแล้ว ครั้งนี้เกมมีชื่อว่า ‘ฉันคือเทพเจ้าแห่งเสียงเพลง’”

“แบ่งเป็นสี่กลุ่มคือ แดง เหลือง น้ำเงิน และขาว แต่ละกลุ่มต้องเตรียมการแสดงดนตรีสองชุด กลุ่มที่ทำคะแนนได้เป็นอันดับหนึ่งจะได้รับเหรียญดอกท้อรวมยี่สิบเหรียญ อันดับสองสิบสองเหรียญ อันดับสามแปดเหรียญ และอันดับสี่สี่เหรียญครับ”

“แพ้ไม่หักเงิน?”

“ต่อให้เป็นทีมอันดับสี่ แต่ละคนก็จะได้รับหนึ่งเหรียญดอกท้อครับ แต่ถ้าได้ที่หนึ่ง แต่ละคนจะได้รับถึงห้าเหรียญเลย!”

“เริ่มเกมเมื่อไหร่เหรอ?”

“เริ่มคืนมะรืนครับ พรุ่งนี้ต้องจัดเตรียมเวที ชาวเมืองคนไหนที่ขาดแคลนเงิน สามารถมาช่วยเจ้าหน้าที่ของเราจัดเวทีได้ หลังเสร็จงานจะมีเหรียญดอกท้อให้เป็นค่าตอบแทนครับ”

“ฉัน!”

“ฉัน!”

“ฉันเอง”

หลินจือไป๋ เห็นฉีเจียนเจีย เย่อิง และหลี่เซียว ทั้งสามคนกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เพราะยังไงพวกเธอก็ใกล้จะล้มละลายกันแล้ว พอเห็นโอกาสทำงานจึงอยากจะคว้าไว้ ทำเอาทุกคนต่างกระตือรือร้นกันมาก มีแค่ หลินจือไป๋ คนเดียวที่ดูไม่ค่อยสนใจนัก

เกม ‘ฉันคือเทพเจ้าแห่งเสียงเพลง’ นั้น กลุ่มที่ได้อันดับหนึ่งได้รับเหรียญดอกท้อแค่ยี่สิบเหรียญเอง ซึ่งหมายความว่าเฉลี่ยแล้วได้แค่คนละห้าเหรียญ สำหรับคนอื่นอาจจะดูดึงดูดใจ แต่ หลินจือไป๋ กลับไม่ชายตามองเลยสักนิด ก็แค่เหรียญดอกท้อห้าเหรียญเอง

ส่วนเรื่องต้องใช้แรงงานช่วยทีมงานจัดเตรียมเวทีอะไรนั่น หลินจือไป๋ ยิ่งไม่มีความสนใจ เขาบอกให้ผู้กำกับพาตนไปดูที่ดินเลยทันที

“ไว้ดูพรุ่งนี้เถอะครับ”

“ตอนนี้เลยครับ”

“ก็ได้ครับ งั้นก็ตรงนี้แหละ” หวงถิงพา หลินจือไป๋ ไปยังที่ดินการเกษตรทันที

ที่ดินผืนนี้มีพื้นที่ประมาณหนึ่งร้อยตารางเมตร ผู้กำกับเอ่ยอย่างจนใจ “ก็แค่ที่ดินผืนเดียว มีอะไรน่าดูเหรอครับ?”

“มีสิ่งที่น่าดูเยอะแยะเลยครับ” หลินจือไป๋ กุมตัวลงกอบดินขึ้นมาหนึ่งกำมือ สังเกตดูบนฝ่ามือแล้วยังมองดูพวกพืชพรรณและวัชพืชในที่ดิน ลองเขี่ยดูว่ามีแมลงอะไรบ้าง สุดท้ายก็พยักหน้าแล้วเอ่ยว่า

“ตกลง ผมเช่าที่ดินผืนนี้แหละ”

“คุณดูออกด้วยเหรอว่ามันดียังไง?” หวงถิงรู้สึกฉงนเล็กน้อย

“คนที่มีความรู้รอบตัวอยู่บ้างก็น่าจะรู้นะครับ” หลินจือไป๋ เอ่ย “ที่ดินจะดีหรือไม่ ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสภาพดินครับ”

อะไรคือ ‘คนที่มีความรู้รอบตัวอยู่บ้างก็น่าจะรู้’?

หวงถิงเกาหัว ตัวเขาไม่มีความรู้รอบตัวพวกนี้เลย เอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “แล้วสรุปสภาพดินของที่นี่เป็นยังไงครับ คุณดูด้วยตาเปล่าออกจริงๆ เหรอ?”

“ง่ายมากครับ” หลินจือไป๋ พยักหน้าแล้วพูดว่า “เวลาคุณอ่านบทความที่บรรยายถึงดินเนี่ย ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้คำวิเศษณ์อย่าง อุดมสมบูรณ์ หรือ แห้งแล้ง งั้นถ้าอยากให้คุณภาพพืชผลออกมาดี ดินก็ต้องมีความอุดมสมบูรณ์มากพอ ส่วนเกณฑ์การตัดสินว่าดินอุดมสมบูรณ์ไหมมีเยอะมากครับ”

“อย่างเช่น?” หวงถิงมอง หลินจือไป๋ ด้วยความประหลาดใจ

วันนี้ หลินจือไป๋ เก็บเห็ดและผักป่าบนเขา พร้อมกับแสดงความรู้ด้านพฤกษศาสตร์อย่างอัดแน่น เรื่องนี้หวงถิงย่อมรู้ดี เพราะเขาเฝ้าติดตามสถานการณ์แต่ละห้องไลฟ์อยู่ตลอด

แต่เขานึกไม่ถึงว่าแม้แต่เรื่องการทำสวน หลินจือไป๋ ก็ยังอธิบายเป็นฉากๆ

“อย่างเช่น ยิ่งดินมีสีเข้มเท่าไหร่ คุณภาพดินก็ยิ่งดีเท่านั้น”

หลินจือไป๋ ส่งสัญญาณให้ตากล้องแพนกล้องเข้ามาใกล้ “หรืออย่างชั้นดินยิ่งลึกและร่วนซุยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี จะทำให้เพาะปลูกได้ง่าย แน่นอนว่าถ้าคุณดูดินไม่เป็น ก็ลองดูพวกพืชพรรณในที่ดินผืนนี้แล้วกันครับ”

หลินจือไป๋ แนะนำต่อ “นี่เรียกว่าหญ้าขนห่าน นั่นเรียกว่าหงโถวเจี้ยง ที่ดินที่มีพวกนี้ขึ้นอยู่ พื้นฐานแล้วสภาพดินไม่แย่แน่นอนครับ”

“เอ่อ…” หวงถิงสีหน้ามึนงง

หลินจือไป๋ ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ถ้าแม้แต่พืชคุณก็ไม่รู้จัก งั้นก็ลองดูว่าในดินมีสิ่งมีชีวิตอะไรบ้างแล้วกัน ดีที่สุดควรมีพวกหอยขม ไส้เดือน หรือปลิง อะไรพวกนี้ ข้างเท้าคุณก็มีรูไส้เดือนอยู่ ไส้เดือนคุณคงรู้จักใช่ไหมครับ…”

นี่นายกำลังดูถูกสติปัญญาของฉันอยู่เหรอ?

หวงถิงรู้สึกว่าศักดิ์ศรีของตัวเองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ดูเหมือน หลินจือไป๋ จะรู้ไปทุกอย่าง จนทำให้ผู้กำกับอย่างตนดูความรู้ตื้นเขินไปเลย

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 414 สองสาวล้มละลาย! (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย