ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 413 มอบความตื่นตะลึงทางดนตรีให้ชาวฉีสักหน่อย!
นี่เป็นครั้งแรกที่ หลินจือไป๋ ดื่มน้ำขิง
แม้ในละครจะเห็นคนดื่มสิ่งนี้อยู่บ่อยๆ เรียกอย่างหรูหราว่า ‘ซุปขิง’ แต่ความจริงคนดื่มน้ำขิงจริงๆ นั้นมีไม่มาก เพราะรสชาตินั้นอธิบายยากจริงๆ
โดยเฉพาะสำหรับคนอย่าง หลินจือไป๋ ที่ไม่กินขิงเลย
แต่พิจารณาว่านี่คือสิ่งที่ฉีเจียนเจียตั้งใจต้มให้ หลินจือไป๋ และเมื่อสามหนุ่มนักตกปลาก็ยังคงดื่มจนหมด เพื่อไม่ให้เป็นการทำลายน้ำใจคนอื่น
นอกตัวบ้านฝนยังคงตกอยู่ เห็นได้ชัดว่าวันนี้ทุกคนไม่สามารถทำงานต่อได้แล้ว แต่จะให้นั่งจ้องตากันเฉยๆ ก็คงไม่ได้
มีคนเสนอให้เล่นไพ่ แต่ของแบบนี้ไม่มีใครพกติดตัวมาด้วยเลย
“งั้นพวกเรามาร้องเพลงกันเถอะ”
ฉีเทียนเหวินยิ้มกล่าว “ในบรรดาพวกเราสิบหกคน สิ่งที่ขาดแคลนน้อยที่สุดก็คือนักร้อง งั้นมาลองร้องเพลงที่เกี่ยวกับวันฝนตกคนละเพลงเป็นไง?”
“เพลงที่เกี่ยวกับฝนเหรอ?”
หนิงหลิงเอ่ยขึ้นทันที “ไม่มีปัญหา แต่พวกเราที่ไม่ใช่นักร้องต้องร้องก่อน พวกคุณห้ามร้องซ้ำ ใครร้องไม่ออกก็วิดพื้นสิบทีแล้วกัน”
“ตกลง”
ทุกคนไม่มีใครคัดค้าน จากนั้นหนิงหลิงก็ร้องท่อนฮุคของเพลงออกมาช่วงหนึ่ง
“หยาดฝนร่วงหล่นสู่พสุธา เมฆาปกคลุมเส้นขอบฟ้า เมฆและฝนแยกจากกันยามนี้ เหมือนดังฉันและเธอ…”
หายากที่จะไม่ใช่เพลงภาษาฉี แต่เพลงนี้สร้างสรรค์โดยชาวฉีโจวจริงๆ
จากนั้นคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่นักร้องก็ต่างร้องเพลงที่เกี่ยวกับฝนคนละท่อน
“ต่อไปให้เพื่อนๆ จากฉินโจวเริ่มก่อนแล้วกัน” ฉีเทียนเหวินยิ้มกล่าว “จะได้ให้ผู้ชมสัมผัสถึงสไตล์ดนตรีของฉินโจวพอดี ผมเอากีตาร์มาด้วย”
“ผมเอง”
จางซีหยางรับกีตาร์ไปแล้วยิ้มพลางร้องเพลงเกี่ยวกับฝนเพลงหนึ่ง ตามด้วยพวกโจวหานจิ้น ทุกคนล้วนร้องเพลงป๊อปของฉินโจว
‘เพราะจังเลย!’
‘สไตล์ดนตรีของฉินโจวก็คล้ายๆ กับพวกเรานี่นา’
‘เพลงที่โจวหานจิ้นร้องชื่อเพลงอะไรเหรอ ฉันอยากไปหาโหลดมาเก็บไว้’
‘บรรยากาศดีจริงๆ เลย วันฝนตกคนกลุ่มหนึ่งมาร้องเพลงเล่น!’
‘พวกฉินโจวสองสามคนนี้เหมือนจะเป็นราชาราชินีเพลงกันหมดเลย เสียงไม่ธรรมดาจริงๆ ขนาดร้องเล่นๆ ยังสุดยอดขนาดนี้!’
ในตอนนี้เองถึงตาของ หลินจือไป๋ แล้ว
หลินจือไป๋ รับกีตาร์มาดีดเบาๆ สองสามทีแล้วพลันเริ่มร้องว่า
“วันฝนตกแบบนี้จะทำยังไงดีนะ ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน ไม่กล้าโทรหาเธอเพราะฉันเองก็หาเหตุผลไม่เจอ ทำไมเสียงของอาการนอนไม่หลับถึงได้คุ้นชินขนาดนี้ ฉากที่เงียบงันใช้เป็นตัวแทนของเธอ อยู่เป็นเพื่อนฉันรอจนกว่าฝนจะหยุด…”
เพลงนี้ชื่อว่า ‘วันฝนตก’ (Rainy Day)
หลินจือไป๋ ใช้เสียงจริงของตัวเองในการร้อง
‘อู้ เสียงของท่านมหาเศรษฐีเพราะจังเลย เนื้อเสียงแบบนี้ฉันรักเลย!’
‘เพลงนี้ชื่อว่าอะไรเหรอ เพราะมากเลย เป็นเพลงของท่านมหาเศรษฐีเองเหรอ?’
‘ฉันจำได้ว่าในประวัติของท่านมหาเศรษฐีบอกว่าเป็นนักร้องนักแต่งเพลง แต่งเพลงเป็น ร้องเพลงก็เก่ง!’
‘ร้องได้ดีจริงๆ!’
ผู้ชมหาที่ติไม่ได้ เหล่าแขกรับเชิญชาวฉีโจวที่ฟัง หลินจือไป๋ ร้องเพลงก็หาที่ติไม่ได้เช่นกัน
เพลงนี้ของอีกฝ่ายไม่เพียงแต่เพราะมาก เนื้อเพลงยังตรงตามกฎของเกมอีกด้วย
ทุกคนต่างคิดว่านี่คือเพลงป๊อปชื่อดังสักเพลงของฉินโจว เพียงแต่…
เพื่อนฝูงจากฉินโจวอย่างพวกจางซีหยางและโจวหานจิ้น หลังจากได้ยินเพลงที่ หลินจือไป๋ ร้อง ต่างก็เผยสีหน้าแปลกประหลาด
ในที่สุดโจวหานจิ้นทนไม่ไหวเอ่ยอย่างหัวเราะไม่ได้ร้องไหไม่ออก “แบบนี้ก็ได้เหรอ?”
ฉีเจียนเจียแปลกใจเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “การร้องไม่มีปัญหานะ ทำไมไม่ได้ละ?”
จางซีหยางมอง หลินจือไป๋ อย่างจนใจ “เรื่องร้องไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่เพลงที่อาจารย์ไป๋ตี้เพิ่งร้องไปเมื่อกี้ อาจจะเป็นเพลงที่เขาแต่งขึ้นมาสดๆ เพราะยังไงที่ฉินโจวของพวกเราก็ไม่มีเพลงนี้เลย”
“หา!”
“ฉินโจวไม่มีเพลงนี้เหรอ?”
“หลินจือไป๋ แต่งสดเหรอ?”
“อื้อ ฉันไม่เชื่อ มันอาจจะเป็นเพลงใหม่จริง แต่แต่งสดตรงนี้… มันเวอร์เกินไปแล้ว”
หลานเหยส่ายหน้าไม่หยุดแล้วเอ่ยว่า “ถึงฉันจะไม่ใช่นักร้อง แต่ก็พอรู้ว่าการแต่งเพลงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น”
แขกรับเชิญฉีโจวไม่เชื่อเลยสักนิด ผู้ชมเองก็ไม่เชื่อเหมือนกัน จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะแต่งสด
เย่อิงจ้อง หลินจือไป๋ ยิ้มๆ “ยังจะมาหลอกพวกเราอีก เห็นว่าพวกเราไม่รู้เรื่องเพลงของฉินโจวเลยแกล้งกันสินะ ไปวิดพื้นเลยคุณนะ!”
“ทำไมต้องวิดพื้นด้วยละ?” หลินจือไป๋ ไม่พอใจ
“เลิกสนเถอะว่าในฉินโจวมีเพลงนี้หรือเปล่า เอาเป็นว่าผมร้องเพลงวันฝนตกแล้ว ในกฎของเกมก็ไม่ได้บอกว่าห้ามแต่งเองนี่นา”
“แต่งเองก็ต้องดูคุณภาพด้วย” เย่อิงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ยว่า “ใครจะไปรู้ว่าคุณภาพเพลงของคุณเป็นยังไงละ แค่ร้องสั้นๆ ไม่กี่ประโยคเอง”
“งั้นคุณก็ฟังต่อ”
หลินจือไป๋ ดีดกีตาร์แล้วร้องต่อจากก่อนหน้านี้
“ความคาดหวังยิ่งนานวัน ยิ่งทำให้คนถลำลึกลงไป มีใครบ้างไหมเป็นเหมือนฉัน เฝ้ารอใครคนนั้นของเธอที่ไม่เคยมาถึง การรักเธอทำให้วันหนึ่งได้เรียนรู้รสชาติของความโดดเดี่ยว กางร่มคนเดียว เช็ดน้ำตาคนเดียว ตัวคนเดียวแบบนี้มันเหนื่อยเหลือเกิน”
ทุกคนที่อยู่ในที่นั่นต่างตั้งใจฟัง ไม่ว่าเพลงนี้ หลินจือไป๋ จะแต่งไว้นานแล้วหรือไม่ แต่อย่างน้อยจุดหนึ่งที่ทุกคนต้องยอมรับก็คือ ทำนองของท่อนเนื้อร้องนี้เพราะมากจริงๆ
และในตอนนี้เองท่อนฮุคก็มาถึง
หลินจือไป๋ ใช้เสียงสูงเล็กน้อย “ฝนแบบไหน ค่ำคืนแบบไหน ตัวฉันแบบไหน ที่จะทำให้เธอคิดถึงมากกว่านี้? ฝนต้องตกหนักแค่ไหน ฟ้าต้องมืดมนเท่าไร ถึงได้ความใส่ใจจากเธอ?”
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ระดับเสียงของ หลินจือไป๋ สูงขึ้นอีกครั้ง “ความจริงต่อให้ไม่มีฉัน เธอก็แยกความต่างเหล่านั้นไม่ออก บทสรุปต้องชัดเจนกว่านี้อีกหรือ! อย่าบอกว่าเธอจะเสียใจ อย่าบอกว่าเธออยากจะเปลี่ยนแปลง…”
หลังจากเสียงเอื้อนที่ลากยาว หลินจือไป๋ ร้องว่า
“คนที่ถูกรักไม่จำเป็นต้องขอโทษ…”
เมื่อร้องจบ! คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดก็ระเบิดทันที!
‘กรี๊ด ท่อนฮุคนี่เพราะมาก มหาเศรษฐีแต่งเองเหรอ!’
‘เพลงนี้สุดยอดเลย!’
‘ฉันชอบเพลงนี้จัง’
‘ความสามารถในการแต่งเพลงของมหาเศรษฐีเจ๋งมากจริงๆ!’
‘เพลงนี้ชื่อว่าอะไร ฉันอยากดาวน์โหลด!’
‘ก็บอกแล้วไงว่าเพลงแต่งเอง แบบที่ยังไม่ได้ปล่อยนะ’
‘ฮ่าๆๆ พวกเธอชาวฉีไมรู้อะไรเกี่ยวกับไป๋ตี้เลย ในฐานะคนฉินฉันขอรับผิดชอบคำพูดตัวเองเลยว่า ความสามารถในการแต่งเพลงของเขาอยู่ท็อปๆ ในฉินโจวของเราเลย เรื่องแต่งเพลงสดบอกเลยว่าจิ๊บๆ’
‘แต่งเพลงสดนี่เวอร์ไปมั้ง?’
‘ไม่เวอร์หรอก ฉันไปเรียนต่อที่ฉินโจวมาสามปี ติดตามไป๋ตี้มาตลอด พรสวรรค์ทางดนตรีของเขาสุดยอดจริง แน่นอนว่าพวกคุณต้องคิดว่าเป็นเพราะฟิลเตอร์แฟนคลับอะไรแบบนั้นแน่ๆ เดี๋ยวต่อไปทุกคนจะเข้าใจเอง’
เพลงนี้เพราะเกินไปแล้ว! ผู้ชมต่างชื่นชอบกันมาก! แขกรับเชิญชาวฉีโจวเองก็ฟังจนเคลิบเคลิ้ม!
เย่อิงยิ่งดวงตาเป็นประกายเอ่ยว่า “เพลงนี้เป็นเพลงต้นฉบับของคุณที่ยังไม่ได้ปล่อยออกมาเหรอ?”
“ทำไมละ” หลินจือไป๋ กล่าว “ยังจะให้ผมวิดพื้นอีกเหรอ?”
เย่อิงยิ้มร่า “วิดพื้นนะไม่ต้องแล้ว เพลงนี้ของคุณชื่อว่าอะไรเหรอ?”
หลินจือไป๋ เอ่ยว่า “วันฝนตก”
เย่อิงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ชื่อเพลงเข้ากับบรรยากาศมาก แต่เห็นได้ชัดเลยว่าเพลงนี้เหมาะกับเด็กสาวน่ารักแบบฉันมากกว่านะ เอาแบบนี้! ฉันให้เหรียญดอกท้อคุณห้าเหรียญ ยกเพลงนี้ให้ฉันเป็นไง?”
“ฝันไปเถอะ” หลินจือไป๋ กลอกตาแล้วพูดว่า “อย่างน้อยสิบเหรียญดอกท้อ”
“แพงจัง!” เย่อิงกำลังจะพูดอะไรต่อ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านข้าง
“ตกลง”
หลินจือไป๋ หันไปมอง คนที่พูดก็คือฉีเจียนเจียนั่นเอง
ในใจอยากหัวเราะเล็กน้อย ราชินีคนนี้ตาถึงไม่เบาเลย รู้ถึงมูลค่าของเพลง ‘วันฝนตก’ เพลงนี้
ไม่ได้มีความหมายล้อเล่นเลย ฉีเจียนเจียถึงกับหยิบเหรียญดอกท้อสิบเหรียญออกมา แล้วยื่นให้ด้วยสีหน้าจริงจัง
“เฮ้!” เย่อิงเริ่มลนลาน “ฉันแค่บอกว่าแพง แต่ไม่ได้บอกว่าไม่เอา อย่าคิดจะมาตัดหน้านะ”
พูดจบเย่อิงก็หยิบเหรียญดอกท้อสิบเหรียญออกมา เธอเองก็ฟังออกถึงคุณค่าของเพลง ‘วันฝนตก’ ไม่ยอมให้ฉีเจียนเจียมาตัดหน้าไปได้หรอก!
“ฉันให้สิบห้าเหรียญ” ฉีเจียนเจียมองเย่อิงอย่างเรียบเฉย
เย่อิงเริ่มโมโห “ฉันให้ยี่สิบเหรียญ!”
ฉีเจียนเจียยังคงเอ่ยเรียบๆ ว่า “ฉันให้ยี่สิบเอ็ดเหรียญ”
เย่อิงสูดหายใจลึกแล้วเอ่ยว่า “ฉันให้สามสิบเหรียญดอกท้อ!”
“สามสิบเอ็ด”
“สามสิบสอง!”
“สามสิบสาม”
“สามแปด (อีบ้า)!”
ฉีเจียนเจียขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “ทำไมต้องด่าคนอื่นด้วยละ”
เย่อิงหัวเราะเยาะแล้วเอ่ยว่า “ฉันหมายถึงสามสิบแปดเหรียญดอกท้อไง”
บรรยากาศพลันกระอักกระอ่วน ไม่ว่าจะเป็นแขกรับเชิญชาวฉีโจวหรือฉินโจว ต่างก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
ใครที่มีสมองหน่อยก็ดูออกว่าความขัดแย้งระหว่างสองราชินีอย่างฉีเจียนเจียและเย่อิงได้ปะทุขึ้นแล้ว
เพลงของ หลินจือไป๋ เป็นชนวนเหตุ แต่สาเหตุที่แท้จริงคือทั้งสองมีความขัดแย้งรุนแรงกันมาตั้งแต่ต้นแล้ว
ต่อให้ไม่มีเพลงนี้ ตราบใดที่ทั้งคู่ยังอยู่ในรายการเดียวกัน ไม่ช้าก็เร็วความขัดแย้งแบบนี้ก็ต้องระเบิดออกมาอยู่ดี
ท่ามกลางกลิ่นอายดินปืนที่รุนแรง ทุกคนมอง หลินจือไป๋ ด้วยสายตาเห็นใจเล็กน้อย
สรุปแล้วเขาจะมอบเพลงนั้นให้ใคร?
การถูกหนีบอยู่ตรงกลางระหว่างราชินีฉีโจวทั้งสองคน หลินจือไป๋ มอบเพลงนั้นให้ใครก็ไม่เหมาะสมทั้งนั้น ย่อมต้องทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองแน่นอน
และขณะที่ดูไลฟ์สด แฟนคลับของฉีเจียนเจียกับผู้สนับสนุนของเย่อิงก็เริ่มทะเลาะกัน
‘เย่อิงทำเกินไปแล้ว!’
‘นั่นสิ ทำไมต้องด่าคนอื่นด้วย?’
‘เหอะ ฉีเจียนเจียไม่เกินไปหรือไง?’
‘ทั้งที่เพลงนี้อิงอิงของเราเล็งไว้ก่อนเห็นๆ!’
‘อิงอิงกำลังต่อรองราคา จู่ๆ ฉีเจียนเจียก็จะจ่ายเหรียญดอกท้อตัดหน้า เป็นเธอโมโหไหมละ?’
‘ทำไม เพลงนั้นมีแค่เย่อิงที่ซื้อได้เหรอ คนอื่นเสนอราคาไม่ได้หรือไง? ไม่ใช่เดทนะที่ต้องมาแบ่งลำดับก่อนหลังนะ?’
‘ใคร?!’
‘วันนี้ก็มาถึงจนได้ ท่านมหาเศรษฐีที่น่าสงสารต้องมาพัวพันในสงครามผู้หญิง แต่เขานี่เจ๋งจริงๆ นะ เพลงนี้ถึงขั้นทำให้สองราชินีตัวท็อปของฉีโจวต้องแย่งชิงกันเลย!’
‘สนับสนุนเย่อิง!’
‘สนับสนุนฉีเจียนเจีย!’
คอมเมนต์แบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน