Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 411 เศรษฐีลี่ยานตัวจริงเสียงจริง!

  1. Home
  2. ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
  3. ตอนที่ 411 เศรษฐีลี่ยานตัวจริงเสียงจริง!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ตอนที่ 411 เศรษฐีลี่ยานตัวจริงเสียงจริง!

ทุกคนจ้องมองปลาที่ หลินจือไป๋ ตกมาอย่างตะลึงงัน

นายกวาดปลาจากบ่อตามธรรมชาติในชนบทจนเกลี้ยงเลยหรือไง?

ถึงห้าสิบจินจะเป็นแค่การล้อเล่นและกะด้วยสายตา

แต่พอชั่งดูจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก

ปลาหนักถึงสี่สิบสามจินเต็มๆ!

นี่ยังไม่นับรวมส่วนที่ หลินจือไป๋ แบ่งให้คุณลุงเพื่อนตกปลาคนนั้นอีก

หวงถิงถึงกับเริ่มตั้งตัวไม่ติด

ตัวเองสะเพร่าไปจริงที่ดันไปรับปาก หลินจือไป๋ ว่าปลาหนึ่งจินแลกได้หนึ่งเหรียญดอกท้อ!

ตามน้ำหนักปลาที่ หลินจือไป๋ ตกมาได้

ก็หมายความว่าตนต้องจ่ายเหรียญดอกท้อให้เขาถึงสี่สิบสามเหรียญ?

เชี่ย!

นี่ตำแหน่งมหาเศรษฐีแห่งเขาลี่ซานจะถูกเขานั่งอย่างมั่นคงถาวรเลยเหรอ?

‘ฮ่าๆๆ ผู้กำกับอึ้งไปเลย พวกเธอเคยคำนวณไหมว่าตอนนี้ หลินจือไป๋ มีเหรียญดอกท้ออยู่เท่าไหร่?’

‘หลินจือไป๋ ฉันไม่แน่ใจ ฉันรู้แค่ว่าเหรียญดอกท้อของจี้อีเทียนเหวินเหลือแค่ห้าสิบเหรียญแล้ว เขาใกล้จะล้มละลายแล้วละ’

‘ฉันสงสัยว่าเหรียญดอกท้อของ หลินจือไป๋ น่าจะใกล้แตะสองร้อยเหรียญแล้ว’

‘ใครจะไปคิดว่า หลินจือไป๋ จะเป็นนักตกปลาที่มีฝีมือขนาดนี้ ไม่ใช่บอกว่าพวกดาราเป็นแค่เด็กโข่งเหรอ!?’

‘โอ้โฮ ปลาเยอะขนาดนี้เลย!’

‘หลินจือไป๋ ตกมาได้ยังไงกัน รู้งี้ดูมุมตกปลาของเขาดีกว่า’

‘แต่ฝั่งทำสวนก็น่าขำดีเหมือนกัน’

เอาเถอะ หลายคนดูแค่ไลฟ์สดของกลุ่มใหญ่

ดังนั้นจึงเห็นแค่ตอนที่ หลินจือไป๋ หิ้วปลากลับมาเต็มถัง

แต่ไม่รู้เลยว่ากระบวนการตกปลาของเขาวิปริตขนาดไหน

“ผมเก็บไว้สักสามจินแล้วกันครับ”

หลินจือไป๋ ขายให้ทีมงานไปสี่สิบจิน และเก็บไว้เองสามจิน

เอาไว้ทำปลาขิงกินในตอนเย็น

ฝีมือทำอาหารที่เขาอุตสาห์แลกมาจะเสียของไม่ได้

“สี่สิบเหรียญดอกท้อ”

หวงถิงถึงจะไม่เต็มใจ แต่ก็ยังคงรักษาคำพูดและทำข้อตกลงกับ หลินจือไป๋

ทุกคนจ้องมองภาพนี้ด้วยความอิจฉาตาร้อนเป็นที่สุด

โดยเฉพาะเออิจิโร่ที่ทนไม่ไหวเอ่ยออกมาว่า

“พวกเราที่ทำสวนได้แค่นี้เอง หลินจือไป๋ ตกปลาได้เหรียญดอกท้อตั้งเยอะขนาดนี้”

“ผู้กำกับ แบบนี้มันไม่ยุติธรรมไปหน่อยหรือเปล่า?”

คำพูดนี้ได้รับความเห็นชอบจากคนไม่น้อย

คนที่ไม่เคยตกปลาไม่รู้เลยว่าการที่ หลินจือไป๋ ตกปลาได้มากขนาดนี้ในช่วงเช้ามันเป็นเรื่องระดับไหน

เพราะยังไงมองดูแล้วก็รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ

ส่วนคนที่เคยตกปลาอยู่บ้างอย่างจี้อีเทียนเหวินและโจวหานจิ้นต่างเงียบกริบ

“ตอนบ่ายคุณก็ไปตกปลาสิครับ”

หลินจือไป๋ เอ่ยว่า “ปลาหนึ่งจินแลกได้หนึ่งเหรียญดอกท้อนี่คือสิ่งที่ผู้กำกับรับปากไว้”

“ทุกคนสามารถตกปลาหาเงินได้เหมือนกันครับ”

“ไปก็ไปสิ!”

เออิจิโร่คิดในใจว่าการตกปลามันจะยากสักแค่ไหนกันเชียว?

ก็แค่ไปนั่งริมน้ำหย่อนเหยื่อลงไปรอปลามาติดเบ็ดไม่ใช่เหรอ ตัวเขาก็ทำได้เหมือนกัน!

“ผมไปด้วย!”

เย่จวินจี๋ ก็พยักหน้าเห็นด้วย

หลานเหยเอ่ยตามว่า “ตอนบ่ายไปด้วยกัน!”

ทั้งสามคน ส่วนหนึ่งอิจฉา หลินจือไป๋ อีกส่วนก็ไม่อยากขุดดินแล้วจริงๆ มันเหนื่อยเกินไปแล้ว

“ได้ครับ”

หวงถิงไม่เชื่อว่าสามคนนี้จะตกปลาได้เยอะเหมือน หลินจือไป๋ ดังนั้นจึงไม่กังวลเลยสักนิด

“ต่อไปทุกคนมาก่อไฟทำอาหารกันเถอะครับ เที่ยงแล้วต้องทำอาหารแล้ว”

วันนี้ต้องก่อไฟทำอาหารกันในหมู่บ้าน

ทีมงานจัดเตาดินขนาดใหญ่ไว้ให้สองเตา เป็นแบบที่ต้องใช้ฟืนก่อไฟเอง

และยังมีหม้อหุงข้าวไฟฟ้าอีกใบ

“เชฟใหญ่วันนี้คุณมาโชว์ฝีมือให้พวกเราดูหน่อยสิ”

ทุกคนหิวไส้กิ่วกันแล้ว

โดยเฉพาะเย่อิงที่จ้องมอง หลินจือไป๋ ด้วยดวงตาเป็นประกาย

เธอรู้ซึ้งดีว่าฝีมือทำอาหารของหมอนี่สุดยอดแค่ไหน

“เอาแบบนี้ คนละสองเหรียญดอกท้อครับ!”

หลินจือไป๋ เอ่ย “พวกคุณจัดการเตรียมวัตถุดิบ ผมจะลงมือปรุงเอง”

หลังจากทำอาหารเป็น หลินจือไป๋ ก็เข้าใจสัจธรรมอย่างหนึ่งว่า

ที่แท้สิ่งที่เหนื่อยที่สุดในการเข้าครัวไม่ใช่การปรุงอาหาร

สิ่งที่เหนื่อยที่สุดหรือยุ่งยากที่สุดจริงๆ คือการเตรียมวัตถุดิบ

อย่างเช่นการจัดการกับปลาต้องขูดเกล็ดควักไส้ ซึ่งทำให้มือเหม็นคาวอย่างแน่นอน

หรืออย่างการหั่นเนื้อ ถ้าอยากหั่นให้บางและสม่ำเสมอก็ต้องใช้สมาธิอย่างมาก

“หา? สองเหรียญดอกท้อ?”

“พวกเรามีตั้งสิบห้าคน ให้นายคนละสองเหรียญ นายก็รวยเละเลยสิ?”

“ไม่เอาอะ!”

“ไม่ตกลงเด็ดขาด!”

“พวกเราเตรียมวัตถุดิบแล้วนายทำอาหาร! ก็ยุติธรรมดีแล้วนี่นา!”

ทุกคนคุ้นเคยกับนิสัยจอมขูดรีดของ หลินจือไป๋ กันอยู่แล้ว

พอได้ยินว่าเขาจะควักเอาเหรียญดอกท้อจากทุกคนอีก ทุกคนก็พลันระวังตัวขึ้นมา

“แต่พวกคุณต้องเข้าใจนะ” หลินจือไป๋ เอ่ย

“ผมต้องทำอาหารสำหรับสิบหกคน ปริมาณงานมันเยอะมาก”

“เอาแบบนี้แล้วกัน”

ฉีเจียนเจียก็เอ่ยขึ้น “คุณทำไปก่อน ถ้ารสชาติดีทุกคนจะยอมจ่ายเงินให้แต่โดยดี”

“ฉันเชื่อว่าทุกคนไม่เบี้ยวหนี้แน่นอน แต่ถ้ารสชาติงั้นๆ พวกเราก็ไม่ต้องจ่ายเงิน”

“ถ้าคุณเชื่อใจพวกเราก็ทำเลย แต่ถ้าไม่เชื่อใจก็ช่างเถอะ”

“ตกลง”

หลินจือไป๋ พยักหน้าเอ่ย “ถ้ารู้สึกว่าอร่อยค่อยจ่ายเงิน”

“ถ้ารู้สึกว่าไม่อร่อยก็ไม่ต้องจ่าย”

“ทุกท่านต่างก็เป็นคนมีหน้ามีตา คงไม่ถึงขั้นที่รู้สึกว่าอร่อยแต่เพื่อจะเบี้ยวเงินเลยแกล้งบอกว่าไม่อร่อยหรอกเนอะ”

พูดจบ หลินจือไป๋ ก็เริ่มสั่งการให้ทุกคนจัดการเตรียมวัตถุดิบ

แน่นอนว่าตัวเขาเองก็จัดการด้วยบางส่วน

ปัก ปัก ปัก ปัก ปัก!

บนเขียงไม้ หลินจือไป๋ กวัดแกว่งมีดท่วงท่าที่ไหลลื่นมีจังหวะจะโคน

ยังไม่ต้องพูดถึงรสชาติ แค่ดูจากฝีมือการใช้มีดก็รู้ว่าผ่านการฝึกมาจริง!

ทุกคนต่างก็อยากรู้ว่าฝีมือการทำอาหารของ หลินจือไป๋ จะสุดยอดเหมือนที่เย่อิงคุยโวไว้หรือเปล่า

‘เชฟหลินจะลงสนามแล้ว!’

‘ไม่รู้ว่าฝีมือทำอาหารของ หลินจือไป๋ เป็นยังไงกันแน่ ครั้งนี้น่าจะเห็นฝีมือที่แท้จริงแล้วละ’

‘อาหารสำหรับสิบหกคนนี่ทำไม่ง่ายเลยนะ’

‘ว่าตามตรงนะ ฝีมือการใช้มีดแบบนี้ฝีมือทำอาหารก็ไม่ธรรมดาแล้ว!’

‘ว้าว เขาหั่นเร็วขนาดนี้ไม่กลัวโดนนิวเหรอ’

‘รู้สึกว่าทุกครั้งที่ลงมีดเกือบจะโดนนิ้วเลยนะ!’

‘สำหรับฝีมือการใช้มีดระดับพระกาฬ เรื่องความผิดพลาดนะไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก’

‘แต่ฉันอยากรู้มากกว่าว่าวันนี้ทุกคนจะยอมจ่ายเงินแต่โดยดีไหม’

สิบหกคน หลินจือไป๋ เตรียมทำอาหารแปดอย่าง

วัตถุดิบทีมงานจัดหาให้ฟรี เพราะยังไงทุกคนก็ออกมาทำงานกันแล้ว

ผู้กำกับเองก็ไม่กล้ากดขี่แรงงานหนักโหดเกินไป

ในบรรดาวัตถุดิบนั้นมีปลาจำนวนมากที่ หลินจือไป๋ เป็นคนตกมาด้วยตัวเอง

และถูกทีมงานรับซื้อไปก่อนหน้านี้

ตอนนี้ดูเหมือนปลาพวกนั้นจะเข้าไปอยู่ในท้องของทุกคนอีกครั้ง

ปลาเล็กเอาไปทอดแล้วกัน ปลาใหญ่เอาไปทำปลาตุ๋นน้ำแดง

แบบนี้ก็ได้อาหารสองอย่างแล้ว

จากนั้นก็ยังมีซี่โครง เนื้อ และผักต่างๆ

นอกจากนี้ทีมงานยังเตรียมผักป่าไว้นิดหน่อย น่าจะรับซื้อมาจากชาวบ้านแถวนี้

มีภูเขามีน้ำ ผักป่าขึ้นอยู่ไม่น้อย ชาวบ้านเก็บกลับมาก็กินได้เลย

นี่แหละเรียกว่าอาศัยป่าหากินกับป่า อาศัยน้ำหากินกับน้ำ

“ซี่โครงหมูทำแบบกระเทียมแล้วกัน”

หลินจือไป๋ กินพวกเปรี้ยวหวานกับตุ๋นน้ำแดงจนเบื่อแล้ว วันนี้เลยอยากเปลี่ยนรสชาติบ้าง

วุ่นวายแบบนี้อยู่พักใหญ่ หลินจือไป๋ ก็เริ่มมีเหงื่อซึม

แต่ยังมีคนหนึ่งที่ลำบากอยู่กับเขา นั่นก็คือเออิจิโร่

เออิจิโร่ถูก หลินจือไป๋ สั่งให้ไปก่อไฟ นั่งอยู่หน้าเตาคอยเติมฟืนเป็นพักๆ

อุณหภูมิปกติก็สูงอยู่แล้ว บวกกับความร้อนจากเปลวไฟ

เออิจิโร่จึงเหงื่อท่วมหัวอย่างเลี่ยงไม่ได้

‘รู้สึกเหมือน หลินจือไป๋ กำลังแก้แค้นส่วนตัวอยู่เลย’

‘ฮ่าๆๆ ตัดคำว่ารู้สึกออกไปเลย’

‘เพราะก่อนหน้านี้เออิจิโร่สงสัยว่า หลินจือไป๋ เอาปลาไปแลกเหรียญดอกท้อไม่ยุติธรรม เลยถูกสั่งให้มาสุมไฟ’

‘หลินจือไป๋ : ฉันแก้แค้นแบบไม่เกรงใจใคร!’

‘มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่รู้สึกว่า หลินจือไป๋ ใจแคบคิดเล็กคิดน้อย?’

‘มีแค่เธอคนเดียวนั่นแหละ’

ผู้ชมต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ในไลฟ์สด

และในตอนนี้เองจู่ๆ ฉีเจียนเจียก็เอาผ้าเช็ดหน้าไปชุบน้ำเย็น

แล้วเดินเข้าไปเช็ดหน้าผากให้ หลินจือไป๋

“ขอบคุณครับ” หลินจือไป๋ ไม่ได้ใส่ใจอะไร

ขอบคุณไปตามมารยาทแล้วผัดอาหารต่อ

การใช้เตาดินแบบนี้ทำอาหาร รสชาติโดยพื้นฐานก็ไม่เลวอยู่แล้ว

ขอแค่ควบคุมเวลาให้ดีก็พอ

เออิจิโร่ที่เหงื่อท่วมตัวอยู่ข้างๆ มองดูฉีเจียนเจียเช็ดเหงื่อให้ หลินจือไป๋

สีหน้าดูอึ้งเล็กน้อย

“คุณก็เช็ดบ้างสิคะ”

ฉีเจียนเจียเอ่ยยิ้ม พร้อมกับหยิบกระดาษทิชชูออกมาแผ่นหนึ่งส่งให้เออิจิโร่

เออิจิโร่ : ……

และเมื่อผู้ชมจับภาพฉากนี้ได้ คอมเมนต์ก็คึกคักขึ้นมาทันที!

‘ฮ่าๆๆ ฉีเจียนเจียสมจริงเกินไปแล้ว’

‘เอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อให้ หลินจือไป๋ อย่างอ่อนโยน แต่ส่งทิชชูให้เออิจิโร่เช็ดเอง!’

‘จู่ๆ ก็รู้สึกว่าฉีเจียนเจียกับ หลินจือไป๋ ดูมีเคมีเข้ากันดีนะ’

‘ขอโทษที เจียนเจียของเราไม่รับนัด!’

‘อุ้มเจียนเจียไปละ เธอแค่กำลังสร้างสีสันวาไรตี้แบบใหม่ๆ เท่านั้นแหละ’

พูดตามตรง ฉากนี้ทำให้แฟนคลับของฉีเจียนเจียไม่สบอารมณ์สุดๆ

ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับผู้ชายหรือผู้หญิง ต่างก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจกันทั้งนั้น

เพราะในฉีโจว ฉีเจียนเจียและเย่อิงทั้งสองราชินีต่างมีภาพลักษณ์ไอดอลเข้มข้นมาก

และในสายตาแฟนคลับ ดาราไอดอลเหล่านี้ในวงการบันเทิงไม่มีผู้ชายคนไหนคู่ควรกับเทพธิดาของพวกเขาเลย

แต่ว่าครั้งนี้เป็นฉีเจียนเจียที่เริ่มก่อน แฟนคลับเหล่านั้นพูดอะไรมากไม่ได้

ทำได้เพียงขัดขวางขาจรที่เอาทั้งคู่มาล้อเรื่องเคมีเข้ากันในความเป็นจริง

ตอนที่ออกอากาศอีพีแรก ฉากที่ฉีเจียนเจียนวดให้ หลินจือไป๋ ก็ได้สะกิดเส้นประสาทที่อ่อนไหวของแฟนคลับบางส่วนเข้าแล้ว

ฉากในวันนี้ก็แค่สะกิดเส้นประสาทของแฟนคลับเหล่านั้นซ้ำอีกครั้งเท่านั้นเอง

“เจียนเจีย”

เย่อิงสังเกตเห็นว่าเธอเช็ดเหงื่อให้ หลินจือไป๋ จึงอดไม่ได้ที่จะแกล้งเย้าแหย่

แต่ความจริงตั้งใจค่อนแคะ “คิดจะเกาะแข้งเกาะขามหาเศรษฐีลี่ซานของเราเหรอ เคล็ดลับไม่เลวนะคะ”

ฉีเจียนเจียยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยว่า “อย่างน้อยถ้าตามอาจารย์ไปก็ไม่ต้องอดตายที่เขาลี่ซาน”

เย่อิงกลอกตาใส่ทีหนึ่ง

ผู้หญิงคนนี้ปกติไม่ใช่วางมาดเย็นชาหรอกเหรอ

ทำไมตอนนี้ถึงคอยเอาอกเอาใจ หลินจือไป๋ อยู่เรื่อย

ถึงขั้นที่ตนเปิดโปงก็ยังยอมรับแบบหน้าไม่อายอีก!

เกินไปแล้ว!

‘อิงอิงกลอกตาเป็นกิจวัตรเลย’

‘ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนอิงอิงจะเกลียดที่ฉีเจียนเจียเข้าใกล้ หลินจือไป๋ นะ?’

‘มุมมองแคบไปแล้ว อิงอิงก็แค่เกลียดฉีเจียนเจียเฉยๆ นั่นแหละ’

‘ไม่นะ ฉันรู้สึกว่าเพราะอิงอิงกับมหาเศรษฐีมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน’

‘เธอเลยไม่อยากให้ฉีเจียนเจียเข้ามาแทรก’

‘ฮ่าๆๆ ชื่อมหาเศรษฐีเนี่ยฟังดูดีกว่าจอมขูดรีดเยอะเลย’

‘ก็จริงนะ ถึงมหาเศรษฐีจะชอบแซะอิงอิงอยู่บ่อยๆ’

‘แต่ตอนเล่นเกมก่อนหน้านี้ก็เห็นชัดว่าคอยดูแลและเป็นห่วงเธอมาก’

แฟนคลับของเย่อิงมีความรู้สึกที่ดีต่อ หลินจือไป๋ มาก!

เพราะพฤติกรรมของเย่อิงไม่ทำให้เกิดความรู้สึกแบบเคมีคู่จิ้นกับ หลินจือไป๋

ส่วน หลินจือไป๋ ถึงแม้จะขุดหลุมพรางเย่อิงบ้าง แต่ก็เพราะความสัมพันธ์ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมกันจริงๆ

ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่หลุมเล็กๆ เน้นสีสันของรายการเท่านั้น

ถึงขั้นที่เรื่องนี้ยังทำให้เหล่าแฟนคลับได้เห็นด้านน่ารักซื่อบื้อของเย่อิงอยู่ตลอด

ถ้าหากเย่อิงทำตัวเหมือนฉีเจียนเจียที่แสดงความสนิทสนมกับ หลินจือไป๋ ก้ำกึ่งเกินกว่าคำว่าเพื่อน แฟนคลับก็คงไม่เห็นด้วยแน่นอน

และแล้วหลังจากวุ่นวายอยู่เกือบสองชั่วโมง ในที่สุดก็เริ่มกินข้าวกันเสียที!

โต๊ะอาหารทั้งใหญ่และเก่า คราบน้ำมันก็เช็ดออกยาก

แต่บรรยากาศในการกินข้าวกลับยอดเยี่ยมทีเดียว!

สิบหกคนล้อมวงอยู่ที่โต๊ะตัวใหญ่กลางแจ้ง

บนโต๊ะเต็มไปด้วยกับข้าวนานาชนิด ครบทั้งรูปรสกลิ่น!

“บอกแล้วนะว่าไม่อร่อยจะไม่จ่าย”

เออิจิโร่แกล้งพูดเสียงดัง

จากนั้นก็คีบหมูสามชั้นตุ๋น ผักกาดขาว และวุ้นเส้นขึ้นมาคำหนึ่ง

หมูสามชั้นกับผักกาดขาวเข้าปากพร้อมกับวุ้นเส้น

กลิ่นหอมเข้มข้นของเนื้อพลันอบอวลไปทั่วทั้งปาก

ถ้าจะบอกว่ามีอะไรบกพร่องก็คงจะเป็นกับข้าวที่เริ่มเย็นลงเล็กน้อย แตรสชาติโดยรวมไม่มีที่ติจริงๆ!

หอม! หอมเหลือเกิน!

เออิจิโร่ตักกินคำโต กินคู่กับข้าวสวย ไม่พูดถึงเรื่องเงินอีกต่อไป

หานเยว่ช่วงที่รู้ว่าเออิจิโร่เคยมีเรื่องกระทบกระทั่งกันกับ หลินจือไป๋ กลับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“ตกลงว่าเงินส่วนนี้คุณจะจ่ายไหมคะ?”

“ผมขอลองกินอย่างอื่นก่อน”

เออิจิโร่ไม่ยอมตอบตรงๆ แล้วหันไปคีบกับข้าวอย่างอื่น

ส่วนคนอื่นๆ ก็เริ่มขยับตะเกียบเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างคิดว่าฝีมือทำอาหารของ หลินจือไป๋ ส่วนใหญ่คงเป็นแค่เรื่องเล่าที่บอกต่อกันจนเกินจริง

เหมือนกับที่ชาติก่อน คนจำนวนมากดูรายการ ‘ชีวิตที่ปรารถนา’

หลายคนต่างสงสัยว่าฝีมือทำอาหารของหวงเหล่ยเก่งจริงๆ หรือเปล่า

ตามหลักแล้วดาราดังที่ยังอายุน้อยอย่าง หลินจือไป๋ ไม่น่าจะมีฝีมือทำอาหารที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ได้

แต่แล้วเมื่อได้ลิ้มรสกับข้าวเหล่านี้ที่ หลินจือไป๋ ทำ

สายตาที่ทุกคนมองเขาก็เปลี่ยนไปทันที!

“อื้อหือ!”

“โอ้โห!”

“อร่อยมากเลย!”

“รสชาตินี่มัน…!”

“นี่มันอาหารทิพย์ชัดๆ!”

“อา… จู่ๆ ฉันก็รู้สึกมีความสุขจัง!”

“ฉันไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ อร่อยระเบิดเลย!”

“ปลาทอดนี่กรอบนอกนุ่มใน เนื้อแน่นแถมไม่มีก้าง”

“เงินนี่ฉันจ่ายแน่นอน เชฟหลินสุดยอด!”

“หอม!”

ถ้าไม่ใช่เพราะตอนแรกที่ออกอากาศไป ผู้ชมเคยเห็นการปูทางเรื่องฝีมือทำอาหารของ หลินจือไป๋ มา

ทุกคนคงนึกว่าคนพวกนี้กำลังแสดงละครอยู่แน่ๆ เวอร์!

ปฏิกิริยาของทุกคนมันเวอร์มากจริงๆ

เหมือนกับในหนังหรือละครแนวทำอาหารที่พวกนักชิมได้กินอาหารรสเลิศอย่างไรอย่างนั้น!

ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข! ดูมีชีวิตชีวามาก!

ทำเอาเหล่าผู้ชมเริ่มน้ำลายสอ ลูกกระเดือกยังขยับขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง

‘มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?’

‘อร่อยนะเรื่องจริง เรื่องเวอร์ก็จริงเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจได้’

‘ดาราพวกนี้ปกติกินหรูอยู่สบาย พอมาอยู่เขาลี่ยานต้องกินแต่ผักหญ้าตั้งหลายวัน’

‘จู่ๆ ได้กินกับข้าวดีๆ แบบนี้ก็ต้องมีความสุข อร่อยไม่ไหวเป็นธรรมดา’

‘ดูท่าฝีมือทำอาหารของท่านมหาเศรษฐีจะมีดีจริงๆ แฮะ’

‘ฉีเทียนเหวินเป็นพวกเห็นแกกิน พิถีพิถันเรื่องกินมาก แถมหมอนี่ก็พูดจาตรงๆ’

‘ขนาดเขายังชมไม่หยุดเลย แสดงว่าหอมจริงๆ’

‘ฝีมือทำอาหารของท่านมหาเศรษฐีสยบทุกคนอยู่หมัด’

‘ซี่โครงหมูทอดกระเทียมนี่ ฉันลองหัดทำตั้งหลายครั้งก็พังทุกที’

‘ทำไมรู้สึกว่าเขาทำเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ เลย?’

‘คนทำเป็นก็ไม่ยากหรอก!’

‘ท่านมหาเศรษฐียังหนุ่มอยู่เลย ทำไมถึงดูเหมือนทำเป็นซะทุกอย่าง’

‘ความสามารถในการใช้ชีวิตด้วยตัวเองนี่สุดยอดเกินไปแล้ว’

ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ‘ท่านมหาเศรษฐี’ ก็ได้กลายเป็นชื่อเล่นที่ผู้ชมบางส่วนใช้เรียก หลินจือไป๋ ไปแล้ว

และตั้งแต่วินาทีนี้ ฝีมือทำอาหารของ หลินจือไป๋ ก็ได้รับการยอมรับจากผู้ชมและแขกรับเชิญทุกคนอย่างเป็นทางการ!

หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จ ทุกคนต่างควักเหรียญดอกท้อคนละสองเหรียญ

ซึ่งหมายความว่าการโชว์ฝีมือทำอาหารครั้งนี้ หลินจือไป๋ ทำเงินได้ถึงสามสิบเหรียญดอกท้อ!

เมื่อรวมกับที่ได้จากการตกปลาอีกสี่สิบเหรียญ

ปัจจุบันเหรียญดอกท้อทั้งหมดของ หลินจือไป๋ ก็ทะลุสองร้อยเหรียญอย่างเป็นทางการแล้ว!

และนอกจาก หลินจือไป๋ เหรียญดอกท้อของคนอื่นล้วนต่ำกว่าร้อยเหรียญทั้งนั้น

กระทั่งมีบางคนที่น่าสงสารหน่อย เพราะใช้เงินมือเติบเกินไปจนเหลือเหรียญดอกท้อไม่ถึงห้าสิบเหรียญแล้ว

“พวกเราก็จะไปตกปลาเหมือนกัน!”

เออิจิโร่กัดฟันกรอด ลาก เย่จวินจี๋ และหลานเหยไปยืมคันเบ็ดจากชาวบ้าน

เตรียมจะเลียนแบบ หลินจือไป๋ ตกปลาให้ได้สักหลายสิบจิน

คนที่เหลือต่างพากันเลือกช่วยพวกคุณลุงชาวนาทำสวนหาเงินต่อ

ส่วน หลินจือไป๋ ที่มีเหรียญดอกท้อทะลุสองร้อยเหรียญ

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจขึ้นเขาไปเก็บผักป่าและเห็ด

ไม่ต้องถามว่า หลินจือไป๋ แยกแยะเห็ดและผักป่าได้ยังไง

ถ้าจะถามก็คือ ‘เพิ่งอัปสกิล’

พวกเห็ดนี่ถ้าไม่มีความสามารถในการแยกแยะ ร่มแดงก้านขาว กินแล้วได้นอนในโลงแน่

เพราะฉะนั้น หลินจือไป๋ จึงยังระมัดระวังมาก

เขาแลกเปลี่ยนความสามารถในการแยกแยะระดับสูงสุดกับระบบ

และเมื่อเห็น หลินจือไป๋ ออกเดินทางอีกครั้งในช่วงบ่าย ผู้ชมต่างก็รู้สึกสงสัย

‘ท่านมหาเศรษฐีจะไปไหนอีกนะ?’

‘นี่คือยืนหยัดจะไม่ไปกับกลุ่มใหญ่จริงๆ สินะ’

‘ท่านมหาเศรษฐีออกโรงต้องเพื่อหาเงินแน่’

‘แต่ไม่รู้ว่าคราวนี้เขาจะเจอช่องทางรวยอะไรอีก’

‘ซี้ด! เดี๋ยวก่อนนะ!’

‘ดูเหมือนเขากำลังหาเห็ดเหรอ!?’

‘ท่านมหาเศรษฐี อย่าล้อเล่นนะ ของพวกนี้กินสุ่มสี่สุมห้าไม่ได้นะ’

ผู้ชมที่ชอบ หลินจือไป๋ คราวนี้ไม่ลังเล

หลังจากที่เขาแยกตัวจากกลุ่มใหญ่ ก็รีบกดเข้าไปดูในมุมกล้องไลฟ์สดของเขาเลยทันที

แต่พอเห็น หลินจือไป๋ เดินหาเห็ดไปทั่ว ทุกคนก็เริ่มเครียดขึ้นมา

ถึงขั้นที่มีบางคนวิ่งไปคอมเมนต์ในห้องไลฟ์รวมว่า

‘ท่านมหาเศรษฐีบ้าไปแล้ว เดินหาเห็ดไปทั่ว บอกว่าจะเอามาทำแกงเห็ดมื้อเย็น!’

‘เห็ดป่าเหรอ?’

‘ของแบบนี้ทำชี้ซั้วไม่ได้ปะ?’

‘ฝีมือทำอาหารดีไม่ได้หมายความว่ากินเห็ดพิษเข้าไปจะไม่เป็นไรนะ!’

‘ฉันไปดูหน่อย!’

‘ท่านมหาเศรษฐีคนนี้ใจกล้าเกินไปแล้ว’

‘รู้จักเห็ดพวกนั้นเหรอถึงได้เก็บมั่วซั่วแบบนั้น?’

ไม่ต้องพูดไกล แค่พฤติกรรมที่ หลินจือไป๋ เดินหาเห็ดไปทั่วก็ทำให้หลายคนสงสัยมากพอแล้ว

ถึงขั้นยังมีหลายคนเอาไปทำมุกตลก

เพราะยังไงข่าวเรื่องกินเห็ดป่าแล้วเกิดเรื่องก็มีให้เห็นบนอินเทอร์เน็ตอยู่เป็นระยะ

ต่อให้จะเป็นในแหล่งที่อุดมไปด้วยเห็ดป่า ชาวบ้านที่พบเห็นเห็ดมามากบางครั้งก็ยังกินผิด

จนเกิดภาพหลอนอะไรแบบนั้นเลย

ที่หนักกว่านั้นคือต้องเข้าโรงพยาบาลทันที

กระทั่งถูกหามออกมาในสภาพร่างไร้วิญญาณคืนนั้นเลย

ทุกคนจึงไม่รู้ว่า หลินจือไป๋ ไปเอาความมั่นใจจากไหนถึงได้หาของพวกนี้มากกิน

แต่แล้วเมื่อหลายคนกดเข้าไปในมุมกล้องไลฟ์สดของ หลินจือไป๋ กลับตะลึงกับภาพตรงหน้า!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 411 เศรษฐีลี่ยานตัวจริงเสียงจริง!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย