ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 410 พวกคุณรู้ได้ไงว่าผมตกปลาได้ห้าสิบจิน?
สี่ซุปตาร์ราชา สองซุปตาร์ราชินี!
พูดได้ว่าผู้ชมชาวฉีโจวต่างก็หวังจะมาดูพวกเขา
แต่ผลปรากฏว่าเมื่อรายการ “เยือนเขาลี่ซาน” ตอนแรกออกอากาศไป ความโดดเด่นทั้งหมดกลับถูก หลินจือไป๋ แย่งไปหมด
เรื่องนี้ต่อให้เหลาราชาชินีจะยอมรับได้ แต่ทีมงานที่อยู่เบื้องหลังซูเปอร์สตาร์เหล่านี้กลับยอมรับไม่ได้
ในคืนนั้นเอง ผู้จัดการส่วนตัวของดาราหลายคนได้ไปพบผู้กำกับ
“ผลลัพธ์อีพีแรกของรายการดูจะไม่ค่อยตรงกับความตั้งใจแรกเริ่มของศิลปินเราสักเท่าไหร่…”
“พวกคุณมีไอเดียก็เสนอมาได้เลยครับ”
ผู้กำกับดูเหมือนจะเดาไว้อยู่แล้วว่าสถานการณ์แบบนี้จะต้องเกิดขึ้น
ดาราแถวหน้าของฉีโจวมากมายขนาดนี้มาเข้าร่วมรายการ “เยือนเขาลี่ซาน” ไม่มีทางที่จะทนดู หลินจือไป๋ ดังเปรี้ยงปร้างโดยเหยียบไหล่ทุกคนขึ้นไปหรอก
ยังคงเป็นคำเดิม ต่อให้ตัวดาราจะตกลง แต่ทีมงานเบื้องหลังของพวกเขาก็ไม่ยอมอยู่ดี
ไม่ใช่ว่า หลินจือไป๋ ทำผลงานดีเกินไปไม่ได้ แต่ หลินจือไป๋ จะกดรัศมีบรรดาตัวพ่อตัวแม่เหล่านั้นไว้ตลอดไม่ได้ แอร์ไทม์ก็เยอะกว่าเหล่าราชาราชินีด้วย
“ความคิดของผมง่ายมากครับ”
ผู้จัดการของกู่สิงเอ่ยขึ้น “ในเมื่อทีมงานจัดสรรแอร์ไทม์ให้ทั่วถึงเหลาราชาราชินีได้ยาก งั้นเรามาเปลี่ยนรูปแบบการเล่นกันดีไหม ศิลปินยังคงให้ความร่วมมือในการเล่นเกมและทำภารกิจหาเหรียญดอกท้อเหมือนเดิม แต่เรื่องแอร์ไทม์ตรงนี้พวกเราจะจัดการกันเอง”
“จะจัดการกันเองยังไงครับ?”
“ตอนนี้ไลฟ์สดกำลังฮิตไม่ใช่เหรอ”
ผู้จัดการของจี้อีเทียนเหวินยิ้มกล่าว “พวกเราก็เปลี่ยนรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ ให้เป็นรายการไลฟ์สดไปเลยสิ ร่วมมือกับแพลตฟอร์มไลฟ์สด แล้วตั้งช่องส่วนตัวของแต่ละคนขึ้นมา แบบนี้ผู้ชมอยากดูใครก็ดูคนนั้น แน่นอนว่าห้องไลฟ์รวมของทีมงานก็ยังคงเป็นฐานหลักของผู้ชมจริงๆ”
หวงถิงเริ่มปวดหัว
ความจริงหวงถิงก็รู้อยู่แล้วว่ารายการนี้ทำยาก เพราะดาราเบอร์ใหญ่ที่สุดของฉีโจวมารวมตัวกันหมด ไม่มีใครที่รับใช้ดูแลง่ายๆ เลยสักคน
แต่ก็ไม่คิดว่าจะยากขนาดนี้ แค่ หลินจือไป๋ เด่นเกินหน้าเกินตาไปหน่อยในอีพีแรก คนเหล่านี้ก็ถึงกับจะให้เปลี่ยนรูปแบบรายการครั้งใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ
ดาราสิบหกคนต้องแยกเป็นห้องไลฟ์ย่อยสิบหกมุมมอง แล้วห้องไลฟ์รวมจะยังมีคนดูอีกเหรอ?
“ไม่เป็นไรหรอกครับ”
คราวนี้เป็นผู้จัดการของ เย่จวินจี๋ ที่เอ่ยขึ้น “เพราะห้องไลฟ์รวมคือฐานผู้ชมทั่วไปที่ใหญ่ที่สุด รายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ ไม่ใช่รายการวาไรตี้ในความหมายทั่วไป และพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับแนวคิดการผลิตรายการวาไรตี้แบบเดิมๆ”
“ผมจะรับไปพิจารณาครับ”
หวงถิงยิ่งปวดหัวหนักกว่าเดิม
ที่บอกว่าพิจารณานั้น ความจริงคือต้องเรียกประชุมระดับผู้บริหารของบริษัท กำหนดทิศทางการทำงานต่อไปจากนี้
เพราะยังไงเรื่องที่รายการวาไรตี้นี้จะเกิดเรื่องวุ่นวายไม่คาดฝัน ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาเตรียมใจไว้อยู่แล้ว
และเมื่อถึงวันต่อมา เรื่องทุกอย่างก็ถูกตัดสินเรียบร้อย
รายการยังคงถ่ายทำต่อไป แต่ตอนนี้จะมีช่องไลฟ์สด ‘เยือนเขาลี่ซาน’ เพิ่มขึ้นมา
เริ่มตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าของทุกวัน และสิ้นสุดตอนห้าทุ่ม เท่ากับว่าจะต้องไลฟ์สดตลอดทั้งวันเลยทีเดียว
เรื่องนี้แขกรับเชิญบางคนได้รับแจ้งล่วงหน้าแล้ว
ส่วน หลินจือไป๋ เพิ่งจะทราบข่าวตอนเที่ยง แต่เขาก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เพราะถึงจะไม่มีไลฟ์สด เขาก็มีตากล้องคอยตามถ่ายอยู่ตลอดทั้งวันอยู่แล้ว
ความแตกต่างที่แท้จริงระหว่างการไลฟ์สดกับการบันทึกเทปก็คือ การไลฟ์สดสมจริงตรงไปตรงมามากกว่า แต่เนื้อหาจะกระจัดกระจายอย่างแน่นอน ไม่เหมือนกับการบันทึกเทปที่ตัดต่อเอาเฉพาะส่วนสำคัญมารวมกันออกอากาศ
“วันนี้พักผ่อนกันไปก่อนครับ แล้วพรุ่งนี้เราจะเริ่มเปิดกล้องไลฟ์สดกัน”
ผู้กำกับหวงถิงเอ่ย “ทุกคนไม่ต้องกังวลไปครับ ไม่ว่าจะไลฟ์สดหรือบันทึกเทป เราเคยทำยังไงก็ทำไปตามนั้น จังหวะของรายการจะไม่ได้รับผลกระทบ พวกเรายังคงเน้นความเป็นวาไรตี้แนวใช้ชีวิตร่วมกันเป็นหลักครับ”
แน่นอนข่าวที่รายการจะเปลี่ยนเป็นรูปแบบไลฟ์สดได้แพร่ไปทั่วฉีโจวแล้ว
ปฏิกิริยาแรกของคนภายนอกก็คือ ตื่นเต้น!
เพราะนั่นหมายความว่าทุกคนไม่จำเป็นต้องรอให้ทีมงานตัดต่ออีกต่อไป แค่เปิดมือถือขึ้นมาก็สามารถดูสถานการณ์ทางฝั่งรายการ “เยือนเขาลี่ซาน” ได้ทุกเมื่อ!
วันนี้เป็นวันที่ยี่สิบห้าเดือนกันยายน เป็นการไลฟ์สดครั้งแรกของรายการ “เยือนเขาลี่ซาน”
และเว็บไซต์สตรีมมิ่งที่ใหญ่ที่สุดในฉีโจวอย่าง ‘หูซา’ ก็ได้เชื่อมต่อสัญญาณสดจากกองถ่ายเรียบร้อยแล้ว!
เขาลี่ซาน กลุ่มสีน้ำเงิน
หลังจาก หลินจือไป๋ ตื่นนอน ก็เปิดมือถือขึ้นมาดูห้องไลฟ์สดของรายการ “เยือนเขาลี่ซาน” ก่อนเลย
นี่คือห้องไลฟ์สดขนาดมหึมา ในตอนนั้นห้องไลฟ์กำลังฉายภาพบรรยากาศการออกกำลังกายตอนเช้าของแขกรับเชิญกลุ่มสีแดง ซึ่งปัจจุบันมีความนิยมอยู่ที่ 153.22 ล้าน
‘ให้ตายเถอะ!’
‘นี่คือห้องไลฟ์ที่คนดูเยอะที่สุดตั้งแต่หูซาไลฟ์เคยมีมาเลย!’
‘เจียนเจียสวยมาก!’
‘โจวหานจิ้นกับหลี่เซียวเป็นแฟนกันเหรอ เมื่อคืนเหมือนเขาจะนอนห้องเดียวกันเลย!’
‘คุณพระ!’
‘ไลฟ์สดนี่มันสะใจจริงๆ เลย ได้เห็นรายละเอียดที่หาไม่ได้จากเทปรายการ!’
เสียงมือถือดังขึ้น ที่แท้เป็นผู้กำกับที่ประกาศข้อความในกลุ่มใหญ่
‘ชาวบ้านทั้งหลาย มีข่าวดีจะบอกครับ!’
‘เช้านี้ชาวบ้านแถวเขาลี่ซานได้ส่งคำเชิญมาถึงพวกเรา หวังว่าพวกเราจะสามารถไปช่วยงานเกษตรได้ หลักๆ คือช่วยคุณลุงคุณป้าปลูกผักทำสวนนั่นเองครับ’
‘เมื่อทำงานเกษตรเสร็จสิ้นก็จะได้รับเหรียญดอกท้อ’
‘ยิ่งทำงานได้ดีเท่าไหร่ ทุกคนก็จะยิ่งได้รับเหรียญดอกท้อมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้เราออกเดินทางกันเลยครับ!’
ให้ตายเถอะ
เริ่มวางแผนให้แขกรับเชิญไปทำนาทำสวนซะแล้ว
แน่นอนว่า หลินจือไป๋ ไม่ได้สนใจ แต่เขาก็ยังเดินตามไปดูเพราะถือเป็นกิจกรรมกลุ่ม
แขกรับเชิญทุกคนรวมตัวกันมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งที่เชิงตีนเขาอย่างเอิกเกริก
ครู่ต่อมาทุกคนหยุดลงที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน
หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่า หมู่บ้านลี่ซาน
ชาวบ้านจำนวนมากมารวมตัวกันมองดูเหล่าดาราพวกนี้ แต่สีหน้ากลับไม่ได้มีความตื่นเต้นแม้แต่น้อย
เพราะบรรดาคุณลุงคุณป้าในหมู่บ้านไม่รู้จักดาราพวกนี้เลยสักคน พวกเขารู้แค่ว่าคนพวกนี้เป็นดาราชายหล่อหญิงสวย ผิวพรรณนุ่มนิ่ม ดูท่าทางไม่น่าจะทำงานทำการเป็น
“เอาละ ใครที่เต็มใจจะทำงานเกษตร สามารถเรียนรู้วิธีการทำจากคุณลุงคุณป้าได้เลยครับ”
“ฉันค่ะ!”
“ผมด้วย!”
“เพื่อเหรียญดอกท้อ!”
ทุกคนไม่รู้เลยว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่พอได้ยินคำว่าเหรียญดอกท้อก็รีบถลกแขนเสื้อเตรียมตัวทันที
ผู้กำกับมอบหมายงานให้แต่ละกลุ่ม จากนั้นผู้สูงอายุในหมู่บ้านก็ทำการสาธิต
ล้วนเป็นงานเกษตรพื้นฐานอย่างการพรวนดินขุดดิน โดยสอนให้ทุกคนดูรอบหนึ่งก่อน หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มลงมือทำงาน!
แต่ หลินจือไป๋ กลับไม่อยากวุ่นวายอยู่ในไร่นา เขาจึงตัดสินใจเดินเล่นไปรอบๆ
“หลินจือไป๋ คุณจะไปไหนน่ะ?”
เย่อิงที่กำลังขุดดินอยู่ สังเกตเห็น หลินจือไป๋ หันหลังเดินจากไป จึงเอ่ยถามคำหนึ่ง
“เดินเล่นเรื่อยเปื่อยครับ”
หลินจือไป๋ พูดจบ สายตาที่ทุกคนมองมาที่เขาก็เต็มไปด้วยความอิจฉาในทันที
เฮอะๆๆ ยืนหยัดไม่ทำงานเกษตร มหาเศรษฐีแห่งเขาลี่ซานนี่ช่างเด็ดเดี่ยวซะจริง!
‘ทำไมฉันรู้สึกว่าหมอนี่ขี้เกียจสุดๆ เลย’
‘นั่นสิ คนอื่นทำงานกันอยู่ในไร่นา มีแต่เขาที่อาศัยว่าตัวเองมีเหรียญดอกท้อเยอะ ทำตัวอย่างกับท่านเจ้าคุณ’
‘เห็นไอดอลตัวเองลำบากก็เข้าใจว่าพวกคุณร้อนใจ แต่ที่ หลินจือไป๋ พยายามหาเหรียญดอกท้อก่อนหน้านี้ ก็เพื่อความสบายในตอนนี้ไม่ใช่เหรอ?’
การเปลี่ยนเป็นไลฟ์สดไม่เหมือนเดิมจริงๆ มีคอมเมนต์วิ่งผ่านไลฟ์ตลอดทุกวินาที
หลินจือไป๋ ย่อมไม่มีเวลาว่างมาดูว่าคอมเมนต์คิดยังไง เขาเห็นคุณลุงคนหนึ่งกำลังถือคันเบ็ดทำเองเตรียมตัวจะออกไปตกปลาก็เกิดความสนใจขึ้นมา แล้วเอ่ยว่า
“คุณลุงจะไปตกปลาเหรอครับ?”
“ใช่แล้ว” คุณลุงเห็น หลินจือไป๋ แต่งตัวดูดีก็รู้ทันทีว่าเขาเป็นดาราเช่นกัน
“ไปด้วยได้ไหมครับ?” หลินจือไป๋ ยิ้มแล้วเอ่ย “ผมขอไส้เดือนคุณลุงสักหน่อย เดี๋ยวผมตกปลาได้จะแบ่งให้ลุงสองตัวเลยครับ”
การตกปลาในชนบทแถบนี้ส่วนใหญ่จะใช้ไส้เดือน หรือแบ่งปันคันเบ็ด ส่วนใหญ่ก็ทำเอง ไม่มีพวกเหยื่อปลาสําเร็จรูปอะไรแบบนั้น
“งั้นก็ไปด้วยกันสิ ไม่ต้องแบ่งปลาให้ลุงหรอก เดี๋ยวลุงกลับบ้านไปเอาคันเบ็ดมาให้” คุณลุงยิ้มกล่าว “พ่อหนุ่ม ปลาบ้านเรานี่ตกไม่ง่ายหรอกนะ”
“ลองดูหน่อยแล้วกันครับ”
หลินจือไป๋ แค่รู้สึกเบื่อต้องหาอะไรทำสักหน่อย และในระหว่างที่รอคุณลุงไปหยิบคันเบ็ดมา หลินจือไป๋ ก็ตะโกนถามผู้กำกับ
“ตกปลานี้ได้เหรียญดอกท้อไหมครับ?”
ไม่มีก็ไม่เป็นไร หลินจือไป๋ เอาปลาไปขายได้
เขาเชื่อว่าต้องมีแขกรับเชิญที่สนใจปลาธรรมชาติแน่นอน
แต่ผู้กำกับกลับตอบอย่างรวดเร็ว “แลกได้แน่นอนครับ ปลาหนึ่งจินแลกได้หนึ่งเหรียญดอกท้อ”
“โอเคครับ”
หลินจือไป๋ เรียกระบบออกมาเงียบๆ แลกเปลี่ยนทักษะการตกปลาขั้นสูง
‘หลินจือไป๋ ตกปลาเป็นด้วยเหรอ?’
‘ตกปลาสบายกว่าทำนาทำสวนจริงๆ นั่นแหละ’
‘รอบนี้ หลินจือไป๋ ขาดทุนย่อยยับแน่ ปลาหนึ่งจินแลกได้แค่เหรียญเดียวเอง’
‘ในฐานะนักตกปลามือโปร ขอบอกเลยว่าการตกปลาเหมือนจะสบาย แต่ถ้าไม่มีทักษะ ครึ่งวันตกได้สักตัวก็เก่งแล้ว การตกปลาต้องใช้ทักษะจริงๆ โดยเฉพาะการตกปลาตามธรรมชาติในชนบทแบบนี้ ถ้าไม่มีพื้นฐานก็ยากที่จะได้อะไรกลับไป’
ตอนนี้คุณลุงกลับมาพร้อมกับคันเบ็ดอันหนึ่ง หลินจือไป๋ เห็นแล้วก็อุทานอย่างประหลาดใจ
“คันเบ็ดอันนี้ดูเป็นมืออาชีพมากเลยนะครับ”
คุณลุงยิ้มแล้วบอกว่า “ลูกชายลุงซื้อให้น่ะ”
เป็นคุณลุงที่ใจดีจริงๆ หลินจือไป๋ รู้สึกซึ้งใจเล็กน้อย เอ่ยว่า “งั้นวันนี้ผมคงต้องแบ่งปลาให้ลุงเยอะหน่อยแล้วละครับ”
“ตกให้ได้ก่อนเถอะพ่อหนุ่ม”
คุณลุงยิ้มกล่าว “เราสองคนมาลองแข่งกันดูหน่อยไหมละ?”
“ได้สิครับ” ดูท่าทางคุณลุงจะเป็นนักตกปลาตัวยงเลย
ทั้งสองคนมุ่งหน้าไปยังริมแม่น้ำ และเมื่อ หลินจือไป๋ แยกตัวออกมา ห้องไลฟ์สด “เยือนเขาลี่ซาน” ก็ได้แยกมุมกล้องพิเศษเดี่ยวให้เขา
เมื่อแยกจากกลุ่มใหญ่ ความนิยมของ หลินจือไป๋ ก็ถูกแบ่งออกไปอย่างชัดเจน ผู้ชมส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่ในห้องไลฟ์หลักมากกว่า
เพราะยังไงคนส่วนใหญ่ก็ยังชอบดูดาราสิบกว่าคนมาทำสวนกันมากกว่า
ผู้ชมที่เลือกกดเข้ามาดูมุมกล้องของ หลินจือไป๋ เพื่อดูการตกปลาจึงมีไม่มาก
แต่ หลินจือไป๋ ไม่ได้สนใจ
หลินจือไป๋ ที่ยืนอยู่ริมแม่น้ำ มองดูแม่น้ำในชนบทที่ได้มาตรฐานตรงหน้า มันค่อนข้างใหญ่ทีเดียว เพียงแต่มีพวกวัชพืชรกไปหน่อย ไม่สะดวกสบายไร้อุปสรรคเหมือนบ่อปลาอาชีพ
เขาเลือกจุดหนึ่ง เกี่ยวเหยื่อแล้วขว้างลงไปในแม่น้ำ ส่วนตัวเองก็นั่งลงที่ริมน้า ไม่สนใจว่าดินโคลนบนพื้นจะเลอะกางเกงไหม การตกปลามันเลี่ยงเรื่องสกปรกไม่ได้อยู่แล้ว
ข้างๆ มีถังพลาสติกใบหนึ่ง ซึ่งคุณลุงคนนี้ก็ให้มาเช่นกัน บนถังมีคำว่า ‘ปุ๋ยเคมี’ เขียนเอาไว้ หลินจือไป๋ ตักน้ำใส่ลงไปนิดหน่อย ไม่อย่างนั้นปลาที่ตกได้ทีหลังจะตายง่าย
ไม่กี่นาทีทางฝั่งคุณลุงก็ประเดิมเปิดบิลได้แล้ว ปลาตะเพียนขาวตัวเล็กตัวหนึ่งถูกเขาตกขึ้นมาได้ อีกฝ่ายยิ้มกว้างให้ หลินจือไป๋ แสดงความภาคภูมิใจตามประสาเซียนตกปลา
แต่ผ่านไปไม่นานคุณลุงก็เริ่มยิ้มไม่ออกแล้ว
หลินจือไป๋ ก็เปิดบิลได้เหมือนกัน เป็นปลาตะเพียนขาวเหมือนกัน แต่ขนาดใหญ่กว่าตัวเมื่อกี้ของตนมากอย่างเห็นได้ชัด!
‘หลินจือไป๋ ใช้ได้เลยแฮะ!’
‘ปลาตัวนี้หนักครึ่งจินเลยมั้งเนี่ย!’
ห้องไลฟ์สดมุมกล้องของ หลินจือไป๋ มีคอมเมนต์ลอยผ่านประปราย ส่วนใหญ่คือคนที่ชอบ หลินจือไป๋ เป็นพิเศษ หรือไม่ก็เป็นผู้ชมที่สนใจเรื่องการตกปลาเพียงอย่างเดียว
โชคดีเหรอ? คุณลุงดูจะไม่ค่อยยอมรับ สีหน้าเก็บความรู้สึกไม่อยู่
เพียงแต่ความไม่ยอมรับนี้คงอยู่ไม่ถึงยี่สิบวินาที หลินจือไป๋ ก็ได้เรื่องอีกแล้ว ถึงคราวนี้จะเป็นปลาแขยงหินตัวเล็กหน่อย แต่พวกนี้เนื้อนุ่มเป็นพิเศษและหอมเชียวละ
มีของอยู่บ้างเหมือนกันแฮะ คุณลุงเกาหัวอยากกู้หน้าคืน
หลินจือไป๋ เคลื่อนไหวครั้งที่สาม เป็นปลาเฉา น่าจะหนักสักหนึ่งจิน หลังจาก หลินจือไป๋ ยกมันขึ้นมาก็โยนลงไปในถัง การเคลื่อนไหวเริ่มชำนาญขึ้นเรื่อยๆ ของจากระบบนี่เชื่อถือได้จริงๆ!
ทักษะการตกปลาของ หลินจือไป๋ ตอนนี้รู้สึกจะพอๆ กับนักตกปลาที่ชื่อเติ้งกังในชาติก่อนเลย ตกปลาขึ้นมาได้แบบสบายๆ
“คุณนี่มีฝีมือน่ะเนี่ย!”
คุณลุงทนไม่ไหวแล้ว พ่อหนุ่มคนนี้ไปเอาทักษะมาจากไหน ทำไมถึงตกเก่งขนาดนี้!
ตัวเองอุตส่าห์เป็น ‘เจ้าแห่งการตกปลา’ อันดับหนึ่งแห่งหมู่บ้านลี่ซาน นึกไม่ถึงว่าจะถูกพ่อหนุ่มจากในเมืองกดรัศมี
“ที่นี่ปลาเยอะนะครับ”
หลินจือไป๋ ยิ้มอย่างถ่อมตัว “เดี๋ยวผมตกปลาช่อนให้ดูครับ”
“ปลาช่อนตกไม่ได้หรอก อยู่ในดงหญ้านู่น”
“มีวิธีครับ ต้องใช้เทคนิคนิดหน่อย”
หลินจือไป๋ พูดพลางยุ่งกับการตกปลาต่อ ปรากฏว่าเพียงไม่กี่ประโยคก็มีปลามาติดเบ็ดอีกแล้ว!
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ!
‘ทำไมฉันยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าผิดปกติ!’
‘หลินจือไป๋ กำลังแกล้งเป็นหมูหลอกกินเสืออยู่สินะ!’
‘ทักษะการตกปลาของเขาแข็งแกร่งมากจริงๆ!’
‘ฉันตกปลามาสิบกว่าปี บอกแบบรับผิดชอบคำพูดตัวเองเลยว่านี่คือยอดฝีมือ หลินจือไป๋ เป็นยอดฝีมือตัวจริง!’
‘หลินจือไป๋ ทำอะไรเป็นหลายอย่างจังแฮะ!’
‘หลินจือไป๋ ตกปลาก็ดูน่าสนุกเหมือนกันนะเนี่ย!’
เพราะยังไงหลายคนก็ชอบอะไรที่แปลกใหม่ ถึงผู้ชมส่วนใหญ่จะเลือกดูในห้องไลฟ์รวม ดูเหลาดาราทําสวนกัน แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนสงสัยว่าฝั่ง หลินจือไป๋ เป็นยังไงบ้าง
งั้นสลับมุมกล้องหน่อยแล้วกัน
ปรากฏว่าพอสลับมาที่ฝั่ง หลินจือไป๋ หลายคนก็ต้องตกใจกับประสิทธิภาพในการตกปลาที่น่าสะพรึงกลัวของ หลินจือไป๋ ทันที!
เห็นเพียงถังพลาสติกสีขาวที่คุณลุงให้ หลินจือไป๋ มา ตอนนี้มีปลาอยู่ครึ่งถังแล้ว หลินจือไป๋ แทบจะยกคันเบ็ดเก็บปลาได้เป็นระยะเลย!
พอเห็นแบบนี้หลายคนก็เริ่มไม่อยากสลับจอกลับไปแล้ว
ผู้ชมบางคนถึงกับใช้วิธีแบ่งหน้าจอด้วยตัวเอง มือถือเครื่องหนึ่งดูฝั่ง หลินจือไป๋ คอมพิวเตอร์ก็คอยดูพวกดาราทําสวน
ฝั่งทำสวนสถานการณ์ดูไม่ค่อยดีนัก เหล่าดาราแต่ละคนที่ถือจอบเหงื่อท่วมตัว ปวดเอวปวดหลัง แต่ผลที่ออกมากลับไม่เป็นที่พอใจของชาวบ้านเลย
สองชั่วโมงผ่านไป ผู้กำกับกับชาวบ้านลองคำนวณตามประสิทธิภาพการทำงานของคนพวกนี้ แต่ละคนทำเงินได้เฉลี่ยเพียงสองเหรียญดอกท้อเท่านั้น
“โธ่!”
“เงินแค่นี้พอแค่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมื้อเดียวเองนะ!”
เหล่าดาราเหน็ดเหนื่อยกันไม่ไหวแล้ว ความเหนื่อยจากการทำงานเกษตรกับความเหนื่อยจากการออกกำลังกายตามปกติดูจะเป็นคนละเรื่องกันเลย
ขณะที่อีกด้านหนึ่งเวลาสองชั่วโมงเท่ากัน
หลินจือไป๋ ตกปลาได้เต็มหนึ่งถังแล้ว เพื่อให้ตกปลาต่อไปได้ เขาเลยแบ่งปลาครึ่งหนึ่งให้คุณลุงคนนั้นไป เพราะยังไงคันเบ็ด ถัง และไส้เดือน อีกฝ่ายก็เป็นคนเตรียมให้
เหนื่อย? การตกปลาดูเหมือนไม่เหนื่อยเลย เพราะส่วนใหญ่เป็นปลาในแม่น้ำขนาดเล็กและกลาง หลินจือไป๋ รู้สึกว่าความสนุกมีมากกว่าความเหนื่อย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้สัมผัสถึงความสุขของคนตกปลา
ตกอีกสักชั่วโมงแล้วกัน รอให้ปลาเต็มถังค่อยไปหาผู้กำกับแลกเหรียญดอกท้อ
หลินจือไป๋ คาดว่าถ้าเขาทําเต็มที่ วันหนึ่งน่าจะตกปลาได้สักหนึ่งร้อยจิน
แต่ช่างเถอะ ไม่จำเป็นต้องโหดขนาดนั้น ไม่อย่างนั้นวันหน้าผู้กำกับคงไม่กล้าทำธุรกิจกับเขาอีก แน่งั้นก็ตกไปสักห้าสิบจินพอเป็นพิธีแล้วกัน
และแล้วผ่านไปอีกชั่วโมงกว่าๆ
ไร่นาตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน แขกรับเชิญคนอื่นๆ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ไม่หลงเหลือมาดอีกต่อไป แต่ละคนต่างพากันนั่งทรุดลงกับพื้น
และในตอนนี้เอง หลินจือไป๋ กับคุณลุงคนหนึ่งก็นิ้วถังใบใหญ่เดินกลับมา
มองไปแต่ไกลเห็นฝูงชนกำลังมองมาที่เขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น พลางชะเงอดูถังในมือของเขา
หลินจือไป๋ ก็อดไม่ได้ที่จะเผยยิ้ม ตะโกนเสียงดังว่า
“พวกคุณรู้ได้ยังไงว่าผมตกปลาได้ห้าสิบจิน?”
ทุกคน : ?
พวกเรา : ??
ผู้กำกับ : ???
คุยโวอะไร ปลาตั้งห้าสิบจิน บ่อน้ำเล็กๆ ในชนบทแบบนี้จะมีได้ไง…
เดี๋ยวก่อนนะ!
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง!?
ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของผู้คนนับไม่ถ้วน หลินจือไป๋ เทปลาทั้งหมดลงที่ริมถนนแล้วบอกกับผู้กำกับว่า…
“ชั่งดูสิครับ”