ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 409 เยือนเขาลี่ซานออกอากาศแล้ว!
‘ยังไม่ออกอากาศอีกเหรอ?’
‘เยือนเขาลี่ซานจะออกอากาศกี่โมงเนี่ย?’
‘ใจจะขาดอยู่แล้ว ฉันอยากดูอิงอิง!’
‘เทพธิดาเจียนเจียของฉัน!’
‘ไม่รู้ว่าจีเทียนเหวินเป็นยังไงบ้าง?’
‘นายว่าพวกตัวท็อปมาอยู่รวมกันเยอะขนาดนี้ จะไม่ตีกันจริงๆ เหรอ?’
‘ก็ต้องดูว่าทีมงานจัดรายการยังไงละนะ’
‘ไม่รู้เลยว่ารายการนี้จะเน้นถ่ายทำเนื้อหาแบบไหน’
‘ที่ผ่านมาเหมือนไม่มีรายการไหนดึงดูดความสนใจผู้คนได้เท่า “เยือนเขาลี่ซาน” มาก่อนเลย!’
เมื่อค่ำคืนค่อยๆ มาถึง
“ชาวบ้าน” แห่งเขาลี่ซานที่กำลังยุ่งอยู่กับการใช้ชีวิต ไม่รู้เลยว่าโลกภายนอกนั้นตั้งตารอคอยรายการที่เริ่มถ่ายทำอย่างเป็นทางการนี้จนจะบ้าอยู่แล้ว
โดยเฉพาะหลังจากที่มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า คืนนี้จะปล่อยเนื้อหาตอนแรกออกมา ทั้งโลกอินเทอร์เน็ตฉีโจวก็สั่นสะเทือน!
และแล้วท่ามกลางความคาดหวังมากมาย “เยือนเขาลี่ซาน” ก็ได้ออกอากาศอย่างเป็นทางการ!
ในคืนนั้นผู้คนนับไม่ถ้วนในฉีโจวต่างเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์ รายการไม่ได้พูดอะไรมากมาย แค่เล่าถึงข้อคิดในการใช้ชีวิตเล็กน้อย
จากนั้นก็ปล่อยฉากที่บรรดาแขกรับเชิญมารวมตัวกันเพื่อมุ่งหน้าไปยังเขาลี่ซาน บ้างก็ดูอึดอัดห่างเหิน บ้างก็ดูสุภาพถ่อมตัว บ้างก็ดูกระตือรือร้นมีชีวิตชีวา
ความสนิทสนมหรือความแปลกหน้าระหว่างแขกรับเชิญแต่ละกลุ่ม ล้วนแสดงให้เห็นผ่านหน้ากล้อง
และตอนนี้เองหลินจือไป๋และเย่อิงก็ได้มารวมตัวกัน ผู้ชมจำนวนมากในฉีโจวไม่ค่อยคุ้นเคยกับหลินจือไป๋นัก
แต่การกระทำแสบๆ ของหลินจือไป๋ที่เจอหน้ากันก็เรียกเก็บค่ารถจากเย่อิงเป็นเหรียญดอกท้อเลย ทำเอาผู้ชมจำนวนมากถึงกับอึ้ง
อย่างเช่นเฉินอวิ่น เฉินอวิ่นเป็นแค่ผู้ชมทั่วไปคนหนึ่งจากฉีโจว และยังเป็นแฟนคลับของเย่อิงด้วย
“หลินจือไป๋นี่มันอะไรกันเนี่ย?” เธอหันไปมองเด็กสาวข้างๆ “เปิดมาก็จ้องจะเอาเหรียญดอกท้อของอิงอิงเลย!”
“อิงอิงของเธอดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นะ”
เด็กสาวที่อยู่ข้างๆ ชื่อเฉินลี่ เป็นพี่สาวฝาแฝดของเฉินอวิ่น และยังเป็นแฟนคลับของฉีเจียนเจียด้วย ไอดอลของสองพี่น้องเป็นคู่กัดตัวฉกาจ
“หลินจือไป๋คนนี้ทำเกินไปแล้ว มีอย่างที่ไหนมาขูดรีดเหรียญดอกท้อคนอื่นแบบนี้ รถคันนี้ก็เป็นของทีมงานนะ ไม่ใช่ของเขาสักหน่อย!”
ความประทับใจแรกของเฉินอวิ่นที่มีต่อหลินจือไป๋นั้นไม่ค่อยดีนัก แต่ผู้ชมทั่วไปที่ได้เห็นการกระทำของหลินจือไป๋กลับหัวเราะลั่น
‘ดาราฉินโจวคนนี้สุดยอดจริงๆ!’
‘เขาไม่รู้เหรอว่าเย่อิงเป็นใคร?’
‘เย่อิงนะเป็นถึงซูเปอร์สตาร์ตัวแม่ของฉีโจวเราเลยนะ!’
‘แล้วเธอรู้ไหมว่าหลินจือไป๋เป็นใคร?’
‘เขาคือปรมาจารย์อักษรวิจิตรอันดับหนึ่งแห่งบลูสตาร์เชียวนะ!’
‘ศิลปินตัวจริงเลยละ!’
‘มีศิลปินที่ซนขนาดนี้ด้วยเหรอ?’
‘แบบนี้สิถึงสนุก ฉันละไม่ชอบประเภทที่ทุกคนในรายการเอาแต่ดูแลแขกรับเชิญผู้หญิงเลย มันน่าเบื่อเกินไป’
‘มาออกรายการวาไรตี้มันต้องกล้าเล่นหน่อย ฉันชอบหลินจือไป๋คนนี้จัง’
ท่ามกลางการพูดคุยเป็นระลอก หลินจือไป๋ขับรถไปเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด หลังจากเบรกกะทันหันก็คืนเหรียญดอกท้อให้เย่อิงหนึ่งเหรียญ
เมื่อเห็นเย่อิงทำท่าทางดีใจ เฉินอวิ่นที่เป็นแฟนคลับกลับเจ็บปวดใจ “อิงอิง! ตั้งสติหน่อยสิ! เขากำลังล่อลวงเธออยู่นะ!”
ช่างเป็นไม้แข็งผสมไม้อ่อนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ หลินจือไป๋คนนี้เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว!
ส่วนผู้ชมทั่วไปที่รับชมกลับยิ่งสนุก!
หลินจือไป๋คนนี้กำราบเย่อิงซะอยู่หมัดเลย!
แต่นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจที่สุด สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือทั้งคู่บังเอิญไปเจอหลานเหย่กับฉีเจียนเจียระหว่างทาง
เย่อิงบอกให้หลินจือไป๋ขับตามพวกเขาไปให้ทัน แต่ดาราจากฉินโจวคนนี้กลับพูดขึ้นว่า
“ต้องเพิ่มเงิน!”
สีสันของรายการพุ่งปรี๊ดทันที!
‘666666!’
‘หลินจือไป๋เป็นต้นแบบของชาวเราเลย!’
‘ดาราฉินโจวคนนี้คาแรกเตอร์ชัดมาก!’
‘หน้าตาหล่อขนาดนี้ ดันเป็นผู้ชายไม่ได้เรื่องซะงั้น!’
‘เย่อิงสวยขนาดนี้ เขายังไม่สนใจ ในตามีแต่เหรียญดอกท้อ’
‘แต่พี่ชายคนนี้ก็หล่อจัดเลยนะเนี่ย!’
‘พี่ชายคนนี้ได้ตะลึงตาค้างแน่ หลานเหย่นะฝึกมาอย่างดี!’
‘ใช่ ฝีมือการขับรถของหลานเหย่เทพสุดๆ!’
‘เฮ้ย!’
ขณะที่หลายคนคิดว่าหลินจือไป๋ขับรถตามหลานเหย่ไม่ทันแน่ เขาก็เริ่มเร่งเครื่อง เริ่มขับแซงรถคันอื่นไปตลอดทาง!
หลายครั้งที่เหมือนจะชนแล้ว!
แต่เขากลับซิกแซกผ่านไปได้แบบฉิวเฉียดทุกครั้ง!
‘นี่รายการวาไรตี้เหรอ?’
‘ไม่ใช่หนังแข่งรถใช่ไหม?’
‘หมอนี่ขับรถเท่ชะมัดเลย!’
ความเร็วของหลินจือไป๋ไม่นับว่าสูง ในสถานการณ์รถติดก็เร่งไม่ได้อยู่แล้ว แต่การซิกแซกและการกะระยะนั้นเรียกได้ว่างดงาม!
“ตามไม่ทันแล้ว”
หลานเหย่มองตามท้ายหลินจือไป๋ที่ห่างออกไปอย่างจนปัญญา ฉีเจียนเจียที่นั่งอยู่เบาะข้างจ้องมองท้ายรถคันหน้าอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย
ทางด้านสองพี่น้องแฟนคลับ เฉินอวิ่นหัวเราะร่า “หลินจือไป๋ทำได้สวยมาก!”
ถึงหลินจือไป๋จะเป็นพวกไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผา แต่เห็นแก่ที่เขาช่วยอิงอิงเอาชนะฉีเจียนเจียได้ จะไม่ถือสาเรื่องก่อนหน้านี้แล้วกัน
เฉินลี่เริ่มโมโห “ไหนบอกว่าหลานเหย่ขับรถเก่งมากไง ทำไมถึงขับสู้หลินจือไป๋ไม่ได้ละ!”
แต่นี่เพิ่งจะเริ่มต้น ยังมีเรื่องที่ทำให้เฉินลี่โมโหยิ่งกว่านี้อีก นั่นก็คือสะพานแคบๆ ที่ทีมงานจัดไว้ถูกหลินจือไป๋ขับผ่านไปได้!
แต่หลานเหย่กลับข้ามไปไม่ได้ แถมยังโดนหักเหรียญดอกท้อพร้อมกับฉีเจียนเจียอย่างโหดร้ายอีก!
แน่นอนช่วงนี้นอกจากแฟนคลับของหลานเหย่กับฉีเจียนเจียที่ไม่พอใจแล้ว ผู้ชมคนอื่นต่างก็ขำกันแทบบ้า!
‘หลินจือไป๋คนนี้!’
‘เขาชอบเหรียญดอกท้อมากจริงๆ เลยนะ!’
‘ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ เงินของทีมงานเขาก็ยังจะเอา!’
‘ผู้กำกับรายการถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย!’
‘ฝีมือการขับรถของเขาไปฝึกมาจากไหนกันเนี่ย!’
‘เก่งเกินไปแล้ว!’
‘ดูเย่อิงสิดีใจใหญ่เลย’
‘อิงอิงเธออย่าลืมนะว่าก่อนหน้านี้เขาขูดรีดเธอไปยังไง!’
เห็นได้ชัดว่าอิงอิงลืมไปแล้ว ชาวฉีโจวจำนวนมากที่มาดูรายการนี้ต่างก็มาเพราะสองซุปตาร์ราชินี สี่ซุปตาร์ราชา
แต่ทว่าพอดูรายการมาจนถึงตอนนี้ ความสนใจของคนส่วนใหญ่กลับไปรวมอยู่ที่หลินจือไป๋โดยไม่รู้ตัว!
นี่ไม่ใช่เพราะหลินจือไป๋มีแอร์ไทม์เยอะ แต่เพราะหลินจือไป๋มักจะมีสีสันที่สุดเมื่ออยู่หน้ากล้อง!
รวมถึงตอนที่เข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตของศูนย์กิจกรรม แขกรับเชิญคนอื่นต่างพากันประหยัดไม่กล้าใช้เงิน
แต่หลินจือไป๋กลับถือเหรียญดอกท้อที่เพิ่งหามาได้ไปช้อปปิ้งอย่างบ้าคลั่ง กล้องของรายการจะไม่ถ่ายเขาได้ยังไงละ?
การเปรียบเทียบนี้!
ช่างรุนแรงเกินไปแล้ว!
‘จู่ๆ ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมก่อนหน้านี้หลินจือไป๋ถึงสนใจแต่เหรียญดอกท้อ!’
‘วิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆ!’
‘ในรายการนี้ถ้าไม่มีเหรียญดอกท้อจะขยับตัวไปไหนก็ยาก’
‘คนอื่นอยู่ในโหมดผู้ประสบภัย แต่พอเป็นหลินจือไป๋กลายเป็นโหมดทายาทเศรษฐีทันที’
‘ที่สำคัญคือต่อให้ใช้จ่ายขนาดนี้ หลินจือไป๋ก็ยังรวยที่สุดอยู่ดี’
‘ดูท่ารายการนี้คงยังไม่ตีกันในเร็วๆ นี้หรอก’
‘คนพวกนี้แค่ใช้ชีวิตให้รอดยังลำบากเลย จะเอาเวลาไหนไปทะเลาะกัน’
‘ขำจะตายอยู่แล้ว’
‘ต่อให้เป็นซุปตาร์ราชาราชินีจากไหน อยู่ที่เขาลี่ซานแค่เงินเหรียญเดียวก็ทำให้วีรบุรุษลำบากได้’
เมื่อเห็นแบบนี้ ทุกคนก็เริ่มเข้าใจวิธีการเล่นของรายการ “เยือนเขาลี่ซาน” อย่างถ่องแท้แล้ว
สิ่งที่ทีมงานทำเห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะลบภาพลักษณ์ดาราเหล่านี้ออกไป เพื่อให้พวกเขาสัมผัสถึงความยากลำบากของคนธรรมดา
ความเป็นจริงหากไม่มีหลินจือไป๋ นี่คงเป็นรายการที่เหล่าดาราแถวหน้ามาใช้ชีวิตพึ่งพาตนเองในชนบทห่างไกล ลิ้มรสความลำบากของการใช้ชีวิต… รายการแนวสารคดีชีวิต?
แต่เมื่อมีหลินจือไป๋อยู่ บรรยากาศรายการก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ดาราคนอื่นกำลังเผชิญความทุกข์ยาก แต่หลินจือไป๋กลับดูเหมือนกำลังหาความสุขจากการใช้ชีวิต แถมเขายังทำอาหารเป็นด้วย!
ที่สำคัญคืออาหารที่ทำออกมาได้รับการชื่นชมอย่างมากจากเย่อิง ฉู่อู๋ และหานเยว่ซวง!
‘รู้สึกว่าเนื้อเส้นผัดนี้น่าอร่อยจัง!’
‘ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานด้วย!’
‘แค่หน้าตาก็ดูดีสุดๆ แล้ว’
‘ดูน่ารักจัง!’
‘เชฟหลิน!’
‘หลินจือไป๋น่าสนใจจัง ขับรถก็เก่งขนาดนั้น คิดไม่ถึงว่าฝีมือทำอาหารจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ด้วย!’
‘ก่อนหน้านี้นึกว่าหมอนี่เป็นพวกผู้ชายไม่ได้เรื่องซะอีก’
‘มาดูตอนนี้หลินจือไป๋เหมือนจะยอดเยี่ยมสุดๆ เลย’
เพราะก่อนหน้านี้หลินจือไป๋เห็นแก่เงินมากกว่าคน แม้แต่ซุปตาร์ราชินีเขาก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา ช่างดูเป็นผู้ชายไม่ได้เรื่องซะจริง
แต่ผู้ชายไม่ได้เรื่องทั่วไปที่ไหนจะทำอาหารเป็น?
ไม่ว่าจะเรื่องขับรถหรือทำอาหาร หลินจือไป๋ดูเหมือนจะทำได้ถึงขั้นสุดยอดจนสร้างความประทับใจให้ผู้คนอย่างมาก
และแน่นอนว่าการออกอากาศยังดำเนินต่อไป แขกรับเชิญแต่ละคนต่างมีซีนเป็นของตัวเอง
อย่างเช่นเย่อิงส่งรูปอาหารเลิศรสที่หลินจือไป๋ทำเข้าไปในกลุ่มแชท ทำให้เกิดความอิจฉาตาร้อนกันถ้วนหน้า
อย่างเช่นหลินจือไป๋ที่ทำตัวเหมือนคุณชายบ้านเศรษฐี เรียกใช้ฉู่อู๋ให้ทำงานสารพัด
อย่างเช่นพวกหลานเหย่ที่วางแผนร้ายคิดจะปิดบังเรื่องงานเก็บขยะหาเงิน สุดท้ายก็รวมหัวกับกลุ่มสีขาวเป็นต้น ผู้ชมต่างพากันหัวเราะเป็นระยะ!
แต่สิ่งที่ทุกคนตั้งตารอที่สุดก็คือเกมที่ชื่อว่า “หมาป่ามาแล้ว” ในวันที่สอง!
เมื่อหลินจือไป๋แกล้งใช้เสียงของโจวหานจิ้นหลอกล่อจนฉีเจียนเจียและหลี่เชียวถึงกับผงะ ผู้ชมชาวฉีโจวก็ตะลึงตาค้าง
‘เชี่ย!’
‘ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม?’
‘หลินจือไป๋เลียนเสียงโจวหานจิ้นได้!’
‘เลียนได้เหมือนเป๊ะ!’
‘หมอนี่ทำได้ยังไงกัน!’
‘คุณพระ รอบนี้ฉีเทียนเหวินไม่โดนหลอกฟรีจริงๆ!’
‘ฮ่าๆๆๆๆ ฉีเทียนเหวินคงแค้นโจวหานจิ้นจะตายอยู่แล้ว’
‘โจวหานจิ้นน่าสงสารชะมัด โดนหลินจือไป๋แกงหม้อใหญ่เลย!’
‘หลินจือไป๋คนนี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว!’
นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ชมชาวฉีโจวได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของเส้นเสียงร้อยลักษณ์! เพราะยังไงชาวฉีโจวก็ไม่เคยดูรายการ ‘King of Mask Singer’
แต่รายการ “เยือนเขาลี่ซาน” นี้ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของเส้นเสียงร้อยลักษณ์ได้มากกว่า
เมื่อหลินจือไป๋เลียนเสียงของผู้กำกับออกมา คอมเมนต์สดในรายการก็ระเบิดพล่านทันที!
‘หลินจือไป๋โคตรเจ๋ง!’
‘ฉันคุกเข่าเลย!’
‘ยังทำแบบนี้ได้ด้วย!’
‘เลียนเสียงโจวหานจิ้นยังไม่พอ เลียนเสียงผู้กำกับได้อีก’
รายการตัดสลับมาที่ช่วงสัมภาษณ์ จางซีหยางอธิบายให้ผู้ชมฟังว่า “นี่เป็นความสามารถพิเศษของอาจารย์ไป๋ตี้ที่เลียนเสียงคนอื่นได้ครับ ความเหมือนนี่แม้แต่คนที่คุ้นเคยกันดีก็ยังแยกไม่ออกเลย”
‘พลังพิเศษปะเนี่ย!’
‘จริง ถ้าไม่เห็นหน้าฉันก็แยกไม่ออกเหมือนกันว่านั่นเป็นเสียงใคร!’
‘ฉันเคยดูพวกโชว์เลียนเสียงที่บางคนเลียนเสียงดาราได้เหมือนสุดๆ มาบ้างนะ แต่ไม่มีใครทำได้เวอร์อย่างหลินจือไป๋เลย!’
‘อันนี้ของจริง!’
‘หมอนี่ดูจะมีลูกเล่นพิสดารเยอะนะเนี่ย!’
หลินจือไป๋มักจะสร้างความประหลาดใจให้ผู้ชมได้เสมอ เป็นความประหลาดใจที่มีได้ไม่จบสิ้น!
ช่วงเวลาการถ่ายทำแค่นี้ เขาไม่ได้ทำเรื่องที่ทำให้ผู้ชมตกตะลึงแค่ครั้งเดียว!
และความตกตะลึงแบบนี้ก็ยังไม่จบสิ้น!
เมื่อหลินจือไป๋สวมรอยเป็นทีมงานแล้วใช้กำลังของตัวเองเกือบคนเดียวจับแขกรับเชิญทุกคนได้ ผู้ชมก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดแล้ว
‘เทพ!’
‘คิดแผนนี้ออกได้ยังไงกัน!’
‘มิน่าอิงอิงถึงต้องตามติดหลินจือไป๋ นี่มันสุดยอดขาใหญ่ชัดๆ!’
‘เข้าร่วมรายการ “เยือนเขาลี่ซาน” ต้องกอดขาหลินจือไป๋ไว้ให้แน่น!’
‘เพื่อนร่วมทีมคนนี้พึ่งพาได้สุดๆ เลย!’
‘หลินจือไป๋คือยอดมนุษย์!’
‘สี่ซุปตาร์ราชา สองซุปตาร์ราชินีอะไรกัน ที่นี่มีแต่ยอดมนุษย์ไป๋ตี้!’
‘มิน่าคนฉินโจวถึงเรียกหลินจือไป๋ว่าไป๋ตี้!’
‘มีแค่ชื่อที่เรียกผิด แต่ไม่มีฉายาที่ตั้งผิด!’
และช่วงท้ายรายการ ภาพที่ปรากฏโดดเด่นก็คือเหตุการณ์หลังจากที่หลินจือไป๋ขึ้นเขาวันนี้นั่นเอง
เขาทอดสายตามองออกไปไกลพลางวาดรูป ภาพวาดนั้นเมื่อกล้องซูมเข้าไปใกล้ แม้จะยังไม่ลงสีแต่กลับเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ!
ท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง หลินจือไป๋ที่ลงจากเขา ร่างกายอาบชโลมด้วยแสงสีทองยามเย็น
เย่อิงและฉีเจียนเจียเดินตามอยู่ด้านหลัง ทั้งคู่ถือของพะรุงพะรังพยายามชวนเขาคุย ก็ไม่รู้ว่าคุยอะไรกันเพราะเป็นภาพที่ถ่ายจากระยะไกล
แต่จู่ๆ ผู้ชมชาวฉีโจวกลับรู้สึกว่าในตัวของหลินจือไป๋มีความลึกลับที่บอกไม่ถูก ทำให้คนอดไม่ได้ที่จะอยากค้นหา
“มาด”
เฉินลี่ที่ดูรายการจบเอ่ยอย่างครุ่นคิด “ตัวของหลินจือไป๋เหมือนจะมีมาดบางอย่างที่บอกไม่ถูก ประมาณว่าในขณะที่คนอื่นพากันหัวซุกหัวซุน แต่หมอนี่กลับเดินชิลสบายไม่ได้รับผลกระทบ สุดท้ายขนาดเจียนเจียของเรายังต้องเสนอตัวนวดให้เขาเองเลยอะ”
“ยังไม่ถูกซะทีเดียว” เฉินอวิ่นเอ่ย
“ที่ถูกควรจะเป็นความสงบนิ่งมากกว่า กลุ่มสีน้ำเงินก็เจอปัญหาเหมือนกัน แต่ทุกครั้งหลินจือไป๋แก้ปัญหาได้อย่างเยือกเย็น แถมวิธีที่ใช้คนทั่วไปก็คิดไม่ถึง ถึงจะคิดได้ก็เลียนแบบไม่ได้ อย่างความสามารถในการเลียนเสียงของเขา…”
ทั้งคู่สบตากัน ในฐานะแฟนคลับดารา มีหรือที่จะดูไม่ออกว่าการแสดงออกของหลินจือไป๋ในรายการ “เยือนเขาลี่ซาน” คือจังหวะที่จะดังเป็นพลุแตก?
ในความเป็นจริง กระแสได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่รายการออกอากาศ!
‘ตั้งใจมาดูสี่ราชาสองราชินี สุดท้ายกลับสนใจแต่การกระทำของหลินจือไป๋ตลอดรายการเลย!’
‘ชอบหลินจือไป๋จัง!’
‘หลินจือไป๋เก่งเกินไปแล้ว! เทพนักซิ่ง! ปรมาจารย์ด้านอาหาร! ยอดนักวาดรูป! เลียนเสียงคนได้เหมือนอีก! หลินจือไป๋นี่ครบเครื่องจริงๆ ที่สำคัญหน้าตาหล่อมากด้วย!’
‘ฮ่าๆ ดูรายการ “เยือนเขาลี่ซาน” จบแล้ว โดนหลินจือไป๋ตกกันหมดเลย’
‘ฉันไม่ชอบเลย หมอนี่ขี้อวดเกินไปแล้ว!’
‘ฉันเองก็ไม่ชอบหลินจือไป๋ ให้แขกรับเชิญหญิงมารับใช้เนี่ยนะ!’
‘เจอหน้าก็ขูดรีดอิงอิงเลย ตอนหลังยังใช้เล่ห์เหลี่ยมขู่สารพัด รู้สึกร้ายลึกเกินไป ฉันชอบคนที่ดูซื่อๆ มากกว่า’
‘เหอะๆ รายการวาไรตี้เล่นมุกบ้างจะเป็นอะไรไป ไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนั้นเลย?’
‘บางคนก็แค่อิจฉาที่หลินจือไป๋เด่นเกินหน้าเกินตาไป ยังไงฉันก็ชอบเขามากอยู่ดี!’
มีคนรัก!
ก็มีคนเกลียด!
นี่คือสัญญาณการเริ่มโด่งดัง!
และเขาลี่ซานในขณะนี้ ก็มีแขกรับเชิญไม่น้อยที่ใช้ช่วงเวลากลางคืนดูการออกอากาศของรายการ “เยือนเขาลี่ซาน”
หลักๆ คืออยากรู้ว่าการแสดงออกของตัวเองได้รับกระแสตอบรับจากผู้ชมอย่างไรบ้าง แล้วพวกเขาก็พบว่า…
การพูดถึงสี่ราชาสองราชินีแห่งฉีโจวนั้นยังไม่เท่าการพูดถึงหลินจือไป๋เลย!
ถึงจะมีการพูดถึงบ้าง หัวข้อส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นประเภท “น่ารักซื่อๆ” บ้าง “น่าเวทนา” บ้าง หรือ “น่าสงสาร” อะไรทำนองนั้น
ดาราไม่ได้เกลียดหัวข้อประเภทนี้ แต่ถ้ามีหลินจือไป๋ในรายการเดียวกัน ถูกยกย่องให้เป็นผู้ชายคุณภาพสูง ขณะที่การแสดงออกของตัวเองกลับถูกตีตราด้วยคำอย่าง “น่ารักซื่อๆ” ก็ยากที่จะยอมรับได้แล้ว
วินาทีนั้นแขกรับเชิญทุกคนที่เข้าร่วมรายการ “เยือนเขาลี่ซาน” ต่างก็เกิดความคิดที่ “ไม่ยอม” ขึ้นมา!