Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 408 ทิวทัศน์บนภูเขา!

  1. Home
  2. ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
  3. ตอนที่ 408 ทิวทัศน์บนภูเขา!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

“จริงสิครับทุกท่าน”

ผู้กำกับหวงถิงเอ่ยขึ้นกะทันหัน “หลังจากที่ทุกคนทุ่มเทกายใจในการถ่ายทำ ตอนนี้เราได้รวบรวมเนื้อหาที่น่าสนใจมากพอแล้ว จะเริ่มออกอากาศรายการ “เยือนเขาลี่ซาน” ตอนแรกอย่างเป็นทางการในคืนนี้ครับ”

“เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัยเล็กน้อย หวงถิงยิ้มกล่าว “ขอแค่เรารวบรวมวัตถุดิบในการออกอากาศมากเพียงพอ ก็สามารถตัดต่อรายการได้หนึ่งตอนแล้วละครับ พอดีช่วงสองวันนี้เราเก็บภาพเนื้อหาที่น่าสนใจได้ไม่น้อยเลยครับ แน่นอนว่าถึงตอนนั้นทุกคนสามารถรับชมได้ ถือโอกาสย้อนดูเกมของวันนี้ไปในตัวเลย”

การถอดบทเรียนที่ดีที่สุดก็คือให้ทุกคนมาดูรายการ เพราะหลายคนตอนที่ถ่ายทำส่วนของตนเองอยู่นั้น ก็ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนอื่นบ้าง

และแล้วช่วงบ่ายก็มาถึง จูอู๋และหานเยว่ซวงทั้งสองคนออกไปเก็บขยะข้างนอก ส่วนเย่อิงอยู่ในห้องนอนไม่รู้ว่ากำลังวุ่นวายอะไรอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูจากด้านนอก ฉีเจียนเจียมาจริงๆ พร้อมกับแบกกระเป๋าใบใหญ่มาด้วย

“นี่คุณ…?”

หลินจือไป๋ที่เดินไปเปิดประตูให้ฉีเจียนเจียประหลาดใจเล็กน้อย “จะนวดจริงๆ เหรอครับ?”

“แน่นอนสิคะ” ฉีเจียนเจียกล่าวอย่างเปิดเผยพลางชี้ไปที่กระเป๋าของเธอ “อุปกรณ์ก็เอามาแล้วค่ะ”

“คุณทำเป็นแน่เหรอ?”

“คุณไปนอนบนโซฟาดีๆ เถอะค่ะ”

ฉีเจียนเจียยิ้มกล่าว “เดี๋ยวฉันดูแลผิวหน้าให้คุณก่อนแล้วกันค่ะ บริการนี้เก็บค่าธรรมเนียมคุณสองเหรียญดอกท้อเป็นไงคะ?”

หลินจือไป๋ไม่ได้ใส่ใจเงินเล็กน้อยนี้ เขานอนลงบนโซฟาพลางเหลือบมองฉีเจียนเจีย แล้วก็พบสิ่งที่คาดไม่ถึง ราชินีซูเปอร์สตาร์แห่งฉีโจวคนนี้ทุ่มสุดตัวจริงๆ! ถึงกับคุกเข่านั่งข้างโซฟาเพื่อให้บริการเขา

ฉีเจียนเจียหยิบทิชชูเปียกออกมาเช็ดหน้าให้หลินจือไป๋อย่างอ่อนโยน หลังจากทำความสะอาดซ้ำๆ ก็หยิบแผ่นมาส์กหน้าออกมาหนึ่งแผ่น

“นี่คือมาส์กเพื่อผิวขาวใสที่ฉันใช้เป็นประจำเลยละค่ะ”

ฉีเจียนเจียพูดพลางแปะแผ่นมาส์กลงบนใบหน้าของหลินจือไป๋ พร้อมทั้งใช้มือลูบรอยยับทุกจุดให้เรียบเนียนอย่างเบามือ ผิวของหลินจือไป๋เนียนละเอียดขาวใสมาตั้งแต่เกิด ปกติไม่เคยมาส์กหน้าหรือทำอะไรพวกนี้เลย เพราะรู้สึกว่ามันยุ่งยากและเสียเวลา

แต่ตอนนี้มีคนมาปรนนิบัติถึงที่ แผ่นมาส์กที่แปะอยู่บนหน้าให้ความรู้สึกเย็นๆ สดชื่น หลินจือไป๋เลยไม่รังเกียจที่จะทำ เพราะยังไงก็ไม่ต้องลงมือเองอยู่แล้ว

“ต้องรอประมาณสิบห้านาทีนะคะ”

ฉีเจียนเจียเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแล้วเริ่มนวดศีรษะให้หลินจือไป๋ หลินจือไป๋หรี่ตาลงด้วยความสบาย ผู้หญิงคนนี้เคยฝึกมาจริงๆ ฝีมือไม่เลวเลยทีเดียว

“สบายใช่ไหมคะ?”

“ดีมากจริงๆ”

“บอกคุณแล้วไงคะว่าเมื่อก่อนฉันนวดให้คุณตาบ่อยๆ ท่านเป็นหมอจีนอาวุโส กระบวนท่าการนวดทั้งหมดท่านเป็นคนสอนให้ฉันเอง ถ้าไม่ใช่เพราะแรงน้อยไปหน่อย ฉันคงนวดคลึงเส้นให้คุณได้ด้วยซ้ำ”

“สุดยอดเลย”

หลินจือไป๋ไม่ได้แค่แกล้งชม เขารู้สึกว่าฉีเจียนเจียมีความสามารถจริงๆ แต่ในขณะที่หลินจือไป๋กำลังเพลิดเพลินกับบริการของฉีเจียนเจียอยู่นั้น กลับมีเสียงที่แฝงด้วยความโกรธเคืองปนฉุนเฉียวเล็กน้อยดังมาจากด้านข้าง

“หลินจือไป๋!”

“มีอะไร?”

“คุณมันเห็นหญิงดีกว่าเพื่อน!”

หลินจือไป๋ลืมตาขึ้น เห็นเย่อิงหน้าแดงก่ำจ้องเขม็งมาที่เขา ในใจพลันรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ด้านข้างจู่ๆ ฉีเจียนเจียก็เอ่ยขึ้น

“อิงอิง เธอไม่ออกไปทำงานเหรอ? ต่อให้เป็นผู้หญิงก็จะขี้เกียจแบบนี้ไม่ได้นะ ตอนนี้ทุกคนต้องลำบากทำงานหาเงินกันทั้งนั้นแหละ”

สตรอว์เบอร์รี!

เย่อิงมุ่ยหน้าเอ่ย “เธอก็ไม่ได้ทำงานเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”

“ฉันก็กำลังทำงานอยู่นี่ไง” ฉีเจียนเจียยังคงนวดศีรษะให้หลินจือไป๋ต่อไป “ค่าตอบแทนตั้งสองเหรียญดอกท้อแนะ”

“หลินจือไป๋ เงินนั่นคุณให้เธอได้ยังไงกัน!”

เย่อิงหงุดหงิดแทบบ้า การที่ฉีเจียนเจียหาเงินได้ มันน่าหงุดหงิดยิ่งกว่าการที่เธอเสียเงินเองซะอีก

“อาจเพราะฉันสวยกว่าละมั้งคะ”

ฉีเจียนเจียปิดปากหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ “ล้อเล่นนะจ๊ะ อิงอิงก็สวยมากเหมือนกัน”

“ฉันสวยแน่นอนอยู่แล้ว!”

จู่ๆ เย่อิงก็ขยับมานั่งข้างๆ หลินจือไป๋ และจงใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เขา “หลินจือไป๋ ฉันกับเจียนเจียใครสวยกว่ากัน?”

“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉีเจียนเจียยิ้มกล่าว “ต่อให้ท่านเศรษฐีไป๋จะบอกว่าฉันสวยไม่พอ แต่เห็นแก่เหรียญดอกท้อ ฉันจะไม่โกรธหรอกค่ะ”

ปากบอกว่าไม่โกรธ แต่หลินจือไป๋สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มมาคุ สายตาของสองราชินีตัวท็อปจ้องมองเขาเขม็ง เห็นได้ชัดว่าพวกเธอใส่ใจคำตอบสุดๆ!

ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ว่าเขาจะตอบว่าใครสวยกว่าก็ไม่พ้นต้องล่วงเกินอีกฝ่าย แม้ว่าการล่วงเกินซูเปอร์สตาร์ราชินีแห่งฉีโจวสองคนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่แฟนคลับเบื้องหลังพวกเธอต่างหากที่ไม่ควรมีเรื่องด้วยที่สุด

คิดได้ดังนั้นหลินจือไป๋ก็ถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “ผมเป็นพวกลืมใบหน้าคนน่ะครับ แยกแยะไม่ออกเลยว่าใครสวยใครไม่สวย ผมรู้แค่ว่าพวกคุณทั้งคู่จิตใจดีมากแน่ๆ”

ขอบคุณพี่ตง!

ถ้าไม่มีพี่ตงหลินจือไป๋คงนึกคำตอบนี้ไม่ออกแน่ๆ ฉีเจียนเจียหลุดขำพรืดออกมา หลินจือไป๋นี่กะล่อนเกินไปแล้ว กล้าพูดเรื่อง ‘ลืมใบหน้าคน’ ได้หน้าตาเฉย ส่วนเย่อิงส่งเสียงฮึดฮัดสองทีไม่ได้ซักไซ้ต่อ ในใจยังคลายถอนหายใจอย่างโล่งอก

และแล้วสิบห้านาทีก็ผ่านไป หลังจากดึงแผ่นมาส์กออก ฉีเจียนเจียก็ทาครีมบำรุงผิวหน้าชนิดต่างๆ ให้หลินจือไป๋

“หลินจือไป๋ ผิวคุณนี่ดีจนน่าตกใจเลยนะ” เย่อิงมองอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบดูบ้าง

หลินจือไป๋ถาม “คุณล้างมือหรือยัง?”

“ยัง” เย่อิงหัวเราะ

“แล้วคุณยังมาจับอีก!” หลินจือไป๋ไม่สบอารมณ์ เย่อิงยิ่งหัวเราะดังกว่าเดิม ส่วนฉีเจียนเจียที่อยู่ข้างๆ กลับครุ่นคิด

ทันทีที่การดูแลผิวหน้าเสร็จสิ้น เย่อิงก็เริ่มชวน “หลินจือไป๋ เราไปปีนเขากันเถอะ ภูเขาลี่ซานอยู่ตรงหน้านี่เอง ไม่อยากขึ้นไปดูหน่อยเหรอ?”

“ก็น่าสนใจนะ” หลินจือไป๋เอ่ย “ถ้าคุณเต็มใจแบกน้ำกับเครื่องดื่มขึ้นไปนะ”

ฉีเจียนเจียเอ่ยขึ้น “ฉันขอขึ้นไปดูด้วยคนได้ไหมคะ?”

เย่อิงเหน็บทันที “เธอไม่นวดให้คนอื่นต่อเหรอ? อย่างหลานเหย่หรือฉีเทียนเหวินอะไรพวกนั้นน่ะ พวกนั้นใช้เงินมือเติบจะตาย”

ฉีเจียนเจียเอ่ยยิ้มตาหยี “ฉันนวดให้เฉพาะลูกค้าผู้หญิงเท่านั้นน่ะ ท่านเศรษฐีไป๋เป็นกรณีพิเศษ”

เย่อิงกล่าวบิดเบือนต่อหน้า “หลินจือไป๋ เธอบอกว่าคุณเป็นผู้หญิงแนะ”

หลินจือไป๋ “…ถ้าคุณเจียนเจียจะไปด้วย ก็ช่วยแบกอุปกรณ์ให้ผมหน่อยแล้วกันครับ”

“ได้ค่ะ อะไรเหรอคะ?”

“ก็แค่กล่องใบหนึ่ง ไม่หนักหรอกครับ”

“ตกลงค่ะ”

ทั้งสามเดินออกจากบ้านไปแบบนั้น เย่อิงแบกน้ำ ฉีเจียนเจียถือกล่อง ส่วนหลินจือไป๋หิ้วถุงแตงโมที่หั่นเรียบร้อยและแช่จนเย็นเจี๊ยบมาจากตู้เย็น ภายใต้แสงแดดที่ร้อนระอุ มองเห็นโจวหานจิ้น หลี่เซียว และเย่เจิ้นจากกลุ่มสีแดงอยู่ไกลๆ พวกเขากำลังช่วยกันถางหญ้า แต่ละคนเหงื่อท่วมตัว

“แตงโมครับ!” หลินจือไป๋ตะโกน “แค่หนึ่งเหรียญดอกท้อ ก็แลกแตงโมแชเย็นได้หนึ่งชิ้น”

“ไม่ต้องไปสนใจเขา” หลี่เซียวกระซิบเบาๆ จบทั้งสามคนก็ไม่ส่งเสียง ทำงานต่อ หลินจือไป๋ก็ไม่ได้ร้อนใจ นั่งลงบนสนามหญ้าแล้วเริ่มกินแตงโมคนเดียว

เอื้อก โจวหานจิ้นทนไม่ไหวจริงๆ “ขอผมชิ้นหนึ่ง!”

เย่เจิ้นเอ่ยอย่างโมโห “โจวหานจิ้น นายยังมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่สักหน่อยบ้างไหม… เอาให้ฉันด้วยชิ้นหนึ่ง!”

“ได้ครับ หลี่เซียวละ?” หลินจือไป๋หันไปมองหลี่เซียวที่ดูจะอดทนได้มากที่สุด

หลี่เซียวฮึดฮัด “แตงโมลูกนี้ของคุณราคาทั้งหมดแค่ห้าเหรียญดอกท้อ แต่หั่นได้ตั้งสิบกว่าชิ้น ขายชิ้นละหนึ่งเหรียญดอกท้อ นี่หน้าเลือดชัดๆ ฉันไม่ยอมเป็นหมูให้เชือดหรอก”

“งั้นเอาแบบนี้” หลินจือไป๋เอ่ย “แตงโมพวกนี้คุณเอาไปให้หมดเลย เหลืออยู่ทั้งหมดสิบชิ้น ให้ผมแค่ห้าเหรียญดอกท้อก็พอแล้ว คุณค่อยเอาไปขายต่อให้แขกรับเชิญคนอื่นที่กำลังทำงานอยู่ พวกเขาน่าจะเต็มใจจ่ายนะ”

“ฉันซื้อแตงโมมาขายเองก็ได้!”

“ของผมแชเย็นแล้ว คุณไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก ที่สำคัญที่สุดคือแตงโมสองลูกที่ศูนย์กิจกรรมวันนี้ผมซื้อมาหมดแล้ว”

“ตกลง!” สุดท้ายหลี่เซียวก็ตอบตกลง ทำงานกลางแดดมันเหนื่อยเกินไป เธอจะเป็นแม่ค้าแตงโม!

จะว่าไปแล้ว หลี่เซียวก็รู้สึกหงุดหงิดตัวเอง ทำไมจู่ๆ ถึงคิดเรื่องขายแตงโมได้ แต่ก่อนหน้านี้เธอถึงคิดไม่ได้นะ โอกาสทางธุรกิจอยู่ตรงหน้าแท้ๆ!

“ขึ้นเขาจริงๆ จังๆ กันเถอะ แค่แวะหาเงินติดมือนิดหน่อยน่ะครับ” หลังจากจัดการแตงโมเสร็จ หลินจือไป๋ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม

ฉีเจียนเจียและเย่อิงมองหลินจือไป๋ตาค้าง เย่อิงพูด “สรุปคือคุณซื้อแตงโมมาโดยไม่เสียเงินสักหยวน แถมยังได้กำไรกลับมาอีกสองสามเหรียญเนี่ยนะ!?”

“คุณมองข้ามจุดสำคัญไป วันนี้ผมเหมาแตงโมมาหมดแล้ว” หลินจือไป๋เอ่ย “พรุ่งนี้ราคาก็น่าจะกลับไปเป็นปกติแล้วละ โอกาสหาเงินแบบนี้ปกติมีแค่ครั้งเดียว”

“จอมขูดรีด” ฉีเจียนเจียอดไม่ได้ที่จะเรียกหลินจือไป๋ว่า ‘จอมขูดรีด’ ตามเย่อิง

หลินจือไป๋ไม่ได้สนใจ สองมือวางเปล่าเดินตัวปลิวขึ้นเขาโดยมีสองสาวช่วยถือของให้ เดี๋ยวกลับไปให้คนละหนึ่งเหรียญดอกท้อ ราคายุติธรรมไม่โกงเด็กและคนชรา

“ว้าว!”

“ตรงนี้เย็นดีจัง!”

หลังจากปีนขึ้นมาได้ประมาณสิบกว่านาที ทั้งสามคนต่างก็หอบแฮกๆ ประจวบกับที่บริเวณนี้มีทัศนียภาพเขาเขียวน้ำใสเหมาะแก่การพักผ่อนมาก เมื่อสายลมพัดมาก็ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าทันที

“ดื่มน้ำสิ” เย่อิงเปิดกระเป๋าเป้แจกน้ำคนละขวด ดื่มไปพลางพักผ่อนไปพลาง

“ดูทาวันนี้คงไม่มีหวังขึ้นไปถึงยอดเขาแล้ว คราวหน้าเราต้องออกเดินทางให้เร็วกว่านี้หน่อย”

“งั้นวันนี้ก็พักตรงนี้แล้วกัน”

หลินจือไป๋เปิดกล่องที่ฉีเจียนเจียถือขึ้นมา สองสาวถึงได้พบว่าข้างในมีอุปกรณ์ครบครัน! มีเต็นท์ มีขนม ชัดเจนว่าเป็นชุดอุปกรณ์สำหรับแคมป์ปิ้ง!

พอกางเต็นท์เสร็จ เย่อิงก็รีบมุดเข้าไปข้างในทันที “เหมือนว่าฉันจะชอบมุดเข้าไปอยู่ในพื้นที่แคบๆ แบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วละ”

ฉีเจียนเจียเอ่ย “แมวที่บ้านฉันก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน”

เย่อิงกลอกตาใส่ “หลินจือไป๋ ฉันอยากกินโยเกิร์ต”

“หนึ่งเหรียญดอกท้อ”

“อย่าขี้งกนักเลยน่า อย่างมากคราวหน้าฉันคืนโยเกิร์ตให้คุณขวดหนึ่งเลย!”

“งั้นก็ได้” เพราะเห็นว่าออกมาแคมป์ปิ้ง หลินจือไป๋เลยไม่ถือสาเธอ โยนขนมจำนวนหนึ่งให้เย่อิงที่อยู่ในเต็นท์

“นั่นคืออะไรเหรอ?” ฉีเจียนเจียมองไปที่ไกลๆ

หลินจือไป๋บอกว่า “น้ำตกนะ”

ทิวทัศน์ที่นี่งดงามมากจริงๆ หลินจือไป๋อดไม่ได้ที่จะหาหินก้อนหนึ่งมานั่งแล้วกางขาตั้งวาดรูป

“นี่คุณให้ฉันแบกขาตั้งวาดรูปขึ้นมาด้วยเลยเหรอเนี่ย!”

ฉีเจียนเจียตกใจมาก หลินจือไป๋ยิ้มแล้ววางกระดาษวาดรูปลง เริ่มวาดภาพทิวทัศน์เบื้องหน้า ตั้งแต่ทักษะการวาดภาพถึงระดับปรมาจารย์ นี่เป็นครั้งแรกที่หลินจือไป๋ลองวาดภาพนอกสถานที่ เขารู้สึกแปลกใหม่มาก

“หลินจือไป๋ คุณจะวาดรูปเหรอ?”

เย่อิงโผล่หัวออกมาครึ่งหนึ่งจากในเต็นท์ ขาสองข้างเตะไปมาเหนือก้น “ถ้าคิดจะอาศัยจังหวะนี้โชว์ทักษะการวาดรูปต่อหน้าฉีเจียนเจียละก็เลิกคิดไปได้เลย เธอมีพื้นฐานเรียนวาดรูปมาตั้งห้าปี แถมยังเคยได้รางวัลหลายรายการแล้วด้วย”

“อิงอิงรู้ใจฉันจังเลยนะ” ฉีเจียนเจียยิ้ม “แต่ฝีมือวาดรูปจะเป็นยังไงไม่สำคัญหรอก วาดแล้วตัวเองมีความสุขต่างหากที่สำคัญ”

หลินจือไป๋ไม่พูดอะไร เขาแค่อยากวาดภาพเล่นๆ เท่านั้น ภายใต้ปลายดินสอ ทิวทัศน์ที่อยู่ไกลออกไปเริ่มปรากฏเป็นโครงร่างขึ้นมาทีละนิด

ฉีเจียนเจียยืนมองอยู่ข้างๆ ไม่พูดจา เพียงแค่สังเกตดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่รู้ว่าเธอกำลังสังเกตภาพวาดของหลินจือไป๋ หรือกำลังสังเกตตัวหลินจือไป๋กันแน่ เมื่อโครงร่างเริ่มชัดเจนขึ้น ฝีแปรงของหลินจือไป๋ก็มีทั้งหนักและเบา ทักษะการวาดค่อยๆ เผยให้เห็นบนผืนกระดาษ

ฉีเจียนเจียอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้หลินจือไป๋ ขยับเข้าไปใกล้มากเสียจนหลินจือไป๋ได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ

แต่หลินจือไป๋ผ่านสถานการณ์มานับไม่ถ้วน จึงวาดภาพต่อไปได้อย่างไม่ทุกข์ร้อน ทัศนียภาพไกลๆ เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ฉีเจียนเจียอ้าปากค้างเล็กน้อย แม้ปากจะบอกว่าวาดรูปไม่ต้องไปสนเรื่องเทคนิค วาดให้มีความสุขก็พอ แต่ทักษะการวาดภาพทิวทัศน์ที่หลินจือไป๋แสดงออกมาในตอนนี้ กลับทำให้ฉีเจียนเจียถึงกับตกตะลึงไปเลยจริงๆ

อย่างที่เย่อิงบอก ฝีมือวาดรูปของฉีเจียนเจียเข้าขั้นดี กระทั่งเรียกได้ว่ามีพรสวรรค์มากทีเดียว ถ้าไม่เป็นดาราเธอก็อาจจะเป็นจิตรกรไปแล้ว

แต่ทว่าเมื่อได้เห็นภาพวาดจากสถานที่จริงของหลินจือไป๋ ฉีเจียนเจียก็ไม่กล้าคิดอีกเลยว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการวาดรูปอะไรนั่น ต่อให้อีกฝ่ายจะวาดภาพอย่างสบายๆ และเห็นได้ชัดเลยว่าวาดไปตามอารมณ์ เพียงไม่กี่เส้นแต่จิตวิญญาณของภาพ กลับถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบผ่านลายเส้นที่เรียบง่ายและไม่ใส่ใจนั้น!

นี่ยังไม่ได้ลงสีด้วยซ้ำ หลินจือไป๋ใช้เพียงพื้นฐานการใช้ดินสอก็ทำได้ถึงระดับที่ฉีเจียนเจียยอมรับกับตัวเองว่าไม่มีทางทำได้เลย!

“ช่างเถอะ”

หลังจากวาดเสร็จคร่าวๆ ความกระตือรือร้นของหลินจือไป๋ก็ดับลง กล่าวอย่างเสียดายเล็กน้อยว่า “ภาพวาดพู่กันจีนสื่ออารมณ์ความรู้สึกของขุนเขาสายน้ำแบบนี้ได้ดีกว่า”

“ขอดูหน่อย!”

เย่อิงมุดออกมาจากเต็นท์ตอนไหนไม่รู้ จ้องมองภาพวาดของหลินจือไป๋ “ฝีมือดีไม่เบาเลย” เย่อิงหันไปมองฉีเจียนเจีย “ระดับนี้ดูเหมือนจะไม่ด้อยไปกว่าเธอเลยนะ”

“เก่งกว่าฉัน เก่งกว่ามากด้วย”

ฉีเจียนเจียยิ้มกล่าว “ลือกันว่าอาจารย์ไป๋ตี้คือปรมาจารย์อักษรวิจิตรอันดับหนึ่งแห่งยุค เกรงว่าฝีมือการเขียนพู่กันคงเหนือชั้นกว่าการวาดภาพไปไกลโขเลยละค่ะ”

“อะไรนะ?” เย่อิงอุทานด้วยความตกใจ “หลินจือไป๋ คุณคือปรมาจารย์อักษรวิจิตรอันดับหนึ่งแห่งยุคเหรอ? หมายความว่าเป็นที่หนึ่งในใต้หล้าด้านการเขียนพู่กันงั้นสิ!?”

“ก็ประมาณนั้นแหละ”

หลินจือไป๋ไม่ได้ถ่อมตัว ทักษะอักษรวิจิตรของเขาเต็มขั้นแล้ว ไม่มีพื้นที่ให้พัฒนามากกว่านี้อีก และคงจะหาคู่ต่อสู้ไม่ได้อีกแล้วเช่นกัน

“คุณเก่งขนาดนี้เลยเหรอ!?”

“ผมแปลกใจมากกว่าที่คุณไม่รู้”

“ฉันรู้แค่ว่าคุณชื่อหลินจือไป๋ แล้วก็มีชื่อในวงการเท่ๆ ว่าไป๋ตี้ ดูเหมือนจะเป็นนักร้องด้วย…”

“แค่นี้?”

“ยังมีตัวตนอะไรที่เทพกว่านี้อีกเหรอ?” เย่อิงกะพริบตาปริบๆ

“เดี๋ยวคุณก็รู้เอง”

แม้หลินจือไป๋จะอยากถือโอกาสนี้แนะนำตัวเองให้ผู้ชมรู้จักไปในคราวเดียวเลย แต่แบบนั้นมันจะดูเป็นการยกหางตัวเองเกินไปหน่อย

“อาจารย์ไป๋ตี้เก่งมากจริงๆ”

ฉีเจียนเจียดูเหมือนจะเคยศึกษาข้อมูลของหลินจือไป๋มา เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้ตั้งใจศึกษาข้อมูลของหลินจือไป๋มา ฉีเจียนเจียคงไม่ยอมเสนอตัวช่วยนวดให้ คิดจริงเหรอว่าระดับซูเปอร์สตาร์ราชินีจะไม่ห่วงภาพลักษณ์ในวาไรตี้ ต่างก็ดูคนแล้วค่อยเสิร์ฟจานทั้งนั้น

“ฉันมองออกแค่ว่าเขาเจ้าเล่ห์มาก หาเงินเก่ง… อ้อ ขับรถก็เก่ง… เอาเถอะ ทำอาหารก็ไม่เลว… แน่นอนว่าหน้าตาก็ดี… ก็มีแค่นี้แหละ…”

เย่อิงพูดไปพูดมาก็ค้นพบว่าหลินจือไป๋มีข้อดีเยอะทีเดียว เดิมทีเหตุผลที่เธอเข้าร่วมรายการนี้ก็เพื่อคอยตามขัดแข้งขัดขาฉีเจียนเจีย แต่ดูเหมือนเธอจะค่อยๆ ลืมความตั้งใจแรกไปแล้ว เพราะเอาแต่สนใจหลินจือไป๋

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 408 ทิวทัศน์บนภูเขา!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย