Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 407 เศรษฐีไป๋แห่งเขาลี่ซาน!

  1. Home
  2. ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
  3. ตอนที่ 407 เศรษฐีไป๋แห่งเขาลี่ซาน!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

สี่กลุ่มรวมทั้งหมดสิบหกคน หากกลุ่มหนึ่งเป็นหมาป่าก็หมายความว่ากลุ่มหมาป่าสามารถจับแกะได้มากที่สุดสิบสองตัว แต่นี่เป็นแค่ทฤษฎี ความจริงคือมีแกะบางตัวเอาแต่หลบซ่อนอยู่ตลอดทั้งเกมไม่เปิดโอกาสเลย

ดังนั้นหลินจือไป๋คนเดียวจับแกะได้ถึงเจ็ดตัว ก็ถือเป็นผลงานที่น่าเหลือเชื่อมากแล้ว ไม่เพียงแต่เขาจะทำผลงานส่วนตัวได้ยอดเยี่ยมที่สุดในเกมนี้ แต่ยังพาทั้งทีมสีน้ำเงินขึ้นเป็นสุดยอดทีมได้สำเร็จ!

เมื่อมองดูหลินจือไป๋เดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม เย่จวินจี๋ก็ถอนหายใจปีนลงจากต้นไม้ เหลือแค่เออิจิโร่ที่ยัง ‘ห้อยตัวอยู่บนกิ่งไม้’ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม…

ให้หมอนั่นได้โชว์เท่อีกแล้ว!

ตั้งแต่รู้ว่าหลินจือไป๋จะเข้าร่วมรายการนี้ด้วย เย่จวินจี๋และเออิจิโร่ก็เฝ้าคิดอยู่ตลอดว่าถ้ามีโอกาส จะต้องทำให้เทพดาราร้อยลักษณ์จอมแสบคนนี้เสียหน้าให้ได้!

แต่แล้วรายการเพิ่งเริ่มถ่ายทำได้สองวัน ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว กระทั่งยังไม่เข้าใจวิธีเล่นของรายการนี้ดีเท่าไหร่เลย หลินจือไป๋ก็เข้าที่เข้าทางเหมือนปลาได้น้ำแล้ว

เมื่อวานก็ใช้ทักษะการขับรถที่ไม่ธรรมดาขูดรีดเหรียญดอกท้อของทุกคนไป วันนี้ก็ปลอมตัวเป็นทีมงานเข้าใกล้แขกรับเชิญไล่จับแกะ จนทำให้เย่จวินจี๋และเออิจิโร่รู้สึกเหมือนโดนหมอนี่หลอกปั่นจนหัวหมุน ในใจรู้สึกอัดอั้นอย่างยิ่ง

หลินจือไป๋ไม่สนใจว่าสองคนนั้นจะคิดยังไง ข้างนอกยังมีแกะสองเท้าอีกสี่ตัวเป็นเหรียญดอกท้อเดินได้ทั้งนั้น!

น่าเสียดายไปหน่อยที่เกมนี้จับเพื่อนร่วมทีมไม่ได้…

ขณะที่เดินผ่านคอกแกะ จู่ๆ หลินจือไป๋ก็เห็นเงาของช่างภาพวูบผ่านไป ปกติช่างภาพจะวิ่งตามแขกรับเชิญ นี่มีใครซ่อนอยู่ในคอกแกะเหรอ?

ใจเด็ดจริงๆ หลินจือไป๋รีบย่องเข้าไปทันที และก็เห็นเด็กสาวคนหนึ่งกำลังนั่งตัวสั่นอยู่ท่ามกลางฝูงแกะจริงๆ

“อาจารย์หนิงหลิง?”

หลินจือไป๋เป็นฝ่ายทักก่อน เธอคือหนิงหลิงจากกลุ่มสีเหลือง หนิงหลิงหันกลับมาพบว่าเป็นทีมงานที่เรียกเธอ จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

“มีอะไรเหรอคะ?”

“พวกเราติดต่อฉีเจียนเจียกับฉินเลี่ยนไม่ได้เลยครับ พวกเธอน่าจะวิ่งออกนอกเขตพื้นที่เกมไปแล้ว คุณเห็นไหมว่าพวกเธอไปทางไหน?”

“อาจารย์เจียนเจียไม่ได้หลบอยู่หลังบ้านสีขาวเหรอคะ?”

หนิงหลิงพูดไปด้วยสัญชาตญาณก่อนจะฉงนใจ “จะติดต่อไม่ได้ได้ยังไงคะ แขกรับเชิญทุกคนต่างก็มีทีมงานตามถ่ายอยู่…”

“โอเคครับผมเข้าใจแล้ว”

หลินจือไป๋กลับมาพูดด้วยเสียงปกติ “ขอบคุณสำหรับเหรียญดอกท้อนะครับอาจารย์หนิง”

หลังจากตบไหล่หนิงหลิงเบาๆ หลินจือไป๋ก็เดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม ทิ้งให้อีกฝ่ายงุนงงนิ่งงัน ได้ยินเสียงประกาศจากลำโพงว่าตัวเองถูกคัดออก ไม่กี่วินาทีต่อมาหนิงหลิงถึงได้สติว่าเกิดอะไรขึ้น ตะโกนไล่หลังหลินจือไป๋ไปว่า

“คุณมันเจ้าเล่ห์ซะจริง มิน่าอิงอิงถึงบอกว่าคุณเป็นจอมขูดรีด ถึงขั้นปลอมตัวเป็นทีมงานเลยเหรอเนี่ย อ๊ากกกกก ฉันอุตส่าห์ทนอยู่ในคอกแกะมาตั้งนาน!”

ในคอกแกะกลิ่นเหม็นตลบ หนิงหลิงต้องเสียสละอย่างมากที่มาหลบอยู่ที่นี่ นึกไม่ถึงเลยว่าจะถูกหลินจือไป๋จับได้ง่ายๆ แบบนี้ แถมยังเผยที่หลบซ่อนของแกะตัวอื่นไปอีก

หลินจือไป๋มุ่งตรงไปยังหลังบ้านสีขาวทันที ที่นี่มีที่กำบังเยอะมาก เขาไม่มีความอดทนพอจะค้นหาอย่างช้าๆ จึงตะโกนออกไปว่า

“อาจารย์เจียนเจียครับ คุณได้รับรางวัลพิเศษหนึ่งครั้งครับ”

“รางวัลอะไรคะ?”

หลังพุ่มไม้พุ่มหนึ่ง ใบหน้าที่งดงามจนน่าทึ่งโผล่ออกมา เธอก็คือฉีเจียนเจีย หลินจือไป๋เอ่ยอย่างจริงจัง “รางวัลในครั้งนี้พิเศษมากครับ คุณต้องไปรวมกลุ่มกับพวกลูกแกะที่เหลือให้สำเร็จ ภายใต้การไล่ล่าของฝูงหมาป่าเสียก่อน พวกเราถึงจะประกาศให้ทราบได้ครับ”

“แกะที่เหลือเหรอคะ?” ฉีเจียนเจียกล่าว “นอกจากฉันยังเหลือใครอีกคะ?”

หลินจือไป๋เอ่ย “อาจารย์จางซีหยางกับอาจารย์ฉินเลี่ยนครับ”

“ฉันไม่รู้ว่าจางซีหยางอยู่ที่ไหนนะคะ” ฉีเจียนเจียไม่ได้เอะใจเลย พึมพำกับตัวเองว่า “ส่วนฉินเลี่ยนฉันพอจะรู้ตำแหน่ง ไปหาเธอก่อนแล้วกัน…”

พูดจบฉีเจียนเจียก็เคลื่อนที่อย่างระมัดระวัง ไม่หลบซ่อนตัวอีกต่อไป โดยไม่รู้เลยว่าทีมงานที่อยู่ข้างหลังเธอก็คือหลินจือไป๋ แค่หลินจือไป๋ยื่นมือออกไปเธอก็จะถูกจับทันที

แต่เห็นได้ชัดว่าหลินจือไป๋ไม่พอใจจะจับแค่ฉีเจียนเจียเพียงคนเดียว พวกแกะน้อยพวกนี้พอจะรู้ตำแหน่งของกันและกันอยู่ นี่แหละที่เรียกว่าสั่งปลาไปหาหัว ปล่อยสายเบ็ดยาวตกปลาตัวใหญ่

“เธอมาได้ไงเนี่ย?”

เกมรอบนี้เหลือเวลาแค่ห้านาทีสุดท้าย ฉีเจียนเจียหาฉินเลี่ยนจนพบ

ฉินเลี่ยนประหลาดใจมาก เกมใกล้จะจบแล้วไม่ใช่ว่ายิ่งควรซ่อนตัวให้ดีเหรอ ทำไมฉีเจียนเจียคนนี้ถึงยังวิ่งพล่านไปทั่วอีก?

“มีภารกิจลับค่ะ” ฉีเจียนเจียเอ่ยอย่างจริงจัง “ขอแค่พวกเราหาจางซีหยางเจอ และรวมตัวแกะสามตัวสุดท้ายได้ ก็จะปลดล็อกรางวัลพิเศษค่ะ”

“รางวัลอะไรเหรอ?”

“ทีมงานไม่ได้บอกค่ะ”

“งั้นก็หาจางซีหยางก่อน เหลือเวลาอีกห้านาที รางวัลนี้ไม่เอาก็เสียของเปล่า!”

ฉินเลี่ยนเชื่อสนิทใจ เพราะสีหน้าของฉีเจียนเจียดูจริงจังมากจริงๆ จริงจังเสียจน ‘คนเจ้าเล่ห์’ อย่างหลินจือไป๋ยังรู้สึกผิดนิดๆ ฉีเจียนเจียคนนี้คงไม่เคยออกรายการวาไรตี้แน่ๆ ถึงไม่สงสัยในความจริงของคำพูดพวกนั้นเลยสักนิด?

“บางทีพวกเราอาจจะช่วยคนได้นะคะ” ฉีเจียนเจียเดินตามฉินเลี่ยนไปหาจางซีหยาง ปากก็ยังวิเคราะห์ไปตามเรื่อง เธอคิดว่ารางวัลต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่ๆ

“เฮ้ๆๆ พวกคุณจะวิ่งพล่านกันทำไมเนี่ย เหมือนจะเหลือแค่เราสามคนแล้วนะ!”

อีกด้านหนึ่ง จางซีหยางที่ซ่อนตัวอยู่ในท่อระบายน้ำซีเมนต์ เห็นฉินเลี่ยนและฉีเจียนเจียก็พลันตื่นตกใจ

“เช็ดหน้าหน่อยครับ” หลินจือไป๋ขยับเข้าไปหาแล้วยื่นกระดาษทิชชูให้จางซีหยาง

“ขอบคุณครับ” จางซีหยางรับกระดาษทิชชูไป

“จางซีหยาง ตกรอบ!”

จางซีหยางที่กำลังใช้ทิชชูเช็ดหน้าอยู่ถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินเสียงประกาศจากลำโพง ฉีเจียนเจียและฉินเลี่ยนก็อึ้งไปเช่นกัน และขณะที่ทั้งสองกำลังงงอยู่นั้น หลินจือไป๋ก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ตบเข้าที่ต้นแขนของฉินเลี่ยนก่อน

“อาจารย์ไป๋ตี้!”

กว่าฉินเลี่ยนจะได้สติก็สายไปแล้ว เธอหัวเสียเจ็บใจตัวเองอย่างที่สุด ฉีเจียนเจียที่อยู่ข้างๆ กันเนื่องจากยืนห่างออกไปหน่อย พอได้สติก็รีบวิ่งหนีสุดชีวิต แต่หลินจือไป๋ได้ออกตัววิ่งไล่สุดกำลังแล้ว แปะ!

เพราะรีบร้อนเกินไป ฝ่ามือของหลินจือไป๋จึงเกือบจะคว้าอากาศเปล่า สุดท้ายโซเซเล็กน้อยพลาดไปโดนบริเวณบั้นท้ายของฉีเจียนเจียเข้าอย่างไม่ระวัง เอาเถอะ แม้จะเป็นการสัมผัสชั่วครู่สั้นๆ แต่หลังจากที่หลินจือไป๋รู้สึกได้ถึงสัมผัสที่ผิดแผกไปจากปกติ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

สถานการณ์กะทันหันเกินไป เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ถ้าเกิดฉีเจียนเจียคิดว่าเขาจงใจลวนลามละก็…

หลังจากสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่บั้นท้าย ใบหน้าของฉีเจียนเจียก็พลันปรากฏรอยแดงระเรื่อที่ไม่เป็นธรรมชาติ เธอค่อยๆ หยุดฝีเท้าแล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าในใจกำลังคิดอะไร สุดท้ายกลับไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่อีกฝ่ายตบก้นเธอไปเมื่อครู่ แค่หันกลับมาจ้องหลินจือไป๋เขม็งด้วยความอับอายปนโกรธเคืองแล้วเอ่ยว่า

“คุณหลอกฉัน”

หลินจือไป๋ถอนหายใจโล่งอก ถ้าฉีเจียนเจียเอาเรื่องขึ้นมาละก็ งานนี้เขาคงล้างมลทินไม่หลุดแน่ เขาจึงยิ้มพลางถอดหน้ากากอนามัยออกแล้วกล่าวว่า

“ในการศึกไม่หน่ายอุบายครับ”

ฉีเจียนเจียคือแกะตัวที่สิบเอ็ดที่หลินจือไป๋จับได้ เมื่อรวมกับหลี่เซียวที่พวกเย่อิงจับได้ ก็หมายความว่ากลุ่มสีน้ำเงินจับแกะได้เรียบทุกตัวแล้ว!

ทันทีที่ผลลัพธ์สุดท้ายถูกประกาศออกมา กลุ่มแชทใหญ่ก็ระเบิดพล่าน!

“กลุ่มน้ำเงินมันอะไรกันเนี่ย!”

“ทำไมถึงจับได้ทุกคนเลยละ?”

“ฉันก็โดนหลินจือไป๋จับ!”

“ฉันด้วย!”

“ฉันก็ด้วย!”

“ยังมีฉันอีกคน!”

“บวกหนึ่ง!”

“มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่โดนเย่อิงจับ?”

“ใช่ มีแค่คุณนั่นแหละ”

“แม่ง!”

“เจ็บใจชะมัด!”

“ผู้กำกับ! ฉันขอรายงานว่าหลินจือไป๋ทำผิดกติกา เขาปลอมตัวเป็นทีมงาน!”

ทุกคนต่างพากันโวยวายด้วยความโมโห!

เกมจบลงแล้ว คะแนนกำลังจะถูกสรุป แขกรับเชิญทุกคนต่างมารวมตัวกันที่ศูนย์กิจกรรม แต่สายตาทุกคู่กลับจ้องไปที่หลินจือไป๋อย่างอาฆาต เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่หลินจือไป๋ปลอมตัวเป็นทีมงานมาหลอกทุกคน สร้างความแค้นเคืองไว้ไม่น้อย ส่วนเพื่อนร่วมทีมกลับหัวเราะร่า

“จอมขูดรีด คุณนี่สุดยอดจริงๆ!”

เย่อิงยกนิ้วโป้งขึ้นสูง แต่สายตากลับเหลือบมองฉีเจียนเจียอยู่ตลอด ถ้าผู้หญิงนิสัยไม่ดีคนนั้นโดนเธอจับได้ก็คงดี!

“อาจารย์ไป๋! อายุยืนหมื่นปี!”

อูซวงเหมือนแฟนคลับตัวยง ลืมไปแล้วว่าสองวันที่ผ่านมาหลินจือไป๋ขูดรีดตนเองไปมากขนาดไหน

“พวกเราเป็นแชมป์!”

หานเยว่ซวงเองก็ตื่นเต้นสุดขีด สาวๆ กลุ่มสีน้ำเงินทั้งสามชนะใสๆ ได้โดยพึ่งแค่หลินจือไป๋คนเดียว!

“ต่อไปคือเวลาสรุปผลครับ”

ผู้กำกับหวงถิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ในระหว่างที่เล่นเกม ใครโดนใครจับได้ก็ต้องจ่ายเหรียญดอกท้อให้คนนั้นครับ”

แปะ แปะ แปะ ท่ามกลางเสียงถอนหายใจระงม แขกรับเชิญสิบเอ็ดคนต่างพากันส่งเหรียญดอกท้อให้หลินจือไป๋คนละสามเหรียญ ก็หมายความว่าหลินจือไป๋อาศัยการจับแกะคว้าชัยจนได้เหรียญดอกท้อมาถึงสามสิบสามเหรียญ!

คนอื่นๆ มีทั้งได้กำไรและขาดทุน คนส่วนใหญ่จะขาดทุน แน่นอนว่าคนที่ได้กำไรก็ไม่ได้กำไรมากมาย เพราะเงินก้อนโตในรอบนี้ถูกหลินจือไป๋กวาดไปหมดแล้ว เหรียญดอกท้อตั้งสามสิบสามเหรียญเชียวนะ รายได้ของหลินจือไป๋ทำเอาแขกรับเชิญทุกคนตาร้อนผ่าว

“หลินจือไป๋ ตอนนี้คุณกลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเขาลี่ซานแล้วนะ”

“ก็เป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งมาตลอดไม่ใช่เหรอ?”

“ตอนนี้ยิ่งเป็นหนักเข้าไปใหญ่”

“หมอนี่รวยเกินไปแล้ว!”

“เหรียญดอกท้อมีมากกว่าฉันสองเท่ากว่าๆ เลย!”

แม้แต่เย่อิงยังอยากได้จนน้ำลายสอ มือเล็กๆ โบกไปมา “จอมขูดรีด แบ่งส่วนแบ่งให้เพื่อนร่วมทีมหน่อยเป็นไง?”

“ไม่ให้”

หลินจือไป๋ปฏิเสธทันควัน เย่อิงส่งเสียงฮึดฮัด “เชอะ!”

หานเยว่ซวงเอ่ยอย่างคาดหวัง “ผู้กำกับคะ คุณบอกว่าถ้าได้ที่หนึ่งจะมีรางวัลจากทีมงานใช่ไหมคะ?”

“ใช่ครับ” ผู้กำกับยิ้มกล่าว “รางวัลมีให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ อย่างแรกคือบาสเกตบอล อย่างที่สองคือชุดไม้แบดมินตันพร้อมลูกขนไก่”

“ฉันจะเอาแบดมินตัน!”

เย่อิงถึงกับใจสั่นหวั่นไหว บนเขาลี่ซานที่กันดารขนาดนี้ไม่มีกิจกรรมบันเทิงอะไรเลย ถ้าได้ไม้แบดมินตันมาสักคู่ ต่อไปก็ตีแบดเล่นกันได้แล้ว

“เอาบาสเกตบอลครับ”

หลินจือไป๋ไม่อยากได้แบดมินตัน ผู้กำกับเตือน “ขอให้กลุ่มสีน้ำเงินตกลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ด้วยครับ”

เย่อิงกระซิบอ้อน “จอมขูดรีด ฉันอยากตีแบดนะ…”

เห็นได้ชัดว่าเย่อิงเองก็รู้ว่าตอนนี้หลินจือไป๋คือพี่ใหญ่ของกลุ่มสีน้ำเงิน เกมรอบนี้ก็เป็นเขาที่พาให้ทีมชนะ ดังนั้นไม้แข็งไม่ได้ผลก็ได้แต่ใช้ไม้อ่อน

“งั้นผมถามคุณหน่อย” หลินจือไป๋เอ่ย “คุณอยากได้เงินหรืออยากตีแบด?”

เย่อิงตอบ “งั้นเรื่องหาเงินก็ต้องสำคัญกว่าอยู่แล้ว…”

หลินจือไป๋กระซิบเบาๆ “งั้นก็เลือกบาส เอาไว้ปล่อยให้แขกรับเชิญกลุ่มอื่นเช่าไปเล่น นอนรอรับเหรียญดอกท้อได้ทุกวัน ไม้แบดนะพังง่าย ส่วนลูกบาสค่อนข้างอึดกว่าเยอะ เอ๊ะ?”

ดวงตาของเย่อิงเป็นประกาย เหมือนจะจริงแฮะ!

หานเยว่ซวงและอูซวงตัดสินใจได้ทันที “งั้นพวกเราเลือกบาสเกตบอลค่ะ!”

“ตกลงครับ มอบลูกบาสเกตบอลให้พวกคุณ ขอแสดงความยินดีกับกลุ่มสีน้ำเงินอีกครั้งที่ชนะเกมในวันนี้ครับ”

ทีมงานมอบลูกบาสเกตบอลให้กลุ่มสีน้ำเงินหนึ่งลูก เย่อิงกอดมันไว้ในอ้อมอกแน่น ไม่ต้องบอกเลยว่าดีใจขนาดไหน แขกรับเชิญชายจากกลุ่มอื่นๆ หลายคนต่างจ้องมองลูกบาสเกตบอลอย่างปรารถนา

“อยากเล่นเหรอ?” เย่อิงเดาะลูกบาสอย่างเก้ๆ กังๆ สองสามทีก่อนจะเอ่ยยิ้มตาหยีว่า “บาสเกตบอลให้พวกนายเช่าได้นะ วันละห้าเหรียญดอกท้อ!”

“แพงเกินไปแล้ว!” ทุกคนได้ยินแล้วถึงกับตัวชา ทำไมกลุ่มสีน้ำเงินถึงได้เจ้าเล่ห์ขนาดนี้เนี่ย!

ทุกคนอยากขอยืมลูกบาสไปเล่นสักหน่อย นึกไม่ถึงเลยว่าจะยังจะเก็บเงินอีก ยังไงซะเวลาปกติพวกเธอก็วางมันทิ้งไว้เฉยๆ นี่นา!

“ไม่เอาก็ตามใจ ฉันเล่นเองก็ได้” ยังไงบาสเกตบอลก็เป็นรางวัลพิเศษอยู่แล้ว เย่อิงไม่ได้รีบร้อนอะไร

ฉีเทียนเหวินพูดอย่างอดไม่ได้ “ฉันเช่าเอง! บ่ายนี้ใครจะเล่นบาสมาหารกัน!”

“ผม” โจวหานจิ้นเริ่มสนใจขึ้นมา

กู้สิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วบอกว่า “ผมด้วย”

หลานเหย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “บวกผมด้วยคน”

หลินจือไป๋กำลังเดิมพันกับแรงดึงดูดของลูกบาสที่มีต่อแขกรับเชิญชายอยู่นั่นเอง ดูจากตอนนี้แล้วคนพวกนี้ชอบเล่นบาสจริงๆ ด้วย ต่อไปเขาก็สามารถอาศัยการเก็บค่าเช่าลูกบาสหาเงินเล็กๆ น้อยๆ ได้แล้ว เพราะยังไงนี่ก็คือลูกบาสเพียงลูกเดียวในเขาลี่ซาน มีความหมายไม่ธรรมดา

“บ่ายนี้ไม่มีกิจกรรม ทุกท่านสามารถพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย แต่สำหรับชาวบ้านที่เหรียญดอกท้อเหลืออยู่ไม่มาก ผมขอแนะนำด้วยความจริงใจว่าบ่ายนี้ทุกท่านลองเดินไปดูรอบๆ ว่ามีงานไหนที่เหมาะกับตัวเองบ้างนะครับ”

ผู้กำกับหวงถิงเอ่ยเตือนทุกคน ถึงจะผ่านไปเพียงสองวันแต่ก็เริ่มมีคนที่มีเหรียญดอกท้อไม่พอใช้แล้ว

“ฉันต้องหางานทำแล้ว!”
“ผมก็ต้องทำงานเหมือนกัน!”

คนส่วนใหญ่ตัดสินใจว่าจะทำงานอย่างจริงจังในตอนบ่าย ส่วนคนที่เล่นบาสก็ถูกทุกคนจัดเข้ากลุ่มพวกขี้เกียจไปโดยปริยาย

“จอมขูดรีดแล้วคุณละ?” เย่อิงหันไปมองหลินจือไป๋

หลินจือไป๋บอกว่า “ผมไม่มีอะไรต้องทำครับ”

ในฐานะมหาเศรษฐีแห่งเขาลี่ซานแน่นอนว่าหลินจือไป๋ไม่ต้องทำงาน “อูซวง เดี๋ยวช่วยไปซื้อแตงโมให้ผมลูกหนึ่งนะ ล้างให้สะอาดแล้วแช่ตู้เย็นเลย”

พูดกันตามเหตุผล วันที่อากาศร้อนขนาดนี้ไม่กินแตงโมดับร้อนแล้วออกไปทำงานข้างนอกจะเหนื่อยขนาดไหนกัน

“ได้เลยค่ะ!” อูซวงเริ่มรู้สึกตัวตื่นในฐานะสาวใช้ตัวน้อยแล้ว ขอแค่เธอคอยรับใช้อาจารย์ไป๋ เดี๋ยวเหรียญดอกท้อก็จะไหลมาหาเธอแน่นอน! ช่วยไม่ได้ ท่านเศรษฐีไป๋น่ะรวยของจริง! ในเขาลี่ซานคนไม่มีเงินแม้แต่เนื้อก็ยังไม่กล้าซื้อกินเลย!

แขกรับเชิญกลุ่มอื่นอีกสามกลุ่ม โดยเฉพาะพวกผู้ชาย มองดูหลินจือไป๋ที่เรียกใช้อูซวงจนตาแทบถลน นายรวยแล้วมันเท่นักเหรอ? มีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ? อูซวงเป็นถึงดาราสาวแถวหน้า แทนที่นายจะคอยเอาใจแสดงความเป็นสุภาพบุรุษสักหน่อย กลับใช้งานเป็นสาวใช้ซะอย่างงั้น?

แต่อูซวงไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติเลยสักนิด ยังไงในมุมมองของอูซวง ขนาดซูเปอร์สตาร์ระดับสูงที่ใหญ่กว่าเธออย่างเย่อิง ก็ยังโดนอาจารย์ไป๋กำราบซะอยู่หมัดเลยไม่ใช่เหรอ? อีกอย่างนี่คือธุรกิจ เธอทำงาน! อาจารย์ไป๋นะจ่ายเหรียญดอกท้อ!

และตอนนี้เอง จู่ๆ ฉีเจียนเจียก็เอ่ยขึ้นว่า “เศรษฐีไป๋ วันนี้คุณหลอกฉันนะคะ ช่วยให้โอกาสฉันหาเงินบ้างสิคะ”

“ยังไงครับ?” หลินจือไป๋อยากรู้ว่าฉีเจียนเจียจะมาไม้ไหน

ฉีเจียนเจียยิ้มกล่าว “เมื่อก่อนฉันนวดให้คุณตาบ่อยๆ ถือว่าพอมีฝีมืออยู่บ้าง วันนี้คุณไล่จับคนเยอะขนาดนั้นคงเหนื่อยน่าดูเลย บ่ายนี้ให้ฉันช่วยนวดผ่อนคลายให้คุณหน่อยไหมคะ…”

เดิมทีหลินจือไป๋คิดจะปฏิเสธ เพราะยังไงเขาก็อยากเก็บเงินนี้ไว้ให้เพื่อนร่วมทีมมากกว่า แต่พอนึกถึงเรื่องที่ไม่ทันระวัง บังเอิญไปแตะโดนบั้นท้ายวันนี้แล้วอีกฝ่ายกลับไม่ได้โวยวาย ไว้หน้าเขาอยู่บ้าง จึงพยักหน้าแล้วบอกว่า

“ได้ครับ”

“ไม่ได้นะ!” เย่อิงรีบคัดค้านทันที

หลินจือไป๋หันไปมองเย่อิง เย่อิงแสดงอาการไม่พอใจอย่างชัดเจน “ฉันก็นวดเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวฉันนวดให้เอง!”

ฉีเจียนเจียเบะปากเล็กน้อย ทันใดนั้นก็ยิ้มออกมา “งั้นเราก็มาช่วยกันนวดให้ท่านเศรษฐีไป๋พร้อมกันเลยสิ”

บรรยากาศชักจะดูพิกลขึ้นมาเล็กน้อย ซูเปอร์สตาร์ตัวแม่สองคนแย่งกันนวดให้หลินจือไป๋? นี่นะเหรอการปรนนิบัติที่เศรษฐีแห่งเขาลี่ซานจะได้รับ?

พวกหย่าบนเขาลี่ซานเอ๊ย! ฉันนี่แหละเศรษฐีตัวจริง!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 407 เศรษฐีไป๋แห่งเขาลี่ซาน!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย