Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

จากขยะตระกูลสู่มหาเทพด้วยระบบอัปเกรด - บทที่ 9 โอสถวิเศษเสริมขีดความสามารถ

  1. Home
  2. จากขยะตระกูลสู่มหาเทพด้วยระบบอัปเกรด
  3. บทที่ 9 โอสถวิเศษเสริมขีดความสามารถ
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 9 โอสถวิเศษเสริมขีดความสามารถ

เมื่อกลับถึงบ้าน ใจของเล่ยเถิงก็สงบสุข

ในเทือกเขาเฉินเจี้ยว แม้ในยามพักเล่ยถิงก็ยังต้องระมัดระวังสัตว์อสูรวิญญาณที่อาจโจมตีมาได้ทุกเมื่อ ในสถานการณ์นั้นเส้นประสาทจะตึงเครียดอยู่ตลอดเวลาจึงยากที่จะได้พักผ่อนที่อย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้ต่างออกไปแล้ว ไม่เพียงแต่ได้กลับถึงบ้าน เล่ยถิงยังเสร็จสิ้นแผนการที่วางเอาไว้ด้วย เขาจึงสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

ในตอนนี้เล่ยถิงได้อัพเกรดและเลื่อนขั้นหลังภพถึงระดับสี่แล้ว ตามกฎของตระกูลเล่ย ผู้ที่เลื่อนขั้นสู่ระดับสี่ก่อนอายุ 20 ปีจะสามารถเข้าสู่สำนักฝึกวิชายุทธ์และได้รับทรัพยากรในการฝึกฝนที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามเล่ยถิงไม่ได้มีพรสวรรค์ที่โดดเด่นต่อคนทั้งตระกูลด้วย หากแต่แอบซ่อนตัวอยู่ในบ้านอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับฝึกฝนอย่างหนักด้วยตัวเองโดยไม่ย่อท้อ

บางทีสถานภาพของเล่ยถิงในตระกูลเล่ย อาจจะต่ำต้อยจนเกินไป คนทั้งตระกูลรวมถึงเหล่าคนรับใช้ต่ำต้อยก็ไม่ได้ใส่ใจเล่ยถิงเลยแม้แต่น้อย จึงปล่อยให้เขาได้ฝึกฝนอย่างเงียบ ๆ โดยใช้ระบบอัพเกรดไร้ขีดจำกัดนานถึงครึ่งเดือนจนเลื่อนขั้นสู่ระดับสี่ โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้

สภาพแวดล้อมภายนอกอาจเอื้ออำนวย แต่ก็ไม่มีสิ่งใดจะเหนือไปกว่า ระบบอัพเกรดไร้ขีดจำกัดที่ไม่ควรเปิดเผยออกไปจำต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการซ่อนตัว พูดตามตรงมีได้ก็ต้องมีเสีย

ฟู่ว!

เล่ยถิงอ้าปากและพ่นควันสีแดงคล้ายกลิ่นธูปออกมา ในควันยังมีประกายไฟเล็ก ๆ ลมหายใจที่พ่นออกมานั้นกลับเป็นลมร้อน สิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดคือกล้ามเนื้อที่ขยายตัวของเล่ยถิง กลับเปล่งประกายสีแดงราวกับกระจกใส

หากมีผู้ใดได้เห็นเล่ยถิงในเวลานี้คงจะอ้าปากค้างอย่างแน่นอน เพราะการบรรลุขั้นตอนนี้ได้จำเป็นต้องฝึก ‘วิชายุทธ์เพลิงผลาญ’ จนสำเร็จลุล่วงและตัวเขาเองก็ต้องเลื่อนขั้นสู่ระดับสี่ด้วย

เมื่อครึ่งเดือนก่อน เล่ยถิงยังเป็นเพียงผู้ไร้ความสามารถในขั้นหลังภพระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาได้แปรเปลี่ยนเป็นขั้นหลังภพระดับสี่แล้ว ถึงแม้จะอยู่ในตระกูลเล่ยที่ยกย่องคนที่เก่งกาจ ในตอนนี้เขาก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งแล้วเหมือนกัน

ความเร็วในการฝึกฝนเช่นนี้เหลือเชื่อจนคิดไม่ถึง คาดว่าคงไม่มีใครเชื่อถึงแม้จะถูกตีหัวจนตายก็ตาม

“ในที่สุดก็มั่นคงแล้ว”

เล่ยถิงลืมตาขึ้นดวงตาของเขาฉายแววลึกลับล้ำลึก

เวลานี้เล่ยถิงรู้สึกตื่นเต้น หลังจากที่ได้ใช้ระบบอัพเกรดไม่จำกัด เพื่อยกระดับขั้นพลังทำให้เขาต้องตั้งใจและฝึกฝน อย่างไรก็ตามด้วยการช่วยเหลือของระบบทุกอย่างจึงกลายเป็นเรื่องง่ายดาย ความสำเร็จดังกล่าวทำให้เขารู้สึกอยากโอ้อวดขึ้นมาทันใด

เล่ยถิงอยากจะปรากฏตัวต่อหน้าคนนับไม่ถ้วน พร้อมกับสำแดงวิชายุทธที่เหนือกว่าลูกหลานในรุ่นเดียวกันนี้ เพื่อพิสูจน์ตนเองว่าเขาคืออัจฉริยะที่ถูกละเลยและทำให้เหล่าผู้อาวุโสที่เคยมองเขาเป็นเพียงอากาศหรือแม้แต่คนไร้ค่าได้อ้าปากค้าง เมื่อนึกถึงสีหน้าที่น่าตื่นเต้นของเหล่าผู้อาวุโส โดยเฉพาะความประหลาดใจของเล่ยหนานเทียนแล้ว เล่ยถิงก็รู้สึกถึงแรงกระตุ้นที่ไม่อาจหักห้ามได้ในใจ

ทุกครั้งที่นึกถึงตรงนี้ ร่างของเล่ยถิงจะสั่นระริกจนกลั้นไม่อยู่

บางทีนั่นอาจเป็นเพราะจิตวิญญาณที่แฝงเร้นอยู่ก็เป็นได้ หรือบางทีอาจจะเป็นความคิดของเล่ยถิงเองก็เป็นได้ ยังไงก็ตามเล่ยถิงก็อยากจะให้คนพวกนั้นที่ทอดทิ้งเขาได้ประจักษ์ว่า คนไร้ค่าที่พวกเขาตีตราเป็นอัจฉริยะและมีพรสวรรค์เพียงใด

“ระดับสี่! ในที่สุดก็ฝึกวิชายุทธ์ได้แล้ว!”

หลังจากตรวจสอบภายในร่างกายเสร็จสิ้น เล่ยถิงก็กระวนกระวายใจ ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า

หากจะเปรียบวิชาการต่อสู้คือวิชาฝึกฝนจิตใจ กระบวนท่าต่อสู้ก็เปรียบเสมือนท่าทางต่าง ๆ หากปราศจากอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็เป็นเพียงนักรบธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้น แต่หากมีกระบวนท่าการต่อสู้มาเสริม ท่านก็จะสามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ได้หลายขั้น ยกตัวอย่างเช่น นักรบที่มีกระบวนท่าการต่อสู้จะสามารถเอาชนะศัตรูที่ไม่มีกระบวนท่าในระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดาย และสามารถท้าทายศัตรูที่ไม่มีกระบวนท่าการต่อสู้ในระดับที่สูงกว่าได้ นี่แหละคือความสำคัญของกระบวนท่าการต่อสู้

ก่อนที่จะถึงระดับที่สี่ เนื่องจากลมปราณยังไม่เสถียรเพียงพอ จึงเป็นการยากที่จะคงสภาพท่าทางกระบวนท่าการต่อสู้ที่ใช้พลังงานสูงไว้ได้ และด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของวิชายุทธ์เพลิงผลาญย่อมกำหนดให้ไม่สามารถฝึกฝนกระบวนท่าต่อสู้ใด ๆ ได้ ทำให้เล่ยถิงจำเป็นต้องใช้กระบวนท่าการต่อสู้ให้ชำนาญก่อนที่จะข้ามขั้นไปต่อสู้กับศัตรูหรือสัตว์อสูรระดับสูง

“วิชายุทธ์เพลิงผลาญในขั้นสมบูรณ์แบบ คงจะสามารถเอาชนะศัตรูที่เหนือว่าได้ หากนำมาใช้ร่วมกับกระบวนท่าการต่อสู้ที่เหมาะสม คงจะไม่ใช่ปัญหาหากต้องต่อสู้กับคนที่อยู่ในขั้นหลังภพระดับที่หก”

เล่ยถิงหัวเราะอย่างเยือกเย็นออกมา

วิชายุทธ์เพลิงผลาญไม่ใช่เพียงแค่การฝึกพลังภายในธรรมดา ๆ เท่านั้น แต่ยังสามารถกล่าวได้ว่าเป็นที่พึ่งหลักที่ใหญ่ที่สุดของเล่ยถิง ก่อนที่จะได้มาซึ่งระบบอัพเกรดไม่จำกัด

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องรู้ไว้ว่าเล่ยถิงยังคงเป็นลูกหลานสายตรงตระกูลเล่ย อยู่ดี ก่อนที่เขาจะแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติที่ไร้ค่า พวกผู้เฒ่าอย่างเล่ยหนานเทียน ก็ได้คาดหวังในตัวเขาไว้ไม่น้อยทีเดียวโดยให้เขาฝึกฝนวิชายุทธ์เพลิงผลาญให้เชี่ยวชาญและทรงพลัง

แต่ทว่า วิชายุทธ์เพลิงผลาญก็เป็นวิชายุทธ์ชั้นสูงในบรรดาวิชาฝึกยุทธ์ขั้นพื้นฐาน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฝึกฝน จริงอยู่ที่อาจจะเริ่มต้นได้ง่ายแต่ยิ่งฝึกก็ยิ่งยาก หากต้องการจะฝึกให้ถึงระดับสี่ ผู้ที่มีคุณสมบัติทั่วไปก็จะไม่มีทางทำได้หากปราศจากการฝึกฝนขัดเกลาเป็นเวลา 5-6 ปี แม้แต่บรรดาลูกหลานที่ครอบครัวขนานนามว่าอัจฉริยะ ก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี

ที่จะฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบเมื่ออายุเท่ากับเล่ยถิง และพัฒนาขีดความสามารถไปถึงระดับสี่ หากมองไปทั่วทั้งตระกูลเล่ย นอกจากผู้เฒ่าสองท่านที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ของตระกูลเล่ย แล้วเหล่าลูกหลานตระกูลเล่ยคนอื่น ๆ ก็ไม่มีใครสามารถทำได้

“ด้วยการฝึกฝนของข้าในตอนนี้ หากเพียงแค่ใช้เวลาไปที่เทือกเขาเฉินเจี้ยว เพื่อล่าสัตว์อีกสักครั้ง ไม่ว่าจะล่าเพียงสองสามวันก็สามารถทำให้ข้าก้าวข้ามไปยังระดับที่ห้าได้ ทั้งนี้หากให้เวลาล่าสัตว์อีกสองเดือนก็อาจจะสามารถเลื่อนขั้นไปถึงระดับสิบได้โดยไม่ยาก”

เล่ยถิงเริ่มวางแผนอนาคตของตนเอง “หนึ่งเดือนต่อจากนี้เป็นงานฉลองบรรพบุรุษของตระกูลตามธรรมเนียมปฏิบัติของทุกปี จะต้องมีการทดสอบหรือแม้กระทั่งการแข่งขันครั้งใหญ่เพื่อมอบรางวัลแก่เหล่าลูกหลานตระกูลเล่ย ที่แสดงให้เห็นถึงผลงานดีเยี่ยมและโดดเด่น หรืออาจจะได้รางวัลเป็น ‘โอสถร้อยลมปราณ’ และถ้าผ่านการทดสอบก็จะได้เข้าร่วมฝึกฝนในดินแดนลับที่จัดขึ้นทุก ๆ สามปี หากสามารถทำผลงานได้ดี ก็จะได้รับรางวัลที่ทำให้ข้าพัฒนาขึ้นในชั่วข้ามคืน โอกาสสองครั้งนี้ หากคว้าเอาไว้ได้สักครั้งการฝึกฝนของข้าก็จะก้าวหน้านี่เป็นโอกาสที่ข้าไม่ควรพลาด”

โอสถร้อยลมปราณ เป็นยาอายุวัฒนะชนิดหนึ่งที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถของนักรบขั้นพื้นฐานได้ในทันที ยิ่งเป็นนักรบในขั้นต่ำเท่าใด ก็ยิ่งได้ผลดีมากเท่านั้น ซึ่งอาจจะก้าวข้ามไปได้หลายขั้นถึงขั้นที่ถูกยกย่องให้เป็น ‘โอสถวิเศษเสริมขีดความสามารถ’

ไม่ต้องพูดถึงว่าโอสถร้อยลมปราณช่วยประหยัดเวลาฝึกฝนของเล่ยถิงได้มากเท่าใดเพียงพูดถึงคุณค่าของมันก็พอ หากเล่ยถิงได้รับโอสถร้อยลมปราณถึงแม้จะไม่กินเองแต่ก็สามารถนำไปขายได้ ก็จะได้ทรัพย์สมบัติมหาศาลจนไม่ต้องทุกข์ร้อนไปตลอดชีวิต เขาจะไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป เพราะสามารถเลิกฝึกฝนและย้ายไปอยู่ชนบทใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในฐานะเจ้าของที่ดินได้ตลอดชีวิต

ก๊อกๆ ๆ!

เยี่ยหลานอยู่ ๆ ก็ร้องตะโกนมาจากนอกประตูว่า “คุณชาย ท่านกลับมาแล้วเหรอเจ้าค่ะ!”

จากนั้นเยี่ยหลานก็เดินเข้ามาพร้อมกับกลิ่นยาที่รุนแรงจนแสบจมูก

เยี่ยหลานยังคงงดงามเช่นเดิม ใบหน้าอันอ่อนหวานและสะสวยประหนึ่งดอกไม้ผลิบานไปด้วยรอยยิ้ม หากแววตากลมโตที่ซุกซ่อนความตื่นเต้นและปีติทั้งจากภายในและภายนอกล้วนเล่าขานถึงชีวิตชีวาที่บรรยายได้ยาก ทำให้ทั้งตัวของนางเหมือนผีเสื้อแสนโสภาที่โบยบินเข้าสู่หัวใจของเล่ยถิงผสานกับสถานะที่คลุมเครือของนาง รวมถึงกิริยาท่าทางอันน่าเอ็นดู ยิ่งทำให้เล่ยถิงอดกลั้นความรู้สึกอยากจะโอบกอดนางเข้ามาในอ้อมอกและปกป้องดูแลนางอย่างทะนุถนอมไม่อยู่

ปกติแล้วเล่ยถิงคงจะหยอกล้อกับเยี่ยหลานแต่ในวันนี้เขากลับขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ ไม่ใช่เพราะเยี่ยหลานเปลี่ยนมาสวมชุดผ้าดิบราคาถูกที่ทำให้ภาพลักษณ์ของนางดูเปลี่ยนไปหรือเพราะกิริยาของนางที่มีปัญหา แต่เป็นเพราะกลิ่นบนร่างกายของเยี่ยหลานที่แปลกไป

“เย่หลาน เข้ามานี่หน่อยสิ”

เล่ยถิงเป็นคนที่เก็บความรู้สึกที่แท้จริงไว้กับคนที่รักไม่อยู่ จึงเรียกเยี่ยหลานให้เข้ามาใกล้ตัวทันที

เยี่ยหลานก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี นางคิดว่าเล่ยถิงคงให้ตนเองกดหลังให้อะไรทำนองนั้นจึงเดินเข้ามาด้วยความไม่ลังเล แต่ก่อนที่เธอจะเข้ามาถึงเล่ยถิงก็ยื่นมือออกไปตรงหน้าของนางแล้วจับแขนเสื้อของนาง ยกขึ้นมาดมอย่างไม่เกรงใจ

“คุณชายเจ้าค่ะ!”

เยี่ยหลานตัวสั่นไปทั้งร่างใบหน้าอันงามซีดเซียวลง

แต่เล่ยถิงก็ไม่สนใจอาการตกใจของเธอ เขาบิดมือเล็ก ๆ แสนบอบบางที่เต็มไปด้วยรอยแผลและมีเลือดออกอย่างน่าสงสารออก แล้วก็เอ่ยถามด้วยความห่วงใยว่า “เยี่ยหลาน ทำไมบนตัวถึงได้มีกลิ่นหอมของสมุนไพรโลหิตมังกรเข้มข้นขนาดนี้? ไปช่วยร้านขายยาปรุงยามาหรือ?”

ตอนก่อนหน้า

บทที่ 8 สัตว์อสูรวิญญาณลึกลับ

ตอนต่อไป

บทที่ 10 ข้ารับใช้มีสิทธ์พูดด้วยหรือ?

แสดงความคิดเห็น

ปิดโหมดสปอย

ส่งความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

ที่อยู่: 9/70 หมู่ 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา ปทุมธานี 12130

เวลาทำการ: 09:00 – 18:00 จันทร์-ศุกร์

โทร: 0654214015 e-mail : support@bookfet.com

เมนูหลัก

ช่วยเหลือ

ดาวโหลดแอพพลิเคชั่นได้ที่

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 9 โอสถวิเศษเสริมขีดความสามารถ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย