จากขยะตระกูลสู่มหาเทพด้วยระบบอัปเกรด - บทที่ 18 ภัยร้ายเริ่มก่อตัว
บทที่ 18 ภัยร้ายเริ่มก่อตัว
“ช่างเป็นสาวรับใช้ที่งดงามยิ่งนัก”
เมื่อสายตาของมู่หรงชุนจับจ้องไปที่เยี่ยหลานก็ส่องประกายวาววับขึ้นมาทันที
วันนี้เยี่ยหลานแต่งตัวดีเป็นพิเศษ ผมยาวนุ่มสลวยเป็นประกายดำขลับ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งสระมา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ยังคงหลงเหลืออยู่ท่ามกลางเส้นผม ริมฝีปากชมพูอ่อนนุ่มนวลประกอบกับดวงตาเล็กเปี่ยมชีวิตชีวา ถึงแม้รูปร่างอ่อนเยาว์จะทำให้รู้สึกเสียดายไปบ้าง แต่นั่นก็ยิ่งเสริมเสน่ห์ที่แสนบริสุทธิ์และสง่างามให้กับเธอ ยิ่งมองยิ่งหลงใหลไม่รู้ลืม
นานแล้วที่เยี่ยหลานไม่ได้ออกมาเดินเล่นกับเล่ยถิง สตรีแต่งตัวเพื่อเอาใจชายที่นางรัก เยี่ยหลานจึงได้แต่งหน้าเบา ๆ เพื่อไม่ให้เล่ยถิงเสียหน้า ถึงแม้จะเป็นเพียงการแต่งหน้าเบาบางแต่กลับเน้นความงดงามดุจภาพวาดของเยี่ยหลานได้อย่างลงตัว เพียงแต่นางไม่เคยคิดเลยว่าความงามสง่าของนางจะนำปัญหามาให้เล่ยถิง
มู่หรงชุนยิ่งมองก็ยิ่งใจหวิวก่อนจะเอ่ยถามตรง ๆ ว่า “เล่ยถิง ข้าต้องการสาวรับใช้ของเจ้า เจ้าเอ่ยราคามาเถิด”
คำพูดของมู่หรงชุนทำให้สีหน้าของสาวน้อยที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาเปลี่ยนไป แต่พอนึกถึงตัวตนของมู่หรงชุนพวกนางก็เลือกที่จะเงียบอย่างรู้กาลเทศะ
“เจ้าโง่!”
เล่ยถิงตอบสั้น ๆ ด้วยสายตาเหยียดหยาม
หมอนี่สมองเต็มไปด้วยเงินทองและกามารมณ์ย่ำแย่ยิ่งกว่าเล่ยเป่ยหรง เสียอีก ถึงแม้เล่ยเป่ยหรงจะโลภมาก แต่เขาก็รู้จักใช้ตำแหน่งของตนเองในการผูกมิตรกับคนที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดเช่น เหิงกังผู้มีวิชายุทธไม่ธรรมดาก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด แต่มู่หรงชุนล่ะพลังที่แท้จริงของเขามีเพียงแค่พวกผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่กลับวางท่าโอหังเป็นร้อยเท่า คนแบบนี้ใช้คำว่า “เจ้าโง่” บรรยายสติปัญญาของเขาคงจะไม่พอ
สีหน้าของมู่หรงชุนเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว ยังพูดกับเยี่ยหลานอีกว่า “สาวน้อย การที่เจ้าติดตามขยะแบบนี้ ช่างเป็นดั่งดอกไม้งามปักอยู่บนกองมูลวัวซะจริง”
“ใช่แล้ว! พวกขยะแบบเขาสักวันต้องถูกขับไล่ออกจากตระกูลแน่ แล้วตอนนั้นเจ้าคงไม่มีแม้แต่ตำแหน่งสาวใช้ด้วยซ้ำ”
“ตอนนี้นายน้อยของพวกข้าแลเห็นเจ้า เพียงแค่เจ้าจากขยะนั่นไปรับใช้นายน้อยของพวกเรา บางทีท่านอาจจะให้ชื่อเสียงแก่เจ้าก็ได้นะ ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะเป็นเหมือนพี่น้องกัน เสื้อผ้าที่ใส่ต้องดีกว่าของที่เจ้ามีเป็นสิบเท่าแน่!”
สาวใช้ของมู่หรงชุนพยายามกดความไม่พอใจในใจเอาไว้ เพื่อเอาใจนายของพวกนางและคอยยุยงให้เยี่ยหลานทรยศ
ความชอบหญิงสาวของมู่หรงชุน รวมถึงความต่ำต้อยของสาวงามเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะตัว แต่เป็นความเสื่อมทรามที่มีอยู่ทั่วไป
มีบุตรหลานตระกูลใหญ่ไม่น้อยที่เพราะฐานะดีเกินไป ตั้งแต่ยังเยาว์วัยก็เริ่มเล่นสนุกกับสตรีรอบข้างแล้วส่วนผู้ที่อายุมากกว่าหน่อย หากไม่มีสาวงามสักสองสามนางติดตามข้างกายก็ไม่กล้าออกไปพบปะผู้คน เป็นธรรมดาที่สาวงามผู้ปรารถนาความร่ำรวยเหล่านั้นเพื่อจะโดดเด่นท่ามกลางเหล่าสาวงามจึงใช้ความคิดพยายามเอาใจบุตรหลานตระกูลใหญ่เหล่านี้ การแสดงออกของพวกนางหลายคนชัดเจนโจ่งแจ้งถึงขั้นกล่าวได้ว่าไร้ศักดิ์ศรี
“ช่างไร้ยางอาย!”
เยี่ยหลานเติบโตมาในตระกูลเล่ย และได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับเรื่องเพศตั้งแต่เด็ก นางจึงเข้าใจเนื้อหาของหนังสือที่อ่านอยู่เป็นอย่างดี ใบหน้าของนางแดงเรื่อด้วยความเขินอาย
“หยาบคาย กล้าดียังไงมาด่านายน้อยของพวกข้า!”
พวกสาวรับใช้ของมู่หรงชุนไม่เต็มใจต้อนรับเยี่ยหลานผู้เป็นภัยคุกคามอยู่แล้ว เมื่อได้โอกาสพวกนางก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือ
แต่ผู้ที่ตรงไปตรงมาที่สุดก็คือมู่หรงชุน ในฐานะคุณชายใหญ่แห่งตระกูลมู่หรง เขาไม่เคยถูกใครมาด่าทอต่อหน้าแบบนี้มาก่อน เขาจึงตรงเข้าไปเอื้อมมือคว้าเยี่ยหลานในทันที ตั้งใจจะจับตัวนางไว้ก่อนแล้วค่อยเจรจาเงื่อนไขกับคนไร้ค่าอย่างเล่ยถิงหลัง
ผัวะ!
ทันใดนั้น ฝ่ามือที่ร้อนระอุก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับตบไปที่หน้าของมู่หรงชุนหนึ่งที
มู่หรงชุนไม่เคยโดนตบหน้ามาก่อนตั้งแต่เด็กจนโต จู่ ๆ โดนตบแบบนี้เลยทำให้เขาหน้ามืดไปชั่วครู่ ส่วนพวกสาวใช้ของมู่หรงชุนก็ตกตะลึง มองเล่ยถิงด้วยสายตาที่ยากจะเชื่อ
“นี่เจ้า…”
“เจ้ากล้าตบข้างั้นหรือ รู้หรือไม่ว่าข้าน่ะเป็นใคร?”
หมู่หรงชุนตั้งสติได้ก็โกรธขึ้นมาอย่างมาก พลังลมปราณพลุ่งพล่านราวกับภูเขาไฟระเบิด ในชั่วอึดใจวิชายุทธ์ลับสุดยอดของตระกูลมู่หรงก็พุ่งเข้าใส่เล่ยถิงและเยี่ยหลานอย่างไม่ปรานี
หมัดนี้เป็นวิชายุทธ์ขั้นสูงของตระกูลมู่หรงซึ่งพลังไม่น้อยไปกว่าฝ่ามือเมฆาอัคคีเลย ที่น่ากลัวที่สุดคือหมัดนี้เป็นการโจมตีแบบวงกว้างแม้แต่เยี่ยหลานก็ถูกรวมเข้าไปด้วย ถึงแม้เล่ยถิงจะมีความสามารถหลบหลีกแต่เขาไม่อาจละเลยเยี่ยหลานได้
ผัวะ!
หมู่หรงชุนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ถอยร่นไปอย่างต่อเนื่อง
วิชายุทธ์ของเขานั้นเก่งกาจกว่าฝ่ามือเมฆาอัคคี แต่ปัญหาคือเขามีขั้นพลังเพียงเบิกภพระดับสามและด้วยนิสัยขี้เกียจของเขาเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฝึกฝนวิชายุทธ์อย่างหนัก ทั้งยังมีความชำนาญในวิชายุทธ์ที่ไม่สูงจึงไม่สามารถปลดปล่อยพลังที่ควรจะมีได้ เมื่อเทียบกับเล่ยถิงที่มีขั้นสมบูรณ์ของวิชายุทธ์เพลิงผลาญและฝ่ามือเมฆาอัคคีทำให้ช่องว่างระหว่างกันชัดเจนในทันที
“เจ็บไหมล่ะ” เล่ยถิงยิ้มมองมู่หรงชุนด้วยท่าทางสบาย ๆ
มู่หรงชุนมีเลือดไหลที่มุมปากแต่ดวงตาแดงก่ำ ตั้งแต่เด็กจนโตเขาไม่เคยเสียเปรียบขนาดนี้มาก่อน ประสบการณ์ในวันนี้เจ็บปวดและลึกซึ้งยิ่งกว่า 20 ปีที่ผ่านมารวมกัน
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงและความโกรธอย่างบ้าคลั่งทำลายสติของมู่หรงชุนจนหมดสิ้น เขาตะโกนอย่างบ้าคลั่งว่า “เล่ยถิง เจ้าตายแน่! ยอดฝีมือระดับสูงทั้งหมดของตระกูลมู่หรงพวกข้าเพิ่งจะเรียกตัวกลับตำหนักพอดี ต่อให้มีตระกูลเล่ยคุ้มครองเจ้าก็ต้องตาย!”
“ข้ารอเจ้าอยู่นะ!” เล่ยถิงโบกมือจากไปอย่างสง่างาม
“นายน้อย ท่านไม่เป็นไรใช่ไหมเจ้าค่ะ”
“ไสหัวไปซะ!”
สาวใช้ของมู่หรงชุนถือผ้ามาเช็ดเลือดให้ แต่กลับถูกมู่หรงชุนตบจนกระเด็นไป หมดสติลงอย่างไม่ทราบชะตากรรม
มู่หรงชุนจ้องมองเล่ยถิงอย่างโกรธแค้น ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังจนแทบจะเป็นรูปธรรม
ในตอนนี้เอง ในสมองของเขาผุดภาพของบุรุษยอดฝีมือที่มีระดับขั้นสูงกว่าเล่ยถิง และมีความแค้นต่อตระกูลเล่ยขึ้นมา
……
เล่ยถิงไม่รู้ว่ามีแผนการลับที่มุ่งร้ายต่อเขากำลังเริ่มก่อตัวขึ้น
เล่ยถิงนำซากร่างของสัตว์อสูรวิญญาณระดับสามที่ล่ามาก่อนหน้านี้ออกมาทั้งหมด มอบให้เยี่ยหมิงไคจัดการนำไปขาย
ก่อนหน้านี้เล่ยถิง เพียงแค่ขายสัตว์อสูรวิญญาณระดับต่ำอย่างไม่ใส่ใจเท่านั้น ยังไม่เคยขายสัตว์อสูรวิญญาณระดับสามที่หายากเลยแม้แต่ตัวเดียว โดยเฉพาะสัตว์อสูรวิญญาณที่เกือบจะขึ้นเป็นระดับสี่ตัวนั้น เล่ยถิงเก็บไว้อย่างดีไม่เปิดเผยแม้แต่น้อย
แม้ว่าจะพอมีซากสัตว์วิเศษปรากฏในตลาดบ้าง แต่โดยพื้นฐานแล้วส่วนใหญ่จะไม่สมบูรณ์ บางส่วนก็ถูกเหล่าตระกูลต่าง ๆ ยึดไว้ ส่วนผู้ฝึกหยุดธรรมดาไม่ค่อยมีความสามารถในการล่าสัตว์อสูรวิญญาณที่มีระดับสูงขึ้นมาหน่อย นี่ทำให้มณฑลหนานซานขาดแคลนวัสดุสัตว์อสูรวิญญาณ แม้แต่หอการค้าเป่ยฉางที่ใหญ่โตก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ด้วยเหตุนี้เมื่อเยี่ยหลิงไคปรากฏตัวพร้อมกับซากเหล่านั้น บวกกับเงินทุน 30,000 ตำลึงของเล่ยถิงเป็นหลักประกัน จึงได้รับความสนใจจากหอการค้าเป่ยฉางในทันที ได้รับสิทธิพิเศษในการดำเนินการ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
งานประมูลของหอการค้าเป่ยฉางที่มีชื่อเสียงในมณฑลหนานซาน ได้เริ่มขึ้นแล้ว มีข่าวลือว่าสินค้าที่น่าสนใจในครั้งนี้สำคัญมาก อาจเป็นของระดับสวรรค์ก็เป็นได้ ไม่เพียงแต่ยอดฝีมือจากทุกฝ่ายมารวมตัวกัน แม้แต่ตระกูลใหญ่ทั้งหมดของมณฑลหนานซาน ก็ส่งตัวแทนมาประมูล
มองลงไปที่ฝูงชนอันคับคั่งในห้องโถง บรรยากาศอันอึกทึกนั้นทำให้ เล่ยถิง อดไม่ได้ที่จะดีใจที่ตนเองได้ที่นั่งห้องรับรอง ไม่ฉะนั้นก็คงต้องเบียดเสียดกับคนเหล่านั้นแย่งชิงที่นั่งกัน แน่นอนว่าการนี้ยังช่วยหลีกเลี่ยงความเสียหายจากการถูก ‘เผลอ’ ถูไถโดนความงามของเยี่ยหลาน โดยบางคนได้ด้วย
ผู้ฝึกยุทธ์วัยกลางคนที่มีระดับการฝึกฝนสูงถึงขั้นเบิกภพระดับเก้าค่อย ๆ ก้าขึ้นสู่เวทีก่อนจะประกาศว่า “ข้าน้อยเซี่ยงเหวิน ผู้ดูแลหอการค้า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้จัดการประมูลในครั้งนี้ ขอขอบคุณอย่างจริงใจสำหรับการให้เกียรติมาร่วมงานอย่างมากมาย”
หลังจากนั้นก็เป็นการพูดอีกพักใหญ่
เยี่ยหมิงไคกล่าวแนะนำว่า “คุณชาย เซี่ยงเหวินเป็นยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงของมณฑลหนานซาน อย่ามองว่าระดับการฝึกฝนของเขาเป็นแค่ขั้นเบิกภพระดับเก้าเท่านั้น แต่เขาเอาชนะผู้ที่แข็งแกร่งขั้นเหนือภพได้ด้วย ท่านผู้อาวุโสชื่นชมเขามาก”
เล่ยถิงพยักหน้าอย่างเซื่องซึม
เล่ยถิงเคยได้ยินเรื่องราวของเซี่ยงเหวินมาก่อนเขายังมีพี่ชายฝาแฝดชื่อเซี่ยงอู ทั้งสองเป็นยอดฝีมือประจำหอการค้าเป่ยฉาง มีข่าวลือว่าพี่น้องฝาแฝดคู่นี้ฝึกฝนวิชายุทธ์ลับระดับสวรรค์ด้วยกัน ถ้าได้ร่วมมือกันต่อสู้ แม้แต่ยอดฝีมือระดับสวรรค์ก็ยังต้องหวาดหวั่น
ตอนนี้พิธีการเบื้องต้นผ่านไปแล้ว การประมูลก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ หญิงสาวรูปร่างเย้ายวนท่วงท่าอ่อนช้อยคนหนึ่งในมือของเธอบรรจงประคองแผ่นหยกใบงาม
สิ่งที่ประมูลนั้นไม่ใช่แผ่นหยกแน่นอน แต่เป็นหนังสือโบราณที่วางบนแผ่นหยก
ตอนก่อนหน้า
บทที่ 17 หอการค้าเป่ยฉาง
ตอนต่อไป
บทที่ 19 การประมูลที่ดุเดือด
แสดงความคิดเห็น
ปิดโหมดสปอย
ส่งความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
ที่อยู่: 9/70 หมู่ 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา ปทุมธานี 12130
เวลาทำการ: 09:00 – 18:00 จันทร์-ศุกร์
โทร: 0654214015 e-mail : support@bookfet.com
เมนูหลัก
ช่วยเหลือ
ดาวโหลดแอพพลิเคชั่นได้ที่