ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2098 ถ้าบวกได้ก็ไม่ต้องพูดเยอะ
เมื่อจ้าวอู่เจียงและคนอื่น ๆ ก้าวเข้าสู่สิบสองเทวสถาน เหล่าผู้สืบทอดจำนวนมากที่เข้าร่วมบททดสอบต่างก็แสดงท่าทีเป็นศัตรูต่อจ้าวอู่เจียงอย่างไม่ปิดบัง
ยังมีผู้สืบทอดบางคนที่ตรงไปตรงมายิ่งกว่า แสดงความดูถูกเหยียดหยามและเยาะเย้ยจ้าวอู่เจียงกับพวก ถึงขั้นด่าออกมาดัง ๆ
บ้างก็บอกให้จ้าวอู่เจียงรีบไสหัวไป อย่ามายุ่งกับสิ่งที่เป็นของฝั่งตะวันตกพวกเขา
บ้างก็ว่าจ้าวอู่เจียงเป็นแค่คนจากตะวันออก ไม่คู่ควรจะรับการสืบทอดพลังของเทพแห่งห้วงอวกาศแห่งมรรคาตะวันตกเลยแม้แต่น้อย
บ้างก็ขู่ว่าถ้าตอนนี้จ้าวอู่เจียงยังไม่ไสหัวไป อีกเดี๋ยวในระหว่างบททดสอบ เขาจะไม่มีที่แม้แต่จะฝังศพ
บ้างก็ว่าที่นี่คือเกาะศักดิ์สิทธิ์ของมรรคาตะวันตก เป็นเทวสถานเทพแห่งห้วงอวกาศที่สถิตของเทพเหนือเทพในบรรดาสิบสองเทวสถาน จ้าวอู่เจียงควรจะเจียมเนื้อเจียมตัวทำตัวให้เล็กลงหน่อย ไม่ใช่มาเชิดหน้าชูตาทำตัวยโสโอหัง…
ถ้อยคำเหล่านี้ดังขึ้นไม่หยุดหย่อน
จ้าวอู่เจียงเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย ไม่สนใจจะตอบโต้
เพราะถ้าลงมือได้ก็ไม่ต้องพูดมาก
ในบรรดาสิบสามสัตว์ประหลาดเฒ่าที่ร่วมเดินทางมาด้วย เซวียนหยวนซวิ่นเป็นคนที่มีอารมณ์ร้อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาไม่สนใจคำครหาเรื่องรังแกเด็กเลยสักนิด จึงลงมือสั่งสอนพวกผู้สืบทอดที่พูดจาเยาะเย้ยและด่าทอเหล่านั้นในทันที
เดิมทีเหล่าผู้สืบทอดเหล่านี้ยังคงวางท่าพยองและมั่นอกมั่นใจว่าที่นี่คือเทวสถานเทพแห่งห้วงอวกาศ พวกจ้าวอู่เจียงคงไม่กล้าทำตัวสามหาว
แต่เพียงไม่นานพวกเขาก็ถูกอัดจนเสียหลักจนจำทิศทางไม่ได้ บ้างก็บาดเจ็บสาหัส บ้างก็สลบเหมือดไปตาม ๆ กัน
คราวนี้นายจ้าวอู่เจียงถึงค่อยเอ่ยตอบกลับไปนิ่งๆ ด้วยท่าทางที่ดูอบอุ่นและไม่มีพิษมีภัยว่า
“หัวเราะสิ หัวเราะต่อสิ”
บรรดาผู้สืบทอดที่เข้าร่วมบททดสอบทั้งหลาย ในตอนนี้กลับไม่มีใครหัวเราะออกแม้แต่คนเดียว ทุกคนต่างจ้องมองจ้าวอู่เจียงด้วยแววตาที่ทั้งหวาดหวั่นและอาฆาตแค้น หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ จ้าวอู่เจียงคงถูกพวกเขาฆ่าตายด้วยสายตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มีผู้สืบทอดบางคนที่มาจากขุมอำนาจขุนนางผู้สูงศักดิ์แห่งมรรคาตะวันตก ซึ่งที่บ้านก็มียอดฝีมือคอยหนุนหลังอยู่ จึงไม่ได้หวาดกลัวพวกของจ้าวอู่เจียงมากนัก พวกเขาตะโกนถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ปล่อยให้คนตะวันออกสิบกว่าคนมาทำอะไรตามใจชอบบนพื้นที่ของพวกเรา วิหารเทพจะไม่จัดการบ้างเลยหรือ?”
มิคาเอล อัครทูตสวรรค์ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้กลับนิ่งเงียบไม่ยอมปริปาก เขาก็อยากจะจัดการ มหาเทพทั้งสี่ท่านก็อยากจัดการเช่นกัน แต่หลังจากที่ต้องเผชิญกับการร่วมมือกันของเจ็ดจอมมารและ A1 จนทำให้สิบสองเทวสถานได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในตอนนี้พวกเขาจึงไม่ใช่ว่าจะเข้าไปจัดการได้ง่าย ๆ
ที่นี่คือเกาะศักดิ์สิทธิ์สิบสองเทวสถานได้เปรียบด้านภูมิประเทศอย่างเต็มที่ แต่พวกของจ้าวอู่เจียงกลับได้เปรียบในเรื่องของกำลังคน หากจะฝืนเข้าไปจัดการจริง ๆ สุดท้ายผลลัพธ์คงไม่พ้นต้องพังพินาศไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย
ดังนั้นตราบใดที่จ้าวอู่เจียงไม่ละเมิดกฎของการทดสอบ ความขัดแย้งเล็กน้อยเหล่านี้ พวกทูตสวรรค์ก็ทำได้แค่หลับตาข้างเดียว
คำถามของบรรดาผู้สืบทอดแห่งมรรคาตะวันตกไม่ได้รับคำตอบ หลายคนเริ่มพึมพำในใจ ยิ่งเกรงกลัวจ้าวอู่เจียงมากขึ้น
แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกเคียดแค้น
ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าสู่การทดสอบ จ้าวอู่เจียงมีผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งคอยปกป้อง พวกเขาเลยทำอะไรจ้าวอู่เจียงไม่ได้ แต่ถ้าเข้าไปในบททดสอบแล้ว จ้าวอู่เจียงยังจะโอหังแบบนี้ได้อยู่อีกเหรอ?
พวกเขาวางแผนลับกันไว้ตั้งนานแล้วว่า ทันทีที่เข้าสู่บททดสอบ คนแรกที่ต้องรวมหัวกันกำจัดทิ้งก็คือจ้าวอู่เจียง!
หากต้องตายในบททดสอบ ก็ต้องโทษที่จ้าวอู่เจียงฝีมือไม่เอาถ่านเอง มรรคาตะวันออกก็ไม่มีสิทธิ์จะมาต่อว่าอะไรได้
เมื่อมิคาเอลเห็นว่าเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นระหว่างผู้คนเริ่มสงบลง เขาจึงเริ่มอธิบายขั้นตอนให้ทุกคนฟัง
“การทดสอบครั้งนี้ กฎง่ายมาก ก้าวขึ้นสู่เรือโนอาห์ ข้ามผ่านทะเลแห่งความตาย และไปให้ถึงฝั่งฝัน”
“หากไปถึงอีกฟากฝั่งเพียงคนเดียว คนผู้นั้นจะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด แต่ถ้ามีตั้งแต่สองคนขึ้นไป จะต้องเข้ารับบททดสอบสุดท้ายที่ท่านเทพแห่งห้วงอวกาศเคยกำหนดเอาไว้ ณ ฝั่งนั้น”
เหล่าผู้สืบทอดที่เข้าร่วมการทดสอบต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด ต้องข้ามทะเลแห่งความตายงั้นเหรอ?
สิ่งนี้ทำให้พวกเขาเกิดความหวาดกลัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทะเลแห่งความตาย ตามชื่อของมัน คือมหาสมุทรที่เป็นสัญลักษณ์ของความตาย ทั่วทั้งท้องทะเลเต็มไปด้วยความตาย ปราณมรณะจะกัดกร่อนพลังชีวิตภายในร่างกายของคนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเทพเจ้า
เซวียนหยวนซวิ่นอธิบายความรู้เกี่ยวกับทะเลแห่งความตายที่ข้างหูของจ้าวอู่เจียงว่า น้ำในทะเลแห่งความตายสามารถมองว่าเป็นปราณมรณะจากหมู่ดาวที่เข้มข้น สำหรับยอดฝีมือในขอบเขตหมู่ดาวแล้ว มันนับเป็นหนึ่งในสิ่งที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก
ส่วนเรือโนอาห์ ตามตำนานเล่าว่าในยุคที่สาม เทพเหนือเทพในยุคที่สามแห่งมรรคาตะวันตก หรือที่เรียกกันว่าเทพแห่งห้วงอวกาศ ได้ทุ่มเททรัพยากรมหาศาลเพื่อสร้างมันขึ้นมาโดยเลียนแบบเรือไม้ของท่านจาง เพื่อใช้ช่วยเหลือชาวโลก และถูกขนานนามว่าเรือโนอาห์วันสิ้นโลก
แต่เห็นได้ชัดว่าประสิทธิภาพนั้นไม่อาจเทียบเท่าเรือไม้ของใต้เท้าจางได้เลย
ทว่าเรือโนอาห์ของสิบสองเทวสถานลำนี้ ผ่านกาลเวลามาหลายยุคสมัยแต่ก็ยังไม่ถูกทำลายไปเสียทีเดียว ภายในเรือได้ก่อกำเนิดสสารลึกลับขึ้นมานานแล้ว ซึ่งตามตำนานกล่าวว่าสามารถช่วยชีวิตและฟื้นฟูทุกสรรพสิ่งในโลกได้
เป้าหมายหลักของจ้าวอู่เจียงในครั้งนี้ ก็คือสสารลึกลับที่อาจจะหลงเหลืออยู่ในเรือโนอาห์นั่นเอง
บางทีหากเขาได้สสารลึกลับเหล่านี้มา เขาอาจจะทำให้หลินหลางและเสี่ยวไป๋ฟื้นขึ้นมาได้ และอาจจะทำให้เสี่ยวหงมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น