ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2086 A1 อีกแล้ว
“ตอนนี้มีคนตายไปมากมายแล้ว…”
จ้าวอู่เจียงจ้องเขม็งไปที่เซวียนหยวนซวิ่น
“นี่น่ะเหรอ คือการช่วยเหลือของพวกคุณ?”
“นายพาคนมากเยอะขนาดนั้นไปไม่ได้หรอก…” เซวียนหยวนเฉียน ประธานมรรคาตะวันออก ดึงรั้งเซวียนหยวนซวิ่นให้พิงลง แล้วพยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดพลางเอ่ยกับจ้าวอู่เจียงอย่างอ่อนโยนว่า
“มรรคาตะวันออกในอาณาเขตพันดารามีผู้คนมหาศาล ขนาดและจำนวนนั้นห่างไกลจากดวงดาวที่นายอยู่มากนัก… การที่นายส่งผู้คนบนดวงดาวของนายออกไปได้ก็นับว่าถึงขีดจำกัดแล้ว…”
“ตอนนี้ลมร้อนแห่งความตายได้เริ่มแผ่ซ่านมาจากสุดขอบจักรวาล และใกล้เข้าสู่อาณาเขตพันดารามาทุกที ต่อให้ไม่มีไวรัสพันธุกรรม ผู้คนส่วนใหญ่เหล่านี้ก็ต้องตายลงภายใต้การขัดเกลาของลมร้อนนั่นอยู่ดี…..”
“A1 ก็ต้องการให้พวกเขาตายเช่นกัน” เฟิงฉางอี้กอดอกมาตลอด ตอนนี้ก็แทรกเข้ามาพูดด้วย
“A1 ต้องการให้คนจำนวนมากตาย”
“A1 งั้นเหรอ?” เปลือกตาของจ้าวอู่เจียงสั่นระริก A1 ต้องการจะทำอะไรกันแน่ มีแต่ชื่อ A1 เต็มไปหมด การที่เซวียนหยวนเฉียนและเซวียนหยวนซวิ่นขัดขวางไม่ให้เขาขึ้นเรือ ก็เป็นเพราะ A1 เคยเตือนไว้ แล้วตอนนี้ A1 ยังต้องการให้คนตายมากมายขนาดนี้อีก จุดประสงค์คืออะไรกันแน่?
“คนคนนี้ทำอะไรไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีเหตุผล…” เซวียนหยวนเฉียนถอนหายใจ
“แต่ในเรื่องของคุณ พวกเราเป็นหนี้บุญคุณเขาอย่างมาก และพูดตามตรงก็น่าละอาย การที่เขาลงมือฆ่าประชาชนเหล่านี้ ยังดีกว่าที่สุดท้ายพวกเราต้องเลือกที่จะทอดทิ้งพวกเขาเอง…”
“บุญคุณงั้นเหรอ” จ้าวอู่เจียงเสียงเย็นชา
“พวกคุณไม่มีแม้แต่ตั๋วเรือด้วยซ้ำ เรื่องนี้ไม่มีทางสำเร็จหรอก!”
“ตั๋วเรือเดี๋ยวก็มีเองแหละ” เซวียนหยวนเฉียนอธิบาย
“นับตั้งแต่สิ้นสุดภัยพิบัติครั้งที่สองเป็นต้นมา ทุกครั้งที่ลมร้อนแห่งจักรวาลเริ่มพัดกระหน่ำไปทั่ว ท่านจางจะมอบตั๋วเรือให้แก่ผู้คน จากการคำนวณตามบันทึก ในยุคสมัยนี้ ใต้เท้าจางจะมอบตั๋วเรือออกมาทั้งหมดแปดใบ”
“ตั๋วเรือทั้งแปดใบนี้ ถ้าเลี่ยงไม่รับได้ ก็อย่าไปรับจะดีกว่า” จูจูกัดเซี่ยวไป๋ที่เงียบมาตลอดลูบแหวนหญ้าบนนิ้วมือพลางเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ
“หากสามารถเอ่ยปากขอกับจางมู่โจวได้โดยตรง นายก็จงขอเสีย แต่ถ้าไม่ได้ ตั๋วเรือทั้งแปดใบนี้ ต่อให้เป็นเพียงใบเดียว ตอนนี้นายก็ไม่มีทางแย่งชิงมาได้ หรือแม้แต่เมื่อถึงนาทีสุดท้ายจริง ๆ ต่อให้นายจะสู้สุดตัว ก็ใช่ว่าจะคว้ามันมาได้”
“ยามที่ลมร้อนแผ่ซ่านมาถึงอาณาเขตพันดาราอย่างสมบูรณ์…” เซวียนหยวนเฉียนขมวดคิ้ว
“นั่นคือช่วงเวลาที่ตาข่ายแห่งกฎเกณฑ์ของอาณาเขตพันดาราจะพังทลายลง ตาข่ายแห่งกฎเกณฑ์นี้ พันธนาการพลังฝีมือของทุกคนเอาไว้… แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คอยปกป้องทุกคนในอาณาเขตพันดาราด้วยเช่นกัน…”
“จักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ อาณาเขตดาวที่ยังคงดำรงอยู่ได้อย่างยิ่งใหญ่อย่างอาณาเขตพันดารา มีเหลืออยู่ไม่เกินหนึ่งฝ่ามือเสียด้วยซ้ำ!”
“ส่วนที่เหลือต่างพังทลาย แตกสลาย และสาบสูญไปตลอดกาล…”
“ยังมีความเป็นอยู่ที่อาศัยอยู่ตามสุดขอบจักรวาล หรือตามมุมมืดต่าง ๆ อีก…”
“เมื่อตั๋วเรือปรากฏขึ้น ผู้ที่ถือครองตั๋วเรือจะไม่สามารถหลบซ่อนได้อีกต่อไป พิกัดจะถูกระบุเป้าหมายโดยคนทั้งจักรวาล!”
“เจตจำนงแห่งจักรวาลจะตีตราผู้ที่ถือครองตั๋วเรือและไม่อนุญาตให้คนผู้นั้นจากไป ส่วนคนอื่น ๆ ก็จะเข้ามารุมแย่งชิงตั๋วเรือที่ช่วยต่อชีวิตนี้”
“ตอนนี้นายยังแข็งแกร่งไม่พอ! แต่ไม่ต้องห่วง พวกเราจะทุ่มเทขุมกำลังทั่วทั้งอาณาเขตพันดาราเพื่อผลักดันให้นายแข็งแกร่งจนไปถึงจุดสูงสุดของจักรวาล”
“นายจะต้องแย่งชิงตั๋วเรือมาได้สักใบแน่นอน…”
จ้าวอู่เจียงนิ่งเงียบ เขาไม่ได้ตอบตกลงพวกตาแก่กลุ่มนี้ แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทุกคนทึกทักเอาเองแล้วว่าเขาต้องตกลงแน่
ก็เหมือนที่เซวียนหยวนซวิ่นพูดไว้ก่อนหน้านี้ ว่าเขาเป็นคนดี และคนดีมักจะเป็นพวกใจอ่อน
เขาเริ่มจมลงสู่ห้วงความคิดโดยไม่มีใครกล้าขัดจังหวะ เหล่าตาแก่ทำได้เพียงเฝ้ามองเขาด้วยความตึงเครียด
เขายังเริ่มเข้าใจในข้อสงสัยหลาย ๆ อย่างที่เคยมีมา
ที่ดวงวิญญาณหลักดวงหนึ่งของจิ้งเอ๋อร์ปรากฏอยู่กับฝ่ายทางการของมรรคาตะวันออก น่าจะเป็นเพราะตอนที่วิญญาณของจิ้งเอ๋อร์กระจัดกระจาย ถูกเซวียนหยวนเฉียนเก็บเอาดวงหนึ่งไป
ดีไม่ดีเซวียนหยวนเฉียนและคนอื่น ๆ อาจจะเตรียมแผนสำรองไว้อีกทาง นั่นก็คือหากเขาได้รับรู้ความจริงแล้วไม่ตกลง พวกเขาก็อาจจะใช้ดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์มาข่มขู่เขา
หากเซวียนหยวนเฉียนเตรียมการที่จะใช้เรื่องนี้ข่มขู่จริง ๆ เช่นนั้นการกระทำของ A1 ก่อนหน้านี้ที่ชิงรวบรวมดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์แล้วส่งคืนให้เขา เมื่อมองดูในตอนนี้ กลับแฝงไว้ด้วยความปรารถนาดีอย่างนั้นหรือ?
แต่ A1 กลับมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้มากเกินไป การที่เขาถูกตาแก่พวกนี้เพ่งเล็งในตอนนั้น เห็นได้ชัดว่า A1 คือผู้ที่ “มีส่วนอย่างมาก”
ต่อมาพวกเซวียนหยวนเฉียนเกิดหักใจทำไม่ได้ จึงยืมมือ A1 ให้เป็นผู้ “คัดเลือก” กลุ่มคน จนกลายเป็นการผลักดันให้ไวรัสพันธุกรรมแพร่ระบาดอย่างบ้าคลั่งงั้นหรือ?
ตกลงว่า A1 คือใครกันแน่?
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยสงสัยว่า A1 อาจจะเป็นคนที่เขารู้จัก…
เขาเคยคิดว่า A1 คือมารในใจของเขาเอง แต่พอลำดับเหตุการณ์แล้วมันกลับไม่ตรงกันเลยสักนิด
A1 ปรากฏตัวขึ้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์พลิกผันครั้งนั้นเสียอีก! แต่มารในใจกลับจบชีวิตลงในระหว่างเหตุการณ์ครั้งนั้น!
ถ้าอย่างนั้น A1 คือใครกันแน่? ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น จุดประสงค์ที่แท้จริงเบื้องหลังคืออะไรกันแน่?
พวกเซวียนหยวนเฉียนหลอกใช้เขา จ้าวอู่เจียง แล้ว A1 เล่า กำลังหลอกใช้เขาเพื่อทำอะไร?
หรือว่า… เพียงแค่ต้องการใช้เขาเป็นภาชนะเท่านั้นจริง ๆ ?
ท่ามกลางผู้คนมหาศาล ทำไมถึงเจาะจงเลือกเขา จ้าวอู่เจียง กันนะ?