ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2072 ทหารม้าหรือทหารราบกันแน่
ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการของจ้าวอู่เจียงจริงหรือไม่นั้น ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันต่อไป
เมื่อ A1 รับรู้ว่าม้าเสี่ยวหงพุ่งทะลวงออกจากดินแดนมิติเวลาที่วุ่นวายมาได้ เขาก็ถึงกับตัวสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
ทั้งหมดนี้อยู่ในแผนการของจ้าวอู่เจียงอย่างนั้นหรือ
หรือจะบอกว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความบังเอิญ เป็นผลจากเหตุและปัจจัยในอดีตที่ทับถมกันจนก่อให้เกิดสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ขึ้นมา
แต่ A1 รู้ดีว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม นี่คือตัวแปรที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา มันจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อบทสรุปในอนาคต และอาจถึงขั้นทำให้ตราชั่งแห่งโชคชะตาเอียงกะเท่เร่ได้เลยทีเดียว
เพียงแต่การปรากฏขึ้นของตัวแปรนี้ ไม่เคยอยู่ในความคาดหมายใด ๆ ของเขาเลย หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ตัวแปรนี้ไม่เคยอยู่ในความคาดหมายของใครหน้าไหนทั้งนั้น
ตัวแปรที่ว่าไม่ใช่การปรากฏตัวของเสี่ยวหง แต่ตัวแปรคือการที่เสี่ยวหงตัดสินใจพุ่งทะลวงออกจากดินแดนมิติเวลาที่วุ่นวายด้วยตัวเอง เพื่อเข้าช่วยชีวิตจ้าวอู่เจียงที่กำลังร่วงหล่นและหลงทางลงไปทุกที
สิ่งนี้จะมีความหมายอันลึกซึ้งและกว้างไกลสืบไป……
……
ม้าสีแดงพุทราแบกร่างของจ้าวอู่เจียงควบทะยานไปในห้วงอวกาศ
มันเหมือนกับวันเวลาในอดีตที่ผ่านมาครั้งแล้วครั้งเล่า ในยามที่ม่านราตรีคล้อยต่ำและดวงดาวบนฟากฟ้าหม่นแสงลง มันกับจ้าวอู่เจียงเคยร่วมเดินทางผ่านขุนเขาและสายน้ำทั่วต้าเซี่ย
แรงกระแทกบนหลังม้าทำให้มือและเท้าของจ้าวอู่เจียงแกว่งไกวไปมาอย่างไร้สติ ราวกับชายขี้เมาที่กำลังหลับใหลและละเมอออกมาเป็นพัก ๆ
เสี่ยวหงหยุดเดิน ข้างหน้าคือห้วงดาวที่มืดสลัว มันได้กลิ่นของอันตรายจาง ๆ
แผนที่ดวงดาวบนข้อมือของจ้าวอู่เจียงฉายภาพออกมา แม้เสี่ยวหงจะจัดการกับสิ่งของพวกนี้ไม่เป็นแต่มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดราวกับปีศาจอยู่แล้ว จึงพอจะรู้ว่าบริเวณที่มันยืนอยู่ตอนนี้คือที่ไหนจากการดูแผนที่ดาว
ในเวลานี้มันหยุดฝีเท้าลงที่นี่ เพื่อรอคอยให้จ้าวอู่เจียงฟื้นคืนสติขึ้นมา
มันมีความสงสัยอยู่มากมายเหลือเกิน เหตุใดจ้าวอู่เจียงถึงมาปรากฏตัวต่อหน้ามันในสภาพที่มีเลือดเนื้อและชีวิตเช่นนี้
แล้วมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
ทำไมจ้าวอู่เจียงถึงได้เจ็บปวดและหมดสติไปอย่างกะทันหัน?
คนอื่น ๆ ล่ะ?
เสี่ยวไป๋ล่ะ?
อีกทั้งทำไมตัวมันถึงสามารถเหยียบย่างไปบนความว่างเปล่าได้ มันกลายเป็นม้าบินไปแล้วอย่างนั้นหรือ?
แปลกจริง
เหมือนความฝันเลย
……
“ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าเวลาเลือกหนังน่ะ ต้องเลือกแบบไม่เซ็นเซอร์”
ในดินแดนอวกาศที่มืดมิด บริเวณรอบนอก มียานอวกาศสี่ลำคอยเฝ้าตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคนไม่เกี่ยวข้องบุกรุกเข้ามาในบริเวณนี้
ยานอวกาศทั้งสี่ลำนี้เป็นของสมาคมสงเคราะห์โลกที่ก่อตั้งขึ้นไม่นานหลังจากเกิดภัยพิบัติ
ขณะนี้ ภายในเรือดาราลำหนึ่งที่จอดใกล้กับพิกัดอวกาศอันเป็นศูนย์กลางมรรคาตะวันออกของอาณาเขตพันดารา ยอดฝีมือผู้เฝ้าเวรยามสองคนกำลังว่างจนเบื่อจัด เลยพากันค้นหาหนังอย่างว่ามานั่งดูกัน
“หนังพวกนี้ที่เขียนว่าทหารม้าและทหารราบหมายความว่ายังไงวะ?”
“ทหารม้าคืออะไร? ขี่ม้าใช่ไหม? ทหารม้าก็คือมีม้า มีรหัส เข้าใจไหม?”
“ทหารราบก็คือไม่ได้ขี่ม้า ไม่ได้ขี่ม้าก็คือไม่มีรหัส!”
“เดี๋ยวก่อน จางซาน มีม้า”
“หา? หมายความว่าไง หวังเอ้อร์? บอกแล้วไงว่าอย่าหาแบบมีรหัส!”
“ฉันหมายถึงว่า เครื่องตรวจจับตรวจพบม้าอยู่นอกพื้นที่โน่น”
“หา? แม้แต่เครื่องตรวจจับก็ยังโดนเซนเซอร์จนเป็นพิกเซลเลยเหรอวะ?”
“ฉันหมายถึงมีม้า! ม้า! ม้าตัวหนึ่ง! มันยืนอยู่ในอวกาศนั่นแหละ! ม้า!”
“เหมือนมันกำลังจ้องดูพวกเราอยู่ด้วย!”
“เดี๋ยว ม้าหรือ? ขอดูหน่อย? เชี่ย เป็นม้าจริง ๆ ใครนั่งอยู่บนหลังม้า? ไม่ใช่สิ เดี๋ยวก่อน ม้า?”
“ม้าที่สามารถยืนอยู่ในห้วงอวกาศได้? เฮ้ย ม้าที่ไหนกันที่จะยืนอยู่ในห้วงอวกาศได้เนี่ย?”
ผู้แข็งแกร่งทั้งสองสบตากัน ต่างสงสัยว่าตัวเองมองผิดไปหรือเปล่า แต่หลังจากตรวจสอบเครื่องตรวจจับซ้ำแล้วซ้ำอีก พวกเขาก็เชื่อในที่สุดว่ามีม้าสีแดงเข้มตัวใหญ่ยืนอยู่ท่ามกลางห้วงดาวจริง ๆ
“พาหนะของผู้แข็งแกร่ง!” จางซานใจเย็นลงแล้วสีหน้ากลับเคร่งขรึม
หวังเอ้อร์ดูตื่นตระหนกเล็กน้อย
“หรือว่าเรื่องที่สมาคมสงเคราะห์โลกของพวกเราซื้อขายดวงดาวถูกคนเบื้องบนจับได้?”
“ไม่น่าใช่นะ…” สีหน้าของจางซานยิ่งเคร่งเครียด
“ปกติเบื้องบนก็ไม่เคยมาแยแสอยู่แล้ว อีกอย่างลูกพี่ของพวกเราก็ส่งส่วยให้พวกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปตั้งเยอะ… ทำไมถึงได้มาตรวจสอบที่นี่ในเวลาแบบนี้?”
“พวกเราไปดูกันมั้ย?” หวังเอ้อร์ครุ่นคิด แต่ศีรษะก็ถูกตบอย่างหนักอย่างรวดเร็ว
“โง่!” จางซานทำหน้าเคร่ง
“ถ้าเผื่อเป็นคนที่เราไม่อาจรับมือได้จริง ๆ พวกเราจะไปหาเรื่องตายหรือไง?”
“ในสถานการณ์แบบนี้ รายงานไปที่ส่วนบนดีกว่า ให้คนที่เก่ง ๆ มาจัดการ”
“อ้อ ได้ ๆ ” หวังเอ้อร์กำลังจะรายงาน แต่ทันใดนั้นเขาก็เห็นความเคลื่อนไหวบนเครื่องตรวจจับ เขาตาโตขึ้น
“ม…ม้ามาแล้ว! พื้นที่นี้ไม่ได้ถูกปิดกั้นแล้วหรือ? มันเข้ามาได้ยังไง!”
“แล้วทำไมมันเข้ามาถึงนี่แล้วแต่กลับไม่มีสัญญาณเตือนภัยอะไรเลยล่ะ? มันแค่… เดินดุ่มๆ เข้ามาเลยเนี่ยนะ?”
ในดวงดาวที่มืดหม่นแห่งนี้ เห็นม้าหนึ่งตัวแบกร่างคนที่ “เมาหัวราน้ำ” ค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า มองซ้ายมองขวา ราวกับกำลังพยายามแยกแยะทิศทาง