ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2063 พายุลูกใหม่เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว
สัญญาณดังติ๊ด ๆ จากสร้อยข้อมือสื่อสาร แสดงว่าเซวียนหยวนซวิ่นได้วางสาย
จ้าวอู่เจียงมองด้วยดวงตาที่ลึกล้ำ ยังคงนั่งยอง ๆ อยู่ข้างชั้นวางสินค้า ดวงตาไม่ได้จดจ่ออะไรมากนัก
เรื่องราวและผู้คนที่เขาพบเจอในช่วงนี้ ทั้งคำพูดที่ได้รับฟังและข้อมูลที่ได้รับรู้มา มันเป็นสิ่งที่เอามาคิดลึก ๆ ไม่ได้เลย เพราะยิ่งขุดคุยรายละเอียดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลมากขึ้นเท่านั้น
จ้าวอู่เจียงขยับนิ้วถูไปมาอย่างที่เคยชิน ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นแสงเงาสายหนึ่งกำลังควบแน่นขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่ข้างกาย
เมื่อแสงเงานั้นก่อตัวเสร็จสมบูรณ์ ก็ปรากฏเป็นชายชราผมเงินที่มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า พร้อมกับปีกสีขาวบริสุทธิ์ที่หุบลงอยู่ด้านหลัง
จ้าวอู่เจียงมองออกทันทีว่านี่คือผู้ที่มรรคาตะวันตกเรียกว่าทูตสวรรค์
ทูตสวรรค์คนนี้น่าจะเป็นคนเดียวกับที่เฮอร์เกน ไกส์ร้องขอความช่วยเหลือไปก่อนหน้านี้
จ้าวอู่เจียงไม่ได้ลุกขึ้น เขาไม่รู้สึกถึงเจตนาสังหารใด ๆ และไม่ได้หวาดกลัวทูตสวรรค์ผู้นี้แต่อย่างใด
“ท่านจ้าวอู่เจียงผู้ทรงเกียรติ” ทูตสวรรค์ยิ้มอย่างอ่อนโยน มันอจังหวะอยู่ตลอด รอจนกว่าจ้าวอู่เจียงจะพอมีเวลาว่าง
การที่เฮอร์เกน ไกส์ลงมือกับจ้าวอู่เจียงนั้น ถือว่าอยู่ภายใต้กฎการทดสอบของวิหารเทพเพลิง ไม่ถือเป็นการแก่งแย่งภายใน ดังนั้นก่อนหน้านี้มันจึงไม่ได้ยื่นมือเข้าไปขัดขวางความตายของไกส์เลยแม้แต่นิดเดียว
สำหรับผู้สืบทอดที่ล้มลงตั้งแต่ช่วงการทดสอบ ต่อให้จะเป็นอัจฉริยะฟ้าประทานแค่ไหน ก็ไม่คู่ควรที่จะขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ของมหาเทพองค์ใดทั้งสิ้น
“ยินดีด้วย ที่ท่านได้รับสิทธิ์ในการสืบทอดสถานะแห่งเทพของเทพเพลิงแห่งวิหารเทพเพลิง” ทูตสวรรค์วางมือประสานกันไว้ด้านหน้าอย่างสำรวม พร้อมแสดงท่าทางสุภาพนบนอบ
“ในขณะเดียวกัน คุณก็ได้เปิดใช้งานภารกิจทดสอบของวิหารเทพเพลิงแล้วด้วย เพียงแค่คุณสังหารผู้สืบทอดของมหาเทพแห่งวิหารสิบสองมหาเทพคนไหนก็ได้เพิ่มอีกเพียงคนเดียว คุณก็จะผ่านการทดสอบรอบนี้ทันที”
“และจะได้เลื่อนขั้นเข้าสู่การทดสอบขั้นสุดท้ายของวิหารเทพเพลิง”
“ผมเป็นคนไม่ชอบเรื่องฆ่าฟันด้วยสิ…” จ้าวอู่เจียงพูดอย่างเนิบนาบ
“อ้อ จริงด้วย แอสคลีเพียสก็นับเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดของมหาเทพแห่งวิหารสิบสองมหาเทพเหมือนกันใช่ไหม?”
ทูตสวรรค์รู้ดีว่าจ้าวอู่เจียงกับแอสคลีเพียสมีเรื่องบาดหมางกันอยู่ มันจึงกระแอมออกมาทีหนึ่งก่อนจะยิ้มแก้เก้ออย่างเขินอาย
“ผู้สืบสายเลือดแห่งเทพแสงสว่างแอสคลีเพียสไม่นับว่าเป็นผู้สืบทอด”
“เพราะในบรรดาสิบสองเทวสถาน ไม่ใช่ว่าทุกวิหารจะต้องการผู้สืบทอดเสมอไป”
“ตัวอย่างเช่น ศาสนจักรแห่งแสงสว่าง ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบสองเทวสถานนั้น มีท่านเทพเจ้าแห่งแสงสว่างคอยปกปักษ์อยู่แล้ว”
“น่าเสียดายจริง…” จ้าวอู่เจียงเบ้ปาก เขาเดิมทีคิดจะใช้กฎการทดสอบนี้ไปกำจัดแอสคลีเพียสเสียด้วยซ้ำ
เขาคิดสักครู่แล้วถามต่อ
“งั้นการทดสอบของเทวสถานเทพแห่งห้วงอวกาศคืออะไรล่ะ?”
“ขออภัย ท่านจ้าวอู่เจียง” ทูตสวรรค์ค้อมตัวพร้อมกล่าวด้วยความเสียใจ
“การทดสอบของเทวสถานเทพแห่งห้วงอวกาศยังไม่เริ่มขึ้น ส่วนเนื้อหาของบททดสอบนั้น ตอนนี้ยังไม่อาจทราบได้”
จ้าวอู่เจียงใคร่ครวญถึงสิ่งที่จำเป็นต้องทำในใจ แล้วขมวดคิ้วพูดว่า
“ทำไมการทดสอบของวิหารเทพเพลิงถึงเริ่มไปแล้ว แต่ของเทวสถานเทพแห่งห้วงอวกาศยังต้องรออีกล่ะ?”
ทูตสวรรค์รู้ดีว่าจ้าวอู่เจียงเป็นผู้บำเพ็ญเพียรจากมรรคาตะวันออก จึงไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องเทพเจ้าของมรรคาตะวันตกมากนัก มันจึงอธิบายอย่างใจเย็นว่า
“นั่นเพราะท่านเทพแห่งห้วงอวกาศ คือผู้ปกครองสูงสุดเหนือสิบสองเทวสถาน เป็นราชาแห่งมหาเทพทั้งสิบสอง และเป็นเทพเหนือหมู่เทพทั้งปวง”
“การทดสอบของเทวสถานเทพแห่งห้วงอวกาศจึงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ต้องการการเตรียมการมากมาย”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วยื่นแขนออกไป
“ช่วยพยุงฉันหน่อย”
จ้าวอู่เจียงรู้สึกว่าทูตสวรรค์นั้นเหมือนกับคนรับใช้ของจักรพรรดิ
ชายชราผมเงินทูตสวรรค์ยิ้มและยื่นมือออกไปเพื่อพยุงจ้าวอู่เจียง
ในชั่วขณะที่สัมผัสกับแขนของจ้าวอู่เจียง พลังดูดกลืนอันทรงพลังได้ระเบิดออกมาจากร่างของจ้าวอู่เจียง มันรู้สึกได้ถึงพลังงานในร่างของตนที่กำลังไหลเข้าสู่จ้าวอู่เจียงอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองคนยังคงรักษาท่าทางการพยุงกัน จ้าวอู่เจียงมีรอยยิ้มอ่อนโยน แต่ดวงตาและคิ้วมีลักษณะเจือปนด้วยความชั่วร้ายบางอย่าง
แต่ในวินาทีต่อมา ทั้งสองกลับถูกแรงสั่นสะเทือนบังคับให้กระเด็นแยกจากกัน พลังแห่งการช่วงชิงของจ้าวอู่เจียงถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง
ทูตสวรรค์ยังคงยิ้มแย้ม มืออีกข้างลูบแขนที่เพิ่งสัมผัสจ้าวอู่เจียงเบา ๆ
“ท่านจ้าวอู่เจียง โปรดสำรวมตัวด้วย”
รอยยิ้มของจ้าวอู่เจียงค่อย ๆ จางหายไป ดวงตาลึกล้ำยิ่งขึ้น
“ทูตสวรรค์ขอบเขตดาราจักรใหญ่?”
“ไม่ทราบว่าควรเรียกท่านว่าอย่างไร?”
จ้าวอู่เจียงคิดไว้แต่แรกว่าถ้าทูตสวรรค์คนนี้อยู่ในขอบเขตดาราจักรเล็ก เขาจะลงมือจู่โจมทีเผลอแล้ว ‘เขมือบ’ พลังให้เกลี้ยง
แต่ไม่คิดว่าทูตสวรรค์คนนี้ซ่อนพลังไว้ลึกล้ำ กำลังความสามารถชัดเจนว่าเหนือกว่าเขาอยู่หนึ่งขั้น สามารถบังคับให้ยุติวิชาเทพอสูรกลืนฟ้าของเขาได้
“ลูซิเฟอร์” ชายชราผมสีเงินยิ้มพลางกล่าว
“เป็นผู้ดูแลกฎระเบียบของวิหารเทพเพลิง”
“เป็นพรินซิพาลิตี?” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว ทูตสวรรค์ระดับล่างในสามลำดับชั้นล่างที่ดูแลกฎระเบียบอย่างพรินซิพาลิตี กลับแข็งแกร่งถึงขนาดนี้
ลูซิเฟอร์ยิ้มพลางส่ายหน้า
“ความเข้าใจของท่านจ้าวอู่เจียงเกี่ยวกับลำดับชั้นทูตสวรรค์สามขั้นเก้าระดับนั้น ได้เลือนหายไปในสายธารแห่งประวัติศาสตร์นานแล้ว
เนื่องจากการทรยศของเซราฟิมลูซิเฟอร์ ส่งผลให้สถานะของเซราฟิมในชั้นสูงดิ่งลงเหวทันที และด้วยเหตุการณ์พลิกผันต่าง ๆ หลังจากนั้น การแบ่งลำดับชั้นทูตสวรรค์จึงถูกยกเลิกโดยสิบสองเทวสถานไปเมื่อหลายปีก่อน
ในปัจจุบัน ณ วิหารสิบสองมหาเทพ นอกจากมหาเทพที่ยังคงอยู่แล้ว ทุกสิ่งล้วนขึ้นตรงต่อสี่อัครทูตสวรรค์เป็นหลัก