ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2048 การบีบบังคับด้วยคำพูด อย่างรอบคอบถ้วนถี่
- Home
- ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า
- บทที่ 2048 การบีบบังคับด้วยคำพูด อย่างรอบคอบถ้วนถี่
จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาไม่ได้โกรธ แต่กลับพูดถึงจุดอ่อนของซีเหมินฉางชิ่งอีกครั้งอย่างเรียบ ๆ
“คุณจะไม่ทำก็ได้นะ แต่ผมจะป่าวประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่า A3 แห่งหย่งเซิงเทคโนโลยีกับผมจ้าวอู่เจียงเป็นพวกเดียวกัน!”
“ถ้า A1 รู้เรื่องนี้เข้า เขาจะจัดการยังไงต่อ ผมคงไม่ต้องเตือนคุณหรอกนะ”
“แต่ถ้าคุณยอมจัดหาที่ปลอดภัยให้คนพวกนี้ เมื่อนั้นคุณกับผมก็จะไม่ใช่พวกเดียวกัน”
ซีเหมินฉางชิ่งกัดฟันแน่น เขาช่วยแล้วกลับไม่ใช่พวกเดียวกัน แต่ถ้าไม่ช่วยกลับจะกลายเป็นพวกเดียวกัน?
เขาอ้าปาก คำด่าทอเตรียมพร้อมอยู่ที่ปลายลิ้นแล้ว แต่เขาก็อดกลั้นไว้ได้ สุดท้ายก็พยักหน้าและพูดเสียงทุ้มต่ำว่า
“ได้…”
“อะไรนะ?” จ้าวอู่เจียงมองไม่เห็นริมฝีปากของซีเหมินฉางชิ่งชัดและไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร
“ได้! ได้!” ซีเหมินฉางชิ่งถูกข่มขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตะโกนด้วยความโกรธว่า
“ผมบอกว่าได้ คุณไปช่วยพวกเขา ช่วยออกมาแล้วผมจะจัดสถานที่ให้!”
ดวงตาของจ้าวอู่เจียงยิ่งดูลึกล้ำ น้ำเสียงเรียบเฉยแฝงการข่มขู่
“ถ้าคุณรอให้ผ่านไปแล้วแก้แค้นด้วยการฆ่าคนพวกนี้…”
“ไม่ต้องมาเตือนผมหรอก ผมรู้!” ซีเหมินฉางชิ่งพูดอย่างกัดฟันกรอด
จ้าวอู่เจียงเสนอเงื่อนไขเพิ่ม
“ผมยังต้องการให้คุณแจ้งพิกัดศูนย์พักพิงทั้งหมดมาให้ผม และคุณเองก็ต้องลงมือช่วยออกไปช่วยคนพวกนั้นด้วยกัน…”
“ผม…” แสงศักดิ์สิทธิ์ของหนอนปลิงกงล้อที่ส่องสว่างทั่วร่างซีเหมินฉางชิ่งพลันหม่นแสงลง เห็นได้ชัดว่าเขาโกรธไม่น้อยกับความเอาเปรียบของจ้าวอู่เจียง เขารู้ว่านี่เป็นเล่ห์เล็ก ๆ ของจ้าวอู่เจียงเพื่อผูกมัดเขาไว้ให้แน่น เพื่อให้มั่นใจว่าเรื่องนี้จะดำเนินไปอย่างราบรื่น
เมื่อเห็นซีเหมินฉางชิ่งลังเล จ้าวอู่เจียงพูดอย่างเนิบช้า
“ดูเหมือนว่าเราจะเป็นพวกเดียวกันนะ…”
“ไม่ใช่!” ซีเหมินฉางชิ่งโต้กลับทันที แล้วสูดลมหายใจลึก “ผมตกลง! รีบลงมือซะ จะช่วยก็ช่วยไป ผมไม่สนแม่งแล้ว!”
“ไม่ใช่ไม่สนนะ แต่ต้องเป็นช่วยด้วยกัน” จ้าวอู่เจียงแก้คำพูด ใบหน้าเคร่งขรึม
“ได้…” ซีเหมินฉางชิ่งจำยอมอย่างหมดทางเลือก เสียงสั่นเครือ
“ช่วย…ด้วยกัน!”
จ้าวอู่เจียงจึงได้พยักหน้าในที่สุด เขาไม่เคยหวาดเกรงต่อคำขู่กรรโชกทางวาจาเลยสักครั้ง สิ่งเดียวที่เขาห่วงกังวลก็คือภัยคุกคามจากพลังฝีมือที่แท้จริงและอุปนิสัยใจคอของอีกฝ่ายต่างหาก
ยกตัวอย่างเช่น A1 ผู้ที่มีพลังอำนาจมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะต่อกรได้ในยามนี้ ทั้งยังมีนิสัยที่บ้าบิ่นพร้อมจะทำทุกอย่างโดยไม่สนวิธีการ ภัยคุกคามจากคนประเภทนี้ต่างหากที่น่าสยดสยองที่สุด
สำหรับเรื่องการข่มขู่ทางวาจา ตอนที่เขาเป็นขันทีใหญ่ผงาดอยู่ในวังหลัง และก้าวเข้าสู่ราชสำนักในฐานะขุนนางข้าราชบริพาร หากพูดถึงชั้นเชิงการชิงไหวชิงพริบทางคำพูดแล้ว เขาไม่เคยเป็นสองรองใคร
วิญญาณของจ้าวอู่เจียงเปลี่ยนเป็นลำแสงสีม่วง แหวกผ่านมิติอวกาศ แล้วพุ่งเข้าไปในกายเต๋าบัวเทพจิตวิญญาณรวมเข้ากับร่างกาย เขาสูดหายใจลึก ๆ
ซีเหมินฉางชิ่งที่รีบมาถึงมองดูจ้าวอู่เจียงอย่างระแวดระวัง
ความสามารถของจ้าวอู่เจียงที่วิญญาณสามารถเข้าออกร่างกายได้อย่างง่ายดาย ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้เห็น A1
แม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นหน้าตาที่แท้จริงของ A1 แต่สิ่งที่ A1 สร้างขึ้นคือหมึกดารา และสิ่งที่แตกต่างจากเขาและ A2 คือ เขากับ A2 อาศัยพลังของหนอนปลิงกงล้อกับหมีน้ำ แต่สำหรับ A1 แล้ว กลับเป็นหมึกดารา ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตสร้างขึ้นที่น่าสะพรึงกลัวสูงสุดที่อาศัยพลังของ A1
A1 ไม่เคยออกมือจริง ๆ สิ่งที่ออกมือล้วนเป็นหมึกดาราทั้งสิ้น
หากพิจารณาตามความสัมพันธ์แบบปรสิต เขาและ A2 ล้วนเป็นโฮสต์ที่ถูกเข้าสิง ในขณะที่ A1 เป็นปรสิตที่เข้าสิงผู้อื่น
ในใจและความเข้าใจของเขา หาก A1 คิดจะทำอะไรจริง ๆ ก็สามารถให้พลังแก่สิ่งมีชีวิตใด ๆ ได้ หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือสามารถเข้าสิงสิ่งมีชีวิตใดก็ได้
ราคาของการยืมพลังจาก A1 คือการกลายเป็น ‘โฮสต์’ ของ A1 และค่อย ๆ สูญเสียตัวตน
ตอนนี้ความสามารถของจ้าวอู่เจียงที่วิญญาณสามารถเข้าออกร่างกายได้อย่างอิสระ ดูเหมือนเป็นการเข้าสิงรูปแบบหนึ่ง วิญญาณเข้าสิงอยู่ในร่างกายนี้
จ้าวอู่เจียงไม่ได้ลงมือเปิดประตูสู่ที่รวมตัวเป็นเวลานาน เขายกคิ้วให้กับพื้นดินเบื้องล่าง
“คุณมาเปิดมันสิ”
ซีเหมินฉางชิ่งถูกจ้าวอู่เจียงรบเร้าด้วยคำพูดมานานแล้ว เขาจำใจยิงทำได้เพียงพ่นแสงศักดิ์สิทธิ์จากหนอนปลิงกงล้อออกไป ตัดพื้นดินจนเกิดเป็นรอยแยก จากนั้นเขาก็แปลงกายเป็นแสงพุ่งทะยานนำเข้าไปเป็นคนแรก
จ้าวอู่เจียงกลับยังไม่ตามเข้าไปในทันที เขาซัดปราณกระบี่สายหนึ่งล่วงหน้าตามหลังซีเหมินฉางชิ่งเข้าไปในรอยแยกนั้นก่อน
มีเสียงของซีเหมินฉางชิ่งที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังสะท้อนออกมาจากข้างใน
“คุณมันจะระแวงเกินเหตุกินไปแล้ว!”
จ้าวอู่เจียงขว้างพลังสายฟ้าเข้าไปอีกหนึ่งสาย
“ไอ้บ้านี่ สรุปจะเข้ามาไหมเนี่ย?” ซีเหมินฉางชิ่งด่าออกมาอย่างเดือดดาล
จ้าวอู่เจียงรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของปราณกระบี่และพลังสายฟ้า หลังจากแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขาก็พยักหน้า เปลี่ยนร่างเป็นแสงสายฟ้าสายหนึ่ง พุ่งเข้าไปในช่องว่างนั้น