ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2045 มังกร หงส์ จิ้งจอก บัว มนุษย์
บทที่ 2045 มังกร หงส์ จิ้งจอก บัว มนุษย์
จ้าวอู่เจียงในตอนนี้สามารถรู้สึกได้ถึงน้ำยาก้าวเดียวถึงเซียนที่หลงเหลืออยู่ในร่างกาย กำลังพุ่งพล่านไปมาอย่างบ้าคลั่งราวกับกำลังหวาดกลัวและพยายามจะหาที่หลบซ่อน
เขาขมวดคิ้ว ครุ่นคิดเกี่ยวกับจุดอ่อนของหนอนปลิงกงล้อ หากหาไม่พบจริง ๆ สิ่งเร่งด่วนที่ต้องทำคือถอยก่อน ไม่สามารถสู้ไปเรื่อย ๆ ได้
ความสามารถของหนอนปลิงกงล้อนั้นประหลาดเกินไป ในตอนนี้เขาเข้าใจเกี่ยวกับบริษัทเทคโนโลยีหย่งเซิงมากพอสมควร ทว่าสำหรับความลับระดับสำคัญแบบนี้ เขายังไม่เข้าใจมากพอ จึงไม่มีความจำเป็นต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงอันตรายโดยไม่ก่อประโยชน์
A1 เคยทำ ให้เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่มิอาจต่อกรได้ ในขณะที่ความรู้สึกนั้นที่มีต่อ A2 กลับเบาบางกว่ามาก แต่นั่นมิใช่เพราะว่า A2 อ่อนแอ ทว่าสืบเนื่องมาจาก A2 ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของชื่อมู่จื่อ ซึ่งความแข็งแกร่งอันเป็นสมบูรณ์แบบของชื่อมู่จื่อที่บดขยี้ A2 ไว้จนดูเหมือนว่าอีกฝ่ายอ่อนแอไปเอง
ตอนนี้ A3 ซีเหมินฉางชิ่งได้ปลุกจ้าวอู่เจียงให้ตื่นอีกครั้ง
การปรับเปลี่ยนรหัสพันธุกรรม?
เพียงแค่จากความหมายตรงตัว ก็สามารถเห็นถึงระดับความแข็งแกร่งของวิชานี้ได้แล้ว
จ้าวอู่เจียงเพียงแค่ครุ่นคิดเพียงชั่วขณะ ร่างกายของเขาก็ส่งเสียงดังกรอบแกรบอีกครั้ง บนร่างกายของเขาปรากฏหยดเลือดสีม่วงแดงขึ้นมาอย่างกะทันหัน หยดเลือดเหล่านี้พุ่งออกมาจากร่างกายของเขาโดยไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ
ซีเหมินฉางชิ่งยกมือขึ้นและโบก แสงศักดิ์สิทธิ์สีเขียวอมเหลืองของหนอนปลิงกงล้อได้ทะลุผ่านหัวใจของจ้าวอู่เจียงอีกครั้ง
“รหัสพันธุกรรมของคุณสับสนเกินไป…” ซีเหมินฉางชิ่งยิ้มอย่างอ่อนโยน ท่าทางของเขาดูราวกับย้อนกลับไปในช่วงที่ทั้งคู่พบกันครั้งแรกที่เปลี่ยนจากความระแวดระวังเป็นความเป็นกันเอง เขายิ้มพลางกล่าวว่า
“จิ้งจอก… เผ่าจิ้งจอกที่หายากมาก…”
“บัว… อาณาจักรพืช… ส่วนพืชดอก… วงศ์บัว… สกุลบัว… บัว… อืม… ก็ยังไม่ถูกอีก…”
“ดอกบัวที่พิเศษมาก!”
“งู? ชั้นสัตว์เลื้อยคลาน อันดับมีเกล็ด อันดับย่อยงู?”
“หรือจะเป็นอันดับย่อยงูยักษ์?”
“หืม? จู๋จิ่วหยิน?”
“ยังไม่ถูกต้อง…”
ดวงตาของซีเหมินฉางชิ่งเปล่งประกายมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งความสงสัยและความประหลาดใจ เขารู้สึกถึงรหัสพันธุกรรมของจ้าวอู่เจียงและจ้องมองเขา
“ลำดับมังกรแท้?”
“ในโลกนี้ไม่มีมังกรแท้แล้ว คุณไปเอาลำดับมังกรแท้มาจากไหน?”
“แล้วนั่น… ยังมีหงส์อีกด้วย?”
“จ้าวอู่เจียงมิน่าล่ะ A1 ถึงได้หมายตาคุณนัก รหัสพันธุกรรมในร่างกายของคุณช่างวุ่นวายสับสนและผสมปนเปกันไปหมด แต่ก็ล้ำค่าอย่างที่สุด คุณทำเรื่องแบบนี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่…”
“ก็ยังไม่ถูกอยู่ดี!”
“จ้าวอู่เจียง รหัสพันธุกรรมที่หนักอึ้งและทรงพลังขนาดนั้นถูกซ้อนทับอยู่บนร่างของคุณ แต่เหตุใดคุณถึงยังคงรักษารูปลักษณ์ของเผ่ามนุษย์เอาไว้ได้?”
“คุณควรจะกลายพันธุ์สิ… ทำไมคุณถึงไม่กลายพันธุ์เลยสักนิด?”
“หรือว่าความคิดของ A1 ก่อนหน้านี้ถูกต้อง?”
“เอามาให้ผม!” ซีเหมินฉางชิ่งอารมณ์ยิ่งเร้าร้อนมากขึ้น เหมือนนักวิจัยที่ทุ่มเทให้กับการศึกษาเทคโนโลยี แล้วอยู่ ๆ ก็มีการค้นพบที่ก้าวหน้า เขากลายเป็นแสงสีเขียวอมเหลือง พุ่งตรงไปที่จ้าวอู่เจียง
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ทั่วร่างเปล่งประกายสายฟ้าแวบหนึ่ง แล้วหายไป
“มรรคาตะวันออก… หนทางสู่การเติมเต็มส่วนที่ขาดของผู้บำเพ็ญโบราณ สิ่งที่พวกเขาแสวงหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในร่างกายของมนุษย์ แต่อยู่ในร่างของสรรพสิ่งมีชีวิต…”
นี่คือคำตอบที่แน่ชัดที่จ้าวอู่เจียงได้รับจากคำถามที่สับสนของซีเหมินฉางชิ่งเมื่อครู่
————
“คุณทำได้ดีมาก”
A1 ลูบภาชนะแก้วขนาดใหญ่ พินิจดูร่างนกกระเรียนขาวที่แช่อยู่ในของเหลวสีเหลืองอมน้ำตาลภายในภาชนะ โดยไม่หันหลังกลับมา เพียงแค่ส่งคำชมเชยประโยคหนึ่ง
ด้านหลัง A1 มีชายชราคนหนึ่งยืนอย่างนอบน้อม
ชายชราผู้นี้ไม่ใช่คนอื่น เขาคือหนึ่งในเทียนซือของเทพสายฟ้าห้าทิศแห่งสำนักงานปราบปีศาจ เหลยหลิงเฟิง
เหลยหลิงเฟิงประคองถุงเฉียนคุนที่ปักลายสำนักงานปราบปีศาจอย่างเคารพ
“หวังว่าคุณจะทำตามที่พูด”
“วางใจได้ โองการอสูรอสนีที่พวกคุณต้องการ ผมสร้างเสร็จแล้ว” A1 ชี้นิ้วไปที่ภาชนะด้านข้าง
“คุณดูสิ…”
“ไม่ใช่ นั่นมันจู๋จิ่วหยิน…”
A1 ชี้ไปที่ภาชนะอีกใบไม่ไกลออกไป
“นั่นคือวานรสื่อวิญญาณ…”
“อืม…โองการอสูรอสนีล่ะ?”
เหลยหลิงเฟิงมองตามที่ A1 ชี้ไปเรื่อย ๆ เมื่อก่อนตอนที่เขามาที่นี่ไม่กล้ามองสำรวจตามใจชอบ แต่ตอนนี้เมื่อมองอย่างละเอียดอีกครั้ง ในทุกภาชนะล้วนแช่ร่างของสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง บางตัวถึงขั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่หายไปในห้วงเวลานานแล้ว
ภาชนะเหล่านี้ทอดยาวไปจนสุดสายตา ไม่มีที่สิ้นสุด จินตนาการได้ว่าสิ่งมีชีวิตในภาชนะเหล่านี้มีมากมายเพียงใด
“โอ้ ผมนึกออกแล้ว…” A1 ยิ้มขึ้นมาทันใด หันกลับมาพูดอย่างลึกลับ
“อาบเลือด…”
“เมื่อผมให้มันอาบเลือด มันก็จะตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ แล้วผมจะส่งมันไปให้สำนักงานปราบปีศาจของพวกคุณ”
“แล้วคุณก็จะได้ความดีความชอบชิ้นใหญ่เลย”
เหลยหลิงเฟิงยิ้มอย่างระมัดระวัง นิสัยใจคอของ A1 นั้นยากแท้จะหยั่งถึง อีกทั้งพลังฝีมือยังกล้าแกร่งและพิสดารจนน่าขนลุก แม้ที่นี่จะดูเหมือนห้องแล็บของ A1 แต่ขนาดของพื้นที่นั้นกว้างใหญ่ไพศาลไม่ต่างจากโลกอิสระเล็ก ๆ เลย เขาไม่กล้าที่จะทำอะไรเกินเลยแน่นอน
เมื่อเห็นเหลยหลิงเฟิงยิ้ม A1 ก็ยิ้มตามเช่นกัน
“สมกับเป็นเทียนซือผู้จงรักภักดีของสำนักงานปราบปีศาจจริง ๆ เต็มใจที่จะเสียสละตัวเองเพื่อเป็นเลือดบูชาให้กับโองการอสูรอสนี”
เหลยหลิงเฟิงตกตะลึงทันที
ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ เขาก็ต้องพบกับความสยดสยองเมื่อเห็นว่ามือและเท้าทั้งสองข้างของตนเองกำลัง ‘ละลาย’ อย่างรวดเร็ว เลือดพรั่งพรูหยดลงพื้นไม่ขาดสาย เขาแผดเสียงร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“ไว้…ชีวิต! หยุด…”
“ผมเองก็ไม่ได้อยากจะฆ่าคุณหรอกนะ” A1 สวมหน้ากาก เสียงเต็มไปด้วยความน่าดึงดูด น้ำเสียงแฝงความไร้เดียงสา
“แต่เมื่อครู่… คุณก็นิ่งเงียบถือว่ายอมรับไปแล้วนี่นา”
“ก็ได้” A1 หยุดครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะออกมา
“จริง ๆ แล้ว ผมเป็นคนผูกใจเจ็บ ก่อนหน้านี้คุณเคยด่าผม แถมยังขู่ผมอีก…”
“ผมไม่ชอบเลยจริง ๆ ”
แววตาของเล่ยหลิงเฟิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด และยังแฝงไปด้วยความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม… เขาไปด่า A1 ตอนไหน? แล้วไปข่มขู่ A1 ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
เขาไม่มีทั้งความกล้าและพละกำลังแบบนั้น!
“คุณวางใจเถอะ ตายไปอย่างสงบเถอะนะ เรื่องที่คุณสละเลือดให้กับโองการอสูรอสนีเพื่อสำนักงานปราบปีศาจนั้น ผมจะรายงานตามจริงให้ประมุขของพวกคุณทราบ” A1 ปลอบประโลมอารมณ์ของเหยื่อก่อนตาย เพื่อป้องกันไม่ให้เหลยหลิงเฟิงตะโกนหรือดิ้นรนจนเลือดสกปรกกระเด็น ทำให้พื้นที่นี้เปื้อน
เขายิ้มพูดว่า
“อสูรอสนีจะถูกส่งไปถึงมือของสำนักงานปราบปีศาจของพวกคุณแน่นอน”
ศีรษะของเหลยหลิงเฟิงร่วงลงบนพื้น ตกลงไปในกองเลือดที่ละลายออกจากร่างของเขา ความทรงจำวูบไหวเหมือนม้าหมุนในห้วงความคิด ฉายวาบในสมองของเขาไม่หยุด